ธุรกิจโรงพิมพ์

ธุรกิจโรงพิมพ์

นักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงอย่าง สตีเฟ่น ฮอบกิ้นส์ ผู้ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ และเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องว่าน่าจะเก่งกว่า ไอสไตล์ เคยให้สัมภาษณ์โดยสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยีในโลกนี้ เขาถูกถามว่าเทคโนโลยี หรือ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ใดๆที่เขาคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด หรือ ยอดเยี่ยมที่สุดในความเห็นของเขา เขาตอบว่า เทคโนโลยีทางการพิมพ์ โดยให้เหตุผลว่า การพิมพ์ทำให้การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์สามารถจดบันทึกและเผยเแพร่ และส่งต่อไปให้คนอื่นได้ ทำให้คนใหม่สามารถต่อยอดความรู้เดิมได้ นำไปสู่การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ที่ต่อเนื่อง

print machine 2013-IMG_8356Full

ครอบครัวของผมได้รับธุรกิจโรงพิมพ์มาแบบไม่ได้ตั้งใจ มีคนมาขอความช่วยเหลือทางการเงินจากพ่อ โดยการเสนอขายหุ้นในธุรกิจโรงพิมพ์ พ่อก็ใจดีจ่ายเงินช่วยแล้วถือหุ้น 50 เปอร์เซ็น สุดท้ายพอธุรกิจอยู่รอด ก็แยกทางกัน พ่อผมก็เลยซื้อหุ้นเอาไว้ทั้งหมด แล้วก็เริ่มธุรกิจโรงพิมพ์แบบไม่มีความรู้เลย

การทำธุรกิจโรงพิมพ์ด้วยระบบเถ้าแก่ และไม่มีพื้นฐานเป็นเรื่องยากมาก โรงพิมพ์จอมทองรับผลิตงานพิมพ์ตามสั่ง เครื่องจักรมีอะไรอยู่ เคยทำงานอะไรก็ทำไปอย่างนั้น ไม่ได้มีการวางแผนพัฒนา ไม่ได้มีเทคโนโลยีอะไรมาช่วยลดต้นทุน แต่การทำแบบลูกทุ่งของพ่อ คือลุยทำไป เจอปัญหาก็ไปถามคนที่มีประสบการณ์มากกว่า พ่อก็ดิ้นรนจนอยู่ได้ และส่งลูกเรียนจนจบทุกคน เคล็ดลับการทำงานของพ่อก็คือ ทำงานทุกวัน ได้รับเงินทุกวัน ไม่มีเวลาไปใช้เงิน เอาเงินไปลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตได้ มันทำให้โรงพิมพ์สามารถเพิ่มเครื่องจักรได้เท่าตัวในทุกห้าปี และรับงานได้เยอะขึ้น

letterpress-printing-IMG_0004Full

โรงพิมพ์มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เคยมีปัญหาเรื่องคนงานขโมยเงิน เคยมีปัญหาเรื่องการป่วยจนนอนโรงพยาบาลของพ่อ ทำให้แม่ต้องเข้ามาช่วยงาน จากระบบเถ้าแก่ก็กลายเป็นระบบเถ้าแก่กับเมีย ปัญหาไม่มีเงินหมุนเวียนจากการปล่อยเครดิตนานเกินไปเป็นปัญหาใหญ่ทำให้แม่พยายามแก้ไขเป็นสิ่งแรก  เงินที่รอการเก็บก็ตามเก็บมาอย่างรัดกุม  เราได้เคล็ดลับการทำงานเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้โรงพิมพ์พัฒนาได้เร็วขึ้นก็คือ ทำงานทุกวัน รับเงินทุกวัน และออมเงินทุกวัน โรงพิมพ์จอมทองไม่เคยมีหนี้สินอีกเลยตั้งแต่ช่วงสิบปีแรกที่เราเริ่มควบคุมเครดิตของลูกค้าให้เป็นไปตามกำหนด

1615209343334-01

ในช่วงเวลาตั้งแต่เด็กจนโต ผมสนใจเรื่องราวสารพัดเรื่อง อยากมีงานทำ อยากมีอาชีพ อยากมีความสนุกในการทำงาน มีคนเคยให้แนวคิดไว้ว่าถ้าคุณเจอสิ่งที่คุณชอบ คุณจะทำมันได้โดยไม่เหน็ดเหนื่อย ถ้าคุณเจองานที่คุณชอบ คุณจะไม่ต้องอดทนทำงาน เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณชอบ ตอนประถมผมเคยอยากได้กล้องถ่ายรูปและยังคงสงสัยว่าทำไมถึงถ่ายรูปแล้วมีรูปอยู่บนฟิล์ม ก็เลยไปชวนให้พี่สาวหุ้นซื้อกล้องถ่ายภาพด้วยกัน แล้วตอนถ่ายเล่นก็ลองเปิดฝาหลังดู ฟิล์มสีน้ำตาลในกล้องที่ถ่ายไปแล้วน่าจะมีภาพอยู่บนฟิล์ม แต่ก็ไม่มี นึกขึ้นได้ว่า เขาต้องเอาฟิล์มไปล้างก่อน ผมก็เลยถอดฟิล์มไปล้าง เอาไปล้างในอ่างล้างจาน ฟิล์มก็ยังไม่มีภาพ นึกขึ้นได้อีกครั้งว่า เราน่าจะล้างด้วยน้ำร้อน ก็เลยต้มน้ำ แล้วเอามาราดบนแผ่นฟิล์มเลย ผลก็คือฟิล์มสีน้ำตาลค่อยๆเปลี่ยนสีไป จนกลายเป็นฟิล์มใส พลาสติกใสๆ สีน้ำตาลที่เคยมีมันหลุดละลายลงท่อน้ำไปแล้ว จบการล้างฟิล์ม ผมไม่ได้ภาพ และผมสรุปผลว่า ล้างฟิล์มเป็นเรื่องยาก ล้างฟิล์มด้วยน้ำเปล่าไม่ได้ ล้างฟิล์มด้วยน้ำร้อนก็ไม่ได้

ตอนตัดสินใจเรียนมหาวิทยาลัย ผมเลือกเรียนวิศวะ ด้วยความเชื่อว่า การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคของผมคนเก่งจะเลือกหมอกับวิศวะ ถ้าผมไม่ติดอย่างใดอย่างหนึ่งในสองชนิดนี้ แสดงว่าผมไม่เจ๋งจริง เป็นความคิดโง่ๆที่ไม่มีครูแนะแนวมาพูดคุยด้วย และแล้วผมก็ติดวิศวะ แล้วเราก็รู้ว่าโลกกว้าง คนเก่งมีอยู่เต็มไปหมด ผมเรียนสาขาระบบควบคุมและเครื่องมือวัด ซึ่งพูดไปหลายคนก็จะไม่เข้าใจชัดเจน ผมก็เป็นแบบนั้นในปีแรกที่เข้าไปเรียน ผมมักจะบอกทุกคนว่าผมเรียนอิเล็คทรอนิกส์เพื่อจะได้ไม่ต้องอธิบายต่อว่าระบบควบคุมคืออะไร เครื่องมือวัดทำไมต้องเรียน มันมีแค่ตราชั่งกับมิเตอร์รึเปล่า

IMG_0820

ผมสนใจเครื่องเสียง การเรียนวิศวะสาขานี้ทำให้ผมกระตือรือล้นที่จะเรียนในบางวิชา เพราะบางวิชาเหล่านั้นจะทำให้ผมสามารถออกแบบและสร้างเครื่องเสียงใช้เอง นั่นเป็นแรงจูงใจเดียวที่ทำให้ผมเรียนจนจบ ตอนปีสี่ที่นักศึกษาวิศวะต้องทำโปรเจ๊คเพื่อจบ มีการจับกลุ่มกันทำสามคนต่อหนึ่งโปรเจ๊ค ห้องผมมี28 คน หารสามแล้วเหลือเศษหนึ่ง ผมยกมือขออาจารย์ทำคนเดียวเลย โดยผมให้เหตุผลกับอาจารย์ว่า ผมอยากดัง สามคนก็ทำกันหืดขึ้นคอ ถ้าทำคนเดียวได้ ผมดังแน่นอน ผมอยากให้คนจำว่าผมไม่เหมือนคนอื่น ผลก็คือเพื่อนส่งงานจบกันก่อนกำหนดเล็กน้อยและมีเวลาไปเที่ยวเล่นที่ต่างจังหวัดกันทั้งห้อง แต่ผมจบงานช้ากว่าคนอื่นไปสองสัปดาห์ ทำให้ไม่ได้ไปเที่ยวยกกลุ่มในทริปสุดท้ายก่อนออกจากมหาวิทยาลัย  และไม่มีใครพูดถึงโปรเจ๊คอีกเลย  และผมไม่ได้ดังหรือถูกพูดถึงอีกเลยเช่นกัน

มีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้ผมจบช้า เรื่องตัวงานไม่ได้มีปัญหา แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ ผมทำเล่มวิทยานิพนธ์ด้วยหน้าตาของนิตยสาร ไม่ได้เป็นรูปเล่มมาตรฐานบัณฑิตวิทยาลัย ไม่ได้ใช้ฟ้อนต์อังสนาตามระเบียบ ไม่ได้เว้นวรรคขึ้นหน้าใหม่แบบมาตรฐานของมหาวิทยาลัย ไม่ได้กั้นหน้าซ้ายและกั้นหน้าขวาตามกฏ ไม่ได้เรียงลำดับชื่อรูปภาพ นั่นเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมจบช้าและไม่ได้เที่ยวกับเพื่อน เพราะต้องมานั่งทำรูปแบบวิทยานิพนธ์ให้ถูกใจมหาวิทยาลัย

2019-01-26 07.03.32 1

ตอนเรียนวิศวะ ผมสนใจแต่เรื่องการทำเครื่องเสียง ไม่ได้สนใจคอมพิวเตอร์เลย และวิชาเขียนโปรแกรมที่มีในคณะวิศวะก็เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยเข้าใจ ผมสอบได้คะแนนต่ำสุดในมหาวิทยาลัย ซึ่งผมเผลอคิดไปว่าผมคงโง่เรื่องเขียนโปรแกรม จนกระทั่งวันที่ผมเรียนจบผมได้งานทำเป็นโปรแกมเมอร์ เขียนซอร์ฟแวร์ระบบตอบรับโทรศัพทอัตโนมัติ มีระบบฝากข้อความ มีระบบฐานข้อมูลที่ต้องเก็บวอยซ์เมลของคลิปเสียงของคนนับพันคน ผมสามารถเขียนโปรแกรมเป็นอาชีพได้เพราะมีเจ้านายใจดี อธิบายว่าการเขียนโปรแกรมคืออะไร อธิบายโครงสร้างและวิธีคิดของคอมพิวเตอร์มันเป็นอย่างไร แค่การอธิบายภาพรวมไม่นาน ผมก็เข้าใจและสามารถพัฒนาโปรแกรมต่างๆได้เอง  และในอีกไม่กี่เดือนต่อมาซอร์ฟแวร์ที่เขียนขึ้นมาก็ทำเงินเลี้ยงบริษัทได้   นี่เป็นเรื่องที่สองที่ผมเรียนรู้ว่าโลกเรามีอาจารย์มากมาย แต่ทุกคนไม่ได้มีความสามารถในการสอน

IMG_0559

ผมกลับมาหัดล้างฟิล์มอีกครั้งตอนที่เรียนจบมหาวิทยาลัย และได้เริ่มหัดถ่ายรูปอีกครั้ง ครั้งนี้ตั้งใจจะล้างฟิล์มและอัดภาพให้เป็น และผมก็ใช้เวลาประมาณสองปีที่หัดถ่ายภาพ และมีความสามารถพอที่จะรับงานถ่ายภาพได้ เมื่อถ่ายภาพมาถึงจุดหนึ่งผมเริ่มอยากเรียนต่อเพื่อให้ผมถ่ายภาพได้ดียิ่งขึ้น ผมก็เลยไปเรียนคณะวิทยาศาสตร์ของจุฬาฯ ในหลักสูตรปริญญาโท ชื่อคณะ เทคโนโลยีทางภาพ หรือ imaging technology

2021-02-26_05-45-37

ทีนี่เรียนเกี่ยวกับการถ่ายภาพ และเรียนเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการพิมพ์ ซึ่งระบบการพิมพ์ก็เป็นระบบการสร้างภาพชนิดหนึ่งและเป็นพระเอกของคณะนี้ด้วยซ้ำ ความฝันที่จะเรียนถ่ายภาพของผมหยุดลงชั่วคราวเพราะนักศึกษาที่เรียนคณะนี้ไม่ได้ซีเรียสกับการถ่ายภาพ  ผลงานภาพถ่ายของกลุ่มนักเรียนไม่ได้เน้นไปที่ความสวยงามในแบบที่ผมชอบ ในขณะที่นักศึกษานิเทศฯ และสถาปัตย์ฯถ่ายภาพได้ถูกใจกว่า ซึ่งผมพบว่าในคณะนี้ไม่ได้สอนให้ถ่ายภาพสวยชวนฝัน แต่สอนให้เข้าใจขั้นตอนการเกิดภาพ เน้นเรื่องการผลิตภาพให้ได้คุณภาพ  เน้นการทำซ้ำให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมือนเดิม ผมเลยเลือกที่จะไปหาที่เรียนเกี่ยวกับถ่ายภาพจากที่อื่น เลยไปเรียนที่โรงเรียนสารพัดช่าง ในหลักสูตรตอนเย็นวันละสามชั่วโมง เป็นคอร์สระยะสั้น 150 ชั่วโมง ค่าเล่าเรียนชั่วโมงละ 1 บาท  ผมได้ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพขาวดำ การล้างอัดภาพขาวดำอย่างเต็มระบบจากโรงเรียนสารพัดช่าง  แต่ผมก็เรียนจุฬาฯจนจบและได้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการพิมพ์ต่างๆ เป็นความรู้แบบที่เถ้าแก่โรงพิมพ์ไม่เคยได้รับ และไม่มีทางรู้เลยถ้าไม่เดินเข้ามหาวิทยาลัย  ผมใช้เวลาช่วงนี้หัดล้างอัดภาพขาวดำ  หัดถ่ายภาพ หัดวิจารณ์ภาพจากอาจารย์ที่สารพัดช่าง และเรียนรู้เกี่ยวกับการพิมพ์ระบบต่างๆ ในทางวิทยาศาสตร์กับอาจารย์ที่จุฬาฯ

ก่อนผมเรียนจบปริญญาโทผมก็เริ่มงานโรงพิมพ์เต็มตัว พ่อผมมีเหตุต้องนอนโรงพยาบาลนานสองเดือน เถ้าแก่ป่วยโรงงานก็แทบเจ๊ง ผมเร่ิมงานโรงพิมพ์แบบทันทีทันใด รับช่วงต่อแบบไม่คาดฝัน ซึ่งเมื่อวานนี้ยังขับรถไปเที่ยวถ่ายรูปอยู่เลย  ผมเรียนจบโทช้ากว่าปกติ เพราะต้องทำงานเต็มตัว และ ผมมีปัญหากับการทำเล่มเอกสารอีกแล้ว คือวิทยานิพนธ์เขาไม่ยอมให้ผมพิมพ์รูปแบบตามใจ ผมจบโทด้วยโปรเจ๊คการบีบอัดข้อมูลให้เล็กลงเพื่อใช้เก็บไฟล์ภาพที่อยู่ในขั้นตอนการผลิตแม่พิมพ์ ถ้าเรียกให้หรูหรา ก็ต้องบอกว่า ผมเป็นเจ้าของระบบการบีบอัดข้อมูลชนิดหนึ่ง ที่เป็นการบีบอัดแบบ lossless compression มันช่วยให้อุตสาหกรรมการพิมพ์สามารถพัฒนาไปต่อไปได้ในอีกหลายอย่างถ้ามีคนนำไปต่อยอด

โรงพิมพ์จอมทองพัฒนาหลายอย่างขึ้นมาใหม่ ตั้งแต่วิธีการคิดราคาที่สมเหตุสมผล การผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การเก็บข้อมูลลูกค้าที่สามารถสืบค้นได้ง่าย หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ดีขึ้น ราคาถูกลง มีเครื่องพิมพ์ดิจิทัลเข้ามาให้ใช้ โรงพิมพ์ยุคใหม่ต้องมีระบบปรู๊ฟสีก่อนพิมพ์จริง ความแม่นยำของสีต้องถูกต้องมากกว่าระบบลองผิดลองถูก โรงพิมพ์ขยายธุรกิจได้ด้วยเงินออม เราไม่มีหนี้สินกับธนาคาร เราไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยให้ใคร และเราลงทุนกับเครื่องพิมพ์ดิจิทัลขนาดย่อมๆแต่ราคาเท่ารถเบนซ์  ขณะที่เจ้าของยังขับรถญี่ปุ่นอยู่

โรงพิมพ์ในมุมมองของผมนั้น เป็นที่รวมของความรู้หลากหลายที่ผมสะสมมา ผมชอบอ่านหนังสือ ชอบหนังสือที่มีภาพสวย  ผมก็มีโอกาสได้ผลิตสิ่งพิมพ์เอง ผมชอบถ่ายภาพ ภาพสวยๆในโบรชัวร์ผมก็มีส่วนร่วมกับมัน บางงานผมถ่ายภาพด้วยตัวเอง ผมเคยทำงานกับฐานข้อมูล  เคยเป็นโปรแกรมเมอร์  โรงพิมพ์จึงมีงานพิมพ์ชนิดพิเศษตัวหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยนข้อมูลของงานพิมพ์ได้โดยที่ไม่ต้องทำเพลทใหม่  นั่นคือการพิมพ์ดิจิทัลที่ใช้ข้อมูลจากในคอมพิวเตอร์มาเป็นข้อมูลหลักที่แตกต่างกันในแต่ละใบ เราเรียกการพิมพ์ฐานข้อมูลนี้ว่าเป็นงาน Variable data printing

งานพิมพ์ที่อาศัยฐานข้อมูลที่เราพบบ่อยก็คือ บิลค่าน้ำ ค่าไฟ ในบิลแต่ละใบจะมีรายชื่อเจ้าของบ้านที่ไม่เหมือนกัน มีที่อยู่แตกต่างกัน มีตัวเลขที่ต้องจ่ายไม่เท่ากัน บ้าน 1 ล้านหลัง ก็มีบิล 1 ล้านใบที่มีชื่อไม่ซ้ำ นั่นคืองานพิมพ์ฐานข้อมูลที่เราพบได้ในทุกวัน ทุกบ้าน ทุกคนเคยจับมาแล้ว โรงพิมพ์ของผมก็มีความสามารถในการผลิตงานเหล่านี้เช่นกัน แต่เราทำในรูปแบบของใบปลิว การ์ดเชิญ การ์ดโปรโมชั่น ของขวัญ ปฏิทิน โปสการ์ด ซึ่งสิ่งพิมพ์เหล่านี้เรามักจะไม่ค่อยเจอว่ามีการพิมพ์ชื่อและข้อมูลของลูกค้าแต่ละคนลงไป เพราะมันเป็นสิ่งใหม่กับวงการพิมพ์ในประเทศไทย มีโปรแกรมเมอร์มากมายที่ทำงานกับฐานข้อมูลได้ มีเถ้าแก่โรงพิมพ์มากมายที่รับงานใบปลิว งานสคส งานการ์ดเชิญ แต่ไม่เคยมีโรงพิมพ์ที่มีคนสองคนนี้อยู่ในที่เดียวกัน มีโรงพิมพ์ที่สามารถพิมพ์งานดาต้าเบสได้ไม่กี่คนในประเทศนี้ คนนึงก็กำลังพิมพ์บิลค่าน้ำอยู่ คนนึงก็กำลังพิมพ์บิลค่าไฟอยู่ อีกคนก็กำลังพิมพ์บิลค่าโทรศัพท์อยู่ ทุกคนมีงานใหญ่อยู่ในมือแล้ว แต่ไม่มีใครทำพิมพ์ สคส บัตรอวยพร ใบปลิว การ์ดเชิญ หรือใบโปรโมชั่นที่ระบุชื่อและคัสต้อมข้อมูลเลย โรงพิมพ์ของผมสามารถรองรับงานที่กล่าวมา  แล้วทำไมต้องเป็นโรงพิมพ์จอมทอง ที่อื่นทำได้ไหม ไปหาคนที่พิมพ์บิลค่าไฟเลยดีไหม เราสามารถไปหาเขาได้ แต่เขาจะพิมพ์ให้หรือเปล่า   บางครั้งโรงพิมพ์ทำคุกกี้มาแจกโดยที่ฉลากพิมพ์ชื่อผู้รับไว้แตกต่างกัน เราทำแค่แจกสมาชิก  ถ้าเราอยากได้งานแบบนี้ คนที่ทำบิลค่าน้ำ บิลค่าไฟ เขาไม่รับงานแนวนี้ แล้วมีโรงพิมพ์ไหนทำแบบนี้ได้บ้าง ถ้าหาเจอโทรบอกผมด้วย

นอกจากงานพิมพ์ที่อาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยแล้ว เรายังมีงานพิมพ์ที่กำลังสูญหายอยู่อีกตัวหนึ่งด้วย นั่นคืองานพิมพ์ letterpress ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการพิมพ์ตัวแรกที่เกิดขึ้นในโลก  เครื่องพิมพ์เครื่องแรกถูกคิดค้นด้วยคนชื่อโยฮันเนิส กูเทินแบร์ค เป็นคนเยอรมัน งานพิมพ์ชิ้นแรกของโลกในระดับอุตสาหกรรมคืองานพิมพ์คัมภีร์ไบเบิ้ล งานพิมพ์ letterpress คือการเอาวัสดุแข็งมาแกะสลักเป็นตัวหนังสือที่เราต้องการ แล้วก็เอาหมึกมาทาบนแม่พิมพ์ แล้วก็เอากระดาษมาสัมผัสกับหมึกบนแม่พิมพ์ มันคือเทคนิคเดียวกับตรายางที่เราใช้กันอยู่นี่เอง งานพิมพ์ letterpress จะให้สีที่เข้มเท่ากันทั้งหน้า ไม่สามารถทำสีเข้มสีอ่อนในบล๊อกเดียวกันได้ ไม่สามารถพิมพ์ภาพจริง หรือภาพถ่ายได้ งานพิมพ์ letterpress เกือบจะสูญหายไปแล้วตั้งแต่โลกเรามีเครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ท 4 สี งานอ๊อพเซ็ทคืองานที่มีภาพจริงสวยงาม หนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ใบปลิวแจกหน้าห้าง งานพิมพ์ 99 เปอร์เซ็นที่เราเห็นเป็นงานอ๊อพเซ็ททั้งสิ้น

20210427163427_IMG_0339

งาน letterpress กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มของคนทำการ์ดแต่งงาน มันสามารถพิมพ์บนกระดาษหนาได้ มันให้น้ำหนักกดทับที่จมลึก หรือ นูนป่องออกมาได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่งานอ๊อพเซ็ท และงานพิมพ์ดิจิทัลให้ไม่ได้ งานกระดาษหนาเหล่านี้ได้รับความนิยมมากขึ้น ในขณะที่มีผู้ผลิตงานแบบนี้น้อยลงเรื่อยๆ ในประเทศไทยถ้าคุณจะทำงานพิมพ์การ์ดเชิญระบบ letterpress เมื่อคุณเข้าไปหาข้อมูลในอินเทอเน็ต กูเกิ้ลหน้าแรกจะให้คำตอบกับคุณว่าคุณมีทางเลือกให้ติดต่อแค่ไม่กี่บรรทัด  หนึ่งในหลายบรรทัดจะพบ thailetterpress   ที่นี่คือโรงพิมพ์ของผมเอง  โรงพิมพ์เรามีเครื่องพิมพ์ letterpress ที่ยังทำงานได้  ช่างพิมพ์มีประสบการณ์การทำงานแนวนี้มาอย่างยาวนาน  และเราชอบทำงานสวยแปลกตาอย่าง letterpress  ด้วยเช่นกัน

IMG_0625

แม้ว่าโลกเราจะพัฒนาไปสู่โซเชียลเน็ตเวิร์คกันแล้ว  หนังสือพิมพ์  นิตยสารทะยอยปิดตัว  แต่สิ่งพิมพ์ยังคงมีอยู่และค่อยๆขยายตัวในบางอุตสาหกรรม  อย่างเช่น  ในกลุ่มแพ็คเกจจิ้ง สินค้ายังต้องการกล่อง คู่มือ  ในกลุ่มอาหารและการท่องเที่ยว เรายังต้องการสติ๊กเกอร์หรือฉลากติดบนกล่องอาหารหรือซองบรรจุอาหาร  ในกลุ่มหนังสือเรียน  นักเรียนยังต้องใช้ตำรา  หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คเราก็มีคนอ่านเพิ่มขึ้น  รายชื่อหนังสือในทำเนียบของร้านขายหนังสือก็เพิ่มขึ้น  มีนักอ่านเพิ่มขึ้น  มีนักเขียนเพิ่มขึ้น  สินค้าราคาสูงทั้งหลายต่างก็ต้องการใบปลิวหรือแค็ตตาล๊อค  เพราะคนที่จะซื้อของราคาสูงเหล่านั้นย่อมเป็นคนที่ถือโบรชัวร์อยู่ในมือ  เพราะคงไม่มีใครซื้อรถยนต์โดยไม่หยิบเอกสารแค็ตตาล๊อคมาอ่าน  หรือ คงไม่มีใครซื้อรถด้วยการกดสั่งผ่านระบบมาเก็ตเพลสในเว็บช็อปปิ้งต่างๆ  สิ่งพิมพ์ยังคงมีบทบาทและหน้าที่  โรงพิมพ์ก็ต้องปรับตัวทำงานในรูปแบบที่ตลาดต้องการ

พิมพ์ถุงขนม Bekery’s Ville

ลูกค้าติดต่อกับโรงพิมพ์เรื่องการพิมพ์ถุงใส่ขนม เราเลยแนะนำว่าเรามีบริการพิมพ์ถุงขนมสีขาวคุณภาพกระดาษระดับ food grade ทำการพิมพ์ด้วยระบบการพิมพ์ letterpress หมึก food grade เช่นกัน เราสามารถพิมพ์โลโก้และข้อความเล็กๆลงบนถุงได้ งานพิมพ์โลโก้เด่นๆบนถุงสีขาวก็ทำให้ถุงออกมาดูดีได้ เราส่งตัวอย่างงานที่เคยทำให้ดู ลูกค้าก็ชอบ และเริ่มทำการผลิตกับเรา

IMG_20210729_162457

ลูกค้าส่งโลโก้มาให้ เราปรับขนาดให้พอดีกับถุงที่ลูกค้าต้องการ แล้วเราก็ลองทำตัวอย่างตัดแปะเพื่อให้ลูกค้าได้เห็นขนาดบนถุง เมื่อดูตัวอย่างลงตัวแล้ว ถูกใจเรื่องขนาดแล้ว เราก็จะมาเลือกสีกันว่าอยากจะพิมพ์สีอะไร ลูกค้าแจ้งว่า อยากได้สีเหมือนช็อคโกแลต ซึ่งเราก็รู้ว่าโทนสีช็อคโกแลตมีหลายเฉด เราก็เลยหาภาพช็อคโกแลตจากอินเทอเน็ตให้ลูกค้าเลือกดูว่าชอบสีไหน

IMG_20210806_152336

พอเลือกสีได้ เราก็ทดลองพิมพ์จริงด้วยสีที่ลูกค้าชอบ และผลก็ออกมาถูกใจ เราจึงทำการพิมพ์ทั้งล็อตด้วยสีที่เลือก แล้วก็จบงานเป็นภาพถุงสีสวย

20210809173746_IMG_0196

งานพิมพ์เราพยายามระวังเรื่องการสัมผัสมือช่างพิมพ์ โรงพิมพ์กำชับพนักงานทุกคนที่จับถุง จะต้องใส่ถุงมือ และใส่หน้ากากทุกขั้นตอน การทำงานในยุคของโควิดทำให้เราต้องระวังกันทุกขั้นตอน เราอยากให้ถุงไม่มีเชื้อโควิดปะปนไปด้วย สิ่งที่ทำได้ก็คือระวังพนักงานของเราเองไม่ให้สัมผัสถุงโดยตรง


ระบบการพิมพ์ letterpress ยังคงมีประโยชน์ในบางงาน ถุงขนมเป็นหนึ่งชนิดที่จำเป็นจะต้องพิมพ์ด้วยระบบการพิมพ์ชนิดนี้ เพราะเป็นการทำงานที่ง่ายและจบเร็ว ระบบการพิมพ์ letterpress ไม่ทันสมัย แต่เหมาะกับงานสีพิเศษสีเดียวแบบนี้

หมายเหตุ

ขนาดถุงที่ผมใช้บ่อยๆจะมี
12x5x17cm
13x8x22cm
15x9x27cm


งานพิมพ์สติ๊กเกอร์ด้วยเทคนิค letterpress

2020-06-20_11-01-30

การพิมพ์ด้วยเทคนิค letterpress นอกจากจะพิมพ์บนกระดาษทั่วไปแล้ว ยังสามารถพิมพ์บนสติ๊กเกอร์ได้ด้วย ลูกค้าท่านหนึ่งทำสินค้าขาย online และอยากมีสติ๊กเกอร์ที่พิมพ์ด้วยระบบ letterpress เราก็เลยจัดทำให้ตามที่ต้องการ งานพิมพ์ 1 สี ตั้งใช้วิธีผสมสีพิเศษ เพื่อให้ได้ค่าสีที่ตรงกับ pantone ที่ลูกค้าเลือก เสร็จจากขั้นตอนการพิมพ์แล้ว จะรอแห้งอยู่ 1 วัน แล้วจึงค่อยนำไปปั๊มได้คัท เพื่อให้สติ๊กเกอร์ฉีกใช้งานได้ง่ายขึ้น

การพิมพ์ letterpress บนถุงขนม

โลกเรามีระบบการพิมพ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ระบบที่ทันสมัยอย่างดิจิทัลปริ๊นท์ที่เป็นเทคนิค electrophotography หรือระบบเลเซอร์ปริ๊นเตอร์ที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะเรียกกัน มีระบบ inkjet ที่เราเรียกว่าเครื่องพิมพ์พ่นหมึก มีระบบอ๊อพเซ็ทที่เป็นการพิมพ์แบบสีสันสวยงามใช้ทำใบปลิว และหนังสือภาพ และอีกระบบการพิมพ์หนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดก็คือ letterpress ที่มีอยู่ในโรงพิมพ์ thailetterpress แห่งนี้

ในหนังจีนกำลังภายใน ฮ่องเต้จะมีตราประจำพระองค์ เป็นแท่งหินหรือก้อนหยกทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ เวลาจะมีราชโองการไปสั่งลูกน้อง ก็จะมีการปั๊มตราของฮ่องเต้ ถ้าเป็นปัจจุบันเราจะเรียกว่าตรายาง ของฮ่องเต้เราเรียกว่าตราประจำพระองค์ ตราทั้ง 2แบบนี้ในโรงพิมพ์เราจะเรียกว่าแม่พิมพ์ การเอาแม่พิมพ์ไปทาด้วยหมึกหรือแตะกับหมึก แล้วเอาแม่พิมพ์ที่เปื้อนหมึกแล้วไปกดทับลงบนกระดาษ เราเรียกว่าการพิมพ์ letterpress มันคือคำว่า letter + press หรือ กดลงไปด้วยตัวหนังสือ

Thailetterpress

ที่เยอรมันมีนักประดิษฐ์พยายามจะแกะสลักแผ่นหินเป็นข้อความยาวๆ แล้วก็พิมพ์ด้วยเทคนิค letterpress แล้วก็พบปัญหาว่า เมื่อเขาแกะสลักแผ่นหินผิดพลาด เขาจะต้องทิ้งหินทั้งแผ่นไปเลย ทำให้ตัวหนังสือส่วนอื่นบนแผ่นหินที่ไม่ผิดก็ต้องถูกทิ้งไปด้วย เขาเลยพัฒนาต่อด้วยการแยกตัวอักษรแต่ละตัวบนแผ่นหินเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วอยากได้คำว่าอะไรก็หยิบเอาตัวอักษรมาวางเรียงต่อกัน และก็เรียงยาวๆกลายเป็นประโยค การเรียงตัวอักษรแบบนี้จะเรียกว่าเรียงพิมพ์ การเรียงพิมพ์ทำให้การผลิตหนังสือเกิดขึ้นได้ และในที่สุดโลกเราก็มีหนังสือที่จัดพิมพ์หลายสำเนาหรือผลิตจำนวนหลายเล่มเพื่อแจกจ่ายหรือขายได้อย่างกว้างขวาง และหนังสือเล่มแรกที่ถูกพิมพ์จำนวนมากก็คือ คัมภีร์ไบเบิ้ล ส่วนคนที่คิดระบบการเรียงตัวอักษรและประดิษฐ์แท่นพิมพ์ขึ้นมาก็คือ โยฮัน กูเตนเบิร์ก ไม่ใช่แค่การสร้างเครื่องพิมพ์ แต่ยังพัฒนากระดาษ และวางรากฐานการพิมพ์ไว้อย่างเป็นระบบ จนเขาได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งการพิมพ์

IMG_20210816_154140

ในประเทศไทยมีฝรั่งคนหนึ่งแวะมาเที่ยวเมืองไทย เขานำเครื่องพิมพ์ติดตัวมาด้วยในสมัยรัชกาลที่ 3 คนนั้นชื่อหมอบลัดเลย์ เป็นหมอ เป็นมิชชั่นนารี เป็นผู้เผยแพร่ศาสนา และเป็นผู้วางรากฐานการพิมพ์ให้ประเทศไทย เป็นเถ้าแก่โรงพิมพ์คนแรก พิมพ์หนังสือเล่มแรกในประเทศไทย และปัจจุบันระบบ letterpress ก็พัฒนาตัวอักษรมาทำด้วยโลหะตะกั่ว เราก็จะเรียกตัวอักษรเหล่านั้นว่าตัวตะกั่ว และก็ครองความรุ่งเรืองเป็นเทคโนโยลีการพิมพ์ที่อยู่หัวแถวมายาวนาน จนกระทั่งคอมพิวเตอร์เริ่มถูกสร้างขึ้นมา เครื่องพิมพ์อิเล็คทรอนิกเริ่มถูกสร้างขึ้น และระบบการพิมพ์อ๊อพเซ็ทก็ถูกพัฒนาขึ้น ภาพจากระบบอ๊อพเซ็ทให้สีสันสวยงาม พิมพ์ภาพถ่ายได้อย่างสมจริง ระบบ letterpress เลยเสื่อความนิยมลงไป

20210809173803_IMG_0197

งานพิมพ์ letterpress อย่างง่าย

งานพิมพ์ letterpress ไม่ได้จำกัดอยู่กับการพิมพ์การ์ด หรือ พิมพ์ตัวหนังสือ  ยังรวมถึงการพิมพ์รูปภาพต่างๆด้วยแม่พิมพ์ที่สร้างขึ้นมาด้วยหลักการของ letterpress  คือ แม่พิมพ์มีส่วนสัมผัสหมึก และไม่สัมผัส ทำให้การพิมพ์ภาพเกิดเป็นภาพตามที่ออกแบบไว้บนแม่พิมพ์

ปกติแม่พิมพ์ที่ใช้บ่อยในวงการพิมพ์แบบ letterpress ก็จะเป็นแม่พิมพ์เหล็ก และ แม่พิมพ์ยาง วันนี้เพิ่งพบว่ามีการใช้โฟมแทนแม่พิมพ์ด้วย  เทคนิคของการสร้างแม่พิมพ์จากโฟมก็อาศัยความนิ่มของเนื้อโฟม  เริ่มจากออกแบบลายเส้นที่ต้องการให้เกิดเป็นภาพ  แล้วทำการเอาดินสอจิกกดส่วนที่เป็นเส้นดำให้ลึกจมลงไป  จากนั้นก็เอาแม่พิมพ์ไปทาสีโปสเตอร์ หรือ สีพลาสติกก็ได้ แล้วเอามาประกบกับกระดาษที่ต้องการพิมพ์  หมึกที่ติดอยู่บนแผ่นโฟมก็จะมาติดบนกระดาษ  ส่วนของร่องลึกจะไม่โดนหมึก ก็จะไม่มีภาพในส่วนร่องลึกนั่นเอง

 

 

ขอขอบคุณพิพิธภัณฑ์เด็ก สวนจตุจักร ที่จัดกิจกรรมดีๆน่าสนใจ   สถานที่แห่งนี้เป็นที่แห่งความฝันของเด็กและพ่อแม่ทุกคน  เป็นที่เล่นสนุกสนานเหมาะสมกับพัฒนาการตามวัยของเด็ก  การจัดการของทีมบริหารพิพิธภัณฑ์มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมาก

 

ลูกผมมาใช้บริการที่นี่ตั้งแต่สี่ขวบ  ยังคงสนุกอยู่แม้ว่าจะมาเป็นรอบที่สิบแล้ว

Compare

กระดาษรองจานทำด้วย letterpress

ด้วยความหลงไหลในเนื้อกระดาษ ชอบผิวสัมผัสของกระดาษ และชื่นชอบการพิมพ์งานด้วยเทคนิค  letterpress ทำให้ผมคิดถึงการใช้กระดาษเนื้อสวยๆมาทำงานกระดาษรองแก้ว กระดาษรองจาน รวมไปถึงการทำกระดาษจดหมายบริษัทอีกด้วย

IMG_0134

ผมได้มีโอกาสไปคุยกับเพื่อนที่เปิดร้านอาหารและเครื่องดื่มแห่งหนึ่ง เพื่อนเล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ที่ร้านค้ามีคู่แข่งมาเปิดขายของคล้ายๆกัน  มีร้านอาหารเพิ่มขึ้นในพื้นที่โครงการ  มีร้านเครื่องดื่มขายน้ำผลไม้ปั่นมาเปิดอยู่ข้างๆ  ซึ่งเพื่อนขายน้ำผึ้งและกาแฟอยู่แล้ว  ทำให้ต้องคิดหาวิธีกระตุ้นยอดขาย วิธีฉีกออกจากคู่แข่ง รวมไปถึงวิธีเรียกร้องความสนใจให้ลูกค้าเดินเข้าร้านของตนมากขึ้น ผมก็เลยเสนอไอเดียกระดาษรองจานพิมพ์ด้วยระบบ letterpress

2017-10-13_10-00-24

ทีแรกก็เพื่อนไม่ค่อยมั่นใจว่าจะสวย แต่ผมก็เชื่อว่ามันสวยจริงๆ  แม้จะพูดคุยกันเกี่ยวกับ letterpress มาหลายครั้ง แต่ก็อยู่ในมิติอื่น  อยู่ในรูปแบบอื่น  การนำ letterpress มาใช้กับกระดาษรองจานดูเป็นเรื่องใหม่  เพราะหลายคนรวมทั้งเพื่อนผมมักจะคิดว่าแพง  แต่ในทางปฏิบัติ เราสามารถเลือกผลิตให้ราคาย่อมเยาลงได้

 

2017-10-10_09-18-33

 

ผมเอาโลโก้บริษัทของผมมาพิมพ์กระดาษเนื้อสีครีมให้ดูเป็นตัวอย่าง  หมึกสีดำกดทับบนกระดาษบางๆเป็นสิ่งที่ดูสวยดี และผมเชื่อว่าถ้ามันถูกวางใต้จาน หรือ ถ้วย มันจะสวย ก็เลยไปที่ร้านเพื่อนแล้ววางให้ดูจริงๆ

 

2017-10-10_09-19-03

 

แล้วมันก็ออกมาเป็นดังภาพที่สองนี้  ถ้วยกาแฟ ที่ใช้ทั้งใส่กาแฟ หรือใส่น้ำผึ้ง วางบนกระดาษรอง มีลวดลาย  letterpress ให้ดูสะดุดตา  วางบนโต๊ะไม้ แสงสว่างจากด้านนอกตึกช่วยส่องให้บรรยากาศบนโต๊ะดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังไอเดีย  ทันทีที่เพื่อนผมเห็นภาพนี้ ก็คิดต่อว่า จะเสิร์พเครื่องดื่มบนกระดาษใบนี้ และจะมีดินสอให้เขียนเล่นด้วย

 

lettepress เป็นเทคนิคการพิมพ์มีเสน่ห์ ใครเห็นใครก็รักจริงๆนะครับ

แถมภาพนี้ให้ดูเล่นครับ

2017-10-09 01.54.57 1

 

muji สร้างสรรค์ทั้งของ และวิธี

การซื้อสินค้าหรือของขวัญให้ใครสักคนหนึ่ง เราก็สามารถไปเลือกหาได้จากในห้างทั่วไป ร้านค้าต่างๆ ยิ่งสินค้าที่เป็นแนวเครื่องเขียนยิ่งมีทางเลือกมหาศาล  ทั้งในห้างใหญ่ ห้างเล็ก ในร้านบีทูเอส ร้านอ๊อฟฟิศเมท ร้าน loft ร้าน สมใจ  ร้านค้าเหล่านี้มีเครื่องเขียนหลากหลายให้เราตื่นตาตื่นใจตลอดทั้งปี  ทั้งแนวถูก แนวแพง แนวแปลก

แล้วทำไมเราถึงเข้าร้าน muji  ซึ่งเป็นร้านชื่อญี่ปุ่น หน้าตาญี่ปุ่น สินค้าดูญี่ปุ๊นญี่ปุ่น และราคาแพงกว่าร้านในย่อหน้าแรกทุกร้าน  แน่นอนว่าเราเข้าไปดู ไปเปิดหูเปิดตา ถ้าเรางก เราก็จะไปดูความสวยงามของสินค้า muji แล้วออกไปซื้อร้านอื่น ในหน้าตาอื่นๆ แต่ทำหน้าที่เดียวกัน  ทำให้เราได้ใช้แต่สมุดโน้ตหน้าตางั้นๆมาตลอดชีวิต

IMG_20170214_105516   แล้ววันหนึ่ง  ก็ลองซื้อ muji ใช้  เมื่อเลือกสิ่งที่ต้องการแล้ว ก็ให้พนักงานห่อของขวัญไปให้ ระหว่างที่รอห่ออยู่นั้น สายตาก็สอดส่องไปเจอมุมประหลาดอยู่มุมหนึ่งที่ไม่ค่อยเข้าใจว่ามันคืออะไร ดูอยู่นานก็พอจะนึกออกว่ามันคือ ตรายางสารพัดแบบ มีตัวหนังสือภาษาอังกฤษครบทุกตัว มีสัญลักษณ์ที่ใช้บ่อยในการทำป้ายห่อของขวัญ  และเมื่อถามพนักงานว่า เอาไว้ทำอะไร พนักงานขายก็อธิบายแบบที่เราเข้าใจ

IMG_20170214_105521

IMG_20170214_105527

เมื่อเราได้ห่อมาแล้ว เราก็เอามาพิมพ์ข้อความด้วยตรายางต่างๆด้วยตัวเอง  มีสัญลักษณ์ได้นิดหน่อย  เป็นการทำให้ห่อของขวัญของเราดูเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น  เป็นการสร้างความประทับใจให้กับผู้รับของอีกระดับหนึ่ง ซึ่งอะไรก็ตามที่มีชื่อคนอยู่ มักจะเป็นของที่ดูมีคุณค่า ผู้รับไม่อยากทิ้ง

แล้วสุดท้าย ผมก็เดินออกจากร้าน muji แบบที่ได้เลือกปั๊มตัวหนังสือตามใจเรียบร้อย  การช็อปปิ้งครั้งนี้ให้ประสบการณ์และความรู้ใหม่หลายอย่าง  อย่างแรก ผมเพิ่งรู้ว่า muji พยายามขนาดนี้ พยายามที่จะออกแบบทั้งสินค้าและวิธีขายที่สร้างความประทับใจได้ดีแบบนี้  ซึ่งผมยังไม่เคยพบกับสินค้ายี่ห้ออื่นๆ  เวลาเราไปหาซื้อสินค้าในห้าง อย่างมากเราก็ขอให้ร้านห่อของขวัญให้  แล้วเราก็ไปเขียนการ์ดในกระดาษสักใบมาติด แค่นี้ก็ปลื้มมากแล้ว  มาเจอห่อของขวัญมีพิมพ์ชื่อคน ยิ่งปลื้มเข้าไปใหญ่

อย่างที่สองคือ เครื่องเขียน กระดาษ ดินสอ ปากกา ของใช้ธรรมดาเหล่านี้ จะไม่ธรรมดาได้ด้วยวิธีการขายนั่นเอง  การสร้างคุณค่า การเพิ่มมูลค่า คือความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำให้ธุรกิจไม่ล่มสลายไปในยุคไทยแลนด์ 4.0 อันเป็นคำหวานจากภาครัฐฯ

4.0 ในความหมายของรัฐบาลคงหมายถึงการเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม  ส่วนในความหมายของมาเก็ตติ้งชีวิตดิ้นรนอย่างผม ขอเรียกว่า ยุค 4.0 คือ ยุคที่การขายของธรรมดาจะมีคู่แข่งทั่วประเทศตามพื้นที่ครอบคลุมของอินเทอเน็ตและระบบขนส่ง  ถ้าอยากอยู่รอดต้องทำมากกว่าคนอื่นนิดนึง

 

 

 

เครื่องพิมพ์ Heidelberg ระบบ letterpress

IMG_8061.JPG

2014-03-19-white-v1-DSC_0031

เครื่องพิมพ์รุ่นหนึ่งของ Heidelberg เป็นเครื่องพิมพ์ระบบ letterpress คนไทยเรียกว่าเครื่องพิมพ์ตีธง เพราะลักษณะมือจับกระดาษจะหนีบกระดาษแล้ววิ่งเข้าไปพิมพ์ตรงกลางเครื่อง แขนจับกระดาษเมื่อทำงานจะดูเหมือนธง ทำให้ถูกเรียกว่าเครื่องพิมพ์ตีธง

IMG_8059.JPG

เครื่องพิมพ์เครื่องนี้มีบทบาทกับการพิมพ์ในประเทศไทยในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2528 ซึ่งเป็นปีที่ผมได้เห็นเครื่องนี้ครั้งแรกในชีวิต เป็นเครื่องพิมพ์ที่พ่อเริ่มธุรกิจสิ่งพิมพ์ หรือประมาณสามสิบปีก่อน ช่วงที่ระบบการพิมพ์ยังไม่พัฒนามาก ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ แม่พิมพ์ต้องเป็นบล๊อกเหล็ก หรือเป็นตัวหนังสือทำจากตะกั่วตัวเล็กๆที่เราเรียกว่าตัวเรียงเอามาเรียงกันเป็นประโยค เครื่องพิมพ์เครื่องนี้จะมีงานพิมพ์ผูกขาดคืองานพิมพ์บิลใบเสร็จรับเงินต่างๆ นอกจากบล๊อกเหล็กและตัวเรียงตะกั่วแล้ว เครื่องพิมพ์ตีธงยังสามารถติดตั้งตัวรันนิ่งนัมเอร์ไว้ในบล๊อกพิมพ์ด้วย เพื่อให้การพิมพ์ในแต่ละหน้ามีตัวเลขที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นที่สุดของใบเสร็จรับเงิน หากใครจะพิมพ์บิลต่างๆที่ต้องมีตัวเลขเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็ต้องอาศัยการพิมพ์จากเครื่องพิมพ์ตัวนี้เกือบร้อยเปอร์เซ็น

IMG_8062.JPG

เมื่อการพิมพ์อ๊อพเซ็ทเริ่มได้รับความนิยม และราคาการผลิตแม่พิมพ์สำหรับเครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ทเริ่มถูกลง ระบบอ๊อพเซ็ทก็กลืนกินระบบการพิมพ์ letterpress ไปเสียเกือบทั้งหมด นามบัตรที่เคยพิมพ์ง่ายๆด้วยตัวเรียงและเครื่องพิมพ์ตีธงก็เปลี่ยนมาเป็นทำเพลทแล้วพิมพ์ด้วยระบบอ๊อพเซ็ทแทน การ์ดแต่งงาน การ์ดเชิญต่างๆ จากที่เคยพิมพ์เป็นตัวหนังสือเรียบๆ ก็พัฒนาการจัดหน้าเป็นอาร์ตเวิร์คที่ทันสมัย ต้องพิมพ์ระบบ 4 สี และก็หมายความว่าต้องพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ทเช่นกัน

IMG_8057.JPG

จากหลายๆเหตุผลทำให้ระบบการพิมพ์ letterpress ถูกมองข้ามละเลยไปจากตลาดส่วนใหญ่ ผู้คนแทบจะลืมคำว่า letterpress ไปเสียแล้ว โรงพิมพ์ต่างๆทะยอยนำตัวเรียงมาชั่งกิโลขาย เครื่องพิมพ์ตีธงถูกปล่อยให้ฝุ่นจับ บางแห่งโละช่างพิมพ์ตีธง  บางแห่งโละช่างเรียงตัวเรียง เครื่องพิมพ์ตีธงและตัวเรียงหายไปจากโรงพิมพ์ในยุคสิบปีที่ผ่านมา คนที่ยังมีเครื่องพิมพ์ตีธงอยู่ก็จะมีเก็บไว้ทำงานพิมพ์ตัวเลขบนใบเสร็จรับเงิน ซึ่งอาศัยเครื่องตีธงเพียงการพิมพ์ตัวเลขเท่านั้น เส้นสายแบบฟอร์มทั้งหน้ากระดาษยังพิมพ์ด้วยอ๊อพเซ็ทด้วยซ้ำ

letterpress-printing-IMG_0023Full

เมืองไทยเป็นเมืองที่เห่อเทคโนโลยี พอมีของใหม่มาก็หยุดใช้ของเก่าไปเสียดื้อๆ ระบบการพิมพ์ทันสมัยทำให้หนังสือและใบปลิวต่างๆทำได้ง่ายขึ้น ระบบการพิมพ์อ๊อพเซ็ทที่สวยขึ้นทุกวัน ระบบการพิมพ์ดิจิทัลที่ทำจำนวนน้อยได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ระบบ letterpress ค่อยๆห่างหายไปจากสายตา แต่ในทางกลับกัน เมืองฝรั่ง เมืองที่เป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยี่การพิมพ์ต่างๆ ยังคงใช้งาน letterpress อยู่อย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นเสียด้วย

19oct2013-DSCF8507-bw

ในภาคธุรกิจ กระดาษหัวจดหมาย และนามบัตรของฝรั่งมักจะถูกจัดพิมพ์ด้วยระบบ letterpress อาจจะเป็นเพราะค่าใช้จ่ายในเมืองฝรั่งค่อนข้างสูงมาก การใช้เครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่และไฮเทคคงมีต้นทุนที่สูง และบริษัททั้งหลายก็คงไม่ได้อยากได้สิ่งพิมพ์ปริมาณมาก เครื่องพิมพ์ letterpress เลยมีช่องทาง เพราะเครื่องพิมพ์ letterpress โบราณเหล่านี้แทบไม่มีราคาแล้ว ค่าใช้จ่ายในการสั่งพิมพ์ก็ไม่สูงมาก และที่สำคัญทำจำนวนน้อยชิ้นได้

thailetterpress-sample-IMG_0109

นอกจากสิ่งพิมพ์ในภาคธุรกิจแล้ว การพิมพ์การ์ดเชิญงานแต่งงานก็ได้รับความนิยมทำในระบบ letterpress ด้วย ด้วยลักษณะเฉพาะตัวของ letterpress ที่มีสีสันสดอิ่ม มีรอยกดจมไปพร้อมกับหมึกทำให้ดูมีเสน่ห์ ดูหรูหรา กลายเป็นทางเลือกที่คู่แต่งงานชอบ และเครื่องพิมพ์ letterpress ยังสามารถพิมพ์กกระดาษหนาพิเศษได้อีกด้วย โดยมันสามารถพิมพ์กระดาษหนาได้ถึง 1.6 มิลลิเมตร หรือกระดาษประมาณ 620g ขณะที่เครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ทรับกระดาษได้เพียง400g เท่านั้น และเครื่องพิมมพ์ดิจิทัลก็รับกระดาษได้หนาเพียง 300g และที่สำคัญ เครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ทและดิจิทัลทั้งหลายสร้างรอยกดทับแบบ letterpress ไม่ได้

IMG_0119

ในปัจจุบัน งานพิมพ์ letterpress กำลังจะกลายเป็นงานอาร์ตขั้นเทพ เป็นงานฝีมือที่แสดงตัวตนของคนเสพงานแนวนี้  โรงพิมพ์ที่พอจะทำงานแนวนี้ได้มีอยู่ไม่มาก  เพราะรายได้จากงาน letterpress ไม่ได้มากมายเหมือนงานพิมพ์อ๊อพเซ็ท  โรงพิมพ์ส่วนใหญ่ย่อมไม่อยากเสียเวลาและเสียทรัพยากรบุคคลไปกับงานอาร์ตหาลูกค้ายาก  คนที่พอทำได้ก็อาจจะทะยอยเลิกทำไป  สุดท้ายระบบการพิมพ์ letterpress อาจจะเป็นงานทำกันเองในบ้านใครสักคน มากกว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม

การ์ดแต่งงานระบบ letterpress เทคโนโลยีศตวรรษที่แล้ว

IMG_0120

IMG_0093

IMG_0094

การ์ดแต่งงานที่พิมพ์ด้วยระบบ letterpress กลายเป็นของหรูและหาที่พิมพ์ยากไปเสียแล้ว ด้วยเหตุผลคือ เครื่องพิมพ์ที่จะพิมพ์กระดาษหนาได้นั้นไม่มีผลิตขายออกมาอีกแล้วในปัจจุบัน ต้องอาศัยเครื่องรุ่นเก่าอายุหลายสิบปี ต้องอาศัยช่างพิมพ์ที่เคยหัดและทำงานกับเครื่องพิมพ์โบราณ เทคนิคการพิมพ์ของศตวรรษที่แล้วกำลังจะมีที่ยืนที่ใหม่ในตลาดยุคดิจิทัล เพราะเครื่องพิมพ์ดิจิทัลไม่มีเสน่ห์แบบนี้ ดิจิทัลมีความเร็ว ความแม่นยำ แต่ไม่มีความปราณีตใส่ใจ อารมณ์ของระบบการพิมพ์แต่ละอย่างมีไม่เหมือนกัน

20150509

กระดาษชานอ้อยหนาพิเศษ 1.6 มิลลิเมตร กับบล๊อกเหล็ก พิมพ์สีด้วยเครื่องพิมพ์ตีธง งานลักษณะโบราณแบบนี้อาศัยช่างพิมพ์ที่หายากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเทคนิคการผสมสีเลียนแบบค่าสี pantone ซึ่งต้องใช้ช่างพิมพ์อ๊อพเซ็ทอีกคนหนึ่งที่มีประสบการณ์สูงมาช่วยผสมสี  เพราะช่างพิมพ์เครื่อง letterpress จะผสมสีไม่เก่ง  เนื่องจากเครื่องพิมพ์ letterpress ในอดีตมักจะถูกนำมาใช้พิมพ์งานแบบฟอร์ม ใบเสร็จรับเงิน ซึ่งมักจะเป็นสีดำ หรือ น้ำเงินมาตรฐาน มีสีสำเร็จรูปให้ใช้  แต่กับสีที่เหมือน pantone ต้องผสมเอง  กว่าจะออกมาเป็นใบสำเร็จต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญเฉพาะทางหลายคน โรงพิมพ์เล็กๆก็จะไม่ค่อยมีช่างครบครัน โรงพิมพ์ใหญ่ก็จะไม่รับงานเล็ก  และไม่รับงานที่ต้องใช้เครื่องพิมพ์โบราณ งานแนวนี้ใครทำได้ดี ลูกค้าจะตามกันมาหาเอง

IMG_0122

IMG_0123_1

EM technology สิ่งที่ไม่เคยมีใครบอก

หลังจากที่ผมดูวิดีโอนี้จบ ผมก็ตั้งคำถามกับตัวเองหลายข้อ
ทำไมไม่มีใครในเมืองไทยเอาเรื่องแบบนี้มาถ่ายทอดให้เรารับรู้ ตอนน้ำท่วมใหญ่ประเทศไทย ลูกบอล EM มีบทบาทมากในช่วงการแก้ปัญหาน้ำขัง
ทำไมไม่มีโปรดักเกี่ยวกับ EM มาวางขายใกล้ตัวผม หาซื้อง่ายๆ
ทำไม EM ในความรู้สึกผมมันสกปรก และ ไม่น่าใช้ แต่ในวิดีโอนี้มันน่ารักมาก

ผมโทรหาคนที่น่าจะรู้เรื่องการผลิตกระดาษในประเทศไทยโทรคุยจนเขาพร้อมให้ลองทำ หา EM ไปให้เขา เดี๋ยวจะลองให้
ผมโทรหาคนที่รู้เรื่องจุลินทรีย์ และได้รู้ว่า EM มีหลายแบบ ถามว่าทำไมเช็ดกระจกได้ เขาบอกว่า EM จะย่อยของเสียให้แล้วได้แอลกอฮอร์ และทำให้เช็ดกระจกได้ เพราะน้ำยาเช็ดกระจกจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอร์

ประเทศไทยมี EM มานานแล้ว แต่การนำไปใช้จำกัดอยู่ในวงแคบ  ไม่มีไอเดียน่าสนใจในการชักชวนให้ใช้  ผมหวังว่าจะมีคนช่วยทำให้ EM มีบทบาทมากขึ้น และถูกใช้ประโยชน์มากขึ้นในทุกๆทางที่มันทำได้

พิมพ์การ์ดแต่งงานด้วยระบบ letterpress

IMG_1419thailetterpress

การ์ดแต่งงานเป็นตัวแทนของเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่จะเชื้อเชิญแขกให้มาร่วมงาน บุคลิกของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นอย่างไรก็จะสะท้อนภาพแรกออกมายังการ์ดแต่งงานใบนี้ หลายคู่เลือกใช้การ์ดสำเร็จรูป แต่ก็มีบางคู่ที่อยากได้การ์ดแต่งงานที่แตกต่างออกไป

ในเมื่อการแต่งงานคือความทรงจำที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิตของคนส่วนใหญ่ ไม่เคยมีใครวางแผนแต่งงานมากกว่าหนึ่งครั้งถ้าไม่จำเป็น ดังนั้นความทรงจำที่มีกับงานแต่งงานครั้งหนึ่งในชีวิตก็เป็นเรื่องราวที่ควรได้รับการออกแบบ ตั้งแต่รูปแบบการจัดงาน การเลือกชุด การเลือกสถานที่ การเลือกอาหาร การเลือกช่างภาพ การเลือกวงดนตรี การเลือกสิ่งต่างๆที่ประกอบอยู่ในงาน การ์ดแต่งงานก็เป็นสิ่งที่ควรได้รับการออกแบบอย่างปราณีตเพื่อเป็นความทรงจำอย่างแรกที่แขกจะมีต่อเจ้าภาพ และมันจะเป็นความทรงจำระยะยาวที่จะทำให้ผู้คนจดจำบ่าวสาวได้หากงานแต่งงานครั้งนี้มีอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ หากงานแต่งงานครั้งนี้มีอะไรบางอย่างที่แตกต่างไปจากงานอื่นๆ

มีวิธีมากมายในการสร้างการ์ดแต่งงานขึ้นมา ตามแต่จินตนาการของเจ้าภาพและที่ปรึกษาของเจ้าภาพ ตำแหน่งที่ปรึกษาก็หมายถึงเพื่อนที่เคยแต่งงานมาแล้ว หรือ เพื่อนผู้ที่มีประสบการณ์ในการออกแบบและสั่งทำการ์ด และที่ปรึกษาอาจหมายถึงออแกไนเซอร์ที่ช่วยจัดงาน การ์ดแต่งงานที่ทำได้เร็ว และเป็นรูปแบบมาตรฐานที่พ่อแม่คุ้นเคยก็คือไปแถวๆพาหุรัด แล้วหาร้านขายของชำร่วยที่หน้าร้านมีบอกว่ารับพิมพ์การ์ดแต่งงาน แล้วก็บอกเขาว่าจะแต่งงานเมื่อไหร่ เขียนรายชื่อพ่อแม่สองฝ่าย สถานที่จัดงาน ชื่อบ่าวสาว และวันเดือนปี แล้วเลือกการ์ดจากแค็ตตาล๊อค แล้วก็จ่ายเงิน อีกสามถึงห้าวันมารับของได้ วิธีนี้จบ ได้การ์ด ได้ของชำร่วย เสียเวลาเดินทางแค่สองวัน คือวันแรกไปสั่งการ์ด วันที่สองตอนไปรับการ์ด เหมาะกับคนที่ไม่อยากคิดอะไร ไม่อยากเสียเวลา ราคาก็จะถูกที่สุดด้วย แต่การ์ดแบบนี้ อย่าคาดหวังว่าแขกจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก เพราะไม่รู้ว่าอีกกี่สิบกี่ร้อยคู่ที่จัดงานปีเดียวกันก็ใช้การ์ดแบบนี้

การออกแบบการ์ดเองแล้วสั่งพิมพ์เองเป็นรูปแบบที่น่าสนใจ เพราะจะได้การ์ดที่แสดงตัวตนของบ่าวสาวได้ดี สามารถออกแบบให้ถูกหรือแพงก็ได้ การออกแบบและสั่งทำเองนี้จะมีสองแนวทางคือแนวง่ายและเร็ว กับแนวยากแต่เท่ห์สะใจ ซึ่งทั้งสองแนวทางนี้จะมีราคาค่าใช้จ่ายสูงกว่าการ์ดพาหุรัดเสมอ แนวง่ายและเร็วก็คืออาจจะเป็นการออกแบบแล้วทำอาร์ตเวิร์คด้วยโปรแกรมจัดหน้าในคอมพิวเตอร์ แล้วก็เอาไฟล์ไปให้โรงพิมพ์จัดพิมพ์ อาจจะพิมพ์การ์ดและซองไปด้วยเลย ขั้นตอนการพิมพ์ก็จะเป็นการพิมพ์ระบบอ๊อพเซ็ท โรงพิมพ์บางแห่งอาจจะเป็นระบบดิจิทัล ถ้าเป็นระบบอ๊อพเซ็ทอาจจะต้องใช้เวลาในโรงพิมพ์ประมาณ 7 วัน แต่ถ้าเป็นงานพิมพ์ระบบดิจิทัลก็อาจจะใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน เพราะไม่ต้องเสียเวลาทำเพลท

IMG_1428thailetterpress

ถ้าพ้นจากแนวง่ายและเร็วไปแล้วก็จะเป็นแนวยากแต่เท่ห์ นั่นก็คือเป็นการพิมพ์ในโรงพิมพ์เหมือนเดิม แต่จะเพิ่มขั้นตอนพิเศษเข้าไปด้วย คืออาจจะเป็นงานพิมพ์ระบบดิจิทัลก็ได้ ระบบอ๊อพเซ็ทก็ได้ แล้วเพิ่มขั้นตอนอย่างการปั๊มนูนที่โลโก้ แบบนี้ก็จะได้ความแปลกและน่าสนใจเพิ่มขึ้น อาจจะเพิ่มเทคนิคการปั๊มเงิน ปั๊มทองเข้าไปด้วยเพื่อให้ดูหรูเลิศขึ้นไปอีก อาจจะมีการเพิ่มเทคนิคการเคลือบผิวเข้าไป หรืออาจจะใช้เทคนิคการประกบกระดาษเพื่อเพิ่มความหนาให้รู้สึกหนามากจนดูเด่น ไม่ว่าจะเพิ่มเทคนิคอะไรเข้าไปก็จะเป็นการเพิ่มความดูดี ความน่าสนใจ และแน่นอนว่าราคาสูงขึ้น แต่ก็ได้มาซึ่งความเท่ห์ที่มากกว่าปกติ เหมาะกับบ่าวสาวที่ต้องการความพิเศษ ต้องการให้การ์ดดูแตกต่าง

ในช่วงไม่กี่ปีนี้มีการ์ดแต่งงานอีกรูปแบบหนึ่งที่ค่อยๆได้รับความนิยมขึ้นมา เป็นการ์ดที่มีลักษณะพิเศษกว่าการพิมพ์อ๊อพเซ็ท และระบบดิจิทัล นั่นก็คือการ์ดที่พิมพ์ด้วยเทคนิค Letterpress ซึ่งเป็นเทคนิคการพิมพ์ที่โบราณที่สุด เป็นระบบการพิมพ์ที่เกิดขึ้นมาหลายร้อยปีแล้ว แต่ได้มีการนำมาใช้กับงานพิมพ์ในรูปแบบใหม่ให้น่าดูยิ่งขึ้น ทำให้การ์ดลักษณะนี้มีความพิเศษ มีลักษณะเฉพาะตัวที่เลียนแบบได้ยาก

การพิมพ์ระบบ Letterpress คือการพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์ที่มีความแข็ง แกะลายเป็นตัวหนังสือหรือรูปทรงต่างๆ แล้วนำไปป้ายด้วยหมึกพิมพ์ จากนั้นก็นำไปกดทับลงบนกระดาษ ลักษณะจะคล้ายกับการพิมพ์ตรายางที่เราคุ้นเคย แต่จะแตกต่างจากตรายางตรงที่ แม่พิมพ์ตรายางจะทำด้วยแผ่นยางติดไว้บนไม้ แต่แม่พิมพ์ Letterpress ที่พูดถึงนี้จะทำด้วยแผ่นเหล็กแทนยาง

IMG_1437thailetterpress

ลักษณะเครื่องพิมพ์ที่จะพิมพ์ระบบ Letterpress จะมีหลักการคือ แม่พิมพ์จะยึดติดไว้กับแท่น แล้วมีลูกกลิ้งหมึกคอยพาหมึกมาทาบนแม่พิมพ์ แล้วก็มีหน่วยป้อนกระดาษที่จะพากระดาษไปสัมผัสกับแม่พิมพ์จนเกิดเป็นภาพ การ์ดแต่งงานที่พิมพ์ด้วยระบบนี้จะมีความละเอียดไม่มาก แต่จะมีลายเส้นที่มีน้ำหนักกดทับที่ชัดเจน เพราะเป็นการเคลื่อนกระดาษไปกดลงบนแม่พิมพ์ และการกดทับที่มากเป็นพิเศษจะทำให้งานพิมพ์ดูมีเสน่ห์ ซึ่งแตกต่างจากระบบการพิมพ์อ๊อพเซ็ทที่แทบจะไม่มีการกดทับให้กระดาษเป็นรอยเลย

IMG_1444thailetterpress

การกดทับจนเกิดเป็นรอยลึก หรือรอยจมลงบนเนื้อกระดาษจะยิ่งมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นหากเราใช้กระดาษที่หนาขึ้น กระดาษทั่วไปที่ใช้พิมพ์การ์ดเชิญรูปแบบต่างๆจะมีความหนาประมาณ 300 แกรม แต่การ์ดแต่งงานที่เราพยายามทำให้แตกต่างนั้นจะใช้กระดาษที่หนาเป็นพิเศษ นั่นคือเราเลือกใช้กระดาษชานอ้อยที่มีความหนาประมาณ 500-600 แกรม ความหนาของกระดาษชานอ้อยนี้เมื่อมองด้วยตาเปล่าแล้วน่าจะมีความหนาประมาณ 1-2 มิลลิเมตร นั่นหมายความว่ากระดาษชานอ้อยเป็นกระดาษที่หนามาก หนาจนไม่สามารถจะดัดโค้ง หรือพับงอได้

ลักษณะงานพิมพ์ Letterpress จะมีเนื้องานที่มีความดิบ รอยหมึกที่กดทับเป็นภาพหรือตัวหนังสือจะมีลักษณะไม่สม่ำเสมอ บางส่วนอาจจะดูแล้วเป็นเส้นบาง บางส่วนอาจจะดูแล้วเป็นเส้นหนา บางครั้งดูเหมือนเป็นตัวหนังสือขาดวิ่น ที่กล่าวมาล้วนเป็นเสน่ห์ของระบบการพิมพ์ Letterpress ความไม่เพอเฟ็คเหล่านี้เป็นบุคคลิกเฉพาะตัว ความหนาของกระดาษ และความลึกของรอยกดมันทำให้ผู้จับการ์ดรู้สึกว่ามันออกมาด้วยความตั้งใจ แน่นอนว่ามันมีโอกาสถูกเก็บเป็นที่ระลึกมากกว่าการ์ดลักษณะอื่นๆ

IMG_1445thailetterpress

Untitled

Untitled

การพิมพ์ Letterpress 1 สี จะใช้แม่พิมพ์ 1 ชิ้น หากจะพิมพ์ 2 สี ก็จะใช้แม่พิมพ์ 2 ชิ้น ยิ่งมีจำนวนสีเยอะ ก็ยิ่งใช้แม่พิมพ์เยอะขึ้น ในตัวอย่างนี้เป็นการ์ดแต่งงานที่ใช้แม่พิมพ์ 4 ชิ้น โดยสองชิ้นแรกจะพิมพ์ด้านหน้า โดยหนึ่งชิ้นเป็นหมึกสีน้ำตาล อีกหนึ่งชิ้นสำหรับด้านหน้าจะพิมพ์แบบไม่ใส่หมึกเพื่อกดให้เป็นรอยจมแต่เพียงอย่างเดียว ส่วนด้านหลังก็จะมีสองสี ใช้แม่พิมพ์อีก 2 ชิ้นสำหรับแต่ละสี รวมเป็น 4 ชิ้น

IMG_1432thailetterpress

IMG_1434thailetterpress

การ์ดแต่งงาน letterpress

การ์ดแต่งงานที่พบในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ แบบที่ทำยากและไม่ค่อยพบว่ามีใครเขาทำกันคือแบบ letterpress ปกติเวลาได้รับการ์ดแต่งงานเราก็จะได้รับการ์ดสีครึมหรือสีชมพู ในนั้นก็จะพิมพ์ด้วยตัวสีทอง หรือสีเงิน เป็นงานปั๊มทองเค ในโรงพิมพ์จะเรียกว่า เคทอง หรือ เคเงิน คำว่า “เค” มาจากไหนผมก็ไม่แน่ใจ แต่มันก็คือการเอาบล็อกเหล็กมาติดกับแผ่นความร้อนแล้วเอาไปกดแผ่นทองชนิดพิเศษ แผ่นทองเมื่อโดนความร้อนจะละลายติดกับกระดาษ แรงกดและความร้อนจะทำให้ทองติดบนกระดาษ การพิมพ์แบบนี้ก็เป็น letterpress ประเภทหนึ่ง แต่มันไม่มีสี

เมื่อต้นเดือนนี้ผมทำการ์ดแต่งงานให้ลูกค้ารายหนึ่ง เจ้าภาพต้องการอารมณ์ letterpress คือตัวหนังสือมีรอยจมลงไปอย่างเด่นชัด ผมดูอาร์ตเวิร์คแล้วก็เลือกที่จะพิมพ์ด้วยระบบอ็อพเซ็ทแทนที่จะพิมพ์ด้วยบล็อกเหล็กตรงๆ เพราะว่ากระดาษที่ใช้เป็นสีขาวงาช้าง มีการย้อมสีพื้น ตัวหนังสือเป็นสีประมาณสามสี การพิมพ์ letterpress ลงบนพื้นที่กว้างๆเป็นสิ่งที่ไม่น่าทำ มันเหมือนตรายางที่ไม่สามารถจะกดหมึกได้เรียบตลอดกระดาษ ยิ่งกระดาษมีรอยเป็นลอนๆเสียด้วยยิ่งพิมพ์แล้วไม่สวย

ผมใช้วิธีพิมพ์อ็อพเซ็ทด้วยสีพิเศษจำนวน 4 สี ค่าสีระบุตามรหัสสีของ pantone ทำเพลทสีพิเศษ 4 ใบ ผสมสีตามตัวอย่างของ pantone พิมพ์จริง 1 รอบเพื่อให้ลูกค้าตรวจ เมื่อสีผ่านแล้วก็ค่อยพิมพ์จริงทั้งหมด กระดาษเท็กเจอร์ เลือกกระดาษชื่อ ACQ สีขาวงาช้างความหนา 300g พอพิมพ์เสร็จก็เอาบล็อกเหล็กสำหรับทำงานปั๊มจมมาทำการปั๊มต่อ ก็คือมีบล็อกเหล็กสองแผ่น แผ่นบนจะเป็นตัวผู้มีตัวหนังสือตรงกับอาร์ตเวิร์คตัวหนังสือทุกคำ แผ่นล่างจะเป็นบล็อกตัวเมีย ปั๊มจมเพื่อสร้างรอยกดให้เหมือนเป็นงาน letterpress โดยตั้งน้ำหนักกดให้ไม่มากเกินไป เอามือลูบผ่านตัวหนังสือจะรู้สึกจมก็พอ

ตอนที่อยู่ในขั้นตอนการพิมพ์และปั๊มก็ลุ้นว่าจะออกมาสวยไหม พองานจบก็โล่งใจ สวยตามที่คิดไว้ หยิบตัวอย่างมาถ่ายภาพเก็บไว้ การถ่ายภาพรอยจมของกระดาษเป็นเรื่องที่ยากเหมือนกัน ต้องใช้เลนส์มาโครโฟกัสใกล้ๆ เลือกแนวแสงสว่างให้ช่วยเน้นรอยจมให้ดูชัดขึ้น ก็ได้ภาพตามที่เห็น