เครื่องพิมพ์ดิจิทัลอยู่ๆก็รวน สีซีดกระทันหัน

เครื่องพิมพ์ดิจิทัลที่ใช้งานอยู่เป็นเครื่องพิมพ์ที่ผมใช้งานมาหลายปีแล้ว และปีนี้มันก็แก่มากแล้ว ทางผู้ให้บริการก็แจ้งว่า จะหยุดการให้บริการเรื่องหมึกและซ่อมบำรุงในปีนี้(พศ2563) ซึ่งมันก็สมควรแก่เวลา เพราะนับๆดู เครื่องพิมพ์รุ่นนี้ก็ทำงานมานับสิบปี ชิ้นส่วนต่างๆก็เริ่มแตกหัก ต้องดัดแปลงหาอะไหล่ทดแทนกันเป็นบางชิ้น

อาการสีซีด fujixerox 50651028987_9ac2e18746_k blur

ภาพที่เห็นนี้คืออาการสีซีดกระทันหัน ด้านซ้ายคือใบแรกที่ออกจากเครื่องพิมพ์ ด้านขวาคือใบที่ 350 ซึ่งมีอาการสีซีดขั้นรุนแรง และเมื่อโทรเรียก call center เพื่อแจ้งปัญหา ก็ไปเจอคู่สายเต็ม พนักงานให้บริการท่านอื่นอยู่ เว้นช่วงโทรห่างกันครึ่งชั่วโมงยังไม่ได้คุยกับช่างเลย สุดท้ายระบบตอบรับบอกให้ไปเข้าหน้าเว็บแล้วไป chat ในเว็บเลย ก็เลยไปแจ้งที่ช่องทางนั้นแทน อาการเสียเกิดขึ้นประมาณ 9.30 น. ใช้เวลาประมาณ 40 นาที บริษัทถึงจะรับข้อมูลแจ้งได้เรียบร้อย และช่างโทรหาผมตอน 10.30น. บอกว่าจะเข้ามาถึงประมาณเที่ยง

2020-12-01_04-30-09

ช่างตรวจอยู่พักใหญ่ก็สรุปอาการได้ว่า มอเตอร์ตัวนึงที่อยู่ในระบบหมึกสีชมพูหรือmagenta เสีย ทำให้หมึกไม่ถูกลำเลียงลงไปยังตัวสร้างภาพ สีก็เลยซีดแบบทันทีทันใดแบบนี้ ช่างจัดการเปลี่ยนอะไหล่ให้ และทุกอย่างก็กลับมาปกติ

สรุป
อาการเสียที่เกิดขึ้นกับเครื่องพิมพ์สามารถตรวจพบและซ่อมได้ไม่ยาก การเปลี่ยนอะไหล่สามารถแก้ปัญหาได้ สิ่งที่ควรปรับปรุงก็คือ ระบบรับแจ้งปัญหาหรือ call center ที่บอกลูกค้าว่าให้บริการเต็มทุกคู่สาย มันสร้างความน่าหงุดหงิดให้กับลูกค้าจริงๆ

บริการหลังการขาย ฟูจิซีร๊อกส์ ไม่ประทับใจ

หลังจากใช้งานเครื่องพิมพ์ Fujixerox x700 และเป็นลูกค้ามาปีที่ 6 โดยในช่วงปีแรกผมมีการพูดถึงการใช้งานและบ่นเรื่องบริการไปหลายอย่าง ด้วยงานที่เยอะขึ้น เราก็ทำงานไปโดยไม่ได้บ่นอะไรอีก เพราะตอนมีปัญหาเราก็ลืมที่จะบันทึกเอาไว้ พอแก้ปัญหาได้ เราก็รีบทำงานส่งลูกค้าแล้วก็ลืมที่จะกลับมาจดบันทึกเอาไว้

WP_20150928_001

มาวันนี้ มีปัญหาเกิดขึ้น และผมมีเวลาบันทึก ก็เพราะว่า วันเสาร์ประมาณ 16.30 น. เครื่องพิมพ์มีปัญหาบางส่วนของภาพหายไปตอนพิมพ์ และเป็นปัญหาทุกแผ่นที่พิมพ์ เปลี่ยนไฟล์ก็ไม่หาย เลยแจ้ง callcenter ไป ปกติจะต้องมาถึงภายในเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อตกลงการใช้บริการ แต่วันเสาร์ไม่มีช่าง standby แล้วรอวันจันทร์ก็ได้

วันจันทร์ 10.30น. ช่างยังไม่มา โดยก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมงก็ได้โทรไปตามแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครให้คำตอบว่าช่างจะมาเมื่อไหร่ งานของโรงพิมพ์ที่รับปากลูกค้าไว้ต้องเลื่อนส่งงาน งานจะโดนรีเจ๊คหรือเปล่าเราก็ยังไม่รู้ เพราะลูกค้าของโรงพิมพ์ท่านนี้เป็น เอเจนซี่ เขารับงานจากโรงพิมพ์แล้วก็ต้องไปส่งงานให้ลูกค้าของเขาอีกที เดิมทีก่อนเครื่องมีปัญหาเราก็นัดลูกค้าว่างานจะเสร็จวันเสาร์ พอเครื่องมีปัญหาก็เลยต้องเลื่อนออกไป แล้วโรงพิมพ์ก็ไม่กล้านัดกับเอเจนซี่แล้ว เพราะไม่รู้ว่าช่างของฟูจิซีร๊อกส์จะเข้ากี่โมง

10.45น. ผมมีเวลาว่างนิดหน่อย เพราะงานต้องรอ ต้องรอช่างซ่อมเครื่องฟูจิซีร๊อกส์x700 ระหว่างที่รอก็เลยบันทึกเอาไว้อ่านกันลืม โรงพิมพ์เป็นลูกค้ามาหกปีแล้ว จ่ายเงินตรงเวลาทุกเดือน เรารักษาสัญญาณกับฟูจิซีร๊อกส์ว่าเราจะใช้บริการและจ่ายเงิน เราตรงไปตรงมา แต่ช่างบริการของฟูจิซีร๊อกส์กลับไม่สามารถทำตามสัญญาได้ สัญญาคือจะเดินทางมาซ่อมเครื่องภายใน 2 ชั่วโมง ซึ่งรอบนี้ เราก็คาดว่าช่างคงมาช้าไม่ทันตามสัญญา ที่เราคาดเดาว่าไม่ทัน เพราะหลายๆทีที่มีปัญหาช่างก็มาทันบ้าง ไม่ทันบ้าง

ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 6

เครื่องพิมพ์ดิจิทัล fujixerox รุ่น x700 ทำงานมาครบปีแล้ว หลังจากที่ผ่านการทำงานไม่มากไม่น้อย มีอาการเสื่อมสภาพบางชิ้นส่วน เปลี่ยนอะไหล่ก็หายดี การทำงานกับเครื่องพิมพ์ตัวนี้เริ่มใช้งานบางฟังค์ชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกบางอย่าง และพอเริ่มใช้ก็เริ่มพบข้อจำกัดบางอย่าง

เครื่องพิมพ์ตัวนี้มีถาดใส่กระดาษ 7 ชุด แต่ละชุดจะมีปริมาตรใส่กระดาษได้ไม่เท่ากัน งานที่พิมพ์เยอะๆต้องใช้ช่องใส่กระดาษถาด 6 และ 7 งานบางประเภทที่แบ่งว่าหน้าปกเป็นกระดาษหนา เนื้อในเป็นกระดาษบางสามารถสั่งเครื่องพิมพ์ให้พิมพ์งานโดยใช้กระดาษทั้งสองชนิดได้ นั่นเป็นข้อดีที่รู้อยู่แล้วตอนซื้อเครื่อง แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้ใช้ฟังค์ชั่นนี้เลย

ที่ผ่านมาเวลาต้องการงานพิมพ์เป็นเล่มที่ใช้ปกหนากว่าเนื้อใน จะทำการแยกพิมพ์เป็นสองจ็อบ ก็คือ จ็อบปก และจ็อบเนื้อใน พิมพ์แยกกัน แล้วก็ค่อยเอามาทำเล่มรวมกัน ทำอย่างนี้มาตลอดไม่มีปัญหาอะไร วันดีคืนดีอยากจะใช้ฟังค์ชั่นอำนวยความสะดวกโดยการสั่งจ็อบเดียวแล้วให้มันพิมพ์ปกกับเนื้อในด้วยกระดาษสองชนิดมันก็ทำให้ได้ แต่มีสิ่งที่ค้นพบก็คือมันช้าเหลือเกิน ช้ามาก

งานพิมพ์หนังสือ 16 หน้าเย็บแม็ก แค่เล่มเดียวควรจะใช้เวลาให้กระดาษไหลไม่เกิน 30-35 วินาที หรือเท่ากับความเร็วกระดาษไหลไป 4 แผ่น แต่พอสั่งให้พิมพ์กระดาษสองชนิดพร้อมกัน โดยให้กระดาษบางอยู่ถาด 6 กระดาษหนาอยู่ถาด 7 เครื่องก็ทำตามสั่งได้ไม่ผิดพลาด แต่ใช้เวลาค่อนข้างนานในการเปลี่ยนกระดาษจากถาดอื่นๆ เข้าใจว่าการพิมพ์กระดาษบางใช้ความร้อนน้อย พิมพ์กระดาษหนาใช้ความร้อนเยอะ พอพิมพ์กระดาษบางในเล่มเสร็จแล้วต้องเริ่มพิมพ์กระดาษหนา เครื่องจะต้องหยุดวิ่งเพื่อเพิ่มความร้อนให้มากขึ้นก่อน เมื่อความร้อนถึงจุดที่กำหนดถึงจะพิมพ์กระดาษหนาได้ และเมื่อพิมพ์กระดาษหนาสำหรับหน้าปกเสร็จแล้วก็ต้องเปลี่ยนไปพิมพ์กระดาษบาง เครื่องก็จะต้องคลายความร้อนออก รอให้ความร้อนลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะกับกระดาษบางแล้วค่อยพิมพ์ต่อ การทำหนังสือหนึ่งเล่มต้องใช้เวลารอความร้อนขึ้นและลงนานกว่าเวลาที่กระดาษวิ่งเสียอีก จาก 1 เล่มถ้าพิมพ์ไม่เปลี่ยนกระดาษจะใช้เวลา 30 วินาที กลายเป็นว่าพอเปลี่ยนกระดาษจะต้องใช้เวลารวมทั้งหมดเป็นเล่มละ 2 นาที ความเร็วลดลงไปสี่เท่า

ถ้างานน้อยๆทำไม่กี่เล่มก็พอจะรอได้ แต่ถ้าต้องทำเป็นร้อยเป็นพันเล่ม แยกพิมพ์ปก กับแยกพิมพ์เนื้อในคนละจ็อบน่าจะเสร็จงานเร็วกว่า

รับงานถ่ายภาพที่พัทยา ไปๆกลับๆ

สัปดาห์ที่แล้ว พี่ที่รู้จักท่านหนึ่งโทรมาถามเรื่องถ่ายภาพ ต้องการให้ไปถ่ายภาพงานสัมมนางานหนึ่ง ตัวงานจัดสามวัน มีวันที่ต้องการถ่ายรูปเน้นๆ 1 วัน คือวันแรก ซึ่งเป็นการประชุมบนเรือยอร์จ ตามกำหนดการคือต้องถ่ายภาพวันศุกร์ 9.00 น. เป็นต้นไป เพราะเรือจะออก 10 โมง

ผมไปถ่ายภาพเองไม่ได้ เพราะติดงาน แต่ก็รับงานไว้ เพราะวางแผนการถ่ายไว้แล้วว่าจะต้องใช้ช่างภาพสองคน ก็เลยติดต่อเพื่อนสองคน โชคดีที่เขาว่าง (ยอมโดดงานอื่นมารับงานนี้) ภาพที่ถ่ายจะต้องเอามาปริ๊นท์ด้วยเครื่องพิมพ์ขนาดเล็ก และเอาภาพพิมพ์ไปทำเป็นปกสมุดโน้ต และหลังจากวันแรก จะมีการถ่ายภาพที่ระลึกเพื่อติดกับการ์ดใบหนึ่งด้วย สรุปคืองานมีสองแบบ

สมุดโน๊ตเป็นลักษณะเข้าเล่มด้วยห่วงเหล็ก วันก่อนงานผมเตรียมไส้ในสมุดโน้ต และปกหลัง ทำการเจาะรูให้พร้อมสำหรับทำเล่มไว้แล้ว รอแค่ภาพปกมาประกบเท่านั้น ผมยกเครื่องเจาะรูและเข้าเล่มห่วงไปที่งานด้วย เตรียมกระดาษปริ๊นท์รูปไป 5 กล่อง เพราะคาดว่าจะมีการทำสมุด 100 เล่ม และเผื่ออีก 400 สำหรับการถ่ายภาพติดการ์ดเป็นที่ระลึก ตัวกระดาษการ์ดผมพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิทัล fujixerox 700 เตรียมก่อนงาน 12 ชั่วโมง

วันศุกร์เช้ามืด ผมนัด 05.30 น. ที่บ้านผม เพื่อนมากันครบสองคน ออกเดินทางไปพัทยา แวะกินข้าวที่ปั๊มน้ำมัน 08.00 น. ผมกับเพื่อนอีกสองคนก็ขนของลง ณ จุดทำงาน อธิบายวิธีการทำงาน และนัดแนะกับเจ้าภาพเรียบร้อย แล้ว 9.00 น. ผมก็ออกมาจากพัทยา กลับมาที่ทำงานเพื่อทำงานอื่นๆต่อ และกลับมาทำการ์ดติดภาพอีกชุดหนึ่ง เพราะเพิ่งจะนึกออกว่า ต้องมีการ์ดสองแบบ ผมเตรียมไปแค่แบบเดียว

ปล่อยเพื่อนทำงานตอนกลางวันไป ผมเตรียมของเพิ่มเติมที่กรุงเทพ ให้เพื่อนพักที่พัทยา 1 คืน วันรุ่งขึ้นสิบโมงผมก็เดินทางไปพัทยาอีกรอบหนึ่ง ไปถึงเกือบบ่ายโมงเพราะรถติดที่ถนนบายพาส ถนนก็ดี แต่รถยังติด รถบรรทุกไม่เคยเจียมตัว ถนนสี่เลนส์มันเล่นวิ่งกันสามเลนส์ เหลืออีกเลนส์ให้รถเก๋ง รถกระบะวิ่ง มันก็เลยติด

ไปถึงก็ไปช่วยเพื่อนทำงานนิดหน่อย ถ่ายภาพที่ระลึกจำนวนไม่เยอะ แต่ก็มีคนมาถ่ายอยู่เรื่อยๆ ผมอยู่ช่วยจนถึงค่ำ แล้วก็ขนของกลับ แวะกินข้าวข้างทาง ออกจากพัทยาสามทุ่ม ถึงบ้านห้าทุ่ม หลับสนิทเลย

print on demand พิมพ์เร็วด่วนได้

มีอยู่วันหนึ่งระหว่างที่กำลังนั่งเฝ้าร้านเพื่อทำโอที มีลูกค้ารายหนึ่งโทรมาถามเรื่องพิมพ์ดิจิทัล เขาต้องการพิมพ์ A3 แล้วพับเป็น A4 ส่งไฟล์ประมาณสองทุ่ม ต้องส่งของก่อนวันรุ่งขึ้น ก่อน 8.00 น. ผมดูเวลา คิดประมาณ 10 วินาที แล้วตอบตกลง

ผมตัดสินใจส่งของตอนสี่ทุ่ม เพราะพรุ่งนี้ผมไม่มีเวลาออกไปส่งของรอบเช้า ดังนั้นงานนี้ผมเลยต้องพิมพ์ให้เสร็จประมาณสามทุ่ม และเดินทางไปส่งของถึงที่บ้านลูกค้าของลูกค้าอีกที

ผมดาวน์โหลดไฟล์งานเสร็จประมาณสองทุ่มครึ่ง ใช้เวลาตรวจและพิมพ์ทดสอบกระดาษอยู่ 15 นาที และใช้เวลาพิมพ์จริงประมาณห้านาที ใช้เวลาพับและตัดอีกประมาณ 15 นาที ผมออกจากโรงพิมพ์ตอนสามทุ่มสี่สิบนาที ไปถึงบ้านลูกค้าประมาณสี่ทุ่ม ส่งของเรียบร้อย

พิมพ์เร็วด่วนได้ เครื่องพิมพ์ดิจิทัลมันก็ทำได้ไม่ยากเย็น print on demand มันต้องแบบนี้แหละ

ข้อมูลงาน

โบรชัวร์ A3 พับเป็น A4

กระดาษ UPM 200g สั่งซื้อจากเอกวิน กระดาษตัวนี้พิมพ์ดิจิทัลได้สวยมาก
ก่อนจะเลือกกระดาษตัวนี้ ผมลองกระดาษอาร์ตด้าน 160 ของบริษัทสองเอ
คุณภาพงานดูไม่ได้ พิมพ์ออกมานึกว่าเครื่องพิมพ์เสีย พอเปลี่ยนกระดาษเท่านั้นแหละแทบจะไปเผากระดาษของสองเอทิ้งเลย

เครื่องพิมพ์ ใช้ Fujixerox 700 เป็นเครื่องดิจิทัลที่ผมเคยบนไว้ไม่ค่อยน่าใช้ ตอนที่มันยังมีปัญหาซ่อมไม่หายขาด แต่ตอนนี้มันปกติ ซ่อมบำรุงเรียบร้อย มันทำงานดีๆให้ผมได้ไม่ติดขัดเลย

งานยุ่งอีกครั้ง บ่น และบันทึก

ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมาจนถึงเดือนนี้ ประมาณเก้าเดือน ที่โรงพิมพ์ไม่ได้ทำโอทีเลย จะมีบ้างแค่บางวันที่งานเร่งมากๆ และเดือนกรกฎาคมกับสิงหาคมที่ผ่านมาก็เป็นช่วงเวลาที่งานค่อนข้างน้อย บางวันเครื่องพิมพ์หยุดรองานครึ่งวัน ส่วนหนึ่งเพราะงานมันน้อยลงจริงๆ อีกส่วนก็คือผมมีเครื่องพิมพ์ดิจิทัลที่สามารถทำงานได้เร็วมาก งานพิมพ์หลายตัวถ่ายโอนจากเครื่องระบบเก่าไปสู่ดิจิทัลแล้ว มันทำให้งานที่ป้อนเข้าเครื่องพิมพ์ระบบเก่ายิ่งน้อยลงไปอีก

แม้ว่างานระบบเก่าจะน้อย แต่ยอดขายและรายได้ก็ไม่ได้ลดลงไปตามเหตุการณ์ เห็นได้จากว่าเสมียนงานเยอะขึ้น เพราะต้องเปิดบิลส่งของมากขึ้น โรงพิมพ์ผมมีงานที่ต้องส่งมากขึ้นกว่าต้นปี มอเตอร์ไซด์ที่จ้างไว้สองคันก็วิ่งส่งกันไม่ทัน บางครั้งต้องจ้างรถรับจ้างเพิ่ม บางครั้งผมต้องออกไปเอง เครื่องพิมพ์ว่างแต่งานเอกสารเยอะขึ้น เป็นสิ่งที่ยากจะอธิบายให้คนรุ่นเก่าให้เข้าใจ แม่ผมเห็นเครื่องพิมพ์ว่างแล้วรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็แก้ได้ด้วยการให้ดูตัวเลขรายได้ ส่วนพ่อผมที่ตอนนี้ปลดเกษีียรไปแล้วเพราะกำลังป่วยอยู่ แต่ก็ยังใช้ชีวิตปกติ เห็นเครื่องพิมพ์ว่างแล้วก็หงุดหงิด อันนี้ไม่รู้จะแก้ยังไง เพราะพ่อไม่เคยดูบัญชี

เดือนนี้เดือนตุลาคม ผมกำลังจะเร่ิมทำโอทีอย่างจริงๆจังตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เพราะอยู่ๆลูกค้าหลายรายก็สั่งงานเข้ามาพร้อมกัน ทั้งงานจำนวนน้อย และงานจำนวนมาก มันมาพร้อมกันจนเริ่มปวดหัว นอกจากลูกค้าเก่าแล้ว ยังมีลูกค้าใหม่เกิดขึ้นอีกหลายราย ทุกรายมาจากการแนะนำบอกต่อของลูกค้าเก่า บางรายก็เกิดใหม่จากการที่เขาสั่งงานเข้าบริษัท และ ลองสั่งงานส่วนตัว บางรายย้ายที่ทำงาน ไปที่ใหม่ก็เลยเรียกให้ไปรับงาน บางรายเคยเป็นลูกน้องในบริษัท พอเปิดบริษัทเองก็สั่งพิมพ์งานเอง

หลายวันมานี้มีงานเข้าต่อเนื่องหลายงาน บางงานผมยังไม่ว่างทำให้เลยด้วยเหตุผลว่ากำลังตามงานเก่าบางงานอยู่ งานเก่าที่มีปัญหาของสายการบิน ผมเดินทางไปกลับดอนเมืองเกินสิบครั้งแล้ว วันนี้ผมก็แวะเข้าไปอีกครั้ง แต่เป็นการเข้าไปเซ็นรับมอบงาน ผมถือเอกสารรับมอบงานออกจากดอนเมืองแบบสบายใจสุดๆ เพราะปัญหาที่เรื้อรังมันกำลังจะหมดลงแล้ว งานนี้ไม่ขาดทุนทางตัวเลข แต่ผมขาดทุนเรื่องการเดินทางและเสียเวลา เสียสุขภาพจิตมากมายมหาศาลตลอดกาลใครอย่าแตะ แต่ก็ดีใจที่เข็นให้งานนี้ผ่านไปได้

สัปดาห์ที่แล้ว เซลส์ของฟูจิซีร๊อกซ์โทรมาถามไถ่ ถามถึงเครื่องพิมพ์ดิจิทัลที่มีปัญหาจุกจิก ผมตอบไปว่าตอนนี้เครื่องทำงานปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร เซลส์เลยขอว่า ข้อมูลการใช้เครื่องที่ผมเคยโพสท์ไว้ในอินเตอเน็ตขอให้เอาลงได้ไหม ผมถามว่าทำไม คุณเซลส์ตอบว่ามันทำให้เขาขายของลำบากขึ้น ลูกค้า หรือว่าที่ลูกค้าได้มาอ่านบทความของผมทำให้เซลส์ขายของไม่ได้ ผมเลยถามกลับว่า สิ่งที่ผมเขียนไว้เป็นเรื่องโกหกหรือเปล่า เซลส์ตอบว่าไม่ แต่ขอให้ช่วยเอาลงได้ไหม ผมคิดนิดนึงแล้วก็รับปากไปว่าจะเอาลงให้ แต่ตอนนี้ผมก็ยังไมได้เอาลง เพราะว่าผมงานยุ่งมาก ติดไว้ก่อน อีกสักพักจะค่อยเอาลงนะครับ คุณเซลส์

เมื่อวานนี้เอง ผมกำลังพิมพ์ซองจดหมายด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิทัล ยอดสั่งพิมพ์ 1000 ใบ ลูกค้าเอาซองเปล่ามาเอง ผมแค่สั่งพิมพ์ พิมพ์ไปเกือบพันใบ ก็เห็นว่ามีบางใบที่เอียง มันเอียงจนน่าเกลียด ผมคิดว่ามันคงเป็นแค่บางใบ พอให้ลูกน้องเอามาคัด ปรากฎว่านับยอดพิมพ์เสียได้ 200 ใบ นั่นคือมีของเสีย 20% ผมหยุดพิมพ์ทันที แล้วก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเรียกช่างมาซ่อม ผมโทรไปตอนห้าโมงเย็นแจ้งเรื่องเสร็จ อีกสิบนาทีช่างก็โทรเข้ามาหาผมถามอาการ แล้วก็แจ้งว่าจะเบิกอะไหล่บางตัวที่เอาไว้พิมพ์ซองจดหมายมาให้ และจะเข้ามาพรุ่งนี้เช้า ผมตกลง

มาตอนเช้าเก้าโมงกว่า ช่างเข้ามาและตรวจสอบอยู่ชั่วโมงกว่า ผมได้วิธีแก้ปัญหาแล้ว สามารถพิมพ์ซองต่อจนครบยอดสั่งพิมพ์ ผมพอใจผลการแก้ไข ผมดีใจที่บริการของฟูจิซีร๊อกซ์กลับมารวดเร็วเหมือนคำสัญญา ไม่ว่าเป็นเพราะผมไปบ่นจนเขาขายของลำบากหรืออะไรก็ตาม ถ้าทำได้ดีตามที่รับปากไว้ก็ถือว่าต้องได้รับคำชมเชย แต่ว่า…. ดูไปเรื่อยๆดีกว่า วันนี้งานมันจบ ลุล่วง แต่เมื่อวานเหตุการมันก็ไปตรงกับคำที่ว่า Print on demand but wait for service tomorow. ลูกค้าก็บอกว่า tomorow ก็ tomorow ยังไงก็ต้องรอ โชคดีที่เขาไม่ย้ายไปพิมพ์ที่อื่น

ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 5

พักนี้มีงานพิมพ์ดิจิทัลด่วนหลายตัว ซึ่งส่วนใหญ่ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ตอนที่รู้ว่าต้องพิมพ์งานเยอะๆก็เช็คหมึก เช็คอุปกรณ์สิ้นเปลืองต่างๆว่าพอสำหรับทำงานทั้งหมดหรือไม่ พอรู้ว่าบางอย่างอาจไม่พอก็สั่งของมาตุนไว้ เตรียมไว้พร้อมทุกอย่าง สุดท้าย ก็มาตกม้าตายตรงชิ้นส่วนที่เป็นถังขยะ มันคือหน่วย wraste toner เป็นกล่องใส่หมึกเสีย การพิมพ์ทุกแผ่นจะมีผงหมึกเล็กๆน้อยๆ ปลิวกระจายออกมา และผลหมึกเหล่านั้นจะถูกรวบรวมทิ้งลงกล่อง กล่องใส่หมึกสำหรับทิ้งนี้ถ้าเต็มเครื่องจะไม่ทำงานต่อ และมันก็เต็มในวันที่มีงานเร่งๆ และเต็มในวันเสาร์ เครื่องหยุดทำงานตอนเกือบเย็นวันเสาร์ ผมโทรสั่งของด่วน โกดังกำลังจะปิด ผมต้องวานเพื่อนที่มีบ้านอยู่แถวนั้นช่วยแวะไปรับอะไหล่มาเก็บไว้ก่อน แล้วผมค่อยขับรถไปรับต่อจากเพื่อนอีกทีหนึ่ง ไม่งั้นไม่ทัน แล้วสุดท้ายก็ทัน เลี้ยงข้าวเพื่อนไปมื้อนึง

ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 4 ของเสียอีกแล้ว

เหตุการณ์เกิดเมื่อหลายวันก่อน แต่เพิ่งจะว่างที่จะมาโพสท์บันทึกเก็บไว้ เรื่องเป็นดังนี้

หลังจากที่เครื่องพิมพ์ดิจิทัลฟูจิซีร็อกซ์ x700 ตัวนี้ถูกซ่อมต่อเนื่องอยู่หลายสัปดาห์ พอทำงานได้ราบลื่นสักพักใหญ่ๆ ก็เกิดปัญหาแปลกประหลาดขึ้น คือมีการดูดกระดาษเข้าไปในเครื่องแบบเป็นปึก แล้วกระดาษก็ไปติดคาอยู่ในหน่วยทำความร้อน ตัวทำความร้อนมีชื่อเรียกว่าอะไรผมก็จำไม่ได้

ผมแปลกใจว่าทำไมมันถึงดูดกระดาษทีละตั้งหลายใบ มีลูกกลิ้งตัวไหนที่เสียหรือเปล่าก็ไม่รู้ และที่สำคัญ มันทำให้ตัวทำความร้อนใช้งานต่อไม่ได้ เครื่องทำงานไม่ได้ ผมยกออกมาวางนอกเครื่องแล้วพยายามดึงกระดาษออก แต่ดึงไม่ออก เลยต้องถอดวางไว้อย่างนี้ จากนั้นก็โทรเข้าหาศูนย์เพื่อแจ้งซ่อม และเบิกอะไหล่ ผมโทรแจ้งเหตุประมาณช่วงบ่ายวันที่ 2 กันยายน 2553 หลังจากนั้นอีก 1 ชั่วโมงช่างก็โทรเข้ามาเพื่อบอกกับผมว่า อะไหล่ชิ้นนี้ยังเบิกไม่ได้ เพราะของยังไม่พร้อมให้เบิก อยู่ในขั้นตอนขนส่งอยู่ ยังมาไม่ถึงโกดัง ผมก็รับทราบ สรุปว่าอะไหล่ไม่สามารถมาส่งผมได้ในวันรุ่งขึ้นแน่นอน ช่างบอกว่าน่าจะประมาณวันจันทร์ หรือ อังคาร จึงจะได้ ผมไม่มีทางเลือกอื่น

ผมยังโชคดีที่มีสต๊อกตัวทำความร้อนตัวใหม่อยู่กับตัว 1 ชิ้น แต่ผมก็รู้สึกไม่ดีเลย ที่ผมเบิกอะไหล่ไม่ได้ ถ้าผมไม่สต๊อกของเอาไว้ก่อน เครื่องก็ทำงานไม่ได้ต้องรอถึงวันจันทร์เชียวนะ และวันนี้ วันพฤหัส ผ่านมาแล้วหกวัน ผมยังไม่ได้อะไหล่ชิ้นที่ขอเบิกเลย

เมื่อวันอังคาร มีอาการเครื่องทำกระดาษยับ ผมก็เลยโทรเรียกช่างอีกครั้ง คราวนี้่ช่างมาเพื่อเปลี่ยนลูกกลิ้งบางตัว ช่างบอกว่า ลูกกลิ้งหมดอายุ มันก็เลยทำกระดาษยับ ก็ได้เรียนรู้อีกหนึ่งเรื่องว่าลูกกลิ้งต้องเปลี่ยนตามอายุ ซ่อมเสร็จช่างก็ช่วยซ่อมตัวทำความร้อนที่กระดาษติดคาอยู่ ถอดน็อตบางตัวแล้วก็เอากระดาษออก แล้วก็ให้ผมเก็บไว้ใช้สำรอง ตอนนี้ผมมีตัวจริง มีตัวสำรองที่สภาพยังไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี เพราะเพิ่งแงะกระดาษออกมา ส่วนตัวอะไหล่ที่เบิกก็ยังไม่มีการส่งมา

บางทีทางศูนย์อาจจะถือว่ามีช่างมาแงะกระดาษซ่อมให้ผมแล้ว เลยไม่ได้ส่งอะไหล่มาให้ผมก็ได้ เบิกของแล้วไม่ได้ของ เป็นเรื่องแย่ๆอีกเรื่องหนึ่งที่ควรแก้ไข จะไม่ส่งอะไหล่ก็น่าจะแจ้งให้รับทราบ จะช้าจะต้องรอก็น่าจะแจ้งให้ทราบ เพราะมันผ่านวันจันทร์ที่นัดไปแล้ว

ช่วงนี้ผมยังทำงานพิมพ์ดิจิทัลได้อยู่ แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจในสภาพเครื่องซักเท่าไหร่ เพราะอยู่ดีๆกระดาษก็ติดเป็นปึกๆ ผมมีงานพิมพ์ดิจิทัลอีกเกือบหมื่นใบพิมพ์ในช่วงสองสามวันนี้ ผมลุ้นเหลือเกินว่ามันจะเกิดปัญหาหรือไม่ งานดิจิทัลที่ช้าไม่เป็นไปตามนัด มันเสียชื่อเสียง เสียเครดิต เสียลูกค้า แต่เรื่องพวกนี้ ฟูจิซีร็อกซือาจจะไม่ได้คิด หรือไม่ก็ ลืมที่จะใส่ใจ

ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 3 เรื่องแย่ๆก็มี

ผมเริ่มเจอปัญหาแล้ว

สองเดือนที่ผ่านมาเครื่องพิมพ์มีปัญหาค่อนข้างเยอะ ผมโทรตามช่่างมาดู มาซ่อมหลายครั้ง การซ่อมแต่ละครั้งไม่สามารถทำให้หายขาดได้ อาการก็คือ ภาพขึ้นไม่สม่ำเสมอ บางส่วนของภาพสีอ่อนทั้งๆที่ข้อมูลสีเป็นแบบเดียวกัน อาการแบบนี้ทำให้งานพิมพ์นามบัตรหรือป้ายสินค้าที่ลงไว้หลายๆตัวในหน้ากระดาษ บางตัวจะสีเข้ม บางตัวจะสีอ่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เครื่องพิมพ์ตัวละพันบาทก็ต้องไม่มีปัญหาแบบนี้ แต่นี่เครื่องละเป็นล้าน ถ้ามีก็แย่แล้ว

ตัวอย่างงานที่เป็นปัญหา เป็นงานป้ายสินค้าสีส้ม ซึ่งในกระดาษใบใหญ่จะมีป้ายตัวเล็กๆวางอยู่ประมาณ 20 ชิ้น ชิ้นที่อยู่ด้านบนจะสีอ่อนกว่าชิ้นที่อยู่ด้านล่างของกระดาษ ผมตัดชิ้นด้านล่างออกมาแล้วเอาไปวางทาบกับชิ้นบนเพื่อให้เห็นว่า สีมันต่างกัน

ช่างหลายคนที่วนเวียนเข้ามาดูตลอดสองเดือนไม่มีใครวิเคราะห์อาการแล้วซ่อมให้หายขาดได้เลย มีแต่พยายามปรับแต่งทำให้สีดูแตกต่างน้อยลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ต้องการ ผมเจอหน้าช่างประมาณไม่ต่ำกว่าห้ารอบภายในเวลาแค่สองอาทิตย์ คำสัญญาที่ Fujixerox ได้เคยให้ไว้ว่าจะมาถึงเครื่องหลังจากแจ้งซ่อมไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็ไม่เป็นจริง หลายครั้งที่มาได้จริง แต่ก็มีหลายครั้งที่มาไม่ได้ มาไม่ทัน มันแย่ตรงที่ว่าผมรักษาสัญญาด้วยการจ่ายเงินตรงไปตรงมาครบทุกเดือน แต่ผมไม่ได้รับการปฏฺิบัติตามสัญญากลับคืนมา ข้อนี้ถือว่าสอบไม่ผ่าน ถ้าผมมีตัวเลือกที่ดีกว่านี้ ผมไปจากคุณแน่นอน

อาการเสียซ่อมไม่หายขาด เป็นๆหายๆ ผมยืนดูช่างมาซ่อมแต่ละคนแล้วไม่เข้าใจนโยบายบริษัทเลย ถ้าชิ้นส่วนเครื่องมันเสื่อมแล้วความสามารถมันตก ก็เปลี่ยนอะไหล่ให้ผมก็จบเรื่อง ยกทั้งเครื่องมาเปลี่ยนให้ผมไปเลยก็ได้ เอาตัวเก่าไปซ่อมให้ชัวร์แล้วค่อยมายกเปลี่ยนคืนก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น ปีหนึ่งๆ Fujixerox ขายเครื่องรุ่นนี้ได้เป็นร้อยตัว ผมไม่เชื่อว่าจะไม่มีอะไหล่ให้ผม แต่ถ้าไม่มีอะไหล่ให้เปลี่ยนจริงๆ(เครื่องสำรอง) ก็ถือว่าเป็นนโยบายที่แย่มาก

ธุรกิจสิ่งพิมพ์ดิจิทัลคือการพิมพ์ตามสั่ง คำศัพท์ Print on demand เป็นถ้อยคำที่ Fujixerox โปรโมทมาตลอดเวลา อุตส่าห์เชื้อเชิญ แนะนำ ว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์มันต้องเป็นดิจิทัล ต้องรวดเร็ว ถึงจะเสริมสร้างธุรกิจของลูกค้าได้ ผมก็เห็นด้วยเลยลงทุนกับดิจิทัล แต่วันที่มันมีปัญหา Fujixerox กลับเพิกเฉยไม่กระตือรือร้นที่จะทำให้เครื่องพิมพ์ของผมซึ่งยังอยู่ในสัญญารับประกันอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมทำงาน ในบางวัน print on demand ในโรงพิมพ์ของผม มันกลายเป็นคำว่า Print on demand but wait for service tomorow

ผมมีภาระต้องผ่อนค่าเครื่องวันละเกือบสามพันบาท การที่เครื่องทำงานไม่ได้ ไม่ว่าจะกี่วัน กี่ชั่วโมง หรือกี่นาทีเป็นความเสียหายที่ผมไม่สามารถไปเรียกร้องเอาจากใครได้เลย บริษัทใส่ใจผมน้อยเกินไป ถ้าผมได้รับเช็คคืนเงินชั่วโมงละสามร้อยบาทที่เครื่องทำงานไม่ได้ หรืออยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ผมจะไม่ว่าอะไรเลย

ตอนนี้เครื่องได้รับการซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นใหญ่ๆไปแล้ว มันอยู่ในสภาพเกือบ 100% ช่างทีมสุดท้ายที่มาซ่อมให้ผมอธิบายเรื่องอะไหล่ที่หมดอายุ “มันหมดอายุครับ” พูดแค่นี้ผมเข้าใจ แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือ ทำไมไม่เปลี่ยนสิ่งที่มันหมดอายุไปตั้งแต่แรก ทำไมต้องรอให้มันสร้างปัญหาซ้ำซาก วิ่งเข้ามาดูกันห้ารอบแล้วยังไม่สำนึกว่าชิ้นส่วนมันหมดอายุ

เครื่องพิมพ์ดิจิทัลมันช่วยในธุรกิจโรงพิมพ์ได้จริง แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็คาดหวังกับการบริการที่ดีที่สุด เพราะผมจ่ายแพง มันแพงกว่าเครื่องพิมพ์อ็อพเซ็ททั่วไปอย่างเทียบกันไม่ได้ ถ้าคุณจ่ายเงินสามล้านให้กับเครื่องพิมพ์อ็อพเซ็ท คุณสามารถใช้มันไปได้ยี่สิบปีเป็นอย่างต่ำ และถ้ายี่สิบปีผ่านไปแล้วคุณขายต่อ คุณก็น่าจะได้เงินหลายแสน หรือเป็นล้านบาทคืนกลับมา แต่เครื่องพิมพ์ดิจิทัล ถ้าครบห้าปีตามสัญญาบริการ ราคาที่คุณจะขายคืนหรือขายต่อก็คือการชั่งกิโลขาย ผมคิดว่าซาเล้งน่าจะให้คุณสักกิโลละสองบาท เครื่องพิมพ์ทั้งตัวน่าจะได้สักหนึ่งพันบาท มันแย่ยิ่งกว่าเศษกระดาษในโรงพิมพ์เสียอีก เพราะเศษกระดาษเขาขายกันกิโลละสี่บาท

digital print problem solved

แก้ปัญหา permission ในการโยนไฟล์จากเครื่อง mac ไปเครื่อง fujixerox ได้แล้ว โดยการอัพเดท mac 10.6.3 ไปเป็น 10.6.4 ซึ่งตัวอัพเดทเพิ่งจะมีปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2553 นี้เอง พออัพเดทเสร็จ ปัญหาก็หมดไปเอง ผมอัพเดทโดยการเลือก software update.. ซึ่งมันจะเช็คข้อมูลอัพเดทตัวล่าสุดให้ว่ามีหรือยัง ถ้ามีแล้วก็จะโหลดให้อัตโนมัติ แต่ถ้ามันพ้นช่วงออกใหม่ไปนานแล้ว จะเข้าไปโหลดตัวอัพเดทเองก็ให้ไปที่ apple.com

digital print problem

ปัญหา permission ในการโยนไฟล์เข้า hot folder ของ xerox จากเครื่องแม็ค 10.6.3

มีปัญหาจริง  ต้องใช้วิธีโยนผ่านเว็บแทน

ไปที่ 192.168.2.70 แล้วเลือก job submission แทน ไปก่อน

วันนี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้

ข้อมูลจาก วิฑูรย์   0836192939  เจ้าหน้าที่ของ xerox

ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 2

ลดต้นทุนด้วยการลดเวลาทำงาน

ครั้งที่แล้วผมคุยเรื่องลดเวลาการทำงาน จากการทำงานพิมพ์ระบบเก่าใช้เวลาสามวัน เปลี่ยนเป็นดิจิทัลแล้วใช้เวลาแค่สิบนาที แถมวันหนึ่งๆทำได้เป็นสิบงานเสียอีก มันคือการลดระยะเวลาการทำงานแบบหนึ่ง ซึ่งนอกจากนี้แล้ว มันยังลดเวลาทำงานได้อีกแบบ และมันทำให้ต้นทุนต่ำลงด้วย นั่นก็คือลดชั่วโมงการทำงานโอที

ปกติโรงพิมพ์ที่ตั้งใจทำงานจะมีงานพิมพ์แทบตลอดเวลา การรับงานเพิ่มแต่ละอย่างนอกจากจะมีรายได้เพิ่มแล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องจ่ายเพิ่มก็คือต้องเพิ่มชั่วโมงทำงานให้มากขึ้น เพราะงานเดิมที่มีอยู่ก็กินเวลาของเครื่องพิมพ์และช่างไปแทบจะเต็มเวลาอยู่แล้ว การรับงานเพิ่มสักชิ้นหรือหลายชิ้นหมายถึงต้องเพิ่มชั่วโมงพิเศษให้กับช่าง นั่นก็คือการทำโอที

การนั่งคิดว่าจะทำให้ช่างไม่ต้องทำโอทีนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีใครกล้าคิด เพราะการลดเวลาการทำงานนั่นหมายถึงลดรายได้ และอาจจะทำให้เสียลูกค้าบางส่วนไป แม้ว่าการทำโอทีจะต้องจ่ายค่าแรงเพิ่มขึ้นอีก 50% แต่โรงพิมพ์ทุกที่ก็อยากทำโอที เพราะมันหมายถึงการ “มีงานทำ” มันเป็นสิ่งที่ทุกโรงพิมพ์ต้องการ ก่อนจะมีเครื่องดิจิทัล โรงพิมพ์ผมทำโอทีทั้งเดือน ทำมาหลายเดือนติดต่อกัน วันหนึ่งๆผมทำงานสิบสองชั่วโมง 8 ชั่วโมงของทุกวันผมจ่ายค่าแรงช่างพิมพ์ 100% สามชั่วโมงของทุกวันที่เป็นชั่วโมงโอที ผมจ่ายค่าแรง 150% และบางสัปดาห์ผมทำงานวันอาทิตย์ด้วยซึ่งนับเป็นวันโอทีทั้งวัน และค่าแรงวันหยุดจะกลายเป็น 200% และมีบางช่วงของปีที่ผมทำงานวันอาทิตย์ต่อเนื่องกันหลายเดือน

เครื่องดิจิทัลทำงานเสร็จเร็ว ทำให้จำนวนงานที่รับเอาไว้สามารถผลิตได้ทัน มันทำงานได้ทันจนกระทั่งผมไม่ต้องทำโอที ไม่ต้องทำงานวันอาทิตย์ มันเป็นไปได้ ผมมีเครื่องพิมพ์ดิจิทัลใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม เดือนนี้เป็นเดือนปรับตัว ผมยังมีการทำงานโอทีอยู่บ้าง พอมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ ผมก็ไม่ต้องทำโอทีแล้ว และเดือนมีนาคมก็เช่นกัน คุณภาพชีวิตของผมดีขึ้นเยอะ ในขณะที่รายได้เท่าเดิม ซึ่งผมพอใจมาก แต่ช่างพิมพ์อาจจะไม่ชอบ เพราะรายได้เขาน้อยลง แต่ผมก็ยินดีให้มันเป็นอย่างนั้น