ถ่ายคลิปวิดีโอด้วยกล้อง Eos m รุ่น 1

อุปกรณ์ที่ใช้คือกล้อง Eos M รุ่น 1 ที่ออกมาเมื่อประมาณปี คศ 2014 และใช้เลนส์ efm 22f2 ซึ่งเป็นเลนส์ฟิกซ์ตัวแรกของระบบกล้อง M Series ของค่าย Canon พร้อมด้วยไมโครโฟนชนิด Shotgun ยี่ห้อ Takstar SCG598

IMG_0010

ไมโครโฟนตัวนี้จะเป็นไมค์ชนิด shotgun ซึ่งจะเป็นไมค์ที่รับเสียงด้านหน้าได้ไวมากกว่าปกติ และไม่รับเสียงด้านข้างและด้านหลัง ตัวไมค์จะมีช่องใส่ถ่าน AA 1 ก้อน และมีปุ่มเปิดปิดไมค์ มีปุ่มเพิ่มระดับเสียง +10dB ได้ด้วย ซึ่งในการถ่ายทดสอบนี้จะยกระดับเสียงเอาไว้ เพื่อให้เสียงที่บันทึกลงไปในคลิปมีความดังมากขึ้นกว่าปกติ

IMG_0344

การถ่ายคลิปในครั้งนี้ทดลองถ่ายโดยการตั้งค่ากล้องให้เป็น MF เนื่องจากเคยลองถ่ายแบบ AF แล้วมีปัญหาว่า กล้องจะปรับโฟกัสตลอดเวลา และทำให้หลายจังหวะมีอาการภาพเบลอ ซึ่งเป็นปัญหาประจำรุ่นของกล้องรุ่นนี้ สาเหตุเกิดจากระบบโฟกัสอัตโนมัติยังทำงานได้ไม่รวดเร็วพอ เป็นเทคโนโลยีที่ค่าย canon ยังพัฒนาไปไม่สุดนั่นเอง หากสนใจอ่านรีวิวกล้องตัวนี้ย้อนกลับไปอ่านได้ที่นี่

ระยะทางที่ถ่ายคลิป ตัวกล้องห่างแบบประมาณ1 เมตรเท่านั้น เพื่อให้ไมค์ไม่ห่างจากแบบเกินไป ตั้งค่าส่วนอื่นๆของกล้องให้มีค่า iso = 100 และปรับรูรับแสงเป็น F2 ปรับสปีดชัตเตอร์ให้ได้ค่าการวัดแสงที่โอเวอร์ประมาณ 1/2 สต๊อป ผลก็คือกล้องไม่โฟกัสวืดวาดอีกแล้ว เลยได้คลิปตามที่เห็น

ข้อมูลที่ให้ลูกอ่านก็คือ รายชื่อนักฟุตบอลที่เลือกมาอยู่ในทีม เป็นการเล่นจัดทีมออกมาแข่งกัน ต่างคนต่างเลือกผู้เล่นที่ชอบ แล้วก็จดใส่กระดาษไว้ ตอนถ่ายคลิปก็ขอให้ลูกช่วยอ่านแต่ละตำแหน่งออกมา สคริปต์การอ่านไม่ได้จดไว้ มีแต่รายชื่อที่เขียนลงในกระดาษ และแผนผังการจัดตำแหน่งเท่านั้น

2020-04-13_10-30-14

ทดลอง contax T3 เทียบกับกล้องดิจิทัล

กล้อง contax T3 เป็นกล้องคอมแพ็คไฮเอนด์ตัวหนึ่งของวงการถ่ายภาพ น่าจะเป็นตัวที่มีราคาแพงที่สุดในตลาดมือสองที่ซื้อง่ายขายคล่อง จุดเด่นที่ความเล็ก กระทัดรัด และโฟกัสเร็ว วัดแสงแม่น เป็นสิ่งที่ทำให้กล้องตัวนี้คือเครื่องมือชั้นดีในการถ่ายภาพของช่างภาพที่ชอบฟิล์ม

แล้วมันดีจริงไหม มันเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือเปล่า มันเหมาะที่จะไขว่คว้าหามาครอบครองไหม ตอบเลยว่าไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะราคามันแพงมาก และมีความเสี่ยงว่า ถ้ากล้องพัง จะซ่อมกันยังไง ประวัติการซ่อมกล้องตัวนี้ยังมีน้อย นั่นคือมันยังไม่หมดอายุกันเหมือนกล้องอายุมากตัวอื่น ถ้าเทียบกับ Leica Minilux เจ้า Minilux จะเสียเยอะกว่า แต่ช่างเมืองไทยก็ซ่อมกันเก่งมาก ซ่อมจนชำนาญ เรียกได้ว่า ถ้าจะทำมาหากินกับกล้องฟิล์มในยุค 4g กำลังจะเข้า 5g ช่างต้องซ่อม Minilux ให้ได้ เพราะมันเสียทุกตัว ซ่อมได้ก็แปลว่าจะมีงานมาจากทั่วโลกแน่นอน

กลับมาที่ contax T3 ต่อ ผมใช้กล้องตัวนี้ราวกับเป็นกล้องปัญญาอ่อน เพราะตอนที่ถือกล้องคอมแพ็ค เราจะไม่สามารถปราณีตกับการจัดองค์ประกอบในแบบกล้อง SLR เพราะช่องมองภาพมันไม่ได้เป็นช่องที่มองผ่านเลนส์ แถมระบบวัดแสงอัตโนมัติที่กล้องมีนั้นก็ไม่ใช่ระบบการวัดแสงเฉพาะจุดที่ตอบสนองความคิดของคนถ่ายอย่างความแม่นยำถูกต้องเทียบเท่า SLR รุ่นโปร แต่ถึงแบบนั้นเราก็ยังอยากใช้เพราะมันราคาแพง เพราะมันเท่ห์ เพราะมันเป็นที่ต้องการของตลาดมือสอง และการมีกล้องแพงและหายากใช้งานกับมือมันก็สร้างความรู้สึกดีได้ไม่น้อย

ถือถ่ายไปสักพักก็รู้สึกอยากเปรียบเทียบ ก็เลยเป็นที่มาของการเปรียบเทียบภาพที่ถ่ายในมุมเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ลองไล่ดูไปทีละภาพแล้วก็ตัดสินใจเองว่าเราชอบสิ่งที่มันเป็นผลผลิตของกล้อง contax T3 ไหม และความเห็นที่ผมบรรยายก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว เป็นอคติ เป็นอัตตา เป็นอารมณ์ เป็นเรื่องความชอบที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

000006
แพทคาเฟ่ – contax t3 + fuji c200
IMG_5689
แพทคาเฟ่ – eos m + efm 22f2
IMG_5690
แพทคาเฟ่ – eos m + efm 22f2

ภาพแรก ร้านอาหาร แพทคาเฟ่ ตั้งอยู่บนถนนดินสอตัดกับถนนพระสุเมร ใกล้ถนนราชดำเนิน ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีอาหารให้สั่งเยอะมาก ผมแวะร้านนี้ในเช้าวันอาทิตย์ ดูข้อมูลการถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลก็เป็นช่วงเวลา 7.59 น. วันอาทิตย์ แสงแดดนอกร้านยังไม่แรงมาก โทนแสงแดดยังเป็นสีเหลืองเพราะยังเช้าอยู่ กล้องฟิล์มถ่ายด้วยโหมด P กล้องดิจิทัลถ่ายด้วยโหมด Av ตั้งค่า f2

กล้องดิจิทัลให้ภาพที่ทันใจ มีข้อมูลวันที่ต่างๆครบถ้วน ถ้าไม่มีภาพดิจิทัลที่ถ่ายเก็บไว้ ผมจะไม่รู้เลยว่าผมแวะไปร้านนี้วันไหน ถ่ายตอนกี่โมง เพราะกว่าที่จะส่งฟิล์มไปล้างผมก็ต้องรออีกนานกว่า 2 เดือนกว่าที่จะถ่ายภาพจนหมดม้วนฟิล์ม โทนสีที่สแกนฟิล์มออกมาติดไปทางแดงมากจนเกินพอดี ถ้าสแกนให้ปราณีตกว่านี้ หรือ สแกนด้วยตัวเองก็น่าจะได้สีสันที่ตรงใจมากกว่านี้ แต่ผมไม่มีสแกนเนอร์แล้ว มันเสียไปหลายปีแล้ว และยังไม่อยากซื้อใหม่

000029
IMG_5700

ลองดูภาพอีกมุม หลังจากสั่งอาหารไปแล้วก็นั่งรอ ลูกเบื่อก็เลยขอวาดรูปเล่น พอวาดไปสักพักจนเพลินๆ ผมก็หยิบกล้อง contax T3 ขึ้นมาถ่ายภาพ โดยเจตนาถ่ายให้เหมือนกับเป็นนักท่องเที่ยว คือเปิดกล้อง เล็ง แล้วถ่ายเลย กล้องก็ยิงแฟลชให้ทันที เพราะค่ามาตรฐานของกล้อง T3 จะเป็นแฟลชระบบ auto เมื่อเจอสถานการณ์แสงน้อย หรือ ย้อนแสง กล้องเปิดแฟลชให้เสมอ หากเราไม่ต้องการแฟลช เราจะต้องกดปุ่มปิดแฟลชทุกครั้งที่เปิดกล้อง นี่เป็นจุดน่ารำคาญของกล้อง T3 ซึ่งแม้แต่ Minilux ก็น่ารำคาญยิ่งกว่าเรื่องปิดแฟลช

ส่วนภาพจากกล้องดิจิทัล eos m ติดเลนส์ 22f2 โหมดถ่ายภาพตั้งเป็น P กล้องเลือกรูรับแสงที่ f4 ให้ ก็ให้ภาพได้สวยงาม นุ่มนวล เก็บบรรยากาศได้ดี ดูผ่านๆแล้วดีกว่า T3 เสียอีก แน่นอนว่าเป็นเพราะกล้องดิจิทัลออกมาทีหลัง เลนส์ติดกล้องก็เป็นเลนส์ฟิกส์คุณภาพสูง ระหว่างสองภาพนี้ ผมยังรู้สึกว่ากล้องดิจิทัลให้ภาพที่ดีกว่า ชอบภาพจากกล้องดิจิทัลมากกว่า

มุมรับภาพของ T3 เป็นเลนส์ 35มม ส่วนมุมรับภาพของ eos m + 22f2 ก็เทียบเท่ากับ 35 มม. ซึ่งมันเป็นช่วงเลนส์ที่เทียบเท่ากันได้ ยิ่งหากถ่ายด้วยโหมด P ด้วยกันทั้งคู่แล้วจะใช้ตัวไหนก็ได้ จะ T3 หรือ eos m1+22f2 ก็พอกัน ในระยะยาว T3 จะรอวันพัง ส่วน eos m ยังไม่รู้ว่าจะพังเร็วหรือช้า แต่ราคามือสองของ eos m รุ่นแรกหาได้ในงบไม่เกิน 3000 บาท แต่ที่แน่ๆ สามารถอัพเกรดบอดี้ให้ใหม่ขึ้น ความคมชัดของดิจิทัลจะสูงขึ้นไปอีกตามคุณภาพของบอดี้ใหม่ๆ ภาพนี้ดีขึ้น คมชัดมากขึ้น ถ้าเปลี่ยนกล้องเป็น eos m5 ที่ความละเอียดสูงขึ้นและให้ไฟล์ภาพที่ดีกว่าแน่นอน

อีกมุมหนึ่งที่จะใช้เป็นมุมทดสอบได้บ่อยก็คือ การถ่ายภาพลูกกำลังหลับอยู่ที่เบาะแถวสองในรถของผมเอง จังหวะที่ลูกหลับอยู่ แล้วได้จอดรถอยู่นิ่งๆ มีกล้องอยู่ในมือก็จัดการถ่ายภาพเก็บไว้ และวันนี้ก็มีทั้ง contax T3 กับ eos m + 22f2 ก็ลองถ่ายทั้งสองตัว ได้ภาพมาดูตามนี้

000046
contax T3 + fuji c200

IMG_5790
eos m + 22f2

มุมที่รับภาพใกล้เคียงกันมาก ตัวคนในภาพก็มีขนาดสูสีกัน มีเพียงบุคลิกสีเท่านั้นที่แตกต่างกัน จะบอกว่าฟิล์มให้ภาพดีเท่าดิจิทัลก็ได้ หรือดิจิทัลเลียนแบบฟิล์มก็พอไหว มันเกิดจากการพยายามถือกล้องให้นิ่ง และปราณีตกับการโฟกัสให้ตรงจุดที่ต้องการ ส่วนการวัดแสงก็ปล่อยให้ระบบของกล้องทำงานไปตามที่ถูกออกแบบมา สองภาพนี้สำหรับผมถือว่าสมบูรณ์ในแง่การบันทึกภาพ จะให้ใช้ตัวไหนก็ได้รู้สึกเข้ามือทั้งสองตัว ข้อดีของ contax T3 คือ เล็กและเบา ข้อดีของดิจิทัลคือประหยัดเงิน หากคุณจะเลือกใช้ เหตุผลใดสำคัญกว่าก็เลือกไปตามเหตุผลของตัวเอง ใครเน้นประหยัดไปดิจิทัล ใครเน้นเล็กและพกพาแทบไม่เป็นภาระก็ไป contax T3 ได้เลย

ในยุคปัจจุบัน ปี พศ 2562 นี้ การยกกล้องฟิล์มขึ้นมาถ่ายใครสักคน คุณจะได้ความสนอกสนใจอย่างเหลือเชื่อ คุยกับเด็ก เด็กก็จะสงสัยกล้องอะไรถ่ายแล้วไม่มีภาพ แต่ก็จะตั้งท่าเป็นนายแบบให้ แล้วถามว่าจะได้ดูภาพตอนไหน เพราะเป็นสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย เด็กยุคนี้โดยเฉพาะเด็กอนุบาลถึงประถมมัธยมจะรู้จักแต่การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์และกล้องดิจิทัล คุยกับวัยรุ่น วัยที่เพิ่งจบออกมาทำงานเขาก็จะทักว่า เท่ห์ดีนะ คุยกับคนวัยกลางคนหรือคนที่เคยจับฟิล์มเคยใช้กล้องฟิล์มมาบ้างคนกลุ่มนี้ก็จะรู้สึกโอ้โห ยังใช้อยู่เหรอ มันดีกว่าเหรอ เจ๋งดีนะ แต่เปลืองนะ ส่วนคนวัยดึกรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็จะสงสัยว่าจะไปล้างฟิล์มที่ไหน เมื่อไหร่จะได้ดูภาพ สรุปว่า แต่ละคนจะมีปฏิกิริยากับการถ่ายภาพด้วยฟิล์มไม่เหมือนกันเลย

ลองกลับไปย้อนอ่านรีวิวกล้อง eos m กับ contax T3

พาลูกเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต 5วัน 4คืน ตอนที่2

เช้าวันนี้เราตื่นนอนเร็วมาก เพราะว่ามีนัดกับรถรับส่งที่จะมารับพวกเราที่โรงแรมตอน 7 โมงเช้าเพื่อไปขึ้นเรือสำหรับการเดินทางไปเที่ยวเกาะรอกและเกาะห้า เราก็เลยได้กินอาหารเช้าแบบที่เช้ามากจนไม่มีแขกคนอื่นมาแย่งที่นั่งที่สวยที่สุดของโรงแรม

IMG_20190417_070029_1

เราซื้อทัวร์ของบริษัทนี้ซึ่งเป็นทัวร์ที่พาเราไปเกาะรอกด้วยเรือลำใหญ่ความเร็วสูง บรรยากาศในเรือเต็มไปด้วยคนจีน มีลูกทัวร์ประมาณ 80 คน เป็นคนไทยแค่ 5 คน ส่วนเจ้าหน้าที่เรือเป็นคนไทยทั้งหมดและทุกคนพูดภาษาจีนได้ และไกด์ประจำเรือก็อธิบายทุกอย่างเป็นภาษาจีน พวกเราคนไทยเหมือนเป็นชนชั้น2ที่มาอาศัยคนจีนเที่ยวเลย แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็น่ารักกับเรา อธิบายออกไมค์ให้คนจีนเสร็จ ก็มาพูดใกล้ๆด้วยปากเปล่าให้ฟังทุกอย่าง เราก็อยู่กับทัวร์ได้อย่างไม่มีปัญหา

IMG_6058
IMG_6061
IMG_6063
IMG_6060

เรือลำนี้เป็นสปีดโบ๊ท บรรทุกคนเต็มลำเรือ มีชูชีพสำหรับทุกคน มีน้ำแจกทุกคน เดินทางจากแผ่นดินประมาณ 2 ชั่วโมงถึงเกาะรอก ชื่อเต็มๆของเกาะรอกคือ อุทยานแห่งชาติเกาะรอก เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่อยู่ไกลที่สุดจากกระบี่ ไกลยิ่งกว่าเกาะพีพี ด้วยความไกลนี้ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มาก ทำให้สภาพของเกาะยังคงมีความสวยงาม ถ้าดูจากแผนที่แล้วเกาะรอกจะอยู่ใกล้แผ่นดินที่จังหวัดตรังมากที่สุด แต่ที่ตรังไม่มีนักท่องเที่ยวแนวดำน้ำ เราจึงต้องมาขึ้นที่กระบี่แทน เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าเกาะรอกแห่งนี้มีความสมบูรณ์กว่าเกาะพีพี ปะการังและปลาที่เกาะนี้เยอะและสวยมากจนไม่ต้องไปเกาะพีพีก็ได้

IMG_6066
IMG_6068

เมื่อใกล้ถึงเกาะ เราถ่ายภาพจากบนเรือได้ภาพสวยงามตามนี้เลย กล้อง eos m กับเลนส์ efm 18-55 พร้อมด้วยฟิลเตอร์โพลาไรซ์ cpl ติดหน้าเลนส์ การถ่ายภาพทะเลให้สวยหากเราใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์แล้วปรับหมุนให้ได้มุมที่พอเหมาะกับแนวแสงแดด เราก็จะได้ความเข้มสดของท้องฟ้าและน้ำทะเลที่ฉูดฉาดน่ามอง เป็นเทคนิคการถ่ายภาพรูปแบบหนึ่ง ภาพที่ถ่ายจบหลังกล้องก็สวยงามเพียงพอ ไม่ต้องไปโพรเซสภาพด้วยคอมพิวเตอร์หรือแอ็พในมือถือแล้ว ตลอดทริปนี้ผมใช้โหมด P ประมาณ 99% ซึ่งเป็นโหมดที่กล้องจะเลือกค่ารูรับแสงและสปีตชัตเตอร์ให้อัตโนมัติ

IMG_6080
IMG_6074
IMG_6085
IMG_6090
IMG_6095

เรากินอาหารกลางวันบนเกาะรอก เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ เราเดินต่อแถวไปรอให้เจ้าหน้าที่ตักข้าวและกับข้าวให้ จานกระดาษ ช้อนพลาสติก ใช้แล้วทิ้ง น้ำเปล่ามีเพียงพอ น้ำหวานมีหลายชนิด แต่ไม่ถูกปากคนไทยเลย คิดว่าคงเป็นรสนิยมของคนจีนที่ชอบไม่เหมือนเรา ที่เกาะแห่งนี้มีนโยบายเก็บขยะกลับไปทิ้งที่แผ่นดิน ก็คือขยะทุกชิ้น ต้องขนกลับด้วย ทีมงานของทัวร์ก็เคร่งครัดกฏเหล่านี้ ทำให้เกาะนี้ดูสะอาดตามาก การเล่นน้ำบนหาดจะต้องใส่ชูชีพเสมอ ด้วยเหตุผลว่า ปะการังอยู่ตื้นมาก เจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้เท้าเหยียบโดนปะการังเลย การใส่ชูชีพจะช่วยลดการยืนด้วยเท้าในน้ำได้ ปะการังจะได้ไม่โดนทำลาย จะมีเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องไม่ให้นักท่องเที่ยวลงน้ำด้วยตัวเปล่า ผมไม่ได้เล่นน้ำเอง แต่แม่และขอบฟ้าลงไปเล่นกันสนุกสนาน ขอบฟ้าเล่าให้ฟังว่าเห็นปลาหลายชนิดมากในชายหาด

IMG_6104
IMG_6110
IMG_6114
IMG_6119
IMG_6122

เรือลำใหญ่ที่บรรทุกนักท่องเที่ยวมายังเกาะแห่งนี้ไม่สามารถจอดได้ใกล้ๆชายหาด เพราะปะการังอยู่ตื้นมากและเรือก็ไม่สามารถเข้าใกล้หาดได้ ต้องจอดห่างแผ่นดินเป็นร้อยเมตรแล้วให้นักท่องเที่ยวเดินเหยียบทุ่นลอยน้ำที่วางเป็นทางเดินแทน ทางเดินก็จะแกว่งไปแกว่งมาเล็กน้อย

IMG_6129

ปูเสฉวนที่นี่เยอะมากถึงมากที่สุด ในทุกที่ที่เราเดินผ่านไปบนเกาะ ถ้าเรามองหา เราจะพบปูเสฉวน และปูเสฉวนเหล่านี้ไม่ค่อยกลัวคนเลย เราสามารถหยิบมาดูเล่นได้ แล้วก็ปล่อยให้เดินหายไป เดี๋ยวตัวใหม่ก็เดินมาเฉียดๆให้เราได้เห็นอีก

IMG_0062

หาดทรายสีขาวกับแสงแดดจัดมาก เราแทบจะไม่สามารถเดินเล่นบนหาดทรายแล้วมองด้วยตาเปล่าได้เลย มันแสบตาสุดๆ การมาเที่ยวทะเลที่สวยระดับนี้สิ่งที่ไม่ควรลืมติดตัวมาด้วยคือแว่นกันแดด ผมไปเดินเล่นถ่ายรูปห่างจากกลุ่มคนออกไป ตลอดทางเดินที่ผ่านไปนั้นต้องหยีตา หรือแทบจะหลับตาเดินเลย เพราะแดดแรงมาก ทรายสีขาวสะท้อนแดดจนเรามองพื้นก็ไม่ได้ มองฟ้าก็ไม่ได้ มันมีแต่ความแสบตา ส่วนที่ทรายโดนน้ำทะเลจะดีหน่อยที่ไม่แสบตาทำให้มองได้บ้าง การถ่ายภาพ ทะเล หาดทราย ท้องฟ้า แสงแดด วิวที่รวมสิ่งเหล่านี้ไว้ทำให้ภาพจากกล้องสวยมาก ภาพออกมาสวยจนคนชอบการถ่ายภาพเมื่อดูภาพต้องถามว่าที่นี่ที่ไหน หรือตั้งกล้องยังไง

IMG_6156
IMG_6136
IMG_6147
IMG_6161

ทริปมาเที่ยวเกาะครั้งนี้เป็นทริปที่ช่วยรื้อฟื้นความรู้สึกตื่นเต้นในการถ่ายภาพ ความสนุกในการถ่ายภาพสมัยที่หัดถ่ายใหม่ๆ ได้กลับไปใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ ได้ปรับหมุนหามุมโพลาไรซ์ แล้วเลือกวิธีวัดแสงว่าจะวัดค่าแสงพอดี หรือ จะอันเดอร์ หรือจะโอเว่อร์เพื่อชดเชยแสง การได้ใช้ความคิด ได้หยิบทักษะการถ่ายภาพอย่างจริงจังมาใช้ช่วยทำให้เราสนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้น วันนี้เรามีกล้องดิจิทัลคุณภาพดี การเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวที่สะดวกสบาย ทุกอย่างสงเสริมให้เรามีโอกาสได้รูปที่ดีอยู่แล้ว และการได้ใช้ความคิดก่อนจะเก็บภาพทำให้เราสนุกยิ่งขึ้น ก่อนจะมาถึงทริปนี้ ผมก็ถ่ายภาพไปแบบไม่ได้คิดเลย มันได้แต่ปริมาณ แต่ความสนุกและความอิ่มในการดูภาพมันไม่มี

IMG_6172
IMG_6174

ออกจากเกาะรอกเรือก็พาเราไปอยู่กลางทะเล ไปจอดที่เกาะห้า เป็นเกาะห้าเกาะที่อยู่กลางทะเล เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังและปลาสวยงามจำนวนมาก ขอบฟ้ากับแม่ลงเล่นน้ำกันอีกรอบ ผมลงน้ำไม่ไหวแล้วอยากถ่ายรูปมากกว่า ก็เลยเก็บภาพไปเรื่อยๆ

IMG_6180
IMG_6184
IMG_6187
IMG_6197

เราจบวันนี้อย่างหมดแรง ขอบฟ้ากับแม่นั่งนับว่าวันนี้ที่มาดำน้ำได้เจอปลาอะไรบ้าง ปลาอะไรหายาก นับไปนับมาก็ได้เจอประมาณ 20 ชนิด ถือว่าเป็นวันที่โชคดีมาก เพราะไกด์บอกว่าจังหวะน้ำลงและไหลไม่แรงจะทำให้ปะการังดูตื้น เห็นง่าย ปลาก็จะเจอง่ายกว่า ถ้าเป็นจังหวะน้ำขึ้นและพัดแรง ปลาจะน้อย ระหว่างที่เดินทางกลับเราก็ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่เรือหลายเรื่อง คนขับเรือเล่าให้ฟังว่า ปกติจะขับเรือไปกลับเกาะพีพีอยู่เป็นประจำ แต่หน้าท่องเที่ยวที่อุทยานเปิดให้ไปเกาะรอกได้ก็จะย้ายมาขับเรือไปเกาะรอก ไกด์อีกคนก็คุยเรื่องปลาให้ฟัง เลยถามถึงฉลามวาฬหรือ whale shark ว่าเคยเจอไหม ไกด์บอกว่าเขาเคยเจอฉลามวาฬด้วย แถมยังเปิดคลิปที่ถ่ายเอาไว้ให้ดูอีก เรือพานักท่องเที่ยวกลับเข้าสู่ฝั่งประมาณ 17.30 น. หมดแรงกันถ้วนหน้า และรถตู้รับส่งจากท่าเรือก็รับเราสามคนมาส่งที่โรงแรม วันนี้เรากินมื้อเย็นที่โรงแรม และนอนอย่างหมดแรง

IMG_6198

กล้อง eos m รุ่นแรก กับ เลนส์ efm18-55is ยังคงเป็นทางเลือกที่ผมจะใช้กับทริปทะเล จริงๆในกระเป๋ากล้องผมมี eos 6d กับเลนส์ 24-105F4L มาด้วย แต่หยิบ eos m มาใช้เป็นหลัก ด้วยความรู้สึกว่า eos m ไม่แพง ราคามือสองไม่กี่พันบาท เลนส์ efm 18-55is ก็ขายมือสองกันสองพันบาท การเอากล้องมาถ่ายทะเล มีขี้นลงเรือ มีละอองน้ำ มีลม มีทราย ผมยังรู้สึกว่าใช้กล้องราคาไม่แพงดีกว่า จะได้ไม่ต้องเอากล้องโปรไปเสี่ยงกับทรายและน้ำ แถมฟิลเตอร์โพลาไรซ์หรือ cpl ที่เคยมีก็เป็นฟิลเตอร์ขนาดเล็ก 52มม. ซึ่งใช้กับเลนส์ efm 18-55is ได้พอดี เป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน เพราะว่า เดิมที ตอนที่ใช้กล้องฟิล์มบ่อยๆ สมัยหัดถ่ายด้วยฟิล์มสไลด์ เลนส์ที่ใช้กับกล้องฟิล์มก็จะมีหน้าเลนส์ 52มม ก็เลยมีฟิลเตอร์ CPL ขนาด 52มม.เอาไว้ใช้ถ่ายภาพแบบเน้นๆ ส่วนกล้องดิจิทัลรุ่นล่างอย่าง eos 350d ที่ผมซื้อใช้ถ่ายงานสารพัดเมื่อสิบกว่าปีก่อน ก็มีเลนส์ติดกล้องเป็น efs 18-55is แต่ว่าหน้าเลนส์ใหญ่ 58มม. ผมก็มีซื้อ cpl 58mm ไว้ด้วยเช่นกัน ตอนที่คิดว่าจะเอา eos m ไปทะเล ก็ไปเอา cpl 58 มาติดกระเป๋าไว้เลย เพราะคิดว่าหน้าเลนส์จะใหญ่เท่ากัน วันก่อนเดินทางลองเอามาทดสอบ ปรากฏว่ามันไม่เท่า เพราะ efm18-55is ตัวนี้มันใช้หน้าเลนส์ 52มม โชคดีมากที่ได้ลองก่อน ไม่งั้นก็จะกลายเป็นแบกของไปเที่ยวแล้วใช้ไม่ได้

IMG_6212

ภาพหลังกล้องออกมาแล้วปลาบปลื้มกับโทนสีที่สด จัดจ้าน และดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา eos m ผมใช้มาสักห้าปี เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้ cpl กับการถ่ายภาพวิวทะเล เห็นภาพแล้วก็หายเหนื่อย ดูภาพวิวรอบนี้ เทียบกับ eos 6d + 24-105f4L แล้ว ผมคิดว่า ผมชอบ eos m มากกว่า แถมยังน้ำหนักเบา ตัวเล็ก พกง่าย ข้อเสียเรื่องแบตหมดเร็วเราก็ปรับตัวได้แล้ว มีแบตไป 2 ก้อน ถ่ายภาพแล้วไม่ต้องดูภาพบ่อยๆ ถ่ายเสร็จก็กดปิดกล้อง ปุ่มเปิดปิดกล้องของ eos m น่าจะทำงานหนักใกล้เคียงกับปุ่มชัตเตอร์เลย

รออ่านตอนที่ 3 กับทริปกระบี่และภูเก็ต


Pat cafe ร้านอาหาร แพทคาเฟ่ รีวิว

เช้าวันอาทิตย์ที่อยากไปหาอะไรกินนอกบ้าน  ก็ขับรถเข้าไปย่านราชดำเนิน ไปถึงถนนดินสอ เจอกับร้านแพทคาเฟ่ ลองกินดูสักครั้ง

IMG_5683

อาหารเช้ามีหลายอย่างให้เลือก  อาหารตามสั่งก็มีเยอะ  เมนูหนามาก  เลือกกันตาลาย  สั่งเป็นชุดอาหารเช้าไปเลยก็ง่ายดี

IMG_5687

ร้านอยู่ริมถนน อยู่หัวมุมสี่แยก ด้านหนึ่งติดถนนดินสอ อีกด้านติดถนนพระสุเมรุ   ถ้ามาทางถนนดินสอจะจอดรถหน้าร้านไม่ได้  ต้องมาจากแยกผ่านฟ้าเข้าถนนพระสุเมรุก็จะผ่านหน้าร้าน จอดรถหน้าร้านเลย

IMG_5688

รายการอาหารเยอะมาก  มากเกินกว่าจะเป็นร้านกาแฟ  ควรจะเรียกว่าภัตตาคารมากกว่า

IMG_5690

ลูกค้าย่านนี้ก็คือนักท่องเที่ยว  ราคาอาหารไม่แพงสำหรับฝรั่ง สำหรับคนไทยก็พอไหว ราคาเท่ากับกินในห้างทั่วไป

IMG_5695

ไข่ครอบ หน้าตาประหลาดอยู่ในเมนู  เป็นสิ่งที่เพิ่งรู้จัก ถามกันเองว่ามันคืออะไร เดากันไป  จนคุณป้าข้างๆต้องเล่าให้ฟังว่า ไข่ครอบเป็นเมนูของคนสงขลา  ไม่ค่อยมีที่อื่นทำกัน  หากินได้ยากมาก  อาจมีเฉพาะร้านนี้เท่านั้นในกรุงเทพ  ผิวสัมผัสของไข่ครอบเมื่ออยู่ในปากจะเหมือนส่วนไข่แดงของไข่เค็ม แต่ไม่เค็ม  แค่ความร่วนของเนื้อไข่แดงมันคล้ายกัน

IMG_5693

ไข่กระทะ เป็นเมนูของคนสิ้นคิด  อร่อยเสมอ  ใส่พริกไทย ใส่ซอสแม็กกี้ ยังไงก็อร่อย

IMG_5698

ไข่ดาวไส้กรอกรูปหัวใจ  ดูแปลกดี  มีผักสลัดให้ด้วย  เป็นมื้อเช้าที่ครบห้าหมู่

IMG_5700

พาลูกและภรรยามาลองกิน   ก่อนจะนั่งกินก็เดินขึ้นไปดูชั้น2ที่เป็นแกลลอรี่  มีของสะสมให้ดูบ้าง ส่วนใหญ่เป็นภาพในหลวงรัชกาลที่9

แปะแผนที่ไว้ให้ครับ

 

เปรียบเทียบเลนส์ canon 15-45 กับ 18-55 บน eos m

กล้อง eos m เป็นกล้อง mirrorless ของ canon  ตอนที่เปิดตัวระบบนี้ออกมาจะมีเลนส์ kit ติดกล้องออกมาตัวแรกเป็น EF-M18-55mm f/3.5-5.6 IS STM ภายหลังจากนั้นอีกประมาณ  2-3 ปี ก็มีเลนส์ kit รุ่นที่2 ออกมาเป็นเลนส์ EF-M15-45mm f/3.5-6.3 IS STM ซึ่งติดมากับกล้องรุ่น eos m10  คนที่ชอบถ่ายภาพวิว ภาพแนวท่องเที่ยว จะสนใจเลนส์ตัวนี้มาก เพราะว่ามุมรับภาพถือว่ากว้างมากเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม  ภาพต่อไปนี้ก็จะเปรียบเทียบมุมรับภาพของเลนส์ทั้ง2ให้ดูเป็นแนวทาง

IMG_3881

18-55

IMG_3880

15-45

ทั้ง2ภาพ ถ่ายด้วยกล้อง eos m โหมด  ถ่ายโดยการยืนอยู่จุดเดิม ถ่ายเลนส์ตัวแรกเสร็จ ก็ถอดเลนส์เปลี่ยนเป็นตัวที่2  จากภาพตัวอย่างจะเห็นว่า แค่ระยะยืนใกล้ๆ วัตถุที่ถ่ายอยู่ใกล้ๆก็เห็นแล้วว่า 15-45 รับภาพได้มุมกว้างกว่าอย่างมาก ความกว้างตรงนี้เหมาะกับการถ่ายภาพวิวและอาคารบ้านช่องที่ระยะยืนจำกัด  บางภาพเราไม่สามารถถอยหลังไปถ่ายให้ไกลได้ก็ต้องอาศัยเลนส์ที่รับภาพกว้างเป็นหลัก  ส่วนระยะซูมเทเล่นั้น ที่ 55 กับ 45 mm จะให้ผลไม่ต่างกันมาก  เพราะแม้เราจะมีระยะแค่ 45mm แต่เราสามารถเดินเข้าไปใกล้วัตถุได้  ก็จะได้ภาพวัตถุที่ใหญ่ขึ้นนั่นเอง

ลองดูมุมอื่นๆบ้าง

IMG_3895

18-55

IMG_3894

15-45

IMG_3896

18-55

IMG_3897

15-45

สรุปคือ เลนส์ 15-45mm ถ่ายมุมกว้างมาก  ถ้าต้องเลือกเลนส์ kit ติดกล้องสำหรับ eos m ผมจะเลือก 15-45mm แทนที่จะเป็น 18-55mm

==== เพิ่มเติมความเห็น====

เลนส์ ef-m 18-55is stm ตัวนี้มีคุณภาพที่ดีน่าสนใจมากขึ้นเมื่อผมไปถ่ายภาพที่ทริปเที่ยวทะเลกระบี่  นับว่าเป็นของราคาถูกที่ขายมือสองกันแค่ประมาณสองพันบาท  ถ้าจะให้คุณภาพดีกว่านี้ ต้องจ่ายถึงระดับเลนส์ L ด้วยซ้ำไป   ดูภาพตัวอย่างได้จากโพสท์นี้ครับ

เทียบกล้องโปรกับกล้องถ่ายเล่น

ลองอ่านเรื่องการใช้เลนส์ Kit หรือเลนส์ติดกล้องให้ได้คุณภาพที่ดีได้ที่ลิงค์นี้ครับ

กล้องดี เลนส์ดี ราคาประหยัดมาก

กล้องและเลนส์สักคู่หนึ่งที่ทำงานร่วมกันแล้วได้ภาพถูกใจจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อย  ถ้าบังเอิญได้พบและใช้งานจะรู้ด้วยตัวเองเลยว่ามันเกิดมาคู่กันจริงๆ  กล้อง canon eos m รุ่น1 กับเลนส์ efm 22f2 เป็นคู่หูที่เกิดมาเพื่อกัน และมันทำหน้าที่ได้ไร้ที่ติ. ในแง่คุณภาพของภาพและความสะดวกในการพกพา

หลายคนจะติเรื่องความสามารถในการโฟกัสของ eos m รุ่น 1 กันถ้วนหน้า ผมก็เคยรีวิวไว้เช่นกันว่ามันถ่ายอะไรที่มีขาไม่ค่อยทัน  แต่ว่ามันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะเมินหน้าหนี แล้วทิ้งมันไปอย่างไม่ใยดี  ราคามือสองหรือมือสิบของกล้องรุ่นนี้อยู่ที่ประมาณ 3พัน เลนส์อยู่ที่ 3-4พัน เป็นการใช้เงินประมาณ 7 พันบาทที่ให้คุณภาพระดับสูงมาก  ผมยังคงไม่พบคู่หูหรือกล้องคอมแพ็คค่าตัวมือสองที่ราคาต่ำกว่านี้และให้คุณภาพได้ดีกว่านี้.

2018-03-17 11.23.55 3

สถานีรถไฟในญี่ปุ่นในช่วงเวลาเย็น แสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า eos m + 22f2 + vsco

ภาพทริปญี่ปุ่นในปี 2015 ของผมทั้งทริปเป็นภาพที่ใช้กล้อง eos m และเลนส์ 22f2 เท่านั้น เพราะทั้งทริปผมไม่ได้พกเลนสและกล้องตัวอื่นไปเลย มีเพียงแค่คู่หูคู่นี้กับแบตสองก้อน  ปรับเลนส์ไว้ที่ f2 แล้ว iso auto แล้วก็ใช้ค่านี้ถ่ายไปตลอดทริปเลย ไม่ว่าจะกลางวัน กลางคืน แดดออก แดดร่ม กลางแจ้ง ในห้าง ในสถานีรถไฟทั้งบนดินและใต้ดิน จบที่อุปกรณ์และค่า setting ค่าเดียวกันทั้งหมด

2018-03-17 11.23.55 2

ไอศครีมข้างทาง เป็นภาพแนวท่องเที่ยวที่จบในตัว การเดินทางคือกินเที่ยวนอน eos m + 22f2 + vsco

2018-03-17 11.24.01 2

ให้คนอื่นช่วยถ่ายให้ก็ไม่ยาก ยังคงวัดแสงและโฟกัสได้ง่ายสำหรับคนทั่วไป eos m + 22f2 + vsco

การที่กล้องมีระบบ touch focus เอามือแตะที่หน้าจอเพื่อให้กล้องโฟกัสได้เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับการท่องเที่ยว  แถมยังเลือกได้ด้วยว่าจะแตะเพื่อโฟกัสเพียงอย่างเดียว หรือ แตะแล้วโฟกัสแล้วถ่ายภาพเลย ซึ่งเป็นวิธีที่มีประโยชน์มากในการขอให้คนอื่นช่วยถ่ายภาพให้. ช่างภาพก็จะได้มีตัวตนอยู่ในภาพบ้าง

2018-03-17 11.23.52 2

ตื่นนอน ขอดูการ์ตูนก่อน eos m + 22f2 + vsco

ในห้องพัก ตอนเช้าตรู่  แสงเข้าทางหน้าต่างส่องมาที่เตียงนอน  เด็กคนนึงกำลังนั่งดูการ์ตูน ไม่รู้ตัวว่าพ่อกำลังแอบถ่ายภาพ หยิบกล้องมาเปิด จัดองค์ประกอบ แตะที่หน้าแล้วกล้องก็ทำการโฟกัส วัดค่าแสงพอดี แล้วก็ลั่นชัตเตอร์ จบในการขยับนิ้วแค่ครั้งเดียว เลนส์มีความไวแสงระดับ f2 ทำให้ภาพหน้าชัด หลังเบลอ โชว์ความเบลอสวยๆให้เห็น เลนส์แพงทำได้ เลนส์ถูกก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

2018-03-17 11.24.00 2

เติมพลังก่อนเดินทาง canon eos m + 22f2 + vsco

แม่ลูกกำลังกินอาหารเช้าก่อนเดินทางไปเที่ยวต่อ เป็นอาหารเช้าที่เจ้าของโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้ลูกค้า. อากาศภายนอกประมาณ 10 องศา อากาศภายในเย็นสบาย ใส่เสื้ออุ่นๆคนละ 2 ชั้น  มาเที่ยวแล้วนอนโรงแรม บันทึกภาพการกินในแต่ละมื้อก็เป็นภาพชุดที่ห้ามพลาด ห้ามลืมถ่าย

2018-03-17 11.23.49 1

หนาวไหมครับแม่  eos m + 22f2 + vsco

อากาศภายนอกหนาวเย็นระดับเลขตัวเดียว การกอดกันก็อุ่นสบาย ที่จุดกลางทางแวะดูสะพานไม้สีแดงของนิกโก้ เป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวมักจะต้องแวะถ่ายภาพ ลำพังเพียงสะพานอย่างเดียวยังไม่มีอะไรโดดเด่น จังหวะบังเอิญพอดีที่แม่ลูกกำลังคุยกัน ขอบฟ้าเอามือไปจับหน้าแม่เพื่อถามว่าหนาวไหม  กล้องอยู่ในมือก็ยกขึ้นมาเล็งอัตโนมัติ บทจะต้องโฟกัสให้เร็วสุดชีวิตมันก็ทำได้นะในบางจังหวะ  แม้ว่าคนค่อนโลกจะบ่นเรื่องโฟกัสช้า  แต่ถ้ากล้องอยู่ในมือช่างภาพที่พร้อมถ่าย ก็ไม่มีข้ออ้างใดๆ จังหวะที่ดีที่สุด กล้องทุกตัวทำได้อยู่แล้ว

2018-03-17 11.23.55 1

อากาศเย็น แดดออก ใบไม้ร่วงยังสวย  eos m + 22f2 + vsco

ภาพนี้ถ่ายที่ด้านหลังสถานนีรถบัส เป้นจุดแวะขอข้อมูลเดินทางและจุดขึ้นรถลงรถที่ทะเลสาบนิกโก้. ท้องฟ้ามีแดด อากาศเย็นสบาย กล้องถ่ายรูปถ้าจะถ่ายแบบเดาแสง ผมจะถ่ายด้วย f11 เพราะแดดชัด เงาชัดและไม่แสบตามาก  ภาพที่ถ่ายมาแล้วย้อนไปดูว่ากล้องเลือกค่าแสงไว้ให้เท่าไหร่ ก็ใกล้เคียงกับสิ่งที่คิดครับ กฏ sunny 16 เป็นกฏง่ายๆที่เอาไว้ช่วยเดาค่าแสงได้ดี

2018-03-17 11.23.53 1

แม่กับลูกริมทะเลสาบชูเซนจิ  eos m + 22f2 + vsco

ภาพริมทะเลสาบ แสงสวย วิวสวย เลนส์ที่ใช้เป็นเลนส์สว่าง f2 ถ้าเปิดกว้างสุด iso ต่ำสุด กล้องยังเลือกความไวชัตเตอร์ให้สูงลิบ เพราะสภาพแสงจริงนั้นสว่างมาก ภาพนี้โชคดีที่กล้องใช้สปีด 1/4000 ให้. เพราะถ้าแดดแรงกว่านี้ หรือ เลนส์สว่างกว่านี้เช่น f1.4 ความไวชัตเตอร์จะขึ้นไประดับ 1/8000 วินาที. ซึ่ง eos m รุ่นนี้ให้ไม่ได้ การใช้บอดี้กล้องระดับกลางที่ความไวขึ้นได้แค่ 1/4000 วินาที เราต้องเลือกเลนส์ f2 ไว้ก่อน มันเป็นข้อจำกัดที่เหมาะสมซึ่งกันและกันระหว่างเลนส์และกล้อง  เพราะกล้องและเลนส์ทุกตัวถูกออกแบบมาให้ถ่ายภาพได้ดีในเวลากลางวัน  ส่วนเทคนิคการถ่ายที่ไม่ปกติ หรือสภาพแสงที่น้อยนิด หรือถ่ายภาพกลางคืน อะไรที่ไม่ปกติ มักจะต้องการอุปกรณ์ที่แพงกว่านี้

2018-03-17 11.23.52 1

ทะเลสาบชูเซนจิ  eos m + 22f2 + vsco

ถ่ายภาพทะเลสาบแบบมีเนื้อหาสาระ ก็นึกถึงว่าต้องมีวิวระยะใกล้ มีวิวไกลๆ ก็เลยจะเป็นภาพที่เห็นพื้น เห็นน้ำ ภูเขา ท้องฟ้า เลยจัดองค์ประกอบแนวตั้งซะหน่อย  การถ่ายภาพวิวควรจะชัดเต็มที่เพราะไม่มีจุดสนใจอะไรให้เด่นที่สุด มันควรจะเด่นทั้งภาพ. การใช้รูรับแสงแคบก็เป็นไอเดียแรกที่จะต้องมี. รูรับแสงที่เลือกใช้ประมาณ f11 ซึ่งก็ตรงกับข้อมูลของกฏ sunny16 ที่แดดแรงใช้ค่า f11 ที่ iso 100 ความไวชัตเตอร์สัมพันธ์กับ iso. ข้อมูลการถ่ายภาพนี้ออกมาที่ f11 1/100วินาที และ iso100 เป๊ะตามโพยเลย.

2018-03-17 11.24.00 1

หลับปุ๋ยเย็นๆ  eos m + 22f2 + vsco

ทริปพ่อแม่ลูก กว่าจะหอบกันขึ้นมาบนทะเลสาบแห่งนี้  ใช้พลังงานเยอะ และในช่วงบ่ายของวันก็เป็นช่วงเวลาที่จะต้องนอนของเด็กสามขวบ  ผลก็คือหลับคารถเข็นเลย  แต่พ่อแม่ก็ต้องถ่ายรูปขอบฟ้ากลับไปให้ได้  เพราะอุตส่าห์พามาแล้ว ยังไงต้องมีรูปอยู่กับน้ำตก  เราถ่ายภาพนี้ที่จุดชมวิว

2018-03-17 11.23.57 1

น้ำตกและใบไม้สีสวย  eos m + 22f2 + vsco

นั่งรถออกจากทะเลสาบออกไปสักสามสิบนาทีจะไปพบกับน้ำตกที่เป็นน้ำตกเล็กๆ  มีคนดูสักสองร้อยคน ที่ยืนก็หายาก มุมจะใช้ขาตั้งกล้องก็ยาก เพราะมีแต่คนเดินไปเดินมา ได้ยืนนิ่งๆถ่ายรูปก็บุญแล้ว  การถ่ายน้ำตกแบบพิมพ์นิยมคือต้องถ่ายให้ได้น้ำเป็นสาย สปีดชัตเตอร์ช้าไว้ก่อน  ซึ่งในทางปฏิบัติของสถานที่นี้ เวลานี้ ไม่สามารถทำได้  สิ่งที่พอทำได้ก็คือ ถ่ายภาพด้วยสปีดต่ำกว่าปกติ แต่ไม่ต่ำมาก แล้วไปลุ้นเอาว่าภาพจะชัด น้ำตกจะเป็นสาย ผมถ่ายภาพนี้ไปหลายสิบรูป เลือกสปีดที่ต่ำมาก  เลยไปลุ้นเอาว่าคงมีสักภาพที่ดูเหมือนไม่สั่น  ได้เป็ฯภาพนี้ออกมา

2018-03-17 11.23.54 1

ตู้ไปรษณีย์ eos m + 22f2 + vsco

เมื่อก่อนเวลาไปเที่ยวไหนก็จะต้องพยายามถ่ายภาพจุดที่เป็นแลนมาร์ค หรือสถานที่เด่นๆที่เป็นตัวแทนของพื้นที่ แต่บางทีก็ถ่ายตู้ไปรษณีย์ซะเลยก็ได้จะได้รู้ว่าไปไหนมา ถ้าเป็นเมืองไทยเราก็อ่านออก พอเป็นญี่ปุ่นก็ไม่รู้ว่าตัวหนังสือที่เห็นบนตู้มันอ่านว่าอะไร ถ่ายแค่นี้แล้วคนดูภาพทีหลังจะรู้ไหมว่ามันคือที่ไหน ถ้าให้เดา มันน่าจะหมายถึงตู้ไปรษณีย์ หรือสำหรับส่งจดหมาย แต่ไม่น่าจะบอกสถานที่

2018-03-17 11.23.51 2

ป้ายรถเมล์ท่ามกลางแสงแดดและแมกไม้ eos m + 22f2 + vsco

การรอป้ายรถเมล์ที่สนุกสนานจะต้องเป็นป้ายรถเมล์ที่อากาศเย็นระดับสิบองศาเท่านั้น ถ้าร้อนแบบเมืองไทยอย่าหวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้มที่หน้าป้ายรถเมล์ รถเมล์ญี่ปุ่นตรงเวลามาก ตรงอย่างไม่น่าเชื่อ. แสงตกกระทับเป็นหย่อมๆดูสวยงามเป็นธรรมชาติ เวลถ่ายภาพแนวนี้มีโอกาสที่กล้องจะวัดแสงผิดได้ง่ายมาก  ภาพนี้ผมไม่ได้ชดเชยแสง ประเมินแล้วว่าภาพด้านหลังเป็นแนวต้นไม้สีเข้ม กล้องน่าจะเลือกค่าการถ่ายที่โอเว่อร์นิดๆเมื่อวัดแสง  ซึ่งก็บังเอิญว่ามันเป็นอย่างที่คิด

2018-03-17 11.24.01 1

รถไฟฉึกฉัก หลับได้เหมือนกัน eos m + 22f2 + vsco

รถไฟในญี่ปุ่น นอกจากรถไฟฟ้า รถไฟชินคังเซ็นแล้ว รถที่วิ่งระหว่างเมืองในความเร็วปกติก็มีใช้งานอยู่. ภาพในตู้รถไฟก็คล้ายๆกับบ้านเรา เป็นที่นั่งสองเบาะหันหน้าเข้าหากัน เด็กจะนอนก็นอนพาดยาวไปเลย โชคดีที่คนไม่มาก  การถ่ายภาพเด็กหลับเป็นสิ่งที่ง่ายดายที่สุด เสียอย่างเดียวคือต้องระวังไม่ให้กล้องสั่น เพราะเรากำลังเล็งภาพบนรถไฟที่วิ่งอยู่  แต่รถไฟญี่ปุ่นสะเทือนน้อยกว่าที่เคยคิดไว้มาก  ภาพถ่ายได้ออกมาชัดเกือบทุกรูป

2018-03-17 11.23.48 1

ยามเย็นแม่กับลูก eos m + 22f2 + vsco

ภาพแนวสตรีทแม่กับลูก บนถนนที่พลุกพล่านที่สุดของโตเกียว สถานีรถไฟที่นี่ใหญ่มากและวุ่นวายซับซ้อนมาก เวลาเย็นก่อนแสงจะหมด เลนส์ f2 ช่วยให้เก็บภาพนี้ได้ด้วยสปีดชัตเตอร์ที่ไม่ต่ำเกินไป แม่กับลูกอยู่ในจังหวะยิ้มที่พอดีสุดๆ  ผมรอจังหวะให้ลูกยกของเล่นเพื่อไม่ให้ของเล่นบังหน้า แล้วก็ถ่าย รอยยิ้มยังอยู่ ของเล่นไม่บังหน้า ย่อตัวถ่ายเสร็จแล้วรีบเดินต่อ เพราะคนเยอะมาก

2018-03-17 11.23.58 1

เล่นซ่อนหา eos m + 22f2 + vsco

เวลาไปห้างก็จะมีจังหวะลูกซน วิ่งเล่น และหยุดดูโน่นนี่นั่น รวมถึงไปยืนในที่แคบๆ ไปแอบผู้คน ห้างสำหรับแม่และเด็กในญี่ปุ่นคงไม่ถือสา  เลนส์ f2 กับภาพในร่ม ในอาคาร เป็นหน้าที่โดยจรงของรูรับแสงกว้างๆเลย สปีดชัตเตอร์เท่าไหร่ผมก็ลืมไปแล้ว รู้แค่ โฟกัสให้ตรงหน้า แล้วถ่ายเลย  องค์ประกอบภาพแนวนี้ มีให้เราถ่ายแค่2 วินาที นานกว่านี้เด็กจะวิ่งแล้ว

2018-03-17 11.23.58 2

ถูกใจ eos m + 22f2 + vsco

เมื่อถูกใจของเล่นชิ้นไหน แววตาและสีหน้าของเด็กก็เต็มไปด้วยประกายแวววาว วินาทียิ้มแฉ่งพร้อมกับสายตาที่มองมันเป็นจังหวะที่ต้องอยู่ในภาพ ของเล่นต้องอยู่ในมือมันถึงจะเจ๋ง  กล้องอย่าง eos m แม้จะโฟกัสช้า แต่ผมโฟกัสรอไว้แล้ว รอจังหวะแค่ ได้ดาบขยับไม่บังหน้า ส่วนรอยยิ้ม ลูกผมยิ้มยาวเฟื้อยนานหลายวินาทีเลย

2018-03-17 11.23.56 1

พาเรดเรือประดับไฟ eos m + 22f2 + vsco

เรือประดับไฟสวยงามเป็นส่วนหนึ่งในพาเรดตอนดึกของสวนสนุกแห่งนี้. เม็ดไฟ led ที่ประดับเต็มลำเรือเห็นเป็นภาพสวยงามให้ความสว่างมากสำหรับการถ่ายภาพ. ภาพแสงไฟหากเราถ่ายที่ค่าแสงพอดี ไม่ได้ชดเชยแสง เราจะได้แสงสว่างสวยในภาพ ส่วนฉากหลังจะมืด ซึ่งหากเป็นตอนมืดอยู่แล้ว ฉากจะมืดไปกว่าเดิมก็ไม่เสียหาย วัดแสงพอดีแล้วถ่ายเลยง่ายและเร็ว

2018-03-17 11.23.50 1

รอเครื่องบิน eos m + 22f2 + vsco

จบทริปญี่ปุ่นที่สนามบินฮาเนดะ เป็นสนามบินที่มีการตกแต่งสวยงาม ใหญ่  ทุกอย่างเร็ว ทันสมัย มีจุดชมวิวดูเครื่องบิน มีพิพิธภัณฑ์เครื่องบินให้ดู  สภาพแสงในสนามบินก็สว่างเพียงพอ กล้องอะไรก็ถ่ายสวย eos m กับเลนส์ f2 ทำงานจนนาทีสุดท้าย ภาพในทริปไม่มีวัดแสงพลาดเลย

IMG_0337

นี่คือกล้องกับเลนส์ที่เล่ามาครับ eos m กับเลนส์ efm22f2

แวะถ่ายภาพข้างทางเป็นสิ่งที่ไม่ได้ทำมานาน

IMG_3790.JPG

เท่าที่จำได้ เวลาขับรถผ่านจุดที่ดูน่าสนใจ น่าจะเป็นมุมถ่ายภาพที่ให้ภาพได้ดี ก็มีความอยากจะจอดรถแล้วลงไปถ่ายให้พอใจ  ตั้งแต่ช่วงเวลาที่หัดถ่ายรูป ก็มีโอกาสจอดรถถ่ายบ่อยครั้ง จะกรุงเทพ หรือ ต่างจังหวัดก็แวะถ่ายได้เรื่อยๆ  เป็นช่วงเวลาของการค้นหาภาพสวยๆ  เป็นช่วงเวลาที่ได้เสพสุขกับการมองแล้วหามุมที่อยากได้   พอพ้นวันเวลาที่ไม่มีภาระ  วันเวลาที่มีเวลาเหลือเฟือ ก็ก้มหน้าก้มตาทำงาน แล้วก็ถ่ายภาพรับจ้าง แล้วก็ทำงานอื่นๆใดๆไปแทบจะตลอดเวลา  เวลาสุนทรีย์จากการถ่ายภาพก็ค่อยๆหายไป

 

การเดินทางท่องเที่ยวในระยะหลังก็จะมาแนวช่างภาพขี้เกียจ ช่างภาพเบื่อโลก  แล้วพอแต่งงาน มีครอบครัว  มีลูก การถ่ายภาพเกือบร้อยเปอร์เซ็นก็จะเป็นการถ่ายภาพในครอบครัว  ไปเที่ยวกันพ่อแม่ลูกก็ค่อยๆถ่ายกันไป  มีภาพลูกเป็นหมื่นภาพที่สะสมขึ้นมาเรื่อยๆ   ลูกผมเรียนอนุบาลหนึ่ง โรงเรียนเพลินพัฒนา ทุกวันก็จะขับรถไปส่งตอนเช้า  ซึ่งข้างทางที่ขับผ่านในซอยแถวโรงเรียนก็มีที่รกร้างต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมด มีเสาสูงๆคงเป็นเสาของโทรศัพท์มือถือที่วางตระหง่านเด่นอยู่ท่ามกลางทุ่งรกๆ  มองผ่านไปตอนขับรถทีแรกก็ไม่ได้สนใจ  จนกระทั่งช่วงเดือนที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ต้นไม้รกร้างเหล่านั้นงอกงาม ตั้งตัวกันสลอน  รับกับแดดที่ออกในบางเวลา ทำให้ผมเห็นมุมที่น่ามอง  ก็จำไว้ว่ามุมนี้น่าแวะมาถ่าย  แต่ก็ได้แต่จำแล้วก็ขับผ่านไป ส่งลูกเข้าโรงเรียนแล้วขับรถไปทำงานต่อ

 

มาหลายวันนี้ผ่านมุมนี้แล้วรู้สึกว่ามันสวยทุกวัน  ก็เลยเร่ิมวางแผน บวกกับวันนี้ ลูกผมลืมของไว้ที่บ้านต้องย้อนกลับไปเอาของที่บ้านอีกครั้ง  วันนี้เลยไปโรงเรียนสายกว่าปกติ  เพราะปกติคือไปเช้าแดดยังไม่ออก  แต่วันนี้ไปโรงเรียนสองรอบ รอบที่สองนี่เองที่แดดออกสดในและทำให้มุมนี้สวยขึ้นอีกมาก พอส่งลูกเสร็จก็เลยรอเวลา  เพราะแดด 8 โมงเช้ายังอ่อนเกินไป ระบบวัดแสงของกล้องคงจะวัดแสงแล้วเลือกค่า f ไม่แคบเท่าไหร่  ก็เลยเลือกที่จะกินข้าว กินกาแฟ รอเวลาอีก 1 ชั่วโมง พอเก้าโมงกว่า แดดจัดมากขึ้นก็ขับรถออกมายังจุดที่เล็งไว้ แล้วก็จอดรถข้างทาง

 

IMG_3781.JPG

 

วันเมฆสวยฟ้าใสอะไรก็ดูดีไปหมด มองวิวด้วยตาเปล่าแล้วก็หยิบกล้องออกไปถ่าย  canon eos m รุ่นแรก กับเลนส์ 22f2 ปรับตั้งค่า iso auto เลือกโหมดถ่ายภาพเป็น P  มุมนี้ถ่ายภาพตามแสง ฉากหน้าเป็นต้นไม้โดนแดดเต็มๆ วัตถุสำคัญของภาพเป็นเสาโดนแดดเต็มๆเช่นกัน ท้องฟ้าก็สีฟ้า เมฆก็รวมตัวกันเป็นกลุ่มๆไม่กระจาย เจอมุมแบบนี้ตั้งค่าวัดแสงพอดีไปเลย  ไม่ต้องชดเชยแสงใดๆ   ถ่ายภาพไปสักสี่ภาพก็เปลี่ยนเลนส์  เดินกลับไปหยิบเลนส์ 18-55 มาติดกล้้องบ้าง  เพราะอยากได้ภาพเสาที่ใหญ่ขึ้น  เลนส์ช่วง 55มม. ก็เลยได้ทำหน้าที่

 

การถ่ายภาพในช่วงนี้ของผมเป็นการถ่ายภาพที่เน้นภาพสวยและชัดเป็นสำคัญ เพราะจะเอาภาพไปส่งสต๊อคด้วย  ภาพที่จะส่งขายสต๊อคจะต้องมีความชัดเป็นสำคัญ การเลือกโหมด P ก็เพราะจะให้กล้องเลือกค่า f กลางๆให้ และกล้องก็เลือกค่า f10 ให้กับภาพชุดนี้ แม้จริงๆผมจะชอบเลข f11 มากกว่า แต่ก็ไม่ได้ปรับ  ปล่อยให้กล้องเลือก f ให้อัตโนมัติ

 

IMG_3786.JPG

เมื่อได้ภาพจนพอใจก็เก็บกล้อง ขับรถไปทำงานต่อ  ภาพชุดนี้ถ่ายมา 13 ภาพ  ถึงที่ทำงานก็ก๊อปปี้ภาพส่งเว็บขายทันที  และในอีก 5 นาทีต่อมา ระบบของเว็บก็รับภาพ ภาพชุดนี้ผ่านการ approved ทั้งหมด  เป็นการส่งภาพสต๊อคครั้งแรกที่ส่งเยอะและผ่านทั้งหมด เป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ   จอดรถเพื่อถ่ายภาพในมุมที่ค้นพบเป็นความสุขของช่างภาพ  และความสุขครั้งที่สองจากภาพชุดนี้ก็มาตอนที่ภาพผ่านการ approved  ก็หวังว่าจะมีความสุขครั้งที่สามตามมา นั่นคือ บางภาพในชุดนี้มีการโหลดไปใช้งาน มันคงจะดีไม่น้อยเลย

Screen shot 2016-09-16 at 11.11.57 PM

 

ดูรีวิวกล้อง eos m ได้ที่นี่

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 2 นิกโก้ สูงๆหนาวๆ

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 1 โยโกฮาม่า นิกโก้

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 2 นิกโก้ สูงๆหนาวๆ

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 3 นิกโก้ โตเกียว

เราเดินทางจากพื้นราบของนิกโก้ขึ้นสู่ภูเขาด้วยรถเมล์  เป็นรถสาธารณะเพียงอย่างเดียวที่มีให้นักท่องเที่ยวใช้ ที่นี่ไม่มีแท็กซี่ ไม่มีรถไฟ ไม่มีกระเช้าจากพื้นราบ การเดินทางก็คล้ายๆกับภูเขาอินทนนท์ของไทย คือขับรถเลี้ยวไปเลี้ยวมาไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ  ด้านบนจะมีทะเลสาปและน้ำตกให้ดูหลายแห่ง  อากาศด้านบนหนาวมากแถมลมแรง และยิ่งมีละอองน้ำมีฝนตก อุณหภูมิในเดือนตุลาคมน่าจะเกือบๆศูนย์องศา

IMG_9071

 

IMG_9074

 

IMG_9079

 

IMG_9099

 

กล้องถ่ายรูปตัวเดิมตัวเดียวเลนส์ตัวเดียว 22f2 บนกล้อง eos m ทำงานไปเรื่อยๆ หนาวก็ไม่กลัว ไม่แสดงอาการอะไรให้เห็น ภาพจากรูรับแสง f2 ให้ความชัดที่ตัวแบบได้โดดเด่นมาก และทิ้งด้านหลังให้นวลๆเบลอๆดูเป็นภาพที่น่ามอง  สีสันของภาพก็ให้แนวธรรมชาติไม่ได้ฉูดฉาดเกินจริง  ยิ่งถ่ายก็ยิ่งเพลิน  อาจจะมีเพียงบางโอกาสที่แดดจ้าจนทำให้เรามองหน้าจอด้านหลังไม่ค่อยเห็น ต้องอาศัยการกะเดาไปเองว่าองค์ประกอบเป็นอย่างไร  แต่สถานการณ์ที่มองจอหลังลำบากก็ไม่ได้พบบ่อย

 

IMG_9103

IMG_9104

 

ภาพตัวอย่างมุมนี้ภาพบนเป็นการปรับรูรับแสงให้แคบเพื่อความชัดลึกของภาพสูงสุด โดยปรับไปที่ f11 ซึ่งคาดหวังว่าจะให้ระยะชัดตั้งแต่ไกลสุดมาจนถึงพื้นระยะใกล้ประมาณ 1 เมตร พอถ่ายค่า f แคบๆไปแล้วก็เปลี่ยนไปถ่ายค่า f2 กันบ้าง เพื่อเก็บเป็นตัวอย่างเอาไว้เปรียบเทียบว่ารูรับแสงแคบและกว้างนั้นให้ผลต่างกันอย่างไร IMG_9117

 

IMG_9155

 

IMG_9121

 

วิวทะเลสาปแสนสวยถ่ายรูปสนุก ผมเคยชินกับวิวน้ำและเรือ และต้นไม้พอสมควร เพราะในช่วงเวลาที่เคยว่างเวลาเหลือเฟือก็อาศัยถ่ายภาพตามสวนสาธารณะอยู่บ่อยๆ สวนลุม บ่อน้ำ เรือ ต้นไม้ ล้วนเป็นของคุ้นเคย มีเพียงอากาศหนาวเย็นเท่านั้นที่หาไม่ได้จากเมืองไทย

ใบไม้เปลี่ยนสีในญึ่ีปุ่นจะมีช่วงเวลาทอง น่าจะเป็นกลางเดือนตุลาคมที่จะเปลี่ยนสีกันให้สะใจ ในช่วงเวลาต้นเดือนตุลาเราจะเห็นเพียงสัญญาณการเริ่มเปลี่ยนสี ต้นไม้บางส่วนเริ่มเปลี่ยนสี แต่อีกกว่าครึ่งยังเขียวขจี ต้องอาศัยการเลือกมุมถ่ายภาพเล็กน้อยเพื่อให้คนอื่นดูภาพแล้วจินตนาการว่าเรามาเที่ยวดูต้นไม้เปลี่ยนสีได้สมดังใจ สิ่งที่เราไม่ได้ทำในทะเลสาปบนภูเขาสูง 1800 เมตรก็คือการนั่งเรือแล้วพายให้สะบายใจ ด้วยเหตุผลว่าลูกยังเล็กยังไม่อยากเสี่ยงลงเรือเพราะเราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

IMG_9183

 

ร้านค้าริมทะเลสาปก็จะเป็นร้านอาหาร เครื่องดื่ม กาแฟเยอะมาก  ร้านขายของที่ระลึกนิดหน่อย  เดินผ่านเห็นคุณลุงกำลังแกะไม้อย่างตั้งใจ เราก็อุดหนุนลูกข่างเล็กๆกลับมาอันนึง จากทะเลสาปเรานั่งรถเมล์อีกครั้งเพื่อไปยังน้ำตกใกล้ๆ เป็นน้ำตกที่มีคนแวะเยอะมาก ลงรถแล้วเดินจากริมถนนเข้าไปไม่มากก็ได้พบกับน้ำตกและจุดชมวิวที่มีคนพลุกพล่าน จะหาตำแหน่งถ่ายภาพสวยๆก็ยากเต็มที แถมยังไม่ได้พกขาตั้งกล้องเสียอีก การถ่ายภาพน้ำตกโดยมากจะใช้สปีดต่ำเพื่อให้สายน้ำดูนุ่มนวลกว่าที่ตาเห็น พอไม่มีขาต้งก็ต้องอาศัยวางกล้องไว้กับรั้ว วางกล้องไว้ติดเสาเพื่ออาศัยเสาและรั้วในการพยุงกล้องให้ไม่สั่นไหว เพราะสปีดการถ่ายภาพน้ำตกที่พอจะสวยนั้นจะต้องใช้สปีดต่ำระดับ 1/4 – 1/15 วินาที IMG_9257

 

IMG_9282

 

ออกจากน้ำตกเราก็นั่งรถเมลกลับลงมายังพื้นราบและผ่านสถานีรถไฟแห่งเดิมที่เราเพิ่งใช้งานมาเมื่อวาน หาของกินตามร้านก็ไม่ทันแล้วเพราะที่นี่ห้าโมงเย็นก็เริ่มมืดและร้านค้าก็เริ่มปิดกัน คงเหลือแต่ซุปเปอร์มาเก็ตที่เปิดดึกหน่อย เราก็เลยได้ฝากท้องไว้กับอาหารกล่องจากซูปเปอร์มาเก็ตริมถนน กินกันอิ่มก็เตรียมตัวเข้านอน อากาศเย็นๆแบบนี้ใส่เสื้อผ้าหนาๆพร้อมผ้าห่มกองใหญ่ก็พออุ่นได้ ดูการ์ตูนก่อนนอนอีกนิดนึง

IMG_9287

 

IMG_9289

IMG_9291

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 1 โยโกฮาม่า นิกโก้

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 2 นิกโก้ สูงๆหนาวๆ

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 3 นิกโก้ โตเกียว

รีวิว กล้อง eos m กล้องดีเลือกเจ้าของ

ในตลาดกล้องถ่ายภาพระบบ mirrorless มีเจ้าตลาดชื่อ olympus มี fuji เป็นผู้ท้าชิงที่สู้กันได้สูสี มี sony ที่ทำได้ดีไม่แพ้กัน สามค่ายนี้ดูไม่ออกว่าใครจะเป็นหัวแถวในระยะยาว nikon ก็ออกระบบ nikon1 ตามมา แม้จะไม่โด่งดังแต่ก็มีจุดขายที่ทำให้อยากใช้ในเรื่องโฟกัสไวขั้นเทพ ถ่ายวิดีโอได้เนียนและถ่ายต่อเนื่องได้นานมากเอาไปทำหนังได้เลย ส่วน canon ออกมากับเขาเหมือนกัน ใช้ชื่อว่า eos m แต่กลับโดนบ่นจากผู้ใช้ทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย

IMG_0839.JPG
eos m + 22f2 stm

ทุกคนจะบอกว่า eos m เป็นกล้องที่โฟกัสช้า ช้าจนน่ารำคาญ และทำให้พลาดช็อตสำคัญไปบ่อยๆ มันก็เป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ แต่ความผิดหวังมันเด่นชัดเพราะมันโดนตั้งความหวังไว้สูง ประมาณว่ากล้องที่ซื้อทีหลัง กล้องที่ออกมาทีหลังควรจะทำได้ดีกว่ากล้องรุ่นที่ออกมาก่อน ระบบ mirrorless ของค่าย canon ซึ่งเป็นค่ายสุดท้ายที่ออกมาเล่นตลาดนี้ก็น่าจะเบียดค่ายอื่นให้ซบเซาขายไม่ออกได้ แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น พอ eos m ออกมา ค่ายอื่นเลยกลายเป็นเทพไปหมดเลย ต้องปรบมือให้ canon จริงๆ

IMG_0822.JPG
eos m + 22f2 stm

หลายครั้งที่มีการพูดคุยกันในฟอรัมต่างๆ หรือในเฟสบุ๊ค การตอบคำถามเกี่ยวกับการโฟกัสของ eos m มักจะต้องอธิบายกันบ่อยๆ ผมในฐานะคนที่ใช้งานกล้องตัวนี้ก็ได้แต่ตอบว่า eos m เหมาะกับการถ่ายภาพอะไรก็ได้ที่ไม่มีขา ถ้ามีขาก็ห้ามเดิน มันเป็นคำตอบที่ผมใช้บ่อย และเลือกที่จะตอบแบบนี้เสมอ เพราะความไวในการโฟกัสของ eos m มันเป็นปัญหาจริงๆ มือใหม่ที่ซื้อกล้องตัวแรก ถ้ามาใช้ eos m เลย ผมคิดว่าคงเสียความรู้สึกไปพอสมควร เพราะกล้องตัวนี้ไม่ทำให้ชีวิตของเขาง่ายขึ้น เพราะแม้แต่ iphone ยังโฟกัสไวกว่า เพราะแม้แต่กล้องโบราณตัวอื่นๆยังโฟกัสไวกว่า eos m ไม่เหมาะกับมือใหม่สักเท่าไหร่

IMG_0921.JPG
eos m + 18-55is stm

สำหรับมืออาชีพหรือมือเก่าที่ถ่ายภาพมาเนิ่นนาน ถ้าจะหากล้องสำรองสำหรับการรับงาน ตัวนี้ก็ไม่เหมาะอยู่ดี เพราะมันใช้ถ่ายงานอีเว้นไม่ค่อยดี การโฟกัสช้าจะทำให้พลาดภาพสำคัญไปได้ ถ้าเป็นงานที่ต้องทำมาหากิน eos m ก็ไม่เหมาะเลย แล้วมันเหมาะกับใครกันบ้างล่ะ แล้วมันมีอะไรน่าสนใจถึงทำให้มีรีวิวนี้

IMG_0481.JPG
eos m + 18-55is stm

ถ้าเราตัดเรื่องความสามารถในการโฟกัสออกไป ที่เหลือของ eos m มันคือกล้องที่ดีมากตัวหนึ่ง มันเปลี่่ยนวิธีพกและวิธีใช้กล้องไปอย่างสิ้นเชิง คุณภาพของภาพก็อยู่ในระดับหัวแถวของวงการ อาจจะแพ้กล้องเซ็นเซอร์ใหญ่แบบ full frame ไป แต่มันก็ให้ภาพที่ดีที่สุดในกลุ่มเซ็นเซอร์ aps-c ณ วันที่มันเปิดตัว

Untitled
eos m + 22f2 stm

ในช่วงเวลารุ่งเรืองของฟิล์มถ่ายรูป การหัดถ่ายภาพของช่างภาพส่วนใหญ่จะต้องผ่านการใช้งานเลนส์ฟิกซ์มาสักตัว บางคนก็ใช้เลนส์ 50มม. บางคนก็ใช้เลนส์ช่วงอื่นๆซึ่งมีให้เลือกหลายช่วง ตั้งแต่ 24 28 35 50 85 105 135มม. ซึ่งเลนส์เดี่ยวสักตัวจะต้องเคยผ่านมือช่างภาพกำลังพัฒนาแน่นอน ผมเองก็มีเลนส์ตัวโปรดเป็นช่วง 35มม. โดยมีเลนส์ EF35f2 เป็นเลนส์ติดกล้องสมัยถ่ายด้วยฟิล์ม และยังใช้งานต่อเนื่องมาถึงยุคดิจิทัลด้วย บุคคลิกของเลนส์ 35 เป็นอย่างไรจะจำได้ขึ้นใจ ระยะการยืนห่างจากแบบหรือวัตถุเมื่อใช้เลนส์ 35มม.จะอยู่ในหัวโดยความเคยชิน เราสามารถใช้เลนส์ 35มม. ตัวเดียวถ่ายได้ทั้งทริป ซึ่งมันติดเป็นความชอบ และเมื่อเรามองหากล้องตัวที่สอง ตัวที่สาม ตัวสำรอง ตัวไหนก็ตาม เราก็จะหากล้องที่ใช้งานในช่วง 35มม. ได้สนุกไว้ก่อน

IMG_3245.JPG
eos m + 22f2 stm

ก่อนจะมี eos m ผมก็ใช้ fuji x100 เป็นกล้องติดตัวอยู่เกือบสองปี ซื้อเพราะมันเป็นเลนส์ 23f2 ซึ่งอยู่กับเซ็นเซอร์ aps-c แล้ว มันก็จะเทียบเท่า 35มม. กล้องตัวนี้คุณภาพดีมาก แต่ขายออกไปเพราะว่ามันโฟกัสช้าและถ่ายภาพลูกกำลังคลานไม่ทัน ต่อมาก็ได้กล้อง nikon v1 มาใช้งาน กล้อง v1 โฟกัสเร็วมาก แก้ปัญหาการถ่ายภาพลูกได้เกือบหมด แต่ติดอยู่ตรงที่ว่าเราชอบภาพที่มีหลังเบลอเยอะๆหน่อย เซ็นเซอร์ nikon1 เล็กจนทำให้หลังเบลอลำบาก เรียกได้ว่าเลนส์เกรดธรรมดาที่แถมมากับกล้อง nikon v1 ไม่สามารถให้ภาพหน้าชัดหลังเบลอได้เท่าที่ต้องการ

IMG_0936.JPG
eos m + 18-55is stm

IMG_0700.JPG
eos m + 18-55is stm

eos m เปิดตัวออกมาพร้อมเลนส์ 2 ตัว คือ 22f2 และ 18-55stm การใช้ 18-55stm บนบอดี้ eos m ให้ผลลัพธ์ที่ไม่เหนือความคาดหมาย กล้อง DSLR ก่อนหน้านี้ก็ให้เลนส์ Kit ช่วง 18-55mm เช่นกัน คุณภาพก็พอใช้ได้ เป็นเลนส์ที่คนส่วนใหญ่จะวางไว้เฉยๆหรือขายทิ้งแล้วไปหาเลนส์เกรดสูงกว่านี้มาใช้แทน แต่กับ Eos m ไม่มีเลนส์เกรดสูงกว่านี้ เพราะระบบนี้เพิ่งเกิด ยังไม่มีเลนส์เกรดสูงช่วงซูมเดียวกันให้เลือกใช้ ก็เลยต้องทนใช้ไป

IMG_1119
eos m + 22f2 stm

แต่กับเลนส์ 22f2 stm เป็นคนละเรื่องเลย เลนส์ฟิกซ์ยังคงเป็นเลนส์ที่มีคุณภาพดีมากแม้จะเป็นการผลิตแบบราคาถูก ช่วง 22mm บนกล้อง eos m เซ็นเซอร์ aps-c เทียบเท่ากับ fullframe ที่ระยะ 35mm เท่ากับเรามีเลนส์ 35f2 ใช้นั่นเอง ซึ่งเป็นระยะเลนส์ที่นิยมมากโดยเฉพาะคนที่ต้องการพกเลนส์ตัวเดียวแล้วถ่ายมันทุกอย่างที่ผ่านตาเข้ามา เป็นเลนส์ที่นักถ่ายภาพแนว street มักจะใช้ กล้องรุ่นยอดนิยมอย่าง Fuji x100 ก็ให้เลนส์ติดกล้องมาเทียบเท่ากับ 35f2 บน fullframe เช่นเดียวกัน

IMG_1142
eos m + 22f2 stm

IMG_1172
eos m + 22f2 stm

การใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างระดับ f2 ทำให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายขึ้น เพราะมันถ่ายภาพได้เกือบทุกสภาพแสง ยิ่งมีระบบปรับ iso ได้อัตโนมัติที่ขึ้นสูงได้ถึง 6400 หรือ 12500 ยิ่งทำให้กล้องสามารถใช้งานได้แทบจะตลอดเวลาตราบใดที่เรามองเห็นกล้องก็ถ่ายติด ถึงแม้จะมืดมากจนมองลำบาก กล้อง eos m ก็มีไฟช่วยโฟกัสเป็นแสงนำที่ใช้ led เปิดไฟส่องให้เลย เป็นไฟช่วยโฟกัสที่ติดอยู่บนบอดี้ ไม่ได้เป็นระบบยิงแฟลชเพื่อช่วยโฟกัส เพราะ eos m ไม่มีแฟลชในตัวนั่นเอง ซึ่งเลนส์ 22f2 กับบอดี้ eos m สามารถหาซื้อได้ในราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท หรือซื้อเซ็ทใหญ่ก็ได้ในราคาหมื่นกลางๆเท่านั้น ราคาระดับนี้มันน่าใช้ขึ้นมาทันที

IMG_0042.JPG
eos m + 22f2 stm

IMG_0041.JPG
eos m + 22f2 stm + flash ex-90

IMG_0413
eos m + 18-55is stm – wireless flash ex90 with 580exII

IMG_0412
eos m + 18-55is stm – wireless flash ex90 with 580exII

การที่ eos m ไม่มีแฟลชในตัวทำให้มันต้องออกแฟลชแยกขนาดเล็กออกมาในชุดด้วย แฟลชตัวเล็กที่ว่านี้ชื่อรุ่น ex-90 ใช้ถ่านขนาด AAA จำนวน 2 ก้อน ดูขนาดภายนอกจะเล็กมาก พวงกุญแจของคนเราทุกคนยังอาจจะใหญ่กว่าแฟลชตัวนี้ก็ได้ แต่ความเล็กกลับไม่ธรรมดา ex-90 เป็นแฟลชไฮเทคและความสามารถสูง เพราะมันมาพร้อมกับความสามารถในการสื่อสารไร้สายกับแฟลชตัวอื่นในระบบของ canon โดยมันสามารถทำตัวเป็น master ควบคุมการยิงแฟลชไร้สายได้ ถ้าเราจะเล่นแฟลชไร้สายของ canon แต่เดิมเราจะต้องมีแฟลชตัวท๊อปกับตัวรองท๊อปของค่ายนี้อย่างละหนึ่งตัวเพื่อให้ตัวท๊อปเป็นตัว master และตัวรองท๊อปหรือตัวท๊อปอีกตัวเป็น slave รับคำสั่ง ซึ่งการเล่นแฟลชไร้สายค่าย canon มีค่าใช้จ่ายเกินสองหมื่นบาทแน่นอน หรือหากเราอยากจะใช้ตัวส่งสัญญาณแฟลชโดยเฉพาะอย่าง ST-E2 ที่ทำตัวเป็น master อย่างเดียว ตัวนี้ก็เกือบหมื่นบาท แต่ eos m แถมแฟลชตัวเล็ก ex-90 ที่ทำหน้าที่เป็น master ได้

IMG_3097.JPG
eos m + ef 85f1.8

eos m มี adaptor ที่เอาไว้ใช้แปลงเลนส์ ef และ efs มาใช้กับ eos m ออกมาด้วย นั่นทำให้เลนส์ตัวเก่าที่มีอยู่สามารถใช้กับ eos m ได้ทุกตัว และสามารถใช้งานได้เต็มระบบด้วย และนี่ก็คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ระบบ eos m มีเลนส์ในระบบน้อย เพราะว่าสามารถใช้เลนส์ ef และ efs ได้นั่นเอง

IMG_1180
eos m + 22f2 stm + touchshutter

หน้าจอด้านหลังเป็นแบบ touchscreen สามารถสั่งการและปรับค่าต่างๆได้จากการสัมผัส สามารถดูภาพและเอานิ้วเลื่อนได้เหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป ความไวในการเปลี่ยนภาพไม่เร็วมากแบบไอโฟนตัวล่าสุด แต่ก็ถือว่าไม่ช้าน่ารำคาญ และด้วยหน้าจอสัมผัสทำให้คำสั่งการลั่นชัตเตอร์สามารถเลือกได้ว่าจะลั่นจากการแตะหน้าจอด้วย หรือ touchershutter ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากกับการใช้งานส่วนใหญ่ โดยเฉพาะถ้าเราจะวานให้คนอื่นช่วยถ่ายภาพ เราก็แค่บอกคนถ่ายว่า ให้แตะที่หน้าคนกล้องก็จะถ่าย ผมให้ลูกอายุสองขวบช่วยกดถ่ายภาพ ก็ได้ภาพชัดที่หน้าได้อย่างง่ายดาย

eos m สามารถถ่ายวิดีโอได้ระดับ full HD คุณภาพวิดีโออยู่ในระดับที่ดีมาก แต่ปัญหาการโฟกัสผิดพลาดจะทำให้วิดีโอนั้นเสียไปได้ง่ายๆเช่นกัน ถ้าตั้งค่าเลนส์ให้เป็นแมน่วลโฟกัสไปเลยได้จะดีที่สุด หรือใช้เลนส์มือหมุนไปเลยจะได้ไม่หงุดหงิดใจ

แบตเตอรี่ที่ให้มาขนาดค่อนข้างเล็ก คงเป็นเพราะบอดี้ขนาดเล็กเลยต้องทำให้แบตเล็กไปด้วย การท่องเที่ยวด้วยกล้อง eos m ควรจะมีแบตติดไปสัก 3 ก้อน เพราะกล้องระบบ mirrorless จะใช้พลังงานเยอะกับการแสดงผลหน้าจอ และมันเปิดหน้าจอตลอดเวลาด้วยทำให้แบตหมดเร็ว การถือกล้องเดินถ่ายภาพไปเรื่อยๆน่าจะทำได้ไม่เกินสองชั่วโมงหากเราไม่ปิดกล้องเลย ผมเคยเอากล้องไปถ่ายภาพอีเว้น ใช้ได้ประมาณ 120 ภาพแบบไม่ถ่ายคร่อมไม่ถ่ายเผื่อเสียเลยแบตก็หมดแล้ว แบตสำรองก้อนที่สองและสามจึงเป็นทางเลือกที่ควรเตรียมไว้ เสียดายที่ eos m ไม่มีแบตเตอรี่แพ็คหรือกริ๊ปในระบบของตัวเอง

IMG_0866.JPG
ภาพโทนสีปกติ eos m + 22f2

IMG_0867.JPG
แบบ toy camera

IMG_0868.JPG
แบบชัตตื้น

IMG_0869.JPG
แบบขาวดำ

โหมดการโพรเซสภาพหลังการถ่ายก็เป็นลูกเล่นที่มีมาให้ในกล้อง เราสามารถเลือกสไตล์ภาพก่อนที่จะถ่ายได้เพื่อให้ได้ภาพที่มีบุคลิคแปลกตาตามรูปแบบที่มีให้เลือกสำเร็จรูป หรือเราจะถ่ายด้วยภาพปกติแล้วค่อยมาเลือกโพรเซสภาพตามสไตล์เหล่านี้ก็ได้ กล้องจะเซพภาพใหม่ที่ผ่านการประมวลผลแล้วให้เป็นไฟล์ใหม่ไม่ทับไฟล์เดิม ลูกเล่นเหล่านี้มาตามสมัยนิยม กล้องในปัจจุบันแทบทุกตัวจะมีความสามารถตรงนี้แล้วเช่นกัน

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเมื่อพก eos m แทนกล้องตัวใหญ่ก็คือ มันมีขนาดเล็ก สามารถใส่กล้องและเลนส์พร้อมแฟลชลงไปในกระเป๋าย่ามได้อย่างสบายๆ ทำให้การยกกล้องมาถ่ายในสถานการณ์ต่างๆเป็นเรื่องง่ายดาย การพก eos m ติดเลนส์ 22f2 ครอบคลุมการใช้งานส่วนใหญ่ของผม และ มันให้คุณภาพระดับกล้องโปรเลยทีเดียว ภาพที่ออกจากเลนส์ 22f2 เป็นภาพที่มีคุณภาพ มีระยะชัดตื้นเมื่อเปิด f กว้างสุดกำลังดี ต่อให้เปลี่ยนไปใช้กล้องโปรอย่าง eos 6d ก็ใช่ว่าจะได้คุณภาพภาพและไฟล์ที่ดีกว่านี้ ขนาดที่เล็กมันทำให้เราหยิบใช้ได้บ่อยขึ้น การท่องเที่ยวด้วย eos m เป็นคำตอบที่ดีมากสำหรับคนที่ไม่ต้องการน้ำหนักเยอะ และที่สำคัญสามารถไหว้วานให้คนอื่นช่วยถ่ายภาพให้ได้ ช่างภาพมีโอกาสได้มีภาพตัวเองบ้างโดยที่คนถ่ายก็สามารถโฟกัสภาพได้ชัด ขอเพียงแค่คนถ่ายมีตาและนิ้ว

IMG_0850

IMG_8189

IMG_9044

IMG_9817.JPG

2015-10-06_10-49-55

2015-10-07_12-21-18

2015-10-07_06-36-47

IMG_9461

IMG_8995

IMG_7835

IMG_7921

IMG_7692

IMG_0266

IMG_0645.JPG

2016-01-23 04.42.36 1

2016-01-25 11.09.25 1

2016-02-08 08.54.29 1

IMG_0721.JPG

IMG_0955.JPG

IMG_0983.JPG

IMG_0998.JPG

IMG_1070.JPG

IMG_1072.JPG

IMG_1358.JPG