กล้องดี เลนส์ดี ราคาประหยัดมาก

กล้องและเลนส์สักคู่หนึ่งที่ทำงานร่วมกันแล้วได้ภาพถูกใจจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อย  ถ้าบังเอิญได้พบและใช้งานจะรู้ด้วยตัวเองเลยว่ามันเกิดมาคู่กันจริงๆ  กล้อง canon eos m รุ่น1 กับเลนส์ f22f2 เป็นคู่หูที่เกิดมาเพื่อกัน และมันทำหน้าที่ได้ไร้ที่ติ. ในแง่คุณภาพของภาพและความสะดวกในการพกพา

 

หลายคนจะติเรื่องความสามารถในการโฟกัสของ eos m รุ่น 1 กันถ้วนหน้า ผมก็เคยรีวิวไว้เช่นกันว่ามันถ่ายอะไรที่มีขาไม่ค่อยทัน  แต่ว่ามันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะเมินหน้าหนี แล้วทิ้งมันไปอย่างไม่ใยดี  ราคามือสองหรือมือสิบของกล้องรุ่นนี้อยู่ที่ประมาณ 3พัน เลนส์อยู่ที่ 3-4พัน เป็นการใช้เงินประมาณ 7 พันบาทที่ให้คุณภาพระดับสูงมาก  ผมยังคงไม่พบคู่หูหรือกล้องคอมแพ็คค่าตัวมือสองที่ราคาต่ำกว่านี้และให้คุณภาพได้ดีกว่านี้.

 

2018-03-17 11.23.55 3

สถานีรถไฟในญี่ปุ่นในช่วงเวลาเย็น แสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า eos m + 22f2 + vsco

ภาพทริปญี่ปุ่นในปี 2015 ของผมทั้งทริปเป็นภาพที่ใช้กล้อง eos m และเลนส์ 22f2 เท่านั้น เพราะทั้งทริปผมไม่ได้พกเลนสและกล้องตัวอื่นไปเลย มีเพียงแค่คู่หูคู่นี้กับแบตสองก้อน  ปรับเลนส์ไว้ที่ f2 แล้ว iso auto แล้วก็ใช้ค่านี้ถ่ายไปตลอดทริปเลย ไม่ว่าจะกลางวัน กลางคืน แดดออก แดดร่ม กลางแจ้ง ในห้าง ในสถานีรถไฟทั้งบนดินและใต้ดิน จบที่อุปกรณ์และค่า setting ค่าเดียวกันทั้งหมด

2018-03-17 11.23.55 2

ไอศครีมข้างทาง เป็นภาพแนวท่องเที่ยวที่จบในตัว การเดินทางคือกินเที่ยวนอน eos m + 22f2 + vsco

 

2018-03-17 11.24.01 2

ให้คนอื่นช่วยถ่ายให้ก็ไม่ยาก ยังคงวัดแสงและโฟกัสได้ง่ายสำหรับคนทั่วไป eos m + 22f2 + vsco

การที่กล้องมีระบบ touch focus เอามือแตะที่หน้าจอเพื่อให้กล้องโฟกัสได้เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับการท่องเที่ยว  แถมยังเลือกได้ด้วยว่าจะแตะเพื่อโฟกัสเพียงอย่างเดียว หรือ แตะแล้วโฟกัสแล้วถ่ายภาพเลย ซึ่งเป็นวิธีที่มีประโยชน์มากในการขอให้คนอื่นช่วยถ่ายภาพให้. ช่างภาพก็จะได้มีตัวตนอยู่ในภาพบ้าง

 

2018-03-17 11.23.52 2

ตื่นนอน ขอดูการ์ตูนก่อน eos m + 22f2 + vsco

ในห้องพัก ตอนเช้าตรู่  แสงเข้าทางหน้าต่างส่องมาที่เตียงนอน  เด็กคนนึงกำลังนั่งดูการ์ตูน ไม่รู้ตัวว่าพ่อกำลังแอบถ่ายภาพ หยิบกล้องมาเปิด จัดองค์ประกอบ แตะที่หน้าแล้วกล้องก็ทำการโฟกัส วัดค่าแสงพอดี แล้วก็ลั่นชัตเตอร์ จบในการขยับนิ้วแค่ครั้งเดียว เลนส์มีความไวแสงระดับ f2 ทำให้ภาพหน้าชัด หลังเบลอ โชว์ความเบลอสวยๆให้เห็น เลนส์แพงทำได้ เลนส์ถูกก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

 

2018-03-17 11.24.00 2

เติมพลังก่อนเดินทาง canon eos m + 22f2 + vsco

แม่ลูกกำลังกินอาหารเช้าก่อนเดินทางไปเที่ยวต่อ เป็นอาหารเช้าที่เจ้าของโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้ลูกค้า. อากาศภายนอกประมาณ 10 องศา อากาศภายในเย็นสบาย ใส่เสื้ออุ่นๆคนละ 2 ชั้น  มาเที่ยวแล้วนอนโรงแรม บันทึกภาพการกินในแต่ละมื้อก็เป็นภาพชุดที่ห้ามพลาด ห้ามลืมถ่าย

 

 

2018-03-17 11.23.49 1

หนาวไหมครับแม่  eos m + 22f2 + vsco

อากาศภายนอกหนาวเย็นระดับเลขตัวเดียว การกอดกันก็อุ่นสบาย ที่จุดกลางทางแวะดูสะพานไม้สีแดงของนิกโก้ เป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวมักจะต้องแวะถ่ายภาพ ลำพังเพียงสะพานอย่างเดียวยังไม่มีอะไรโดดเด่น จังหวะบังเอิญพอดีที่แม่ลูกกำลังคุยกัน ขอบฟ้าเอามือไปจับหน้าแม่เพื่อถามว่าหนาวไหม  กล้องอยู่ในมือก็ยกขึ้นมาเล็งอัตโนมัติ บทจะต้องโฟกัสให้เร็วสุดชีวิตมันก็ทำได้นะในบางจังหวะ  แม้ว่าคนค่อนโลกจะบ่นเรื่องโฟกัสช้า  แต่ถ้ากล้องอยู่ในมือช่างภาพที่พร้อมถ่าย ก็ไม่มีข้ออ้างใดๆ จังหวะที่ดีที่สุด กล้องทุกตัวทำได้อยู่แล้ว

 

2018-03-17 11.23.55 1

อากาศเย็น แดดออก ใบไม้ร่วงยังสวย  eos m + 22f2 + vsco

ภาพนี้ถ่ายที่ด้านหลังสถานนีรถบัส เป้นจุดแวะขอข้อมูลเดินทางและจุดขึ้นรถลงรถที่ทะเลสาบนิกโก้. ท้องฟ้ามีแดด อากาศเย็นสบาย กล้องถ่ายรูปถ้าจะถ่ายแบบเดาแสง ผมจะถ่ายด้วย f11 เพราะแดดชัด เงาชัดและไม่แสบตามาก  ภาพที่ถ่ายมาแล้วย้อนไปดูว่ากล้องเลือกค่าแสงไว้ให้เท่าไหร่ ก็ใกล้เคียงกับสิ่งที่คิดครับ กฏ sunny 16 เป็นกฏง่ายๆที่เอาไว้ช่วยเดาค่าแสงได้ดี

 

2018-03-17 11.23.53 1

แม่กับลูกริมทะเลสาบชูเซนจิ  eos m + 22f2 + vsco

ภาพริมทะเลสาบ แสงสวย วิวสวย เลนส์ที่ใช้เป็นเลนส์สว่าง f2 ถ้าเปิดกว้างสุด iso ต่ำสุด กล้องยังเลือกความไวชัตเตอร์ให้สูงลิบ เพราะสภาพแสงจริงนั้นสว่างมาก ภาพนี้โชคดีที่กล้องใช้สปีด 1/4000 ให้. เพราะถ้าแดดแรงกว่านี้ หรือ เลนส์สว่างกว่านี้เช่น f1.4 ความไวชัตเตอร์จะขึ้นไประดับ 1/8000 วินาที. ซึ่ง eos m รุ่นนี้ให้ไม่ได้ การใช้บอดี้กล้องระดับกลางที่ความไวขึ้นได้แค่ 1/4000 วินาที เราต้องเลือกเลนส์ f2 ไว้ก่อน มันเป็นข้อจำกัดที่เหมาะสมซึ่งกันและกันระหว่างเลนส์และกล้อง  เพราะกล้องและเลนส์ทุกตัวถูกออกแบบมาให้ถ่ายภาพได้ดีในเวลากลางวัน  ส่วนเทคนิคการถ่ายที่ไม่ปกติ หรือสภาพแสงที่น้อยนิด หรือถ่ายภาพกลางคืน อะไรที่ไม่ปกติ มักจะต้องการอุปกรณ์ที่แพงกว่านี้

 

2018-03-17 11.23.52 1

ทะเลสาบชูเซนจิ  eos m + 22f2 + vsco

ถ่ายภาพทะเลสาบแบบมีเนื้อหาสาระ ก็นึกถึงว่าต้องมีวิวระยะใกล้ มีวิวไกลๆ ก็เลยจะเป็นภาพที่เห็นพื้น เห็นน้ำ ภูเขา ท้องฟ้า เลยจัดองค์ประกอบแนวตั้งซะหน่อย  การถ่ายภาพวิวควรจะชัดเต็มที่เพราะไม่มีจุดสนใจอะไรให้เด่นที่สุด มันควรจะเด่นทั้งภาพ. การใช้รูรับแสงแคบก็เป็นไอเดียแรกที่จะต้องมี. รูรับแสงที่เลือกใช้ประมาณ f11 ซึ่งก็ตรงกับข้อมูลของกฏ sunny16 ที่แดดแรงใช้ค่า f11 ที่ iso 100 ความไวชัตเตอร์สัมพันธ์กับ iso. ข้อมูลการถ่ายภาพนี้ออกมาที่ f11 1/100วินาที และ iso100 เป๊ะตามโพยเลย.

 

2018-03-17 11.24.00 1

หลับปุ๋ยเย็นๆ  eos m + 22f2 + vsco

ทริปพ่อแม่ลูก กว่าจะหอบกันขึ้นมาบนทะเลสาบแห่งนี้  ใช้พลังงานเยอะ และในช่วงบ่ายของวันก็เป็นช่วงเวลาที่จะต้องนอนของเด็กสามขวบ  ผลก็คือหลับคารถเข็นเลย  แต่พ่อแม่ก็ต้องถ่ายรูปขอบฟ้ากลับไปให้ได้  เพราะอุตส่าห์พามาแล้ว ยังไงต้องมีรูปอยู่กับน้ำตก  เราถ่ายภาพนี้ที่จุดชมวิว

 

 

2018-03-17 11.23.57 1

น้ำตกและใบไม้สีสวย  eos m + 22f2 + vsco

นั่งรถออกจากทะเลสาบออกไปสักสามสิบนาทีจะไปพบกับน้ำตกที่เป็นน้ำตกเล็กๆ  มีคนดูสักสองร้อยคน ที่ยืนก็หายาก มุมจะใช้ขาตั้งกล้องก็ยาก เพราะมีแต่คนเดินไปเดินมา ได้ยืนนิ่งๆถ่ายรูปก็บุญแล้ว  การถ่ายน้ำตกแบบพิมพ์นิยมคือต้องถ่ายให้ได้น้ำเป็นสาย สปีดชัตเตอร์ช้าไว้ก่อน  ซึ่งในทางปฏิบัติของสถานที่นี้ เวลานี้ ไม่สามารถทำได้  สิ่งที่พอทำได้ก็คือ ถ่ายภาพด้วยสปีดต่ำกว่าปกติ แต่ไม่ต่ำมาก แล้วไปลุ้นเอาว่าภาพจะชัด น้ำตกจะเป็นสาย ผมถ่ายภาพนี้ไปหลายสิบรูป เลือกสปีดที่ต่ำมาก  เลยไปลุ้นเอาว่าคงมีสักภาพที่ดูเหมือนไม่สั่น  ได้เป็ฯภาพนี้ออกมา

 

2018-03-17 11.23.54 1

ตู้ไปรษณีย์ eos m + 22f2 + vsco

เมื่อก่อนเวลาไปเที่ยวไหนก็จะต้องพยายามถ่ายภาพจุดที่เป็นแลนมาร์ค หรือสถานที่เด่นๆที่เป็นตัวแทนของพื้นที่ แต่บางทีก็ถ่ายตู้ไปรษณีย์ซะเลยก็ได้จะได้รู้ว่าไปไหนมา ถ้าเป็นเมืองไทยเราก็อ่านออก พอเป็นญี่ปุ่นก็ไม่รู้ว่าตัวหนังสือที่เห็นบนตู้มันอ่านว่าอะไร ถ่ายแค่นี้แล้วคนดูภาพทีหลังจะรู้ไหมว่ามันคือที่ไหน ถ้าให้เดา มันน่าจะหมายถึงตู้ไปรษณีย์ หรือสำหรับส่งจดหมาย แต่ไม่น่าจะบอกสถานที่

 

 

2018-03-17 11.23.51 2

ป้ายรถเมล์ท่ามกลางแสงแดดและแมกไม้ eos m + 22f2 + vsco

การรอป้ายรถเมล์ที่สนุกสนานจะต้องเป็นป้ายรถเมล์ที่อากาศเย็นระดับสิบองศาเท่านั้น ถ้าร้อนแบบเมืองไทยอย่าหวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้มที่หน้าป้ายรถเมล์ รถเมล์ญี่ปุ่นตรงเวลามาก ตรงอย่างไม่น่าเชื่อ. แสงตกกระทับเป็นหย่อมๆดูสวยงามเป็นธรรมชาติ เวลถ่ายภาพแนวนี้มีโอกาสที่กล้องจะวัดแสงผิดได้ง่ายมาก  ภาพนี้ผมไม่ได้ชดเชยแสง ประเมินแล้วว่าภาพด้านหลังเป็นแนวต้นไม้สีเข้ม กล้องน่าจะเลือกค่าการถ่ายที่โอเว่อร์นิดๆเมื่อวัดแสง  ซึ่งก็บังเอิญว่ามันเป็นอย่างที่คิด

 

2018-03-17 11.24.01 1

รถไฟฉึกฉัก หลับได้เหมือนกัน eos m + 22f2 + vsco

รถไฟในญี่ปุ่น นอกจากรถไฟฟ้า รถไฟชินคังเซ็นแล้ว รถที่วิ่งระหว่างเมืองในความเร็วปกติก็มีใช้งานอยู่. ภาพในตู้รถไฟก็คล้ายๆกับบ้านเรา เป็นที่นั่งสองเบาะหันหน้าเข้าหากัน เด็กจะนอนก็นอนพาดยาวไปเลย โชคดีที่คนไม่มาก  การถ่ายภาพเด็กหลับเป็นสิ่งที่ง่ายดายที่สุด เสียอย่างเดียวคือต้องระวังไม่ให้กล้องสั่น เพราะเรากำลังเล็งภาพบนรถไฟที่วิ่งอยู่  แต่รถไฟญี่ปุ่นสะเทือนน้อยกว่าที่เคยคิดไว้มาก  ภาพถ่ายได้ออกมาชัดเกือบทุกรูป

 

2018-03-17 11.23.48 1

ยามเย็นแม่กับลูก eos m + 22f2 + vsco

ภาพแนวสตรีทแม่กับลูก บนถนนที่พลุกพล่านที่สุดของโตเกียว สถานีรถไฟที่นี่ใหญ่มากและวุ่นวายซับซ้อนมาก เวลาเย็นก่อนแสงจะหมด เลนส์ f2 ช่วยให้เก็บภาพนี้ได้ด้วยสปีดชัตเตอร์ที่ไม่ต่ำเกินไป แม่กับลูกอยู่ในจังหวะยิ้มที่พอดีสุดๆ  ผมรอจังหวะให้ลูกยกของเล่นเพื่อไม่ให้ของเล่นบังหน้า แล้วก็ถ่าย รอยยิ้มยังอยู่ ของเล่นไม่บังหน้า ย่อตัวถ่ายเสร็จแล้วรีบเดินต่อ เพราะคนเยอะมาก

 

2018-03-17 11.23.58 1

เล่นซ่อนหา eos m + 22f2 + vsco

เวลาไปห้างก็จะมีจังหวะลูกซน วิ่งเล่น และหยุดดูโน่นนี่นั่น รวมถึงไปยืนในที่แคบๆ ไปแอบผู้คน ห้างสำหรับแม่และเด็กในญี่ปุ่นคงไม่ถือสา  เลนส์ f2 กับภาพในร่ม ในอาคาร เป็นหน้าที่โดยจรงของรูรับแสงกว้างๆเลย สปีดชัตเตอร์เท่าไหร่ผมก็ลืมไปแล้ว รู้แค่ โฟกัสให้ตรงหน้า แล้วถ่ายเลย  องค์ประกอบภาพแนวนี้ มีให้เราถ่ายแค่2 วินาที นานกว่านี้เด็กจะวิ่งแล้ว

 

 

2018-03-17 11.23.58 2

ถูกใจ eos m + 22f2 + vsco

เมื่อถูกใจของเล่นชิ้นไหน แววตาและสีหน้าของเด็กก็เต็มไปด้วยประกายแวววาว วินาทียิ้มแฉ่งพร้อมกับสายตาที่มองมันเป็นจังหวะที่ต้องอยู่ในภาพ ของเล่นต้องอยู่ในมือมันถึงจะเจ๋ง  กล้องอย่าง eos m แม้จะโฟกัสช้า แต่ผมโฟกัสรอไว้แล้ว รอจังหวะแค่ ได้ดาบขยับไม่บังหน้า ส่วนรอยยิ้ม ลูกผมยิ้มยาวเฟื้อยนานหลายวินาทีเลย

 

2018-03-17 11.23.56 1

พาเรดเรือประดับไฟ eos m + 22f2 + vsco

เรือประดับไฟสวยงามเป็นส่วนหนึ่งในพาเรดตอนดึกของสวนสนุกแห่งนี้. เม็ดไฟ led ที่ประดับเต็มลำเรือเห็นเป็นภาพสวยงามให้ความสว่างมากสำหรับการถ่ายภาพ. ภาพแสงไฟหากเราถ่ายที่ค่าแสงพอดี ไม่ได้ชดเชยแสง เราจะได้แสงสว่างสวยในภาพ ส่วนฉากหลังจะมืด ซึ่งหากเป็นตอนมืดอยู่แล้ว ฉากจะมืดไปกว่าเดิมก็ไม่เสียหาย วัดแสงพอดีแล้วถ่ายเลยง่ายและเร็ว

 

2018-03-17 11.23.50 1

รอเครื่องบิน eos m + 22f2 + vsco

จบทริปญี่ปุ่นที่สนามบินฮาเนดะ เป็นสนามบินที่มีการตกแต่งสวยงาม ใหญ่  ทุกอย่างเร็ว ทันสมัย มีจุดชมวิวดูเครื่องบิน มีพิพิธภัณฑ์เครื่องบินให้ดู  สภาพแสงในสนามบินก็สว่างเพียงพอ กล้องอะไรก็ถ่ายสวย eos m กับเลนส์ f2 ทำงานจนนาทีสุดท้าย ภาพในทริปไม่มีวัดแสงพลาดเลย

 

Advertisements

คุยเล่นเรื่องเลนส์ canon EF35 F2

เลนส์ canon EF 35 F2 เป็นเลนส์ไวด์ทางยาวโฟกัสเดียว 35 มิลลิเมตร หน้าเลนส์ขนาด 52 มิลลิเมตร รูรับแสงกว้าง F2 ซึ่งไวแสงกว่าเลนส์ซูมเกรดโปรที่ขายกันสี่ห้าหมื่นบาทไทย แต่ราคาขายของเลนส์ 35F2 ตัวนี้อยู่ที่ระดับหมื่นกว่าบาท เลนส์ตัวนี้ผมได้มาเกือบสิบปีแล้ว เป็นเลนส์ที่ทำให้การถ่ายภาพมีความสนุกมากขึ้น คนที่สนใจเลนส์ตัวนี้มักจะเป็นคนที่ได้เคยใช้เลนส์ซูมมาแล้ว การได้ลองเลนส์เดี่ยวไม่ว่าช่วงทางยาวโฟกัสใดก็ตามมักจะให้ความสวยงามและความสนุกมากกว่าเลนส์ซูม

ขอยืมภาพเลนส์จาก Wikimedia Commons

(ภาพถ่ายที่เหลือทั้งหมดผมถ่ายเอง)

slide-img087

kodak extractor 100 + ef35f2

รูรับแสงกว้างทำให้มันเหมาะกับสภาพแสงที่ไม่มากเท่าไร อย่างเช่นแสงในอาคาร ในห้องต่างๆ แต่เมื่อเอาไปใช้กับสภาพแสงธรรมชาติ วันท้องฟ้าแดดสวย เลนส์ตัวนี้ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเราถ่ายภาพเก่งขึ้นได้เองโดยที่ใช้ความพยายามเท่าเดิม การถ่ายภาพต่างๆด้วยเลนส์รูรับแสงกว้างๆเราจะได้ภาพที่มีความนุ่มนวล มีช่วงชัดเพียงเล็กน้อยแล้วสิ่งที่อยู่นอกระยะโฟกัสก็จะค่อยๆเบลอออกไปเรื่อยๆ

slide-img104

fuji velvia 50 ef35f2

นักถ่ายภาพหลายๆท่านน่าจะเคยมีความคิดที่จะพกอุปกรณ์เพียงน้อยนิดที่สุดเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวที่คล่องตัว ผมก็เป็นกลุ่มที่อยากจะพกของเบาๆโดยยังคงมีคุณภาพสูงอยู่ เลนส์เ้ดี่ยวสักตัวเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด แต่ว่ามันก็มีเลนส์ให้เราเลือกกันเยอะแยะไปหมด ถ้าให้นึกตอนนี้ก็จะนึกถึงเลนส์ 50 35 28 24 20 มม.

slide-img105

fuji velvia 50 ef35f2

เลนส์ 50 มม. เป็นเลนส์ที่สว่างที่สุดในบรรดาเลนส์ต่างๆ เพราะจะมีรูรับแสงประมาณ 1.8 ไปจนถึง 1.4 สำหรับราคาตลาดที่พอจะให้ชาวบ้านได้ซื้อมาใช้ อย่าไปคุยถึงเลนส์ F1.0 ที่ราคาขายเป็นแสน เพราะมันสูงเกินไป เลนส์ 50 มม. มีคุณภาพดีเกินราคา แต่มันไม่เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบพกเลนส์ตัวเดียว เพราะมันค่อนข้างจะใช้งานยากในที่แคบ และไม่สามารถจะถ่ายภาพวิวได้ตามที่ต้องการ แม้ว่ามือโปรหลายๆคนจะบอกว่ามันถ่ายได้ ผมก็ไม่เถียง แต่ผมรู้สึกว่ามันลำบากเกินไป

slide-img229e

kodak extractor 100 + ef35f2

เลนส์ 20 มม. เป็นเลนส์ที่เอามาถ่ายวิวได้ดีมาก เก็บภาพได้เต็มตา เหมาะกับของใหญ่ๆที่เราต้องการเก็บทั้งหมด แต่มันจะไม่สวยเลยเมื่อเอาเลนส์ตัวนี้ไปถ่ายชีวิตผู้คน เพราะมันมุมกว้างเกินไป และมันก็จะเห็นขอบเบี้ยวๆตามธรรมชาติเ้ลนส์อย่างเด่นชัด สั้นๆก็คือถ่ายวิวสวยแต่ถ่ายชีวิตผู้คนไม่ถูกใจ และข้อด้อยอีกอย่างหนึ่งของเลนส์ระยะนี้ก็คือมักจะมีรูรับแส่ง 2.8 ซึ่งไม่ได้สว่างเลยเมื่อเทียบกับเลนส์ช่วงอื่น เพราะเลนส์ซูมเกรดโปรก็มีรูรับแสง 2.8 เหมือนกัน ถ้าให้พก ขอพกเลนส์ซูมจะน่าสนใจกว่า

slide-img227

kodak extractor 100 + ef35f2

เลนส์ 24 มม. น่าจะเป็นเลนส์ที่พกไว้ท่องเที่ยวได้เกือบดี เพราะว่ามันกว้างพอจะเก็บภาพวิวที่เรามองเห็นได้ไม่แพ้เลนส์ 20 มม. และการเอาไปถ่ายสิ่องของเน้นๆหรือชีวิตผู้คนก็เกือบดี มันน่าพกกว่าเลนส์ 20 มม. แต่ก็ยังตะขิดตะขวงใจถ้าต้องถ่ายภาพคน และความสว่างของเลนส์ก็มักจะอยู่ที่ 2.8 เช่นกัน ยังไม่ถือว่าสว่าง เลนส์ 28 มม. เป็นช่วยทางยาวโฟกัสที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม ไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร ขอผ่าน เลนส์ 35 มม. อันนี้เป็นเลนส์ไวด์นิดๆ คือสามารถใช้ถ่ายวิวได้บ้าง ถ่ายชีวิตผู้คนได้บ้าง และรวมไปถึงการถ่ายสิ่งของใกล้ๆก็ทำได้เช่นกัน มันทำได้อย่างละนิดละหน่อย ความเบี้ยวก็ไม่มาก มันเป็นการประณีประนอมกันระหว่างภาพมุมกว้างกับภาพช่วงปกติ มีจุดเด่นอีกอย่างตรคงที่รูรับแสงกว้างระดับ F2.0 ซึ่งถือว่าไวแสงระดับหนึ่ง ทำให้การถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยยังคงทำได้ การพกเลนส์ตัวเดียวผมคิดว่า เลนส 35f2 คือคำตอบที่ดีในหลายๆสถานการณ์

slide-img430

kodak extractor 100 + ef35f2

หากเราอ่านข้อมูลเกี่ยวกับช่างภาพแนวสตรีท แนวข่าว  แนวพกเลนส์ตัวเดียวถ่ายทุกอย่าง เราก็จะเจอกับเลนส์ 35มม บ่อยที่สุด  ซึ่งเลนส์ระยะนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ได้รับความนิยมไปในหลายๆสายอาชีพ  แม้แต่ผมเองก็ปลาบปลื้มกับเลนส์ระยะนี้  กล้องคอมแพ็คตั้งแต่ยุคของฟิล์มที่ทำออกมาเกรดไฮเอนด์ ก็จะใช้เลนส์ 35 กันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น contax t3   fuji klasse  nikon 35ti ซึ่งลามไปถึงกล้องดิจิทัลคอมแพ็คเทพ อย่าง sony rx1  และ leica q  คอมแพ็คเทพระดับรองที่ใช้เซ็นเซอร์เล็กแบบ aps-c ก็ใช้เลนส์ประมาณ 22mm หรือ 23mm เพื่อให้มุมรับภาพใกล้เคียงกับ 35mm บนเซ็นเซอร์ full frame

slide-img671

fuji sensia 100 + ef35f2

เลนส์ ef 35f2 อยู่กับผมมานาน และใช้งานบ่อยมากในยุคของฟิล์มรุ่งเรือง  และใช้งานแบบสมบุกสมบัน ไม่ค่อยดูแลสักเท่าไหร่  ในที่สุดเลนส์ก็หมดสภาพ โทรม และ ใช้งานไม่ได้ ซ่อมไปสองครั้ง ก็ยังคงเสียอีก  เลยต้องยอมปล่อยให้มันกลายเป็นที่ทับกระดาษไป

slide-img673

fuji sensia 100 + ef35f2

ขอบฟ้าโตขึ้นเยอะเลย

pic20150407002758

ภาพของขอบฟ้าที่บันทึกเอาไว้ได้ในช่วงเวลาต่างกัน ภาพทางซ้ายคือช่วงเวลาประมาณปลายปี 2013 ซึ่งเป็นการถ่ายภาพด้วยฟิล์มขาวดำและได้สแกนเก็บไว้เป็นไฟล์ ส่วนทางซ้ายก็ถ่ายในช่วงเวลาเดือนเมษายน 2558 เป็นระยะเวลาที่ห่างกันประมาณ 17 เดือน

ภาพต้นฉบับของทั้งคู่คือภาพต่อไปนี้
PICT0010
ภาพขาวดำจากกล้อง nikon fm2n เลนส์ 50f1.8 ฟิล์ม lucky200 ล้างด้วย d76 สแกนด้วยเครื่องสแกนฟิล์ม jumbl ราคา 99ดอลล่าร์จาก amazon

IMG_7711.JPG
ภาพขอบฟ้าเดือนเมษายน ถ่ายด้วยกล้อง canon eos6d เลนส์ 85f1.8

รีวิว กล้อง eos m กล้องดีเลือกเจ้าของ

ในตลาดกล้องถ่ายภาพระบบ mirrorless มีเจ้าตลาดชื่อ olympus มี fuji เป็นผู้ท้าชิงที่สู้กันได้สูสี มี sony ที่ทำได้ดีไม่แพ้กัน สามค่ายนี้ดูไม่ออกว่าใครจะเป็นหัวแถวในระยะยาว nikon ก็ออกระบบ nikon1 ตามมา แม้จะไม่โด่งดังแต่ก็มีจุดขายที่ทำให้อยากใช้ในเรื่องโฟกัสไวขั้นเทพ ถ่ายวิดีโอได้เนียนและถ่ายต่อเนื่องได้นานมากเอาไปทำหนังได้เลย ส่วน canon ออกมากับเขาเหมือนกัน ใช้ชื่อว่า eos m แต่กลับโดนบ่นจากผู้ใช้ทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย

IMG_0839.JPG
eos m + 22f2 stm

ทุกคนจะบอกว่า eos m เป็นกล้องที่โฟกัสช้า ช้าจนน่ารำคาญ และทำให้พลาดช็อตสำคัญไปบ่อยๆ มันก็เป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ แต่ความผิดหวังมันเด่นชัดเพราะมันโดนตั้งความหวังไว้สูง ประมาณว่ากล้องที่ซื้อทีหลัง กล้องที่ออกมาทีหลังควรจะทำได้ดีกว่ากล้องรุ่นที่ออกมาก่อน ระบบ mirrorless ของค่าย canon ซึ่งเป็นค่ายสุดท้ายที่ออกมาเล่นตลาดนี้ก็น่าจะเบียดค่ายอื่นให้ซบเซาขายไม่ออกได้ แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น พอ eos m ออกมา ค่ายอื่นเลยกลายเป็นเทพไปหมดเลย ต้องปรบมือให้ canon จริงๆ

IMG_0822.JPG
eos m + 22f2 stm

หลายครั้งที่มีการพูดคุยกันในฟอรัมต่างๆ หรือในเฟสบุ๊ค การตอบคำถามเกี่ยวกับการโฟกัสของ eos m มักจะต้องอธิบายกันบ่อยๆ ผมในฐานะคนที่ใช้งานกล้องตัวนี้ก็ได้แต่ตอบว่า eos m เหมาะกับการถ่ายภาพอะไรก็ได้ที่ไม่มีขา ถ้ามีขาก็ห้ามเดิน มันเป็นคำตอบที่ผมใช้บ่อย และเลือกที่จะตอบแบบนี้เสมอ เพราะความไวในการโฟกัสของ eos m มันเป็นปัญหาจริงๆ มือใหม่ที่ซื้อกล้องตัวแรก ถ้ามาใช้ eos m เลย ผมคิดว่าคงเสียความรู้สึกไปพอสมควร เพราะกล้องตัวนี้ไม่ทำให้ชีวิตของเขาง่ายขึ้น เพราะแม้แต่ iphone ยังโฟกัสไวกว่า เพราะแม้แต่กล้องโบราณตัวอื่นๆยังโฟกัสไวกว่า eos m ไม่เหมาะกับมือใหม่สักเท่าไหร่

IMG_0921.JPG
eos m + 18-55is stm

สำหรับมืออาชีพหรือมือเก่าที่ถ่ายภาพมาเนิ่นนาน ถ้าจะหากล้องสำรองสำหรับการรับงาน ตัวนี้ก็ไม่เหมาะอยู่ดี เพราะมันใช้ถ่ายงานอีเว้นไม่ค่อยดี การโฟกัสช้าจะทำให้พลาดภาพสำคัญไปได้ ถ้าเป็นงานที่ต้องทำมาหากิน eos m ก็ไม่เหมาะเลย แล้วมันเหมาะกับใครกันบ้างล่ะ แล้วมันมีอะไรน่าสนใจถึงทำให้มีรีวิวนี้

IMG_0481.JPG
eos m + 18-55is stm

ถ้าเราตัดเรื่องความสามารถในการโฟกัสออกไป ที่เหลือของ eos m มันคือกล้องที่ดีมากตัวหนึ่ง มันเปลี่่ยนวิธีพกและวิธีใช้กล้องไปอย่างสิ้นเชิง คุณภาพของภาพก็อยู่ในระดับหัวแถวของวงการ อาจจะแพ้กล้องเซ็นเซอร์ใหญ่แบบ full frame ไป แต่มันก็ให้ภาพที่ดีที่สุดในกลุ่มเซ็นเซอร์ aps-c ณ วันที่มันเปิดตัว

Untitled
eos m + 22f2 stm

ในช่วงเวลารุ่งเรืองของฟิล์มถ่ายรูป การหัดถ่ายภาพของช่างภาพส่วนใหญ่จะต้องผ่านการใช้งานเลนส์ฟิกซ์มาสักตัว บางคนก็ใช้เลนส์ 50มม. บางคนก็ใช้เลนส์ช่วงอื่นๆซึ่งมีให้เลือกหลายช่วง ตั้งแต่ 24 28 35 50 85 105 135มม. ซึ่งเลนส์เดี่ยวสักตัวจะต้องเคยผ่านมือช่างภาพกำลังพัฒนาแน่นอน ผมเองก็มีเลนส์ตัวโปรดเป็นช่วง 35มม. โดยมีเลนส์ EF35f2 เป็นเลนส์ติดกล้องสมัยถ่ายด้วยฟิล์ม และยังใช้งานต่อเนื่องมาถึงยุคดิจิทัลด้วย บุคคลิกของเลนส์ 35 เป็นอย่างไรจะจำได้ขึ้นใจ ระยะการยืนห่างจากแบบหรือวัตถุเมื่อใช้เลนส์ 35มม.จะอยู่ในหัวโดยความเคยชิน เราสามารถใช้เลนส์ 35มม. ตัวเดียวถ่ายได้ทั้งทริป ซึ่งมันติดเป็นความชอบ และเมื่อเรามองหากล้องตัวที่สอง ตัวที่สาม ตัวสำรอง ตัวไหนก็ตาม เราก็จะหากล้องที่ใช้งานในช่วง 35มม. ได้สนุกไว้ก่อน

IMG_3245.JPG
eos m + 22f2 stm

ก่อนจะมี eos m ผมก็ใช้ fuji x100 เป็นกล้องติดตัวอยู่เกือบสองปี ซื้อเพราะมันเป็นเลนส์ 23f2 ซึ่งอยู่กับเซ็นเซอร์ aps-c แล้ว มันก็จะเทียบเท่า 35มม. กล้องตัวนี้คุณภาพดีมาก แต่ขายออกไปเพราะว่ามันโฟกัสช้าและถ่ายภาพลูกกำลังคลานไม่ทัน ต่อมาก็ได้กล้อง nikon v1 มาใช้งาน กล้อง v1 โฟกัสเร็วมาก แก้ปัญหาการถ่ายภาพลูกได้เกือบหมด แต่ติดอยู่ตรงที่ว่าเราชอบภาพที่มีหลังเบลอเยอะๆหน่อย เซ็นเซอร์ nikon1 เล็กจนทำให้หลังเบลอลำบาก เรียกได้ว่าเลนส์เกรดธรรมดาที่แถมมากับกล้อง nikon v1 ไม่สามารถให้ภาพหน้าชัดหลังเบลอได้เท่าที่ต้องการ

IMG_0936.JPG
eos m + 18-55is stm

IMG_0700.JPG
eos m + 18-55is stm

eos m เปิดตัวออกมาพร้อมเลนส์ 2 ตัว คือ 22f2 และ 18-55stm การใช้ 18-55stm บนบอดี้ eos m ให้ผลลัพธ์ที่ไม่เหนือความคาดหมาย กล้อง DSLR ก่อนหน้านี้ก็ให้เลนส์ Kit ช่วง 18-55mm เช่นกัน คุณภาพก็พอใช้ได้ เป็นเลนส์ที่คนส่วนใหญ่จะวางไว้เฉยๆหรือขายทิ้งแล้วไปหาเลนส์เกรดสูงกว่านี้มาใช้แทน แต่กับ Eos m ไม่มีเลนส์เกรดสูงกว่านี้ เพราะระบบนี้เพิ่งเกิด ยังไม่มีเลนส์เกรดสูงช่วงซูมเดียวกันให้เลือกใช้ ก็เลยต้องทนใช้ไป

IMG_1119
eos m + 22f2 stm

แต่กับเลนส์ 22f2 stm เป็นคนละเรื่องเลย เลนส์ฟิกซ์ยังคงเป็นเลนส์ที่มีคุณภาพดีมากแม้จะเป็นการผลิตแบบราคาถูก ช่วง 22mm บนกล้อง eos m เซ็นเซอร์ aps-c เทียบเท่ากับ fullframe ที่ระยะ 35mm เท่ากับเรามีเลนส์ 35f2 ใช้นั่นเอง ซึ่งเป็นระยะเลนส์ที่นิยมมากโดยเฉพาะคนที่ต้องการพกเลนส์ตัวเดียวแล้วถ่ายมันทุกอย่างที่ผ่านตาเข้ามา เป็นเลนส์ที่นักถ่ายภาพแนว street มักจะใช้ กล้องรุ่นยอดนิยมอย่าง Fuji x100 ก็ให้เลนส์ติดกล้องมาเทียบเท่ากับ 35f2 บน fullframe เช่นเดียวกัน

IMG_1142
eos m + 22f2 stm

IMG_1172
eos m + 22f2 stm

การใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างระดับ f2 ทำให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายขึ้น เพราะมันถ่ายภาพได้เกือบทุกสภาพแสง ยิ่งมีระบบปรับ iso ได้อัตโนมัติที่ขึ้นสูงได้ถึง 6400 หรือ 12500 ยิ่งทำให้กล้องสามารถใช้งานได้แทบจะตลอดเวลาตราบใดที่เรามองเห็นกล้องก็ถ่ายติด ถึงแม้จะมืดมากจนมองลำบาก กล้อง eos m ก็มีไฟช่วยโฟกัสเป็นแสงนำที่ใช้ led เปิดไฟส่องให้เลย เป็นไฟช่วยโฟกัสที่ติดอยู่บนบอดี้ ไม่ได้เป็นระบบยิงแฟลชเพื่อช่วยโฟกัส เพราะ eos m ไม่มีแฟลชในตัวนั่นเอง ซึ่งเลนส์ 22f2 กับบอดี้ eos m สามารถหาซื้อได้ในราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท หรือซื้อเซ็ทใหญ่ก็ได้ในราคาหมื่นกลางๆเท่านั้น ราคาระดับนี้มันน่าใช้ขึ้นมาทันที

IMG_0042.JPG
eos m + 22f2 stm

IMG_0041.JPG
eos m + 22f2 stm + flash ex-90

IMG_0413
eos m + 18-55is stm – wireless flash ex90 with 580exII

IMG_0412
eos m + 18-55is stm – wireless flash ex90 with 580exII

การที่ eos m ไม่มีแฟลชในตัวทำให้มันต้องออกแฟลชแยกขนาดเล็กออกมาในชุดด้วย แฟลชตัวเล็กที่ว่านี้ชื่อรุ่น ex-90 ใช้ถ่านขนาด AAA จำนวน 2 ก้อน ดูขนาดภายนอกจะเล็กมาก พวงกุญแจของคนเราทุกคนยังอาจจะใหญ่กว่าแฟลชตัวนี้ก็ได้ แต่ความเล็กกลับไม่ธรรมดา ex-90 เป็นแฟลชไฮเทคและความสามารถสูง เพราะมันมาพร้อมกับความสามารถในการสื่อสารไร้สายกับแฟลชตัวอื่นในระบบของ canon โดยมันสามารถทำตัวเป็น master ควบคุมการยิงแฟลชไร้สายได้ ถ้าเราจะเล่นแฟลชไร้สายของ canon แต่เดิมเราจะต้องมีแฟลชตัวท๊อปกับตัวรองท๊อปของค่ายนี้อย่างละหนึ่งตัวเพื่อให้ตัวท๊อปเป็นตัว master และตัวรองท๊อปหรือตัวท๊อปอีกตัวเป็น slave รับคำสั่ง ซึ่งการเล่นแฟลชไร้สายค่าย canon มีค่าใช้จ่ายเกินสองหมื่นบาทแน่นอน หรือหากเราอยากจะใช้ตัวส่งสัญญาณแฟลชโดยเฉพาะอย่าง ST-E2 ที่ทำตัวเป็น master อย่างเดียว ตัวนี้ก็เกือบหมื่นบาท แต่ eos m แถมแฟลชตัวเล็ก ex-90 ที่ทำหน้าที่เป็น master ได้

IMG_3097.JPG
eos m + ef 85f1.8

eos m มี adaptor ที่เอาไว้ใช้แปลงเลนส์ ef และ efs มาใช้กับ eos m ออกมาด้วย นั่นทำให้เลนส์ตัวเก่าที่มีอยู่สามารถใช้กับ eos m ได้ทุกตัว และสามารถใช้งานได้เต็มระบบด้วย และนี่ก็คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ระบบ eos m มีเลนส์ในระบบน้อย เพราะว่าสามารถใช้เลนส์ ef และ efs ได้นั่นเอง

IMG_1180
eos m + 22f2 stm + touchshutter

หน้าจอด้านหลังเป็นแบบ touchscreen สามารถสั่งการและปรับค่าต่างๆได้จากการสัมผัส สามารถดูภาพและเอานิ้วเลื่อนได้เหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป ความไวในการเปลี่ยนภาพไม่เร็วมากแบบไอโฟนตัวล่าสุด แต่ก็ถือว่าไม่ช้าน่ารำคาญ และด้วยหน้าจอสัมผัสทำให้คำสั่งการลั่นชัตเตอร์สามารถเลือกได้ว่าจะลั่นจากการแตะหน้าจอด้วย หรือ touchershutter ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากกับการใช้งานส่วนใหญ่ โดยเฉพาะถ้าเราจะวานให้คนอื่นช่วยถ่ายภาพ เราก็แค่บอกคนถ่ายว่า ให้แตะที่หน้าคนกล้องก็จะถ่าย ผมให้ลูกอายุสองขวบช่วยกดถ่ายภาพ ก็ได้ภาพชัดที่หน้าได้อย่างง่ายดาย

eos m สามารถถ่ายวิดีโอได้ระดับ full HD คุณภาพวิดีโออยู่ในระดับที่ดีมาก แต่ปัญหาการโฟกัสผิดพลาดจะทำให้วิดีโอนั้นเสียไปได้ง่ายๆเช่นกัน ถ้าตั้งค่าเลนส์ให้เป็นแมน่วลโฟกัสไปเลยได้จะดีที่สุด หรือใช้เลนส์มือหมุนไปเลยจะได้ไม่หงุดหงิดใจ

แบตเตอรี่ที่ให้มาขนาดค่อนข้างเล็ก คงเป็นเพราะบอดี้ขนาดเล็กเลยต้องทำให้แบตเล็กไปด้วย การท่องเที่ยวด้วยกล้อง eos m ควรจะมีแบตติดไปสัก 3 ก้อน เพราะกล้องระบบ mirrorless จะใช้พลังงานเยอะกับการแสดงผลหน้าจอ และมันเปิดหน้าจอตลอดเวลาด้วยทำให้แบตหมดเร็ว การถือกล้องเดินถ่ายภาพไปเรื่อยๆน่าจะทำได้ไม่เกินสองชั่วโมงหากเราไม่ปิดกล้องเลย ผมเคยเอากล้องไปถ่ายภาพอีเว้น ใช้ได้ประมาณ 120 ภาพแบบไม่ถ่ายคร่อมไม่ถ่ายเผื่อเสียเลยแบตก็หมดแล้ว แบตสำรองก้อนที่สองและสามจึงเป็นทางเลือกที่ควรเตรียมไว้ เสียดายที่ eos m ไม่มีแบตเตอรี่แพ็คหรือกริ๊ปในระบบของตัวเอง

IMG_0866.JPG
ภาพโทนสีปกติ eos m + 22f2

IMG_0867.JPG
แบบ toy camera

IMG_0868.JPG
แบบชัตตื้น

IMG_0869.JPG
แบบขาวดำ

โหมดการโพรเซสภาพหลังการถ่ายก็เป็นลูกเล่นที่มีมาให้ในกล้อง เราสามารถเลือกสไตล์ภาพก่อนที่จะถ่ายได้เพื่อให้ได้ภาพที่มีบุคลิคแปลกตาตามรูปแบบที่มีให้เลือกสำเร็จรูป หรือเราจะถ่ายด้วยภาพปกติแล้วค่อยมาเลือกโพรเซสภาพตามสไตล์เหล่านี้ก็ได้ กล้องจะเซพภาพใหม่ที่ผ่านการประมวลผลแล้วให้เป็นไฟล์ใหม่ไม่ทับไฟล์เดิม ลูกเล่นเหล่านี้มาตามสมัยนิยม กล้องในปัจจุบันแทบทุกตัวจะมีความสามารถตรงนี้แล้วเช่นกัน

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเมื่อพก eos m แทนกล้องตัวใหญ่ก็คือ มันมีขนาดเล็ก สามารถใส่กล้องและเลนส์พร้อมแฟลชลงไปในกระเป๋าย่ามได้อย่างสบายๆ ทำให้การยกกล้องมาถ่ายในสถานการณ์ต่างๆเป็นเรื่องง่ายดาย การพก eos m ติดเลนส์ 22f2 ครอบคลุมการใช้งานส่วนใหญ่ของผม และ มันให้คุณภาพระดับกล้องโปรเลยทีเดียว ภาพที่ออกจากเลนส์ 22f2 เป็นภาพที่มีคุณภาพ มีระยะชัดตื้นเมื่อเปิด f กว้างสุดกำลังดี ต่อให้เปลี่ยนไปใช้กล้องโปรอย่าง eos 6d ก็ใช่ว่าจะได้คุณภาพภาพและไฟล์ที่ดีกว่านี้ ขนาดที่เล็กมันทำให้เราหยิบใช้ได้บ่อยขึ้น การท่องเที่ยวด้วย eos m เป็นคำตอบที่ดีมากสำหรับคนที่ไม่ต้องการน้ำหนักเยอะ และที่สำคัญสามารถไหว้วานให้คนอื่นช่วยถ่ายภาพให้ได้ ช่างภาพมีโอกาสได้มีภาพตัวเองบ้างโดยที่คนถ่ายก็สามารถโฟกัสภาพได้ชัด ขอเพียงแค่คนถ่ายมีตาและนิ้ว

IMG_0850

IMG_8189

IMG_9044

IMG_9817.JPG

2015-10-06_10-49-55

2015-10-07_12-21-18

2015-10-07_06-36-47

IMG_9461

IMG_8995

IMG_7835

IMG_7921

IMG_7692

IMG_0266

IMG_0645.JPG

2016-01-23 04.42.36 1

2016-01-25 11.09.25 1

2016-02-08 08.54.29 1

IMG_0721.JPG

IMG_0955.JPG

IMG_0983.JPG

IMG_0998.JPG

IMG_1070.JPG

IMG_1072.JPG

IMG_1358.JPG

ตัวอย่างภาพ ถ่ายด้วย f1.8 vs f8

เปรียบเทียบค่าการเปิดรูรับแสง f 1.8 เทียบกับ f8 เพื่อให้ดูว่าฉากหลังที่เปลี่ยนไปตามค่า f ค่า f น้อยๆจะเป็นช่วงที่ให้ภาพชัดตื้น จุดที่โฟกัสจะมีระยะชัดไม่มาก ฉากหลังที่ถอยห่างออกไปจะเบลอมาก ส่วนค่า f มากๆอย่าง f8 ก็เป็นค่าที่ให้ระยะชัดมากขึ้น ฉากหลังก็จะชัดมากขึ้น

kobfa-copter-IMG_0020

ภาพจาก f 1.8

kobfa-copter-IMG_0021

ภาพจาก f 8

อีกมุมหนึ่ง
kobfa-copter-IMG_0023
ภาพจาก f 1.8

kobfa-copter-IMG_0024
ภาพจาก f 8

ถ่ายด้วยกล้อง eos 6d
เลนส์ canon ef 85 f1.8