ส่งซ่อมเลนส์ canon 24-105f4L

IMG_3054

เลนส์ canon 24-105f4L ที่ใช้งานมานานหลายปีในมือผม และอาจจะนานอีกหลายปีในมือคนอื่นก่อนหน้านี้ก็คงถึงเวลาที่มันจะโทรม และเสีย อาการเสียของเลนส์ที่พบก็คือ เมื่อถ่ายด้วยค่า f ที่มากกว่า f4 กล้องจะขึ้น error แล้วก็หยุดการทำงาน ต้องปิดแล้วเปิดใหม่ แต่ถ้าตั้งค่า f เอาไว้แค่ f4 หรือ ค่ารูรับแสงกว้างสุดของเลนส์กล้องจะทำงานปกติ ถ่ายได้ปกติ สันนิษฐานว่า การใช้รูรับแสงที่กล้องต้องสั่งให้เลนส์หรี่รูรับแสงให้แคบลงจะทำให้ระบบมีปัญหา ระบบการควบคุมรูรับแสงคงเสียหายอยู่ ก็เลยจัดการส่งไปที่ศูนย์เพื่อซ่อมแซม

20220806191710_IMG_0007

ศูนย์ canon อยู่ที่อาคารสาธรทาวเวอร์ อยู่หัวมุมสี่แยกถนนนราธิวาสตัดสาธร ที่ศูนย์แห่งนี้ในปัจจุบันมีลูกค้าแวะเวียนไปไม่มาก ไม่รู้ว่าเพราะกล้องเสื่อมความนิยม หรือ โควิดทำให้คนน้อย หรือแม้แต่โควิดทำให้กล้องไม่ค่อยถูกใช้งาน ปริมาณกล้องเสียเลนส์เสียเลยไม่เยอะ ก็ได้แต่เดาไปเรื่อย เมื่อส่งไปซ่อม ช่างก็ตรวจสอบอาการอยู่หลายวัน แล้วก็โทรกลับมาแจ้งค่าใช้จ่ายพร้อมอธิบายอาการเสีย และอธิบายราคาค่าซ่อมต่างๆ และราคานี่แหละที่ทำให้ตกใจมาก

เจ้าหน้าที่ศูนย์ canon อธิบายว่า เลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์หิ้ว ไม่ได้ขายผ่านระบบของประเทศไทย ทำให้ราคาค่าบริการต่างๆต้องคิดราคาเต็ม ไม่มีส่วนลด เพราะปกติ ค่าบริการอุปกรณ์ที่ขายผ่านตัวแทนประเทศไทยจะคิดค่าบริการลดราคา 50% คิดค่าอะไหล่ลดลง 30% (ผมอาจจำผิดเพราะเขียนโพสท์นี้หลังจากรับเลนส์กลับมาใช้งานนานเป็นเดือนแล้ว) นั่นทำให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมเลนส์ครั้งนี้อยู่ที่ 8368.47 บาท ตอนที่รู้ราคาก็ตกใจพอสมควร และในวินาทีที่คุยโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่ ผมก็ย้อนนึกไปถึงตอนที่ซื้อเลนส์ตัวนี้มา ผมซื้อมือสองจากร้านกล้องถ่ายภาพ โดยผมซื้อบอดี้มือหนึ่งเป็นของตัวแทนไทยมีประกันถูกต้องทุกอย่าง แต่ผมเลือกใช้เลนส์มือสองเพราะเห็นว่าราคาถูกลงไปจากราคามือหนึ่งประมาณครึ่งหนึ่ง เพราะด้วยความเชื่อมั่นว่าเลนส์เกรดโปรของ canon จะทน และสามารถซ่อมได้เกือบทุกอาการ ดังนั้นผมก็เสี่ยงกับของมือสองได้ แต่ตอนที่ซื้อก็ไม่คิดว่าเลนส์จะเป็นของหิ้ว คิดว่ามันคงเป็นมือสองประกันศูนย์ ซึ่งตอนซื้อก็ไม่ได้ถามว่ามันเป็นของหิ้วหรือของประกันศูนย์

IMG_20220806_210154

กลับมาที่การสนทนากับศูนย์ canon ผมรู้ว่าราคาเลนส์ตัวนี้ที่เป็นมือสองในปัจจุบันซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณ 9000-12000 บาท แล้วแต่สภาพ ณ นาทีนั้้นผมลังเลอยู่ว่าจะยกเลิกการซ่อมแล้วไปซื้อมือสองใช้ดีไหม แต่คิดแล้วก็ไม่อยากเสี่ยงว่าถ้าซื้อมือสองมาแล้วจะมาเจออาการเสียแบบรูรับแสงหมดอายุแบบนี้หรือเปล่า ก็เลยตัดสินใจซ่อมในราคาตามที่แจ้ง จ่ายแปดพันกว่าบาทแล้วได้ของที่ซ่อมบำรุงเรียบร้อยกลับมาใช้น่าจะดีกว่าไปเสี่ยงกับมือสองตัวอื่นๆ

พอพ้นเรื่องราคาไปแล้ว ผมก็คุยกับเจ้าหน้าที่ต่ออีกสักพัก ถามเรื่องระยะเวลาที่ศูนย์จะสต๊อคอะไหล่ของเลนส์รุ่นต่างๆว่าจะมีให้ซ่อมไปอีกนานแค่ไหน เพราะได้ข่าวว่า canon จะเลิกผลิตกล้อง DSLR และจะทำให้เลิกผลิตเลนส์เม้าท์ EF ด้วยแน่ๆ เนื่องจากตอนนี้ canon ตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาระบบกล้องและเลนส์รุ่นใหม่อย่าง Eos R พร้อมเลนส์ชนิด RF ที่เป็นเม้าท์เลนส์ชนิดใหม่แต่เพียงอย่างเดียว เจ้าหน้าที่ก็ให้ข้อมูลว่า เลนส์หลายๆตัวของ canon จะสต๊อคอะไหล่ไว้ประมาณอย่างน้อย 20 ปี นั่นหมายความว่าถ้าภายใน 20 ปี ก็น่าจะพอมีอะไหล่ให้ซ่อมได้ และยังมีเลนส์บางรุ่นอย่าง Ef 70-200L f2.8 ที่จะมีอะไหล่สต๊อคไว้ถึง 29 ปี นั่นถือว่าเป็นระยะเวลาที่นานมากสำหรับผลิตภัณฑ์สักตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องน่าดีใจที่บริษัทพยายามดูแลช่างภาพที่ใช้อุปกรณ์เกรดโปรอย่างยาวนาน แต่ก็นับเป็นเรื่องเศร้าอีกประเด็นหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ ผมอยู่มานาน และกำลังจะถึงระยะเวลาที่เลนส์จะหมดเวลา 29 ปีแล้ว เพราะเลนส์ 70-200 f2.8 ถูกผลิตครั้งแรกปี คศ 1995 พอนับไป 29ปี มันก็จะไปถึงปี 2024 นั่นเอง ซึ่งมันคือเวลาอีกไม่นานแล้วหลังจากนี้

การซ่อมเลนส์ครั้งนี้ทำให้ผมเข้าใจแล้วว่าการซื้อของมือสองทำไมเราถึงต้องสอบถามว่าเป็นของประกันศูนย์หรือประกันร้าน(ของหิ้ว) เพราะมันมีผลกับการคิดราคาค่าซ่อมและค่าอะไหล่ในอนาคตนั่นเอง ต่อไปก็จะได้ระวังไม่ซื้อของประกันร้านอีก จะได้ไม่ต้องตกใจตอนส่งซ่อมเหมือนครั้งนี้

รีวิวฟิล์มขาวดำกับกล้อง Harman Reusable Camera

IMG_0488

กล้อง Harman Reusable Camera เป็นกล้องที่ขายมาเป็นเซ็ต แถมฟรีมา 2 ม้วน เมื่อปีก่อนผมได้รีวิวกล้องตัวนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เป็นการรีวิวหรือทดลองใช้กับฟิล์มสี เพราะเจตนาอยากจะเห็นภาพเร็วๆ เนื่องจากการเตรียมอุปกรณ์เพื่อล้างฟิล์มขาวดำจะต้องใช้ของจำนวนมาก และใช้ความพยายามในการล้างฟิล์มด้วยตัวเองด้วย ทำให้ตัดสินใจเลือกฟิล์มสีไปก่อนเพื่อความสะดวกและจะได้รู้ผลเร็ว ซึ่งก็ได้เห็นคุณภาพของกล้องราคาไม่แพงตัวนี้กันแล้ว และถือว่าน่าพอใจกับกล้องตัวนี้ กลับไปอ่านรีวิวได้ที่นี่

IMG_4840


กว่าจะได้มีโอกาสใช้ฟิล์มขาวดำในชุดของมันเองก็ผ่านไปอีกหลายเดือนหลังจากรีวิวด้วยฟิล์มสี ผมใช้กล้อง Harman
Reusable กับฟิล์มในชุดคือฟิล์ม Kentmere pan400 กลักสีม่วงสวยงาม ฟิล์มตัวนี้เป็นฟิล์มขาวดำ ความไวแสง 400 ต้องล้างด้วยน้ำยาขาวดำแท้ ซึ่งผมเลือกใช้น้ำยา Kodak D76 ซึ่งเป็นน้ำยามาตรฐานของฟิล์มขาวดำ ตามสูตรของผู้ผลิต แนะนำเอาไว้ว่า ถ้าล้างด้วยน้ำยา D76 จะต้องล้างที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และใช้เวลาล้าง 9.30 นาที

IMG_20210221_074216

และเมื่อล้างเสร็จขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ก็เลยสแกนภาพด้วยมือถือ โดยการถ่ายภาพฟิล์มแล้วนำไปปรับแต่งด้วยซอร์ฟแวร์ เพื่อให้ได้ภาพขาวดำออกมา ภาพที่ได้เป็นภาพที่ไม่ค่อยคมชัดนัก อาจจะเป็นเพราะวิธีสแกน หรืออาจจะเป็นเพราะกล้องมีระยะชัดตายตัว ปรับโฟกัสไม่ได้ ทำให้บางภาพที่ถ่ายใกล้กับตัวแบบจะทำให้ภาพดูไม่คมชัด หรือ โฟกัสไม่ตกอยู่บนตัวแบบ

1613868155067-01

ข้อดีของ Harman Reusable Camera คือ มันเป็นกล้องคอมแพ็คที่ออกแบบมาเพื่อให้มือใหม่ได้ทดลองใช้ ไม่มีระบบวัดแสง มีแต่การเปิดแฟลชหรือปิดแฟลชเท่านั้นที่ดูเป็นลูกเล่นให้เลือกปรับแต่ง กล้องใช้แบตเตอรี่ขนาด AAA จำนวน 1 ก้อนเพื่อใช้งานในการเปิดแฟลช หากใช้ในที่แสงพอดีกับสเป็คกล้อง ก็จะให้ภาพที่มีน้ำหนักเข้มอ่อนพอดี ภาพเหตุการณ์ที่มีแสงแดดอ่อนบนกล้องตัวนี้มีคุณภาพดีเกินราคา แต่หากไปเจอกับที่มืด หรือเหตุการณ์ในร่มเงา ในห้อง ในตึก สภาพแสงในบ้านมักจะน้อยอยู่แล้ว กล้องคอมแพ็คชัตเตอร์คงที่แบบนี้จะให้ภาพอันเดอร์ทันที การเปิดแฟลชช่วยก็จะพอทำให้ได้ภาพ แต่แสงแฟลชก็ไม่แรงนัก ภาพที่เปิดแฟลชถ่ายในบ้านยังคงดูอันเดอร์อยู่

1613868874915-01

หากจะสรุปถึงคุณภาพของกล้องและฟิล์มของบ็อกเซ็ตชุดนี้ กล้องคอมแพ็คเปลี่ยนฟิล์มได้มีกลไกการทำงานที่แม่นยำ สปีดชัตเตอร์ระดับ 1/100 วินาทีโดยประมาณพร้อมรูรับแสง f10 ทำให้มันเหมาะกับการถ่ายภาพในที่มีแสงสว่างมากพอ อย่างเช่นตอนกลางวัน ภาพตัวแบบที่โดนแสงแดดโดยตรงจะให้คุณภาพที่ดี หากถ่ายในที่แสงน้อยก็ต้องเปิดแฟลชเสมอ และพยายามยืนใกล้แบบเอาไว้ เพราะแสงแฟลชจากพลังงานแบตเตอรี่ก้อนเดียวก็ทำงานได้ในระยะประมาณ 1-1.5เมตรเท่านั้น

IMG_20210225_141205

ทดลองนำฟิล์มไปอัดขยายด้วยกระบวนการห้องมืด ก็อัดภาพออกมาได้สวยงามดี ภาพที่ถ่ายมาค่าแสงพอดีก็จะสามารถอัดภาพออกมาได้มีน้ำหนัก มีส่วนขาวสุดและดำสุดในภาพ ดังนั้นการเลือกถ่ายภาพด้วยกล้อง Harman Reusable ก็ควรจะเลือกสถานการณ์ที่เหมาะสมกับสเป็คกล้องไว้ก่อน ก็คือ แสงแดดส่อง หรือ แดดกำลังดี จะให้ภาพที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในที่ร่ม หลีกเลี่ยงภาพในบ้านในอาคารที่ไม่มีแสงธรรมชาติ

2021-02-21_06-00-22



บ็อกเซ็ตชุดนี้ให้ความสนุกสนานได้ดี แต่ต้องอาศัยคนที่มีความชำนาญในการล้างฟิล์มด้วย ค่าใช้จ่ายกล้องพร้อมฟิล์มประมาณ 1000 บาท ค่าน้ำยาล้างฟิล์มประมาณ 1000 บาท ซึ่งน้ำยาจะใช้ล้างได้เกินสิบม้วน ใครมีน้ำยาล้างฟิล์มอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อ แต่ใครไม่มีก็ต้องลงทุนกันหน่อย หรือ ถ้าจะไปจ้างคนอื่นล้างก็หายากและราคาก็แพงระดับหลายร้อยบาทต่อม้วน ค่าใช้จ่ายหลังการถ่ายภาพที่สูงระดับนี้คงทำให้มีคนลองเล่นไม่มากนัก

2021-02-25_05-53-57

ภาพถูกใจที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย

IMG_4823

นานมากแล้วที่ไม่ได้ถ่ายภาพลูกในจังหวะที่เป็นธรรมชาติ และถูกใจในเหตุการณ์จริงๆ จังหวะที่รถกำลังวิ่ง ลูกก็โทรศํพท์ด้วยระบบ Video call หาแม่ที่บ้าน การพูดคุยก็ดำเนินไปเรื่อยๆ เสียงในสายก็บอกว่ามองไม่ค่อยเห็น ผมก็เลยหยิบไฟฉายมาให้ลูกใช้ส่องเพื่อให้มองเห็น ลูกก็หยิบไฟฉายไปส่องตัวเอง ผมได้ยินปลายสายพูดลอยออกมาว่าเห็นแล้ว ก็เลยหันไปดู รถก็วิ่งอยู่ แต่ก็เห็นว่าลูกกำลังคุยกับแม่และใช้มือส่องไฟให้ตัวเอง ภาพนี้เป็นจังหวะน่ารักน่าเอ็นดู ในใจคิดออกมาทันทีเลยว่า ถ้าลูกโตเป็นวัยรุ่นจะไม่น่ารักแบบนี้อีกแล้ว ภาพนี้ต้องถ่ายให้ได้ แต่ก็ไม่มีโทรศํพท์มือถือในมือ เพราะโทรศัพท์กำลังถูกใช้งานอยู่ในมือลูกนั่นเอง

ข้างๆตัวมีเป้ที่ผมใช้ประจำ ในเป้มีกล้องถ่ายรูปอยู่ ก็เลยคลำลงไปในเป้ หยิบกล้องออกมา เปิดกล้อง ปรับโหมดกล้องไปในตำแหน่งที่จำได้ว่าเป็นโหมดถ่ายภาพ และกล้องถูกใช้งานถ่ายภาพในโหมด Av รูรับแสง f2 อยู่แล้ว เพราะเพิ่งใช้ถ่ายภาพวันตรุษจีนไปเมื่อสามวันก่อน ค่า setting ต่างๆในกล้องยังเป็นค่าที่เหมาะสมกับสถานการณ์นี้อยู่ แต่การจะถ่ายภาพให้ฉากหลังดำในตอนกลางคืนนั้นจะต้องมีการชดเชยแสงในทาง – ด้วย เพื่อให้บรรยากาศในภาพเป็นโทนสีดำมืดนั่นเอง เลยตั้งค่าชดเชยแสงเป็นค่า -2 จากนั้นก็เล็งกล้องถ่ายเลย อาศํยว่ากล้องเป็นระบบออโตโฟๆกัส กดปุ่มชัตเตอร์ลงไปครึ่งหนึ่ง แล้วรอจังหวะให้กล้องส่งเสียงตี๊ด ซึ่งหมายถึงกล้องโฟกัสภาพเรียบร้อยแล้ว ก็กดถ่ายเลย ทั้งหมดทำตอนรถยังวิ่งอยู่ ได้ภาพเบี้ยวๆมาหลายภาพ และภาพที่โชว์นี้คือภาพที่ไม่เบี้ยวนัก เป็นภาพที่มีตำแหน่งองค์ประกอบภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะถ่ายภาพได้ตอนรถวิ่งและตาไม่มองนายแบบ

เมื่อดูภาพในจอมคอมพิวเตอร์ก็รู้สึกพอใจมากที่สามารถเก็บภาพได้ตามที่ใจคิด กล้อง eos m1 พร้อมเลนส์ 22f2 นับเป็นคู่หูที่ไว้ใจได้ จริงๆ

ใช้เลนส์ kit ให้ถูกใจ

กล้องถ่ายภาพในปัจจุบันมักจะขายมาพร้อมกับเลนส์ติดกล้องมาสักตัวหนึ่ง สมัยก่อนถ้าเราซื้อกล้องฟิล์มรุ่นล่างๆ อย่างกล้อง SLR ราคาประมาณ 1-2หมื่นบาท เราก็จะได้เลนส์ติดกล้องมาด้วยเป็นเลนส์ช่วงระยะประมาณ 28-80มม. ซึ่งเป็นเลนส์เกรดล่างสุดของค่าย ไม่ว่าจะเป็น nikon หรือ canon ก็จะมีเลนส์ระดับนี้แถมให้กับกล้องราคาประหยัด

13jul2008_MG_4994

พอมาเป็นยุคดิจิทัล กล้องพัฒนามาเป็นกล้อง DSLR กล้องราคาประหยัดระดับเริ่มต้นของค่ายก็จะใช้เซ็นเซอร์รับภาพขนาดเล็กกว่าฟิล์มเล็กน้อย เราจะเรียกว่าขนาด APSC เมื่อใส่กับเลนส์ปกติ มุมรับภาพจะแคบลง เหมือนเลนส์จะมีทางยาวโฟกัสเพิ่มขึ้น เช่น เลนส์ 50มม. ที่เคยใช้กับกล้องฟิล์ม เมื่อนำไปใช้กับกล้อง DSLR เซ็นเซอร์เล็กระดับ APSC ก็จะรับภาพคล้ายๆเลนส์ 80mm เราก็เลยเรียกว่า กล้องตัวคูณ 1.6X หรือ เอาไปใช้กับเลนส์อะไร ก็จะมีมุมรับภาพเหมือนเลนส์ตัวนั้นคูณด้วย 1.6เท่า 50มม เลยกลายเป็น 80มม. และเลนส์แถมมากับกล้องก็จะให้มาเป็น 18-55มม. นั่นเอง และเมื่อพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ เลนส์ 18-55 รุ่นหลังๆก็จะมีระบบ is หรือ image stabilizer มาให้ด้วย

16apr2008_MG_3474

เดิมเลนส์ 18-55 ของค่าย จะมีคุณภาพธรรมดา ไม่น่าสนใจ นักถ่ายภาพระดับสมัครเล่นเมื่อซ์้อกล้องพร้อมเลนส์มาแล้วก็จะทะยอยอัพเกรดเลนส์ติดกล้อง เริ่มหาเลนส์ 18-135 17-85 มาใช้ เหตุผลส่วนใหญ่ที่อัพเกรดก็เพราะอยากได้ระยะโฟกัสที่เพิ่มขึ้น และอยากได้คุณภาพที่ดีขึ้นด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ บางคนซื้อกล้องรุ่นใหญ่แบบไม่เอาเลนส์คิทหรือเลนส์แถมก็มี

cs2c_MG_3313

ในช่วงที่กล้อง DSLR เริ่มแถมเลนส์คิทตัวใหม่อย่าง 18-55is เป็นช่วงเวลาที่เลนส์แถมเริ่มมีคุณภาพสูงขึ้นอย่างผิดหูผิดตา นักถ่ายภาพหลายคนติดอยู่กับความเชื่อเก่ากว่าเลนส์แถมเป็นของคุณภาพต่ำ แต่ของแถมในยุคที่เป็นเลนส์ 18-55is นั้นเป็นของแถมที่มีคุณภาพดีมาก หลายภาพที่ได้เห็นจากในอินเทอเน็ตมีคุณภาพสูงขึ้นมาก จนผมได้มีโอกาสลอง ขอยืมเลนส์ของเพื่อนมาลองถ่ายเล่นๆ แล้วเมื่อได้ดูภาพแล้ว ก็ติดตามหาซื้อมือสองทันที แล้วก็ได้เลนส์ 18-55is ที่เจ้าของเก่าขายต่อให้ถูกๆ

1may2008-suanrodfai_MG_3675

กล้องที่ผมใช้คือ canon และเลนส์ 18-55is ของ canon คือเลนส์แถมที่มีคุณภาพดีมาก ดีจนรู้สึกว่าเราสามารถอยู่กับมันได้ ใช้งานมันได้ตลอดทริปท่องเที่ยวหรือทำงานง่ายๆ แน่นอนว่าเลนส์ 18-55 ไม่สามารถให้ภาพฉากหลังละลายเหมือนเลนส์รูรับแสงกว้างได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเน้นการถ่ายให้ภาพชัด เน้นเรื่องความคม ความใสของภาพ มันก็ทำได้ดีน่าประหลาดใจ และผมก็ใช้มาตลอดโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจอีกเลย ตัวอย่างภาพที่ใช้เลนส์ 18-55is ถ่ายก็ดูได้ตามภาพด้านล่างนี้

1may2008-suanrodfai_MG_3702
pattayaMos-30dec2007_MG_2389
dpp-picStyle-samedFull3022

คุณภาพกล้องและเลนส์ในระบบดิจิทัลดีขึ้นเรื่อยๆ จนในช่วงเวลาที่ canon ทำกล้อง eos m ซึ่งเป็นกล้องไร้กระจก หรือ mirrorless ออกมาขาย ก็มีกล้อง eos m พร้อมเลนส์ 18-55is stm ตัวใหม่ออกมา โดยจะเป็นเลนส์คิทหรือเลนส์แถมมากับกล้องอีกเช่นกัน เซ็นเซอร์รับภาพของ eos m มีขนาด APSC ซึ่งก็ถือว่าเป็นกล้องตัวคูณ 1.6X เช่นกัน ดังนั้นระยะเลนส์ที่แถมก็เลยเป็นตัวเลขทางยาวโฟกันเท่าเดิม แต่ในเลนส์ระบบใหม่นี้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งอาจจะเป็นไปด้วยเหตุผลสองอย่างคือ เทคโนโลยีการผลิตดีขึ้นกว่าเดิม เพราะเป็นระบบกล้องที่ออกมาทีหลัง และเหตุผลอีกข้อคือ ระบบกล้อง eos m ไม่มีกระจกมากั้นหน้าเซ็นเซอร์ ดังนั้น เลนส์ระบบ eos m จะสามารถวางใกล้กับเซ็นเซอร์รับภาพได้มากกว่าเดิม ชิ้นเลนส์ที่ใกล้เซ็นเซอร์รับภาพก็จะให้คุณภาพของภาพที่ดีกว่า ดังนั้นระบบเลนส์ 18-55is stm ในกล้อง eos m ก็เลยเป็นเลนส์คิทหรือเลนส์แถมที่ให้คุณภาพดีที่สุดของค่าย

kobfa-feb2014-IMG_8631

ในบางทริปที่ไปแบบลุยๆ การเลือกเลนส์ราคาประหยัดไปเที่ยวแบบเผื่อเสียเผื่อพังก็จะอาศัยใช้เลนส์ kit ไปถ่าย ยอมวางเลนส์ L ไว้กับบ้าน เน้นพกของเล็กๆไปเที่ยว จะไปทะเลเผื่อกล้องพัง เผื่อเลนส์ตกทะเลก็จะไม่เสียดายมาก แล้วเราก็ได้ภาพกลับมาแบบที่น่าทึ่งมาก
ประกอบกับเลนส์คิทเป็นเลนส์ขนาดเล็ก ทำให้ฟิลเตอร์ที่จะใช้กับเลนส์คิทมีราคาถูก เมื่อไปทะเลสิ่งที่พกไปด้วยก็คือฟิลเตอร์โพลาไรซ์ เมื่อใช้ฟิลเตอร์แล้วหมุนหามุมตัดแสงสะท้อน ก็จะได้ภาพสวยโอเวอร์เลย

2020-01-02_10-34-35-01
IMG_0074

การใช้เลนส์คิทให้ถูกใจเป็นเรื่องไม่ยาก หากเราเข้าใจพื้นฐานการถ่ายภาพ เราจะพบว่าภาพที่ดีมักจะไม่ได้ดีเพราะเลนส์ดี แต่ดีเพราะเราใช้อุปกรณ์ของเราอย่างเข้าใจ และเรียกประสิทธิภาพออกมาได้สูงสุด

IMG_6202

ปกติเลนส์ก็จะมีคุณสมบัติความคมชัดสูงสุดอยู่ที่รูรับแสงขนาดกลางประมาณf8-f11 อยู่แล้ว ซึ่งในการท่องเที่ยวและถ่ายภาพวิวหรือสิ่งของต่างๆ เราก็จะมีโอกาสถ่ายภาพที่รูรับแสงกลางๆแบบนี้บ่อยมาก อย่างภาพวิวที่ต้องการชัดทั้งภาพ รูรับแสงระดับ f11 ก็ทำให้ภาพชัดและได้คุณภาพสูงสุดของเลนส์ ต่อให้เราถ่ายภาพด้วยเลนส์เกรดโปร เมื่อเราเอาไปถ่ายวิวในสภาพแสงสวยๆ เราก็มักจะใช้ค่า f8 หรือ f11 เพื่อถ่ายภาพเช่นกัน

IMG_6097

อีกเทคนิคหนึ่งที่แนะนำเพื่อให้ภาพถ่ายมีคุณภาพสูงขึ้นก็คือ การถ่ายในระยะที่ใกล้แบบ หมายถึง ถ้าเราสามารถเข้าใกล้สิ่งที่จะถ่ายได้ การถ่ายใกล้ๆ จะได้ภาพที่คมชัดมากกว่าถ่ายไกล อันนี้เป็นข้อสังเกตส่วนตัว

IMG_3893
IMG_3888

เทียบกล้องโปรกับกล้องถ่ายเล่น

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มกับการใช้แสงแฟลช

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มได้กลับมานิยมกันอีกครั้งในยุค พศ.2563 แต่การหวนกลับมาของฟิล์มครั้งนี้มาพร้อมค่าใช้จ่ายที่แพงมหาศาล แต่คนก็ยังเหนียวแน่นกับการถ่ายภาพแบบลองผิดลองถูก ถ่ายทุกม้วนลุ้นทุกเฟรม การใช้แฟลชกับกล้องฟิล์มก็ดูจะมีบางกลุ่มที่ชอบใช้ เพราะลักษณะภาพแตกต่างไปจากมือถือ แตกต่างไปจากภาพจากกล้องดิจิทัล บทความนี้จะแนะนำการใช้แฟลชในบางรูปแบบเปรียบเทียบให้ดูว่า ช่างภาพยุคโบราณใช้แฟลชด้วยแนวคิดอย่างไร และอาจจะไม่เหมือนยุคนี้ทั้งหมด แต่หลักการจะสามารถนำไปใช้สร้างสรรค์ผลงานภาพได้

000037

ภาพที่1 ถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม เปิดแฟลชด้วย โดยใช้โหมด P บนกล้อง SLR ของ canon ลักษณะภาพจะได้แสงแฟลชพอดีบนตัวแบบ และฉากหลังค่อนข้างดำมืด นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อเราเปิดโหมด P พร้อมด้วยเปิดใช้งานแสงแฟลช กล้องจะเลือกค่ารูรับแสง f4 และ ความไวชัตเตอร์เป็นค่าสูงๆประมาณ 1/60 วินาทีสำหรับที่แสงน้อย และอาจจะเลือกเป็น 1/125 วินาทีในที่แสงจัด กล้องจะคิดแทนเราว่าเราต้องการภาพไม่สั่น รูรับแสงน้อยเท่าที่เลนส์จะมีให้ได้ โดยฉากหลังจะมืดก็ไม่สนใจ เพราะตัวแบบจะได้รับแสงแฟลชที่เพียงพออยู่แล้ว ภาพจึงออกมาตามภาพคือตัวแบบได้แสงพอดี ส่วนฉากหลังจะดำเกือบมืดนั่นเอง

000038

ภาพที่ 2 เป็นภาพที่ตั้งใจปรับกล้องอีกแบบหนึ่ง เลือกการตั้งค่าให้เป็นโหมด AV พร้อมเปิดแฟลช ในโหมด Av บนกล้อง canon เมื่อเลือกรูรับแสง f4 กล้องจะเลือกค่าสปีตชัตเตอร์ให้เป็นค่าที่วัดแสงฉากหลังได้พอดี ซึ่งสปีดอาจจะต่ำลง ภาพแนวนี้ถ้าเป็นในอาคารจะใช้ขาตั้งด้วยเพื่อป้องกันการสั่นไหว นั่นจึงทำให้ฉากหลังของภาพที่ 2 นี้ ดูสว่างขึ้นกว่าภาพที่ 1 ส่วนตัวแบบจะได้แสงสว่างจากแฟลชและแสงในอาคาร แต่แสงหลักๆที่ทำให้ตัวแบบสว่างก็คือแสงแฟลช โดยรวมก็คือ ภาพที่1และ2 ตัวแบบจะได้แสงจากแฟลชเป็นแสงหลักและเป็นค่าแสงแฟลชที่สว่างพอดีบนตัวแบบ แต่ฉากหลังจะต่างกันตามโหมด P และ Av ที่กล้องคิดไม่เหมือนกัน

000031

ภาพที่ 3 เป็นโหมด Av ที่ปิดแฟลช เป็นการวัดแสงพอดีทั้งภาพ ตัวแบบจะได้แสงพอดีจากการวัดแสงจริงๆในโหมดนี้ และฉากหลังหากโดนแสงภายนอกส่องเข้ามาพอๆกับแบบ เราก็จะได้ภาพแบบและฉากหลังที่สว่างเหมือนกัน นั่นคือแสงพอดีเหมือนกันตั้งแต่หน้าถึงหลัง สถานการณ์นี้ขาตั้งกล้องจำเป็นมาก เพราะการถ่ายภาพในอาคาร วัดแสงพอดี ด้วยฟิล์มความไวต่ำ ความไวชัตเตอร์จะต่ำมาก หากถือด้วยมือเปล่าภาพจะสั่นแน่นอน

การใช้แฟลชถ่ายภาพมีเทคนิคการคิดหลายชั้น ค่อยๆฝึกถ่ายไปทีละบทเรียนก็จะมีความเข้าใจทีละน้อย สะสมความรู้ไปเรื่อยๆเราก็จะมีเทคนิคที่หลากหลายไปใช้ออกแบบรูปถ่ายของเรา ช่างภาพที่ดีก็คือช่างภาพที่เข้าใจแสงและอุปกรณ์ เส้นทางนี้ไม่มีทางลัด ต้องค่อยๆเรียนกันไป

ตัวอย่างภาพจาก harman reusable camera เทียบกับวิดีโอจากกล้องอีกตัว

กล้องพลาสติกของ ilford รุ่น harman reusable camera เป็นกล้องราคาถูก ขายมาพร้อมฟิล์มขาวดำ แต่เราก็สามารถใช้ฟิล์มสีกับกล้องตัวนี้ได้ ผมใช้ฟิล์มฟูจิ c200 ใส่กล้องแล้วก็ถ่ายไปเรื่อยๆในหลายๆโอกาส และในภาพนี้ เป็นสนามเด็กเล่นที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ รังสิต ลูกวิ่งเล่นก็เลยหยิบกล้องมาถ่าย กล้องมีสปีดเดียวที่ไม่รู้ว่าค่าความเร็วชัตเตอร์เท่าไร แต่ก็เดาว่าประมาณ 1/125 วินาที ส่วนรูรับแสงประมาณ f10 การใช้กับฟิล์มความไว 200 ก็พอจะทำให้ได้ภาพที่พอดีกับแสงแดดอ่อนๆที่ส่องอยู่ในสนาม เมื่อถ่ายภาพนิ่งเสร็จก็เอากล้อง actioncam ออกมาถ่ายเป็นคลิปเก็บไว้ด้วย พอได้ภาพจากทั้งสองกล้องแล้วเอามาดูเปรียบเทียบกัน ก็ได้เห็นว่า กล้องถ่ายภาพของ harman reusable camera ก็ทำงานได้มาตรฐานดี เพราะภาพได้สีสันใกล้เคียงกับกล้องวิดีโอ

000023

ในความเป็นจริง ภาพวิดีโอก็คือภาพนิ่งหลายๆภาพมาเรียงต่อกัน ภาพวิดีโอ 1 วินาที อาจจะมีภาพนิ่ง 25 ภาพ ดังนั้นภาพนิ่งจากฟิล์ม หรือ ภาพจากวิดีโอ ก็ควรจะมีลักษณะแสงที่มากน้อยเท่ากัน ถ้าทั้งสองระบบนั้นวัดแสงพอดีทั้งคู่

เมื่อนั่งดูไปนานๆ กลับนึกไปถึงว่า ถ้าเราไม่ใช้ฟิล์ม ไม่ใช้กล้องพลาสติก เปลี่ยนเป็นกล้องดิจิทัลสักตัว เราก็ได้ภาพเช่นกัน คนทั่วโลกก็เข้าสู่การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์มือถือที่ออกมาในยุคปัจจุบันก็มีคุณภาพดีกว่ากล้องดิจิทัลราคาถูกๆ และเชื่อว่าก็คงดีกว่า actioncam เสียด้วย แปลกดีที่เราหลงใหลกับการถ่ายภาพด้วยฟิล์มบนกล้องพลาสติกที่มีคุณภาพของภาพพอๆกับกล้องดิจิทัลราคาถูก



รีวิว กล้องคอมแพ็คฟิล์ม nikon L35AF

20200131162450_IMG_0410-01

ใครอยากฟังเป็นเสียง ผมทำเป็นคลิปไว้ใน youtube เลื่อนลงด้านล่างแล้วกดฟังได้เลยครับ

กล้องฟิล์มได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงสามปีมานี้ ในงานโฟโต้แฟร์ของปลายปี คศ 2019 ที่เพิ่งผ่านไป ในงานมีมุมของกล้องฟิล์มมือสองที่มีผู้ขายมาออกร้านอยู่จำนวนหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ต้องบันทึกไว้ก็คือ คนที่มาดูกล้องฟิล์มมือสองมีจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อ ปกติงานโฟโต้แฟร์ในช่วงหลังที่มีแต่กล้องดิจิทัลจะมีคนเดินหลวมๆ ดูของสบาย จะมีบางบู๊ทเท่านั้นที่มีคนมุง 2-3 คนเพื่อดูสินค้า แต่กับมุมกล้องฟิล์มกลับมีผู้คนล้นหลาม ถึงขนาดที่คนดูมุงซ้อนกัน จะดูกล้องสักตัวต้องมุดต้องเอื้อมมือแทรกเข้าไปเพื่อขอกล้องตัวที่สนใจมาถือดู ความคึกคักระดับที่ไม่เคยเห็นเลยในงานโฟโต้แฟร์ การรุมดูอย่างบ้าคลั่งราวกับตลาดนัดยี่สิบบาทเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น และที่น่าตกใจก็คือ ราคากล้องฟิล์มขึ้น…. มันเป็นไปได้จริงๆ

กล้องฟิล์มยอดฮิตในช่วงปีนี้จะเป็นกล้องคอมแพ็คเลนส์ฟิกซ์ทั้งสิ้น กล้องที่ได้รับความนิยมจากที่ตามอ่านตามเว็บและกลุ่มเฟสบุ๊คก็จะไม่พ้นกล้องฟิล์มไฮโซหรือกล้องคอมแพ็คเทพทั้งหลาย ที่ติดเป็นดาวค้างฟ้าก็เช่น contax t2, contax t3, leica minilux, nikon 35ti, olympus mju II, canon afm, yashica electro35, canon ql17, และ nikon L35AF ซึ่งตัวหลังนี้จะราคาค่อยข้างถูกกว่าทุกตัว และเป็นที่มาของรีวิวชิ้นนี้

กล้อง Nikon L35AF เป็นกล้องคอมแพ็คฟิล์มระบบออโต้โฟกัสตัวแรกของค่าย nikon ออกวางขายในปี คศ 1983 ติดเลนส์ 35มม. รูรับแสง 2.8 มาให้เลย นับว่าเป็นเลนส์ไวแสงตัวหนึ่งของการถ่ายภาพ รูปร่างเหลี่ยมตามยุคสมัยของทศวรรษที่80 ดูบึกบึนแข็งแรงดี สเป็คเลนส์ที่ดีทำให้มันน่าสนใจมากเมื่อเราเจอกล้องที่สภาพดีและยังคงทำงานได้สมบูรณ์

สเป็คกล้องจากเว็บฝรั่งว่าไว้ตามนี้

  • Produced 1983 – ? Nippon Kogaku K. K., Japan
  • Film type 135 (35mm)
  • Picture size 24mm x 36mm
  • Weight 13.9oz with batteries (394g)
  • Lens Nikon Lens 35mm 1:2.8-? (5 element 4 group?)
  • Filter size 46mm
  • Focal range .8m-infinity (?)
  • Shutter Nikon
  • Shutter speeds ??
  • ASA 100-400*
  • Viewfinder bright frame finder with symbol distance scale
  • Exposure meter lens mounted CdS, +2 backlight compensation lever
  • Battery 2 x AA 1.5v
  • Pop-up flash (automatic when light levels drop out of range)
  • Self-timer
  • Autofocus
  • Auto film advance

จุดเด่นที่พบหลังจากได้ลองใช้ก็จะมีดังนี้

L35AF เป็นกล้องที่ใช้ถ่าน AA 2 ก้อน ซึ่งถือว่าเป็นถ่านราคาถูกและหาซื้อได้ง่ายมาก เพราะกล้องตัวอื่นมักจะใช้ถ่านหายากบ้าง ราคาแพงบ้าง เช่น CR2 หรือ CR123 หรือ 2CR5 บางคนได้กล้องมาราคาสามร้อยบาท แต่ต้องซื้อถ่านเพื่อทดสอบราคาสามร้อยบาท ยังมีค่าฟิล์มค่าล้างอีกสำหรับทดสอบความสมบูรณ์ของกล้อง มันเป็นเรื่องหงุดหงิดนิดหน่อยสำหรับกล้องที่ใช้ถ่านราคาแพง

000004

L35AF เป็นกล้องที่ใส่ฟิลเตอร์ได้ ขนาดฟิลเตอร์ 46 มม. ตรงนี้เจ๋งมาก เพราะว่ากล้องคอมแพ็คเทพทั้งหลายใส่ฟิลเตอร์ไม่ได้เลย การถ่ายภาพด้วยฟิล์มหากจะหวังผลปราณีตมากๆ ก็ควรจะมีฟิลเตอร์ที่ตอบสนองความต้องการของช่างภาพ เช่นจะถ่ายขาวดำก็อาจจะต้องใช้ฟิลเตอร์สีเหลือง จะถ่ายฟิล์มสไลด์หรือเน็กกาทีฟที่สีเที่ยงตรงก็ต้องมีการใส่ฟิลเตอร์แก้สี เนื่องจากฟิล์มไม่สามารถเปลี่ยนค่าไวท์บาลานซ์ได้แบบกล้องดิจิทัล เราจึงต้องใส่ฟิลเตอร์เพื่อเปลี่ยนสีของแสงที่วิ่งเข้าสู่ฟิล์มนั่นเอง

Screenshot 2020-02-20 23.17.15

L35AF ออกแบบช่องมองภาพมีสเกลโฟกัส มีเข็มชี้ว่าตอนนี้กำลังโฟกัสไปที่ระยะใด มีระยะ4 ตำแหน่งบอกเรา คือ โฟกัสใกล้ๆเข็มจะชี้ที่ภาพคน1คน ถ้าโฟกัสระยะห่างออกมาประมาณ 2-3 เมตรเข็มก็จะชี้ที่ภาพคน2คน ถ้าโฟกัสไกลอีกหน่อยเข็มก็จะชีที่ภาพสามคน และถ้าโฟกัสไกลมากเข็มจะชี้ที่ภาพภูเขา ระบบออโต้โฟกัสที่แสดงผลเป็นเข็มชี้แบบนี้ช่วยให้เรามั่นใจมากยิ่งขึ้นว่ากล้องทำงานไม่ผิดพลาด และคนใช้งานก็จะโฟกัสไม่พลาด เช่นถ้าเรากำลังถ่ายคนครึ่งตัว เมื่อกดปุ่มถ่ายลงไปครึ่งหนึ่งกล้องจะทำการโฟกัส และเข็มชี้โฟกัสจะชี้ไปตามระยะที่มันทำงานคือชี้ภาพ1คน แต่ถ้ามันบังเอิญไปชี้ที่รูปภูเขา แสดงว่าเราโฟกัสพลาดไม่โดนคน ไปโฟกัสฉากหลัง ภาพก็จะออกมาเป็นคนเบลอ ภูเขาหรือวิวด้านหลังชัด

000010

L35AF เป็น เป็นกล้องที่ตั้งค่า iso ได้เอง กล้องตัวนี้ไม่มีระบบอ่าน DX code เราจะต้องตั้งค่า iso ที่ด้านบนของเลนส์ให้ตรงกับฟิล์มที่เราใช้ แม้จะดูไม่สะดวก แต่มันเจ๋งมากหากเราใช้ฟิล์มประหลาดที่ไม่ได้มาพร้อม DX code ที่ถูกต้อง อย่างเช่น ฟิล์มโหลดชนิดต่างๆ ยุคนี้เรามีฟิล์มประหลาดที่มาแบ่งขายใส่กลักเก่า กลักเก่าจะมี DX code ที่ไม่ตรงกับฟิล์มประหลาดเหล่านี้ หากเราใช้ฟิล์มประหลาด เราต้องใช้กล้องที่ตั้งความไวแสงได้เอง

000009

L35AF มีปุ่มชดเชยแสง +2EV ปุ่มนี้เป็นปุ่มที่ช่วยให้เรื่องวัดแสงเป็นเรื่องง่ายขึ้น ปกติหากเราจะถ่ายภาพแบบปราณีต เวลาถ่ายภาพย้อนแสง กล้องจะวัดแสงผิด หากเราถือกล้องโปร เราก็ควรจะไปตั้งค่าการชดเชยแสงให้กับกล้องก่อนถ่ายภาพจริง ถ้าย้อนแสงเราจำเป็นต้องชดเชยไปทาง + 1 หรือ +2 แล้วแต่ความสว่างของด้านหลัง แต่ในกล้องคอมแพ็คตัวนี้ไม่ต้องคิดเยอะ เขาระบุมาเลยว่า ถ้าถ่ายย้อนแสงให้กดปุ่มพิเศษปุ่มนี้ด้วย มันคือปุ่มชดเชยแสงนั่นเอง

Nikon L35AF +2ev

นักถ่ายภาพมือใหม่บางคนไม่รู้ว่าปุ่มนี้ใช้ทำอะไร แต่ถ้าเคยฝึกฝนการถ่ายภาพอย่างจริงจังจะเข้าใจว่า การมีปุ่มชดเชยแบบสำเร็จรูแบบนี้เป็นสิ่งที่เจ๋งมาก ภาพตัวอย่างดูจากภาพลูกผมนั่งอยู่ในเบาะรถยนต์ แสงสว่างด้านนอกรถยนต์รวมถึงด้านหลังรถเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพนี้ถือว่าเป็นภาพย้อนแสง หากเราถ่ายไปตรงๆ ภาพจะมีความมืดที่ตัวนายแบบ แต่หากเรารู้ว่าย้อนแสงและต้องการชดเชยแสงให้มีแสงมากขึ้น เรากดปุ่มชดเชยแสงค้างไว้แล้วโฟกัสภาพถ่ายใหม่เลย กล้องจะรับแสงนานขึ้น ความสว่างจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 สต๊อป นั่นเพียงพอที่จะทำให้เด็กในภาพมีหน้าขาวดขึ้น ภาพดูสว่างขึ้น และรวมถึงฉากหลังก็จะสว่างขึ้นด้วย

2020-02-19_07-55-32

ภาพสะพายกระติกน้ำผมถ่ายที่บริเวณจุดจอดรถรับส่งนักเรียน ผมให้ลูกไปยืนห่างออกไปประมาณสองเมตรแล้วถ่ายภาพแรก แล้วจากนั้นก็กดปุ่มชดเชยแสงค้างไว้แล้วถ่ายภาพซ้ำอีกครั้ง ภาพที่สองจะมีความสว่างบนตัวแบบมากขึ้นทันที จุดนี้เป็นจุดเด่นที่เจ๋งมากๆและหาไม่ได้จากกล้องในปัจจุบัน

IMG_0408

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มในยุคปัจจุบัน จะมีความนิยมใช้ฟิล์มสีหรือเน็กกาทีฟ โดยเมื่อถ่ายเสร็จแล้วจะส่งไปล้างและทำการสแกนภาพด้วย มีผู้ให้บริการล้างฟิล์มพร้อมสแกนจำนวนมาก มีทั้งร้านเก่าแก่ที่ยังคงดำเนินงานอยู่ และอีกเกินครึ่งเป็นร้านใหม่ เมื่อได้ภาพสแกนมาแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเอาไปโพสท์โชว์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ภาพสแกนจาก nikon L35AF ชุดนี้ได้ภาพมา 37 ภาพ มี 36 ภาพที่โฟกัสเข้าตามที่ตั้งใจไว้หมดเลย ส่วน 1 ภาพที่ไม่ชัดก็เป็นภาพที่หันกล้องมาถ่ายเซลฟี่ตัวผมเอง ซึ่งคาดว่าโฟกัสพลาดเพราะระยะใกล้เกินไป กล้องยุคเก่ามักจะมีระยะโฟกัสใกล้สุดที่มากกว่ากล้องสมัยใหม่ ระยะแขนที่เซลฟี่ตัวเองก็เลยอยู่ในระยะที่กล้องโฟกัสไม่ได้

ข้อแนะนำสำหรับคนที่อยากถ่ายภาพให้ดูดี เราควรจะยืนใกล้เหตุการณ์ทีจะถ่ายเพื่อให้วัตถุหรือคนเป็นจุดเด่นที่สุดในภาพ การใช้กล้องคอมแพ็คมักจะให้ภาพไม่แม่นยำเท่ากล้อง SLR การจัดองค์ประกอบที่ซับซ้อน การเล่นเส้นนำสายตา การจัดภาพที่จุดตัดเก้าช่อง ทฤษฎีองค์ประกอบภาพต่างๆอาจทำได้ไม่ชัดนัก สิ่งที่ทำได้คือเน้นให้จุดเด่นเป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุดในภาพ ภาพลักษณะนี้มักจะดูดี

สรุป

Nikon L35AF เป็นกล้องคอมแพ็คฟิล์มคุณภาพดี ให้ภาพที่คมชัด วัดแสงแม่นมาก สามารถโฟกัสวัตถุได้แม่นยำ คุณภาพของภาพที่ล้างแล้วสแกนขึ้นมาดูสูสีกับกล้องเทพอย่าง contax t3 ถ้าไม่ได้เป็นคนถ่ายภาพด้วยตัวเองก็อาจแยกไม่ออกว่าภาพไหนจาก nikon ภาพไหนมาจาก contax ถือว่าเป็นกล้องราคาย่อมเยาที่ให้คุณภาพทัดเทียบกับกล้องแพง ข้อเสียอย่างเดียวของกล้องตัวนี้คือ แฟลชจะเด้งอัตโนมัติเมื่อมีแสงน้อย ทำให้เราไม่สามารถสั่งปิดแฟลชได้ด้วยตัวเอง ทำให้การถ่ายภาพบางสถานการณ์อาจจะไม่เป็นไปดังที่ใจคิด และการไม่มีลูกเล่นระดับ advance อย่างโหมด Av Tv หรือการโฟกัสแบบโซนรวมถึงปรับเป็นแมน่วลโฟกัสไม่ได้ก็อาจจะทำให้ใช้งานไม่ตอบสนองต่อความคิดสร้างสรรค์ที่เรามี แต่มันก็เป็นกล้องที่ออกแบบมาให้พกง่ายถ่ายง่าย ไม่ได้ออกแบบมาให้มือโปรใช้ ดังนั้นข้อจำกัดต่างๆก็ไม่อาจบอกว่าเป็นข้อเสียได้

Nikon L35AF Contax T3 Leica minilux
แถมภาพเปรียบเทียบให้ สามภาพนี้ มาจากกล้อง nikon L35AF Contax T3 และ Leica minilux ใช้ฟิล์ม Fuji c200 เหมือนกัน และล้างอัดพร้อมสแกนฟิล์มร้านเดิมตลอด ทุกภาพต่างกันที่ช่วงเวลาที่ถ่ายเท่านั้น
2020-02-20_11-01-59
แถมภาพเปรียบเทียบกับกล้องดิจิทัล ภาพบนถ่ายด้วย eos m + เลนส์ 22f2 ส่วนภาพล่างเป็นภาพจาก nikon L35AF เอาภาพมาต่อกัน พยายามปรับขนาดให้ตัวเด็กดูใหญ่เท่ากัน

แถมให้อีกนิด L35AF ตอนสั่งกรอฟิล์มกลับเมื่อถ่ายหมดม้วน กล้องจะหมุนฟิล์มย้อนกลับแบบเหลือหางให้ มันดีสำหรับคนที่จะล้างฟิล์มด้วยตัวเอง เพราะจะได้ไม่เสียเวลาดึงหางฟิล์มเอง แต่มันเป็นข้อเสียเมื่อจะต้องส่งฟิล์มไปให้ร้านทำการล้างให้ เพราะฟิล์มที่เหลือหางจะดูเหมือนฟิล์มใหม่ยังไม่ได้ถ่าย หากเราเผลอวางไว้ใกล้กับฟิล์มใหม่ หรือเก็บไว้ในกระเป๋าแล้วลืมว่าถ่ายไปแล้วหรือยัง เราจะแยกไม่ออกเลยว่าฟิล์มม้วนนี้ใช้ถ่ายไปแล้วหรือยัง

IMG_20210308_194010
IMG_4855

รีวิว Harman Reusable Camera กล้องฟิล์มจาก ilford

กล้อง Harman Reusable Camera เป็นกล้องคอมแพ็คที่ทำมาจากพลาสติกทั้งตัว ลักษณะทั่วไปเหมือนกล้อง Toy camera หรือจะเรียกว่าเป็นกล้องแนวโลโม่ก็ไม่ผิดนัก แม้ว่าปัจจุบันคำว่า โลโม่จะไม่ค่อยฮิตแล้วก็ตาม

IMG_0525
Harman in the box

บริษัท ilford เป็นบริษัทที่ผลิตฟิล์มขาวดำที่มีชื่อเสียงระดับโลก และยังคงดำเนินการผลิตฟิล์มและกระดาษอัดภาพขาวดำออกมาขายอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความนิยมในการใช้ฟิล์มถ่ายภาพจะลดน้อยลงแต่ฟิล์มขาวดำและน้ำยาล้างฟิล์มขาวดำยังมีให้นักถ่ายภาพผู้หลงใหลในเสน่ห์ของอนาลอกได้ใช้งานอยู่ และด้วยความที่เป็นเจ้าตลาดในด้านของฟิล์ม บริษัทก็เกิดอยากผลิตกล้องถ่ายภาพออกมาด้วย เพราะนักถ่ายภาพรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นสนใจฟิล์มอาจจะไม่พร้อมซื้อกล้องฟิล์มระดับโปรหรือระดับคุณภาพสูงมาลอง การมีกล้อง Toy ราคาประหยัดสักตัวให้ลองถ่ายเล่นก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

IMG_1540
Harman Single use real black&white film

บริษัท Harman เป็นใครมาจากไหนเคยทำอะไรมาผมไม่รู้ รู้แค่ว่าเป็นผู้ผลิตกล้องToyให้กับ ilford โดยกล้อง Toy รุ่นแรกที่ผมรู้จักก็คือกล้องใช้แล้วทิ้งที่ใส่ฟิล์มขาวดำมาในกล้องเลย มาแนวเดียวกับกล้องใช้แล้วทิ้งของ kodak และ fuji ที่มีขายทั่วไป แต่ Harman ทำกล้องใช้แล้วทิ้งที่บรรจุฟิล์มขาวดำมาแทน คนที่จะใช้กล้อง Single use แล้วทิ้งมักจะเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่สนใจเรื่องถ่ายภาพคนกลุ่มนี้จะไปซื้อ kodak หรือ fuji แต่คนที่ชอบงานขาวดำ ใช้กล้องถ่ายแล้วต้องล้างด้วยขบวนการขาวดำแท้ๆจะเป็นกลุ่มช่างภาพที่มีทักษะ่ระดับหนึ่ง กลุ่มนี้จะเรียกว่ารักการถ่ายภาพก็ได้ และนอกจากรักการถ่ายภาพแล้วยังรักกล้องด้วย ซึ่งความรู้สึกนี้ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ตัวใหม่

IMG_0529
one camera two films

จากกล้องใช้แล้วทิ้งก็พัฒนามาเป็นกล้องใช้แล้วไม่ต้องทิ้ง คือ เปลี่ยนฟิล์มได้ นั่นทำให้กล้อง Toy รุ่นนี้น่าสนใจขึ้นทันที เพราะการใช้แล้วทิ้งเป็นเรื่องที่ตะขิดตะขวงใจสำหรับนักถ่ายภาพที่รักกล้อง Harman Reusable Camera ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับแถมฟิล์มขาวดำ Kentmere Pan400 จำนวน 2 ม้วน เป็นฟิล์มที่ต้องล้างด้วยน้ำยาขาวดำแท้ๆ จะล้างด้วยน้ำยาของ ilford เอง หรือจะล้างด้วยน้ำยา kodak d76 ที่เป็นมาตรฐานของวงการขาวดำก็ได้ และเราก็จะได้มาลองถ่ายภาพด้วยกล้องตัวนี้กัน โดยการทดสอบจะเป็นการใช้ฟิล์มสี fuji c200 แทนฟิล์มขาวดำ เพราะต้องการทดสอบในแบบนักท่องเที่ยวทั่วไปที่นิยมถ่ายภาพสีเป็นส่วนใหญ่ เราจะได้รู้ว่าเราควรใช้กล้องตัวนี้แทนกล้องใช้แล้วทิ้งหรือไม่

IMG_0479
Harman reusable camera

กล้องตัวนี้มีแฟลชในตัว และตัวกล้องก็มีช่องใส่ถ่านชนิด AAA 1 ก้อน การสั่งการให้กล้องยิงแสงแฟลชจะต้องมีการเลื่อนสวิตซ์ใช้งานแฟลช และหากใช้แล้ว ไม่เลื่อนกลับ กล้องก็จะชาร์จไฟเต็มที่ไว้เพื่อพร้อมยิงแฟลชตลอดเวลา มันไม่อันตรายหรอก แต่มันเปลืองแบตเตอรี่ ถ้าเราเผลอเปิดแฟลชทิ้งไว้ ภายใน 24-48 ชั่วโมง แบตจะหมด ส่วนความแรงของแสงแฟลช ถ้าให้เดาจากที่เคยใช้แฟลชแมน่วลมาในอดีต ผมเดาว่าแฟลชในกล้องตัวนี้มีค่า guide number ประมาณ 5.6 เท่านั้น หมายความว่า ถ้าเราถ่ายภาพด้วย f5.6 วัตถุห่าง 1 เมตร วัตถุจะได้รับแสงแฟลชที่พอดี หากเราใช้ฟิล์ม is100 แต่ถ้าเราใช้ฟิล์มความไว 200 เราสามารถยืนห่างวัตถุได้ไกลถึง 1.4 เมตร ซึ่งก็พอดีกับระยะทางที่กล้องแนะนำให้

IMG_0484
top of camera

ด้านบนของตัวกล้องจะมีปุ่มกดชัตเตอร์ มีตัวเลขแสดงจำนวนภาพที่ถ่ายไป และ มีแป้นหมุนฟิล์มย้อนกลับที่จะใช้ตอนที่เราถ่ายภาพครบทั้งม้วนแล้ว ส่วนด้านล่างของกล้องจะเป็นช่องใส่ถ่าน และมีปุ่มเล็กๆเอาไว้กดเพื่อทำการหมุนฟิล์มย้อนเข้ากลักเพื่อเตรียมไปส่งล้างฟิล์ม และกล้องตัวนี้ไม่มีปุ่มตั้งเวลาถ่ายภาพ และมันไม่มีรูสำหรับติดขาตั้งกล้องด้วย ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไร เพราะกล้องแนวนี้ออกแบบมาเพื่อให้ใช้มือถือกล้องอยู่แล้ว

IMG_0488
Under camera

กล้องแนวนี้จะมีสปีดชัตเตอร์ค่าเดียว คาดว่าจะมีความเร็วประมาณ 1/125 วินาที รูรับแสง f10 ดังนั้นค่าแสงที่เหมาะกับรูรับแสงและสปีดนี้คือค่าแสงตอนกลางวัน แดดจัดนั่นเอง หากเราใช้ถ่ายในที่กลางแจ้งมีแสงแดด เราจะได้ค่าแสงพอดีในฟิล์ม ภาพจะมีสีสันสมบูรณ์ หากถ่ายในที่แสงน้อย ภาพจะมืด การเปิดแฟลชกรณีที่เราถ่ายในที่แสงน้อย พอช่วยให้เห็นภาพ แต่ปริมาณแสงก็ไม่เพียงพอกับฟิล์มความไว iso200 คาดว่ากล้องตัวนี้อยากให้เราใช้ฟิล์มความไว 400 มากกว่า และมีจุดที่ควรทำความเข้าใจเล็กน้อยคือ หากเราปิดแฟลช รูรับแสงของเลนส์จะเป็นรูที่แคบ และเมื่อเราเลื่อนสวิตซ์เปิดแฟลช ตัวเลื่อนจะไปขยับรูรับแสงให้เปลี่ยนเป็นรูรับแสงที่กว้างขึ้นเล็กน้อย ถ้าให้เดาก็น่าจะเป็นการลดรูรับแสงให้ตัวเลขลดน้อยลง หรือ รูรับแสงกว้างขึ้นนั่นเอง ปริมาณแสงที่รับเข้าสู่ฟิล์มจะมากขึ้น 1 สต๊อป ตัวเลขนี้เดาจากการประมาณ ไม่ใช่ค่ารูรับแสงที่ผู้ผลิตกล้องแจ้งไว้

มาดูภาพกันดีกว่า

000010
ภาพปืนใหญ่ ถ่ายที่ชุมพร สภาพแสงแดดออกแต่ไม่จัดมาก คุณภาพของภาพให้สีสันเที่ยงตรง ดูรับแสงพอดี
000030
ภาพข้างรถยนต์ ถ่ายตอนเช้า สภาพแสงแดดยังไม่ส่องถึงพื้น ก็คือเช้ามากแดดยังไม่แรง แต่อาศัยให้ด้านหลังเป็นแสงอาทิตย์โดยตรงเลย แนวต้นไม้ด้านหลังก็จะรับแสงแดดแล้ว ภาพนี้เปิดแฟลชถ่ายด้วย ระยะยืนของเด็กห่างแฟลชไปไกลเกินระยะทำการ ทำให้ไม่เห็นความสว่างของแฟลชเท่าที่ควร
000020
กล้องที่มีสปีดชัตเตอร์ค่าเดียวมักจะออกแบบให้ถ่ายในสภาพแสงที่แดดออกดีๆสวยๆ หากเรายืนอยู่ใต้ต้นไม้หรือในร่ม แสงจะน้อยเกินไป ถ้าเปิดแฟลชช่วยก็พอจะช่วยเพิ่มแสงให้ได้นิดหน่อย แต่ก็ไม่พอ เพราะกล้องตัวนี้ออกแบบมาให้ใช้ฟิล์มความไว้สูงประมาณ 400 ดังนั้นการใช้ฟิล์ม 200 มาถ่ายในร่มก็จะมีอาการแสงไม่พอเกิดขึ้นได้
000036
การถ่ายภาพในที่มืด กล้องฟิกซ์โฟกัสแบบนี้เหมาะกับการจับภาพแบบรวดเร็ว แต่กำลังของแสงแฟลชไม่เพียงพอที่จะใช้งานกับฟิล์มความไว 200 รูปนี้ถ้าใช้ฟิล์มความไว 400 ภาพจะสมบูรณ์กว่านี้
000041
การถ่ายภาพในบ้านที่แสงสลัวๆหรือแสงน้อย หากเราเปิดแฟลชช่วยเราก็ควรถ่ายภาพในระยะใกล้ การยืนห่างจากแบบไกลระดับถ่ายภาพเด็กๆหัวจรดเท้าได้แสดงว่าเรายืนไกลมาก แสงแฟลชจะไปน้อยเกินไป ภาพจะดูไม่สวยเลย
000012
ยืนใกล้ตัวแบบ ถ่ายภาพครึ่งตัวเด็ก เป็นระยะที่เกือบจะแสงไม่พอแล้ว จริงๆก็รู้สึกแสงแฟลชน้อยไป แต่ก็ยังไม่ไกลมาก ยังได้ภาพที่พอดูได้
000015
ในสภาพแสงแดดแรง แล้วตัวแบบได้ยืนในที่แสงส่องถึง ความสว่างของภาพจะเพียงพอ เราสามารถถ่ายภาพแบบคาดหวังกับคุณภาพสีสันได้
000023
การเล่นกลางแจ้ง ถ้าโดนแสงแดดส่องก็จะมีความสว่างเพียงพอที่จะใช้กล้องตัวนี้บันทึกภาพ ถ่ายสิ่งของต่างๆด้วยกล้องตัวนี้ก็ควรให้สิ่งของโดนแดด ถ้าเป็นคนก็ต้องบอกให้ไปเล่นจุดที่โดนแดดถึงจะได้ภาพที่ดี
000038
สีสันที่ดูพอใช้ได้เกิดจากสภาพแสงที่เพียงพอ สภาพแสงที่แดดส่องเห็นเงาลางๆ ถ้าให้ประมาณค่ารูรับแสงตามกฏ sunny16 ผมก็คงเดาว่าเป็นค่า f8
000009
การถ่ายภาพในมุมย้อนแสงเรามีโอกาสจะได้ภาพมุมสวยๆ แต่ต้องระวังตอนใช้งานอย่าให้แสงแดดส่องเข้าหน้ากล้องไปโดนเลนส์โดยตรง เพราะภาพจะเกิดอาการฟุ้งๆหลอนๆ และเมื่อส่งฟิล์มไปล้าง อาจคิดว่าการล้างฟิล์มไม่สมบูรณืหรือกล้องมีแสงรั่ว เข้าใจว่าเลนส์พลาสติกจะไม่ชอบแสงแดดที่ส่องโดนเลนส์
IMG_20200228_180140
IMG_0379

สรุป

กล้อง Harman Reusable Camera เป็นกล้องพลาสติกที่คุณภาพพอใช้ แต่ก็ใช้งานเพื่อความสนุกได้ สามารถถ่ายภาพในสถานการณ์ที่ต้องการได้โดยไม่ได้คาดหวังกับคุณภาพ แต่เราจะได้ความทรงจำที่ต้องการ ณ วินาทีนั้นทันที การถ่ายภาพแบบไม่ต้องโฟกัส ไม่ต้องวัดแสงเป็นความสนุกของการเดินทางท่องเที่ยว การรอภาพที่ส่งล้างและสแกนให้ความรู้สึกสนุก เป็นเสน่ห์ที่ไม่มีอยู่ในกล้องดิจิทัล บางครั้้งความสนุกคือสิ่งที่เราต้องการมากกว่าคุณภาพ เพราะเราไม่ได้อยากซีเรียสจริงจังไปซะทุกเรื่อง

ผมได้ทำรีวิวกล้องพร้อมฟิล์มขาวดำของกล้องตัวนี้แล้วครับ ตามไปอ่านได้ที่นี่

รีวิวเป็นเสียง leica minilux

กล้อง leica minilux ผมใช้มานานหลายปีแล้ว ลองเอามาเล่าเป็นเสียงบ้าง แง่มุมที่พูดถึงจะเป็นเนื้อหาที่เพิ่มเติมไปจากรีวิวปกติที่เคยเขียนไว้ เช่น ภาพขาวดำจาก minilux การสแกนภาพจากฟิล์มสีของร้านล้างฟิล์ม ความทนทาน อาการเสียประจำรุ่น เชิญฟังได้ครับ หลังจากฟังแล้วค่อยกลับมาอ่านต่อด้านล่างนี้

ภาพที่ชอบที่สุดจากกล้อง leica minilux คือภาพวันแรกเกิดของลูกผมเอง ก่อนจะได้ถ่ายภาพนี้ผมก็เตรียมตัวมาล่วงหน้าหลายเดือน การเตรียมตัวก็คือ เอาฟิล์มขาวดำมาทดลองถ่ายและล้างฟิล์มออกมาดู ยังมีขั้นตอนการโหลดฟิล์มเข้าแท๊งค์ล้างฟิล์มด้วย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เสี่ยงต่อความเสียหายที่สุด เพราะหากโหลดฟิล์มติดขัด ฟิล์มไม่เรียงตัวในตะแกรงอย่างเป็นระเบียบ ฟิล์มก็จะทำปฏิกิริยากับสารเคมีไม่ทั่วถึง ภาพก็จะเสียนั่นเอง การซ้อมยังรวมถึงการทดลองผสมน้ำยา ทดลองล้างที่อุณหภูมิตามสเป็ค เพื่อดูผลของฟิล์มว่าผ่านการล้างแล้วเป็นอย่างไร และอีกส่วนที่ต้องทำก็คือเตรียมกล้องให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเพราะกล้องเก่าแล้ว เช็คสภาพก่อนจะถ่ายจริงก็เป็นเรื่องที่ควรทำ ฟิล์มขาวดำผมเลือกใช้ยี่ห้อตลาดราคาไม่แพง ด้วยเหตุผลว่า มันยังมีขายในช่วงเวลานั้นและเคยใช้ฟิล์มตัวนี้กับน้ำยาล้างฟิล์มตัวที่คุ้นเคย และภาพที่ออกมาก็สร้างความรู้สึกตื่นเต้นได้ดี และในตอนที่ถ่ายภาพในเหตุการณ์จริง ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ซ้อมไว้

IMG_9465
ภาพอัดลงกระดาษขาวดำ

หลังจากไปยืนเป็นพยานตอนลูกเกิด ไปรอถ่ายภาพพ่อแม่ลูกในห้องคลอดเสร็จแล้ว ก็ออกมาที่ห้องพัก คุณหมอจะพาลูกมาให้เริ่มดูดนมแม่ และเปิดโอกาสให้พ่อแม่ได้เห็นหน้าลูกชัดๆ และสามารถถ่ายรูปได้ตามใจด้วย ผมเข็นเตียงเด็กไปอยู่ใกล้ๆหน้าต่างเพื่อให้แสงสว่างมากเพียงพอที่จะถ่ายภาพได้ ยกกล้อง minilux ตั้งค่าที่ตัวกล้องเป็นการถ่ายแบบเลือกรูรับแสงเอง ผมตั้งรูรับแสงของกล้องไว้ที่ 2.4 แล้วก็โฟกัสสิ่งที่ต้องการแล้วถ่ายภาพเลย หลังจากถ่ายไป ประมาณ 2 สัปดาห์ ผมว่างพอจะล้างฟิล์ม ก็ทำการล้างในแบบที่เคยซ้อมไว้ ได้ฟิล์มที่มีภาพบันทึกสมบูรณ์แบบ คุณภาพการล้างเป็นไปตามมาตรฐาน เราสามารถใช้ฟิล์มนี้ไปสแกนด้วยเครื่องสแกนฟิล์มก็ทำได้สวยงาม ทดลองสแกนด้วยการถ่ายภาพผ่านกล้องดิจิทัลก็ทำได้ และ การอัดภาพลงกระดาษขาวดำโดยตรงก็ได้ดังภาพที่เห็น

ไฟล์สแกนดูบนจอ

ภาพขาวดำบนกระดาษขาวดำแท้ๆ เป็นภาพที่สวยงามมาก ระบบการแสดงภาพบนจอทุกชนิดไม่สามารถให้คุณภาพได้เหมือนกระดาษ ไม่ว่าเราจะพยายามสแกนฟิล์มให้ได้ไฟล์ที่มีคุณภาพอย่างไร ภาพที่ได้ก็ไม่เหมือนภาพบนกระดาษอัดภาพแท้ๆที่ผ่านการฉายแสงด้วยวิธีดั้งเดิม ผมเอาไฟล์ดิจิทัลที่สแกนฟิล์มไปทดลองพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ต่างๆก็ไม่ได้คุณภาพแบบที่กระดาษขาวดำให้ได้ ผมลองทั้งเครื่องดิจิทัลปริ๊นท์ระดับโปรดักชั่นของโรงพิมพ์ราคาเครื่องเป็นล้าน หรือ เครื่องพิมพ์ภาพถ่ายของ canon ที่เป็นระบบการพิมพ์แบบ dye-sublimation ซึ่งเป็นการผลิตภาพที่ให้คุณภาพสีจากไฟล์ดิจิทัลที่สูงที่สุดของเทคโนโลยีทางการพิมพ์แล้ว ความรู้สึกตรงนี้ต้องเห็นด้วยตาตัวเองถึงจะเข้าใจ มันเหมือนการมองโลกผ่านกระจก มันมีอารมณ์ร่วมมากกว่ามองผ่านจอทีวี แล้วชีวิตเราดีขึ้นไหมจากการถ่ายภาพ ล้างฟิล์ม อัดภาพเอง ก็ไม่ได้ดีขึ้นหรอก เราแค่หาความสุขจากการถ่ายภาพให้ครบวงจรเท่านั้นเอง

ilford camera กล้องขาวดำพร้อมใช้

กล้องพร้อมใช้ที่พบมักจะเป็นกล้องที่ใช้ฟิล์มสี เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ลืมกล้องไว้ที่บ้าน ซื้อในห้างแล้วใช้เลย  ในยุคดิจิทัลกลืนกินทุกอย่าง และมือถือถ่ายภาพสวยมีกันเกลื่อนไปหมด กล้องพร้อมใช้ก็ตายลงไปพร้อมกับฟิล์มถ่ายภาพ  ยังคงเหลือเล็ดรอดอยู่เล็กน้อยในมุมเล็กๆของตลาดซื้อขาย และในอินเทอเน็ต

IMG_0465.JPG

กล้องพร้อมใช้ที่ผมเห็นวางขายในร้านขายของชำที่ญี่ปุ่น ผมเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อปี คศ 2015 และไม่เคยเห็นที่ไหนอีกเลย  ส่วนกล้องที่อยู่ในบทความนี้ คือกล้องพร้อมใช้ที่ใช้ฟิล์มขาวดำแท้ๆ ผลิตโดยบริษัท ilford ชื่อว่ากล้อง ilford camera

IMG_0464.JPG

 

แพ็คเกจอธิบายไว้ว่า เป็นกล้องที่ใช้ฟิล์มขาวดำรุ่น HP5 ความไว 400  กล้องมีระยะชัด 1 เมตรเป็นต้นไป มีแฟลชในตัว  ถ้าใช้แฟลชไม่ควรห่างแบบเกิน 3 เมตร  มีฟิล์มทั้งหมด 27 ภาพ

 

DSC_0978.JPG

 

ขนาดกล้องไม่เล็กไม่ใหญ่ ผู้ใหญ่ใช้ได้ เด็กก็ใช้ได้  ผมลองให้ลูกถือเล่นก็อยู่ในมือได้มั่นคงดี    กล้องพลาสติก เมื่อถ่ายหมดม้วนก็ต้องแงะฟิล์มออกมาล้าง  การแงะก็จะทำให้กล้องเสียใช้ซ้ำไม่ได้  ฟิล์มที่ได้ก็นำไปล้างด้วยขั้นตอนขาวดำแท้ๆ  ซึ่งในตลาดเมืองไทย ไม่มีร้านรับล้างฟิล์มขาวดำแล้ว จะมีแค่รับกลุ่มนักเล่นที่รับจ้างล้างฟิล์มที่หาได้ตามอินเทอเน็ต  แต่ผมล้างเองได้ก็ง่ายหน่อย

 

ขั้นตอนการล้างก็ใช้น้ำยา id-11 ที่เพื่อนแบ่งไว้ให้ใช้  คุณภาพของฟิล์มที่ออกมาก็อยู่ในระดับพอเห็นภาพ แต่ดูแล้วไม่ได้เนื้อฟิล์มที่สวยใสแบบฟิล์มกลักอายุน้อยๆสดใหม่  คงเป็นเพราะอายุฟิล์มในกล้องตัวนี้มันเก่า อาจหมดอายุไปหลายปีแล้ว  ฟิล์มขาวดำที่หมดอายุยังคงเก็บภาพไว้รอล้างได้หลายปี  ถ่ายแล้วเก็บไว้ล้างตอนลูกโต เราก็จะได้ภาพในอดีตกลับมา สร้างความตื่นเต้นได้อยู่

 

คุณภาพของภาพก็อยู่ในระดับของกล้องของเล่นหรือ toy camera แนวฮิสเตอร์ แนวโลโม่ แนวเด็กแนว แนวบ้องแบ๊วไร้การเรียนรู้ ไม่ว่าจะแนวไหนก็คือถ่ายได้ ใช้งานได้ ได้ภาพ และมีเรื่องไปโม้ไปเล่าต่อในแก๊งค์  ในแง่ของคุณภาพก็สู้กล้องคอมแพ็คทั่วไปหรือกล้อง SLR เปลี่ยนเลนส์อื่นๆไม่ได้   ในแง่ของการพกพาก็ไม่ได้เล็กจนใส่กระเป๋ากางเกงได้  นอกจากความอยากลองแล้ว ผมยังหาเหตุผลที่ดีในการใช้งานมันไม่ได้เลย

IMG_20180529_092930edit

 

ถ้าผมต้องไปในที่ธุรกันดาร พื้นที่ห่างไกล ไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือไปดวงจันทร์ ผมอาจจะอยากพกกล้องตัวนี้ไปด้วย  แต่ถ้าในพื้นที่ที่เราใช้ชีวิตประจำวันได้ มีมือถือ มีอินเทอเน็ตให้ใช้ ผมจะใช้กล้องตัวนี้ด้วยเหตุผลอะไรก็ยังนึกไม่ออก  การลองเล่นก็ได้คำตอบแล้วว่า กล้องใช้งานได้  ผมซื้อ  ilford camera ตัวนี้จาก amazon ซื้อไว้ 5 ตัว ก็ไม่เข้าใจว่าจะซื้อเยอะๆไว้ทำไม  อาจจะกลัวว่าถ้าวันนึงเกิดอยากเล่นซ้ำอีกครั้งแล้วจะไม่มีให้เล่นก็เป็นได้

 

รีวิวกล้องโดฟ dove toy camera

กาลครั้งหนึ่ง ในประเทศไทยเคยมีโปรโมชั่นขายยาสระผมแถมกล้องถ่ายรูป ซึ่งกล้องที่แถมในคราวนั้นคือกล้องพลาสติก มีเคสกันน้ำ สกรีนยี่ห้อยาสระผมไว้ที่ตัวกล้องด้วย นับตั้งแต่การขายครั้งนั้นก็มีกล้องตัวใหม่ที่มีชื่อในวงการถ่ายภาพ  “กล้องโดฟ”  เป็นกล้องสำหรับนักถ่ายภาพแนวโลโม่ อะไรที่ไม่ต้องวัดแสง ไม่ต้องโฟกัส ยกขึ้นมาแล้วกดเลย ถือว่าเป็นแนวโลโม่  และกล้องโดฟคือของที่ต้องมี

_MG_2878

กล้องโดฟเป็นกล้องพลาสติก ระยะเลนส์ 28mm focus free แปลว่าไม่ต้องโฟกัส มันจะชัดทั้งภาพ  คาดว่ารูรับแสงของเลนส์ตัวนี้จะประมาณ f8-11 ไม่ต้องใส่ถ่าน  เวลาถ่ายภาพจะต้องกะสภาพแสงให้เป็นสภาพแสงแดดออก ค่อนข้างแรง  คือมีแดดที่ทำให้มีเงาค่อนข้างชัด  ใช้กับฟิล์มความไว 200 น่าจะพอดี  และการที่มันมีเคสกันน้ำก็ทำให้มันถูกทดลองใช้ใต้น้ำด้วย

IMG_7357

การถ่ายภาพบนดินทั่วไปเราก็พกเฉพาะกล้องแต่เพียงอย่างเดียว เคสกันน้ำไม่ต้องใส่ ใส่ฟิล์มแล้วกดถ่ายไปเรื่อยๆ  ถ่ายแต่ละครั้ง จะต้องหมุนฟิล์มแก๊กๆๆๆๆๆ  พอหมดม้วนจะได้ภาพประมาณ 36 ภาพ  ภาพจะสวยถ้าแดดจัด  ความคมชัดของภาพวิว ภาพระยะไกลก็พอใช้ได้  ถ่ายใกล้มากๆจะเบลอนิดหน่อย เพราะระยะชัดน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 เมตรเป็นต้นไป (เดา)

rscan-pk-513

สภาพแสงแดดจัดแบบนี้เหมาะกับกล้องโดฟ  ยกขึ้นมาเล็งแล้วกดเลย ไม่ต้องวัดแสง ไม่ต้องโฟกัส

rscan-pk-511

อะไรที่โดนแดดก็คือได้ภาพทั้งหมด ไม่มีพลาด ไม่มีคำว่ามืด

rscan-pk-542

ตัวกล้องขนาดเล็กสามารถยัดไว้ในกระเป๋าเสื้อ กางเกง หรือเป้ แม้แต่กระเป๋าสะพายของสาวๆก็น่าจะได้  ผมพกไว้ถ่ายเล่นตอนไปขึ้นเครื่องบิน นั่งรถรับส่งไปยังลานจอดเครื่องบิน คนเยอะๆ ของพะรุงพะรังก็ยังหยิบถ่ายได้  เพราะว่าสามารถใช้งานได้ด้วยมือเดียว

rscan-pk-540

แม้แต่การถ่ายผ่านกระจกรถออกมาข้างนอกก็ยังได้ภาพ  มันเป็นกล้องสำหรับนักเดินทางอย่างแท้จริง ถ้ามีทริปไปเมืองหนาวผมเชื่อว่ากล้องโดฟจะเป็นกล้องที่ทำงานได้ตลอดทริป พึ่งพาได้

000025

000025

ลองใช้กับฟิล์มสีที่หมดอายุถ่ายภาพที่โดนแดด ก็ยังได้ภาพโอเค แม้ว่าตอนได้ภาพสีจากฟิล์มบูดจะดูจืดๆ แต่พอสแกนแล้วปรับเป็นขาวดำ ปรับคอนทราสต์ช่วยก็ได้ภาพที่พอดูได้  สิ่งสำคัญในภาพก็คือ เหตุการณ์ที่เราต้องการเก็บไว้  ภาพนี้ผมปลาบปลื้มกับความไวของกล้องโดฟมาก จังหวะเด็กสองคนที่กำลังช่วยกันเข็นรถของเล่นไม่ให้ตกลงไป  ถ้าใช้กล้องโปร คุณภาพระดับโลก ผมก็ไม่มั่นใจว่าจะโฟกัสได้ทันวินาทีนี้ไหม

000012

ใช้กับฟิล์มใหม่ ก็ให้สีสันสดใส  ขอเพียงให้ตัวแบบโดนแดด ที่เหลือก็ให้เป็นหน้าที่ของฟิล์มและกล้อง ภาพสถานการณ์บางอย่างเราต้องการแค่ภาพบันทึก  ไม่ได้ต้องการคุณภาพเนี้ยบ  อีกอย่าง กล้องของแถมค่าตัวแค่สองร้อยบาท จะต้องการอะไรจากมันบ้างล่ะ

000047

ลองลงน้ำกันบ้าง  ใส่ฟิล์มความไว200 แล้วใส่เคสกันน้ำ แล้วก็ลงน้ำกันเลย  แต่ต้องไม่ลืมว่าตัวแบบต้องโดนแดด  ผมเลยให้เด็กเล่นน้ำในตอนที่มีแดดส่องลงสระน้ำ แล้วก็ถ่ายให้ใกล้หน่อยระยะประมาณ 1.5 เมตรจากกล้อง

000045

ถ้าแบบเริ่มไกลออกไป จะรู้สึกว่าคอนทราสต์น้อยลง ดังนั้นการถ่ายเล่นใต้น้ำต้องพยายามอยู่ใกล้ๆเอาไว้

000018

กิจกรรมใต้น้ำ  ยิ้มให้กล้องก็สนุกสนานกันทั้งเด็กและคนถ่ายภาพ  เคสกันน้ำทำงานได้ดี แม้จะกดยากไปหน่อย แต่ก็พอใช้งานได้  น้ำหนักกดชัตเตอร์ของเคสกันน้ำจะค่อนข้างมากทำให้เด้กห้าขวบกดไม่ลง พ่อต้องกดแทน  บางครั้ง ผมก็ใช้นิ้วโป้งกดเลย  เพื่อให้ได้ภาพ ณ วินาทีที่ต้องการจริงๆ

000019

ถ้าเข้าใกล้กล้องเกินไป ภาพจะเบลอนิดหน่อย แต่ได้สีสันจัดเต็ม  นั่นเป็นเทคนิคที่ต้องคอยระวังคือ ถ่ายภาพใต้น้ำต้องพยายามอยู่ใกล้ๆกัน

000034

ในวันที่กล้องดิจิทัลยังแพงอยู่ การถ่ายภาพใต้น้ำก็มีแค่กล้องโดฟกับกล้องโปรอย่างนิโครนอสเท่านั้น  แต่ถ้าคุณใช้นิโครนอส ก็ต้องจ่ายหลายหมื่น  กล้องโดฟแค่ 200 บาท ได้ยาสระผมมาใช้ด้วยตอนขึ้นจากน้ำ เข้าท่าดีนะ

IMG_20180429_164357

กล้องพลาสติก หรือ toy camera อย่างกล้องโดฟตัวนี้ได้รับความนิยมมาเป็นสิบปี  บางครั้งก็ถูกนำไปแถมกับสินค้าตัวอื่น บางครั้งก็มีคนขายกล้องตรงๆไม่สกรีนยี่ห้อ  ในเน็ตน่าจะหาได้ในราคาร้อยกว่าบาท  นับว่าเป็นความบันเทิงระดับรากหญ้าที่ให้ความประทับใจระดับโลก  คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

เตือนภัย

กล้องโดฟต้นฉบับสีขาวที่ออกมาเมื่อสิบกว่าปีก่อน มาพร้อมกรอบพลาสติกกันน้ำ ทั้งคู่ใช้งานร่วมกันได้ดี  แต่กล้อง toy camera สีสันหลากหลายที่ผลิตใหม่ มีขายเกลื่อน และผมได้มาเป็นของแถมในเซ็นทรัล เป็นกล้องที่ดูเหมือนออกจากโรงงานเดียวกัน มีพลาสติกกันน้ำเหมือนกัน และคิดว่าจะงานได้เหมือนกัน  ผมเอาไปออกทริปลงน้ำแล้ว ปรากฏว่า ใช้งานในน้ำไม่ได้ครับ กดชัตเตอร์ได้ แต่หมุนฟิล์มขึ้นภาพใหม่ไม่ได้  เป็นปัญหาที่พลาสติกกันน้ำกับกล้องทำงานไม่สัมพันธ์กัน  ผลก็คือ ผมลงน้ำ ถ่ายได้รูปเดียว หมุนฟิล์มเพื่อขึ้นชัตเตอร์ครั้งใหม่ไม่ได้  ใครจะใช้กล้องทอยออกทริป กรุณาลองสถานการณ์จริงก่อน  เสียฟิล์มสักม้วนลองใต้น้ำให้รู้เรื่องก่อนว่าทำงานได้ไหม มีปัญหาไหม ถ้ามีปัญหาจะได้ไม่ต้องพกลงน้ำ  เพราะถ้าคุณไปเจอปัญหาตอนอยู่ใต้น้ำ มันเสียดายโอกาส

ชุบชีวิต z340 กล้องโพลารอยด์ยุคดิจิทัล

กล้อง z340 เป็นกล้องถ่ายรูประบบดิจิทัลที่รวมเอาปริ๊นเตอร์ไว้ในกล้อง สามารถพิมพ์ภาพขนาด 3×4นิ้วได้  โดยการใช้กระดาษเฉพาะที่เรียกว่า zink paper ซึ่งเป็นนวัตกรรมของโพลารอยด์ในยุคใหม่  แต่กระดาษขนาดนี้  และกล้องรุ่นที่พิมพ์ภาพขนาด 3×4 นิ้วนี้ไม่ได้รับความนิยม  อาจจะเป็นเพราะตัวกล้องขนาดใหญ่เกินไป  และผมก็ซื้อมาใช้ตั้งแต่ช่วงปีแรกที่มันออกวางขาย  ตอนนี้ผ่านมาห้าปี  ตัวกล้องที่เป็นเนื้อพลาสติกมีอาการตัวเหนียว มือจับแทบไม่ได้เลย  ต้องใช้เวลาเช็ดและขัดน้ำยาเหนียวๆออกจากกล้องนานนับชั่วโมงกว่าที่จะจับแล้วไม่รำคาญมือ

P_20160505_143122

กล้องโพลารอยด์พร้อมระบบการพิมพ์ภาพในยุคใหม่ ที่ใหม่กว่า z340 ก็คือ รุ่น snap เป็นกล้องพร้อมระบบพิมพ์ภาพ ใช้กระดาษ zink paper เช่นเดิม แต่ปรับขนาดกระดาษเหลือเพียง 2×3 นิ้ว หรือขนาดนามบัตรเท่านั้น  และตัวกล้องก็เล็กลงมาเหลือเพียงขนาดใหญ่กว่านามบัตรเล็กน้อย  ทำให้เป็นกังวลว่ากระดาษ 3×4 นิ้วจะหายไปจากตลาด  จะไม่มีให้ใช้

วันนี้ก็เลยลองขุดเอามาพิมพ์ภาพเล่นๆ  ชาร์จแบตให้ไฟเข้าป้องกันแบตเสื่อม ลองพิมพ์ภาพเพื่อให้กลไกได้ทำงานบ้าง  เพื่อให้กล้องอยู่ในสภาพที่ไม่เสีย  ภาพที่ได้ก็มีคุณภาพไม่สูงมาก ยิ่งเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์ภาพของ canon ในรุ่น cp1200 ก็ให้คุณภาพคนละโลกเลย   ตอนพิมพ์ภาพเลยถ่ายวิดีโอเก็บไว้ เพื่อให้นักเล่นได้ค้นหา  ได้ดูว่า z340 พิมพ์ภาพยังไง

2018-03-15_12-36-36

ภาพที่ได้จะมีคุณภาพไม่คมชัดนัก  แต่พอถ่ายด้วยมือถือ  ถ่ายในห้องที่มีผนังสีแดง ภาพถ่ายดูเหมือนจะคุณภาพดี  มันพอใช้งานสำหรับการดูเป็นที่ระลึก  แต่ยังสู้การอัดภาพด้วยระบบการพิมพ์ของ canon selphy  cp1200 ไม่ได้  ดูผิวเผินพอไหว แต่ถ้าเลือกให้พิมพ์เพื่อเก็บไว้ดูตลอดชีวิต ผมจะใช้ระบบของ canon มากกว่า

2018-03-15_12-37-38

ภาพเปรียบเทียบ ใบเล็กคือภาพพิมพ์จากกล้อง Z340 กระดาษ zink3x4 นิ้ว  ส่วนภาพใหญ่คือออกจากเครื่อง canon selphy cp1200  กระดาษ 4×6 นิ้ว