รีวิว Mi True wireless Earphones

Xiaomi ทำอะไรขายบ้างในตอนนี้เราคงไม่สามารถบอกได้แล้ว เพราะมีสินค้าหลากหลายชนิดออกมาในยี่ห้อนี้ นอกจากสินค้าเทคโนโลยีแล้วก็ยังมีสินค้าเครื่องใช้ในบ้านอีกด้วย แต่ละเดือน แต่ละสัปดาห์ที่ผ่านไปเราก็พบสินค้าใหม่ของยี่ห้อนี้อยู่เรื่อยๆ และหูฟังที่ใช้งานกับโทรศัพท์ก็มีทำขายด้วยเช่นกัน มีทั้งแบบสาย และแบบไร้สาย แบบไร้สายก็มีหลายรุ่น และในครั้งนี้เราก็จะทดสอบหูฟังไร้สายรุ่นหนึ่งชื่อว่ารุ่น Mi True Wireless Earphones กัน

2020-02-24_10-03-59

ข้อมูลทั่วไป

  • ไดรเวอร์ขนาด 7 มม.
  • เชื่อมต่อ Bluetooth 4.2
  • ระบบสัมผัสเพื่อควบคุมการทำงาน
  • กันน้ำ IPX4
  • กล่องมีช่องเสียบสายชาร์จ usb-C , จุกซิลิโคนติดหูฟังมา1 คู่ มีในกล่องอีก 2 คู่ รวมได้ 3 คู่
  • ใช้งานต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง กล่องเก็บไฟจะชาร์จแล้วใช้ได้รวมเป็น 10 ชั่วโมง
  • ชาร์จไฟเข้ากล่องจนเต็มใช้เวลา 1 ชั่วโมง
  • ใช้ได้ทั้ง iOS / Android
  • น้ำหนัก 5.8 กรัม
IMG_20200226_080923
IMG_0235

ทดลองฟัง

หูฟัง Truewireless ยุคนี้มาพร้อมกล่องชาร์จไฟ การหยิบหูออกจากกล่องทำได้ลำบากมาก เพราะว่าหูฟังมีแม่เหล็กในกล่องดูดเอาไว้เพื่อกันหลุด ทำให้การหยิบออกเป็นเรื่องยาก

IMG_0243

คุณภาพเสียงเมื่อฟังเพลง ทำได้ดีน่าประทับใจมาก เสียงโดยรวมมีความเป็นกลาง ไม่เน้นย่านเสียงใดเป็นพิเศษ เสียงทุ้มจะบางกว่าหูฟังอินเอียร์ทั่วไปอย่างชัดเจน แนวทางเสียงจะไปทางหูฟัง earbud มากกว่า เสียงกลางชัด เสียงสูงใส และไม่เสียดหู ฟังนานๆไม่ล้า ความฉ่ำหวานมีน้อยไปหน่อย หูไร้สายแบบนี้ฟังนานๆสักสองชั่วโมงก็แบตเกือบหมดแล้ว ดังนั้นเราก็จะเหมือนโดนบังคับให้หยุดฟังเพื่อถอดหูไปชาร์จไฟ ทำให้ใส่นานๆไม่ได้อยู่แล้ว

ความสามารถที่น่าทึ่งของหูฟังคู่นี้คือการเชื่อมต่อสัญญาณที่ไม่สะดุดเลย ปกติจากที่เคยลองหูฟัง truewireless คู่ละ 3000 บาท ก็ทำคุณภาพเสียงไว้ได้ดี แต่ที่แย่คือ การเชื่อมต่อมีอาการสะดุดเมื่อผ่านสถานที่ที่มีคนเยอะ แต่ earphones ตัวนี้ไม่มีอาการเสียงหายหรือเสียงขาดตอน จะมีเพียงแค่อาการดีเลย์เล็กน้อยตอนดูคลิปเท่านั้น

กล่องชาร์จไฟสามารถเก็บไฟแล้วทำให้ชาร์จซ้ำใส่ตัวหูฟังได้หลายรอบ ระยะเวลาฟังทั้งหมดที่ใช้ไฟจนหมดกล่องจะได้ประมาณ 10 ชม. ช่องเสียบสายชาร์จไฟของกล่องเป็นชนิด usb-C

IMG_0233

การคุยโทรศัพท์ผ่านหูฟัง Earphones คู่นี้ให้เสียงดีมาก เสียงที่ได้ยินมีความใหญ่และชัด ส่วนปลายทางที่คุยด้วยก็ได้ยินเสียงของเราชัดเจน และแม้จะคุยผ่าน App อย่าง Line ก็ให้คุณภาพการคุยที่รู้เรื่องไม่ต่างกัน สิ่งที่ประทับใจก็คือเสียงเรียกเข้าที่ได้ยินในหูฟังเป็นเสียงกรุ๊งกริ๊งที่ไม่ทำให้สะดุ้ง เสียงดังในหูทำให้เรารู้ตัวแต่ไม่ตกใจ ถือว่าคุณภาพในด้านการใช้เพื่อคุยโทรศัพท์ทำได้ดีมาก

ระบบสัมผัสของหูฟังคู่นี้มีสองข้างที่รับการสัมผัสได้ เคาะสองครั้งที่หูขวาเป็นการเล่นเพลงและหยุดเพลง ส่วนเคาะ 2 ครั้งที่หูซ้าย จะเป็นการเรียก Assistant ขึ้นมา ส่วนการเคาะแบบอื่นๆผมไม่ได้ลองเลย

จุดเด่น

กล่องชาร์จไฟใช้งานรวมได้ 10 ชม.

สัญญาณไม่สะดุดในที่คนเยอะ

คุยโทรศัพท์ฟังเสียงได้ชัดมาก และปลายทางก็ได้ยินเสียงเราไม่ติดขัด

คุณภาพเสียงในด้านการฟังเพลงให้น้ำเสียงเป็นกลางไม่เน้นย่านใดเป็นพิเศษ

จุดด้อย

หยิบหูฟังออกจากกล่องยากมาก

สรุป

Mi Earphones เป็นหูฟัง Truewireless ที่มีราคาย่อมเยา แต่มีคุณภาพดี หน้าที่การเป็นหูฟังไร้สายที่ดีก็คือการเชื่อมสัญญาณบลูทูธต้องไม่สะดุด หูฟังตัวนี้ก็ไม่สะดุด แม้จะใส่ไปเดินในห้างที่มีคนเยอะก็ไม่สะดุด แม้จะใส่มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ตาม น้ำเสียงที่เป็นกลางไม่เน้นย่านใดย่านหนึ่งอาจไม่ถูกใจนักฟังเพลงที่ชอบเพลงที่มีสีสันหรือมีแนวทางที่จัดจ้าน แต่ความเรียบง่ายของเสียงแบบนี้ทำให้เราใส่หูได้นาน สามารถฟังสิ่งที่ต้องการได้นาน

รีวิว Fender Indio ลำโพงที่จะพาเรากลับสู่ดนตรี

เครื่องเสียงบ้านในอดีตก็เป็นลำโพง ทำงานร่วมกับแอมป์ ทำงานร่วมกับแหล่งโปรแกรม ซึ่งอดีตเราก็จะเปิดแผ่นเสียง เปิดเทป เปิดแผ่นซีดี และปัจจุบันเราก็เปิดไฟล์จากเครื่องเล่นมัลติมีเดีย รวมถึงการฟังจากระบบ stream ที่มาทางอินเทอเน็ต เครื่องเสียงที่ใช้ก็เลยมีความสามารถเปลี่ยนแปลงไป และพัฒนาไปสู่รูปแบบใหม่ๆ ฟังค์ชั่นใหม่ๆ

เครื่องเสียงสเตอริโอในบ้านที่เราคุ้นเคย จะเป็นเครื่องเสียงที่ให้ความไพเราะ ให้ความดัง ให้ความถี่ตอบสนองที่เต็มย่าน เครื่องเสียงบ้านมักจะเป็นเครื่องเสียงที่มีคุณภาพสูงที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ที่เราครอบครอง และมันก็เป็นเช่นนี้มาตลอด เวลาเราหาลำโพงมาใช้งานในฟังค์ชั่นอื่นๆ เช่น หาลำโพงมาเปิดร่วมกับคอมพิวเตอร์ หรือหาลำโพงพกพาเพื่อจะใช้เปิดอเนกประสงค์ ย้ายไปเปิดในสถานที่ต่างๆได้เราก็อยากจะได้ลำโพงเสียงดีเหมือนเครื่องเสียงบ้านด้วย แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเครื่องเสียงพกพาตัวไหนที่คุณภาพดีทัดเทียมกับลำโพงบ้าน

20200209122747_IMG_0163

ตั้งแต่สมาร์ทโฟนเริ่มทำตลาดจนกลายเป็นอุปกรณ์จำเป็นของคนเรา ลำโพงฟังเพลงที่จะใช้กับมือถือหรือคอมพิวเตอร์ก็ค่อยๆพัฒนาขึ้น จากตัวเล็กเสียงเบาๆ ก็ปรับปรุงไปในทุกทาง มีทางตัวใหญ่ขึ้น เสียงดังขึ้น ใส่แบตเตอรี่ให้พกพาใช้งานได้สะดวกขึ้น หลายสิ่งหลายอย่างก็ปรับเปลี่ยนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่พัฒนาไปช้ากว่าทุกเรื่องที่กล่าวมาคือคุณภาพเสียง คุณภาพเสียงของลำโพงพกพาไม่เคยดีเท่าลำโพงบ้านเลย เราหมายถึงลำโพงบ้านระดับกลางๆ ไม่ได้หมายถึงลำโพงไฮเอนด์ชุดละเป็นแสนเป็นล้าน

ผมใช้งานลำโพงมาหลายชนิด ลำโพงบ้านคู่หลักที่ใช้งานมานานก็ยังคงเป็นมาตรฐานการรับฟังที่พอใจ เวลาเจอลำโพงใหม่ๆก็มักจะเปรียบเทียบกับลำโพงในบ้านว่ามันดีเหมือนกันไหม เสียงกลางดีไหม เบสดีไหม เสียงสูงดีไหม ทุกอย่างก็จะใช้ความคุ้นเคยกับเครื่องเสียงหลักในบ้านมาเป็นตัวช่วยเปรียบเทียบ ลำโพงบลูทูธที่เคยใช้มาหลายตัวก็มีบุคลิกและจุดเด่นต่างกันไป ลำโพงตัวเล็กเน้นเอาแค่มีเสียงก็สะดวกในการพกพาแต่ฟังเพลงไม่เพราะ ลำโพงที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็มีแนวโน้มเสียงดี แต่กลางก็หุบ เบสอั้นและน้อยเมื่อเทียบกับลำโพงบ้าน หลายตัวที่ผ่านมาก็จะมีบทสรุปเบื้องต้นในด้านน้ำเสียงว่าไม่ดีแบบที่อยากได้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

แล้ววันหนึ่งก็ได้เห็นลำโพงยี่ห้อหนึ่งที่เริ่มทำตลาดลำโพงบลูทูธระดับพรีเมี่ยม ชาวบ้านขายกันตัวละพันสองพัน ไปถึงหลายพันก็นับว่าราคาสูงแล้ว แต่ลำโพงตัวใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ ยี่ห้อ Marshall ทำตลาดลำโพงบลูทูธ เริ่มขายกันที่ราคาหมื่นกลางๆ แล้วขายดี จนอีกไม่นานต่อมา ยี่ห้อ Fender ก็ทำลำโพงบลูทูธออกมาขายด้วย และทั้งสองยี่ห้อก็ค่อยๆออกรุ่นเล็กรุ่นกลางรุ่นใหญ่ ออกมาหลายรุ่นมาก ตอนนี้ก็มีระดับราคาหลักพันไปถึงสองหมื่นกว่า มีทั้งแบบตัวใหญ่ต้องเสียบปลั๊กขนาดที่ผู้หญิงอาจยกไม่ไหว จนถึงแบบพกพาหยิบง่ายยกง่าย

20200209122758_IMG_0164

Fender เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการทำกีต้าร์และตู้แอมป์กีต้าร์ มีนักดนตรีประมาณครึ่งโลกที่ถือกีต้าร์ของ Fender ทำมาหากินเลี้ยงชีวิต มีมือกีต้าร์ระดับ Guitar Hero ที่ใช้กีต้าร์ของ Fender และตู้ลำโพงสำหรับมือกีต้าร์ก็มีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับซ้อมในห้องไปถึงขนาดใหญ่ที่จะวางบนเวทีคอนเสิร์ต และหน้าตาของลำโพง Fender ก็มีเอกลักษณ์ที่เห็นแล้วบอกได้เลยว่ามันคือ Fender ส่วนกีต้าร์ที่แพงที่สุดในโลกก็เป็นกีต้าร์ของ Fender ซึ่งเจ้าของคือ David Gilmour สมาชิกวง Pink Floyd

ผมเคยคิดจะซื้อลำโพงเอาไว้ฟังเพลงแต่อยากได้หน้าตาที่ไม่เหมือนเครื่องเสียงบ้านก็เลยไปซื้อแอม์กีต้าร์ที่หน้าตาดูคลาสิคมาใช้แทน ผลก็คือ แอมป์กีต้าร์เสียงไม่ดีเลย ไม่สามารถใช้เป็นลำโพงเพื่อการฟังเพลงได้ เพราะลักษณะการออกแบบไม่ได้ทำมาให้เสียงนุ่มอิ่มปนหวานแบบลำโพงบ้าน ลำโพงกีต้าร์มักจะใช้ดอกลำโพงดอกเดียวที่ส่งเสียงตลอดย่านความถี่ของกีต้าร์ แตกต่างไปจากลำโพงบ้านที่ตอบสนองความถี่ตลอดย่านที่หูคนได้ยิน ซึ่งมันกว้างมากเมื่อเทียบกับเสียงกีต้าร์ พอเรามีลำโพงฟังเพลงที่เป็นยี่ห้อเดียวกับแอมป์กีต้าร์ ก็เลยสนใจขอลองฟัง เพราะหน้าตามันเป็นแอมป์กีต้าร์เลย

20200209122618_IMG_0157

ลักษณะทั่วไป

Fender indio เป็นลำโพงบลูทูธรุ่นกลางของยี่ห้อนี้ เป็นรุ่นที่ออกแบบเป็นลำโพงหิ้วได้ แต่น้ำหนักตัวไม่ธรรมดาเลย หูหิ้วขนาดใหญ่และหนาบ่งบอกถึงน้ำหนักตัวได้เป็นอย่างดี ปุ่มเปิดปิดและการควบคุมทั้งหลายอยู่ด้านบน ดูภายนอกเหมือนแอมป์กีต้าร์ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากได้มานานแล้ว ขอไล่รายละเอียดแผงด้านบนไปเลยดังนี้

IMG_0539

ด้านซ้ายเป็นปุ่มกด ลักณะปุ่มเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆทรงสูง ดูโบราณมาก กดแล้วจะยุบลงไปอย่างชัดเจน ปุ่มลักษณะเหมือนกลไกแบบนี้ดูทนทานมาก เราสามารถกดปุ่ม play เพื่อสั่งงานเล่นเพลง มีปุ่มกดข้ามเพลง ปุ่มย้อนเพลง มีปุ่ม Pair กดปุ่มเพื่อจับคู่สัญญาณบลูทูธ มีปุ่ม Voice เพื่อกดใช้งานเรียก google assistant ขึ้นมาทำงาน ถ้าใช้คู่กับสมาร์ทโฟนค่าย apple ก็คงเป็นการเรียก SIRI ขึ้นมาแทน มีปุ่ม Duo เพื่อใช้เชื่อมต่อลำโพงสองตัวเข้าด้วยกันเพื่อให้แต่ละตัวทำงานร่วมกันส่งเสียงให้เป็นสเตอริโอ ที่บริเวณกลางของแผงควบคุมเป็นปุ่มหมุน 3 ปุ่ม ลักษณะปุ่มหมุนจะเป็นแบบอนาลอก เราหมุนไปจนสุดทางได้ หน้าที่แต่ละปุ่มประกอบด้วยปุ่ม Volume ปรับความดังของเสียง ปุ่มถัดมาเป็นตัวปรับเสียงแหลมหรือTreble ปุ่มถัดไปเป็นปุ่มปรับเสียง Bass ผ่านจากปุ่มไปจะเป็นไฟแสดงสถานะการทำงาน และสุดท้ายด้านขวาจะเป็นสวิตซ์คันโยกทำหน้าที่ power ปิด หรือเปิด ผมชอบปุ่มเปิดปิดแบบสวิตซ์โยกมาก เพราะมันทำให้เราสั่งปิด หรือ เปิดได้อย่างมั่นใจ และการสั่งการก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องเหลือบมอง การเปิดหรือปิดลำโพงสามารถใช้นิ้วดันสวิตซ์ได้โดยง่าย ไม่เหมือนระบบกดปุ่มทั่วไป

IMG_0541

ด้านหลังเป็นช่องเสียบไฟชาร์จ ให้รูเสียบแบบไฟ DC 2.8A 15V มีช่อง usb power ที่จ่ายไฟได้ 1000ma แต่ไม่ใช่ช่องที่จะอ่านไฟล์ใดๆ มีไว้จ่ายไฟเลี้ยงให้กับอุปกรณ์ที่ต้องเสียบชาร์จ ซึ่งคงเอาไว้ชาร์จโทรศัพท์หรือเครื่องเล่นเพลงพกพาเท่านั้น และอีกช่องจะเป็นช่อง Aux ขนาด 3.5มม. สำหรับต่อสัญญาณเสียงภายนอกเข้าเครื่อง

IMG_0544

ขนาดตัวลำโพง Fender indio มีขนาดใหญ่ประมาณกระดาษ A4 วางแนวนอน แต่หนักมาก ดอกลำโพงที่ใช้ภายในจะมี 4 ดอก ประกอบไปด้วยดอกลำโพงขนาด 3.5 นิ้ว 2 ดอก และดอกลำโพงขนาด 16 มม. อีก 2 ดอก กำลังขับ 60 วัตต์ มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ประมาณ 20 ชั่วโมง ระบบบลูทูธทำงานได้ระยะประมาณ 33 ฟุต และรอรับ codec หลายตัวดังนี้ SBC, aptX and a AC wireless audio CODEC

IMG_0532

ทดลองฟัง

แค่เปิดปุ่ม power ขึ้นมาเพื่อให้ไฟติด ก็จะได้ยินเสียงกีต้าร์เล่นคอร์ทเป็นสัญญาณการเปิดเครื่อง ซึ่งเป็นเสียงที่เท่ห์มาก ฟังแล้วรู้สึกทันทีว่าเสียงกีต้าร์เพราะขนาดนี้ ตอนฟังเพลงจะเพราะแค่ไหน ทำให้คนได้ยินเสียงเปิดเครื่องครั้งแรกแอบตั้งความหวังไปแล้วว่าเสียงอื่นๆที่เปิดเล่นจะต้องดีแน่นอน การเชื่อมต่อบลูทูธกับโทรศัพท์มือถือทำได้ง่าย เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คก็ทำได้ง่าย ไม่มีงง ไม่มีรวน เมื่อสั่งให้เชื่อมต่อเสร็จก็จะมีเสียงกีต้าเล่นขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง แต่คราวนี้มีความหมายว่า ลำโพงพร้อมใช้งานแล้ว

ฟังกับเพลง Norah Jones อัลับั้มแรกเลย เพลง Don’t know why เป็นเพลงดังของนักร้องคนนี้ Fender indio ก็ให้น้ำเสียงที่ชัดและนุ่มเป็นหลัก เสียงร้องมีความใสและมีเนื้อเสียงที่หนักแน่น เสียงทุ้มเป็นไปในแนวนุ่มลึกและมีปริมาณมาก เมื่อฟังกับดนตรีที่เป็นโชว์เสียงเบส เราจะได้ยินเบสที่ลงลึกและแผ่กระจายตัวปกคลุมพื้นที่ห้องฟังของเราให้ได้ยินเสียงเบสใกล้เคียงกันทั้งห้อง เป็นเสียงโทนต่ำที่มีเสน่ห์และน่าฟังอย่างยิ่ง

ทุ้มที่ใหญ่โตและอิ่มช่วยผลักดันเสียงให้มีพลัง หากเราถามหาน้ำเสียงแบบนี้ในยุคยี่สิบปีที่แล้ว เราต้องใช้ลำโพงซับวูฟเฟอร์เข้ามาสร้างเสียงแบบนี้เท่านั้น เป็นไปได้ยากมากที่จะหาชุดเครื่องเสียงบ้านที่ให้เบสลงลึกแบบนี้ในขนาดลำโพงพร้อมแอปม์ที่หิ้วด้วยมือเดียวได้ยิ่งยากมาก ฟังไปฟังมาก็เอะใจ นี่มันเสียงมาแนวเดียวกับห้องซ้อมดนตรีเลย มาแนวเดียวกับเวทีคอนเสิร์ตเลยนะ เพราะน้ำเสียงที่พุ่งและทุ้มที่โอบล้อมขนาดนี้มันจะอยู่กับเวทีคอนเสิร์ต มันจะเป็นเสียงที่เราได้ยินในห้องซ้อมที่บาลานซ์เสียงเครื่องดนตรีเอาไว้อย่างสมดุลย์แล้ว หากคุณเคยนั่งฟังเพื่อนเล่นในห้องซ้อม เสียงที่ได้ยินจากเพลงแต่ละเพลงเราได้ยินทุกเสียงในห้องซ้อมเลย เบสเล่นยังไง กีต้าร์เล่นยังไง กระเดื่องเหยียบหนักหน่วงด้วยความมั่นใจ บาลานซ์ของเสียงจาก Fender indio เป็นแบบนั้น แต่ย่อส่วนลงมา แต่ที่ดีมากๆก็คือเสียงทุ้มที่ Fender ทำให้ จะเป็นทุ้มที่นุ่มนวล มันนุ่มจนกลายเป็นจุดเด่นเลย

ผมเปลี่ยนจากไฟล์เพลงออดิโอไฟล์ที่มักจะเตรียมไว้ทดสอบมาเป็นเพลงที่หาจาก online ทั้งจาก youtube และ spotify หาเพลงที่เล่นกีต้าร์เพราะๆ หาเพลงร็อคที่โซโล่เบสกลองกีต้าร์ ทั้งวงป๊อป วงร็อค หรือแม้แต่แนวเพลงโซโล่ของเหล่าเทพกีต้าร์ฮีโร่ทั้งหลาย หลายชั่วโมงต่อมาผมก็อิ่มไปด้วยเสียงดนตรี และชื่อวงดนตรี นักดนตรี ลำโพงตัวเดียวพาผมไปฟังเพลงอีกเป็นสิบเพลงที่ไม่เคยฟัง ความเป็นดนตรีมาเต็ม เปิดอะไรก็อยากฟัง จากความเคยชินที่ฟังแอมป์หลอดซิงเกิ้ลเอนด์ที่มีความละเมียดและเสียงทุ้มอิ่มหวาน มาเป็นเสียงที่รุกเร้าและเหมือนอยู่ในห้องซ้อม เหมือนอยู่หน้าเวทีคอนเสิร์ต มันให้อรรถรสคนละแบบ แต่มันดีทั้งคู่ และผมชอบอย่างหลังมากกว่านิดหน่อย

ในช่วงเวลากลางคืนที่เราไม่ควรเปิดเพลงดังๆ เสียงระดับเบาแค่พอได้ยินก็ยังคงมีเสียงทุ้มที่แน่นและใหญ่ และปกคลุมอยู่ เหมือนกับว่าผู้ออกแบบได้ออกแบบระดับความดังหรือระดับเสียงทุ้มไว้แล้วว่าต่อให้เปิดเบาแค่ไหน เสียงทุ้มต้องรู้สึก ผมใช้คำว่ารู้สึกเลยไม่ใช่แค่ได้ยิน ถ้าเราไปเปิดเครื่องเสียงบ้านในระดับความดังน้อยๆ เสียงทุ้มแทบจะหายไปจากการได้ยินเลย เพราะหูคนเราจะไม่ค่อยไวกับเสียงต่ำ การชดเชยให้การฟังที่ระดับเสียงเบาๆเราจะต้องมีการบูสเสียงเบสหรือเพิ่มลาวด์เนสให้กับเครื่องเสียง ในอดีตที่ผ่านมาเครื่องเสียงบางรุ่นมีปุ่มลาวน์เนสให้กดใช้งานหรือยกเลิกได้ เพื่อให้เราเพิ่มลาวด์เนสตอนฟังเบาๆ แต่กับเครื่องเสียงสมัยใหม่แทบจะไม่ใช้ปุ่มนี้แล้ว คือหลายยี่ห้อตัดทิ้งฟังค์ชั่นลาวด์เนสไปแล้ว แต่กับ Fender ตัวนี้ แม้ไม่มีปุ่มลาวด์เนส แต่ก็เหมือนมีการบูสเสียงเบสเพิ่มให้หรือเพิ่มลาวด์เนสให้ในการฟังที่ระดับความดังไม่มาก ทำให้เสียงทุ้มยังคงได้ยินอยู่

ความนุ่มของเบสมาพร้อมความกระฉับกระเฉงเหมือนการแสดงสด มันเป็นความนุ่มที่หนึบ ไม่รู้จะอธิบายให้ตรงความรู้สึกได้อย่างไร ฟังเพลินๆแล้วอยากบอกว่า เบสอร่อย เป็นเสียงเบสที่ไม่เคยได้ยินจากแอมป์หลอดคลาสเอ มันเป็นเสียงเบสที่ไวมาก มันคงเป็นความไวที่ได้จากโซลิทสเตท หรือดิจิทัลแอมป์ นับว่าเป็นลำโพงที่ฟังสนุกจริงๆ ถ้าผมต้องไปอยู่ในที่ห่างไกลห้ามเอาเครื่องเสียงชุดใหญ่ไปด้วย Fender indio ตัวนี้จะเป็นตัวที่ถูกเลือกไปแทน

ถ้าคุณกินขนมชั้น คุณจะได้ความนุ่มไม่มีความเด้ง ถ้าคุณกินวุ้นคุณจะได้ความเด้ง ไม่มีความนุ่ม เยลลี่คือตรงกลาง มีความนุ่มและความเด้ง เบสหนึบๆ นุ่มและไว เป็นบุคลิคของ Fender indio ตัวนี้

20200209122304_IMG_0147

ลำโพงตุัวนี้สามารถสร้างเสียงเบสลึกที่ใหญ่โตได้ด้วยตัวมันเอง ไม่จำเป็นต้องอาศัยห้องหรือกำแพงเลย ทดสอบได้จากการฟังในที่โล่งอย่างสวนสาธารณะ ผมลองพกไปฟังในสวน สถานที่โล่งกว้าง เสียงเบสยังคงมีอยู่ สามารถฟังได้ไม่แตกต่างไปจากในบ้าน เป็นลำโพงที่ไม่เลือกสถานที่การจัดวางเลย วางตรงไหนก็ได้

IMG_20200215_132151
IMG_20200215_132206

นอกจากการฟังในสถานที่โล่งแล้ว การฟังบนรถก็ให้เสียงที่ดีเช่นกัน เสียงกลางแหลมที่ชัดเจนช่วยให้ฟังเพลงได้เพราะขึ้น จะฟังข่าวหรือฟังรายการพูดก็ชัดเจน เสียงดนตรีที่ขับผ่านลำโพงตัวนี้แม้จะอยู่ในรถก็ยังคงได้ความนุ่มและเสียงทุ้มที่มากมายไม่ต่างจากในห้องหรือในบ้าน เป็นลำโพงที่ดีในทุกพื้นที่การใช้งานจริงๆ

IMG_20200215_134026

ข้อดี

เบสแน่น ลึก นุ่ม ใหญ่ เสียงกลางชัด เสียงแหลมชัด พลกำลังเหลือเฟือ เสียงฉับไวเหมือนเวทีคอนเสิร์ต พกพาได้ คุณภาพเสียงดีไม่เลือกสถานที่ ไม่จำเป็นต้องวางในห้องปิด หรือ ใช้กำแพงช่วยสะท้อนเสียงทุ้ม

ข้อด้อย

ต้องชาร์จแบต เป็นอุปกรณ์พกพาที่หนักมาก

สรุป

Fender indio ให้ประสบการณ์การฟังลำโพงบลูทูธที่แปลกใหม่ อัพเดทให้รู้ว่าเทคโนโลยีการออกแบบเครื่องเสียงยังคงเดินหน้า พัฒนาต่อไปได้ ดอกลำโพงเล็กๆใน Fender indio ตัวนี้ให้เสียงทุ้มกลางแหลมที่สมดุลย์มาก ทุ้มไม่กลบกลาง แหลมไม่บาดหู กลางชัดฟังเสียงร้องได้ชัดถ้อยชัดคำ เสียงเบสลึกเป็นจุดเด่น เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เราสามารถรีดเสียงเบสที่สมบูรณ์ระดับนี้จากดอกลำโพงเล็กนิดเดียว การจัดวางตรงไหนก็ได้ ที่ไหนก็ได้ทำให้มันเป็นลำโพงที่น่าใช้มาก แบตเตอรี่จำนวนมหาศาลที่ให้ชั่วโมงการใช้งานที่ยาวนานมันทำให้เราพกไปไหนก็ได้ ฟังเพลงที่ไหนก็ได้ แต่อย่ารบกวนชาวบ้านก็พอ ลำโพงแบบนี้ เสียงแบบนี้ เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลง มันเป็นลำโพงที่พาเรากลับสู่ดนตรี พาให้เราสนใจดนตรีมากกว่าเครื่อง

ขอขอบคุณร้าน ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท ที่เอื้อเฟื้อให้ยืมสินค้ามาทดสอบนะครับ

รีวิว Fiio BTR3 Dac/Amp Bluetooth คุณภาพสูง

เมื่อพูดถึงอุปกรณ์ยี่ห้อ Fiio ผมจะรู้จักจุดเริ่มต้นในด้านของแอมป์หูฟัง และก็มีพัฒนาการออกมาเป็นเครื่องเล่นเพลงที่หลากหลาย มีตัวแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลเป็นอนาลอกให้ใช้ และในตอนนี้ก็มีอุปกรณ์บลูทูธออกมาให้ใช้งานร่วมกับหูฟังตัวโปรดของเรากับเครื่องเล่นเพลง

IMG_0529

อุปกรณ์ประเภทตัวรับสัญญาณบลูทูธแล้วมีช่องเสียบหูฟังมีมานานหลายปี คนที่ต้องการความสะดวกสบายในการฟังเพลงก็จะหาอุปกรณ์แนวนี้มาใช้งานร่วมกับหูฟังตัวโปรด บางคนใช้ตัวรับบลูทูธไปต่อกับเครื่องเสียงบ้านเพื่อทำให้ฟังเพลงจากมือถือผ่านเครื่องเสียงบ้านได้สะดวก ตลาดส่วนนี้มีอุปกรณ์ถูกๆและคุณภาพธรรมดาให้ใช้อยู่ แต่ก็ไม่เคยมีใครทำของดีออกมาขาย

IMG_0454

Fiio ฺทำ BTR 1 ออกมาก่อน เป็นอุปกรณ์รับสัญญาณบลูทูธที่ต่อหูฟังได้ มีไมโครโฟนเพื่อใช้พูดคุยด้วย ทำให้นักฟังเพลงสามารถใช้หูฟังที่ชอบมามาฟังเพลงแบบไร้สายกับโทรศัพท์ และสามารถพูดคุยรับสายได้ด้วยในตัว เป็นความสะดวกที่มาพร้อมคุณภาพเสียงที่ดี เพราะมีการใช้ชิพเสียงและวงจรขยายสัญญาณหรือแอมป์หูฟังที่มีคุณภาพ และในรุ่นใหม่อย่าง BTR3 ก็ออกมาตามรอยรุ่นพี่ อย่าง BTR1 แต่เพิ่มคุณภาพเข้าไปอีกหลายอย่างทำให้มันกลายเป็นอุปกรณ์ที่น่าสนใจมากขึ้น และที่สำคัญ ราคาไม่แพง

ระบบการส่งสัญญาณเสียงด้วยบลูทูธจะมีประเด็นที่เป็นตัวควบคุมคุณภาพเสียงอยู่ นั่นก็คือ ตัว codec ที่ใช้อยู่ในอุปกรณ์ codec ย่อมาจากคำว่า coder และ decoder คือการเข้ารหัสและถอดรหัสนั่นเอง ตัวส่งสัญญาณบลูทูธจะนำเสียงดิจิทัลมาเข้ารหัส แล้วส่งผ่านอากาศออกไป ตัวรับสัญญาณบลูทูธจะรับสัญญาณทางอากาศแล้วถอดรหัสออกมาเป็นเสียงดิจิทัล แล้วก็ส่งไปผ่านชิปแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลเป็นอนาลอกอีกครั้ง เมื่อได้สัญญาณอนาลอกก็อาจจะส่งไปผ่านวงจรขยายอีกทอดหนึ่งเพื่อส่งสัญญาณไปออกหูฟัง

codec พื้นฐานของการฟังเพลงผ่านบลูทูธคือ SBC ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำสุดของการใช้งาน เพลงที่ฟังผ่าน codec ตัวนี้จะมีคุณภาพกลางๆ คุณภาพเสียงของระบบนี้จะนำสัญญาณระดับ 16bit 44.1k มาย่อ แล้วส่งผ่านแบนด์วิธประมาณ 328kbps ปลายทางรับสัญญาณก็จะถอดรหัสคืนค่ากลับมา เรียกว่าพอใช้ได้ แต่ไม่ดีมาก ผู้ผลิตหลายรายก็จะมีความพยายามในการพัฒนา codec ให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้น เพิ่มแบนด์วิธขึ้น เราก็จะได้ codec ใหม่ๆออกมาอีกหลายตัว และล่าสุด เราได้ LDAC ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาของค่าย sony โดยสามารถนำสัญญาณต้นทางระดับ 24bit/96k มาเข้ารหัสเพื่อส่งสัญญาณผ่านแบนด์วิธ 990 kbps และคืนค่าหรือถอดรหัสที่จุดรับออกมาเป็นเพลงระดับ 24bit/96k นั่นเอง โดยระบบ LDAC จะเป็นสิ่งที่ถูกออกแบบมาให้ใช้กับการฟังเพลงระดับ Hi-res เป็นหลัก

ขั้นตอนการทำ codec จะเป็นการย่อขนาดและขยายกลับคืนแบบ lossy compression คือมีการสูญเสียรายละเอียดบางส่วนไประหว่างทาง เพื่อให้แบนด์วิธ์ไม่สูงเกินไป หมายความว่าระบบการส่งเสียงผ่านบลูทูธทุกมาตรฐานจะมีการสูญเสียเสมอ การบีบอัดข้อมูลลักษณะนี้จะคล้ายกับภาพถ่ายชนิด Jpeg ที่ถูกลดทอนรายละเอียดลง และไม่สามารถกู้ข้อมูลกลับมาได้ การย่อขนาดเพื่อส่งผ่านช่องทางแบนด์วิธต่ำ ก็ต้องทิ้งข้อมูลไปเยอะมากกว่าการย่อแล้วส่งในช่องทางแบนด์วิธสูง การใช้แบนด์วิธที่มากขึ้นจะได้คุณภาพสัญญาณที่มากขึ้นนั่นเอง

ด้วยความสามารถของ codec ที่ทันสมัย รวมกับการเลือกใช้ชิปแปลงสัญญาณเสียงที่มีชื่อเสียงด้านการฟังเพลงอย่าง DAC รุ่น AK4376A ซึ่งมีผลทำให้อัตราส่วนสัญญาณเสียงต่อสัญญาณรบกวนสูงระดับ120db พร้อมด้วยการทำงานร่วมกับภาคขยายหรือ amp กำลังขับ 25 มิลลิวัตต์ที่ 32 โอห์ม ก็ทำให้ Fiio BTR3 เป็นตัวรับบลูทูธที่เสียงดีและมีกำลังขับที่ดีสำหรับหูฟังทั่วไป

Specification

  • Model : FiiO BTR3
  • Audio Input : Bluetooth V4.2
  • Supported Codec’s : AAC, SBC, aptX, aptX Low Latency, aptX HD, LDAC and LHDC
  • Bluetooth chip : Qualcomm CR8675
  • DAC : AK4376A
  • AMP : onboard AMP Included in AK4376A
  • Frequency Response : 20~20kHz(aptX connection), 20~40kHz(LDAC connection)
  • THD+N : 0.003%(LHDC 1kHz)
  • SNR : 120dB (A-weighted)
  • Output : 3.5mm Single Ended
  • Output Power : 33mW@16 Ohm & 25mW@32 Ohm
  • Output Impedance : 0.3 Ω(32Ω loaded)
  • Crosstalk : ≥ 75 dB(32Ω loaded)
  • Drivability : 16~100 Ω (recommended)
  • Battery : 300mAH
  • Battery Life : about 11hours
  • Charging Time : ≤1.5 h (DC 5V 500mA)
  • USB Port : USB Type C
  • Size : 58×25×10.4mm (exclusive of back clip)
  • Weight : 26 g (incl. battery)
IMG_0449

ลักษณะภายนอกของ BTR3 จะมีขนาดใหญ่ประมาณแท่ง usb-drive ทั่วไป มีคลิปหนีบสำหรับติดเสื้อ มีปุ่มอยู่ที่ด้านข้าง ประกอบไปด้วยปุ่มเปิดปิด มีรูเล็กๆเจาะไว้เป็นช่องรับเสียงของไมโครโฟน ต่อมาเป็นปุ่มกดเพื่อรับสายสามารถใช้สั่งเพื่อเล่นเพลงและหยุดเพลง ปุ่มถัดมาจะเป็นปุ่มมีเครื่องหมาย + และ ปุ่มเครื่องหมาย – เอาไว้ปรับความดัง ด้านล่างจะเป็นช่องเสียบสาย 2 ช่อง ก็คือช่อง usb-c กับช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5มม.

IMG_0452

ช่อง usb-c ที่ให้มาสามารถใช้เสียบสาย usb-c เข้ากับเครืองคอมพิวเตอร์ BTR3 จะทำงานกลายเป็น usb dac สามารถใช้กับโน้ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์เป็นเหมือนชุดตั้งโต๊ะ โดยคุณภาพเสียงของการฟังผ่าน usb-c จะได้คุณภาพสูงมากและไม่ผ่านการบีบอัดข้อมูล คุณภาพเพลงที่เล่นผ่านระบบ usb-dac แบบนี้จะได้คุณภาพเต็มที่ตามไฟล์ที่นำมาเปิด เป็นฟังค์ชั่นสุดยอดคุ้มค่าที่หาไม่ได้จากตัวรับบลูทูธยี่ห้ออื่น

IMG_0448

ทดลองฟัง

BTR3 จะใช้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ Redmi note7pro ซึ่งทั้งคู่รองรับ codec แบบ LDAC และเมื่อเชื่อมต่อกันแล้วก็มีตัว status ในมือถือระบุเป็นคำว่า LDAC ด้วย มือถือเครื่องนี้จะเป็นต้นทางของการเล่นไฟล์เพลง โดยไฟล์เพลงที่ใช้เปิดจะเป็นไฟล์เพลงป๊อป ร็อค เพลงไทยทั่วไป รวมถึงไฟล์เพลงแนวออดิโอไฟล์บางเพลงด้วย ไฟล์ที่เน้นคุณภาพเสียงจะเป็นไฟล์ wav ความละเอียด 16bit 44.1k ซึ่งส่วนใหญ่ rip ออกจากแผ่นต้นฉบับ และในบางโอกาสก็นำ BTR3 ไปเสียบสายต่อกับเครื่องเสียงบ้านด้วย เพื่อใช้งานในห้องฟังเพลงปกติ

2020-02-08_02-19-23

คุณภาพเสียงเมื่อฟังด้วยการเชื่อมต่อแบบบลูทูธ เราได้เสียงนุ่มนวล สว่าง ใส เสียงกลางชัดและมีย่านเสียงสูงที่ชัดตามกัน ระดับความดังเพื่อฟังผ่านหูฟังที่ไม่โหดมากก็ได้เสียงดังลั่น ฟังเพลงป๊อปทั่วไปก็ทำหน้าที่ได้ดี เราฟังแล้วก็อยากจะร้องเพลงตาม ฟังกับแนวออดิโอไฟล์ก็ทำงานได้ดี น้ำเสียงแนวผู้ดี เบสลงได้ลึก แต่ไม่บวมไม่เบลอ หูฟังที่ใช้ฟังส่วนใหญ่จะเป็น Koss KSC35 ส่วนหูฟังขนาดใหญ่อย่าง AKG k701 ให้เสียงได้แต่ไม่ค่อยมีแรง กำลังของ BTR3 น้อยเกินไปสำหรับหูฟังขับยากความต้านทานสูงแบบนี้ แม้จะได้ยิน ฟังเพลงได้ แต่ไม่สนุก ใช้งานกับหูฟังเล็กจะได้เสียงที่สดกว่า น่าฟังกว่า

IMG_0440

ฟังเพลงร็อคของ metalica ก็ให้น้ำหนักเสียงกลองที่หนักหน่วง เสียงกลองขนาดใหญ่ที่ฟังได้อารมณ์มาก ฟังเสียงร้องของนักร้องเสียงหวานอย่าง susan wong ก็ให้ตำแหน่งโฟกัสนักร้องที่แม่นยำ วางตรงกลางไม่วูบวาบเลย เสียงอคูสติกกีต้าร์มีน้ำหนักเสียงรับรู้ได้ค่อนข้างชัด ฟังเพลง creep ของวง radiohead ก็ให้น้ำหนักเสียงกลองเบสที่นุ่มฟังเพลิน เสียงกีต้าร์ใส่ดีสทอร์ชั่นในตอนกลางเพลงก็แตกซ่านแต่ไม่แสบหู โดยรวมแล้วฟังผ่านบลูทูธจะไม่จัดจ้าน ไม่สดเท่าการฟังผ่านสายและแอมป์หูฟัง แต่ก็ไม่ใช่จืดชืดเนือยๆแบบของคุณภาพต่ำ

IMG_20200205_082912

เอา BTR3 ไปใช้งานร่วมกับเครื่องเสียงบ้าน โดยเทียบกับชุดหลักที่เปิดด้วย ipod mini วางบน Dock และใช้เพลง wav เป็นหลัก เปิดเพลงเดียวกันเทียบระหว่างชุดเดิมที่เป็น ipod กับ เปิดเสียงด้วยมือถือผ่านบลูทูธไปยัง BTR3 พบว่า เสียงที่ผ่านชุดเครื่องเสียงบ้านฟังใกล้เคียงกันมาก เปิดฟังเทียบอยู่หลายเพลงก็ให้น้ำเสียงที่ดีสูสีกัน มิติของเวทีเสียงก็เรียงตัวคล้ายๆกัน จะชี้ว่าใครดีกว่าหรือแย่กว่าทำได้ยาก เพราะมันคล้ายกันจริงๆ

ด้วยความสามารถทั้งรับบลูทูธและเป็น usb-dac ได้ เมื่อเราเชื่อมการใช้งานทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน เราสามารถเปิดเพลงจากคอมพิวเตอร์ได้ตลอดเวลา และเมื่อเราเปิดเสียงเพลงจากมือถือเข้าไป เสียงที่ได้ยินจะเป็นเสียงจากช่องทางบลูทูธทันที โดย BTR3 จะส่งเสียงที่มาทางบลูทูธออกมาให้เราได้ยินเลย และเมื่อเรากดหยุดที่มือถือ เสียงจะกลับไปเป็นเสียงของคอมฯตั้งโต๊ะที่มาทางสาย usb-c ทั้งหมดทำงานโดยอัตโนมัติไม่มีจังหวะสัญญาณหลุดหรือต้องตั้งค่าใหม่เลย ว่าไปแล้วฟังค์ชั่นแบบนี้ก็เหมาะที่จะซื้อ BTR3 ติดหน้าคอมฯ เพื่อใช้เปิดเพลงคุณภาพดีๆ ผ่านการทำงานแบบ usb-dac และเมื่อเราอยากจะฟังเสียงจากโทรศัพท์ ก็สามารถทำได้เลยเพราะเชื่อมทางบลูทูธเอาไว้แล้ว

ข้อดี

เสียงดี รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธทันสมัย ใช้ codec ชนิด LDAC สามารถใช้ฟังเพลง hi-res แบบไร้สาย เสียงดีมากเมื่อเอาไปต่อกับเครื่องเสียงบ้าน

ข้อเสีย

ตัวเครื่องด้านหน้าเป็นหน้าจอกระจก ดูเหมือนจะต้องดูแลป้องกันพอสมควรเพื่อไม่ให้เป็นรอยขีดข่วน และด้วยความเล็กและมีผิวภายนอกเป็นผิวมันก็กลัวจะทำหลุดมือตอนหยิบใช้งาน

สรุป

Fiio BTR3 เป็นอุปกรณ์รับสัญญาณบลูทูธที่มีความอเนกประสงค์พร้อมด้วยคุณภาพเสียงที่ดี ซื้อตัวเดียวได้ใช้ 2 ฟังค์ชั่นการใช้งานเลยคือเป็น usb-dac และ เป็นตัวบลูทูธสำหรับเสียบหูฟังเพื่อฟังเพลง คุณภาพเมื่อใช้กับชุดเครื่องเสียงบ้านให้คุณภาพสูงมากใกล้เคียงกับชุดเครื่องเสียงตั้งโต๊ะ ส่วนคุณภาพการใช้งานเป็นบลูทูธ ก็ให้น้ำเสียงฟังง่าย ฟังสบาย ไม่มีเบสบวมหรือแหลมสากเสี้ยน และการได้ใช้ codec แบบ LDAC ก็นับเป็นข้อดีที่เราจะใช้มันกับการฟังเพลง hi-res ได้ในอนาคต

ขอขอบคุณร้าน ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท ที่เอื้อเฟื้อให้ยืมสินค้ามาทดสอบนะครับ

รีวิว หูฟังไร้สาย Happy Plugs Air1

หูฟังสำหรับการฟังเพลงได้รับการพัฒนามาตลอดหลายปี ตั้งแต่เริ่มต้นเป็นหูฟังชนิด ear bud ที่แถมมากับเครื่องเล่นเพลง และพัฒนาต่อมาให้เป็นหูฟังที่ใช้งานกับโทรศัพท์มือถือ การใช้งานหูฟังกับโทรศัพท์ก็จะมีหลายวัตถุประสงค์ ตั้งแต่ใช้ฟังเพลง กับ ใช้พูดคุยซึ่งจะต้องทำหน้าที่กดรับสายหรือวางสายได้ด้วย หูฟังที่ใช้กับโทรศัพท์จะถูกเรียกว่าสมอลทอล์คและคำว่าสมอลทอล์คก็กลายเป็นคำศัพท์ทั่วไป เป็นตัวแทนของสายหูฟังไปในที่สุด

ในยุคแรกหูฟังสมอลทอล์คจะเป็นหูฟังคุณภาพต่ำพร้อมไมโครโฟนบนตัวสาย ใช้เสียบกับโทรศัพท์เพื่อการพูดคุยกัน ไม่ได้ออกแบบเอาไว้ฟังเพลง และพอโทรศัพท์เริ่มพัฒนาคุณภาพเสียงให้พอฟังเพลงได้ เราก็มีหูฟังสมอลทอล์คสำหรับคุยและฟังเพลงได้ แต่ยังเป็นแบบมีสายอยู่ และหูฟังสมอลทอล์คที่มีคุณภาพดีระดับพอใช้ได้ก็คือหูฟังที่แถมมากับโทรศัพท์ราคาสูงอย่าง iphone นับได้ว่าบริษัท apple ได้วางรากฐานอุปกรณ์ด้านนี้เอาไว้หลายอย่าง

IMG_0465

ส่วนหูฟังที่เน้นการพูดคุยแต่เพียงอย่างเดียวก็ถูกพัฒนาออกมาเป็นหูฟังบลูทูธ เป็นหูฟังข้างเดียวที่ใช้คุยเป็นหลัก โลกเราใช้หูฟังบลูทูธข้างเดียวอยู่เกือบ 20 ปี จนมีคนเริ่มทำหูฟังสำหรับฟังเพลงแบบไร้สายให้คุยโทรศัพท์ได้ พวกเราเลยมีหูฟังสำหรับฟังเพลงและพูดคุยในชิ้นเดียวกัน และสามารถทำเป็นระบบสเตอริโอสำหรับใช้งานสองหูได้ด้วย

จากการพัฒนาการไม่หยุดยั้งของโทรศัพท์มือถือ ก็ผลักดันให้หูฟังกลายเป็นระบบไร้สาย และ apple ก็ออกแบบหูฟังไร้สายออกมาขาย หน้าตาเป็น earbud แบบเดิมที่เคยมีขาย แต่กลายเป็นไร้สาย หรือ ไม่มีสายแล้ว เอา earbud มาถอดสายออกหน้าตาจะดูตลก แต่ใช้งานได้ดีมาก คุณภาพเสียงดีเหมือนเดิม แถมได้มีการออกแบบวิธีการใช้เสียใหม่ ลดความยุ่งยากที่เคยพบกับการเปิดปิด ลดปัญหาการการเชื่อมต่อลงไปหมดสิ้น แม้แต่การชาร์จไฟก็ออกแบบวิธีใหม่ให้ด้วย

เราเรียกหูฟังไร้สายที่ใช้สำหรับฟังเพลงและคุยโทรศัพท์ว่าเป็นหูฟังชนิด true wireless และจากการใช้งานแสนยุ่งยากของหูฟังบลูทูธในอดีต apple ก็ปรับปรุงวิธีการใช้ วิธีการพก วิธีการชาร์จไฟเสียใหม่ กลายมาเป็นหูฟ้งไร้สายที่มีกล่องใส่ มีแบตเตอรี่ในตัวหูฟังและมีแบตเตอรี่ในตัวกล่องใส่ กล่องนี้ทำงานเหมือนเพาเวอร์แบ๊งค์คอยจ่ายไฟชาร์จตัวหูฟัง เมื่อใช้งานหูฟังจนแบตลดต่ำลงเกือบหมด เราก็แค่เอาไปวางเก็บไว้ในกล่อง กล่องก็จะชาร์จไฟให้กับตัวหูฟัง และเมื่อใดที่เราหยิบหูฟังออกจากกล่อง หูฟังก็จะไปเชื่อมตัวเองเข้ากับโทรศัพท์โดยอัตโนมัติ และกล่องใส่หูฟังที่มีไฟในตัวก็เป็นกล่องที่ต้องอาศัยการเสียบสายชาร์จด้วย วิธีการออกแบบแนวนี้ทำให้หูฟังชนิดนี้น่าใช้งานมาก และลดปัญหาการลืมชาร์จไฟให้กับหูฟังได้อย่างยอดเยี่ยมเลย

apple ออกแบบหูฟังไร้สายใหม่ แล้วก็ขายได้ถล่มทลาย ทุกคนที่เปลี่ยนจากหูฟังแบบสายมาเป็นไร้สายก็จะชอบทุกคน เพราะสะดวกและไม่ต้องปวดหัวกับการต่อสาย ทำให้มีผู้ผลิตรายอื่นเข้ามาร่วมออกแบบ ร่วมผลิตเพื่อแบ่งยอดขายกันเป็นจำนวนมาก และยี่ห้อ Happy plugs ก็ทำหูฟัง true wireless หน้าตาเหมือนของ apple ออกมาขายเช่นกัน โดยใช้ชื่อรุ่นหูฟังนี้ว่า Air1

ลักษณะทั่วไป

หูฟัง Air1 เป็นหูฟังชนิด earbud มีแบตเตอรี่ในตัว เชื่อมต่อกับโทรศัพท์หรือเครื่องเล่นเพลงด้วยระบบ Bluetooth ในเว็บผู้ผลิตมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลายสีหลายลาย ส่วนในการทดสอบครั้งนี้เราได้สีดำมาลอง การหยิบออกจากกล่องจะเป็นการเปิดการทำงาน และเมื่อวางกลับลงไปในกล่องก็จะเป็นการปิดสวิตซ์ และเข้าสู่การชาร์จไฟอัตโนมัติ ในการควบคุมสั่งการหูฟังรุ่นนี้ ต้องใช้วิธีแตะที่ก้านหูฟัง เป็นการสั่งงานด้วยระบบสัมผัส โดยมีวิธีแตะอยู่หลายรูปแบบ แต่ละแบบก็จะไปทำงานแตกต่างกัน บนตัวกล่องจะมีช่องเสียบสาย micro usb เอาไว้ชาร์จไฟด้วย

IMG_0477

Specification

การเชื่อมจต่อ Bluetooth Version: 5.0

ระยะเวลาการใช้งานรวม 14h

ระยเวลาการใช้งานต่อการชาร์จหูฟัง 1 ครั้ง 3.5ชั่วโมง

Standby Time: 90h

ความจุแบตเตอรี่ในหูฟัง 30mAh

ความจุแบตเตอรี่ในกล่อง 400mAh

ขนาดดอกลำโพง 12mm

ควาไว 95dB ± 3dB

การตอบสนองความถี่ 20-20kHz

ความต้านทาน 16Ω

ขนาดกล่อง 51x63x20mm

น้ำหนักหูฟัง 3.75g

น้ำหนักกล่อง 35g

IMG_0467

ทดลองฟัง

โทรศัพท์ที่ใช้ทดสอบเป็นรุ่น Redmi note7pro และ โน้ตบุ๊ค asus Asus ใช้ซีพียูรุ่น Ryzen5

การสวมใส่กับหูทำได้ดีมาก สบายมาก เพราะพื้นฐานของรูปทรงของ Air1 เป็นหูฟัง earbud ดังนั้นใครคุ้นเคยกับการใช้ earbud ก็จะใช้ Air1 ได้สบายๆ ใส่นานเป็นชั่วโมงก็ไม่รู้สึกหูร้อนหรืออึดอัด ส่วนคุณภาพเสียงก็อยู่ในระดับที่เรียกว่าเสียงดี ลักษณะเสียงจะโปร่งฟังสบาย โทนเสียงย่านเบสมีให้ได้ยินพอดีๆ การตอบสนองของทุกย่านเสียงมีความดังพอๆกัน เสียงกลางเป็นเสียงที่ฟังได้ง่าย เสียงกลางจาก Air1 เป็นเสียงกลางที่ชัด ใส ราบรื่น ส่วนเสียงย่านแหลมก็มีประกาย และไม่เสียดหู

คุณภาพเสียงที่ได้ยินจะคล้ายกับหูฟัง earpod ที่แถมมากับ iphone แต่เพิ่มเบสและความกระฉับกระเฉงขึ้นไปอีกนิด ซึ่งโดยส่วนตัวผมชอบเสียงของหูฟัง earpod อยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ฟังเสียงจากคลิป youtube ก็ให้น้ำเสียงพูดของคนเป็นธรรมชาติ ฟังเพลงก็ได้ความโปร่งและชัด น้ำหนักเสียงเบสจะเหมาะกับการฟังเพลงป๊อป และอคูสติก

IMG_0471

ฟังเพลงร็อคหรือเพลงที่โชว์เสียงย่านต่ำเราจะได้เสียงต่ำที่กระชับ ไม่ล้น ไม่บวม Air1 เป็นหูฟังที่ให้เนื้อเบสไม่ใหญ่ แต่มีความรวดเร็วและไว เสียงกีต้าร์อคูสติกมีความใสและแรงประทะที่ชัด น้ำเสียงของนักร้องผู้หญิงหวานและไม่มีความรู้สึกบีบหรือเสียงอยู่ในกล่อง สามารถติดตามฟังเสียงลม เสียงเอื้อน เสียงลูกคอและเทคนิคการร้องต่างๆได้ชัดเจน มิติเสียงร้องทำได้ดีมาก

ใช้งานหูฟังตัวนี้จะฟังคลิปต่างๆได้เพลินมาก เผลอแป๊ปเดียวหมดเวลาไปเป็นชั่วโมง การสั่งการจะใช้วิธีการสัมผัส วิธีการสัมผัสมีหลายวิธี และหูด้านซ้ายและขวาต่างก็แยกกันรับคำสั่ง จะให้ดีอ่านคู่มือการใช้งานจากผู้ผลิตให้เข้าใจเสียก่อนจะดีที่สุด

การพูดคุยก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา ระหว่างที่ฟังเพลง หากมีสัญญาณโทรเข้า เราสามารถแตะที่หูขวา 1 ครั้งเพื่อรับสายได้ และการพูดคุยก็ทำได้รู้เรื่อง ไมโครโฟนที่ติดกับหูฟังรับเสียงคนพูดได้ชัดเจน

touch control air1

มีข้อสังเกตุเรื่องคุณภาพสัญญาณบลูทูธ ตลอดเวลาที่ได้ทดสอบหูฟังตัวนี้ในบ้าน ในรถ ก็พบว่าเป็นหูฟังที่ใช้งานได้ง่าย สะดวก และสัญญาณค่อนข้างดี อาการสายหลุดหรือเสียงหายจะมีน้อย แทบจะไม่ผิดพลาดเลย แต่พอนำหูฟังตัวนี้ติดไปเดินห้าง โดยเสียบหูฟังเพื่อฟังเพลง แล้วเครื่องเล่นหรือโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋ากางเกง เสียงจากหูฟังจะติดๆดับๆ มีอาการเหมือนสัญญาณหาย แนะนำว่า หูฟังตัวนี้ไม่เหมาะกับห้าง และไม่เหมาะที่จะใช้ในบริเวณที่มีคนจำนวนมาก ยิ่งหากเราใช้งานในบริเวณที่ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ ขายสมาร์ททีวีเยอะๆ อาการสะดุดจะยิ่งชัด หากเจอสถานการณ์เสียงสะดุดจะต้องใช้วิธีถือโทรศัพท์แทนการใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง เพื่อให้โทรศัพท์กับหูฟังไม่มีสิ่งใดกั้นไว้ จะช่วยให้รับสัญญาณในที่คนเยอะมากๆได้

ส่วนการนั่งกินอาหารในห้าง เราวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ ก็ทำงานได้ปกติดี อาการเสียงสะดุดหรือสัญญาณหาย จะเกิดกับบริเวณที่มีคนเยอะมากๆ เข้าใจว่าเป็นเพราะโทรศัพท์ของคนอื่นๆมีการส่งสัญญาณคลื่นความถี่ที่รบกวนหูฟังที่เราใช้งานอยู่ ผมลองโทรถามเพื่อนที่ใช้งานหูฟังบลูทูธเป็นประจำว่าเวลาเดินห้างมีปัญหาแบบนี้ไหม เพื่อนบอกของเขาก็มีอาการเดียวกัน เปลี่ยนมาหลายยี่ห้อก็ยังไม่หาย เชื่อว่าการรบกวนในห้างเป็นสิ่งที่เลี่ยงได้ยากมากสำหรับหูฟัง true wireless

ทดลองให้ภรรยาไปใช้ลองดูซีรีส์จากมือถือ iphone 6s ภรรยาแจ้งว่า เสียงดี และเสียงไม่ดีเลย์ ส่วนการฟังเพลงมีความเห็นว่า เสียงไม่แบน ปกติหูฟังสายที่ใช้ดูหนังฟังเพลงจะให้เสียงแบน ฟังเอาข้อความไม่ได้ฟังเอาความไพเราะ (ผมให้เขาใช้ oker ds300 เส้นละ 120บาท ไม่ใส่ฟองน้ำ) แต่กับ Air1 เขาได้ยินเสียงร้อง แยกจากเสียงดนตรี ตำแหน่งดนตรีมีซ้าย กลาง ขวา มีตัวตน ไม่แบน พอรู้ราคาว่าประมาณสามพันบาท เขาบอก “ไม่แพง ซื้อได้”

ข้อดี

เสียงดี โปร่ง ฟังสบาย ฟังได้นานไม่อึดอัด ใช้ดูหนังได้ไม่ดีเลย์ แบตใช้ได้นาน คุยโทรศัพท์รู้เรื่องดี

ข้อด้อย

สัญญาณสะดุดในที่ชุมชนคนเยอะ ต้องแก้ปัญหาด้วยการถือโทรศัพท์ด้วยมือ แทนที่การใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง

สรุป

หูฟัง Air1 เป็นหูฟัง earbud ระบบไร้สาย หรือ true wireless ที่สวมใส่ได้สบายมาก คุณภาพน้ำเสียงตอบสนองได้ราบลื่น น้ำเสียงน่าฟัง เสียงร้องหวานใส เสียงเบสกระชับ สามารถฟังได้นานโดยไม่ล้าหู สามารถสั่งการได้ด้วยระบบสัมผัส คุณภาพเสียงดีสำหรับการฟังดนตรี ใช้พูดคุยได้รู้เรื่อง มันยอดเยี่ยมมากสำหรับการใช้งานระหว่างขับรถและระหว่างการทำงาน ส่วนการใช้งานในที่มีคนเยอะหรือมีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์เยอะอย่างในห้างก็จะมีอาการเสียงสะดุด แต่ก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการถือโทรศัพท์ไว้ในมือได้ เมื่อเดินผ่านจุดที่สร้างปัญหาเราจะกลับมาได้ยินเสียงที่ปกติ

ขอขอบคุณร้าน ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท ที่เอื้อเฟื้อให้ยืมสินค้ามาทดสอบนะครับ

รีวิว xiaomi compact bluetooth speaker 2

IMG_0015




ลำโพงบลูทูธตัวใหม่ของ Xiaomi ที่ทำออกมาขนาดเล็กมาก และราคาถูกมาก รุ่นนี้ตัวถังเป็นพลาสติกเนื้อแข็ง มีเพียงปุ่มเดียวคือกดเพื่อเปิด และกดเพื่อปิด เป็นปุ่มกดอยู่ด้านล่าง ต้องยกลำโพงหงายท้องถึงจะเห็นปุ่มกด ตัวมันเองไม่สามารถต่อสัญญาณ Aux ได้ ดังนั้นมันจะถูกใช้งานด้วยการเชื่อมบลูทูธเท่านั้น

ผมเดินผ่านร้านขาย Mi ในห้าง เลยถือโอกาสมองหาว่ามีขายหรือยัง เพราะตั้งแต่ได้ข่าวว่าเปิดตัวก็ขายดีมาก ถามไปยังเพื่อนที่เป็นตัวแทนจำหน่ายก็ได้รับคำตอบว่าของเข้ามาก็หมดแทบตลอด วันนี้เดินผ่านเห็นว่าวางขายให้ซื้อได้ง่ายแล้วก็เลยจัดมา 1 ตัว

สอบถามคนขายว่าตัวใหม่รุ่น2 เทียบกับตัวเก่ารุ่น1 คุณภาพต่างกันไหม คนขายบอกเสียงเหมือนกัน ก็เลยซื้อรุ่นใหม่มา เพราะราคาถูกกว่ารุ่นแรก กลับมาถึงบ้านก็จัดการทดลองฟัง สิ่งที่ฟังทดสอบก็คือเพลงต่างๆในโทรศัพท์ และรายการที่ฟังทาง youtube เป็นหลัก

IMG_5985

หลังจากที่ทดลองใช้ได้ 2 วันก็ได้ข้อสรุปสำหรับตัวผมเองบันทึกไว้ให้อ่านกันดังนี้

1 Xiaomi เสียงดัง ฟังชัด แต่เบสน้อย เหมาะเอาไว้ฟังข่าว ฟังเสียงพูด ฟังเอาเนื้อหา ไม่ได้ฟังเอาอรรถรส

2 คุณภาพเสียงของ Mi ตัวนี้ยังไม่ดีกว่าลำโพงบลูทูธอย่าง JBL go ที่ให้เสียงได้ใหญ่กว่า เบสชัดกว่า ลงลึกกว่า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะค่าตัวของ JBL go แพงกว่ากันหลายเท่าตัว

3 ลำโพง Mi ตัวนี้หน้าตาน่ารัก ดูแล้วอยากพก อยากเอามาร้อยเชือกแล้วติดเป็นพวงกุญแจ ซึ่งในกล่องที่มากับลำโพงมีสายคล้องมาให้ด้วย เจตนาน่าจะเอาไว้คล้องเพื่อติดตัวเจ้าของ

4 ใช้เป็นของขวัญ ของแจกได้ เพราะมันเป็นสินค้าที่น่ารักน่าใช้ แม้ว่าจะคุณภาพสู้ตัวราคาสูงไม่ได้ แต่มันก็ใช้งานในการฟังข่าวหรือฟังเพลงได้สมกับค่าตัว เมื่อหลายปีก่อนหากจะใช้ลำโพงบลูทูธสักตัว เราคงต้องมองหาของใหญ่ๆที่เกินกว่าจะพกพาได้ การที่ mi ทำออกมาเป็นตัวเล็กก็ต้องชื่นชมว่าพัฒนาของลำโพงเล็กทำได้น่าทึ่งมาก

IMG_20190415_194227


ลำโพงราคาเพียง 299 บาท เราคงไม่ต้องคาดหวังคุณภาพเสียงจากตัวมัน ส่วนฟังค์ชั่นที่มันทำได้ ก็คือมันเป็นลำโพงพกพาที่เล็กที่สุดในโลก

IMG_20170615_175140-01
ลำโพง jbl go เป็นลำโพงพกพาขนาดเล็กที่ผมยังเชื่อว่าดีที่สุดในตลาด



IMG_20170604_151458-01

การจัดถ่ายสินค้าอย่างง่าย

การถ่ายภาพสินค้าให้ชัดและดูสวยงามได้มาตรฐาน สามารถนำไปใช้เป็นภาพตัวอย่าง หรือ ทำสื่อสิ่งพิมพ์ ทำแค็ตตาล๊อคได้  ก็มีเทคนิกไม่ซับซ้อน  หากถ่ายด้วยแฟลช 1 ตัว กับกล่องไฟที่ดัดแปลงนิดหน่อยจากของเหลือ เราก็จะได้วิธีและอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพสินค้าที่ให้คุณภาพระดับมืออาชีพได้ไม่ยาก

IMG_0047

กล่องไฟให้ใช้วิธีดัดแปลงกล่องกระดาษที่ใส่ของใหญ่ๆมา  เราเอากล่องเปล่ามาเจาะ 3 ด้าน  คือ ด้านบน  ด้านซ้าย และด้านขวา  เมื่อเจาะครบแล้วก็ทำการติดกระดาษเนื้อบางสีขาวลงไปในด้านที่เจาะ  เพื่อให้กล่องกระดาษทำหน้าที่เป็นเต๊นท์ถ่ายภาพ   แล้วก็ตัดกระดาษสีขาวยาวกว่าขนาดกล่องสัก 2 เท่า เอามาไว้ทำผนังด้านหลัง และลากยาวผ่านพื้นกล่อง ออกมาถึงด้านหน้ากล่องที่ปล่อยให้ยาวเลยออกมา

 

IMG_0038

 

จัดให้แสงแฟลชส่องจากด้านบนกล่อง แสงจะวิ่งผ่านกระดาษบางด้านบน  แสงก็จะมีความนุ่มมากขึ้น และเมื่อเข้าไปในกล่องก็จะสะท้อนกับกระดาษสีขาวทั้งหมด  แสงที่ตกไปถึงวัตถุก็จะมีความนุ่มนวลมาก

 

IMG_0036

 

การจัดแสงถ่ายในกล่องรูปแบบนี้ให้คุณภาพงานที่ดีเพียงพอสำหรับการถ่ายเพื่อเอาภาพสินค้าไปทำแค็ตตาล็อค  เพราะใช้ต้นทุนต่ำ  ใช้อุปกรณ์น้อย  และมีความเรียบง่าย  สามารถใช้ถ่ายภาพสินค้าส่วนใหญ่ได้ทันที  ขอเพียงให้สินค้านั้นมีขนาดไม่ใหญ่เกินกว่าขนาดกล่อง  วางในกล่องแล้วเหลือพื้นที่รอบตัวเล็กน้อย  ก็ทำงานได้แล้ว

จัดแสงในรถเพื่อถ่ายภาพสินค้า

ผมมักจะต้องการถ่ายภาพสิ่งของหรือสินค้า หรือ ชิ้นงานบางอย่างอยู่บ่อยๆ  ถ้ามีเวลาก็จะใช้กล้องและชุดไฟและเต๊นท์ถ่ายภาพสินค้าเพื่อหวังผลให้ภาพสวยงามดังใจ  ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดของผมก็อยู่กระจัดกระจาย กล้องอยู่ในรถ  ไฟแฟลชใหญ่อยู่ที่บ้าน  กล่องหรือเต๊นท์ถ่ายภาพอยู่ที่บ้าน  หากผมอยู่ที่โรงพิมพ์หรือที่ทำงาน ผมก็จะไม่ได้ใช้ชุดไฟที่ใช้ประจำ

 

ผมมีไฟชุดเล็กที่ใช้แฟลช nikon sb26 เป็นแฟลชเพื่อใช้ถ่ายสินค้า  พร้อมด้วยอุปกรณ์ trigger หรือตัวส่งสัญญาณยิงแฟลชไร้สาย  ซึ่งแฟลชและทริกเกอร์ผมก็พกติดอยู่ในกระเป๋ากล้อง ส่วนกล้องก็ติดเลนส์มาโครไว้แล้ว กล้องผมใช้ eos 6d เลนส์มาโครใช้ macro 100f2.8

 

ด้วยความอยากจะรีบถ่ายของชิ้นหนึ่งแล้วไม่อยากรอกลับบ้าน  ก็เลยจัดวาง จัดแสงในรถเสียเลย

 

20181124171630_IMG_0221

 

รถฮอนด้าฟรีด เปิดท้ายรถออกมาจะเป็นช่องว่างขนาดใหญ่  เบาะหลังแถว3 หากพับที่พิงให้ราบไปกับเบาะนั่งก็จะได้ที่วางราวกับเป็นโต๊ะทำงาน  ผมเอากระเป๋ากล้องขนาดใหญ่ที่ผมซื้อเอาไว้ขนอุปกรณ์ถ่ายภาพวางบนเบาะ  เพื่อใช้วางสินค้าที่จะถ่าย  ส่วนแสงแฟลชผมก็ติดทริกเกอร์ไร้สาย  ตัวส่งสัญญาณติดอยู่บนกล้อง eos 6d ตัวรับสัญญาณเอาไปติดที่ sb26 แล้วก็หันหน้าแฟลชให้ยิงแสงขึ้นเพดานรถ ตั้งใจจะใช้แสงแฟลชสะท้อนกับเพดานรถสีเทา แล้วสะท้อนลงมายังของที่ต้องการถ่ายภาพ

20181124171622_IMG_0220

 

เลนส์มาโครตั้งค่า f เอาไว้ที่ประมณ f8 – f11 ความไวของกล้องตั้งไว้ที่ iso 800  ส่วนกำลังไฟของแฟลชผมตั้งไว้ที่ 1/4 ด้วยเหตุผลว่า ผมไม่อยากให้แฟลชยิงเต็มกำลัง  เพราะถ้าแฟลชยิงเต็มกำลังไฟจะหมดเกลี้ยง แล้วต้องรอเวลาหลายวินาทีกว่าที่แฟลชจะสะสมกำลังไฟขึ้นมาใหม่เพื่อยิงแสง  การยิงแสงแฟลชที่ 1/4 ของกำลังสูงสุด ทำให้เราสามารถยิงแฟลชต่อเนื่องได้ 4 ครั้งก่อนที่ไฟจะหมดแล้วต้องสะสมขึ้นมาใหม่  มันทำให้เราทำงานได้สะดวกขึ้น  เพราะการถ่ายภาพสินค้าบางครั้งเราก็ถ่ายภาพติดต่อกันหลายครั้ง  ถ้าการถ่ายทุกครั้งต้องรอแฟลชสะสมไฟหลายวินาทีก็จะเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดมาก

 

การถ่ายวัตถุสีดำบนพื้นดำเป็นสิ่งที่เราจะคาดคะเนค่าแสงได้ยากมาก  เพราะภาพที่ถ่ายออกมาจะเป็นโทนสีดำออกเทา  ถ้ารับแสงมากก็เป็นเทาอ่อน  ถ้ารับแสงน้อยก็เป็นเทาเข้มเกือบดำ  ภาพของดำบนฉากดำก็จะออกมาเป็นแนวลึกลับ หรือ low key ก็แล้วแต่จะเรียก  ตอนเลือกค่าแสง ผมตัดสินใจใช้กระดาษขาวรองไว้ใต้สินค้า เพื่อให้ปรับรูรับแสงให้ได้ค่าแสงที่เหมาะสมจริงๆ  เพราะถ้าเราถ่ายภาพส่วนสีขาวให้ขาวเพียงพอแต่ยังไม่ล้นไปทางขาวโพลน  สิ่งของสีดำก็จะได้สีดำที่พอดี

 

20181124164519_IMG_0206

 

เมื่อได้ค่าแสงที่ต้องการแล้วก็เอากระดาษขาวรองพื้นออก ปล่อยให้สินค้าวางอยู่บนพื้นผิวกระเป๋าสีดำ แล้วก็เริ่มถ่ายภาพด้วยองค์ประกอบที่ต้องการ  ซึ่งโจทย์การถ่ายของผมในวันนี้คือไม่มีโจทย์  ขอให้เลือกค่าแสงแฟลชที่ให้แสงโดนวัตถุสีดำแล้ววัตถุยังดูเป็นสีดำอยู่  สุดท้ายก้ได้ผลงานออกมา

20181124171606_IMG_0219

สินค้าในโพสท์นี้ก็คือ หูฟังบลูทูธสำหรับการฟังเพลงและคุยโทรศัพท์ Xiao mi

ชุดเครื่องเสียงพกพาของผม

เครื่องเสียงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมเลยก็ว่าได้  ตั้งแต่เด็กๆ ผมก็ชอบของเล่นอิเล็คทรอนิกส์ โตขึ้นสมัยเรียนก็ชอบเดินเล่นบ้านหม้อ ซื้อหนังสือเกี่ยวกับการต่อวงจรไฟฟ้ามาอ่านเล่น  การฟังเพลงก็เป็นความชอบที่ตามมาจากความชอบตัวเครื่อง  นิสัยชอบเปิดเพลงเป็นนิสัยที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น ทั้งเพลงเพราะ ทั้งเครื่องเสียงใช้งานสนุกๆ  ได้ทั้งฟังเพลง ได้ทั้งเล่นของเล่น  ก็ทำให้มีเครื่องเสียงในครอบครองหลายชิ้น

บรรดาเครื่องเสียงที่เคยซื้อใช้เอง  มีไม่กี่ตัวที่เป็นตัวโปรดปราน ระดับที่ ผ่านไปกี่ปีก็ยังปลาบปลื้ม  และหาเหตุผลที่จะอยู่กับมันอย่างไม่ค่อยสนใจโลกที่ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ  หนึ่งในเครื่องเสียงตัวโปรดตัวหนึ่งก็คือ ipod shuffle ซึ่งเป็นผลผลิตของ apple ที่ทิ้งไว้ให้กับนักฟังเพลง  เจ้า ipod shuffle นี้เป็นเครื่องเล่นเพลงพกพาเครื่องแรกที่ไม่มีหน้าจอ  เป็นเครื่องเล่นพกพาราคาแพงที่สุดเครื่องหนึ่งในวันที่มันเปิดตัว  เครื่องเล่นเพลงจากจีนคุณภาพต่ำ วางขายกันกลาดเกลื่อนด้วยค่าตัวหลักร้อยไปถึงพันกว่าบาท  แต่ ipod shuffle ตัวนี้เปิดตัวด้วยราคาไทย 2990 บาท  แล้วก็มีคนบ้าอย่างผมไปอุดหนุน

หากพิจารณาเฉพาะเรื่องคุณภาพเสียงแล้ว  เจ้า ipod shuffle ตัวนี้เป็นเครื่องเล่นเพลงชนิด mp3 ที่เสียงดีที่สุด ตั้งแต่ apple เคยทำมา  แม้ว่า ipod ตัวใหญ่ที่เก็บเพลงได้เป็นหมื่นเพลงจะได้รับความนิยมไปทั่วโลก  บางรุ่นได้รับการแนะนำว่าเสียงดีเป็นพิเศษ  แต่ทุกตัวที่เสียงดี ต่างก็แพ้เจ้า shuffle ตัวนี้ทั้งหมด  ซึ่งผมเองก็ได้มีโอกาสฟังเปรียบเทียบอยู่บ้าง  นั่นเป็นที่มาของความปลาบปลื้มว่าเราได้ครอบครองของคุณภาพสูงชิ้นสำคัญของวงการเครื่องเสียง

นิสัยการฟังเพลงที่เอาแน่นอนไม่ได้ของผม บางทีก็ฟังผ่านหูฟัง บางทีก็ฟังผ่านลำโพง บางทีก็เอาไปต่อสายฟังในรถยนต์  ทำให้ ipod shuffle และ ipod ตัวอื่นๆที่ผมมี ถูกหยิบเข้าออก ย้ายไปย้ายมาระหว่างบ้าน ห้องนอน และรถยนต์อยู่บ่อยครั้ง  ความรุ่มร้าม ความพะรุงพะรังทำให้ผมคิดอยากจะทำให้มันเรียบร้อย  เลยได้โอกาส เอา shuffle ตัวขาวนี้ไปมัดไว้กับลำโพงพกพาอีกตัวหนึ่ง  ซึ่งมันก็คือลำโพง jbl go ที่ออกแบบมาเป็นลำโพงตัวเล็ก เสียงใหญ่ และเน้นให้ใช้กับโทรศัพท์ผ่านการเชื่อมต่อแบบ bluetooth

IMG_0608

jbl go เสียงดี และ shuffle ก็เสียงดี มันก็เลยถูกนำมาใช้งานร่วมกัน แต่ shuffle ไม่มี bluetooth ก็เลยต้องใช้วิธีเชื่อมต่อด้วยสาย  และเพื่อให้สะดวกในการหยิบจับก็เลยจัดการมัดรวมกันด้วยริสแบนด์เส้นนึง  ผลก็คือภาพลำโพงกับ ipodมีตัวติดกัน มีสายไฟพันอยู่นิดหน่อย ดูราวกับเป็นระเบิดเวลาที่ใช้ก่อการร้ายเลย

การจับคู่กันทำให้ผมได้ภาพน่ารักของมันเก็บไว้  ชุดเครื่องเสียงพกพาในยุคดิจิทัลนี้ ผมว่ามันน่ารักดี  และหยิบไปวางที่ไหนก็มีแต่คนสงสัยปนตลก  และเมื่อได้ยินเสียงมันทำงานร่วมกันก็จะเข้าใจว่า ทำไมผมถึงมัดมันไว้ด้วยกัน

nakamichi musicone+ ลำโพงสวย เสียงดี หายากมาก

20160502134111_IMG_0139

การฟังเพลงในยุคปัจจุบันเป็นการฟังเพลงที่เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก ตลาดของเครื่องเสียงระดับมวลชนจะเทไปทางลำโพงระบบบลูทูธ ซึ่งทุกยี่ห้อทำออกมาขายกันถ้วนหน้า  เรียกได้ว่าใครไม่ทำขายก็พลาดรายได้มหาศาล  และการค้นหาลำโพงเสียงดีที่หน้าตาดีผมก็ได้ค้นพบอีกตัวเลือกหนึ่งที่ได้มาด้วยความบังเอิญ

นากามิชิเป็นบริษัทที่ทำเครื่องเสียงมายาวนาน ในยุคยี่สิบปีที่แล้วเครื่องเสียงบ้านยี่ห้อนากามิชิถือเป็นเครื่องเสียงเกรดไฮเอนด์  เป็นสินค้ายี่ห้อญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมระดับโลก  เครื่องเสียงชิ้นสร้างชื่อของนากามิชิจะเป็นเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทที่แพงระยับและว่ากันว่าเป็นเครื่องเล่นเทปที่ดีที่สุดในโลกที่เคยมีมา  ส่วนเครื่องเล่นซีดีของนากามิชิก็จะออกไปแนวเครื่องเล่นที่ใส่ได้หลายแผ่น ระบบมิวสิคแบงค์ที่สามารถเปลี่ยนแผ่นได้เร็วที่สุดในโลกอีกเช่นกัน  ซึ่งสองอย่างนี้ทำให้นากามิชิเป็นเครื่องเสียงระดับหรูหราไฮเอนด์ไปอย่างไม่มีใครปฏิเสธ

20160502134125_IMG_0141

ลำโพงในครั้งนี้ผมได้ลองฟังและติดใจในน้ำเสียงถึงกับต้องอุ้มกลับมาจากสิงคโปร์ก็คือ nakamichi music one+ อ่านว่า นากามิชิมิวสิควันพลัส  จะขอเรียกว่ามิวสิควันเพื่อความสะดวกนะครับ  เจ้าตัวนี้วางโชว์อยู่ในสนามบินของสิงคโปร์  ตอนที่ผมรอจะขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพก็ได้เดินผ่านร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าจำพวกไอทีและเครื่องเสียงต่างๆ  เจอลำโพงวางอยู่บนโต๊ะหลายตัว  หนึ่งในนั้นที่สะดุดตาก็คือ มิวสิควันตัวนี้

20160502131338_IMG_0134

ข้อมูลทั่วไป

หน้าตาของลำโพงออกมาสไตล์หน้ากลมมีขาตั้งเป็นเสากลาง  ดูเป็นการออกแบบที่เน้นความสวยงามเป็นหลัก  ซึ่งผมก็สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น  ยืนพิจารณารอบตัวก็จะเห็นช่องเชื่อมต่อด้านหลัุงมีช่องเสียบไฟเลี้ยง  มีช่องเสียบสัญญาณเสียงชนิด aux ขนาด 3.5มม.  และมีปุ่มควบคุมอยู่ด้านหน้านิดหน่อย เอาไว้เลือกฟังระหว่างบลูทูธ และช่องเสียง aux และมีปุ่มปรับระดับเสียงดังเบา มีปุ่มเปิดปิดตัวเครื่อง ด้านข้างตู้ลำโพงมีสัญลักษณ์ nfc ที่หมายความว่าเราสามารถใช้อุปกรณ์มือถือ tablet และโน้ตบุ๊คที่มี nfc มาเชื่อมต่อได้อย่างง่ายดาย

20160502141358_IMG_0148

หน้าตากลมๆ ส่วนของตู้ลำโพง มีความลึกพอสมควร คาดว่าภายใต้ความลึกนั้นก็คงเป็นวงจรขยายเสียง ตัวลำโพงสีเทาเข้ม ตัดกับตะแกรงหน้าลำโพงสีเทาอ่อน ทำให้มันดูเป็นลำโพงที่หรูหราและดูแพง  แม้ค่าตัวมันจะอยู่ในระดับไม่กี่พันบาทก็ตาม  นั่นทำให้คนรู้จักนากามิชิในอดีตอย่างผมสนใจที่จะลองฟัง และอยากได้มันนิดๆตั้งแต่แรกเห็น และเมื่อได้ทดลองฟังที่ร้านอยู่สิบนาที  ก็ตัดสินใจอุ้มกลับมาด้วยกัน

20160502134154_IMG_0142

ระบบการขยายเสียงภายในเข้าใจว่าเป็นการขยายเสียงแบบดิจิทัล และมีดอกลำโพงด้านหน้าแบบฟูลเร้นจ์ขนาดประมาณ 4 นิ้ว  ด้านหลังลำโพงเป็นแผ่นลำโพงเรียบๆทำหน้าที่เป็นพาสซีพเรดิเอเตอร์ ช่วยปรับจูนโทนเสียงทุ้มให้นุ่มนวลน่าฟังมากยิ่งขึ้นกว่าการเปิดเป็นช่องธรรมดาแบบลำโพงตู้เปิด  ข้อดีของมิวสิควันก็คือ มันสามารถเชื่อมต่อกับพวกเดียวกัน หรือมิวสิควันอีกตัวหนึ่งได้ ทำให้มันกลายเป็นลำโพงสเตอริโอ คือตัวแรกเป็นช่องเสียงซ้าย ตัวที่สองเป็นช่องเสียงขวา ทำให้เราสามารถใช้ฟังเพลงแบบสองลำโพงได้เหมือนเครื่องเสียงบ้านทั่วไป  แต่นั่นก็หมายความว่าเราต้องซื้อมันสองตัว

20160502141344_IMG_0146

ตัวลำโพงมาพร้อมกับรีโมทคอนโทรลขนาดเล็กกระทัดรัด ในรีโมทใช้ถ่านกระดุมรุ่น 2032  ที่รีโมทสามารถสั่งการได้ทุกการทำงาน  ตั้งแต่การไล่เปิดเครื่องไปจนปิดเครื่อง  รีโมทสีขาวหน้าตาดูไม่ค่อยเข้าพวกเท่าไหร่  ลำโพงใช้ไฟเลี้ยง 18V dc และกินกระแสไฟ 1.6a ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ค่อยได้พบกับเครื่องเสียงตัวอื่นๆนั่นหมายความว่า ห้ามทำอแด๊ปเตอร์หายเด็ดขาด  ถ้าพังขึ้นมายังไม่รู้ว่าจะส่งซ่อมที่ไหน เพราะในประเทศไทยยังไม่มีใครนำเข้ามาขายเลย

2018-10-11_08-17-05

ผลการทดลองฟัง

มาถึงเรื่องการใช้งานกันบ้าง  การเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธจากโทรศัพท์มือถือไปยังลำโพงทำได้ง่ายดาย ไร้ความซ้ำซ้อน  แถมมือถือบางรุ่นหรือโน้ตบุ๊คบางรุ่นมีระบบ nfc แค่เอามือถือไปแตะใกล้ๆลำโพงฝั่งที่มีสัญลักษณ์ nfc ทั้งสองตัวก็จะเชื่อมกันได้อัตโนมัติ  นับว่าเป็นความสะดวกสบายเต็มที่  ส่วนคุณภาพเสียงก็ถือว่าทำได้ไพเราะสมราคา  น้ำเสียงโดยรวมจะออกแนวนุ่มและเบสใหญ่  เบสไวเป็นจุดเด่น ไม่คลาง ไม่แห้งเกินไป  การฟังเพลงร้อง เพลงแจ๊ส เพลงที่โชว์เสียงเบสจะเข้าทางลำโพงตัวนี้  เบสอึ๋มๆคลอเคลียร์กับเสียงร้องไปตลอดเพลง  พอฟังเพลงจากลำโพงตัวนี้นานๆแล้วกลับไปฟังเสียงจากโทรทัศน์ก็จะเสียอารมณ์อย่างมาก  เพราะสไตล์เสียงจากโทรทัศน์จะเบสน้อย  พอหูฟังมิวสิควันจนชิน ไปฟังลำโพงตัวอื่นจะเหมือนมีอะไรหายไป  ซึ่งมันก็คือความถี่ย่านต่ำหายไปนั่นเอง

20160502134117_IMG_0140

เสียงกลางส่งเสียงร้องได้ชัด  แต่ก็ยังไม่เทียบเท่ากับลำโพงสองทางที่ให้ความคมของน้ำเสียงมากกว่า  ส่วนมิวสิควันจะมาโทนหนาและไม่กรุ๊งกริ๊ง ไม่มีเสียงตัวเอสที่บาดล้นเกินไป  ใครที่ชอบเสียงความถี่สูง ชอบเสียงเพอคัสชั่น  อาจจะไม่ชอบเสียงจากมิวสิควันตัวนี้  เพราะปลายความถี่สูงมันห้วนกว่า จบเร็วกว่าลำโพงสองทางทั่วไป  แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อรรถรสการฟังเพลงหายไป   ดูเหมือนมิวสิควันจะพยายาททำแนวเสียงให้คล้ายๆกับ bose

การฟังเพลงจากลำโพงบลูทูธยุคนี้จะให้ความสมดุลย์น้ำเสียงได้ดี  เสียงต่ำย่านเบส เสียงกลางและเสียงแหลมที่มีอยู่ในเพลงจะได้รับการถุ่ายทอดออกมาสมดุลย์กันทั้งหมด  และมีจุดเด่นได้เปรียบลำโพงบ้านนิดหน่อยตรงที่ เมื่อเราฟังเสียงในระดับเบา เราจะยังคงได้ยินเสียงเบสลึกๆ ที่ช่วยปกคลุมบรรยากาศของเพลงอยู่ด้วย  ดูเหมือนมิวสิควันจะจูนเสียงให้เน้นเบสมากขึ้นเมื่อฟังในระดับความดังน้อยๆ  ตรงนี้จะแตกต่างไปจากลำโพงบ้านอย่างสิ้นเชิง คือ ลำโพงบ้านจะมีจุดที่ได้น้ำหนักสมดุลย์เสียง เบส กลาง แหลมครบก็ต่อเมื่อเราจะต้องเปิดให้ดังระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นระดับการฟังที่จริงจังและเป็นระดับที่เราไม่สามารถพูดคุยกันแข่งกับเสียงจากลำโพงได้   และหากเราเปิดเครื่องเสียงบ้านเบากว่านี้ หรือเปิดในระดับแบ็คกราวน์มิวสิค  น้ำหนักของดนตรีก็จะมาไม่ครบซึ่งเป็นเรื่องปกติของเครื่องเสียงชุดใหญ่

ในไทยผมไม่พบว่ามีใครขายนากามิชิตัวนี้  เคยพยายามเดินดูตามห้าง  ตามร้าน istudio ที่มักจะมีลำโพงดีๆเจ๋งๆมาขายในร้าน  ก็ยังไม่พบรุ่นนี้  nakamichi musicone+ คงไม่มีใครนำเข้ามาขายจริงๆ ผมเลยตั้งชื่อโพสท์นี้ไว้ว่าเป็นลำโพงหายากมาก  มาถึงวันนี้ ต่อให้ผมอยากได้ลำโพงรุ่นนี้อีกตัวเพื่อมาใช้งานเป็นระบบสเตอริโอสองลำโพง ทำงานแยกซ้ายตัวนึง ขวาตัวนึง ก็ทำไม่ได้  ต้องไปหิ้วมาจากเมืองนอกเท่านั้น
ข้อมูลผลิตภัณฑ์
ระบบBluetooth รองรับโหมดสเตอริโอ 4.0+EDR, A2DP;
With DSP Audio Process, and DRC;
ระบบเชื่อมสัญญาณผ่าน NFC
อัตรากินไฟ 20 วัตต์
ความเพี้ยน THD 1%
การตอบสนองความถี่ : 80Hz – 18KHz;
มีช่องรับสัญญาณ Aux
อแด๊ปเตอร์ไฟตรง 18V 2A
ขนาด 28.8×18.7×18.8 cm

ปล ผมเขียนรีวิวหลังจากที่ได้ใช้งานมาประมาณ 1 ปี

รีวิว ลำโพงบลูทูธ sony btx300

20141224094419_IMG_0045

ลำโพงบลูทูธเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆตามติดไปกับยอดขายของสมาร์ทโฟนและแท็บเบล็ตที่ยึดตลาดไอทีไว้แล้ว แม้ลำโพงระบบบลูทูธจะมีมาหลายปี แต่คุณภาพของลำโพงระบบบลูทูธเพิ่งจะมีการพัฒนาการแบบก้าวกระโดดเมื่อไม่นานมานี้ ย้อนกลับไปก็น่าจะเป็นลำโพงของ bose รุ่น soundlink ที่ทำลำโพงบลูทูธมีแบตเตอรี่ในตัวออกมาซึ่งมีคุณภาพเสียงที่ดีมากจนผู้ใช้เริ่มอยากได้ และทำให้ตลาดลำโพงบลูทูธนี้ร้อนแรงขึ้นทันที

20141224094333_IMG_0042

เมื่อก่อน การทำลำโพงเล็กๆให้สามารถส่งเสียงเบสได้ดีเกินตัว จะใช้เทคนิคการประมวลผลของ DSP มาช่วยแบ่งความถี่เสียงออกด้วยสูตรคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน และสร้างความถี่ฮาร์โมนิคหลายๆลูกเพื่อทดแทนการสร้างความถี่ต่ำตัวจริง เพื่อให้ลำโพงสามารถถ่ายทอดเสียงต่ำได้ราวกับว่ามันเป็นซับวูฟเฟอร์หรือเป็นดอกลำโพงขนาดใหญ่

20141224094340_IMG_0043

ผมเคยมีลำโพงบางๆที่เป็นระบบบลูทูธ มันสามารถให้เสียงกลางแหลมที่พอใช้ได้ และมีเสียงเบสที่พอทนฟังได้ ถ้าเราฟังแค่ลำโพงตัวนี้ตัวเดียวเราก็คงพอใจกับมัน แต่พอเรากลับไปฟังเครื่องเสียงบ้าน เราก็จะค้นพบว่า เสียงเบสที่เราฟังกับลำโพงบลูทูธตัวบางๆตัวนั้นเป็นเสียงเบสที่ไม่เป็นธรรมชาติ จนวันหนึ่ง bose ออกแบบลำโพงบลูทูธเอง และได้ใช้เทคนิคการสร้างคลื่นความถี่ต่ำด้วยระบบ passive radiator เป็นผลทำให้คุณภาพเสียงออกมาดีมาก ฟังผ่านๆแล้วรู้สึกว่ามันใกล้เคียงลำโพงบ้านแล้ว นั่นทำให้ลำโพงบลูทูธเริ่มได้รับความสนใจ และในเวลาไม่นาน ลำโพงทุกยี่ห้อก็ทำลำโพงบลูทูธออกสู่ตลาด

20141224094537_IMG_0050

ณ เวลานี้ที่กำลังจะหมดปี คศ 2014 ลำโพงบลูทูธขนาดพกพาได้ที่ได้รับการกล่าวถึงว่าเสียงดีจะเป็นลำโพงที่มีลักษณะการออกแบบให้เป็นระบบ 2.1 กันเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะการสร้างความถี่ต่ำด้วยระบบซับวูฟเฟอร์แท้ๆนั้นให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า เป็นธรรมชาติกว่าการประมวลผลที่ใช้ DSP แบ่งความถี่ต่ำออกเป็นความถี่ฮาร์โมนิคที่สูงขึ้นหลายๆลูกแล้วค่อยนำมารวมกันในตอนสร้างคลื่นเสียง ระบบเสียง 2.1 ในลำโพงพกพาจึงสร้างความพอใจได้ และทำให้ขายดีมาก

ลำโพงที่เราเอามาลองฟังกันในวันนี้เป็นของ sony รุ่น btx300 เป็นลำโพงพกพา มีแบตเตอรี่ในตัว ใช้ไฟเลี้ยง 12.5โวลท์ มีช่องรับสัญญาณเสียงแบบ Aux และ bluetooth มีปุ่มปรับเสียงให้เลือกลักษณะเสียง 3 แบบ มีช่องต่อสาย usb out ที่ทำหน้าที่จ่ายไฟแต่เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถอ่านไฟล์จาก thumbdrive ได้ และที่สำคัญคือ มีระบบ NFC เอาไว้ให้ใช้ช่วยติดตั้งได้ง่ายขึ้น

ในกล่องจะมีเพียงแค่ตัวลำโพง อแด๊ปเตอร์ ซองผ้ากันกระแทก และคู่มือเท่านั้น ไม่มีสายสำหรับ Aux มาให้ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธทำได้ไม่ยาก แถมยังมีระบบ NFC ช่วยอำนวยความสะดวกให้ติดตั้งเข้ากับอุปกรณ์ที่มี NFC ด้วยกันได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

20141224094526_IMG_0049

btx300 เป็นลำโพงที่มีขาตั้งในตัว ขาตั้งด้านขวาจะต้องกางออกมาเพื่อเปิดให้กดปุ่ม power ได้ และจะต้องกางแบบนี้ตลอดการทำงาน ถ้าเราหุบขาต้้งเครื่องก็จะปิดตัวเองไปด้วย วัสดุที่ใช้ประกอบตัวลำโพงให้สัมผัสที่รู้สึกแพง ไม่มีคำว่าก๊องแก๊ง การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทำได้ง่าย ลำโพงสามารถใช้พูดคุยโทรศัพท์ได้ด้วยเพราะมีไมค์รับเสียงในตัว ผมลองเชื่อมเข้ากับมือถือ Asus Zenphone5 และ tablet Samsung note8 ก็สามารถเชื่อมได้ง่ายทั้งคู่ ลองกับโน้ตบุ๊คที่มีระบบ NFC ก็ทำได้ง่ายดายเช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมา notebook acer w511 ของผมเป็นโน้ตบุ๊คที่ผมไม่เคยเชื่อมต่อบลูทูธเพื่อฟังเพลงผ่านหูฟังบลูทูธได้เลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่พอเชื่อมกับ sony btx300 ด้วยการสัมผัสแบบ NFC กลับทำได้ภายในไม่กี่วินาที ทำให้ผมรับรู้ได้ว่าระบบ bluetooth ในโน้ตบุ๊คไม่เสีย

20141224094445_IMG_0046

คุณภาพเสียงของ btx300 อยู่ในเกณฑ์ที่เสียงดี การฟังเพลงผ่าน btx300 ไม่สร้างความรำคาญใดๆให้กับผู้ฟัง เสียงกลางแหลมที่คมชัด เป็นเรื่องไม่ยากสำหรับลำโพงเล็กๆในยุคนี้ ส่วนเสียงเบสหรือเสียงทุ้มมาในแนวนุุ่ม น่าฟังมาก ไม่กี่วินาทีที่เสียงเพลงเล่นออกมา เราก็รับรู้ได้ถึงเสียงเบสที่กลมกล่อม ระบบ 2.1 ทำงานได้สมราคา คุณภาพเสียงโดยรวมให้ความรู้สึกน่าฟังมากกว่าลำโพงเล็กๆทั่วไป การจัดวางลำโพง btx300 ต้องพิถีพิถันพอสมควร เพราะมันให้เสียงที่เปลี่ยนไปเมื่อย้ายที่วาง วางบนหิ้งหรือโต๊ะไม้ก็เสียงแบบหนึ่ง บางบนพื้นกระเบื้องพื้นปูนก็อีกแบบหนึ่ง

btx300 มีปุ่มปรับเสียงให้ 1 ปุ่ม เมื่อเปิดเครื่องมาปกติ จะเป็นเสียงแบบที่หนึ่งหรือเสียงแบบ flat ซึ่งก็จะให้เสียงเบสที่พอใช้ได้แล้วสำหรับเพลงส่วนใหญ่ แต่หากไม่พอใจก็สามารถกดเพื่อเปลี่ยนเสียงให้มีเบสเยอะขึ้น เสียงเบสนุ่มใหญ่ก็จะเหมือนพองตัวใหญ่ขึ้น และถ้ากดอีกครั้งจะเป็นเสียงระบบเซอราวด์ มีเสียงแอมเบี้ยนส์และย่านเสียงสูงโอบล้อมมากขึ้นหากเรานั่งฟังหน้าตรงกับลำโพง ปุ่มปรับเสียงนี้มีประโยชน์มากเมื่อเราย้ายที่วางลำโพง เพราะแต่ละที่จะมีการตอบสนองของเสียงไม่เหมือนกัน ถ้าเรารู้สึกว่าเสียงบางเราก็กดปุ่มเพิ่มเบส แค่นี้เราก็ได้เสียงที่ดีขึ้นแล้ว

ข้อดีคือ เสียงดี แบตเตอรี่อยู่ได้นาน 8 ชั่วโมง มีซองผ้ามาให้แล้วไม่ต้องซื้อเพิ่ม มีปุ่มปรับเสียงเพิ่มเบสได้ มีช่อง usb ที่จ่ายไฟได้ 1 A ใช้แทน powerbank ได้

ข้อเสียที่พบก็คือ มันมีขนาดใหญ่กว่าลำโพงพกพาของยี่ห้ออื่น น้ำหนักก็ค่อนข้างหนักมาก ถ้าจะต้องหิ้วติดตัว ใส่เป้ มันก็เป็นภาระพอสมควรเลย แต่ถ้ามันถูกใช้งานในบ้าน ย้ายไปมาระหว่างห้องบ้าง มันก็ยอดเยี่ยมครับ

P_20150513_103132

spec

GENERAL

Bluetooth Profiles

Advanced Audio Distribution Profile (A2DP), Audio/Video Remote Control Profile (AVRCP), Hands-Free Profile (HFP), Headset Profile (HSP)

Audio System Nominal Output Power (Total)

20 Watt

Frequency Response

20 – 20000 Hz

Connectivity Technology

wired, wireless

Rechargeable Battery

rechargeable

Run Time (Up To)

8 hour(s)

Power Consumption Operational

31.5 Watt

Power Source

battery

USB charging

Connectivity Interfaces

Bluetooth 3.0, Near Field Communication (NFC)