ล้างฟิล์มขาวดำ ilford pan100

IMG_4833

วันนี้อยากล้างฟิล์มที่ถ่ายเก็บไว้นานแล้ว แถมยังโหลดฟิล์มเข้าแท้งค์สแตนเลสไว้เกือบปี ทั้งฟิล์ม ทั้งแท้งค์นอนนิ่งอยู่ในถุงดำมาตลอด กลัวผงน้ำยา Kodak D76 จะหมดอายุ เลยทดลองล้างดู

ขั้นตอนพื้นฐานก่อนล้างฟิล์มก็คือ การเตรียมน้ำยา ซึ่งผมเลือกใช้ D76 ของโกดักแบบผง นำมาละลายน้ำด้วยอัตราส่วน ผง D76 16.6g ละลายในน้ำประมาณ 300CC หรือเท่ากับน้ำใน 1 แท้งค์สแตนเลสที่จะใช้ล้างฟิล์มนั่นเอง จริงๆตัวเลข300CC นี่ผมไม่มั่นใจว่าจะถูกต้องไหม เพราะไม่มีถ้วยตวงที่แม่นยำ เลยใช้วิธีตวงน้ำด้วยแท้งค์ล้างฟิล์มเสียเลย เพื่อความชัวร์

เมื่อผสมได้แล้วก็ทดลองประสิทธิภาพของน้ำยาเสียก่อน เพราะว่าตัวผงและน้ำยาฟิกเซอร์เข้มข้นเป็นของกึ่งสำเร็จรูปที่ซื้อมานานเกิน 1 ปีแล้ว ผมไม่แน่ใจเรื่องการหมดอายุ เลยทดลองใช้หัวฟิล์มที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆจากม้วนฟิล์มที่จะล้างออกมาจุ่มทดสอบ ฟิล์มที่จุ่มในน้ำยา d76 ประมาณ 25 วินาที จะให้สีเข้มดำ ส่วนฟิล์มที่จุ่มลงฟิกเซอร์ 25 วินาที จะให้ความโปร่งใสมองทะลุได้เหมือนฟิล์มล้างเสร็จแล้ว และผลการทดลองก็ได้ผลตามที่คาดหวัง คือ น้ำยายังมีประสิทธิภาพที่ดี น่าจะใช้งานล้างฟิล์มได้

IMG_20210220_101933

เมื่อได้น้ำยาที่พร้อมใช้งานแล้ว ก็ลดอุณหภูมิน้ำยาด้วยถ้วยน้ำแข็ง วัดอุณหภูมิด้วยเทอโมมิเตอร์ เราจะทำการล้างฟิล์ม ilford pan100 ด้วยน้ำยา D76 ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 7 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้ผลิตฟิล์มแนะนำ ตัวเลขเหล่านี้มีอยู่ในกล่องใส่ฟิล์ม และมีอยู่ในอินเทอเน็ต หากเราทำกล่องฟิล์มหาย เราก็จำเป็นต้องพึ่งพาข้อมูลจากอินเทอเน็ต

IMG_20210220_104859

ขั้นตอนการล้างก็คือ จับเวลาเริ่มต้นตั้งแต่เริ่มเทน้ำยาเข้าไปในแท้งค์ พยายามเทน้ำยาให้หมดและไม่หกไม่หยดทิ้งออกนอกแท้งค์ เมื่อเวลาผ่านไปทุก 30 วินาที ให้ทำการเขย่าแทงค์ล้างฟิล์มประมาณ 5 วินาที แล้ววางแท้งค์ไว้กับโต๊ะหรือพื้น อย่าใช้มือจับ เพื่อป้องกันอุณหภูมิไม่ให้ขึ้นสูง จากนั้นก็รอเวลาครบ 1 นาที แล้วเขย่าอีกประมาณ 5 วินาที ทำอย่างนี้จนครบ 7 นาที เมื่อครบนาทีที่ 7 นี้แล้วก็เทน้ำยาออก จะเทคืนใส่ขวดที่เตรียมไว้ก็ได้ เราสามารถเก็บน้ำยาไว้ล้างฟิล์มม้วนอื่นได้อีก ส่วนมากผมจะใช้น้ำยา 2 ครั้ง

IMG_20210220_110807

การจับเวลาผมใช้วิธีเขียนตัวเลขเรียงไปเลย ต้องการล้าง 7 นาที ก็เขียน 1 2 3 4 5 6 7 ให้ครบทุกตัว แล้วแต่ละนาทีที่ผ่านไปผมก็จะติ๊กบนตัวเลขไปทีละตัว เพื่อให้เราใช้เวลาล้างอย่างถูกต้องแม่นยำ ป้องกันการลืมว่า ผ่านไปกี่นาทีแล้ว เมื่อครบ 7 นาทีแล้ว ก็เทน้ำยาออก และเทฟิกเซอร์ใส่แทน เวลาฟิกส์จะใช้ประมาณ 5 นาที ขั้นตอนฟิกส์นี้ไม่จำเป็นต้องคุมอุณหภูมิแล้ว เพราะฟิกส์จะหยุดทุกอย่างให้เร็วที่สุด เมื่อเทฟิกส์ออกก็ล้างด้วยน้ำเปล่าเปิดให้ไหลทิ้งสัก 20 นาที เพื่อให้น้ำชะล้างสารเคมีต่างๆออกไป ผมเลือกเอาขวดน้ำขนาดใหญ่ มาเจาะรูให้มีน้ำไหลทิ้งได้ที่ด้านล่างขวด แล้วก็ปล่อยน้ำเข้าที่ด้านบน เพื่อให้น้ำท่วมฟิล์มและชะล้างสารเคมีตกค้างออกไปกับน้ำ

ก่อนจะเก็บฟิล์มมาตาก ให้หยด น้ำยา โฟโต้โฟล์ 1 cc ลงไปผสมกับน้ำที่กำลังไหลทิ้ง เพื่อให้ไม่มีคราบน้ำเกาะบนฟิล์มตอนแห้งตัว เมื่อหยด จากนั้นก็เก็บฟิล์มมาตากได้เลย ตากฟิล์มให้ทิ้งตัวเป็นเส้นตรง เมื่อฟิล์มแห้งสนิทแล้วก็ให้เก็บมาตัดใส่ซองพลาสติกใส หลังจากนี้จะนำไปทำ contact sheet หรือ สแกนเป็นไฟล์ภาพดูในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือก็ตามสะดวก

IMG_20210220_132925

ด้วยความที่ไม่ได้มีอุปกรณ์กล่องไฟจะถ่ายภาพทั้งม้วนเพื่อทำ contactsheet ก็เลยจะใช้วิธีถ่ายภาพทีละเฟรมเพื่อดูผลงานก่อน ผมใช้โฟมที่ยัดมากับสินค้าเป็นตัวประคองฟิล์ม แล้วก็ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพฟิล์มตรงๆเลย ภาพที่ได้จะต้องนำไปผ่านโปรแกรมกลับสีดำเป็นขาว และ ขาวเป็นดำ ปรับแต่งโทนกลางภาพให้เข้มสว่างตามที่ชอบ แล้วก็จะได้ภาพขาวดำออกมา

IMG_20210220_135351
IMG_20210220_134601
1613803606110-01

IMG_20210226_195837

ลองน้ำยาล้างฟิล์ม

ไปเจอน้ำยาล้างฟิล์มชุดนี้ที่งานโฟโต้แฟร์2019 เลยซื้อมาลองใช้สักหน่อย การล้างฟิล์มขาวดำเป็นงานทำมือที่ทำยากขึ้นทุกวัน น้ำยาล้างฟิล์มไม่หลากหลายเหมือนในอดีต แต่ก็พอมีให้ใช้ เดี๋ยวถ้าล้างเสร็จจะเอาภาพมาโพสท์ประกอบไว้ด้วย

…. http://www.procolorlab.com/chaemical_set2014.html

ภาพขาวดำบนกระดาษขาวดำ

IMG_0113

ภาพขาวดำบนกระดาษขาวดำแท้ๆนั้นเป็นภาพขาวดำที่สมบูรณ์ที่สุด หากเราวัดแสงถูกต้อง ล้างฟิล์มด้วยมาตรฐานที่ดี เราก็จะได้ฟิล์มขาวดำคุณภาพดี และเมื่อนำฟิล์มมาอัดลงกระดาษอัดภาพขาวดำด้วยวิธีการฉายแสงอย่างพอเหมาะ รวมถึงการล้างกระดาษอัดภาพด้วยน้ำยาสร้างภาพที่มีคุณภาพ เราก็จะได้ภาพขาวดำบนกระดาษขาวดำที่ดีมาก

ยิ่งอ่านก็ยิ่งงง กว่าจะได้ภาพขาวดำดีๆสักภาพทำไมต้องมีขั้นตอนการทำงานที่เยอะเพียงนี้ แค่การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลแล้วแปลภาพเป็นโทนขาวดำ แล้วเอาไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ภาพสักเครื่องก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ คำตอบก็คือมันได้ภาพตามที่ต้องการ แต่ภาพมันไม่เหมือนกัน สีขาวดำบนกระดาษขาวดำมันคมชัดและให้ความดำที่มากกว่า จะบอกว่าคอนทราสของภาพบนกระดาษขาวดำสูงกว่าก็ใช่ เพราะส่วนสีดำบนกระดาษขาวดำมีความดำมากกว่าบนกระดาษอัดภาพสี หรือบนระบบการพิมพ์ภาพสี แม้ว่าภาพสีจะทำให้เป็นสีโทนขาวดำ แต่ความดำที่ได้ ยังคงดำไม่มากเท่าระบบกระดาษอัดภาพโบราณ

หากเราจะดูในส่วนของสีขาว ภาพจากเครื่องพิมพ์จะให้ส่วนสีขาวเป็นภาพที่ขาดรายละเอียด จุดที่ขาวมากๆในภาพดิจิทัล เมื่อพิมพ์ลงกระดาษ ส่วนสีขาวก็จะเป็นพื้นที่สว่าง แต่ถ้าเป็นภาพที่อัดลงบนกระดาษขาวดำแท้ๆ ส่วนสีขาวจะยังคงมีรายละเอียดอยู่

2019-08-19_11-29-08

ภาพลูกของผมเมื่อวันแรกที่คลอดออกมา ผมพกกล้องคอมแพ็คฟิล์มยี่ห้อ leica minilux พร้อมฟิล์มขาวดำเข้าไปในโรงพยาบาลด้วย ตั้งใจจะถ่ายภาพในวันนี้เอาไว้เป็นฟิล์ม และก็ล้างอัดด้วยระบบขาวดำแท้ๆ ซึ่งฟิล์มก็ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ แต่กว่าจะมีเวลามาอัดภาพก็ล่วงเลยไปหลายปี ผมล้างฟิล์มและสแกนเป็นดิจิทัลเก็บเอาไว้ดูตั้งแต่สองเดือนแรกที่ถ่ายภาพ และเอาไฟล์ดิจิทัลไปพิมพ์ออกมาเป็นภาพใส่อัลบั้ม ภาพด้านบนนี้ด้านซ้ายเป็นภาพขาวดำบนกระดาษขาวดำที่ทำโดยการฉายแสงซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิม ส่วนด้านขวาเป็นการเอาไฟล์ดิจิทัลที่สแกนฟิล์มไปสั่งพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ภาพถ่าย canon selphy กระดาษสองใบนี้ผมเอามาวางข้างๆกันเพื่อถ่ายรูปร่วมกัน เป็นการถ่ายเพื่อเปรียบเทียบระบบการทำภาพสองระบบ

ผมชอบภาพด้านซ้ายมากกว่า ด้วยเหตุผลว่า เมื่อมองงานขาวดำด้วยตาเปล่า มองบนกระดาษขาวดำแท้ๆ ผมจะได้ภาพที่ดูดีมีความเป็นสามมิติที่ชัดมาก ซึ่งแตกต่างไปจากภาพดิจิทัลที่พิมพ์ลงกระดาษภาพถ่าย ภาพดิจิทัลจะแบนกว่า จะรู้สึกว่ารายละเอียดในเงามืดหายไป นี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ผมชอบถ่ายภาพขาวดำและอัดภาพขาวดำแท้ๆ

รีวิวเป็นเสียง leica minilux

กล้อง leica minilux ผมใช้มานานหลายปีแล้ว ลองเอามาเล่าเป็นเสียงบ้าง แง่มุมที่พูดถึงจะเป็นเนื้อหาที่เพิ่มเติมไปจากรีวิวปกติที่เคยเขียนไว้ เช่น ภาพขาวดำจาก minilux การสแกนภาพจากฟิล์มสีของร้านล้างฟิล์ม ความทนทาน อาการเสียประจำรุ่น เชิญฟังได้ครับ หลังจากฟังแล้วค่อยกลับมาอ่านต่อด้านล่างนี้

ภาพที่ชอบที่สุดจากกล้อง leica minilux คือภาพวันแรกเกิดของลูกผมเอง ก่อนจะได้ถ่ายภาพนี้ผมก็เตรียมตัวมาล่วงหน้าหลายเดือน การเตรียมตัวก็คือ เอาฟิล์มขาวดำมาทดลองถ่ายและล้างฟิล์มออกมาดู ยังมีขั้นตอนการโหลดฟิล์มเข้าแท๊งค์ล้างฟิล์มด้วย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เสี่ยงต่อความเสียหายที่สุด เพราะหากโหลดฟิล์มติดขัด ฟิล์มไม่เรียงตัวในตะแกรงอย่างเป็นระเบียบ ฟิล์มก็จะทำปฏิกิริยากับสารเคมีไม่ทั่วถึง ภาพก็จะเสียนั่นเอง การซ้อมยังรวมถึงการทดลองผสมน้ำยา ทดลองล้างที่อุณหภูมิตามสเป็ค เพื่อดูผลของฟิล์มว่าผ่านการล้างแล้วเป็นอย่างไร และอีกส่วนที่ต้องทำก็คือเตรียมกล้องให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเพราะกล้องเก่าแล้ว เช็คสภาพก่อนจะถ่ายจริงก็เป็นเรื่องที่ควรทำ ฟิล์มขาวดำผมเลือกใช้ยี่ห้อตลาดราคาไม่แพง ด้วยเหตุผลว่า มันยังมีขายในช่วงเวลานั้นและเคยใช้ฟิล์มตัวนี้กับน้ำยาล้างฟิล์มตัวที่คุ้นเคย และภาพที่ออกมาก็สร้างความรู้สึกตื่นเต้นได้ดี และในตอนที่ถ่ายภาพในเหตุการณ์จริง ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ซ้อมไว้

IMG_9465
ภาพอัดลงกระดาษขาวดำ

หลังจากไปยืนเป็นพยานตอนลูกเกิด ไปรอถ่ายภาพพ่อแม่ลูกในห้องคลอดเสร็จแล้ว ก็ออกมาที่ห้องพัก คุณหมอจะพาลูกมาให้เริ่มดูดนมแม่ และเปิดโอกาสให้พ่อแม่ได้เห็นหน้าลูกชัดๆ และสามารถถ่ายรูปได้ตามใจด้วย ผมเข็นเตียงเด็กไปอยู่ใกล้ๆหน้าต่างเพื่อให้แสงสว่างมากเพียงพอที่จะถ่ายภาพได้ ยกกล้อง minilux ตั้งค่าที่ตัวกล้องเป็นการถ่ายแบบเลือกรูรับแสงเอง ผมตั้งรูรับแสงของกล้องไว้ที่ 2.4 แล้วก็โฟกัสสิ่งที่ต้องการแล้วถ่ายภาพเลย หลังจากถ่ายไป ประมาณ 2 สัปดาห์ ผมว่างพอจะล้างฟิล์ม ก็ทำการล้างในแบบที่เคยซ้อมไว้ ได้ฟิล์มที่มีภาพบันทึกสมบูรณ์แบบ คุณภาพการล้างเป็นไปตามมาตรฐาน เราสามารถใช้ฟิล์มนี้ไปสแกนด้วยเครื่องสแกนฟิล์มก็ทำได้สวยงาม ทดลองสแกนด้วยการถ่ายภาพผ่านกล้องดิจิทัลก็ทำได้ และ การอัดภาพลงกระดาษขาวดำโดยตรงก็ได้ดังภาพที่เห็น

ไฟล์สแกนดูบนจอ

ภาพขาวดำบนกระดาษขาวดำแท้ๆ เป็นภาพที่สวยงามมาก ระบบการแสดงภาพบนจอทุกชนิดไม่สามารถให้คุณภาพได้เหมือนกระดาษ ไม่ว่าเราจะพยายามสแกนฟิล์มให้ได้ไฟล์ที่มีคุณภาพอย่างไร ภาพที่ได้ก็ไม่เหมือนภาพบนกระดาษอัดภาพแท้ๆที่ผ่านการฉายแสงด้วยวิธีดั้งเดิม ผมเอาไฟล์ดิจิทัลที่สแกนฟิล์มไปทดลองพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ต่างๆก็ไม่ได้คุณภาพแบบที่กระดาษขาวดำให้ได้ ผมลองทั้งเครื่องดิจิทัลปริ๊นท์ระดับโปรดักชั่นของโรงพิมพ์ราคาเครื่องเป็นล้าน หรือ เครื่องพิมพ์ภาพถ่ายของ canon ที่เป็นระบบการพิมพ์แบบ dye-sublimation ซึ่งเป็นการผลิตภาพที่ให้คุณภาพสีจากไฟล์ดิจิทัลที่สูงที่สุดของเทคโนโลยีทางการพิมพ์แล้ว ความรู้สึกตรงนี้ต้องเห็นด้วยตาตัวเองถึงจะเข้าใจ มันเหมือนการมองโลกผ่านกระจก มันมีอารมณ์ร่วมมากกว่ามองผ่านจอทีวี แล้วชีวิตเราดีขึ้นไหมจากการถ่ายภาพ ล้างฟิล์ม อัดภาพเอง ก็ไม่ได้ดีขึ้นหรอก เราแค่หาความสุขจากการถ่ายภาพให้ครบวงจรเท่านั้นเอง

ภาพจากฟิล์มที่ขายได้

ภาพถ่ายตอนแรกเกิดที่ผมถ่ายลูกด้วยกล้องฟิล์ม ใช้กล้อง Leica minilux ฟิล์มขาวดำยี่ห้อ lucky ที่เคยมีเก็บไว้หลายปีแล้ว  หลังจากที่ถ่ายหมดม้วน  กลับมาอยู่บ้านแล้ว ก็ล้างฟิล์มม้วนนี้ แล้วก็ลองสแกนด้วยกล้องดิจิทัลจนได้เป็นไฟล์ไว้ดู  ผ่านไปหลายปี เลยเอาไปลองขายดู  ปรากฏว่าวันนี้มียอดโหลด ขายได้ด้วย  แม้จะได้เงินเพียงเล็กน้อย  แต่มันเป็นการบอกว่าภาพของเราเป็นที่ต้องการของบางคน  และภาพนี้จะอยู่ในระบบคอมฯตลอดไปจนกว่าโลกเราจะเลิกใช้อินเทอเน็ต

IMG_0284

IMG_0284bw

ภาพนี้มีที่มาจากการสแกนด้วยเลนส์มาโคร ดูรายละเอียดวิธีทำได้จากโพสท์นี้
การสแกนฟิล์มด้วยเลนส์มาโครและกล่องไฟ  

 

 

ปรับภาพให้สวยถูกใจ

 

 

 

IMG_0102

แม้ว่าการถ่ายภาพเราจะพยายามฝึกฝนให้ถ่ายดีที่สุดตั้งแต่การกดชัตเตอร์  ภาพหลังกล้องต้องสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่สติปัญญาและสถานการณ์จะเอื้ออำนวย  และเมื่อมาดูภาพในภายหลังเราก็ยังอาจจะปรับแต่งเพื่อให้มันดูดี หรือดูแปลกตาไปจากเดิมได้  การปรับภาพเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน  ซึ่งบางภาพผมก็เห็นว่าทำให้เป็นสีขาวดำก็ดูสวยขึ้น ได้อารมณ์ต่างๆในภาพมากขึ้น  อย่างเช่นภาพเด็กเล่นเปียโนภาพนี้

 

PHOTO_COLLAGE1547172140602

ภาพนี้ผมใช้ app ในโทรศัพท์มือถือช่วยปรับให้  โดยการเอาภาพต้นฉบับมาเข้า app ชื่อ snapseed

1  ทำการปรับภาพเป็นขาวดำ  เลือกโหมดขาวดำเป็น high contrast

2  ใช้คำสั่ง curve หรือ เส้นโค้ง เพื่อยกระดับส่วนความสว่างระดับกลางให้ดูสว่างขึ้น แต่ส่วนมืดและส่วนสว่างไม่ต้องเปลี่ยนแปลง

3  ใส่ขอบมืดให้กับภาพ หรือใส่ vignett เลือกค่าขอบมืดที่ไม่มากเกินไป ภาพก็ออกมาตามที่เห็น

4  ใส่ขอบขาวด้วย app ชื่อ collage เป็นการวางภาพในพื้นที่สี่เหลี่ยมจตุรัส

ก็ได้ภาพตามที่เห็นนี้  การปรับแต่งเป็นเรื่องความชอบแต่ละคน  ผมเป็นคนชอบมองภาพขาวดำ ก็อยากจะปรับให้ดูถูกใจตัวเอง  คนอื่นที่ดูอาจไม่ชอบก็ได้ เราไม่จำเป็นต้องสนใจ

 

กล้อง canon  eos 6d กับเลนส์ canon macro100mm

 

screen shot 2562-01-11 at 10.52.59

 

ยังคงมีภาพอื่นๆอีกที่ถ่ายแล้วอยากลองเปลี่ยนโทนภาพดูบ้าง

 

IMG_5046

2018-12-18_10-29-50-01

 

 

IMG_4921

PHOTO_COLLAGE1547172359342

การสแกนภาพจากฟิล์มขาวดำด้วยเครื่องอัดภาพ

ภาพขาวดำจากฟิล์มมีความคลาสิคในบางอย่าง ทำให้ยังคงมีนักเล่นนักถ่ายภาพบางส่วนยังคงอยู่กับฟิล์มขาวดำ น้ำยาเคมี แท้งค์ล้างฟิล์ม และเครื่องอัดภาพ กว่าจะได้ภาพบนกระดาษอัดภาพก็ใช้ขั้นตอนมหาศาล ทั้งยังต้องใช้ความปราณีตผิดมนุษย์อีกต่างหากถึงจะมีภาพขาวดำดีๆบนกระดาษให้เราได้ดูกัน

แต่ด้วยความใจร้อนและขี้เกียจปนๆกัน ผมก็เลยลองลัดขั้นตอนบางอย่าง คือ ยังคงถ่ายภาพและล้างฟิล์มด้วยวิธีปกติ แต่ในขั้นตอนการทำภาพออกมาดู ผมใช้วิธีขยายภาพฟิล์มด้วยเครื่องอัดภาพขาวดำ ให้ฉายลงพื้นสีขาวหรือกระดาษขาวไปเลย แทนที่จะเป็นกระดาษอัดภาพ เพราะผมไม่อยากเตรียมน้ำยาเคมีทั้งถาดเพื่ออัดภาพแค่ภาพเดียว เลยขยายภาพจากฟิล์มด้วยเครื่องอัดให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่เครื่องจะทำได้ พอเห็นภาพฉายแสงแล้ว ก็ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพที่ปรากฏนั้นเลยIMG_20180425_105223

ผมใช้โทรศัพท์ huawei p9 ตั้งค่าให้ถ่ายภาพในโหมดขาวดำ แล้วก็ถ่ายภาพในห้องมืด ก็จะได้ภาพในมือถือเป็นภาพกลับสีกัน เพราะฟิล์มเป็นฟิล์มเน็กกาทีฟนั่นเอง เมื่อได้ภาพมาแล้วก็เอามาคร็อปภาพให้ได้ขอบเขตที่ต้องการ ตัดส่วนนอกโดยรอบออก

IMG_20180425_111517

เราก็จะได้กลับสีที่ใหญ่ขึ้น กรอบภาพและตัวภาพก็อยู่ในระยะที่เหมาะสม ขั้นตอนการคร็อปภาพนี้ใช้มือถือสั่งทำได้โดยตรง พอได้ภาพที่คร็อปมาแล้ว ก็มาทำการเปลี่ยนสีด้วย app ที่ชื่อ negative image หาโหลดได้ใน play store ของ android เป็นของฟรี มีโฆษณานิดหน่อย แต่ก็ทนใช้งานได้

Negative Image_1524629748890-01

เมื่อกลับสีแล้วเราก็จะได้ภาพโทนสีปกติ ผมคนเป็นสีดำ ผมปรับสีของขาวดำด้วย app ที่ชื่อ vsco ซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนสีได้หลายรูปแบบ ซึ่งผมใช้เปลี่ยนสีขาวดำ มีการปรับ ความสว่าง คอนทราสต์ และรายละเอียดในเงามืดให้สว่างขึ้นนิดหน่อย ก็ได้ภาพตามที่เห็นภาพสุดท้ายนี้

IMG_20180425_104932

Negative Image_1524628196867-01

การใช้มือถือถ่ายภาพจากเครื่องอัดขยายเป็นเทคนิคของคนขี้เกียจ ผมแค่อยากจะเห็นภาพในมือถือ แค่อยากจะมีภาพไว้ส่งให้คนอื่นดู ยังไม่ได้อยากจะอัดเป็นกระดาษจริงๆ ก็เลยใช้วิธีนี้

ภาพขาวดำดิจิทัล

IMG_20180330_080015

 

กล้องดิจิทัลออกมาโกยตลาดอยู่เกือบยี่สิบปี  ในสิบปีล่าสุดนี้ทำให้กล้องฟิล์มสูญพันธ์ุไปในที่สุด  ด้วยเหตุผลว่า กล้องดิจิทัลไม่เปลือง ไม่มีค่าใช้จ่ายในการถ่ายรูปอีกเลย ไม่ต้องซื้อฟิล์ม ไม่ต้องล้าง ไม่ต้องรอ คนทั้งโลกก็ยินดีต้อนรับและใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์

ในการถ่ายรูป  จะมีงานภาพขาวดำที่เป็นยาขมของระบบดิจิทัล  เพราะสีขาวดำของดิจิทัลมักจะไม่ให้โทนสีที่เข้มสวยสะใจเหมือนกับการถ่ายภาพด้วยฟิล์มแล้วอัดลงกระดาษ  ซอร์ฟแวร์ที่ช่วยแปลงภาพสีให้เป็นขาวดำก็ทำงานได้ไม่โดนใจ ต้องใช้ความสามารถของคนแปลงสีอยู่เยอะ  แม้แต่การแปลงสีเป็นขาวดำในกล้องก็ยังไม่สามารถยอมรับได้  ซึ่งสิ่งนี้เป็นยาขมของช่างภาพขาวดำที่ใช้กล้องดิจิทัลถ่ายยังไงก็ขาวดำไม่สวยถูกใจเหมือนฟิล์ม

ซอร์ฟแวร์ช่วยแปลงภาพสีให้เป็นขาวดำบางตัว มีฟิลเตอร์ขาย เป็นโหมดการแปลงขาวดำที่ดูดี ค่าฟิลเตอร์แพงกว่าซอร์ฟแวร์  เพราะซอร์ฟแวร์บางตัวฟรี บางตัวเสียตังนิดหน่อย บางตัวเสียตังแพง  แต่ฟิลเตอร์สีขาวดำเท่ห์ๆนั้นมีราคาค่าตัวด้วย  คนที่อยากได้ขาวดำระดับโปร ดูเหมือนมืออาชีพก็มักจะต้องซื้อฟิลเตอร์ยอดนิยมเหล่านั้น

ผมก็ใช้กล้องดิจิทัลมาหลายปี และก็ไม่ได้ซื้อซอร์ฟแวร์แปลงขาวดำสักที  เพราะอาศัยตัวแปลงอื่นๆที่เราพยายามมากหน่อย ใช้เวลามากหน่อยก็ได้ภาพที่เราพอใจ  แต่มันก็ลำบากและใช้เวลาพอสมควร และด้วยความบังเอิญที่ได้เปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์ Huawei รุ่น P9 ที่มีโหมดการถ่ายขาวดำที่ดูดี  มีการแปลงสีที่ใช้ได้  อาจเป็นเพราะว่าเป็นมือถือที่ใช้ระบบกล้องจากไลก้า ใช้ซอร์ฟแวร์ของไลก้า ซึ่งไลก้ามีชื่อเสียงกับวงการถ่ายภาพมานานเกือบร้อยปี  และโทนสี โทนขาวดำที่ไลก้านำเสนอก็เป็นแนวทางสีที่มือโปรชอบกัน  มือถือ P9 ก็เลยเป็นมือถือที่ถ่ายขาวดำได้สวย และมีการแปลงสีที่สวยนั่นเอง  ไม่ใช่แค่รุ่นP9เท่านั้น แต่รุ่นอื่นที่พ่วงสัญลักษณ์ไลก้าลงไปบนตัวมันก็ต่างใช้ซอร์ฟแวร์ที่ให้สีสันแบบไลก้าจริงๆ  การถ่ายภาพขาวดำด้วยมือถือ huawei หรือ การปรับสีให้เป็นขาวดำด้วย app ติดเครื่องมากับมือถือเหล่านี้ก็เลยให้ภาพที่ถูกใจคนชอบขาวดำ

หลายภาพที่ถ่ายแล้วถูกใจในองค์ประกอบผมจะทดลองแปลงเป็นขาวดำด้วยมือถือ huawei P9 เช่นกัน แม้แต่ภาพที่ถ่ายจาก DSLR ก็ยังต้องเอามาลอง  เพราะถูกใจสีขาวดำของ Huawei นั่นเอง

 

IMG_20180326_195306

 

IMG_20180324_094332

 

IMG_20180324_092648

 

2018-03-24 09.16.22 1

 

IMG_20180318_232513

 

IMG_20180401_165152

 

IMG_20180401_165921

การสแกนฟิล์มด้วยเลนส์มาโครและกล่องไฟ

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มในยุคดิจิทัลยังเป็นสิ่งที่มีลมหายใจอยู่  เมื่อก่อนในวันที่เป็นยุคทองของฟิล์ม เราถ่ายภาพ แล้วส่งล้างอัด แล้วก็ได้ภาพมาดูเป็นเล่ม  มันสะดวกมากสำหรับฟิล์มสี  ส่วนฟิล์มขาวดำก็ต้องล้างฟิล์มแล้วสั่งอัดภาพ  แต่การอัดภาพด้วยร้านถ่ายภาพสีทั่วไป ภาพสีขาวดำก็จะออกมาดูไม่น่ามอง  ภาพขาวดำที่ีสวยก็ต้องเป็นการอัดภาพลงบนกระดาษขาวดำแท้ๆเท่านั้น

แต่บางคนก็ไม่สามารถอัดภาพได้เอง  ต้องอาศัยวิธีสแกนภาพแล้วดูในคอมพิวเตอร์  หรือ ดูในมือถือแทนโดยไม่ต้องอัดบนกระดาษจริง  ยิ่งยุคนี้เป็นยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ค อยากมีภาพเป็นไฟล์เพื่อส่ง เพื่อแชร์ให้เพื่อนดูกันทั้งนั้น  การเอาภาพจากฟิล์มขาวดำก็ต้องใช้วิธี สแกน  ร้านถ่ายภาพทั่วไปก็มีบริการรับสแกน  แต่ค่าใช้จ่ายก็แพงขึ้นกว่าเดิม  ไหนๆเราก็มีกล้องดิจิทัลกันอยู่แล้ว ก็ลองใช้อุปกรณ์ของเราสแกนฟิล์มเลยดีกว่า ซึ่งกล้องดิจิทัลที่มีเลนส์มาโครหรือเลนส์ถ่ายใกล้ๆได้จะสามารถนำมาใช้สแกนฟิล์มได้  วิธีนี้ ประหยัด ไม่เสียเงินซักบาท  แต่อาจเสียเงินซื้อเลนส์มาโครแทน

scan-bw-IMG_0205

ให้จัดการเซ็ทอัพอุปกรณ์ตามนี้  ใช้กล่องพลาสติกขนาดใหญ่ หรือ เล็กก็ได้ แต่ในภาพของผมจะใช้กล่องใหญ่เพราะตั้งใจจะใช้ถ่ายฟิล์มทั้งม้วนเลย  โดยการเอากล่องขาวขุ่นมาวางพื้น แล้วเอาฟิล์มบางบนกล่อง  หาของทับฟิล์มให้เรียบแนบไปกับกล่อง  กล่องขาวขุ่นนี้ผมซื้อจากร้านขายอุปกรณ์แต่งบ้าน มันถูกขายเป็นถังขยะสีขาว ผมเห็นแล้วก็ถูกใจเลยสอยมาใช้  ส่วนแสงสว่างที่ส่องในกล่อง ผมใช้แฟลชเก่าๆตัวนึงที่ทำงานได้ แล้วต่อชุดส่งสัญญาณแฟลชไร้สาย หรือ ไวเลสทริกเกอร์  โดยตัวส่งสัญญาณจะเสียบอยู่กับกล้องถ่ายภาพ  ตัวรับสัญญาณจะต่อกับแฟลช  เมื่อเรากดถ่ายภาพ แสงแฟลชก็จะทำงาน ส่งผลให้กล่องเรืองแสง

IMG_0198

ดูใกล้ๆก็จะเป็นแบบนี้  เราถ่ายภาพฟิล์มขาวดำด้วยกล้องดิจิทัลโดยตรงได้เลย  ภาพที่ได้ก็จะเป็นภาพแบบที่ตาเห็น คือ เป็นภาพดูไม่ค่อยรูัเรื่อง สีสันก็เป็นแบบตรงกันข้าม   หากเราจะสแกนภาพจากฟิล์มแค่บางภาพ เราก็ถอดฟิล์มจากซองมาวางบนกล่อง แล้วใช้เลนส์มาโครถ่ายภาพซะเลย

DSCF7049

ถ้าเราจะสแกนฟิล์มขาวดำทั้งม้วน โดยให้เรียงตัวสวยๆเหมือนภาพ คอนแท็คปริ๊นท์ หรือcontact print ก็ใช้ใช้วิธี วางซองฟิล์มทั้งซองบนกล่องขาวขุ่นนี้เลย นี่คือเหตุผลที่ผมเลือกใช้กล่องขนาดใหญ่ เพราะต้องการถ่ายภาพฟิล์มทั้งม้วน ซึ่งใช้พื้นที่ใหญ่พอสมควร กล่องใหญ่ก็จะได้เปรียบคือทำงานคอนแท็คปริ๊นท์ได้นั่นเอง

DSCF7210

ภาพฟิล์มทั้งม้วนที่ถ่ายด้วยกล่องไฟจะเป็นแบบนี้  เมื่อถ่ายภาพได้แล้ว ก็เอาภาพ jpg ที่ได้มา ไปปรับค่าต่อในโฟโต้ช็อป โดยการสั่ง invert เพื่อกลับภาพจากดำเป็นขาว และ ขาวเป็นดำ  และทำการปรับระดับสีดำ และสีขาวให้สมจริง เราก็จะได้ภาพสีปกติออกมา

 

DSCF7210-contactsheet 20jul2012

แค่นี้เราก็ได้ภาพคอนแท็คปริ๊นท์ที่ดูคลาสิคมากออกมา  เราสามารถปริ๊นท์ภาพนี้เก็บไว้เป็นภาพโชว์ได้เลย  ขนาดภาพของคอนแท็คปริ๊นท์ในอดีตจะใหญ่เท่าจริง คือฟิล์มเรามาใหญ่แค่ไหน คอนแท็คปริ๊นท์แท้ๆก็จะใหญ่เท่านั้น

คราวนี้เราจะมาสแกนบางภาพที่เราต้องการบ้าง  บางภาพที่เราต้องการนี้ก็อาจจะเป็นภาพที่เราตั้้งใจจะโพสท์หรือตั้งใจจะเอาไปอัดขยายให้ใหญ่  เราก็จะทำการถ่ายฟิล์มที่ต้องการแค่ภาพเดียว ซึ่งการถ่ายฟิล์มแค่ภาพเดียวเราจะต้องใช้เลนส์มาโคร เพื่อให้สามารถถ่ายภาพฟิล์ม 1 ภาพให้ใหญ่เกือบเต็มเฟรมของกล้องดิจิทัล

IMG_0284

ภาพที่ถ่ายได้จากเลนส์มาโครจะทำให้เราได้ชิ้นฟิล์มค่อนข้างใหญ่  จริงๆเราสามารถใช้เลนส์มาโครระดับ 1:1 เพื่อถ่ายชิ้นฟิล์มได้ใหญ่กว่านี้  แต่ผมชอบภาพที่เห็นรูหนามเตยของฟิล์ม เพราะทำให้ภาพดูน่ามอง ดูเท่ห์กว่า  ก็เลยถ่ายแบบให้เห็นขอบฟิล์มเยอะหน่อย   จากนั้นก็เอาภาพมากลับสีด้วยคำสั่ง invert ในโปรแกรมโฟโต้ช็อป ซึ่งถ้าใครถนัดโปรแกรมอื่น หรือ ถนัดใช้ app ในมือถือ ก็แล้วแต่สะดวก  เมื่อกลับสีแล้วก็จัดการปรับค่าดำ ค่าขาว ในภาพให้ดูสมจริง ดูเป็นภาพขาวดำปกติ

IMG_0284bw

ออกมาได้แบบนี้เลย  ภาพลูกชาย วันแรกที่เกิด  ฟิล์ม lucky กล้องไลก้า minilux ล้างฟิล์มเอง สแกนเอง ภูมิใจเอง

 

ขอบฟ้าโตขึ้นเยอะเลย

pic20150407002758

ภาพของขอบฟ้าที่บันทึกเอาไว้ได้ในช่วงเวลาต่างกัน ภาพทางซ้ายคือช่วงเวลาประมาณปลายปี 2013 ซึ่งเป็นการถ่ายภาพด้วยฟิล์มขาวดำและได้สแกนเก็บไว้เป็นไฟล์ ส่วนทางซ้ายก็ถ่ายในช่วงเวลาเดือนเมษายน 2558 เป็นระยะเวลาที่ห่างกันประมาณ 17 เดือน

ภาพต้นฉบับของทั้งคู่คือภาพต่อไปนี้
PICT0010
ภาพขาวดำจากกล้อง nikon fm2n เลนส์ 50f1.8 ฟิล์ม lucky200 ล้างด้วย d76 สแกนด้วยเครื่องสแกนฟิล์ม jumbl ราคา 99ดอลล่าร์จาก amazon

IMG_7711.JPG
ภาพขอบฟ้าเดือนเมษายน ถ่ายด้วยกล้อง canon eos6d เลนส์ 85f1.8

ถ่ายภาพด้วยกล้อง Holga

holga scan 10dec2013-1

กล้อง Holga เป็นกล้องจากประเทศฮ่องกง ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นของเล่นสำหรับนักถ่ายภาพที่อยากจะใช้ฟิล์มขนาดใหญ่ขนาด 6x6cm หรือฟิล์ม 120 ซึ่งเป็นฟิล์มที่ได้รับการใช้งานในวงการสตูดิโอระดับมืออาชีพมาตลอดตั้งแต่เรารู้จักกับคำว่าถ่ายภาพแฟชั่น

holga scan 10dec2013-1r

ฟิล์มใหญ่จะให้ความคมชัดสูงกว่าฟิล์มเล็กเป็นเรื่องที่นักถ่ายภาพท่องกันขึ้นใจ กล้อง Holga เป็นกล้องราคาถูก ซื้อขายกันง่าย ไม่ต้องดูแลมาก เป็นพลาสติกเกือบทั้งตัวยกเว้นสปริงที่เป็นเหล็ก มีรูรับแสงคงที่ มีช่องมองภาพเอาไว้เล็ง ปรับโฟกัสได้บ้างเป็นช่วงๆ คือถ่ายใกล้หน่อยสำหรับถ่ายคนเดียว ถ่ายไกลหน่อยสำหรับถ่ายหลายคน ถ่ายไกลสุดเอาไว้ใช้ตอนถ่ายวิว ระยะโฟกัสก็หมุนเอาตามสถานการณ์และความมั่นใจของช่างภาพ ภาพชัดไม่ชัดก็ไปลุ้นกัน ค่าสปีดชัตเตอร์ระบุไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แต่ให้ใช้หลักการของกฏ sunny16 เอาไว้ ก็คือ ต้องมีแดดถึงจะถ่ายได้ แดดยิ่งแรงยิ่งดี

holga scan 11dec2013-2--3

ผมถ่ายภาพลูกด้วยค่าแสงตอนประมาณเจ็ดโมงเช้า รู้ทั้งรู้ว่าแสงยังไม่เข้มพอ เลยหลอกให้ลูกไปดูพระอาทิตย์ตรงๆ ให้แสงอ่อนๆตกลงบนหน้าพอดี ส่วนอื่นในภาพก็มืดไปตามสภาพที่ไม่โดนแสง

ความคมชัดของกล้องตัวนี้พอใช้ได้ที่กลางภาพ ถ้าโฟกัสถูกก็จะให้ภาพที่คาดหวังได้ แต่ขอบภาพจะมัวๆเบลอๆ ซึ่งเป็นบุคลิกของกล้องราคาถูก แต่ดันเป็นรูปแบบที่คนส่วนใหญ่ชอบคือตรงกลางชัด รอบๆช่างหัวมัน

holga scan 11dec2013-2--5

ฟิล์ม fomapan น้ำยา d76 24องศา 5 นาที สแกนเนอร์ epson4490 และภาพยืนเกาะรั้วนี้ผมชอบมาก จนเอาไปอัดขยายใส่กรอบและใช้เป็นของประดับบ้านเลย

P1100177

และนี่คือหน้าตาของกล้อง Holga120 ครับ

ผมได้ทำคลิปวิดีโอพูดถึงกล้องตัวนี้เอาไว้ด้วย ลองไปชมดูได้นะครับ เป็นเนื้อหาที่ทำขึ้นมาคนละช่วงเวลากับการเขียนบทความนี้