กลับมาใช้ ipod mini ในปี 2022

IMG_2761

เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนในยุคนี้อาจหลงลืมไปแล้ว เพราะยุคสมัยปัจจุบันในปี คศ 2022 โทรศัพทืมือถือมีความสามารถสูงมาก มันทำได้แทบจะทุกอย่างที่คอมพิวเตอร์ทำได้ การดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอเน็ตมันทำได้ดีเยี่ยม และมี app ที่เล่น social network อีกหลายตัวที่น่าใช้ และคนส่วนมากก็เลือกที่จะซื้อโทรศัพท์เครื่องเดียวเพื่อใช้ทุกอย่าง แม้แต่การฟังเพลงก็ฟังผ่านโทรศัพท์ด้วยเช่นกัน

scan-2012-minilux-jul-17

เครื่องเล่นเพลงแท้ๆหมดความนิยมไปแล้ว เพราะทุกคนไปพกอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนแทน ผมก็เคยพักสมาร์ทโฟนแทนการทำงานและการฟังเพลงเช่นกัน และก็ค้นพบว่า การฟังเพลงผ่านสมาร์ทโฟนมันยังไม่ถูกใจ ในแง่คุณภาพเสียงมันพอใช้ได้ แต่ในแง่ของความต่อเนื่องสมาร์ทโฟนสอบตกทันทีในเวลาไม่กี่นาทีที่ใช้งาน เพราะว่าตอนที่ฟังเพลงเพลินๆอยู่ เดี๋ยว email ก็เข้า เดี๋ยวโปรแกรม chat ก็มี message เข้า เดี๋ยวก็มีการแจ้งเตือนใน app ต่างๆเด้งขึ้นมา เรียกได้ว่าในเวลาไม่เกิน 5 นาที จะต้องมีข้อความใหม่เข้ามาสักช่องทางหนึ่ง สิ่งเหล่านี้รบกวนการฟังเพลงมาก เพราะสมาร์ทโฟนจะส่งเสียงเตือน ทำให้การฟังเพลงสะดุดมีเสียงแทรกบ่อยมาก

IMG_9019

เลยไปดั้นด้นตามหา ipod กลับมาใช้อีกครั้ง จริงๆผมก็มี ipod mini อยู่ตัวหนึ่งที่ซื้อไว้นานแล้วตั้งแต่ยุคปี 2005 และมาถึงตอนนี้แบตเตอรี่มันก็เสื่อมไปแล้ว เปิดใช้งานได้แค่ไม่ถึง 1 เพลงก็ดับไป แต่อาศัยว่าเอาไปใช้งานกับเครื่องเสียงบ้าน วาง ipod บน dock ที่ออกแบบมาเฉพาะ ทำให้มันสามารถใช้งานได้โดยไม่ดับ และ ipod ตัวเก่าก็ส่งเสียงได้ดี คุณภาพเสียงยังคงดีอยู่

20220330172913_IMG_0137

ipod สีฟ้านี้ผมได้มาเป็นมือสอง มีคนประกาศขายในราคาถูกกว่ากินอาหารในห้าง 1 มื้อเสียอีก เจ้าของเก่าดูแลเครื่องได้ดี และแบตเตอรี่ติดตัวมาก็เสื่อมในระดับที่ใช้งานได้ประมาณ 30 นาที แต่ทั้งหมดก็ยังแก้ปัญหาได้ เพราะเราสามารถใช้งานแบบเสียบสายชาร์จตลอดเวลาก็ได้ จะวางบน Dock เพื่อใช้กับเครื่องเสียงบ้านหรือลำโพงเฉพาะทางสำหรับ ipod ก็ได้

IMG_8375

เมื่อนำมาใช้ก็ทำให้ความรู้สึกวันวานกลับมาเต็มที่เลย ชีวิตทำงานประมาณยี่สิบปีที่ผ่านมาผมนั่งรถยนต์เยอะมาก การฟังเพลงในรถกลายเป็นช่วงเวลาที่ทำได้นานที่สุด และ ipod เมื่อนำไปใช้บนรถยนต์แล้วมันกลายเป็นของที่ดีเลย เพราะมันไม่มีเสียงแทรกจาก app แบบสมาร์ทโฟน เพลงหลายพันเพลงสามารถบรรจุอยู่ใน ipod ได้ และเราสามารถเลือกฟังได้ง่าย เมื่อฟังแล้ว ระหว่างขับรถ เราก็สามารถควบคุมการทำงาน เพิ่มลดเสียง หรือ กดข้ามเพลง ได้โดยที่เราไม่ต้องละสายตาไปมอง ทำให้การขับรถไปฟังไปเป็นเรื่องที่เพลิดเพลิน สามารถข้ามเพลงได้โดยไม่อันตรายนั่นเอง ถ้าย้อนกลับไปสู่เทคโนโลยีเครื่องเสียงรถยนต์ที่หลายคนจะต้องหาเครื่องเล่นซีดีเช้นเจอร์ หรือ cd changer ที่ใส่แผ่นซีดีได้ 6 แผ่น หรือ 10 แผ่น เพื่อให้การฟังเพลงในรถยนต์ไม่ต้องหยิบแผ่นบ่อยๆ ipod มาทดแทนได้อย่างสมบูรณ์แบบ จะให้เล่น 10 อัลบั้มหรือ 100 อัลบั้มก็ทำได้สะดวกเหมือนกัน

IMG_20180727_082714

ipod ได้รับความนิยมากจนมีผู้ผลิตหลายรายทำอุปกรณ์เสริมออกมาให้ใช้ร่วมกัน ดูตัวอย่างของแท่นวางสำหรับใช้งานในรถยนต์ เราจะไม่เคยเห็นแท่นวางออกแบบน่ารักแบบนี้สำหรับสมาร์ทโฟน ความคิดสร้างสรรค์ของอุปกรณ์เสริม ipod มีให้เราเห็นตลอดเวลาที่ ipod รุ่งเรือง หลายอย่างออกแบบมาได้อย่างน่าทึ่ง เสน่ห์ของการใช้ ipod นอกจากคุณภาพเสียงแล้ว ความน่ารักของอุปกรณ์เสริมก็เป็นสิ่งที่ทำให้มันดูคลาสิค น่าสะสม ไม่แปลกใจที่มีคนสะสม ipod อย่างจริงจัง เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลยี่ห้ออื่น รุ่นอื่นที่ไม่ใช่ ipod ก็ดูจะไม่ได้รับความนิยมในการสะสมแต่อย่างใด

IMG_20200120_132303

ipod เป็นเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่ขายดีที่สุดในโลก เคยมีรายงานว่าจำนวน ipod ทุกรุ่นรวมกันมีมากถึง 450 ล้านเครื่อง เชื่อว่าจะไม่มีเครื่องเล่นเพลงใดจะมียอดขายระดับร้อยล้านเครื่องอีกแล้ว ipod ส่วนใหญ่เป็นเครื่องเล่นที่สามารถซ่อมบำรุงได้ เปลี่ยนแบตได้ มีอะไหล่มือสองเต็มไปหมด เราน่าจะพบเห็นการใช้ ipod ไปอีกยาวนานมากจนไม่อาจคาดเดาถึงวันที่สิ้นความนิยมได้ แม้ว่าจะเลิกขายอย่างเป็นทางการไปแล้วก็ตาม

ข้อเสียของการไม่อัพเดทซอร์ฟแวร์ตอนที่ 2

ความเดิมจากตอนที่แล้ว ที่ผมพบปัญหาจนทำให้ใช้งานเครื่องคอมฯไม่ได้ จากโพสท์เดิม

ในคราวนี้เป็นตอนต่อ

ผมพยายามจะหาที่อัพเดท osx แต่ก็ไม่เจอ เลยต้องพยายามหาวิธีจากข้อมูลของฝรั่ง ว่าแต่ละคนเขาอัพเดทยังไง สุดท้ายก็ไปพบว่า การอัพเดทเครื่องแมคเก่าว่าจะต้องใช้วิธีดาวน์โหลดตัวอัพเดทโดยตรง และแม็คบุ๊คแอร์ปี 2010 จะใช้ osx ได้ถึงรุ่น 10.11 เท่านั้น ก่อนที่จะพบวิธีนี้ ผมก็ถอดใจไปแล้ว และได้ไปซื้อโน้ตบุ๊คตัวใหม่มาใช้แทนไปแล้วด้วย นั่นก็คือไปซื้อโน้ตบุ๊ค Asus และกลับไปใช้วินโดส์ทำงานอีกครั้ง

IMG_0157

การย้ายกลับไปใช้งานวินโดสท์ในยุคนี้ถือว่าไม่ได้เลวร้ายเลย เพราะการใช้งานประจำวัน เราใช้งานบน cloud เป็นส่วนมาก ไม่ว่าจะเป็น Dropbox ที่สามารถเข้าถึงได้จากทุก os หรือ การใช้งานเอกสารตระกูลอ๊อฟฟิศทั้งหลายผมก็เลือกใช้ openoffice มาตลอดตั้งแต่ยุคก่อนสมาร์ทโฟนแล้ว เพื่อหลบปัญหาการย้าย os ซึ่งนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องครั้งหนึ่ง

ส่วนการใช้งานเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ และ youtube ก็ทำงานผ่านเบราเซอร์ ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งวินโดส์หรือ osx เราก็มี firefox และ Chrome ให้ใช้ นั่นทำให้การทำงานบนคอมพิวเตอร์สามารถทำงานจากเครื่องไหนก็ได้ ขอให้มันเปิดเบราเซอร์ได้ก็พอ การอัพเดท osx ในคอมพิวเตอร์เก่าตกรุ่นให้อ่านจากข้อมูลของ apple ลิงค์นี้ https://support.apple.com/th-th/HT211683 และที่ด้านล่างสุดของหน้านี้ก็จะเป็นส่วนของการดาวน์โหลดตัวอัพเดท

แต่ก่อนจะคลิกโหลด ให้ลองคลิกเข้าไปอ่านข้อมูลตัว OSX EI Capitan เราก็จะพบกับรายละเอียดที่บอกว่า osx ตัวนี้ ต้องใช้ฮาร์ดแวร์เก่าที่สุดได้แค่ไหน ซึ่งแม็คบุ๊คแอร์ 2010 สามารถใช้งานได้

ScreenClip

ผมดาวน์โหลดตัวอัพเดท osx 10.11 มาลงในแม็คบุ๊คแอร์ที่วางนิ่งๆเงียบๆไม่ได้ใช้งานมาเป็นปี สภาพโน้ตบุ๊คอายุ 10 ปี มีแค่สายชาร์จเปื่อย แต่ยังใช้งานได้ มีร่องรอยขีดข่วนดูไม่สะอาดนัก แต่ไม่แตก ไม่บุบ ไม่ร้าว ถือว่าบอดี้อลูมิเนียมของแม็คบุ๊คแอร์ทำงานได้แข็งแรงมาก ปุ่มกดทุกปุ่มยังปกติ และเมื่อโหลดตัวอัพเดทมาความจุประมาณ 6gb ผมก็จัดการคลิกเริ่มต้นการอัพเดท เครื่องประมวลผลอยู่นานมาก น่าจะประมณ 2 ชม. แล้วเมื่อการลงโปรแกรมและรีสตาร์ทหลายครั้งจบลง ผมก็ได้โน้ตบุ๊คที่มี os เป็น 10.11 มาใช้งาน และทดสอบทันที เปิดเบราเซอร์ ลองเข้า youtube แล้วพิมพ์หาเพลงที่ต้องการฟัง ทุกอย่างทำได้เร็วเกือบเหมือนเครื่องซื้อใหม่ ไชโย…….

Screen Shot 2564-08-06 at 10.30.45 AM

ผมโหลด Firefox ตัวล่าสุดที่ใช้งานได้บน 10.11 มาลองใช้ ก็ทำงานได้ดี เบราเซอร์สามารถเข้าถึงเว็บทุกชนิดที่ผมใช้งานได้ สามารถ login เข้า Gmail เข้า Flickr เข้า Facebook ผมได้เครื่องกลับมา ใช้งานได้ทุกอย่าง แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือความเร็วไม่ปรู๊ดปร๊าดเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะความเร็วซีพียูของแม็คบุ๊คแอร์2010 ค่อนข้างต่ำ และ Ram ก็มีแค่ 2Gb เท่านั้น เป็นข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ที่ไม่สามารถเพิ่มแรมได้ แต่มันก็ไม่ได้แย่ เพราะถ้าเราไม่ได้เปิด tab ในเบราเซอร์เยอะเกินไป เราก็ยังทำงานได้รวดเร็วเพียงพอ และตอนนี้ บทความนี้ผมก็กำลังพิมพ์อัพเดทบล๊อกของผมเองใน wordpress และใช้ภาพที่ลิงค์มาจาก flickr ขณะเดียวกันก็เปิด youtube ไว้ฟังเพลงด้วย ทุกอย่างทำงานพร้อมกันได้ ไม่ติดขัด

จะมีเพียงแอ็พ dropbox ที่ผมยังไม่ได้ทดลองลง เนื่องจากแม็คบุ๊คแอร์เครื่องนี้มีความจุแค่ 64Gb ทำให้เหลือพื้นที่ใช้งานต่างๆเมื่อลง app ที่จำเป็นไปแล้วไม่มาก ผมเลยตัดสินใจไม่ลง Dropbox เพราะว่า Dropbox จะดูดไฟล์งานที่อยู่ในระบบมาเก็บไว้ในเครื่องด้วย ปีแรกที่ลอง Dropbox ผมมีไฟล์ไม่เกิน 1Gb แต่เมื่อเวลาผ่านไป 10ปี Dropbox ของผมมีไฟล์โตขึ้นมากลายเป็น 6Gb ขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์โบราณเครื่องนี้เหลือที่ว่างแค่ 9Gb เท่านั้น

2017-08-26_09-01-42-01

เวลาผ่านมาประมาณ​10 ปี เครื่องคอมพิวเตอร์ของ apple เครื่องนี้ยังใช้งานได้ดี แบตเตอรี่ยังทำงานได้ประมาณ 3ชม. ไม่บวม ไม่ร้อน ไม่สร้างความวิตกกังวัลให้ผมเลย ความสว่างหน้าจอยังปกติ หน้าจอยังไม่มีอาการแผ่น LCD ลอก ซึ่งอาการลอกนั้นผมพบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอื่นๆและทีวีในบ้านอีกหลายเครื่องเมื่ออายุหลายปี อย่างเช่นโน้คบุ๊คถอดจอแยกกับคีย์บอร์ดได้ของ Acer ที่ใช้ซีพียู atom ก็มีอาการจอลอก ทีวีที่ผมใช้เป็นจอมอนิเตอร์อายุประมาณ 10 ปี ก็ลอก ทีวีที่แม่ผมดูมาเกิน 10 ปี ก็จอลอก ดังนั้นมีข้อเปรียบเทียบเรื่องคุณภาพวัสดุหลายอย่างที่ยืนยันว่าสินค้า apple เลือกของดีและทนมาผลิตขายจริงๆ

ปีนี้ 2021 วันที่เขียนโพสท์นี้ โลกเรากำลังเผชิญกับปัญหาโควิด ทำให้เกิดการล๊อคดาวน์เป็นวงกว้าง ธุรกิจล้มระเนระนาดทั่วโลก การท่องเที่ยวพังพินาศ สายการบินล้มละลาย ร้านอาหารขายของไม่ได้ โรงเรียนปิดยาวเปลี่ยนเป็นการเรียน online และการเข้าสู่ online เราจะต้องใช้ระบบ Video conference นั่นทำให้เว็บแคมในโน้ตบุ๊คกลายเป็นของจำเป็น และกล้องในแม็คบุ๊คแอร์เครื่องนี้ก็ยังทำงานได้ แม้ความละเอียดจะต่ำ สัญญาณรบกวนเยอะ เหมือนกล้องคุณภาพต่ำจากสิบปีที่แล้ว แต่มันก็ยังใช้ได้ โน้ตบุ๊ควินโดส์ที่ซื้อมาใช้ก็ยกให้ลูกใช้เรียน online ผมกลับมาใช้แม็คบุ๊คแอร์ตัวเก่า มันก็ใช้ได้ดี ใช้สื่อสารได้ครบถ้วนทุกฟังค์ชั่น นับว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่ทนที่สุดที่ผมเคยใช้งานมา

รีวิว Apple USB-C to headphone jack 3.5mm

โทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบันเริ่มออกแบบให้ไม่มีช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5mm โดยคงเหลือไว้แต่พอร์ตชนิด usb-c แค่เพียงพอร์ตเดียวเท่านั้น เป็นผลให้หูฟังระบบเก่าที่เป็นแจ็ค 3.5mm ไม่สามารถใช้งานกับเครื่องรุ่นใหม่ได้ หลายยี่ห้อก็จะผลิต accessory ออกมาทดแทน คือ ทำตัว usb-c to headphone jack 3.5mm ออกมา คนที่จะใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่กับหูฟังรุ่นเก่าก็ต้องพึ่งอแด๊ปเตอร์ตัวนี้เท่านั้น และเมื่อมันเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสียงเข้าหูฟัง ก็เลยมีประเด็นเรื่องคุณภาพเสียงออกมาให้พิจารณาด้วย

Apple usb-c to 3.5mm

ค่าย apple ก็มีพอร์ตเฉพาะของตัวเองเป็น lightning มือถือและแท็ปเบล็ตอย่าง ipad ก็ใช้พอร์ตชนิดนี้ แต่ก็ดันมีรุ่นหนึ่งอย่าง ipad pro ที่เลือกใช้พอร์ต usb-c ออกมา และไม่มีช่องเสียบหูฟัง การจะใช้หูฟังกับ ipad รุ่น usb-c ก็เลยจำเป็นต้องมีตัวแปลง usb-c to headphone jack 3.5mm ตัวนี้ เราก็เลยมี apple usb-c to 3.5mm ให้ใช้

IMG_20200612_130433

google ทำอแด๊ปเตอร์ usb-c to 3.5mm มาใช้กับมือถือ nexus ราคาเส้นละ 20 ดอลล่าร์ พอ apple ทำบ้าง แต่ตั้งขาย 10ดอลล่าร์ ก็เป็นประเด็นให้สาวกค่าย google บ่นว่า google ทำของแพง และยิ่งมีคนเทียบคุณภาพเสียงแล้ว พบกว่า apple ทำเสียงออกมาดีกว่า google ก็เลยยิ่งเป็นประเด็น และในที่สุด google ก็ลดราคาอแด๊ปเตอร์ของตัวเองลงมาอยู่ในระดับราคาเดียวกับ apple

ด้วยข้อมูลที่ฝรั่งหลายเว็บบอกไว้ว่าคุณภาพเสียงของ apple ทำออกมาดี ผมก็เลยสนใจสั่งซื้อมาลองกับโทรศัพท์ของตัวเองด้วย โดยโทรศัพท์ที่ใช้ก็คือ Redmi Note7 ที่ใช้พอร์ต usb-c และเมื่อได้ทดลองเสียบอแด๊ปเตอร์ของ apple เข้าใช้งานกับมือถือ android พบว่าทำงานได้ดี ก็เลยจัดการทดสอบจริงจัง และ อยากจะทดลองใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คด้วย เลยหาตัวแปลงพอร์ต usb-c to usb-a มาใช้ร่วมมกัน

คุณภาพเสียงของ apple usb-c to 3.5mm ตัวนี้ถือว่าดีมาก มันให้ความโปร่งฟังสบาย เสียงใส และมีเสียงย่านเบสที่ลงลึก ติดตามการเล่นโน้ตเบสได้ง่าย และฟังเสียงกลองแยกแยะเสียงกระเดื่องได้ชัดเจน เทียบเสียงที่ฟังตรงกับโทรศัพท์ กับเสียงที่ผ่านอแด๊ปเตอร์เส้นนี้ เสียงตรงจากโทรศัพท์จะให้เสียงโดยรวมเหมือนนักดนตรียืนทับซ้อนกัน ชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นจะอยู่ชิดติดกัน แต่เสียงที่ผ่านอแด๊ปเตอร์เส้นนี้จะแยกแยะช่องไฟได้ห่างและชัดเจนกว่า การทับซ้อนกันของแต่ละชิ้นดนตรีไม่มีเลย แบบนี้ถือว่าเสียงจาก apple ทำได้ดีน่าชื่นชมมาก ยิ่งเมื่อดูจากราคาขายในไทย ราคาเพียง 390 บาท ก็ทำให้รู้สึกดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะเราใช้เงินแค่นี้ก็อัพเกรดเสียงโทรศัพท์มือถือให้ดีมากๆได้แล้ว

ทดลองเอาอแด๊ปเตอร์ apple usb-c เส้นนี้ไปใช้กับคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ค ก็ทำงานได้ดี โน้ตบุ๊คระบบปฏิบัติการวินโดส์ 10 สามารถใช้งานได้เลย ผมมีโน้ตบุ๊ค asus ใช้ cpu ryzen ก็ทำงานได้ แต่ใช้กับคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบปฏิบัติการ windows 7 ไม่ได้ กับเครื่องที่ใช้ได้เสียบตรงเข้ากับพอร์ต usb-c ก็ทำงานได้เลย ถือว่าเป็น external soundcard ก็ได้ คุณภาพเสียงก็ดีขึ้นกว่าเสียงจากฮาร์ดแวร์ติดเครื่องมา น้ำเสียงสดใส ช่องไฟแต่ละชิ้นดนตรี่ก็จัดวางห่างกันไม่ทับซ้อน เป็นการอัพเกรดคุณภาพที่ราคาแค่หลักร้อยบาท ฟังแล้วอยากซื้อมาติดกับคอมฯทุกตัวในบ้าน

Screen Shot 2563-07-22 at 8.25.36 AM

ทดลองใช้ร่วมกับโน้ตบุ๊ค Macbookair ปี 2010 โดยหาตัวแปลงพอร์ต usb-a to usb-c มาใช้ร่วมด้วย ระบบปฏิบัติการ osx ก็จัดการติดตั้งฮาร์ดแวร์ให้เสร็จสรรพ ไม่ต้องใช้ไดรเวอร์ใดๆ คุณภาพเสียงของฮาร์ดแวร์ติดเครื่อง macbookair รุ่นนี้ให้น้ำเสียงที่ดีมากอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพเสียงที่ดี เสียงผ่านอแด๊ปเตอร์ usb-c to 3.5mm ก็ให้แนวเสียงไปในทิศทางเดียวกัน จะบอกว่าเสียงเหมือนกันเลยก็ได้

ทดลองใช้กับ mac mini ก็ทำงานได้ราบรื่นไม่มีปัญหา อแด๊ปเตอร์เส้นนี้สามารถส่งเสียงไมค์ได้ด้วย ทำให้เราสามารถใช้หูฟังพร้อมไมค์กับสายเส้นนี้ได้ และใช้พูดคุยในโปรแกรม chat หรือ โปรแกรมประชุมใดๆก็ได้ เป็นความสะดวกที่เพิ่มเติมขึ้นมา

ปกตินักเล่นเครื่องเสียงจะหาซื้อ usb dac มาต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่ออัพเกรดคุณภาพเสียงของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะให้ดียิ่งขึ้น usb-dac จากจีนที่เป็นยี่ห้อประหลาดพูดไปก็ไม่มีคนรู้จักก็มักจะมีราคาขายกันอยู่ในระดับหลัก 500 บาทขึ้นไป และ บางยี่ห้อที่มีสเป็คสูงขึ้น หรือ มีแอมป์หูฟังด้วย ก็จะมีระดับราคาหลักพันบาท ขึ้นไปจนถึงเป็นหมื่นบาท ไปถึงหลายๆหมื่นบาทก็มี ใครที่อยากอัพเกรดแต่ไม่อยากจ่ายแพง เลือก apple usb-c to 3.5mm ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะราคาถูกมาก

ถ้าเราใช้หูฟังรุ่นที่มีไมค์ด้วย ในคอมพิวเตอร์ก็จะมีไมค์ โผล่เข้ามาเป็น 2 ตัว คือไมค์จากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เอง และ ไมค์จาก usb-c หรือหูฟังนั่นเอง ภาพด้านล่างนี้เป็นหูฟังมีไมค์ของ sony

IMG_20200722_082652
Screen Shot 2563-07-22 at 8.26.29 AM

ถ้าเราใช้หูฟังที่ไม่มีไมค์ ในคอมพิวเตอร์ก็จะมีแค่ไมค์จากคอมฯ เท่านั้น ไม่มีไมค์จากช่อง usb-c ภาพด้านล่างนี้คือหูฟัง AKG K701

IMG_20200722_082716
Screen Shot 2563-07-22 at 8.27.20 AM

ข้อดี

ประหยัดและเสียงดี

ข้อเสีย

ทำงานได้ในระดับ cd quality หรือ 16bit 44.1kHz เท่านั้น และพลังเสียงเบาเกินไปเมื่อใช้กับหูฟัง AKG K701 อยากให้ดังกว่านี้สักเท่าตัวจะดีมาก

สรุป

น้ำเสียงเป็นกลาง ย่านเสียงทุ้มกลางและแหลมมาพอดีๆกัน เราสามารถต่อกับหูฟังได้หลากหลาย และทดลองใช้กับหูฟังขนาดใหญ่อย่าง AKG K701 ก็ให้น้ำเสียงได้นุ่มนวลกลมกล่อม ถือว่าเป็นการอัพเกรดแบบประหยัดแต่คุณภาพเสียงดีเทียบกับโน้ตบุ๊คราคาแพงจากค่าย apple เลย


เพิ่มเติมเรื่องระดับเสียง

apple usb-c to 3.5mm ตัวนี้ให้เสียงเบาเมื่อใช้งานกับโทรศัพท์ android อย่าง redmi note7 และคาดว่ากับ ยี่ห้ออื่นก็อาจจะให้ผลเสียงเบาเช่นกัน แต่เมื่อเอา adaptor ตัวนี้ไปใช้กับโน้ตบุ๊คระบบปฏิบัติการ windows10 จะได้เสียงที่ดังกว่ามาก สามารถเปิดเสียงได้ดังกว่าใช้งานบนโทรศัพท์เกิน 2 เท่า เรียกได้ว่า เปิดให้เสียงดังจนไม่อยากทนฟังก็ยังได้ อาจจะเป็นเพราะระบบปฏิบัติการในโทรศัพท์มีการจำกัดระดับความดังไว้ ส่วนใน windows10 ให้เสียงที่ดังเพียงพอต่อการใช้งาน

ข้อเสียของการไม่อัพเดทซอร์ฟแวร์ ทำให้ใช้งานไม่ได้

ตั้งแต่ผมซื้อโน้ตบุ๊คตัวล่าสุดเมื่อปี คศ 2010 นั่นคือ macbookair 2010 ผมก็ใช้งานมันมาตลอด ใช้ทำงาน ใช้เล่นเน็ต ใช้ดูหนัง ฟังเพลง ดู youtube ด้วย ซึ่งมันก็ใช้งานได้ดี ในงานประจำวันที่ต้องทำก็จะมีโปรแกรมคิดราคาที่ใช้ excel ผมก็เลือกใช้ openoffice เป็นหลัก เพราะไม่อยากละเมิดลิขสิทธิ์ ไฟล์ excel จำนวนหลายพันไฟล์ก็เก็บไว้ใน dropbox และ sync กับคอมตั้งโต๊ะไว้ โน้ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ที่ทำงานจะมีไฟล์สำหรับทำงานเหมือนกันตลอดเวลา ผมจะคิดราคาให้ลูกค้าที่โต๊ะทำงานหรือโน้ตบุ๊คก็ได้ ส่วนการเช็คเมล ก็ใช้เบราเซอร์อย่าง safari เข้าไปอ่านเมล และเขียน blog ส่วนตัว

ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างราบลื่น ใช้ osx ตั้งแต่ 10.6 ซึ่งเป็น os ติดเครื่องโน้ตบุ๊คตั้งแต่แรก จนถึงปีปัจจุบัน os กลายเป็น 10.13 ไปแล้ว แต่ผมก็ยังไม่อัพเดทเลย os ติดเครื่องเลย ยังคงเป็น 10.6.6 อยู่ ตัวเลข .6 ตัวสุดท้ายเป็นอัพเดทย่อยๆที่กดอัพเดทไปตามเวลาที่มีการแจ้ง ซอร์ฟแวร์ที่ใช้งานยังใช้งานได้อยู่ แต่ก็ค่อยๆไม่รองรับมากขึ้น ตอนที่มีการแจ้งให้อัพเดทเป็น 10.7 ผมก็ไม่อัพ ตอนที่มีอัพเป็น 10.8 ผมก็ไม่อัพ ด้วยเหตุผลว่า มันยังใช้งานได้ และ osx ก็ค่อยๆอัพเป็นตัวที่สูงขึ้นอีกหลายครั้งจนปีนี้ คศ 2019 osx ไปถึง 10.13

ปัญหาเริ่มมีให้เห็นช่วงปี 2016 มีหลายโปรแกรมที่มีการอัพเดทแล้วไม่รองรับการทำงานบน 10.6 อีกต่อไป ทำให้ผมไม่สามารถใช้ dropbox ได้ เอกสารที่จะใช้คิดราคาจะอยู่ในระบบของ dropbox ทั้งหมด นั่นทำให้ผมไม่มีเอกสารคิดราคาที่สะสมประวัติการขายและไฟล์การคิดราคาสิบกว่าปีอยู่ในโน้ตบุ๊คเลย นอกจากนี้ยังมีปัญหากับโปรแกรม line ที่ทำงานช้ามากบน 10.6 จนไม่สามารถใช้งานได้อีกเลย และ line รุ่นใหม่ๆก็ต้องการ osx ที่สูงกว่านี้ ส่วน safari ก็ไม่รองรับการทำงานกับเว็บยุคใหม่ๆหลายเว็บ โดยเฉพาะ facebook และ youtube ไม่ใช่แค่ safari หรอก แต่ firefox ก็ไม่รองรับ ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ง่ายๆด้วยการอัพเดท safari หรือ firefox ให้ทันสมัย แต่ประเด็นมันเกิดเป็นปัญหาตรงที่ safari และ firefox ตัวล่าสุดไม่ทำงานบน osx10.6.6 แล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นปัญหาอย่างแท้จริง

เพราะว่า พอถึงวันที่ผมจะคลิกอัพเดท ให้เป็น osx10.13 ระบบอัพเดทก็ฟ้องว่า การอัพเดทเป็น 10.13 ต้องทำจาก osx 10.8 จะอัพเดทไกลๆมาจาก 10.6 ไม่ได้ นี่คือความโชคร้ายของผม และตัวอัพเดทของ 10.6 ไป 10.7 หรือ 10.8 หรือ 10.9 ก็ไม่มีให้คลิกแล้ว เพราะมันผ่านไปหลายปีแล้ว เครื่องคอมในปี 2010 จะอัพเดทในปี 2019 มันทำไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ผมพยายามหา firefox รุ่นที่ทำงานบน 10.6 ได้แล้วยังพอเปิด facebook และ youtube ได้อยู่มาใช้ มันพอใช้ได้แต่มันช้าและหน่วงมากๆ เครื่องโน้ตบุ๊คของผมเปิดเครื่องใช้เวลาแค่ 14 วินาที ก็พร้อมใช้งาน เปิดโปรแกรมที่ไม่ต้องต่อเน็ตได้เร็วทุกโปรแกรม แต่จะอ่าน feed ในเฟสบุ๊คช้ามาก ไม่รู้ว่าข้อมูลของเว็บรุ่นใหม่ๆมันต้องประมวลผลอะไรมากมาย เบราเซอร์ที่ผมมีอยู่มันทำงานช้ามาก

ยังมีปัญหาการเปิดเพลงจาก youtube อีกที่เคยทำได้ดีมาก ดีขั้นเทพ ตอนที่มันติดขัดมันเริ่มช้าลง ผมไม่สามารถหาเพลงที่ต้องการได้จาก youtube อีกแล้ว เพราะหน้าแรกของ youtube เปิดขึ้นมาก็มีข้อมูลขึ้นไม่ครบ ผมจะหาเพลงที่ต้องการสักเพลง ผมใช้เวลากดแล้วรอหน้าจอเปลี่ยนแปลงนานมาก เรียกได้ว่า หากเรานึกถึงเพลงที่อยากฟัง แล้วเราจะไปหาจาก youtube ผมใช้เวลาผ่านไปสัก 3 นาทีผมยังไม่ได้ฟังเพลงที่ต้องการเลย มันแย่ยิ่งกว่าการเปิดด้วยมือถือเสียอีก

แต่ผมเป็นคนใจเย็นเป็นน้ำ รอได้ ช้ามากนักก็ใช้วิธีบุ๊คมาร์คเอาไว้เราจะได้เข้าถึงไฟล์เพลงใน youtube ไปเลยตรงๆ ไม่ต้องไปหน้าแรกของ youtube แบบนี้ก็พอไหว แต่จุดแตกหักกับปัญหามันมาจาก การเขียน blog ของผมที่ใช้งานระบบภาพของ flickr ไม่ได้ วิธีทำงานของผมก็คือ ผมจะอัพข้อมูลลง blog บน wordpress และใช้ภาพที่ลิงค์มาจาก flickr ของผมเอง ผมใช้ flickr มาประมาณ 10 ปี มีภาพอยู่ในระบบเป็นแสนภาพ ภาพอะไรที่ถ่ายมาก็อัพโหลดเข้าไปไว้ใน flickr ทั้งหมด แล้วก็เลือกเอาภาพที่จะประกอบกับการเขียน blog มาโพสท์ใน wordpress แล้วเมื่อไม่กี่วันมานี้ flickr ก็หยุดการรับภาพจาก firefox ในโน้ตบุ๊คของผม ด้วยเหตุผลตามภาพ นั่นคือผม login เข้า flickr ของตัวเองไม่ได้

Screen Shot 2562-04-21 at 4.45.05 PM

การไม่อัพเดท os ทำให้ผมไม่สามารถอัพเดทเบราเซอร์ได้ และการไม่อัพเดทเบราเซอร์ทำให้ผมอัพเดทภาพเข้า flickr ของตัวเองไม่ได้ นี่คือปัญหาที่ใหญ่สำหรับผมมาก ไม่สามารถอดทนได้ ต้องหาโน้ตบุ๊คใหม่มาใช้ นี่คือสิ่งที่คิดออก

เว็บ flickr  บอกว่ากรุณาให้เบราเซอร์ที่อัพเดท หรือ เวอร์ชั่นล่าสุด

ซูมให้อ่านใกล้ๆ


……เดี๋ยวโพสท์ต่อตอนที่ 2

imac in my life

benjakittiP1100750

เจ้า imac ตัวเขียว เป็นแม็คความเร็วประมาณ 333 Mhz มันล้าสมัยไปแล้วในช่วงปีคศ 2003-2004  ผมเห็นในร้านมือสอง ก็เลยลองซื้อมาใช้ดู  พบว่า os ของ apple เป็นสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับคนใช้วินโดส์มาตลอด  เครื่องมือหลักของผมในเวลานั้นคือ ibm r40 มีไวเลส  ใช้วินโดส์และ illustrator เป็นหลัก  ได้ mac มาก็งงๆนิดหน่อย

 

my dog and mac - 6apr2007 -IMG_0184

imac สีส้ม ไปซื้อมาเพิ่มอีก ลืมไปแล้วว่าจากร้านไหน  ตัวนี้ซื้อด้วยอารมณ์ล้วนๆ  อยากได้สีสวยๆเก็บไว้ในบ้าน  มันเปิดไม่ติดแล้ว  แต่ก็อยากได้  เอามาวางสวยๆ  แต่สุดท้ายมีคนขอซื้อก็เลยขายออกไป  เพราะในบางเวลาผมก็ไม่อยากเก็บของที่ใช้ไม่ได้  อีกอย่าง  ไม่ได้รวยมาก ไม่ได้มีที่มาก จะเก็บแต่ละอย่างก็เปลืองที่ แล้วก็เริ่มมีหลายเครื่อง เลยปล่อยตัวที่เปิดไม่ติดออกไป

 

IMG_3127

imac dv สี แกรไฟต์  เป็น imac ที่เกือบจะเป็นรุ่นสุดท้ายในอนุกรมจอตู้ หลังจากรุ่นนี้ imac เปลี่ยนหน้าตาเป็นจอแบน มีฐานกลมๆ มีนิกเนมในไทยว่าซาลาเปา  ส่วน imac จอตู้รุ่นนี้ มีจุดเด่นคือ ใช้ซีดีเป็นแบบ slot load เป็น cd-rw ใช้เบิร์นแผ่นได้  ผมซื้อเอาไว้ใช้ทำงานและฟังเพลง  มันเปิดติด จอสวย  แต่นานๆไปก็เริ่มเปิดไม่ติด ตอนนี้นอนนิ่งฝุ่นจับอยู่

 

IMG_1306-pic18aug2011r.JPG

imac drumatian เป็น imac ที่มีสีสวยที่สุดในอนุกรมจอตู้  ชุดนี้จะมีอีกสีนึงคือ flower ซึ่งผมไม่เคยเห็นตัวจริงเลย  มันสวยไม่แพ้กัน นักสะสมจะสะสมทุกลาย  ผมได้ตัวนี้มาจากประกาศขายมือสองแล้วต้องขับรถร้อยกิโลไปรับถึงที่  ผมตัดสินใจเร็วมาก เพราะรู้ว่ามันขายเร็ว  ผมไปถึงตามนัด  มีอีกคนมาช้ากว่าผม 15 นาที  เขาบอก มารับเผื่อผมเปลี่ยนใจไม่เอา  ผมก็ขนกลับ  มันเปิดติด มันใช้งานได้  แต่ก็สภาพไม่ดีมาก  มันอยู่กับผม หลายปี  และเมื่ออาการเริ่มเปิดยากขึ้นเรื่อยๆ  ผมก็ตัดสินใจขายออกไป  เพราะไม่อยากซ่อม

 

P_20150731_094241

imac dv สีแดง ตัวนี้อยู่กับผมนานที่สุด  เป็นตัวแรกๆที่ได้มา มีความสามารถค่อนข้างสูง แม้จะมีความเร็วแค่ 450Mhz ซึ่งเร็วน้อยกว่าดรัมเมเชี่ยนและแกรไฟต์  แต่ตัวนี้ค่อนข้างสมบูรณ์ โปรแกรมในเครื่องพร้อมทำงาน ผมเปลี่ยนฮาร์ดดิส์ให้มันด้วย  เพิ่มแรมให้มันด้วย  ตอนที่ได้มาวันแรก ผมใช้มันทำงาน แล้วจบงาน ได้เงินเกินค่าตัวตั้งแต่งานแรก  เป็นการเริ่มต้นซึ่งกันและกันที่สวยงาม  ความสามารถตัวนี้คือเป็ฯไดร์ฟ dvd แบบ slot load ผมใช้มันดูหนังแผ่น dvd หลายเรื่อง  ใช้มันทำงาน ใช้มันรับแฟกซ์  แม้ว่าจะกินไฟโหดร้ายระดับ หลายร้อยวัตต์  แต่มันก็ทำงานได้ราบรื่นดี  ในภาพจะเห็นว่าผมเปิดเฟสบุ๊คจากมันด้วย  อายุแม้จะเยอะ เปิดโปรแกรมช้า  จนในช่วงท้ายๆประมาณช่วงปี 2012 มันก็เปิด youtube ไม่ได้แล้ว  เปิดเว็บทั้วๆไปก็รอนานเหลือเกิน  สุดท้ายผมใช้มันฟังเพลง  แต่ก็รู้สึกว่าทรมานและเปลืองไฟ  ล่าสุดเริ่มเปิดไม่ติดแล้ว  แต่ก็ตัดสินใจเก็บตัวนี้ไว้ให้นานที่สุด  เพราะสีแดงมันดูสวยสะดุดตา

2018-03-02 08.26.12 2

review yamaha PDX-11 ลำโพงยามาฮ่าน่าใช้

ลำโพงเสียงดีสักตัวหนึ่งเป็นสิ่งที่หายากมากถ้าพิจารณาเรื่องราคาและฟังค์ชั่นการใช้งานเป็นหลัก  ถ้าบอกว่าจะหาลำโพงเสียงดีงบประมาณเท่าไหร่ก็ได้ แบบนี้เดินไปช๊อปที่ห้างหรูแบบคู่ละแสนคู่ละล้านไปเลยก็ได้  แต่คนธรรมดาอย่างเราๆไม่มีปัญญาระดับนั้นหรอกครับ  แค่เจียดเงินมาซื้อเครื่องเสียงหนึ่งชุดด้วยเงินสักสามหมื่นหรือห้าหมื่นก็โดนค้อนแล้ว

ภาพลำโพงคู่หนึ่งในจินตนาการของคนทั่วไปจะเป็นลักษณะตู้สี่เหลี่ยม  เวลาซื้อมาใช้ต้องซื้อเป็นคู่หรือสองตัว  เวลาใช้งานต้องต่อกับเครื่องเสียงสักตัวหนึ่ง  คืออาจจะต่อกับเครื่องเล่นซีดีหรือดีวีดี แล้วมีแอมป์ในตัว ต่อสายลำโพงออกมายังลำโพง  รูปแบบที่ว่ามาเป็นภาพมาตรฐานที่เรามักจะได้เจอกับบ้านเรือนทั่วไป

ส่วนลำโพงที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ก็จะเป็นก้อนเล็กๆสักคู่ หรือ เป็นชุด 2.1  คือมีลำโพงหลักสองตัวและมีซับวูฟเฟอร์อีก 1 ตัว  ลำโพงคู่หลักวางบนโต๊ะส่วนซับวูฟเฟอร์วางไว้ที่พื้น  ลำโพงแนวนี้มีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปถึงระดับหลักหมื่น  ถ้าพ้นจากลำโพงคอมฯไปแล้วก็จะเป็นลำโพงสำหรับโฮมเธียเตอร์ ราคาก็จะอยู่ในระดับหลักพันไปถึงหลายๆหมื่น

แต่คราวนี้ผมได้ไปเจอลำโพงตัวหนึ่งที่มีหน้าตาประหลาด ดูแล้วคงไม่ค่อยมีใครอยากได้สักเท่าไหร่  มันไม่ใช่ลำโพงแบบที่ว่ามาตั้งแต่ต้นทั้งหมด  แต่มันเป็นลำโพงที่ส่งเสียงเพลงได้ดีที่มาพร้อมฟังค์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายและมีจุดเด่นหลายอย่างที่ทำให้น่าสนใจ  ผมเดินไปเจอในห้าง ทดลองฟังสักสองเพลงก็ตัดสินใจซื้อมาใช้ทันที  เป็นการเลือกซื้อลำโพงที่ใช้อารมณ์เป็นหลัก  เหตุผลเรื่องราคาเป็นเรื่องรอง  ซึ่งราคาค่าตัวมันก็ไม่ได้สูงเกินไปเสียด้วย

IMG_0479

ลำโพงตัวนี้เป็นของ yamaha ออกแบบมาเป็นลำโพงที่เลียนแบบหน้าตามาจากเครื่องเสียงระบบ PA หรือเครื่องเสียงสำหรับงานคอนเสิร์ตหรืองานกลางแจ้ง หรืองานวัดนั่นเอง  ดูผิวเผินมันเหมือนลำโพงสำหรับนักดนตรีเอาไว้ใช้บนเวที  แต่ว่าตัวจริงมันไม่ได้ใหญ่มาก คงเอาไปใช้ในเวทีคอนเสิร์ตจริงๆไม่ได้  และพลังเสียงก็ไม่ได้ดังระเบิดแบบเครื่องเสียงกลางแจ้ง  เป็นเพียงลำโพงที่เอาหน้าตาแบบกลางแจ้งมาใช้ แต่ฟังคฺ์ชั่นและคุณภาพมันตั้งใจให้ใช้ในบ้านมากกว่า

ลำโพงรุ่นนี้คือรุ่น  Yamaha PDX-11 ออกแบบมาเป็นลำโพงตู้เดี่ยว มีหูหิ้วเพื่อให้หิ้วย้ายไปย้ายมาได้สะดวก ไม่ต้องใช้สองมือเพื่ออุ้มประคองเหมือนเครื่องเสียงบ้านทั่วไป   ตัวลำโพงตั้งใจออกแบบมาให้ใช้กับ iPod เป็นหลักเพราะมีช่องเสียบ iPod Dock อยู่ด้านบน  สามารถใช้เป็นแท่นชาร์จไฟให้กับ iPod และ iPhone ได้ในตัว  ตอนใช้งานก็แค่เสียบไฟให้กับลำโพงแล้วเอา iPod มาวางบน Dock จากนั้นก็เลือกเปิดเพลงจากใน iPod ได้เลย  เสียงจะถูกขยายออกมาทางลำโพง  คุณภาพเสียงใช้ได้เลย

IMG_0482

ลักษณะทั่วไปของลำโพงตัวนี้คือ รับสัญญาณเสียงจาก iPod ผ่าน Dock ด้านบน สามารถรับสัญญาณเสียงจากเครื่องเล่น MP3 อื่นๆได้อีกด้วยทางสายสัญญาณที่เสียบเข้าช่อง Aux อยู่ด้านหลังตัวลำโพง  ตัวลำโพงมีปุ่มเปิดปิด และมีปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียงมาด้วย แต่ไม่มีปุ่มปรับเสียงทุ้มแหลมใดๆเลย  ลูกเล่นอื่นๆที่มีมาให้อีกก็คือมันสามารถควบคุมการเล่นเพลงได้ด้วยรีโมทคอนโทรล  ถ้าเราใช้งานร่วมกับ iPod Touch หรือ iPhone เราสามารถใช้รีโมทสั่งการได้หลายคำสั่งมาก ไม่ว่าจะเป็นการข้ามเพลง ย้อนเพลง หรือการเลื่อนเมนูในหน้าจอเพื่อเปลี่ยน  playlist ได้เลย  และมันใส่ถ่านได้ด้วย ทำให้สามารถใช้งานแบบไม่ง้อปลั๊กไฟได้

IMG_0488

เสน่ห์ของลำโพงตัวนี้คือมันออกแบบมาเป็นตู้เดี่ยว เชิดหน้าเลีียนแบบเครื่องเสียงบนเวทีคอนเสิร์ต  มีหูหิ้วเป็นโลหะแข็งแรงมาก  สามารถหิ้วลำโพงไปไหนมาไหนได้อย่างคล่องตัว  สะดวกสุดๆ  การใช้งานที่เรียบง่ายแค่เพียงเอา iPod ไปวางบน Dock บนตัวมันเท่านั้น  เสียงเพลงก็ถูกขยายออกมาให้ฟังทันที  ฟังในบ้านเพลินๆ อยากจะย้ายห้องก็หิ้วไปวางอีกห้องได้เลย  อยากฟังในสนามก็หิ้วไปวางได้เลย  เพราะ PDX-11 ใส่ถ่านขนาด AA ได้ 6 ก้อน  จะใช้ถ่านธรรมดา หรืออัลคาไลน์ หรือ ถ่านชาร์จแบบ Sanyo Eneloop ก็ได้ไม่มีปัญหา  ถ่าน 1 ชุดสามารถใช้งานต่อเนื่องได้เกิน 8 ชั่วโมง  ถ้านานๆจะหิ้วไปฟังเพลงแบบไม่เสียบปลั๊กสักที เผลอๆถ่าน 1 ชุดอาจจะใช้งานได้เป็นเดือน

IMG_0484

ด้านบนตัวลำโพงจะมีปุ่มเพียง 3 ปุ่ม คือปุ่ม  power เอาไว้เปิดเครื่องและปิดเครื่อง  อีกสองปุ่มคือปุ่มปรับระดับเสียง การมีปุ่มให้กดเพียงเล็กน้อยทำให้การใช้งานเป็นเรื่องง่าย  ไม่ต้องเล็ง ไม่ต้องหา  เมื่อคุณคุ้นเคยกับการใช้งานมันแล้ว  คุณสามารถกดสั่งการบนปุ่มได้อย่างรวดเร็ว  แทบไม่ต้องละสายตามามองเลย  การใช้งานกับ iPod หรือ iPhone ตัวลำโพงจะชาร์จไฟให้กับ iPod ด้วยเมื่อลำโพงถูกเสียบปลั๊ก  แต่ถ้าใช้พลังงานจากถ่าน ระบบชาร์จไฟเข้า  iPod จะไม่ทำงาน  ดังนั้น ใครจะใช้ลำโพงตัวนี้เป็นแท่นชาร์จต้องเสียบปลั๊กไฟเสมอ

IMG_0485

ด้านหลังลำโพงเป็นช่องเสียบสายสัญญาณ Aux เอาไว้ใช้กับเครื่องเล่นเพลงอื่นๆที่ไม่มีพอร์ตแบบ iPod สายสัญญาณที่แถมมากับลำโพงเป็นแบบ 3.5 มม. เส้นเล็กๆบางๆ  ข้างๆช่องเสียบสัญญาณ Aux จะเป็นช่องเสียบไฟแบบ 12VDC  ตัวลำโพงจะแถมอแด๊ปเตอร์แปลงไฟจาก 110-220 Volt เป็น DC 12V มาให้ด้วย  กำลังไฟที่ลำโพงระบุไว้ต้องการไฟเลี้ยง 12V 1.5a

IMG_0494
IMG_0495

คุณภาพการประกอบเครื่องอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก  ตัวลำโพงออกแบบมาแข็งแรง  ดูจะเน้นให้หิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสบายใจ จะหยิบจะวางก็สบายใจได้ว่าไม่ทำให้ลำโพงหลุดมือหรือแตกหักเสียหายได้ง่ายๆ  ตระแกรงด้านหน้าลำโพงเป็นโลหะพ่นสีสวยงาม โลโก้ Yamaha ดูเด่นเป็นสง่า  ภายใต้ตะแกรงเป็นดอกลำโพงสองดอก  ดอกแรกเป็นวูฟเฟอร์คาดว่ามีขนาดประมาณ 4 นิ้ว พร้อมด้วยทวิตเตอร์อีก 1 ดอกขนาดไม่เกิน 1 นิ้ว

IMG_0496
IMG_0497

ลำโพงมีหน้าที่สร้างคลื่นเสียงโดยการขยับกรวยลำโพงเพื่อผลักอากาศ  การผลิตคลื่นเสียงเป็นเรื่องทางฟิสิกส์  การผลักอากาศให้เกิดเป็นความถี่ต่างๆต้องใช้พื้นที่หน้าตัดของลำโพงค่อนข้างมาก  การทำลำโพงที่ดีจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถลดลดขนาดให้เล็กลงได้ถ้ายังคงต้องการคณภาพที่ดีอยู่  ดังนั้นลำโพงที่ออกแบบมาให้มีคุณภาพเสียงที่ดีมักจะมีขนาดใหญ่โต  ลำโพงเล็กๆที่แถมมากับคอมพิวเตอร์ทั่วไปจะไม่สามารถสร้างคลื่นเสียงความถี่ต่ำได้ในระดับที่เพียงพอต่อการฟังเพลงแบบไพเราะ   ดูจากรูปร่างของ PDX-11 ตัวนี้แล้วจะพบว่านอกจากหน้ากว้างตามขนาดดอกลำโพงแล้ว ยังมีความลึกของตัวตู้อีกที่ช่วยสร้างคลื่นความถี่ต่ำให้มีคุณภาพ  มั่นใจได้เลยว่า เจ้าลำโพงติดหูหิ้วขนาดอ้วนป้อมตัวนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นลำโพงเสียงดีตั้งแต่เกิด

การใช้งานกับ iPod ทั่วไปทำงานได้ดีไม่มีปัญหา  ถ้าใช้กับ iPod touch หรือ iPhone หรือ iPod nano จะสามารรถควบคุมการเล่นได้จากรีโมทคอนโทรล  แต่ถ้าเราใช้กับ iPod รุ่นเก่าๆ ตั้งแต่ iPod Video ย้อนลงไปถึงตัวที่เก่ากว่านั้น เราจะไม่สามารถใช้รีโมทเพื่อสั่งเล่นหรือข้ามเพลงได้  จะสั่งผ่านรีโมทได้แค่ระดับเสียง และเปิดปิดตัวลำโพงเท่านั้น

IMG_2053

การใช้งานลำโพงตัวนี้กับ iPod nano ดูจะเป็นสิ่งที่ลงตัวที่สุด  เพราะขนาดที่เล็กของ iPos nano ทำให้มันติดอยู่กับ Dock ได้อย่างแน่นหนา  สามารถหิ้วลำโพงพร้อม iPod nano ที่เสียบคาไว้ไปไหนต่อไหนได้โดยไม่หลุดจาก Dock มันดูเหมือนจะกลมกลืนเป็นระบบเดียวกันไปเลย

IMG_2059

ใครที่ชอบฟังรายการวิทยุ online ทั้งจากโปรแกรม Tune in หรือฟังจากเว็บ หรือ รายการเสียงอะไรก็ตามที่วิ่งมาทางอินเทอเน็ต  การใช้ลำโพงตัวนี้ร่วมกับ iPod Touch จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด  เพราะคุณสามารถเปิดฟังได้ทั้งวันโดยที่ไม่ต้องพะวงเรื่องการชาร์จไฟให้กับ iPod Touch ของคุณเลย  แถมยังได้ฟังค์ชั่นอื่นๆมาอีกหลายอย่าง  ทั้งการสั่งการผ่านรีโมทคอนโทรล และการหิ้วไปไหนต่อไหนได้  สามารถใช้งานนอกสถานที่ได้ด้วยพลังงานจากถ่าย AA เพียง 6 ก้อน  และที่ถูกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ  เราสามารถใช้งานลำโพงตัวนี้ด้วยมือเพียงข้างเดียว  คือหยิบ  iPod ไปเสียบ แล้วก็กดเลือกฟังสิ่งที่ต้องการ  ใช้มือเดียวจริงๆ  ถ้าเป็นระบบอื่นๆที่เป็นลำโพงแยกชิ้น ไม่มี Dock ติดมาให้ เราต้องเสียบสายสัญญาณ Aux เราต้องเสียบสายขาร์จที่ ipod การถอดเสียบสายเหล่านี้ต้องใช้สองมือเท่านั้น  แล้วใช้งานสองมือแล้วมันยากเย็นตรงไหน  มันก็ไม่ยากหรอก  แต่ถ้าเราถือของอยู่ หรืออุ้มลูกอยู่  เหลือมือว่างแค่มือเดียว เรายังเปิดเพลงจาก  iPod ได้  นั่นเป็นสิ่งที่ผมค้นพบตอนที่อุ้มลูกครับ.

IMG_2052

ในส่วนของคุณภาพเสียง  จะบอกว่าลำโพงตัวนี้ให้เสียงเป็นกลางก็พอได้  มันมีน้ำเสียงเหมือนลำโพงบ้านทั่วไป  ไม่ได้มีวงจรชดเชยหรือปรับแต่งเสียงพิเศษมาช่วยใดๆเลย  ถ้าเราเคยฟังลำโพงอย่าง Bose companion2 ตัวนั้นจะเป็นลำโพงที่มีตัวประมวลผลมาช่วยเหลือ เสียงเบสลึกจากลำโพง Bose จะผ่านวงจรช่วยเหลือให้เกิดเสียงดังได้ราวกับเป็นลำโพงใหญ่  อาศัยระบบ DSP มาสร้างเสียงเบสให้กับระบบ  แต่กับ Yamaha pdx-11 จะเป็นคนละทางกัน  สัญญาณมายังไงมันขยายไปอย่างนั้น ไร้เทคโนโลยีใดๆ  ผลก็คือ ถ้าเราเปิดฟังในระดับที่เบา เราจะไม่ค่อยได้ยินเสียงเบสต่ำสักเท่าไรนัก  เพราะว่าหูคนเราจะไม่ค่อยไวกับเสียงเบส  เราต้องเปิดระดับการฟังให้ดังได้ระดับที่เหมาะสม  น้ำหนักเสียงเบสจะมีปรากฏให้พอดีกับกลางและแหลม  ซึ่งเป็นลักษระเดียวกับลำโพงบ้านทั่วไป   หมายความว่าการฟังลำโพง  Yamaha ตัวนี้ ขอให้เปิดได้ดังถึงระดับหนึ่งเราจะได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดจากมัน  และที่ระดับการฟังที่เหมาะสมตรงนี้มันทำให้ลำโพงนี้มีเสน่ห์น่าใช้อยู่พอตัว  มันสามารถทดแทนชุดเครื่องเสียงตามห้างทั่วไปได้โดยไม่ต้องสงสัย  เสียงกลางที่สุด เบสที่ลึกมากจะแสดงออกมาได้จนรู้สึกว่า ค่าตัวสี่พันกว่าบาท ไม่แพงเลย

แต่อย่าเอามันไปเทียบกับ Bose Soundlink ที่ออกแบบมาให้เป็นลำโพงเดี่ยวเน้นการพกพาเช่นเดียวกัน  เพราะ soundlink มันให้เทคโนโลยีที่สูงกว่า ดอกลำโพงมีสมรรถนะที่ดีกว่า คุณภาพเสียงดีกว่า  แบตเตอรี่ที่ฝั่งมาในลำโพงก็ให้พลังงานได้มากกว่า  และ มันราคาแพงกว่ากันสามเท่า  ดังนั้นอย่าเทียบกัน

รีวิว apple battery แบตเตอรี่น่าใช้

IMG_8271

แบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ของ apple เป็นอุปกรณ์ที่ทำออกมาขายในปี คศ 2011 นี้ ในกล่องจะมีแบตเตอรี่ 6 ก้อน ที่ชาร์จแบบเสียบผนังอีก 1 ตัว สามารถชาร์จไฟได้ทีละสองก้อน apple โฆษณาเอาไว้ว่า ที่ชาร์จแบตรุ่นนี้มีความประหยัดไฟมากที่สุด คือเมื่อชาร์จไฟเต็มแล้ว มันจะเข้าสู่สภาพสแตนด์บายโดยระหว่างโหมดสแตนด์บายนี้จะกินไฟต่ำกว่าที่ชาร์จยี่ห้ออื่นขณะสแตนบายประมาณ 10 เท่า

IMG_8279


ที่ชาร์จของแอบเปิ้ลสามารถชาร์จแบตให้เต็มได้ในเวลา 5 ชั่วโมง ทั้งกล่องมีแบตให้ 6 ก้อนเป็นแผนการของ apple ที่ตั้งใจให้ใช้กับคีย์บอร์ดบลูทูธ และแมจิคเม้าส์ของ apple เอง เพราะคีย์บอดใช้แบตสองก้อน เม้าส์ใช้แบตสองก้อน apple ให้มา 6 ก้อนเพื่อให้ใช้งาน 4 และเสียบชาร์จไว้อีกสอง ถ้าอุปกรณ์ใดแบตหมดก็ถอดเปลี่ยนสองก้อนที่พร้อมมาใช้ เอาก้อนที่หมดไปเสียบชาร์จต่อได้เลย

IMG_8274

แบตเตอรี่ที่ให้มาเป็นชนิดที่คายความจุต่ำ สามารถชาร์จให้เต็มและเก็บไว้ได้นาน 1 ปีโดยที่แบตยังคงลดไม่เกิน 20เปอร์เซ็น แปลว่าชาร์จเต็มวันนี้ ภายใน 1 ปี หยิบมาใช้รับรองว่าใช้ได้ แบตไม่หมด แบตเตอรี่ที่ให้มาในกล่องเป็นรุ่นที่ชาร์จมาแล้วจากโรงงาน แกะกล่องก็จะใช้งานได้เลยทุกก้อน

มีฝรั่งช่างสงสัย ดูสเป็คแล้วเอาไปเทียบกับแบตเตอรี่ของซันโยรุ่น eneloop และพบว่ามันน่าจะเป็นแบตตัวเดียวกัน เพราะสเป็คเหมือนกันมากนั่นเอง โดยของซันโยจะระบุสเป็คไว้ที่ความจุ typ 2000 ma min 1900ma ใช้รหัสผลิตภัณฑ์ว่า HR-3UTG 1.2V ส่วน apple ใช้รหัส HR6 มีความจุ 1900ma

IMG_8275

ทดสอบ macbook air 11 นิ้ว ภาค 5 ลอง parallel

การใช้งานระบบปฏิบัติการ windows บนเครื่อง macbook air สามารถติดตั้งในฮาร์ดดิสก์ตรงๆโดยผ่านการแบ่งพาติชั่นได้แล้ว การจะเปลี่ยนกลับไปกลับมาระหว่าง osx และ windows จะต้องบู๊ทเครื่องใหม่ แม้ว่า macbook air จะบู๊ทเครื่องได้เร็วเพียงใดมันก็ยังไม่ใช่คำตอบของการสลับใช้งานอยู่ดี ซึ่งก็เป็นที่มาของโปรแกรม parallel ที่ทำหน้าที่จำลองการทำงานของ windows ให้สามารถเรียกใช้ได้ใน osx แบบไม่ต้องบู๊ทเครื่องใหม่ สามารถสลับไปมาได้ตามใจเลย

ผมยังไม่เคยใช้งาน parallel มาก่อนเลย ไม่รู้ว่าการติดตั้งวินโดส์โดยผ่าน parallel เป็นอย่างไร โดยผมเริ่มติดตั้ง parallel หลังจากทึ่ผมมี windows แล้ว ตอนติดตั้ง parallel ผมก็งงๆอยู่ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ขอข้ามส่วนการติดตั้ง ไปสู่การใช้งาน parallel เลยดีกว่า

โปรแกรม parallel เป็น application ที่ต้องเรียกใช้งานในฝั่ง osx และมันจะทำการบู๊ท windows ให้เราเพื่อใช้งาน การใช้งาน windows ผ่าน parallel จะมี 3 รูปแบบคือ
1 แบบเป็น windows แยก คล้ายกับว่าเป็นโปรแกรมย่อยตัวหนึ่งใน osx มีหน้าต่างวางแยกต่างๆ เหมือนการใช้ remote desktop เหมาะกับเครื่องที่มีหน้าจอละเอียดมากๆ ซึ่งสำหรับ macbook air 11 นิ้ว ไม่เหมาะเลย ทำงานได้ แต่รู้สึกว่ามันคับแคบ
2 แบบเป็น Fullscreen แบบนี้จะเหมือนวินโดส์แท้ๆ มันทดแทนการบู๊ทเครื่องเข้าวินโดส์โดยตรงได้เลย การทำงานราบลื่น ไม่รู้สึกช้า สามารถสลับออกจาก fullscreen ไปสู่โปรแกรมอื่นๆของ osx ได้ตลอดเวลา
3 แบบจำลอง application บนวินโดส์ให้กลายเป็นโปรแกรมที่เรียกได้บน osx แบบนี้ทางเจ้าของซอร์ฟแวร์เขาเรียกว่า coherence ไม่รู้จะแปลว่าอะไรดี มันทำให้เราเรียก start menu ของ windows บน osx ได้ จะเรียก IE มาเล่นเน็ทก็ได้ จะเรียกโปรแกรมอะไรบนวินโดส์ก็ได้ มีเมนูของวินโดส์เด้งขึ้นมาไม่แตกต่างกับการทำงานบน windows เลย

แบบ 1 ไม่ค่อยเหมาะกับการทำงาน เพราะหน้าจอเล็กไป แบบ 2 เป็นการทำงานที่ลงตัวจริงจัง เอาใจคนที่ชอบวินโดส์เพราะมันเหมือนเป็นวินโดส์แท้ๆ แบบ 3 จริงๆมันก็ทำงานได้พอๆกับแบบที่ 2 สำหรับผมแล้วไม่่ต่างกัน

ในด้านประสิทธิภาพ
ผมเปรียบเทียบความเร็วในการประมวลผลด้วยโปรแกรม super pi โดยเลือกให้ทำการหาค่าทศนิยมของ pi ระดับ 1ล้านตำแหน่ง โปรแกรม super pi นี้เกิดขึ้นในปี คศ1995 และกลายเป็นโปรแกรมพื้นฐานของการวัดความสามารถในการคำนวณของ cpu มาตลอดสิบกว่าปี ผมบู๊ทเครื่องเข้า windows โดยตรง แล้วทดสอบ super pi 1M ผลคือใช้เวลาคำนวณ 35.475 วินาที ส่วนการทดสอบเรียกผ่าน parallel โปรแกรม super pi ใช้เวลาคำนวณ 37.75 วินาที ก็คือช้ากว่ากัน 2 วินาที คิดเป็น 5.7%

สรุปว่า การใช้งาน windows ผ่านโปรแกรม parallel ให้ประสิทธิภาพที่สูงพอๆกันกับการบู๊ทเข้า windows โดยตรง ซึ่งความเร็วที่ตกลงเล็กน้อยไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ความแตกต่างกัน 5% ไม่มีผลต่อการทำงานทั่วไปเลย ไม่แปลกใจที่ทาง apple ไม่คิดจะพัฒนาโปรแกรมแนวเดียวกับ parallel ขึ้นมาใช้เอง ยอมปล่อยให้ต้นตำรับ parallel ทำต่อไปเพราะ apple เคยให้สัมภาษณ์ว่า parallel ทำได้ดีอยู่แล้ว apple ไม่เห็นความจำเป็นต้องไปทำแข่ง

ทดสอบ macbook air ภาค 4 ตอนเอาไปใช้วินโดส์

สิ่งที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของ apple มีเสน่ห์ในการใช้งานอย่างหนึ่งก็คือ มันเป็นคอมพิวเตอร์ที่สามารถลง os ได้หลายชนิดโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการ hack

ตั้งแต่ apple หันใช้ซีพียู intel ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทำให้ผู้ใช้สามารถลงระบบปฏิบัติการ windows ในเครื่อง mac ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำมาได้ตั้งแต่ปี คศ 2006 แล้ว และที่ผ่านมาผมก็ลง windwos XP ในโน้ตบุ๊ค mac ตัวเก่าเพื่อใช้งานโปรแกรมบางอย่างที่มีเฉพาะในฝั่ง windows เช่น โปรแกรม microsoft word หรือ การเขียนโปรแกรมด้วย visual studio พอได้ macbook air 11 นิ้วมา ก็ซนอยากลองลงวินโดส์ดูบ้าง ก็เลยลองซะเลย

ก่อนจะลง ต้องทบทวนสิ่งที่ต้องมีสำหรับการลงวินโดส์บนเครื่อง mac ดังนี้
ต้องใช้โปรแกรม bootcamp แบ่งพาติชั่นของฮาร์ดดิสก์ก่อน โปรแกรมนี้เรียกใช้ใน osx
ต้องมีไดรเวอร์ของเครื่องเพื่อใช้ตอนติดตั้งวินโดส์ ไดรเวอร์อยู่ในแผ่น DVD ที่ให้มาตอนซื้อเครื่อง
ต้องมีแผ่นติดตั้ง windows การติดตั้งจะทำผ่านไดร์ฟ dvd

แต่ macbook air 11 นิ้ว ไม่มีไดร์ฟ dvd ติดมาด้วย เลยไปใช้วิธีคิดแบบการลงโปรแกรมบน netbook ทั่วไป
คือจะต้องทำแผ่นติดตั้ง windows ให้อยู่ใน usb แล้วก็บู๊ทเครื่องด้วย usb เข้าสู่การติดตั้ง แต่ macbook air ทำไม่ได้ ไม่ทราบเหตุผล เพราะผมลองเอา usb ที่มี os เป็น ubuntu มาเสียบ macbook air เพื่อบู๊ทเครื่อง ก็เงียบ ไม่เกิดอะไรขึ้น ซึ่ง usb ตัวนี้ผมใช้เป็นตัวแก้ปัญหาต่างๆมากับหลายๆเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น netbook หรือ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ซึ่งถ้ามันสามารถ boot ด้วย usb ได้ มันก็จะเข้าสู่ ubuntu ในนั้นได้ แต่่ macbook air ไม่ได้

เป็นข้อสรุปคร่าวๆได้ว่า แม้ว่า macbook air จะสามารถเสียบ usb dvd drive แล้วบู๊ทจากแผ่นได้ แต่มันก็ไม่สามารถบู๊ทด้วย usb flash ได้ และแม้ว่า usb recovery ที่แถมมาจะบู๊ทเครื่อง macbook air ได้ แต่มันก็ไม่รับ flash bootable ตัวอื่นได้ ผมไม่รู้ว่ามีการล๊อคค่าอย่างไรไว้ แต่ก็สรุปว่า ต้องติดตั้งวินโดส์ด้วย usb dvd drive เท่านั้น

ขั้นตอนการลง windwos ใน macbook air จะมีดังนี้
1 เตรียมแผ่น windows ซึ่งผมเลือก windows seven
2 เตรียม usb dvd drive
3 เข้า bootcamp ใน osx
4 ขั้นตอนหนึ่งใน bootcamp จะมีให้ดาวน์โหลด driver ต่างๆเป็นไฟล์เก็บไว้ ก็ให้โหลดตอนนี้เลย จะก็อปปี้ลง usb flash drive หรือ burn เป็นแผ่นก็ได้ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก
5 ขั้นตอนสุดท้ายใน bootcamp แบ่งพาร์ติชั่นให้เรียบร้อย ผมเลือกขนาดไว้ 20G
6 ใส่แผ่น windowsใน usb dvd drive และ restart เครื่องใหม่ กดปุ่ม option ตอนเปิดเครื่องแล้วก็เลือกให้บู๊ทจากแผ่น
7 เข้าสู่หน้าตาติดตั้ง windows
8 มีขั้นตอนหนึ่งให้เลือกว่าจะติดตั้งที่ไดร์ฟไหน ให้เลือกไดร์ฟที่ชื่อ bootcamp
9 ต้องกด format ไดร์ฟที่ต้องการติดตั้งด้วย เพราะถ้าไม่ format จะมีปัญหาติดตั้งไม่ผ่าน
10 ติดตั้งจบ boot เครื่องเข้าวินโดส์ ใช้งานได้แล้ว แต่ยังขาด driver ต่างๆ
11 ในวินโดส์ ใส่แผ่น driver ที่โหลดเอาไว้เข้าไป ถ้าไม่มี autorun ก็คลิก setup.exe เอง ถ้าเป็นโน้ตบุ๊คตัวอื่นๆเช่น macbook หรือ macbook pro หรือแม้แต่ imac ที่แถมแผ่น dvd มาให้ driver ต่างๆจะอยู่ในแผ่นที่แถม ส่วน macbook air รุ่น 11 นิ้ว ไม่แถมแผ่น dvd แต่แถมเป็น usb flash drive มาเพื่อเอาไว้ลง osx และ โปรแกรม i-life ซึ่ง ผมคิดว่าน่าจะมี drive อยู่ใน usb ตัวนี้ด้วย แต่ก็ไม่มี จึงให้โหลดเก็บไว้ก่อนตอนเรียกใช้ bootcamp หลังกจากติดตั้ง driver เรียบร้อย restart เครื่องอีกครั้ง

การใช้งาน windows ในเครื่องmac มีความเร็วปกติ ใช้ทำงานต่างๆได้ไม่แตกต่างไปจากเครื่องยี่ห้ออื่นๆ ในอดีตระบบแบตเตอรี่อาจจะมีชั่วโมงการใช้งานน้อยลง เพราะระบบประหยัดพลังงานยังไม่ค่อยสมบูรณ์ แต่ใน macbook air กับ windows7 คล้ายๆว่าจะมีโหมดประหยัดพลังงานที่ดีขึ้นแล้ว ทำให้ชั่วโมงการใช้งานยาวนานใกล้เคียงฝั่ง osx ไม่เหมือน macbook pro ตัวเก่าของผม ระบบประหยัดพลังงานยังไม่มี หรืออาจจะเป็นเพราะตอนนั้นเดิมผมลองกับ windows xp ไม่ใช่ windows7

สรุปว่า macbook air ลง windows7 ได้ ใช้งานได้เต็มความสามารถ

โน้ตบุ๊คเสียอีกแล้ว คราวนี้เขาว่าเป็นที่ฮาร์ดดิสก์

โน้ตบุ๊คของ apple รุ่น macbook pro ความเร็ว 2.2GHz เป็นโน้ตบุ๊คประจำตัว ใช้งานมาแล้วสองปี ห้าเดือน ซื้อประกันเพิ่มเป็นสามปี เคยส่งซ่อมมาแล้วสามครั้ง ครั้งแรกซ่อมแบตเตอรี่ได้เปลี่ยนตัวใหม่มาเลย ครั้งที่สองซ่อมเมนบอร์ดเพราะว่าเปิดไม่ติด ครั้งที่สามซ่อมแบตเตอรี่อีกครั้ง ได้เปลี่ยนตัวใหม่มาอีกเช่นกัน

รอบนี้ ใช้งานอยู่ดีๆก็มีอาการเครื่องแฮงค์ คือไม่ตอบสนอง ต้องกดปุ่มปิดสถานเดียว แล้วเปิดใหม่ก็ไม่สามารถบูทเข้าไปใช้งานได้ ได้เห็นแค่หน้าจอสว่างขึ้น แต่ไม่มีข้อมูลอะไรเคลื่อนไหวเลย พยายามจะบู๊ทเครื่องด้วยแผ่นซีดีก็ไม่สามารถทำได้ เลยยกเข้าไปส่งซ่อมที่ศูนย์ MCC หรือ Macintosh Center ที่ห้างฟอร์จูน

ส่งซ่อมรอตรวจเช็ค พนักงานแจ้งว่าฮาร์ดดิสก์เสีย พอถอดของเสียออกก็ใช้งานได้ ผมต้องเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ใหม่ เลยจัดการเอาตัวเก่าที่เคยได้รับมาพร้อมเครื่องขนาด 120g กลับไปใส่แทน แล้วเอาตัวที่เสียซึ่งผมเปลี่ยนเอง 320g ออกมาเพื่อส่งเคลมอีกยี่ห้อหนึ่ง เพราะ apple รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนที่มาพร้อมเครื่อง สิ่งที่เปลี่ยนเอง สิ่งที่เพิ่มเอง ต้องไปแยกเคลมตามบริษัทที่ซื้อมา

เสียอารมณ์นิดหน่อยที่ต้องมาเสียเวลากับเรื่องของเสีย เวลา 1 ชั่วโมงที่รอช่างตรวจสอบอยู่ก็แวะไปเดินเล่นที่ร้านขายคอมพิวเตอร์ apple แล้วก็ไปดูราคาเครื่องใหม่ โน้ตบุ๊คที่ถูกที่สุดราคา 34900 บาท ตัวเครื่องเป็นพลาสติกสีขาวดูสวยดี แต่ไม่กล้าซื้อเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าใช้ไปนานๆแล้วพลาสติกจะแตก

ไปดูอีกรุ่นที่แพงขึ้น ราคา 40900 บาท macbook pro ตัวนี้เป็นจอ 13 นิ้ว ของเดิมผมใช้จอ 15 นิ้ว รุ่นใหม่จอเล็ก ราคาถูกลง ความสามารถเครื่องเร็วขึ้น แต่การเชื่อมต่อและพอร์ตต่างๆจะน้อยกว่ารุ่น 15 นิ้ว รุ่น 13 นิ้วนี้เป็นตัวที่น่าซื้อเพราะราคาถูกมากแล้วเมื่อเทียบกับของเก่า แต่ผมก็ยังรู้สึกอยากได้เครื่องใหญ่กว่าอยู่ดี เลยดูไปที่รุ่นจอ 15 นิ้ว มันราคา 61900 บาท ตัวนี้อยากได้ แต่เงินไม่พอ ซื้อไม่ไหว ทนซ่อมทนใช้ของเก่าไปก่อนดีกว่า

งานที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์ที่เสียมีบางงานที่ยังไม่ได้แบ็คอัพไว้ คาดว่าจะเสียรูปถ่ายไปประมาณ 1-2 งาน และข้อมูลลูกค้าบางส่วนที่เสียแน่ๆ แต่ว่ายังพอไปขอก็อปปี้จากลูกค้าได้ ถือว่าการเสียหายครั้งนี้ไม่สร้างผลเสียมากนัก แต่ก็ทำให้หงุดหงิดพอสมควร หงุดหงิดตรงที่ว่าเครื่องมือทำมาหากินมันเสียแล้วทำให้เราทำงานต่อไม่ได้ แต่การจะสำรองโน้ตบุ๊คไว้สองเครื่องเผื่อเสียมันก็ดูจะเกินความจำเป็นไป

ทำไมถึงไม่คิดจะหาเครื่องสำรองสำหรับงานคอมพิวเตอร์กันหนอ กล้องยังมีสำรองเลย คอมพิวเตอร์สำรองตัวละสี่หมื่นมันก็ราคาพอๆกับกล้องถ่ายรูป คิดได้แต่ก็ยังไม่รู้สึกอยากทำ

กล่องใส่ magic mouse กลายเป็นกล่องใส่นามบัตร

magic mouse เป็นเม้าส์ของ apple ที่ออกแบบมาเป็นแบบไม่มีปุ่ม และมีมัลติทัชให้ใช้งาน ถือว่าเป็นเม้าส์ที่มีวิวัฒนาการสูงที่สุดในโลกตัวหนึ่ง หน้าตาดี สวยงามตั้งแต่กล่องใส่กันเลย และผมก็ซื้อมาใช้งานแล้วหลายเดือน

วันนี้เหลือบไปดูบนชั้นวางของ เห็นกล่องใส่ magic mouse ที่ดูดี ราคาแพง วางอยู่เฉยๆ เลยคิดออกว่าเอามาใช้งานดีกว่า เลยเอามาใส่นามบัตรซะเลย เพราะกล่องใส่นามบัตรทั่วไปมักจะเป็นกล่องใสๆอยู่แล้ว ก็เอามาใช้แทนกันไปเสีย เวลาหยิบนามบัตรแจก คนที่พบเห็นจะได้รู้สึกสนใจมากยิ่งขึ้น

พอเอามาวางในกล่องแล้วลองจับมันวางเพื่อค้ำยันให้ฝากล่องมันเปิดทิ้งไว้ ดูแล้วรูสึกว่ามันสวยดี เลยจัดการถ่ายรูปเก็บไว้เสียหน่อย แต่จะถ่ายให้สวยก็ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยบ้าง ก็คือเอาเข้าไปถ่ายด้วยชุดไฟสำหรับถ่ายสินค้าเสียเลย ใช้ความรู้เกี่ยวกับการจัดแสงแฟลชเล็กน้อย แล้วก็ได้ภาพแบบนี้

เบื้องหลังก็คือ กล่องไฟอนาถาราคาประหยัด กับแฟลชถ่ายรูป นามบัตรที่ใส่ในกล่องก็ทำขึ้นมาใหม่เดี๋ยวนั้นเลย พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิทัล แล้วก็ตัดขอบมนรอบด้าน มันก็กลายเป็นนามบัตรหรูหรา พร้อมกล่อง magic mouse ที่หรูหรายิ่งกว่า

ห้องมืดถูกใช้เป็นสตูดิโอขนาดย่อม เพราะว่าสภาพห้องมันมีโต๊ะวาง ทำให้่ถ่ายของสะดวก มีแอร์เปิดเย็นสบายทำให้ทำงานในห้องนี้ได้นาน คราวต่อไปจะดัดแปลงกล่องไฟอนาถาให้ใหญ่ขึ้น เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น อนาถาจะได้กลายเป็นผู้ดีมีราคา

ปล. ข้อมูลการถ่าย กล้อง Eos5d เลนส์ Tamron 28-75/2.8 แฟลช canon550 พร้อมตัวส่งสัญญาณ trigger ขณะถ่ายภาพปรับรูรับแสง f5.6 speed 1/125 iso100

ฟังเพลงระบบไร้สายด้วย Airport Express

จากบทความตอนที่แล้วที่ผมได้จัดหา Airport Express มาใช้งานทำระบบแลนแบบมีสายในบ้านให้เป็นไร้สาย  นอกจากความสามารถหลักของมันแล้ว ของแถมที่ได้มายังมีฟังค์ชั่นน่าใช้อีกสองอย่าง  คือมีช่องต่อ USB เอาไว้ต่อกับปริ๊นเตอร์  ทำให้เราสามารถสั่งพิมพ์งานแบบไร้สายได้เลย  และอีกฟังค์ชั่นหนึ่งก็คือการต่อลำโพงเข้ากับตัวมันเพื่อฟังเพลงโดยโปรแกรม iTune

การฟังเพลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์เรามักจะต่อลำโพงเข้ากับเครื่องที่เราใช้งาน  หรือถ้าเป็นโน๊ตบุ๊คก็จะมีลำโพงมาให้อยู่แล้ว  คุณภาพเสียงก็จะเล็กน้อยไม่สามารถคาดหวังอะไรได้  ส่วนใหญ่เราต้องการแค่ได้ยินเท่านั้น  หากเราสามารถทำให้เสียงไปออกยังลำโพงสเตอริโอในบ้าน  หรือ ชุดเครื่องเสียงหลักที่มีคุณภาพดี  เราก็สามารถใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเปิดเพลงฟังเพราะๆได้เลย  การเดินสายไปยังเครื่องเสียงหลักในบ้านจะเป็นเรื่องที่น่าปวดหัว  เพราะการเดินสายระโยงระยางเป็นเรื่องวุ่นวาย ไม่น่าดู

Airport Express นอกจากจะเป็นระบบแลนไร้สายแล้ว ตัวมันเองยังรับสัญญาณเพลงจากโปรแกรม iTune ได้อีกด้วย  ถ้าเราฟังเพลงด้วยโปรแกรม  iTune และเรามี Airport Express อยู่ในระบบเน็ทเวิร์คของเรา  เราก็สามารถเลือกให้  iTune ส่งสัญญาณเสียงไปออกที่ Airport Express ได้อีกช่องทางหนึ่ง  แทนที่จะออกแค่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา  จะให้ออกจุดไหนจุดเดียวก็ได้  หรือออกทั้งสองจุดก็ได้

คุณภาพเสียงที่ได้จาก Airport Express มีคุณภาพดีใกล้เคียงเครื่องเล่น iPod มากๆ  และอาจจะดีกว่ายืดหยุ่นกว่าตรงที่  มันสามารถส่งสัญญาณขาออกแบบดิจิทัลได้ด้วย  กล่าวคือ  ถ้าเราต่อสายสัญญาณแบบอนาลอกเข้ากับเครื่องขยายเสียงมันก็จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณเสียงไปตามปกติ  แต่เราสามารถเลือกสายต่อที่เป็นสายไฟเบอร์ออพติก เพื่อต่อสัญญาณดิจิทัลออกมาได้  สัญญาณดิจิทัลประเภทนี้จะต้องส่งไปเข้าตัวถอดรหัสเสียง  ซึ่งถ้าเรามีเครื่องเล่นโฮมเธียเตอร์ที่สามารถรับสัญญาณดิจิทัลได้  เราก็จะสามารถใช้โฮมเธียเตอร์ของเราถอดรหัสดิจิทัลให้เป็นอนาลอก แล้วก็ฟังเพลงได้ตามปกติ  แม้ว่าขั้นตอนดูจะยุ่งเหยิงเรื่องมาก  แต่ก็เป็นวิธีการเพิ่มคุณภาพเสียงประการหนึ่งที่ถูกออกแบบมาไว้ให้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มคุณภาพเสียงแลกกับการเดินสายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย  ซึ่งนักเล่นเครื่องเสียงมักจะคุ้นเคยและรู้ว่ามีเครื่องถอดรหัสเสียงดิจิทัลเป็นอนาลอกให้เลือกใช้ที่หลากหลาย ตั้งแต่ราคาหลักพัน ไปถึงหลักแสน  เราชอบแบบไหนเราก็เลือกสิ่งนั้นมาใส่เพิ่มในระบบได้

ความคุ้มค่ามีมากน้อยแค่ไหนคงไม่มีคำตอบที่ถูกต้องสำหรับทุกคน  บางคนต้องการแต่ได้ยิน  บางคนต้องการฟัง  บางคนต้องการเสพ  แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นของแถมในโลกไอที ที่ apple ได้ทำเอาไว้ให้เป็นทางเลือก  เพราะคิดว่าคนออกแบบผลิตภัณฑ์ตัวนี้คงจะเคยพบกับความรู้สึกว่า  อยากฟังเพลงนี้กับเครื่องเสียงดีๆในบ้าน  แต่ไม่อยากเดินสาย  ทำอย่างไรดี….