อนุบาล3 ทำก๋วยเตี๋ยวกินกัน

2019-01-14_10-53-03

ห้องเรียนของลูกผมมีการเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะ วัฒนธรรม ของภาคกลาง  และในบางส่วนของการเรียนก็มีเรื่องอาหารของภาคกลาง ก็เลยมีกิจกรรมทำอาหารภาคกลาง  ครูและนักเรียนในห้องตกลงว่าจะทำก๋วยเตี๋ยวเรือ  ก็เลยแบ่งหน้าที่ให้แต่ละคนนำของไป  รายชื่อองค์ประกอบของก๋วยเตี๋ยวถูกแจกจ่ายไปยังเด็กแต่ละคน และให้ผู้ปกครองช่วยเตรียมสิ่งของให้

ก๋วยเตี๋ยว

สมัยผมเด็กๆไม่มีกิจกรรมแบบนี้  น่าอิจฉานักเรียนยุคนี้จริงๆเลย  ได้คิด ได้ออกแบบ ได้แก้ปัญหา ส่วนกิจกรรมที่ทำเสร็จไป ผมก็ไปถามลูกว่าได้ทำอะไรบ้าง  ขอบฟ้าบอกว่าทุกคนได้ทำเหมือนกันเลย ได้ทำตั้งแต่ต้นจนจบ  ขั้นตอนก็คือ ใส่เครื่องก่อน  แล้วก็ลวกเส้น    มีเพื่อนบางคนใส่พริกไทด้วยนะ  ฟังจากที่ลูกเล่าแล้วก็ดีใจ  เพราะการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการลงมือทำจริงๆ

ก๋วยเตี๋ยว

Advertisements

ทำหนังสือนิทานข้าวหลาม

ที่โรงเรียนเพลินพัฒนา ห้องของขอบฟ้าจะมีกิจกรรม เผาข้าวหลาม อยู่ในกิจกรรมหลักที่ชื่อว่า “คุณค่า คุณข้าว” พ่อแม่ในห้องอนุบาล 3/4 ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ชื่อว่า มังกรยิ้มแฉ่ง จะต้องสอนเด็กเผาข้าวหลาม ก็คือต้องสอนลูกของเราเผาข้าวหลามให้เป็น สิ่งที่จะใชัจัดงานก็มีอุปกรณ์ต่างๆมากมาย บรรดาพ่อแม่ในห้องก็ต้องนัดกันแบ่งงาน แบ่งของที่จะขนไปจัดงาน สิ่งหนึ่งที่ถูกคิดขึ้นคือ นิทานข้าวหลาม เป็นหนังสือเล่มเล็กที่จะอธิบายวิธีการทำข้าวหลาม ซึ่งจะต้องอธิบายให้เด็กเข้าใจ ทีมงานเลยคิดทำเป็นหนังสือนิทาน และหนังสือนิทานก็ออกมาเป็นหน้าตาแบบนี้

เตรียมงานกันหน้ามืด คนวาด คนจัดพิมพ์ มีเวลาทำกันไม่มาก แต่ก็ออกมาได้ใช้ทันเวลา อีกหน่อยถ้าจะทำหนังสือนิทานขายกันก็ไม่ยากแล้ว

พ่อแม่แต่ละบ้านต้องไปหาวิธีทำ หาข้อมูล หาวัตถุดิบ และลงมือ เราได้รู้ว่าไม้ไผ่ทำข้าวหลามจะต้องเป็นพันธุ์ที่มีเยื่อไผ่เยอะๆจะทำให้ข้าวเหนียวติดกับเยื่อดูสวยงาม เราได้รู้ว่าการทำให้ข้าวหลามสุกจะมีหลายวิธี และเราก็เลือกวิธีเผาในถังน้ำมันผ่าครึ่ง เราได้รู้ส่วนผสมของข้าวหลาม 1 กระบอกจะมีข้าวเหนียว กระทิ เกลือ น้ำตาล ส่วนถั่วแดงหรือถั่วดำเราเลือกไม่ใส่เพราะหลีกเลี่ยงเด็กที่อาจจะแพ้ถั่ว

ไม้ไผ่สีเขียวเราได้จากป่าไผ่ที่ราชบุรี เป็นไผ่สีสวยและมีเยื่อหนาเหมาะกับการทำข้าวหลาม การจัดสถานที่ใช้เวลาก่อนหน้างาน 1 วัน หลังจากจบงานเราใช้เวลาเก็บของประมาณ 4 ชั่วโมง เศษลวด เศษไม้ต่างๆที่อาจจะทำอันตรายกับเด็กเราก็พยายามเก็บให้เกลี้ยง เพราะหากมันหลงเหลืออยู่ในสนามหญ้า คนที่จะบาดเจ็บคือลูกของพวกเราเอง

IMG_4738

คอนเส็ปแคมปิ้งก็ต้องมีเต๊นท์ด้วย เต้นผ้าทันสมัยก็หอบมาใช้วางประดับสถานที่ จัดบรรยากาศให้ดูเหมือนเราไปพักแรมกลางป่า

IMG_4739

จุดไฟเผาข้าวหลามเราใช้ถังน้ำมันดัดแปลง

IMG_0007

บรรดาแม่ทั้งหลายก็ซ้อมกิจกรรมกันตอนเช้า สนุกกันทุกคน เหมือนทุกคนมาเล่นกับลูก ลูกเพื่อนก็เหมือนลูกเรา

IMG_0018

ไม้แผ่นสีเขียวจากป่าแถวราชบุรี ไม่ได้ถามรายละเอียดว่าป่าไหน ฝากใครไปตัดมา แต่ก็เป็นไผ่ตัดเป็นชิ้นมาพร้อมใช้ ความยาวเหมาะสมกับการทำข้าวหลาม เยื่อไผ่มีปริมาณมาก

IMG_0015

คุณแม่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ก่อไฟด้วยถ่านเป็นเรื่องที่ทำกันไม่เก่ง ลองผิดลองถูกหน้ามืดเลย

IMG_0066

เล่นกับถ่านก็มือดำหน่อย

IMG_0074

ทีมงานที่คอยทำข้าวหลามรุ่นแรก งานวันนี้คือจะต้องมีข้าวหลามแจกเด็กร้อยกว่าคน

IMG_0245

เด็กในห้องของเราจะมาทำกิจกรรมละเอียด ทำตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนเด็กห้องอื่นก็จะแวะมาดูพรีเซ้นคร่าวๆแต่ไม่ได้ลงมือปฏิบัติ

IMG_0255

การเตรียมวัตถุดิบจะให้เด็กได้ตักทุกอย่างเอง ทั้งข้าว น้ำตาล เกลือ และตวงกระทิเองด้วย

IMG_0281

บางคนก็เติมกระทิน้อยเกินไป ตอนเผาออกมาข้าวก็จะแห้งและมีส่วนที่ไหม้เยอะ ถ้าเติมกระทิมากไปข้าวก็จะสุกช้า

IMG_0307

IMG_0322

เมื่อเติมส่วนผสมเสร็จแล้วก็ต้องปิดปากกระบอกด้วยการเอาทางมะพร้าวและใบตองมายัดเพื่อปิดให้สนิท

IMG_0253

แล้วก็เริ่มเผากันจริงๆ ข้าวหลามจะใช้เวลาอยู่ในกองไฟประมาณ 45-60 นาที ก็จะสุกและฟูพร้อมกิน

IMG_0094

ชุดกันความร้อนที่ดูแล้วก็น่ารัก ดูตลก แต่ใช้กันความร้อนได้ดีมาก

IMG_4746

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันบ้าง

IMG_4796

กระบอกข้าวหลามขอเด็กแต่ละคนจะมีชื่อเขียนกำกับไว้

IMG_4839

ข้าวหลามที่สุกพอดีกิน เมื่อผ่าไม้ไผ่ออกก็จะพบว่าเนื้อขาวหลามกลมมนและถูกห้อหุ้มด้วยเยื่อไผ่อย่างสวยงาม

IMG_4853

ทำเสร็จแล้วก็ต้องกินหรือชิม เด็กๆตักกินราวกับว่าไม่ได้กินเมื้อเย็นเมื่อวาน คนเตรียมของก็ปลาบปลื้ม

IMG_4863

IMG_4866

เมื่อกินกันบางส่วนแล้วก็มาถึงเวลาอ่านหนังสือ ตัวแทนของห้องขึ้นมาอ่านหน้าชั้น

ขอบฟ้ากับเพลินเพลิน ตอน รถเมล์ขับช้า

IMG_9606

 

ขอบฟ้ากับเพลินเพลิน ตอน รถเมล์ขับช้า
วันหนึ่งที่นั่งรถไปโรงเรียน ถนนเล็กแถวบ้าน รถพ่อขับตามรถเมล์คันหนึ่ง  เนื่องจากถนนเล็กเราเลยต้องวิ่งตามรถใหญ่ไป  รถเมล์ขับช้ามาก  ขอบฟ้าสงสัยว่าทำไมไม่ขับเร็วๆ  พ่อก็อธิบายว่า ถ้าขับเร็ว รถก็คนขึ้นน้อย รายได้ก็น้อย  เขาอยากให้คนเยอะ  เลยขับรอช้าๆ เพื่อให้คนมารอขึ้นรถเยอะๆ
ขอบฟ้า คนขึ้นเยอะแล้วดียังไง
พ่อ คนเยอะก็เก็บเงินได้เยอะ คนขึ้นรถเมล์ต้องจ่ายเงิน
ขอบฟ้า บนรถจ่ายเงินยังไงครับ เอาเงินไปให้คนขับเหรอ?
พ่อ บนรถจะมีคนขับ1คน มีคนเก็บเงิน 1 คน  คนเก็บเงินจะเดินไปเก็บคนที่นั่งบนรถ  แล้วก็เอาเงินมาแบ่งกัน  ขับรถช้าแบบนี้ทำให้คนอื่นเดือดร้อนนะ  เพราะเราแซงไม่ได้ ถนนเล็กเลยต้องรอเขาขับช้า
ขอบฟ้า  แบบนี้ก็ไม่ดีน่ะสิ
พ่อ  ใช่ แบบนี้คือเขาเป็นคนเห็นแก่ตัว  ไม่เห็นใจคนอื่น
ขอบฟ้าทำท่าคิด
ขอบฟ้า  แต่มันก็มีข้อดีนะ  คนที่ออกมาจากบ้านช้าจะขึ้นรถ จะได้มีรถเมล์ให้ขึ้น จะได้ไปทำงานได้
พ่อ  ใช่ นั่นก็เป็นข้อดีของคนขึ้นรถเมล์
ขอบฟ้า  แต่มันก็มีข้อไม่ดีนะ  ได้ขึ้นรถ แต่ก็ไปทำงานไม่ทันเพราะรถขับช้า
พ่อ  ใช่อาจไปทำงานไม่ทัน
พ่อรู้สึกปลาบปลื้มมากที่ขอบฟ้ามีดุลพินิจ มีการหาเหตุผล มองหาข้อดีและข้อเสียของเหตุการณ์ที่พบเห็น

เพลินๆ 18feb2018

IMG_20180218_081258

ขอบฟ้าขอบดาวเสาร์มาหลายเดือนแล้ว และมีการวาดภาพดาวเสาร์เล่นอยู่บ่อยครั้ง  ในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ขอบฟ้าและพ่อกับแม่ได้ดูดาวเสาร์ด้วยกัน  เป็นการดูดาวตอนเช้ามืด   ขอบฟ้าได้เห็นวงแหวนของดาวเสาร์ด้วยตาตัวเอง  ดาวเสาร์มีวงแหวนจริงๆ  และขอบฟ้าก็ตื่นเต้นมาก พ่อก็ตื่นเต้นยิ่งกว่า

วันอาทิตย์ขอบฟ้าได้ไปวิ่งในงาน dinorun ซึ่งเป็นการจัดงานวิ่งที่สวนสาธารณะ  ขอบฟ้าวิ่งผ่านระยะ 2.5 กิโลเมตร ได้เหรียญที่ระลึก ขอบฟ้าเอาเหรียญกลับมาบ้านและอวดคุณยายคนแรกเลย

 

 

ตกน้ำตอนไปภาคสนาม

24294089_1919920724927843_5675824787670542833_n

ขอบฟ้า ไปเที่ยวภาคสนามกับที่โรงเรียนในวันจันทร์ที่ 4 ธค 2560 ที่ three little pigs farm โดยวันอาทิตย์ก่อนหน้าวันเดินทาง ขอบฟ้าบอกกับแม่ว่า ไม่อยากไป  ดูแล้วไม่สนุก  และบอกว่าที่นี่น้ำเยอะ ขอบฟ้ากลัวตกน้ำ

เช้าวันจันทร์ขอบฟ้ายังงอแง ร้องไห้ไม่อยากไป  พ่อกับแม่ก็ช่วยกันกล่อม ช่วยกันพูดเพื่อให้ขอบฟ้าร่วมเดินทางไปกับเพื่อนๆ  เพราะพ่อแม่ไม่อยากให้ขอบฟ้าปฏิเสธกิจกรรมที่ทำกับเพื่อนและโรงเรียน  กว่าจะได้ออกจากบ้านก็ยากกว่าวันปกติ  จนแม่ต้องโทรหาครูว่าให้ช่วยดูเป็นพิเศษหน่อย  พ่อไปส่งขอบฟ้าที่หน้าโรงเรียนเช่นเดิม  ขอบฟ้าไม่ยอมเข้า ครูตูนที่คุยกับแม่มาแล้วก็เลยมาพาเข้าไป ขอบฟ้าเลยยอมเข้าห้องเรียนไปเตรียมตัวเดินทาง
ตอนกลางวันครูแจ้งว่าขอบฟ้าตกน้ำ แต่ไม่เป็นอะไร และอาบน้ำล้างตัวเรียบร้อยแล้ว พ่อแม่ตกใจมาก  และไปหาที่ฟาร์มทันที  พอได้ดูสถานที่จริง และได้พูดคุยกับขอบฟ้า ขอบฟ้าบอกว่าตกใจ  แต่ก็พยายามไม่ร้องไห้  ขอบฟ้าขออยู่เล่นกับเพื่อนจนจบทริป และให้แม่ไปรับขอบฟ้าที่โรงเรียน
ตอนนั่งรถแม่กลับบ้าน ขอบฟ้าคุยกับแม่ในรถ  แอมเบอร์ รอยบอกแล้วว่าที่น้ำเยอะ รอยอาจตกน้ำได้  ทีหลังให้เชื่อที่รอยบอกนะ  แม่มาเล่าให้พ่อฟังอีกรอบว่าขอบฟ้าบอกว่าอะไร  พ่อกับแม่พูดไม่ออก  เป็นสิ่งที่พ่อกับแม่เพิ่งจะได้เรียนรู้
อีกสองวันหลังจากหยุดวันพ่อแล้ว ก่อนไปโรงเรียน แม่กับขอบฟ้าคุยกันว่า  วันนี้โรงเรียนจะพาขอบฟ้าไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ขอบฟ้าไม่ต้องตกใจนะ  ขอบฟ้าบอก ไม่ตกใจ  และพ่อกับแม่ได้ถามอีกครั้งว่า ขอบฟ้าจำได้ไหมว่าขอบฟ้าตกน้ำได้ยังไง  ขอบฟ้าบอกว่า ขอบฟ้าลื่น  พื้นเปียก  ขอบฟ้ารีบเดิน เลยลื่นตกน้ำ ครูมาช่วยไม่ทัน  ขอบฟ้าบอกว่า ครูทำดีที่สุดแล้ว

ปีนหน้าผาที่โรงเรียน

IMG_0962
IMG_0971


กีฬาปีนหน้าผาเป็นกีฬาที่โรงเรียนเพลินพัฒนาสนับสนุนอย่างจริงจัง มีหน้าผาจำลองที่ได้มาตรฐานการแข่งขันให้ฝึกฝน  มีกีฬาสองชนิดที่นักเรียนในเพลินพัฒนาต้องเล่นให้ผ่านคือ ว่ายน้ำ และปีนผาซึ่งคาดว่าจะได้เรียนในช่วงประถม  ช่วงว่างตอนเย็น เด็กๆสามารถมาลงชื่อเพื่อขอเล่นได้ และมันได้รับความนิยมในชั้นอนุบาลอย่างมาก ขอบฟ้าเป็นเด็กอนุบาล2 ก็ไปลงชื่อต่อคิวไว้เพิ่งจะได้เล่นวันนี้เป็นครั้งแรก

ก่อนหน้านี้เกือบปี ก็ได้มาลงชื่อไว้เหมือนกัน แต่ติดธุระสารพัด และบางทีโรงเรียนก็ไม่มีบุคคลากรมาดูแล เลยไม่ได้เล่นสักที  พออยากเล่นมากๆและไม่ได้เล่น ก็เลยไปหาเล่นข้างนอกนิดหน่อยเพื่อให้พอหายอยาก

พาลูกไปปีนหน้าผา

วันนี้ได้เล่นในโรงเรียนก็ประหยัดเงินดี และได้เห็นตัวอย่างของคนอื่นเล่นด้วย จะได้พัฒนา เพราะตอนไปเล่นข้างนอก ไม่มีตัวอย่างวัยเดียวกันให้ดูเลย ก็เล่นไปมั่วๆ ไร้หลักการ  ถ้าจะหัดปีนผาจริงจังก็คิดว่าโรงเรียนเพลินพัฒนาแห่งนี้ก็น่าจะช่วยได้อย่างจริงจัง

เมื่อให้ลูกถือกล้องถ่ายภาพไปโรงเรียน

 

โรงเรียนเพลินพัฒนามีกิจกรรมหนึ่งที่ให้นักเรียนแต่งตัวเป็นคนในครอบครัว  โดยให้เด็กเลือกว่าจะเป็นใครแล้วก็แต่งตัวเลียนแบบไปเลย  ขอบฟ้า ลูกของผม เลือกจะเป็นตัวเอง  คือไม่เป็นพ่อแม่หรือตายาย  ไม่เป็นใครเลย  จะเป็นตัวเอง แต่ตัวของตัวเองแบบขอบฟ้าจะมีกล้องถ่ายรูปที่เล่นอยู่เป็นประจำด้วย  ก็เลยให้ถือกล้องไปโรงเรียน

2015-01-01 newyear partyIMG_0058

การไปโรงเรียนแบบมีกล้องถ่ายภาพ สำหรับเด็ก 5 ขวบก็ดูจะเป็นอันตรายต่อกล้องนิดหน่อย แต่ขอบฟ้าคุ้นเคยกับกล้องถ่ายภาพมาตลอดชีวิตตั้งแต่มีลมหายใจ  ตั้งแต่มือมีแรงก็หยิบจับของเล่นสารพัด และหนึ่งในหลายสิ่งก็มีกล้องถ่ายรูปของพ่ออยู่ด้วยที่หยิบมาเล่น หยิบมาถ่ายเป็นประจำ

IMG_20161204_194617

IMG_20161204_192035

ผมหัดให้ขอบฟ้าได้ถ่ายภาพแบบจริงจังมาสักปีกว่า  คำว่าจริงจังสำหรับเด็กอนุบาลหมายถึงถ่ายภาพแล้วต้องได้ภาพ  ได้ภาพคนเต็มตัว หรือ ได้ภาพคนครึ่งตัวก็ต้องได้ตามที่คิดไว้ รวมไปถึงการชื่นชอบอะไรแล้วถ่ายสิ่งของสิ่งนั้นด้วย  ผลการฝึกมาหลายครั้ง ในระยะเวลาปีกว่าก็ทำให้ขอบฟ้ามีทักษะการถือกล้องถ่ายรูปที่พอใช้ได้  สามารถไหว้วานให้ถ่ายภาพคู่ของพ่อแม่ได้แล้ว  นับเป็นความภาคภูมิใจเรื่องหนึ่งของพ่อและแม่

IMG_20141226_214855

ในกิจกรรมของโรงเรียนที่ให้ขอบฟ้าติดกล้องถ่ายรูปไปโรงเรียน เป็นกล้องคอมแพ็ค kodak รุ่น c140 ที่ผมซื้อไว้เมื่อปี คศ2008 ซึ่งจนป่านนี้ยังไม่พังเลย ผมชอบกล้องตัวนี้ในความเรียบง่ายและทนทาน ใส่ถ่าน AA 2 ก้อนก็ทำงานได้แล้ว    เมื่อกลับมาถึงบ้าน เปิดกล้องดูก็พบว่ามีภาพใหม่ๆมากมายที่ขอบฟ้าไปถ่ายมา  การดูภาพถ่ายจากเด็กคนหนึ่งที่เราไม่รู้ว่าเขาไปเจออะไรมาบ้างเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก  เพราะเราได้เห็นโลกที่เราไม่เคยเห็น ได้เห็นมุมมองและการตอบสนองของคนในภาพ  อย่างน้อย ภาพก็เล่าเรื่องว่าขอบฟ้าไปเล่นกับใครมาบ้าง และคนรอบตัวของฟ้ามีอัธยาศัยที่ดีน่ารักเพียงไร

 

100_3396

100_3402

100_3403

100_3400

100_3410

100_3408

100_3413

100_3417

100_3418

100_3419

100_3426

 

เมื่อได้ดูจนจบวันของขอบฟ้า สิ่งที่สังเกตุและเพิ่งจะได้รับรู้ก็คือ มุมมองของเด็กที่มองผู้ใหญ่เป็นมุมเงยเสมอ   แม้จะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เราก็ลืมไป  แอบคิดไปว่าการพูดคุยกับเด็ก หากเราย่อตัวไปคุยกับเขาในระยะที่เขาไม่ต้องเงย เราอาจได้ความไว้วางใจ ความเป็นเพื่อน และความสบายใจมากยิ่งขึ้น