ครบ 10 ปี เครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ท

IMG_0089

โรงพิมพ์ของผมซื้อเครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ท 4 สี มือสองเข้ามาใช้งานตั้งแต่ช่วงปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยมีภัยน้ำท่วมใหญ่ และเป็นปีที่พ่อผมเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในช่วงปลายปี พ่อผมมีโอกาสได้เห็นเครื่องพิมพ์ 4 สี วางอยู่ในโรงพิมพ์ ผมรู้สึกว่ามันเป็นความสำเร็จของคนปากกัดตีนถีบคนนึงที่ดิ้นรนทำมาหากินและสร้างครอบครัว ส่งลูกเรียนจบและมีอาชีพทิ้งไว้ให้ลูกหลาน

DSCF4375


เครื่องพิมพ์ไฮเดลเบิร์ก เป็นเครื่องพิมพ์มือสอง ผมไม่รู้ประวัติของเครื่องนี้เท่าไหร่นัก แต่มันมาตั้งในโรงพิมพ์ในตอนที่มิเตอร์บนเครื่องชีไปไป 47327770 รอบ ซึ่งผมถ่ายภาพนี้ไว้ในวันที่ 16ธันวาคม2554

20111216_173452

เวลาเลยผ่านมาเหมือนไม่นาน รู้ตัวอีกทีก็ครบ 10 ปี มันเป็น 10 ปีที่มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เรามีช่วงเวลาที่ทำงานไม่ทัน งานล้นมือ เรามีช่วงเวลาที่งานซบเซา บางวันต้องปิดเครื่อง ปิดไฟโรงงาน และในช่วงที่มีโควิดระบาดหนักๆ ช่างพิมพ์หลายคนในโรงพิมพ์ก็ต้องหยุดงานเพราะติดเชื้อ โรงพิมพ์ทำงานต่อไม่ได้ งานบางงานต้องไปขอให้โรงพิมพ์อื่นช่วยเหลือช่วยพิมพ์ให้

วันที่ครบ 10 ปี คือ 16ธันวาคม2564 ผมถ่ายภาพนี้เก็บไว้อีกครั้ง

2021-12-16_05-02-45

มิเตอร์ขึ้นเลข 77740023 ซึ่งพอนำมาคิดหักลบกับตัวเลขเริ่มต้นแล้ว ก็จะได้

77740023 – 47327770 = 30412253 หรือประมาณ 30 ล้านรอบ

ตัวเลข 30 ล้านรอบนี้บอกอะไรเราบ้าง

ถ้านับงานกระดาษใบปลิว A4 พิมพ์ 2 หน้า เราจะพิมพ์งานนี้ไปแล้ว 60 ล้านใบ ผมก็ไม่รู้ว่ามันมากหรือน้อย เครื่องพิมพ์เครื่องนี้ทำเงินให้เราเกินค่าตัวของมัน แม้ว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์จะเป็นดาวร่วงในมุมมองของนักบริหารและนักการตลาด แต่เราก็ยังคงต้องทำอาชีพนี้อยู่ และปรับเปลี่ยนงานพิมพ์ไปพิมพ์สิ่งที่ผู้คนยังต้องใช้งาน หนังสือพิมพ์ไม่มีคนซื้อแล้ว เราก็ไม่ต้องพิมพ์ นิตยสารขายไม่ได้แล้วเราก็ไม่ต้องพิมพ์ ซึ่งสองอย่างนั้นก็ไม่เคยเป็นงานของโรงพิมพ์เราอยู่แล้ว แต่ประเทศเรายังต้องการกล่องใส่อาหาร กล่องใส่ขนม อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ ยังต้องการโบรชัวร์ ยังต้องมีเอกสาร คู่มือผลิตภัณฑ์ ยังต้องมีหนังสือให้ความรู้ พ็อกเก็ตบุ๊ค นิยาย การ์ตูน หนังสือเรียน ยังมีสติ๊กเกอร์อีกหลายชนิดสำหรับติดกล่อง ติดขวด ติดตามสินค้าและกล่องต่างๆ

เทคโนโลยีทางการพิมพ์ของโลกเราเริ่มต้นจากการเรียงพิมพ์ด้วยตัวหนังสือโลหะ จาก letterpress สู่การพิมพ์ offset และเป็นระบบดิจิทัลในปัจจุบัน ที่น่าทึ่งก็คือ ทุกเทคโนโลยียังคงมีอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีของใหม่ที่ไปทำลายของเก่า ในโรงพิมพ์เรายังมี letterpress ที่ขาดไม่ได้ ยังมี offset ที่เป็นกำลังหลักของวงการพิมพ์ และมีดิจิทัลสำหรับงานเร่งด่วนและพิมพ์ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปทุกใบได้ ทุกเทคนิคการพิมพ์ในปัจจุบันยังคงมีบทบาทอยู่ วงการพิมพ์ไม่ได้ล่มสลาย การปรับตัวของผู้บริโภคทำให้ความจำเป็นในการใช้สิ่งพิมพ์เปลี่ยนรูปแบบไป สิ่งที่แน่นอนก็คือ ไม่มีใครซื้อขนมที่ไม่มีแพ็คเกจห่อหุ้ม ไม่มีใครซื้อยากินเป็นเม็ด ทุกคนต้องการของกินที่อยู่ในหีบห่อหรือในกล่อง ไม่ใช่แค่ของกิน แต่ของขายในห้างในมาเก็ตเพลสก็ต้องการหีบห่อและเอกสารประกอบทั้งนั้น โลกเรายังต้องมีสิ่งพิมพ์

พิมพ์สติ๊กเกอร์เรื่องไม่ยาก

งานพิมพ์สติ๊กเกอร์เป็นดวงๆได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลายคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19ต่างก็หันมาทำอาชีพที่สอง อาจจะเป็นเพราะตกงาน อาจจะเป็นเพราะโดนสั่งให้หยุดงานแล้วไม่ได้รับเงินเดือน การทำของขายหรือทำของกินขายเป็นช่องทางเดียวที่ทำได้ง่ายและได้เงินทันที และเมื่อตัดสินใจจะทำของขายก็ต้องมียี่ห้อสินค้าของตัวเอง การติดต่อสั่งพิมพ์ฉลากกับโรงพิมพ์ก็เป็นช่องทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การพิมพ์ในอดีตเราจะต้องพิมพ์จำนวนมากเพื่อให้ราคาต่อหน่วยลดลง

IMG_20200327_095949

แต่ปัจจุบัน รูปแบบการทำงาน และลักษณะอาชีพที่ลูกค้าเลือกทำก็มักจะต้องการลดต้นทุนสินค้าให้ได้มากที่สุด การสั่งโรงพิมพ์ผลิตจำนวนมากแม้จะได้ราคาต่อหน่วยที่ถูกลง แต่ก็ต้องสั่งจำนวนมาก ทำให้ยอดเงินที่ต้องจ่ายให้โรงพิมพ์ก็จะมากตาม ดังนั้นระบบการพิมพ์ดิจิทัลที่ทำจำนวนน้อยๆได้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และยิ่งสามารถตัดสติ๊กเกอร์เป็นดวงเพื่อให้เกิดความสะดวกในการใช้งานก็ดูเป็นทางเลือกที่ประหยัดและสะดวกไปพร้อมกัน ถ้าเราจะทดลองตลาดจำนวนไม่กี่ร้อยดวงระบบการพิมพ์ดิจิทัลพร้อมไดคัทก็เหมาะสมกับสถานการณ์นี้ และถ้าวันหลังเมื่อสินค้าติดตลาด จะต้องทำใหญ่ ทำเยอะขึ้น ระบบการพิมพ์ปกติอย่างอ๊อพเซ็ทที่ทำทีละหมื่นหรือแสนดวงจะทำได้เร็วกว่าแบบดิจิทัลก็จะเหมาะสมกว่า ใครสนใจจะทำสติ๊กเกอร์ติดกล่อง ติดแก้ว ติดขวด ก็ติดต่อมาได้ครับ เราจะช่วยเลือกวิธีการผลิตที่ประหยัดและมีความเร็วที่เหมาะสมกับธุรกิจให้ได้ ขอบคุณครับ

IMG_20200521_153913
IMG_20181009_154129
IMG_0216
P1100255
IMG_20200331_133555

เครื่องพิมพ์ดิจิทัลอยู่ๆก็รวน สีซีดกระทันหัน

เครื่องพิมพ์ดิจิทัลที่ใช้งานอยู่เป็นเครื่องพิมพ์ที่ผมใช้งานมาหลายปีแล้ว และปีนี้มันก็แก่มากแล้ว ทางผู้ให้บริการก็แจ้งว่า จะหยุดการให้บริการเรื่องหมึกและซ่อมบำรุงในปีนี้(พศ2563) ซึ่งมันก็สมควรแก่เวลา เพราะนับๆดู เครื่องพิมพ์รุ่นนี้ก็ทำงานมานับสิบปี ชิ้นส่วนต่างๆก็เริ่มแตกหัก ต้องดัดแปลงหาอะไหล่ทดแทนกันเป็นบางชิ้น

อาการสีซีด fujixerox 50651028987_9ac2e18746_k blur

ภาพที่เห็นนี้คืออาการสีซีดกระทันหัน ด้านซ้ายคือใบแรกที่ออกจากเครื่องพิมพ์ ด้านขวาคือใบที่ 350 ซึ่งมีอาการสีซีดขั้นรุนแรง และเมื่อโทรเรียก call center เพื่อแจ้งปัญหา ก็ไปเจอคู่สายเต็ม พนักงานให้บริการท่านอื่นอยู่ เว้นช่วงโทรห่างกันครึ่งชั่วโมงยังไม่ได้คุยกับช่างเลย สุดท้ายระบบตอบรับบอกให้ไปเข้าหน้าเว็บแล้วไป chat ในเว็บเลย ก็เลยไปแจ้งที่ช่องทางนั้นแทน อาการเสียเกิดขึ้นประมาณ 9.30 น. ใช้เวลาประมาณ 40 นาที บริษัทถึงจะรับข้อมูลแจ้งได้เรียบร้อย และช่างโทรหาผมตอน 10.30น. บอกว่าจะเข้ามาถึงประมาณเที่ยง

2020-12-01_04-30-09

ช่างตรวจอยู่พักใหญ่ก็สรุปอาการได้ว่า มอเตอร์ตัวนึงที่อยู่ในระบบหมึกสีชมพูหรือmagenta เสีย ทำให้หมึกไม่ถูกลำเลียงลงไปยังตัวสร้างภาพ สีก็เลยซีดแบบทันทีทันใดแบบนี้ ช่างจัดการเปลี่ยนอะไหล่ให้ และทุกอย่างก็กลับมาปกติ

สรุป
อาการเสียที่เกิดขึ้นกับเครื่องพิมพ์สามารถตรวจพบและซ่อมได้ไม่ยาก การเปลี่ยนอะไหล่สามารถแก้ปัญหาได้ สิ่งที่ควรปรับปรุงก็คือ ระบบรับแจ้งปัญหาหรือ call center ที่บอกลูกค้าว่าให้บริการเต็มทุกคู่สาย มันสร้างความน่าหงุดหงิดให้กับลูกค้าจริงๆ

งานพิมพ์สติ๊กเกอร์ด้วยเทคนิค letterpress

2020-06-20_11-01-30

การพิมพ์ด้วยเทคนิค letterpress นอกจากจะพิมพ์บนกระดาษทั่วไปแล้ว ยังสามารถพิมพ์บนสติ๊กเกอร์ได้ด้วย ลูกค้าท่านหนึ่งทำสินค้าขาย online และอยากมีสติ๊กเกอร์ที่พิมพ์ด้วยระบบ letterpress เราก็เลยจัดทำให้ตามที่ต้องการ งานพิมพ์ 1 สี ตั้งใช้วิธีผสมสีพิเศษ เพื่อให้ได้ค่าสีที่ตรงกับ pantone ที่ลูกค้าเลือก เสร็จจากขั้นตอนการพิมพ์แล้ว จะรอแห้งอยู่ 1 วัน แล้วจึงค่อยนำไปปั๊มได้คัท เพื่อให้สติ๊กเกอร์ฉีกใช้งานได้ง่ายขึ้น

บริการหลังการขาย ฟูจิซีร๊อกส์ ไม่ประทับใจ

หลังจากใช้งานเครื่องพิมพ์ Fujixerox x700 และเป็นลูกค้ามาปีที่ 6 โดยในช่วงปีแรกผมมีการพูดถึงการใช้งานและบ่นเรื่องบริการไปหลายอย่าง ด้วยงานที่เยอะขึ้น เราก็ทำงานไปโดยไม่ได้บ่นอะไรอีก เพราะตอนมีปัญหาเราก็ลืมที่จะบันทึกเอาไว้ พอแก้ปัญหาได้ เราก็รีบทำงานส่งลูกค้าแล้วก็ลืมที่จะกลับมาจดบันทึกเอาไว้

WP_20150928_001

มาวันนี้ มีปัญหาเกิดขึ้น และผมมีเวลาบันทึก ก็เพราะว่า วันเสาร์ประมาณ 16.30 น. เครื่องพิมพ์มีปัญหาบางส่วนของภาพหายไปตอนพิมพ์ และเป็นปัญหาทุกแผ่นที่พิมพ์ เปลี่ยนไฟล์ก็ไม่หาย เลยแจ้ง callcenter ไป ปกติจะต้องมาถึงภายในเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อตกลงการใช้บริการ แต่วันเสาร์ไม่มีช่าง standby แล้วรอวันจันทร์ก็ได้

วันจันทร์ 10.30น. ช่างยังไม่มา โดยก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมงก็ได้โทรไปตามแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครให้คำตอบว่าช่างจะมาเมื่อไหร่ งานของโรงพิมพ์ที่รับปากลูกค้าไว้ต้องเลื่อนส่งงาน งานจะโดนรีเจ๊คหรือเปล่าเราก็ยังไม่รู้ เพราะลูกค้าของโรงพิมพ์ท่านนี้เป็น เอเจนซี่ เขารับงานจากโรงพิมพ์แล้วก็ต้องไปส่งงานให้ลูกค้าของเขาอีกที เดิมทีก่อนเครื่องมีปัญหาเราก็นัดลูกค้าว่างานจะเสร็จวันเสาร์ พอเครื่องมีปัญหาก็เลยต้องเลื่อนออกไป แล้วโรงพิมพ์ก็ไม่กล้านัดกับเอเจนซี่แล้ว เพราะไม่รู้ว่าช่างของฟูจิซีร๊อกส์จะเข้ากี่โมง

10.45น. ผมมีเวลาว่างนิดหน่อย เพราะงานต้องรอ ต้องรอช่างซ่อมเครื่องฟูจิซีร๊อกส์x700 ระหว่างที่รอก็เลยบันทึกเอาไว้อ่านกันลืม โรงพิมพ์เป็นลูกค้ามาหกปีแล้ว จ่ายเงินตรงเวลาทุกเดือน เรารักษาสัญญาณกับฟูจิซีร๊อกส์ว่าเราจะใช้บริการและจ่ายเงิน เราตรงไปตรงมา แต่ช่างบริการของฟูจิซีร๊อกส์กลับไม่สามารถทำตามสัญญาได้ สัญญาคือจะเดินทางมาซ่อมเครื่องภายใน 2 ชั่วโมง ซึ่งรอบนี้ เราก็คาดว่าช่างคงมาช้าไม่ทันตามสัญญา ที่เราคาดเดาว่าไม่ทัน เพราะหลายๆทีที่มีปัญหาช่างก็มาทันบ้าง ไม่ทันบ้าง

EM technology สิ่งที่ไม่เคยมีใครบอก

หลังจากที่ผมดูวิดีโอนี้จบ ผมก็ตั้งคำถามกับตัวเองหลายข้อ
ทำไมไม่มีใครในเมืองไทยเอาเรื่องแบบนี้มาถ่ายทอดให้เรารับรู้ ตอนน้ำท่วมใหญ่ประเทศไทย ลูกบอล EM มีบทบาทมากในช่วงการแก้ปัญหาน้ำขัง
ทำไมไม่มีโปรดักเกี่ยวกับ EM มาวางขายใกล้ตัวผม หาซื้อง่ายๆ
ทำไม EM ในความรู้สึกผมมันสกปรก และ ไม่น่าใช้ แต่ในวิดีโอนี้มันน่ารักมาก

ผมโทรหาคนที่น่าจะรู้เรื่องการผลิตกระดาษในประเทศไทยโทรคุยจนเขาพร้อมให้ลองทำ หา EM ไปให้เขา เดี๋ยวจะลองให้
ผมโทรหาคนที่รู้เรื่องจุลินทรีย์ และได้รู้ว่า EM มีหลายแบบ ถามว่าทำไมเช็ดกระจกได้ เขาบอกว่า EM จะย่อยของเสียให้แล้วได้แอลกอฮอร์ และทำให้เช็ดกระจกได้ เพราะน้ำยาเช็ดกระจกจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอร์

ประเทศไทยมี EM มานานแล้ว แต่การนำไปใช้จำกัดอยู่ในวงแคบ  ไม่มีไอเดียน่าสนใจในการชักชวนให้ใช้  ผมหวังว่าจะมีคนช่วยทำให้ EM มีบทบาทมากขึ้น และถูกใช้ประโยชน์มากขึ้นในทุกๆทางที่มันทำได้

ติดตั้งเครื่องพิมพ์ 4 สี

12 ธันวาคม 2554 ที่โรงพิมพ์ทำการติดตั้งเครื่องพิมพ์ 4 สี เครื่องพิมพ์เครื่องนี้ทำให้ครอบครัวผมเป็นหนี้ตัวจริง แต่ก็เชื่อว่ามันจะปลดหนี้ได้ในเวลาไม่นาน


ภาพถ่ายด้วยมือถือ samsung galaxy note โดยใช้โปรแกรม FXCamera เพื่อถ่ายภาพให้มีกรอบภาพแบบโพลารอยด์ จากนั้นใช้โปรแกรมตกแต่งภาพเพื่อเขียนตัวหนังสือลง การเขียนตัวหนังสือใช้ S pen ซึ่งเป็นอุปกรณ์ประจำตัวของมือถือรุ่นนี้

ด้วยความที่มือถือรุ่นนี้มีความเร็วสูง สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงได้ค่อนข้างดี ก็เลยถ่ายบรรยากาศการติดตั้งเครื่องเก็บไว้เป็นที่ระลึก

DSCF4375

ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 6

เครื่องพิมพ์ดิจิทัล fujixerox รุ่น x700 ทำงานมาครบปีแล้ว หลังจากที่ผ่านการทำงานไม่มากไม่น้อย มีอาการเสื่อมสภาพบางชิ้นส่วน เปลี่ยนอะไหล่ก็หายดี การทำงานกับเครื่องพิมพ์ตัวนี้เริ่มใช้งานบางฟังค์ชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกบางอย่าง และพอเริ่มใช้ก็เริ่มพบข้อจำกัดบางอย่าง

เครื่องพิมพ์ตัวนี้มีถาดใส่กระดาษ 7 ชุด แต่ละชุดจะมีปริมาตรใส่กระดาษได้ไม่เท่ากัน งานที่พิมพ์เยอะๆต้องใช้ช่องใส่กระดาษถาด 6 และ 7 งานบางประเภทที่แบ่งว่าหน้าปกเป็นกระดาษหนา เนื้อในเป็นกระดาษบางสามารถสั่งเครื่องพิมพ์ให้พิมพ์งานโดยใช้กระดาษทั้งสองชนิดได้ นั่นเป็นข้อดีที่รู้อยู่แล้วตอนซื้อเครื่อง แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้ใช้ฟังค์ชั่นนี้เลย

ที่ผ่านมาเวลาต้องการงานพิมพ์เป็นเล่มที่ใช้ปกหนากว่าเนื้อใน จะทำการแยกพิมพ์เป็นสองจ็อบ ก็คือ จ็อบปก และจ็อบเนื้อใน พิมพ์แยกกัน แล้วก็ค่อยเอามาทำเล่มรวมกัน ทำอย่างนี้มาตลอดไม่มีปัญหาอะไร วันดีคืนดีอยากจะใช้ฟังค์ชั่นอำนวยความสะดวกโดยการสั่งจ็อบเดียวแล้วให้มันพิมพ์ปกกับเนื้อในด้วยกระดาษสองชนิดมันก็ทำให้ได้ แต่มีสิ่งที่ค้นพบก็คือมันช้าเหลือเกิน ช้ามาก

งานพิมพ์หนังสือ 16 หน้าเย็บแม็ก แค่เล่มเดียวควรจะใช้เวลาให้กระดาษไหลไม่เกิน 30-35 วินาที หรือเท่ากับความเร็วกระดาษไหลไป 4 แผ่น แต่พอสั่งให้พิมพ์กระดาษสองชนิดพร้อมกัน โดยให้กระดาษบางอยู่ถาด 6 กระดาษหนาอยู่ถาด 7 เครื่องก็ทำตามสั่งได้ไม่ผิดพลาด แต่ใช้เวลาค่อนข้างนานในการเปลี่ยนกระดาษจากถาดอื่นๆ เข้าใจว่าการพิมพ์กระดาษบางใช้ความร้อนน้อย พิมพ์กระดาษหนาใช้ความร้อนเยอะ พอพิมพ์กระดาษบางในเล่มเสร็จแล้วต้องเริ่มพิมพ์กระดาษหนา เครื่องจะต้องหยุดวิ่งเพื่อเพิ่มความร้อนให้มากขึ้นก่อน เมื่อความร้อนถึงจุดที่กำหนดถึงจะพิมพ์กระดาษหนาได้ และเมื่อพิมพ์กระดาษหนาสำหรับหน้าปกเสร็จแล้วก็ต้องเปลี่ยนไปพิมพ์กระดาษบาง เครื่องก็จะต้องคลายความร้อนออก รอให้ความร้อนลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะกับกระดาษบางแล้วค่อยพิมพ์ต่อ การทำหนังสือหนึ่งเล่มต้องใช้เวลารอความร้อนขึ้นและลงนานกว่าเวลาที่กระดาษวิ่งเสียอีก จาก 1 เล่มถ้าพิมพ์ไม่เปลี่ยนกระดาษจะใช้เวลา 30 วินาที กลายเป็นว่าพอเปลี่ยนกระดาษจะต้องใช้เวลารวมทั้งหมดเป็นเล่มละ 2 นาที ความเร็วลดลงไปสี่เท่า

ถ้างานน้อยๆทำไม่กี่เล่มก็พอจะรอได้ แต่ถ้าต้องทำเป็นร้อยเป็นพันเล่ม แยกพิมพ์ปก กับแยกพิมพ์เนื้อในคนละจ็อบน่าจะเสร็จงานเร็วกว่า

เครื่องเข้าเล่ม ไสกาว ของเล่นคนชอบทำหนังสือ

การทำหนังสือจะต้องมีการเย็บเล่ม รูปแบบการเย็บเล่มแบบธรรมดาที่สุดคือการเย็บด้วยแม็กซ์ ซึ่งบางคนเรียกว่าเย็บมุงหลังคา อีกรูปแบบหนึ่งที่นิตยสารต่างๆนิยมใช้กันก็คือการไสกาว

การไสกาวเป็นการทำงานที่ต้องอาศัยเครื่องมือเยอะกว่าเครื่องเย็บด้วยแม็กซ์ และเครื่องมือก็ค่อนข้างแพง ถ้าจะทำหนังสือสักพันเล่มก็คงจะต้องลงทุนเครื่องเข้าเล่มไสกาวสักแสนกว่าบาท มันถึงจะทำงานได้ทัน แต่ถ้าจะทำแค่ไม่กี่เล่ม จำพวกหนังสือออนดีมาน หรือโฟโต้บุ๊ค หรือสมุดโน้ตจำนวนน้อยๆ การลงทุนระดับแสนกว่าบาทก็ดูจะเป็นเรื่องที่หนักเกินไป

แต่เดี๋ยวนี้ถือว่าการการทำเล่มไสกาวเป็นเรื่องที่ไม่ยาก และไม่แพงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะมีเครื่องมือราคาย่อมเยาออกมาให้ใช้ มันก็คือเครื่องตัวนี้แหละ สามารถทำเล่มไสกาวได้ทีละหนึ่งเล่ม ใช้เวลาต่อเล่มประมาณ 1-3 นาที ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ใช้งาน

การมีเครื่องนี้ใช้งานร่วมกับเครื่องพิมพ์ดิจิทัลทำให้สามารถรับงานหนังสือได้จริง สามารถทำงานจบได้ในที่เดียว ไม่ต้องไปส่งให้ร้านอื่นทำต่อ สามารถควบคุมคุณภาพได้ เร่งเวลาได้ แม้จะช้ากว่าโรงงานเข้าเล่มจริงๆ แต่ถ้าแข่งกันทำ 10 เล่ม ผมว่าเครื่องนี้เสร็จก่อน และงานเรียบร้อยกว่า

ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 4 ของเสียอีกแล้ว

เหตุการณ์เกิดเมื่อหลายวันก่อน แต่เพิ่งจะว่างที่จะมาโพสท์บันทึกเก็บไว้ เรื่องเป็นดังนี้

หลังจากที่เครื่องพิมพ์ดิจิทัลฟูจิซีร็อกซ์ x700 ตัวนี้ถูกซ่อมต่อเนื่องอยู่หลายสัปดาห์ พอทำงานได้ราบลื่นสักพักใหญ่ๆ ก็เกิดปัญหาแปลกประหลาดขึ้น คือมีการดูดกระดาษเข้าไปในเครื่องแบบเป็นปึก แล้วกระดาษก็ไปติดคาอยู่ในหน่วยทำความร้อน ตัวทำความร้อนมีชื่อเรียกว่าอะไรผมก็จำไม่ได้

ผมแปลกใจว่าทำไมมันถึงดูดกระดาษทีละตั้งหลายใบ มีลูกกลิ้งตัวไหนที่เสียหรือเปล่าก็ไม่รู้ และที่สำคัญ มันทำให้ตัวทำความร้อนใช้งานต่อไม่ได้ เครื่องทำงานไม่ได้ ผมยกออกมาวางนอกเครื่องแล้วพยายามดึงกระดาษออก แต่ดึงไม่ออก เลยต้องถอดวางไว้อย่างนี้ จากนั้นก็โทรเข้าหาศูนย์เพื่อแจ้งซ่อม และเบิกอะไหล่ ผมโทรแจ้งเหตุประมาณช่วงบ่ายวันที่ 2 กันยายน 2553 หลังจากนั้นอีก 1 ชั่วโมงช่างก็โทรเข้ามาเพื่อบอกกับผมว่า อะไหล่ชิ้นนี้ยังเบิกไม่ได้ เพราะของยังไม่พร้อมให้เบิก อยู่ในขั้นตอนขนส่งอยู่ ยังมาไม่ถึงโกดัง ผมก็รับทราบ สรุปว่าอะไหล่ไม่สามารถมาส่งผมได้ในวันรุ่งขึ้นแน่นอน ช่างบอกว่าน่าจะประมาณวันจันทร์ หรือ อังคาร จึงจะได้ ผมไม่มีทางเลือกอื่น

ผมยังโชคดีที่มีสต๊อกตัวทำความร้อนตัวใหม่อยู่กับตัว 1 ชิ้น แต่ผมก็รู้สึกไม่ดีเลย ที่ผมเบิกอะไหล่ไม่ได้ ถ้าผมไม่สต๊อกของเอาไว้ก่อน เครื่องก็ทำงานไม่ได้ต้องรอถึงวันจันทร์เชียวนะ และวันนี้ วันพฤหัส ผ่านมาแล้วหกวัน ผมยังไม่ได้อะไหล่ชิ้นที่ขอเบิกเลย

เมื่อวันอังคาร มีอาการเครื่องทำกระดาษยับ ผมก็เลยโทรเรียกช่างอีกครั้ง คราวนี้่ช่างมาเพื่อเปลี่ยนลูกกลิ้งบางตัว ช่างบอกว่า ลูกกลิ้งหมดอายุ มันก็เลยทำกระดาษยับ ก็ได้เรียนรู้อีกหนึ่งเรื่องว่าลูกกลิ้งต้องเปลี่ยนตามอายุ ซ่อมเสร็จช่างก็ช่วยซ่อมตัวทำความร้อนที่กระดาษติดคาอยู่ ถอดน็อตบางตัวแล้วก็เอากระดาษออก แล้วก็ให้ผมเก็บไว้ใช้สำรอง ตอนนี้ผมมีตัวจริง มีตัวสำรองที่สภาพยังไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี เพราะเพิ่งแงะกระดาษออกมา ส่วนตัวอะไหล่ที่เบิกก็ยังไม่มีการส่งมา

บางทีทางศูนย์อาจจะถือว่ามีช่างมาแงะกระดาษซ่อมให้ผมแล้ว เลยไม่ได้ส่งอะไหล่มาให้ผมก็ได้ เบิกของแล้วไม่ได้ของ เป็นเรื่องแย่ๆอีกเรื่องหนึ่งที่ควรแก้ไข จะไม่ส่งอะไหล่ก็น่าจะแจ้งให้รับทราบ จะช้าจะต้องรอก็น่าจะแจ้งให้ทราบ เพราะมันผ่านวันจันทร์ที่นัดไปแล้ว

ช่วงนี้ผมยังทำงานพิมพ์ดิจิทัลได้อยู่ แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจในสภาพเครื่องซักเท่าไหร่ เพราะอยู่ดีๆกระดาษก็ติดเป็นปึกๆ ผมมีงานพิมพ์ดิจิทัลอีกเกือบหมื่นใบพิมพ์ในช่วงสองสามวันนี้ ผมลุ้นเหลือเกินว่ามันจะเกิดปัญหาหรือไม่ งานดิจิทัลที่ช้าไม่เป็นไปตามนัด มันเสียชื่อเสียง เสียเครดิต เสียลูกค้า แต่เรื่องพวกนี้ ฟูจิซีร็อกซือาจจะไม่ได้คิด หรือไม่ก็ ลืมที่จะใส่ใจ