ขุดฟิล์มเก่า 6x6cm มาดูภาพ

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มในยุคที่ดิจิทัลเบ่งบานนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะร้านขายฟิล์มก็น้อยลง ร้านล้างอัดก็น้อยลง และยิ่งหากเป็นการถ่ายภาพขาวดำด้วยแล้ว ยิ่งหาร้านล้างฟิล์มได้ยากมาก คนถ่ายภาพขาวดำแทบจะต้องหัดล้างฟิล์มเองด้วย เพราะการล้างฟิล์มขาวดำมักจะต้องทำด้วยมือ และร้านล้างฟิล์มส่วนมากก็ไม่อยากทำแล้ว

IMG_20210610_080758

ฟิล์มขาวดำชนิดสัดส่วน 6x6cm นั้นเป็นระบบการถ่ายภาพที่เป็นที่นิยมในวงการมืออาชีพ เพราะการได้ฟิล์มใหญ่คือข้อได้เปรียบของอัดภาพ สแกนภาพ และกล้องที่จะใช้กับฟิล์ม 6x6cm หรือ บางคนเรียกว่าฟิล์ม 120 ก็จะเป็นกล้องขนาดเทอะทะมาก ส่วนการล้างฟิล์มด้วยตัวเองก็เป็นเรื่องลำบากมากกว่าฟิล์ม 135 เพราะว่า ฟิล์มใหญ่ ต้องใช้รีลใหญ่ แท็งค์ใหญ่ ใช้น้ำยาเยอะ 2 เท่าเมื่อเทียบกับฟิล์ม 135 นั่นแปลว่า เราต้องซื้อแท็งค์ใหญ่ รีลใหญ่ที่อาจจะไม่ค่อยได้ใช้นั่นเอง

1623306934107-01

ฟิล์มขาวดำ Kodak Tmax ความไว 100 ล้างด้วยน้ำยา Forte ผมจำไม่ได้แล้วว่าล้างที่อุณหภูมิเท่าไหร่ และนานกี่นาที กว่าจะพันฟิล์มเข้ากับรีลสแตนเลสโดยทุกอย่างทำในถุงมืดนั้นก็เป็นเรื่องที่ทำยากมาก ต้องฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อจะล้างฟิล์มแค่ 1 ม้วน วิธีฝึกก็ไม่ซับซ้อน เอาฟิล์ม 120 ม้วนอื่นที่ราคาถูก มาทดลองม้วนเข้ารีลสแตนเลสให้เห็นด้วยตาเลย ฟิล์มม้วนนั้นก็จะเสียไปเพราะโดนแสงไปแล้ว แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้เราก็ไม่มีฟิล์มที่จะฝึก จะเอาฟิล์มที่ถ่ายมีภาพแล้วไปฝึกก็ไม่ได้เพราะเราเสียดายภาพ เสียดายโอกาสที่จะได้ถ่ายภาพนั้น

การถ่ายภาพคือการหยุดเวลา หยุดเหตุการณ์เอาไว้ หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตจะเกิดขึ้นครั้งเดียวและไม่เกิดซ้ำ ภาพลูกก็จะเป็นลูกที่ถ่ายแล้ว ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปถ่ายได้อีก เพราะเด็กโตแล้วโตเลย หรือแม้แต่ภาพคน คนนั้นตัวจริงอาจจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่คนในภาพยังเป็นคนที่ไม่เปลี่นแปลง

slide-img088

ภาพจากฟิล์ม 120 ถ่ายด้วยกล้อง Yashica 635 เป็นกล้องที่เรียกว่า twin lens มีเลนส์ตัวบนเอาไว้ส่งภาพเช้าช่องมอง มีเลนส์ตัวล่างที่จะส่งภาพเข้าฟิล์ม กล้องตัวนี้เป็นของมือสอง สภาพยับเยิน ตอนได้มาหมาดๆต้องทำความสะอาดและส่งซ่อมเพื่อให้ทำงานได้ปกติ จุดเด่นของกล้องตัวนี้น่าสนใจมาก เพราะมันสามารถใส่ฟิล์มเล็กอย่าง 135 เข้าไปได้ด้วยโดยผ่านอแด๊ปเตอร์ตัวหนึ่ง ซึ่งมีกล้องแค่รุ่นนี้รุ่นเดียวเท่าที่รู้ว่ามีอแด๊ปเตอร์แถมมาด้วย แต่ส่วนมากเจ้าของกล้องมักจะทำอแด๊ปเตอร์หาย และผมก็ไม่เคยได้ลองใช้เลย สุดท้ายก็ขายกล้องออกไปแล้ว ด้วยเหตุผลว่า ผมไม่อยากดูแลกล้องที่ไม่ค่อยได้ใช้ และอีกอย่าง การถ่ายภาพมีความสนุกที่การกดชัตเตอร์และการเลือกเหตุการณ์ที่จะถ่าย กล้องเป็นเพียงอุปกรณ์ที่เราใช้ตอบสนองความคิดเท่านั้น ดังนั้นผมใช้กล้องอะไรก็ได้ความสนุกและความสุขไม่ต่างกัน เลยเลือกจะเก็บไว้แต่กล้องที่ได้ใช้บ่อยๆและดูแลง่ายๆมากกว่า.

ภาพก่อนไปโรงเรียน

1614325933698-01
ก่อนไปโรงเรียน

เช้าวันหนึ่งก่อนจะออกจากบ้านไปโรงเรียน แม่ลูกเตรียมตัวขึ้นรถ วันนี้พ่อไปส่ง ในมือพ่อมีกล้องตัวหนึ่งที่ใส่ฟิล์มไว้ถ่ายเล่น ฟิล์มขาวดำที่ซื้อไว้นานแล้วหลายปี กับกล้องเก่าเก็บที่นานๆใช้ที แม้โทรศัพท์จะเป็นอวัยวะติดมือผู้คน แต่การถ่ายภาพอย่างตั้งใจก็เป็นกิจกรรมที่สนุก การมีภาพธรรมดาในรูปแบบของฟิล์มก็นับว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดาในยุคสมัย 5G.

กล้อง nikon fm2n

เลนส์ nikon 50f1.8

ฟิล์ม ilford pan100

Film developer D76 20องศา 7 นาที

กระดาษอัดภาพ ilford Kentmere

Paper developer Kodak Dektol

IMG_0075
IMG_4834
1613978668855

วิธีดึงฟิล์มออกจากกลัก

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มส่วนมากเราก็ใส่ฟิล์มเข้าไปในกล้อง แล้วก็ถ่ายๆๆๆๆๆๆ หมดม้วน กล้องก็จะกรอฟิล์มกลับ หรือ ถ้าเป็นกล้องแมน่วลเราก็ต้องหมุนฟิล์มกลับเอง และเมื่อหมุนฟิล์มกลับเข้ากลักไปแล้วก็นำไปส่งร้านล้างต่อ

แต่ก็มีบางคน บางสถานการณ์ที่เราจำเป็นต้องดึงฟิล์มออกจากกลักอีกครั้ง บางคนเผลอหมุนเล่นแล้วฟิล์มใหม่ๆยังไม่ได้ถ่ายดันหมุนเข้ากลักไปเสียก่อน หรือบางคนอยากจะล้างฟิล์มเองก็ต้องหาวิธีดึงฟิล์มออกจากกลักให้ได้ เพื่อจะนำไปโหลดฟิล์มเข้าแท็งค์ล้างฟิล์ม

การดึงฟิล์มจะมีอุปกรณ์สำเร็จ แต่ถ้าเราไม่อยากซื้อ ก็ใช้วัสดุที่น่าจะหาได้ในบ้านหรือในเซเว่นในร้านเครื่องเขียนแทน ดูตามคลิปวิดีโอได้เลย

รีวิวฟิล์มขาวดำกับกล้อง Harman Reusable Camera

IMG_0488

กล้อง Harman Reusable Camera เป็นกล้องที่ขายมาเป็นเซ็ต แถมฟรีมา 2 ม้วน เมื่อปีก่อนผมได้รีวิวกล้องตัวนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เป็นการรีวิวหรือทดลองใช้กับฟิล์มสี เพราะเจตนาอยากจะเห็นภาพเร็วๆ เนื่องจากการเตรียมอุปกรณ์เพื่อล้างฟิล์มขาวดำจะต้องใช้ของจำนวนมาก และใช้ความพยายามในการล้างฟิล์มด้วยตัวเองด้วย ทำให้ตัดสินใจเลือกฟิล์มสีไปก่อนเพื่อความสะดวกและจะได้รู้ผลเร็ว ซึ่งก็ได้เห็นคุณภาพของกล้องราคาไม่แพงตัวนี้กันแล้ว และถือว่าน่าพอใจกับกล้องตัวนี้ กลับไปอ่านรีวิวได้ที่นี่

IMG_4840


กว่าจะได้มีโอกาสใช้ฟิล์มขาวดำในชุดของมันเองก็ผ่านไปอีกหลายเดือนหลังจากรีวิวด้วยฟิล์มสี ผมใช้กล้อง Harman
Reusable กับฟิล์มในชุดคือฟิล์ม Kentmere pan400 กลักสีม่วงสวยงาม ฟิล์มตัวนี้เป็นฟิล์มขาวดำ ความไวแสง 400 ต้องล้างด้วยน้ำยาขาวดำแท้ ซึ่งผมเลือกใช้น้ำยา Kodak D76 ซึ่งเป็นน้ำยามาตรฐานของฟิล์มขาวดำ ตามสูตรของผู้ผลิต แนะนำเอาไว้ว่า ถ้าล้างด้วยน้ำยา D76 จะต้องล้างที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และใช้เวลาล้าง 9.30 นาที

IMG_20210221_074216

และเมื่อล้างเสร็จขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ก็เลยสแกนภาพด้วยมือถือ โดยการถ่ายภาพฟิล์มแล้วนำไปปรับแต่งด้วยซอร์ฟแวร์ เพื่อให้ได้ภาพขาวดำออกมา ภาพที่ได้เป็นภาพที่ไม่ค่อยคมชัดนัก อาจจะเป็นเพราะวิธีสแกน หรืออาจจะเป็นเพราะกล้องมีระยะชัดตายตัว ปรับโฟกัสไม่ได้ ทำให้บางภาพที่ถ่ายใกล้กับตัวแบบจะทำให้ภาพดูไม่คมชัด หรือ โฟกัสไม่ตกอยู่บนตัวแบบ

1613868155067-01

ข้อดีของ Harman Reusable Camera คือ มันเป็นกล้องคอมแพ็คที่ออกแบบมาเพื่อให้มือใหม่ได้ทดลองใช้ ไม่มีระบบวัดแสง มีแต่การเปิดแฟลชหรือปิดแฟลชเท่านั้นที่ดูเป็นลูกเล่นให้เลือกปรับแต่ง กล้องใช้แบตเตอรี่ขนาด AAA จำนวน 1 ก้อนเพื่อใช้งานในการเปิดแฟลช หากใช้ในที่แสงพอดีกับสเป็คกล้อง ก็จะให้ภาพที่มีน้ำหนักเข้มอ่อนพอดี ภาพเหตุการณ์ที่มีแสงแดดอ่อนบนกล้องตัวนี้มีคุณภาพดีเกินราคา แต่หากไปเจอกับที่มืด หรือเหตุการณ์ในร่มเงา ในห้อง ในตึก สภาพแสงในบ้านมักจะน้อยอยู่แล้ว กล้องคอมแพ็คชัตเตอร์คงที่แบบนี้จะให้ภาพอันเดอร์ทันที การเปิดแฟลชช่วยก็จะพอทำให้ได้ภาพ แต่แสงแฟลชก็ไม่แรงนัก ภาพที่เปิดแฟลชถ่ายในบ้านยังคงดูอันเดอร์อยู่

1613868874915-01

หากจะสรุปถึงคุณภาพของกล้องและฟิล์มของบ็อกเซ็ตชุดนี้ กล้องคอมแพ็คเปลี่ยนฟิล์มได้มีกลไกการทำงานที่แม่นยำ สปีดชัตเตอร์ระดับ 1/100 วินาทีโดยประมาณพร้อมรูรับแสง f10 ทำให้มันเหมาะกับการถ่ายภาพในที่มีแสงสว่างมากพอ อย่างเช่นตอนกลางวัน ภาพตัวแบบที่โดนแสงแดดโดยตรงจะให้คุณภาพที่ดี หากถ่ายในที่แสงน้อยก็ต้องเปิดแฟลชเสมอ และพยายามยืนใกล้แบบเอาไว้ เพราะแสงแฟลชจากพลังงานแบตเตอรี่ก้อนเดียวก็ทำงานได้ในระยะประมาณ 1-1.5เมตรเท่านั้น

IMG_20210225_141205

ทดลองนำฟิล์มไปอัดขยายด้วยกระบวนการห้องมืด ก็อัดภาพออกมาได้สวยงามดี ภาพที่ถ่ายมาค่าแสงพอดีก็จะสามารถอัดภาพออกมาได้มีน้ำหนัก มีส่วนขาวสุดและดำสุดในภาพ ดังนั้นการเลือกถ่ายภาพด้วยกล้อง Harman Reusable ก็ควรจะเลือกสถานการณ์ที่เหมาะสมกับสเป็คกล้องไว้ก่อน ก็คือ แสงแดดส่อง หรือ แดดกำลังดี จะให้ภาพที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในที่ร่ม หลีกเลี่ยงภาพในบ้านในอาคารที่ไม่มีแสงธรรมชาติ

2021-02-21_06-00-22



บ็อกเซ็ตชุดนี้ให้ความสนุกสนานได้ดี แต่ต้องอาศัยคนที่มีความชำนาญในการล้างฟิล์มด้วย ค่าใช้จ่ายกล้องพร้อมฟิล์มประมาณ 1000 บาท ค่าน้ำยาล้างฟิล์มประมาณ 1000 บาท ซึ่งน้ำยาจะใช้ล้างได้เกินสิบม้วน ใครมีน้ำยาล้างฟิล์มอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อ แต่ใครไม่มีก็ต้องลงทุนกันหน่อย หรือ ถ้าจะไปจ้างคนอื่นล้างก็หายากและราคาก็แพงระดับหลายร้อยบาทต่อม้วน ค่าใช้จ่ายหลังการถ่ายภาพที่สูงระดับนี้คงทำให้มีคนลองเล่นไม่มากนัก

2021-02-25_05-53-57

ล้างฟิล์มขาวดำ ilford pan100

IMG_4833

วันนี้อยากล้างฟิล์มที่ถ่ายเก็บไว้นานแล้ว แถมยังโหลดฟิล์มเข้าแท้งค์สแตนเลสไว้เกือบปี ทั้งฟิล์ม ทั้งแท้งค์นอนนิ่งอยู่ในถุงดำมาตลอด กลัวผงน้ำยา Kodak D76 จะหมดอายุ เลยทดลองล้างดู

ขั้นตอนพื้นฐานก่อนล้างฟิล์มก็คือ การเตรียมน้ำยา ซึ่งผมเลือกใช้ D76 ของโกดักแบบผง นำมาละลายน้ำด้วยอัตราส่วน ผง D76 16.6g ละลายในน้ำประมาณ 300CC หรือเท่ากับน้ำใน 1 แท้งค์สแตนเลสที่จะใช้ล้างฟิล์มนั่นเอง จริงๆตัวเลข300CC นี่ผมไม่มั่นใจว่าจะถูกต้องไหม เพราะไม่มีถ้วยตวงที่แม่นยำ เลยใช้วิธีตวงน้ำด้วยแท้งค์ล้างฟิล์มเสียเลย เพื่อความชัวร์

เมื่อผสมได้แล้วก็ทดลองประสิทธิภาพของน้ำยาเสียก่อน เพราะว่าตัวผงและน้ำยาฟิกเซอร์เข้มข้นเป็นของกึ่งสำเร็จรูปที่ซื้อมานานเกิน 1 ปีแล้ว ผมไม่แน่ใจเรื่องการหมดอายุ เลยทดลองใช้หัวฟิล์มที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆจากม้วนฟิล์มที่จะล้างออกมาจุ่มทดสอบ ฟิล์มที่จุ่มในน้ำยา d76 ประมาณ 25 วินาที จะให้สีเข้มดำ ส่วนฟิล์มที่จุ่มลงฟิกเซอร์ 25 วินาที จะให้ความโปร่งใสมองทะลุได้เหมือนฟิล์มล้างเสร็จแล้ว และผลการทดลองก็ได้ผลตามที่คาดหวัง คือ น้ำยายังมีประสิทธิภาพที่ดี น่าจะใช้งานล้างฟิล์มได้

IMG_20210220_101933

เมื่อได้น้ำยาที่พร้อมใช้งานแล้ว ก็ลดอุณหภูมิน้ำยาด้วยถ้วยน้ำแข็ง วัดอุณหภูมิด้วยเทอโมมิเตอร์ เราจะทำการล้างฟิล์ม ilford pan100 ด้วยน้ำยา D76 ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 7 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้ผลิตฟิล์มแนะนำ ตัวเลขเหล่านี้มีอยู่ในกล่องใส่ฟิล์ม และมีอยู่ในอินเทอเน็ต หากเราทำกล่องฟิล์มหาย เราก็จำเป็นต้องพึ่งพาข้อมูลจากอินเทอเน็ต

IMG_20210220_104859

ขั้นตอนการล้างก็คือ จับเวลาเริ่มต้นตั้งแต่เริ่มเทน้ำยาเข้าไปในแท้งค์ พยายามเทน้ำยาให้หมดและไม่หกไม่หยดทิ้งออกนอกแท้งค์ เมื่อเวลาผ่านไปทุก 30 วินาที ให้ทำการเขย่าแทงค์ล้างฟิล์มประมาณ 5 วินาที แล้ววางแท้งค์ไว้กับโต๊ะหรือพื้น อย่าใช้มือจับ เพื่อป้องกันอุณหภูมิไม่ให้ขึ้นสูง จากนั้นก็รอเวลาครบ 1 นาที แล้วเขย่าอีกประมาณ 5 วินาที ทำอย่างนี้จนครบ 7 นาที เมื่อครบนาทีที่ 7 นี้แล้วก็เทน้ำยาออก จะเทคืนใส่ขวดที่เตรียมไว้ก็ได้ เราสามารถเก็บน้ำยาไว้ล้างฟิล์มม้วนอื่นได้อีก ส่วนมากผมจะใช้น้ำยา 2 ครั้ง

IMG_20210220_110807

การจับเวลาผมใช้วิธีเขียนตัวเลขเรียงไปเลย ต้องการล้าง 7 นาที ก็เขียน 1 2 3 4 5 6 7 ให้ครบทุกตัว แล้วแต่ละนาทีที่ผ่านไปผมก็จะติ๊กบนตัวเลขไปทีละตัว เพื่อให้เราใช้เวลาล้างอย่างถูกต้องแม่นยำ ป้องกันการลืมว่า ผ่านไปกี่นาทีแล้ว เมื่อครบ 7 นาทีแล้ว ก็เทน้ำยาออก และเทฟิกเซอร์ใส่แทน เวลาฟิกส์จะใช้ประมาณ 5 นาที ขั้นตอนฟิกส์นี้ไม่จำเป็นต้องคุมอุณหภูมิแล้ว เพราะฟิกส์จะหยุดทุกอย่างให้เร็วที่สุด เมื่อเทฟิกส์ออกก็ล้างด้วยน้ำเปล่าเปิดให้ไหลทิ้งสัก 20 นาที เพื่อให้น้ำชะล้างสารเคมีต่างๆออกไป ผมเลือกเอาขวดน้ำขนาดใหญ่ มาเจาะรูให้มีน้ำไหลทิ้งได้ที่ด้านล่างขวด แล้วก็ปล่อยน้ำเข้าที่ด้านบน เพื่อให้น้ำท่วมฟิล์มและชะล้างสารเคมีตกค้างออกไปกับน้ำ

ก่อนจะเก็บฟิล์มมาตาก ให้หยด น้ำยา โฟโต้โฟล์ 1 cc ลงไปผสมกับน้ำที่กำลังไหลทิ้ง เพื่อให้ไม่มีคราบน้ำเกาะบนฟิล์มตอนแห้งตัว เมื่อหยด จากนั้นก็เก็บฟิล์มมาตากได้เลย ตากฟิล์มให้ทิ้งตัวเป็นเส้นตรง เมื่อฟิล์มแห้งสนิทแล้วก็ให้เก็บมาตัดใส่ซองพลาสติกใส หลังจากนี้จะนำไปทำ contact sheet หรือ สแกนเป็นไฟล์ภาพดูในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือก็ตามสะดวก

IMG_20210220_132925

ด้วยความที่ไม่ได้มีอุปกรณ์กล่องไฟจะถ่ายภาพทั้งม้วนเพื่อทำ contactsheet ก็เลยจะใช้วิธีถ่ายภาพทีละเฟรมเพื่อดูผลงานก่อน ผมใช้โฟมที่ยัดมากับสินค้าเป็นตัวประคองฟิล์ม แล้วก็ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพฟิล์มตรงๆเลย ภาพที่ได้จะต้องนำไปผ่านโปรแกรมกลับสีดำเป็นขาว และ ขาวเป็นดำ ปรับแต่งโทนกลางภาพให้เข้มสว่างตามที่ชอบ แล้วก็จะได้ภาพขาวดำออกมา

IMG_20210220_135351
IMG_20210220_134601
1613803606110-01

IMG_20210226_195837

รีวิวรวมกล้อง Toy Camera

กล้อง Toy Camera เป็นกล้องของเล่นชนิดหนึ่ง ส่วนมากทำจากพลาสติก เลนส์พลาสติก กลไกเรียบง่าย ไม่มีระบบวัดแสง ไม่มีระบบโฟกัสอัตโนมัติ มักจะถูกใช้เป็นของแถมไปกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ บางตัวแถมมากับแชมพูหรือสบู่ อย่างเช่นกล้องโดฟ บางตัวเป็นกล้องใช้แล้วทิ้ง ทุกตัวจะมีลักษณะเฉพาะตัวบางอย่างทำให้มันมีความน่าใช้งานในแต่ละสถานการณ์ต่างกัน รีวิวแบบรวมกลุ่มครั้งนี้ก็จะพูดถึงแต่ละตัวอย่างคร่าวๆ ฟังแล้วก็พอจะได้ไอเดียว่าถ้าเราจะลองเล่นกล้องฟิล์ม เราจะเลือกซื้อตัวไหนมาใช้ดี เชิญคลิกชมวิดีโอด้านล่างสุดได้เลยครับ

_MG_2878
IMG_1543
IMG_20200228_180152_1
IMG_20200228_180430
IMG_1529

รีวิว กล้องคอมแพ็คฟิล์ม nikon L35AF

20200131162450_IMG_0410-01

ใครอยากฟังเป็นเสียง ผมทำเป็นคลิปไว้ใน youtube เลื่อนลงด้านล่างแล้วกดฟังได้เลยครับ

กล้องฟิล์มได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงสามปีมานี้ ในงานโฟโต้แฟร์ของปลายปี คศ 2019 ที่เพิ่งผ่านไป ในงานมีมุมของกล้องฟิล์มมือสองที่มีผู้ขายมาออกร้านอยู่จำนวนหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ต้องบันทึกไว้ก็คือ คนที่มาดูกล้องฟิล์มมือสองมีจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อ ปกติงานโฟโต้แฟร์ในช่วงหลังที่มีแต่กล้องดิจิทัลจะมีคนเดินหลวมๆ ดูของสบาย จะมีบางบู๊ทเท่านั้นที่มีคนมุง 2-3 คนเพื่อดูสินค้า แต่กับมุมกล้องฟิล์มกลับมีผู้คนล้นหลาม ถึงขนาดที่คนดูมุงซ้อนกัน จะดูกล้องสักตัวต้องมุดต้องเอื้อมมือแทรกเข้าไปเพื่อขอกล้องตัวที่สนใจมาถือดู ความคึกคักระดับที่ไม่เคยเห็นเลยในงานโฟโต้แฟร์ การรุมดูอย่างบ้าคลั่งราวกับตลาดนัดยี่สิบบาทเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น และที่น่าตกใจก็คือ ราคากล้องฟิล์มขึ้น…. มันเป็นไปได้จริงๆ

กล้องฟิล์มยอดฮิตในช่วงปีนี้จะเป็นกล้องคอมแพ็คเลนส์ฟิกซ์ทั้งสิ้น กล้องที่ได้รับความนิยมจากที่ตามอ่านตามเว็บและกลุ่มเฟสบุ๊คก็จะไม่พ้นกล้องฟิล์มไฮโซหรือกล้องคอมแพ็คเทพทั้งหลาย ที่ติดเป็นดาวค้างฟ้าก็เช่น contax t2, contax t3, leica minilux, nikon 35ti, olympus mju II, canon afm, yashica electro35, canon ql17, และ nikon L35AF ซึ่งตัวหลังนี้จะราคาค่อยข้างถูกกว่าทุกตัว และเป็นที่มาของรีวิวชิ้นนี้

กล้อง Nikon L35AF เป็นกล้องคอมแพ็คฟิล์มระบบออโต้โฟกัสตัวแรกของค่าย nikon ออกวางขายในปี คศ 1983 ติดเลนส์ 35มม. รูรับแสง 2.8 มาให้เลย นับว่าเป็นเลนส์ไวแสงตัวหนึ่งของการถ่ายภาพ รูปร่างเหลี่ยมตามยุคสมัยของทศวรรษที่80 ดูบึกบึนแข็งแรงดี สเป็คเลนส์ที่ดีทำให้มันน่าสนใจมากเมื่อเราเจอกล้องที่สภาพดีและยังคงทำงานได้สมบูรณ์

สเป็คกล้องจากเว็บฝรั่งว่าไว้ตามนี้

  • Produced 1983 – ? Nippon Kogaku K. K., Japan
  • Film type 135 (35mm)
  • Picture size 24mm x 36mm
  • Weight 13.9oz with batteries (394g)
  • Lens Nikon Lens 35mm 1:2.8-? (5 element 4 group?)
  • Filter size 46mm
  • Focal range .8m-infinity (?)
  • Shutter Nikon
  • Shutter speeds ??
  • ASA 100-400*
  • Viewfinder bright frame finder with symbol distance scale
  • Exposure meter lens mounted CdS, +2 backlight compensation lever
  • Battery 2 x AA 1.5v
  • Pop-up flash (automatic when light levels drop out of range)
  • Self-timer
  • Autofocus
  • Auto film advance

จุดเด่นที่พบหลังจากได้ลองใช้ก็จะมีดังนี้

L35AF เป็นกล้องที่ใช้ถ่าน AA 2 ก้อน ซึ่งถือว่าเป็นถ่านราคาถูกและหาซื้อได้ง่ายมาก เพราะกล้องตัวอื่นมักจะใช้ถ่านหายากบ้าง ราคาแพงบ้าง เช่น CR2 หรือ CR123 หรือ 2CR5 บางคนได้กล้องมาราคาสามร้อยบาท แต่ต้องซื้อถ่านเพื่อทดสอบราคาสามร้อยบาท ยังมีค่าฟิล์มค่าล้างอีกสำหรับทดสอบความสมบูรณ์ของกล้อง มันเป็นเรื่องหงุดหงิดนิดหน่อยสำหรับกล้องที่ใช้ถ่านราคาแพง

000004

L35AF เป็นกล้องที่ใส่ฟิลเตอร์ได้ ขนาดฟิลเตอร์ 46 มม. ตรงนี้เจ๋งมาก เพราะว่ากล้องคอมแพ็คเทพทั้งหลายใส่ฟิลเตอร์ไม่ได้เลย การถ่ายภาพด้วยฟิล์มหากจะหวังผลปราณีตมากๆ ก็ควรจะมีฟิลเตอร์ที่ตอบสนองความต้องการของช่างภาพ เช่นจะถ่ายขาวดำก็อาจจะต้องใช้ฟิลเตอร์สีเหลือง จะถ่ายฟิล์มสไลด์หรือเน็กกาทีฟที่สีเที่ยงตรงก็ต้องมีการใส่ฟิลเตอร์แก้สี เนื่องจากฟิล์มไม่สามารถเปลี่ยนค่าไวท์บาลานซ์ได้แบบกล้องดิจิทัล เราจึงต้องใส่ฟิลเตอร์เพื่อเปลี่ยนสีของแสงที่วิ่งเข้าสู่ฟิล์มนั่นเอง

Screenshot 2020-02-20 23.17.15

L35AF ออกแบบช่องมองภาพมีสเกลโฟกัส มีเข็มชี้ว่าตอนนี้กำลังโฟกัสไปที่ระยะใด มีระยะ4 ตำแหน่งบอกเรา คือ โฟกัสใกล้ๆเข็มจะชี้ที่ภาพคน1คน ถ้าโฟกัสระยะห่างออกมาประมาณ 2-3 เมตรเข็มก็จะชี้ที่ภาพคน2คน ถ้าโฟกัสไกลอีกหน่อยเข็มก็จะชีที่ภาพสามคน และถ้าโฟกัสไกลมากเข็มจะชี้ที่ภาพภูเขา ระบบออโต้โฟกัสที่แสดงผลเป็นเข็มชี้แบบนี้ช่วยให้เรามั่นใจมากยิ่งขึ้นว่ากล้องทำงานไม่ผิดพลาด และคนใช้งานก็จะโฟกัสไม่พลาด เช่นถ้าเรากำลังถ่ายคนครึ่งตัว เมื่อกดปุ่มถ่ายลงไปครึ่งหนึ่งกล้องจะทำการโฟกัส และเข็มชี้โฟกัสจะชี้ไปตามระยะที่มันทำงานคือชี้ภาพ1คน แต่ถ้ามันบังเอิญไปชี้ที่รูปภูเขา แสดงว่าเราโฟกัสพลาดไม่โดนคน ไปโฟกัสฉากหลัง ภาพก็จะออกมาเป็นคนเบลอ ภูเขาหรือวิวด้านหลังชัด

000010

L35AF เป็น เป็นกล้องที่ตั้งค่า iso ได้เอง กล้องตัวนี้ไม่มีระบบอ่าน DX code เราจะต้องตั้งค่า iso ที่ด้านบนของเลนส์ให้ตรงกับฟิล์มที่เราใช้ แม้จะดูไม่สะดวก แต่มันเจ๋งมากหากเราใช้ฟิล์มประหลาดที่ไม่ได้มาพร้อม DX code ที่ถูกต้อง อย่างเช่น ฟิล์มโหลดชนิดต่างๆ ยุคนี้เรามีฟิล์มประหลาดที่มาแบ่งขายใส่กลักเก่า กลักเก่าจะมี DX code ที่ไม่ตรงกับฟิล์มประหลาดเหล่านี้ หากเราใช้ฟิล์มประหลาด เราต้องใช้กล้องที่ตั้งความไวแสงได้เอง

000009

L35AF มีปุ่มชดเชยแสง +2EV ปุ่มนี้เป็นปุ่มที่ช่วยให้เรื่องวัดแสงเป็นเรื่องง่ายขึ้น ปกติหากเราจะถ่ายภาพแบบปราณีต เวลาถ่ายภาพย้อนแสง กล้องจะวัดแสงผิด หากเราถือกล้องโปร เราก็ควรจะไปตั้งค่าการชดเชยแสงให้กับกล้องก่อนถ่ายภาพจริง ถ้าย้อนแสงเราจำเป็นต้องชดเชยไปทาง + 1 หรือ +2 แล้วแต่ความสว่างของด้านหลัง แต่ในกล้องคอมแพ็คตัวนี้ไม่ต้องคิดเยอะ เขาระบุมาเลยว่า ถ้าถ่ายย้อนแสงให้กดปุ่มพิเศษปุ่มนี้ด้วย มันคือปุ่มชดเชยแสงนั่นเอง

Nikon L35AF +2ev

นักถ่ายภาพมือใหม่บางคนไม่รู้ว่าปุ่มนี้ใช้ทำอะไร แต่ถ้าเคยฝึกฝนการถ่ายภาพอย่างจริงจังจะเข้าใจว่า การมีปุ่มชดเชยแบบสำเร็จรูแบบนี้เป็นสิ่งที่เจ๋งมาก ภาพตัวอย่างดูจากภาพลูกผมนั่งอยู่ในเบาะรถยนต์ แสงสว่างด้านนอกรถยนต์รวมถึงด้านหลังรถเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพนี้ถือว่าเป็นภาพย้อนแสง หากเราถ่ายไปตรงๆ ภาพจะมีความมืดที่ตัวนายแบบ แต่หากเรารู้ว่าย้อนแสงและต้องการชดเชยแสงให้มีแสงมากขึ้น เรากดปุ่มชดเชยแสงค้างไว้แล้วโฟกัสภาพถ่ายใหม่เลย กล้องจะรับแสงนานขึ้น ความสว่างจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 สต๊อป นั่นเพียงพอที่จะทำให้เด็กในภาพมีหน้าขาวดขึ้น ภาพดูสว่างขึ้น และรวมถึงฉากหลังก็จะสว่างขึ้นด้วย

2020-02-19_07-55-32

ภาพสะพายกระติกน้ำผมถ่ายที่บริเวณจุดจอดรถรับส่งนักเรียน ผมให้ลูกไปยืนห่างออกไปประมาณสองเมตรแล้วถ่ายภาพแรก แล้วจากนั้นก็กดปุ่มชดเชยแสงค้างไว้แล้วถ่ายภาพซ้ำอีกครั้ง ภาพที่สองจะมีความสว่างบนตัวแบบมากขึ้นทันที จุดนี้เป็นจุดเด่นที่เจ๋งมากๆและหาไม่ได้จากกล้องในปัจจุบัน

IMG_0408

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มในยุคปัจจุบัน จะมีความนิยมใช้ฟิล์มสีหรือเน็กกาทีฟ โดยเมื่อถ่ายเสร็จแล้วจะส่งไปล้างและทำการสแกนภาพด้วย มีผู้ให้บริการล้างฟิล์มพร้อมสแกนจำนวนมาก มีทั้งร้านเก่าแก่ที่ยังคงดำเนินงานอยู่ และอีกเกินครึ่งเป็นร้านใหม่ เมื่อได้ภาพสแกนมาแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเอาไปโพสท์โชว์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ภาพสแกนจาก nikon L35AF ชุดนี้ได้ภาพมา 37 ภาพ มี 36 ภาพที่โฟกัสเข้าตามที่ตั้งใจไว้หมดเลย ส่วน 1 ภาพที่ไม่ชัดก็เป็นภาพที่หันกล้องมาถ่ายเซลฟี่ตัวผมเอง ซึ่งคาดว่าโฟกัสพลาดเพราะระยะใกล้เกินไป กล้องยุคเก่ามักจะมีระยะโฟกัสใกล้สุดที่มากกว่ากล้องสมัยใหม่ ระยะแขนที่เซลฟี่ตัวเองก็เลยอยู่ในระยะที่กล้องโฟกัสไม่ได้

ข้อแนะนำสำหรับคนที่อยากถ่ายภาพให้ดูดี เราควรจะยืนใกล้เหตุการณ์ทีจะถ่ายเพื่อให้วัตถุหรือคนเป็นจุดเด่นที่สุดในภาพ การใช้กล้องคอมแพ็คมักจะให้ภาพไม่แม่นยำเท่ากล้อง SLR การจัดองค์ประกอบที่ซับซ้อน การเล่นเส้นนำสายตา การจัดภาพที่จุดตัดเก้าช่อง ทฤษฎีองค์ประกอบภาพต่างๆอาจทำได้ไม่ชัดนัก สิ่งที่ทำได้คือเน้นให้จุดเด่นเป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุดในภาพ ภาพลักษณะนี้มักจะดูดี

สรุป

Nikon L35AF เป็นกล้องคอมแพ็คฟิล์มคุณภาพดี ให้ภาพที่คมชัด วัดแสงแม่นมาก สามารถโฟกัสวัตถุได้แม่นยำ คุณภาพของภาพที่ล้างแล้วสแกนขึ้นมาดูสูสีกับกล้องเทพอย่าง contax t3 ถ้าไม่ได้เป็นคนถ่ายภาพด้วยตัวเองก็อาจแยกไม่ออกว่าภาพไหนจาก nikon ภาพไหนมาจาก contax ถือว่าเป็นกล้องราคาย่อมเยาที่ให้คุณภาพทัดเทียบกับกล้องแพง ข้อเสียอย่างเดียวของกล้องตัวนี้คือ แฟลชจะเด้งอัตโนมัติเมื่อมีแสงน้อย ทำให้เราไม่สามารถสั่งปิดแฟลชได้ด้วยตัวเอง ทำให้การถ่ายภาพบางสถานการณ์อาจจะไม่เป็นไปดังที่ใจคิด และการไม่มีลูกเล่นระดับ advance อย่างโหมด Av Tv หรือการโฟกัสแบบโซนรวมถึงปรับเป็นแมน่วลโฟกัสไม่ได้ก็อาจจะทำให้ใช้งานไม่ตอบสนองต่อความคิดสร้างสรรค์ที่เรามี แต่มันก็เป็นกล้องที่ออกแบบมาให้พกง่ายถ่ายง่าย ไม่ได้ออกแบบมาให้มือโปรใช้ ดังนั้นข้อจำกัดต่างๆก็ไม่อาจบอกว่าเป็นข้อเสียได้

Nikon L35AF Contax T3 Leica minilux
แถมภาพเปรียบเทียบให้ สามภาพนี้ มาจากกล้อง nikon L35AF Contax T3 และ Leica minilux ใช้ฟิล์ม Fuji c200 เหมือนกัน และล้างอัดพร้อมสแกนฟิล์มร้านเดิมตลอด ทุกภาพต่างกันที่ช่วงเวลาที่ถ่ายเท่านั้น
2020-02-20_11-01-59
แถมภาพเปรียบเทียบกับกล้องดิจิทัล ภาพบนถ่ายด้วย eos m + เลนส์ 22f2 ส่วนภาพล่างเป็นภาพจาก nikon L35AF เอาภาพมาต่อกัน พยายามปรับขนาดให้ตัวเด็กดูใหญ่เท่ากัน

แถมให้อีกนิด L35AF ตอนสั่งกรอฟิล์มกลับเมื่อถ่ายหมดม้วน กล้องจะหมุนฟิล์มย้อนกลับแบบเหลือหางให้ มันดีสำหรับคนที่จะล้างฟิล์มด้วยตัวเอง เพราะจะได้ไม่เสียเวลาดึงหางฟิล์มเอง แต่มันเป็นข้อเสียเมื่อจะต้องส่งฟิล์มไปให้ร้านทำการล้างให้ เพราะฟิล์มที่เหลือหางจะดูเหมือนฟิล์มใหม่ยังไม่ได้ถ่าย หากเราเผลอวางไว้ใกล้กับฟิล์มใหม่ หรือเก็บไว้ในกระเป๋าแล้วลืมว่าถ่ายไปแล้วหรือยัง เราจะแยกไม่ออกเลยว่าฟิล์มม้วนนี้ใช้ถ่ายไปแล้วหรือยัง

IMG_20210308_194010
IMG_4855

การดึงหางฟิล์มออกจากกลัก

การหัดล้างฟิล์มขาวดำสิ่งที่จำเป็นต้องทำก่อนการล้างฟิล์มคือการดึงหางฟิล์มออกจากกลัก เรามีวิธีดึงหางฟิล์มออกมาหลายวิธี ทั้งอุปกรณ์สำเร็จรูปและการดัดแปลงจากวิธีง่ายๆ แต่ละวิธีก็ทำแล้วได้ผลทั้งสิ้น วิธีในคลิปนี้จะเป็นวิธีใช้เทปกาวสองหน้า

ล้างฟิล์ม Fomapan 100 ด้วย D76 แถมสแกนฟิล์ม

ฟิล์ม Fomapan 100 ล้างด้วยน้ำยาขาวดำ d76 โดยเตรียม D76 แบบผง ชั่งน้ำหนักผง 16.5g แล้วละลายน้ำ 250cc อุณหภูมิขณะล้าง 24 องศา ใช้เวลาประมาณ 5 นาที

D-76
IMG_20170408_100314

ฟิล์ม Fomapan100 ซื้อไว้นานแล้ว และถ่ายด้วยกล้อง contax t3 ถ่ายจดหมดแล้วก็เก็บนานจนลืม ช่วงที่กรุงเทพอากาศเย็นก็เลยไปหาฟิล์มที่ถ่ายไว้มาทำการล้างฟิล์มเล่น

20191208220326_IMG_0150

เมื่อล้างฟิล์มเสร็จ ด้วยความอยากดูภาพเร็วๆ เลยเลือกใช้วิธี สแกนด้วยกล้องดิจิทัล เอา กล้อง canon รุ่น eos 6d ติดเลนส์ canon รุ่น macro 100f 2.8 จัดแสงไฟแฟลชแล้วถ่ายภาพจากแผ่นฟิล์มเลย

IMG_20191208_213222

ขยับเลนส์มาโครเข้าไปใกล้ฟิล์มยิ่งขึ้น กะประมาณให้ขอบหนามเตยของฟิล์มยังอยู่ในเฟรมด้วย แล้วก็ถ่ายภาพออกมา ภาพจากกล้องดิจิทัลนำไปปรับสี กลับสีเป็นตรงกันข้าม แล้วปรับระดับสีขาวและดำของไฟล์ให้ออกมามีขาวสุดและดำสุด เพื่อความสมบูรณ์ของโทนสีของภาพ

2019-12-08_09-33-13
2020-03-05_11-51-21

ลองน้ำยาล้างฟิล์ม

ไปเจอน้ำยาล้างฟิล์มชุดนี้ที่งานโฟโต้แฟร์2019 เลยซื้อมาลองใช้สักหน่อย การล้างฟิล์มขาวดำเป็นงานทำมือที่ทำยากขึ้นทุกวัน น้ำยาล้างฟิล์มไม่หลากหลายเหมือนในอดีต แต่ก็พอมีให้ใช้ เดี๋ยวถ้าล้างเสร็จจะเอาภาพมาโพสท์ประกอบไว้ด้วย

…. http://www.procolorlab.com/chaemical_set2014.html

รีวิวเป็นเสียง leica minilux

กล้อง leica minilux ผมใช้มานานหลายปีแล้ว ลองเอามาเล่าเป็นเสียงบ้าง แง่มุมที่พูดถึงจะเป็นเนื้อหาที่เพิ่มเติมไปจากรีวิวปกติที่เคยเขียนไว้ เช่น ภาพขาวดำจาก minilux การสแกนภาพจากฟิล์มสีของร้านล้างฟิล์ม ความทนทาน อาการเสียประจำรุ่น เชิญฟังได้ครับ หลังจากฟังแล้วค่อยกลับมาอ่านต่อด้านล่างนี้

ภาพที่ชอบที่สุดจากกล้อง leica minilux คือภาพวันแรกเกิดของลูกผมเอง ก่อนจะได้ถ่ายภาพนี้ผมก็เตรียมตัวมาล่วงหน้าหลายเดือน การเตรียมตัวก็คือ เอาฟิล์มขาวดำมาทดลองถ่ายและล้างฟิล์มออกมาดู ยังมีขั้นตอนการโหลดฟิล์มเข้าแท๊งค์ล้างฟิล์มด้วย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เสี่ยงต่อความเสียหายที่สุด เพราะหากโหลดฟิล์มติดขัด ฟิล์มไม่เรียงตัวในตะแกรงอย่างเป็นระเบียบ ฟิล์มก็จะทำปฏิกิริยากับสารเคมีไม่ทั่วถึง ภาพก็จะเสียนั่นเอง การซ้อมยังรวมถึงการทดลองผสมน้ำยา ทดลองล้างที่อุณหภูมิตามสเป็ค เพื่อดูผลของฟิล์มว่าผ่านการล้างแล้วเป็นอย่างไร และอีกส่วนที่ต้องทำก็คือเตรียมกล้องให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเพราะกล้องเก่าแล้ว เช็คสภาพก่อนจะถ่ายจริงก็เป็นเรื่องที่ควรทำ ฟิล์มขาวดำผมเลือกใช้ยี่ห้อตลาดราคาไม่แพง ด้วยเหตุผลว่า มันยังมีขายในช่วงเวลานั้นและเคยใช้ฟิล์มตัวนี้กับน้ำยาล้างฟิล์มตัวที่คุ้นเคย และภาพที่ออกมาก็สร้างความรู้สึกตื่นเต้นได้ดี และในตอนที่ถ่ายภาพในเหตุการณ์จริง ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ซ้อมไว้

IMG_9465
ภาพอัดลงกระดาษขาวดำ

หลังจากไปยืนเป็นพยานตอนลูกเกิด ไปรอถ่ายภาพพ่อแม่ลูกในห้องคลอดเสร็จแล้ว ก็ออกมาที่ห้องพัก คุณหมอจะพาลูกมาให้เริ่มดูดนมแม่ และเปิดโอกาสให้พ่อแม่ได้เห็นหน้าลูกชัดๆ และสามารถถ่ายรูปได้ตามใจด้วย ผมเข็นเตียงเด็กไปอยู่ใกล้ๆหน้าต่างเพื่อให้แสงสว่างมากเพียงพอที่จะถ่ายภาพได้ ยกกล้อง minilux ตั้งค่าที่ตัวกล้องเป็นการถ่ายแบบเลือกรูรับแสงเอง ผมตั้งรูรับแสงของกล้องไว้ที่ 2.4 แล้วก็โฟกัสสิ่งที่ต้องการแล้วถ่ายภาพเลย หลังจากถ่ายไป ประมาณ 2 สัปดาห์ ผมว่างพอจะล้างฟิล์ม ก็ทำการล้างในแบบที่เคยซ้อมไว้ ได้ฟิล์มที่มีภาพบันทึกสมบูรณ์แบบ คุณภาพการล้างเป็นไปตามมาตรฐาน เราสามารถใช้ฟิล์มนี้ไปสแกนด้วยเครื่องสแกนฟิล์มก็ทำได้สวยงาม ทดลองสแกนด้วยการถ่ายภาพผ่านกล้องดิจิทัลก็ทำได้ และ การอัดภาพลงกระดาษขาวดำโดยตรงก็ได้ดังภาพที่เห็น

ไฟล์สแกนดูบนจอ

ภาพขาวดำบนกระดาษขาวดำแท้ๆ เป็นภาพที่สวยงามมาก ระบบการแสดงภาพบนจอทุกชนิดไม่สามารถให้คุณภาพได้เหมือนกระดาษ ไม่ว่าเราจะพยายามสแกนฟิล์มให้ได้ไฟล์ที่มีคุณภาพอย่างไร ภาพที่ได้ก็ไม่เหมือนภาพบนกระดาษอัดภาพแท้ๆที่ผ่านการฉายแสงด้วยวิธีดั้งเดิม ผมเอาไฟล์ดิจิทัลที่สแกนฟิล์มไปทดลองพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ต่างๆก็ไม่ได้คุณภาพแบบที่กระดาษขาวดำให้ได้ ผมลองทั้งเครื่องดิจิทัลปริ๊นท์ระดับโปรดักชั่นของโรงพิมพ์ราคาเครื่องเป็นล้าน หรือ เครื่องพิมพ์ภาพถ่ายของ canon ที่เป็นระบบการพิมพ์แบบ dye-sublimation ซึ่งเป็นการผลิตภาพที่ให้คุณภาพสีจากไฟล์ดิจิทัลที่สูงที่สุดของเทคโนโลยีทางการพิมพ์แล้ว ความรู้สึกตรงนี้ต้องเห็นด้วยตาตัวเองถึงจะเข้าใจ มันเหมือนการมองโลกผ่านกระจก มันมีอารมณ์ร่วมมากกว่ามองผ่านจอทีวี แล้วชีวิตเราดีขึ้นไหมจากการถ่ายภาพ ล้างฟิล์ม อัดภาพเอง ก็ไม่ได้ดีขึ้นหรอก เราแค่หาความสุขจากการถ่ายภาพให้ครบวงจรเท่านั้นเอง

ภาพจากฟิล์มที่ขายได้

ภาพถ่ายตอนแรกเกิดที่ผมถ่ายลูกด้วยกล้องฟิล์ม ใช้กล้อง Leica minilux ฟิล์มขาวดำยี่ห้อ lucky ที่เคยมีเก็บไว้หลายปีแล้ว  หลังจากที่ถ่ายหมดม้วน  กลับมาอยู่บ้านแล้ว ก็ล้างฟิล์มม้วนนี้ แล้วก็ลองสแกนด้วยกล้องดิจิทัลจนได้เป็นไฟล์ไว้ดู  ผ่านไปหลายปี เลยเอาไปลองขายดู  ปรากฏว่าวันนี้มียอดโหลด ขายได้ด้วย  แม้จะได้เงินเพียงเล็กน้อย  แต่มันเป็นการบอกว่าภาพของเราเป็นที่ต้องการของบางคน  และภาพนี้จะอยู่ในระบบคอมฯตลอดไปจนกว่าโลกเราจะเลิกใช้อินเทอเน็ต

IMG_0284

IMG_0284bw

ภาพนี้มีที่มาจากการสแกนด้วยเลนส์มาโคร ดูรายละเอียดวิธีทำได้จากโพสท์นี้
การสแกนฟิล์มด้วยเลนส์มาโครและกล่องไฟ