ฮอนด้าฟรีด ไฟabsเตือน พร้อมไฟเบรคมือ

IMG_20220621_060621

รถฮอนด้าฟรีดอายุประมาณ 12 ปี ใช้ไปแล้ว 282818 กิโลเมตร ระหว่างที่ขับอยู่ก็มีไฟเตือนขึ้นมา อาการไฟเตือนมีมาก่อนหน้านี้ 1 วัน ไม่ทราบสาเหตุ แต่รถก็ยังใช้งานได้ปกติ สัญลักษณ์ไฟ abs กับ เบรคมือติดคู่กัน ลองเช็คเบรคมือก็ไม่ได้ถูกกดค้างไว้ เบรคมือของฮอนด้าฟรีดอยู่ที่เท้าซ้าย ซึ่งทดลองใส่เบรคและปลดเบรคแล้ว ไฟก็ยังไม่ดับ พอเข้าเว็บหาข้อมูลก็พบว่ามีหลายคนบอกให้ตรวจสอบระดับน้ำมันเบรคว่าพร่องไปไหม บางคนบอกให้เข้าศูนย์เพื่อตรวจปั๊ม abs ด้วย เพราะถ้าระบบเบรคเสียจริงๆจะเป็นการขับรถที่อันตรายมาก

IMG_20220622_160731

ก็เลยเอารถเข้าศูนย์แห่งหนึ่ง ไปเพื่อให้ตรวจหาสาเหตุของไฟที่แสดงผลไม่เลิก และได้เล่าให้ศูนย์ฟังว่าช่วยตรวจระบบเบรคด้วยเนื่องจากกลัวว่าจะมีปัญหา เจ้าหน้าที่แจ้งรายละเอียดกลับมาว่า ค่าตรวจหาสาเหตุไฟ abs สว่างประมาณห้าร้อยบาท ส่วนการตรวจระบบเบรคนั้นสามารถใช้บริการตรวจเพื่อเดินทางไกลได้ ค่าใช้จ่ายประมาณห้าร้อยบาทเช่นกัน ดังนั้นการเข้าศูนย์ตรวจครั้งนี้ใช้เงินพันกว่าบาท ตรวจเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ไฟเตือนติดสว่างสองดวงอย่างในภาพ และศูนย์ใช้เวลาประมาณ 5 ชม. เพื่อตรวจสอบ

IMG_20220708_160956

ส่งรถประมาณ 9.30 น. ตรวจจบตอนหลังสามโมงเย็น ผมก็ไปรับรถแล้วได้เอกสารการตรวจกลับมา ตามภาพ มีรายการของเสียจำนวนมาก ที่น่าสนใจก็คือ ช่างของศูนย์ตรวจระบบเบรคแล้วแจ้งอาการว่า ผ้าเบรคด้านหน้าหมดแล้ว มันบางจนเหลือ 0 มม. คือไม่เหลือผ้าเบรคแล้ว เห็นเนื้อเหล็กแล้ว มีตรวจสอบแรงดันแบตเตอรี่ยังอยู่ในระดับใช้งานได้ปกติ มีแจ้งโช้คเสื่อม บางเบ้าโช้คเสื่อม ยางปัดน้ำฝนเสื่อม ส่วนไฟเตือนที่ติดสองดวงนั้นเกิดจากปั๊มabs รวน ต้องเปลี่ยนด้วยเช่นกัน และราคาของปั๊ม abs ศูนย์แจ้งมา 29990 บาท เป็นราคาที่น่าตกใจมาก รับรถออกมาตั้งหลักก่อน จ่ายค่าตรวจไป 1030 บาท

IMG_20220624_171419

วันต่อมาผมขับรถไปให้ร้านช่วงล่างแถวบ้านเพื่อเปลี่ยนผ้าเบรคแล้วให้ทางร้านตรวจระบบเบรค ระบบปั๊ม abs ให้ด้วย ซึ่งทางร้านก็เช็คตรวจสอบให้อีกครั้งตามรายการที่ศูนย์ฮอนด้าเคยตรวจให้ ร้านช่วงล่างให้ข้อมูลว่า ไฟเตือน2ดวงที่ติดอยู่มันอาจมีจากหลายสาเหตุ น้ำมันเบรคพร่องก็ใช่ ผ้าเบรคกำลังจะหมดก็ใช่ เขาตรวจสอบผ้าเบรคแล้วทำการเปลี่ยนผ้าเบรคคู่หน้า เปลี่ยนน้ำมันเบรค สองรายการนี้ค่าใช้จ่ายรวมกันรวมค่าแรงแล้วผมจ่าย 2600บาท และไฟเตือนหายไปแล้ว ส่วนเรื่องโช้คเสื่อม ยางเบ้าโช้คเสื่อม ช่างที่นี่บอกว่า รถยังขับแล้วนุ่มนวลอยู่ ยังไม่รู้สึกว่าต้องเปลี่ยน ผมก็เลยยังไม่เปลี่ยน

20220624182421_IMG_0980

ก่อนออกจากร้านช่วงล่าง ผมขอผ้าเบรคอันเก่ากลับมาด้วย แล้วก็ถ่ายภาพไว้ว่านี่คือผ้าเบรคที่ศูนย์บอกว่าผ้าเบรคหมด เห็นเหล็กแล้ว ซึ่งดูด้วยตาผมก็เห็นว่ามันบาง แต่คำว่าเห็นเหล็กแล้วผมก็ไม่เข้าใจว่าศูนย์ฮอนด้าหมายถึงอะไร ทางร้านช่วงล่างแนะนำว่าน้ำมันเบรคให้เปลี่ยนทุก 2 ปี ส่วนผ้าเบรค ถ้าบางเหลือความหนาไม่ถึง 4มม. ก็ให้เปลี่ยน ในภาพนี้ก็บางมากแล้ว แต่ไม่ได้หมดถึงเนื้อเหล็ก

ผมขับรถไปอีกสองสัปดาห์ ไปเตือนสองดวงหายไปแล้ว รถอาการเหมือนปกติ


เปลี่ยนกรองแอร์ฮอนด้าฟรีด เปลี่ยนเองง่ายๆ

ใช้รถยนต์มานานหลายปีแล้ว และระยะหลังก็เปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่อู่นอก เลิกเข้าศูนย์ไปหลายปี สิ่งที่มักจะลืมเปลี่ยนก็คือกรองแอร์ที่ไม่มีใครบอกก็อาจจะลืม เพราะตราบใดที่แอร์เย็น เราก็ยังไม่คิดจะเปลี่ยนอะไร ซึ่งในความเป็นจริง แอร์ในรถจะมีไส้กรองอากาศที่กรองสิ่งสกปรกในอากาศตลอดเวลาที่เปิดแอร์ และไส้กรองตัวนี้จะดำเร็วมาก

ผมเปลี่ยนกรองแอร์มาหลายครั้งแล้ว และมีความตั้งใจจะเปลี่ยนทุกหกเดือน แต่บางครั้งก็ลืม รอบนี้ก็เช่นกัน จากความตั้งใจจะเปลี่ยนตั้งแต่เดือนมกราคม แต่ก็เพิ่งจะมานึกได้ในเดือนมีนาคมนี้ เกินไปสองเดือน ตอนถอดไส้กรองออกมาก็วางเทียบกับของใหม่ถ่ายรูปไว้ เพื่อดูเปรียบเทียบว่าระหว่างของใช้งานมาแล้วเกือบปี กับของใหม่ สีต่างกันมาก

IMG_20220305_122421

สีดำที่เกาะอยู่กับไส้กรองก็คือฝุ่นนั่นเอง ไส้กรองแอร์ของรถยนต์มีคุณสมบัติสามารถกรองฝุ่นระดับ PM2.5 ได้ ดังนั้น ในรถยนต์ ระบบแอร์ที่ไม่เสีย จะสามารถกรองฝุ่น pm2.5 ได้อยู่แล้ว ทำให้เราไม่มีความจำเป็นต้องติดเครื่องกรองอากาศอื่นๆเพิ่มเติม ใครกำลังคิดจะซื้อเครื่องกรองฝุ่นติดรถ ลองอ่านสเป็คของไส้กรองแอร์ดูสักหน่อย หลายยี่ห้อจะบอกไว้ว่าสามารถกรองฝุ่น pm2.5 ได้ เราจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องกรองให้ซ้ำซ้อน เพราะระบบในรถคือระบบกรองอากาศชั้นดีอยู่แล้ว

พอเปลี่ยนเสร็จก็เข้าเว็บช็อปปิ้ง หากรองแอร์สำหรับฮอนด้าฟรีด หรือแจ๊ส หรือ ซิตี้ ก็ได้ ใช้ตัวเดียวกัน สั่งซื้อเก็บไว้ สำหรับรอบหน้า เพิ่งเห็นราคาในเว็บว่าปัจจุบันหรือชิ้นละ 80-100 บาทเท่านั้น ซึ่งเมื่อสักปี 2014 ผมซื้อชิ้นละ 140 บาท ราคาแข่งกันแรงมากสำหรับการขายของออนไลน์ ประโยชน์เลยตกเป็นของลูกค้า คิดๆดูแล้ว เริ่มอยากขายของออนไลน์บ้างเหมือนกันนะเนี่ย พอซื้อของเสร็จ ก็ตั้งปฏิทิน อีก 6 เดือนให้เตือนเพื่อเปลี่ยนชิ้นใหม่ด้วย

ต่อทะเบียน เสียภาษีรถยนต์ 2564

ปกติการเสียภาษีรถยนต์ หรือผมมักจะเรียกการต่อทะเบียนรถประจำปีผมจะทำทุกช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี โดยระยะหลังผมจะต้องไปตรวจสภาพรถยนต์ก่อน แล้วค่อยนำเอกสารตรวจสภาพ พร้อมใบ พรบ และสมุดทะเบียนรถ ไปยื่นเสียภาษี ผมเลือกไปยื่นเสียภาษีที่จุดบริการในห้างบิ๊กซี บางบอน เพราะคนน้อย คิวไม่ยาว และทำแบบนี้มาทุกปีซึ่งสะดวกมากๆ

IMG_20210613_143120

แต่ว่าพอมีการระบาดของโควิด ทำให้ระบบการทำงานของจุดบริการต่อทะเบียนถูกยกเลิกไปบางช่วงเวลา ในปีที่แล้ว ปี คศ 2020 ซึ่งเป็นปีที่โควิดระบาดเต็มรูปแบบ หลายหน่วยงานยกเลิกการทำงาน เพราะต้องป้องกันการติดเชื้อ ผมเลยต้องไปยื่นเสียภาษีที่กรมการขนส่งแถวตลิ่งชัน ก็ได้ประสบการณ์การขับรถแบบไดร์ฟทรูเข้าไปเสียภาษี คิวก็ยาวพอทน ใช้เวลาตั้งแต่ขับรถเข้าไปต่อคิว จนจบได้จ่ายเงิน ประมาณ 1 ชม. เพราะรถเยอะมาก

ส่วนปีนี้ ค.ศ 2021 โควิดยังระบาดไม่เลิก และมีทีท่าว่าประเทศไทยจะยับเยินยิ่งกว่าปีที่แล้ว การต่อภาษีที่จุดบริการในห้างก็ยกเลิกไป ก่อนจะไปห้าง ผมได้เช็คในเว็บแล้วข้อมูลก็บอกว่ามีบริการในห้าง ที่เดิม เวลาทำการเหมือนเดิม แต่พอไปก็ไม่มี ก็ไม่ได้แปลกใจเพราะว่าหลายหน่วยงานก็ยกเลิกดื้อๆได้อยู่แล้ว ปัญหาโควิดมันใหญ่เกินกว่าจะมาดื้อเปิดจุดบริการแล้วปล่อยให้เจ้าหน้าที่ติดเชื้อ

IMG_20210609_135005

ปีนี้ ผมตรวจสภาพรถจ่ายไป 200 บาท ได้เอกสารมาใบนึง แต่ในห้างไม่เปิดให้บริการ ก็เลยลองเข้าไปเสียภาษีรถยนต์แบบ online ดู ก็ได้ความรู้ไปอีก 1 อย่าง เว็บกรมการขนส่งทางบกเปิดให้เสียภาษีรถยนต์ได้ เราต้องสมัครสมาชิก แล้วก็จะได้รหัสทางอีเมล แล้วหลังจากนั้นก็ login เข้าระบบ ไปกรอกข้อมูลของรถยนต์ที่จะเสียภาษี สิ่งสำคัญที่ต้องกรอกก็คือทะเบียนรถ หมายเลขกรมธรรม์ของพรบ คุ้มครองผู้ประสบภัยฯ ส่วนข้อมูลการตรวจสภาพรถไม่ได้ใช้ แต่คาดว่าระบบน่าจะไปดึงเอาจากฐานข้อมูลได้เอง เพราะเป็นฐานข้อมูลที่กรมการขนส่งฯสามารถเข้าถึงได้อยู่แล้ว และยังต้องกรอกชื่อที่อยู่สำหรับส่งเอกสารการต่อทะเลียนกลับมาด้วย เมื่อกรอกทุกอย่างเสร็จก็จะมีระบบโอนเงิน ผมเลือกจ่ายโดยการใช้บัตรเครดิตแบบ virtual ซึ่งเป็นบริการของธนาคารกสิกร ส่วนใครมีบัตรเครดิตตัวจริงก็ใช้บัตรจริงจ่ายได้

IMG_20210701_152630

เมื่อจ่ายเงินแล้ว ก็รออยู่ที่บ้านประมาณ 3 วันทำการ ก็มีเอกสารส่งมาให้ทางไปรษณีย์ ภายในคือ ป้ายสี่เหลี่ยมแสดงวันหมดอายุ 2565 และใบเสร็จรับเงิน สรุปคือ การจ่ายภาษีรถยนต์ online ทำได้จริงๆและสะดวกดี ส่วนเล่มสมุดทะเบียนจะไม่ได้ถูกพิมพ์ในเล่มว่าเราจ่ายภาษี ตรงนี้ผมยังไม่รู้ว่ามันจะต้องทำยังไงต่อไป แต่คิดว่าหากโควิดสงบ หรือ หมดไปจากประเทศแล้ว ผมก็จะเอาเล่มสมุดทะเบียนรถไปให้หน่วยงานของขนส่งช่วยพิมพ์อัพเดทให้ให้ว่าเราจ่ายภาษีไปแล้ว ยอดเงินภาษีรถยนต์ฮอนด้าฟรีดปีนี้ผมจ่าย 822.75 บาท รถผมเป็นฟรีด2010 ครับ



เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง หลักกิโล 239222

2019-12-28_01-40-42

รอบนี้ขับเพลิน ทำงานจนลืม และไม่มีเวลาแวะไปเปลี่ยนในวันธรรมดาเลย กว่าจะได้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้ฟรีดในรอบนี้ก็ปาเข้าไปสิ้นปี ช่วงที่ปิดปีใหม่แล้ว แต่โทรถามร้านเจ้าประจำว่ายังทำงานอยู่ไหม ร้านบอกว่ายังทำงานอยู่ ก็เลยไปเปลี่ยนเลย

น้ำมันเครื่องรอบนี้ใช้ของร้าน สเป็คเป็นยังไงก็ไม่ได้ถาม ร้านจัดการให้หมดเลย ได้ออกมาตามบิลด้านล่างนี้ และผลการใช้งานก็เครื่องทำงานลื่นๆ เมื่อสองสัปดาห์ก่อนก็เปลี่ยนยางไปแล้ว รอบนี้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ก็ได้ความรู้สึกว่ารถวิ่งลื่นขึ้นนิดหน่อย แต่ความแตกต่างของเครื่องยนต์ยังไม่ชัดมากเท่าตอนเปลี่ยนยาง และยังไม่ชัดมากเท่าตอนเปลี่ยนน้ำมัน เนื่องจากปกติจะเติมน้ำมัน e85 เป็นหลัก และในวันที่ลองเติม e5 หรือ 95 รุ่นที่แพงเกือบจะที่สุดก็ให้ความรู้สึกลื่นเนียนมากขึ้นอย่างชัดเจน

2019-12-28_12-46-35

เปลี่ยนยางฮอนด้าฟรีด กิโลเมตรที่ 237677

เปลี่ยนยาง

ผมขับรถมาถึง 237677 กิโลเมตรแล้ว และก็ได้พบว่า ยางรถยนต์ที่ใช้อยู่มีอาการขอบลอก หรือ รอยต่อมีการปริแยก รู้สึกว่าอันตรายก็เลยไปเปลี่ยนยางที่ร้านเดิม ร้านแถวบ้าน

IMG_20191206_143240

อาการแก้มยางปริแบบนี้ ร้านยางบอกว่า เกิดจากลมยางอ่อนเกินไป และอายุยางก็สามปีกว่าแล้วก็เลยตัดสินใจเปลี่ยน โดยทางร้านแนะนำยางราคาถูกให้รุ่นหนึ่ง คือ hankook ดังภาพ

IMG_20191207_105333

ผมชอบร้านนี้เพราะว่า เมื่อการเปลี่ยนยางครั้งที่แล้ว ตลอดระยะเวลาที่ใช้งานยางสามปี เวลาที่ยางอ่อนลงหลังจากที่ลืมตรวจลืมเช็คลมยาง เมื่อไปเติม ก็พบว่าลมยางอ่อนลงไปเท่าๆกันทุกล้อ บางครั้งที่เติมลมยาง อ่านค่าลมยางที่เครื่องได้ 28 ก็จะเป็น 28 ทุกล้อ เทียบกับเมื่อก่อน ช่วงที่ยังไม่ได้มาใช้บริการร้านนี้ ผมก็เติมลมยางแค่ทีละล้อมาตลอด เพราะว่า ลมยางแต่ละล้อไม่เคยเท่ากันเลยเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน ผมสงสัยเรื่องจุกเติมลมยางที่บางร้านอาจจะใช้ของคุณภาพต่ำ หรือ ไม่ได้เปลี่ยนให้ผมเมื่อเปลี่ยนยาง ทำให้ลมรั่วออกจากล้อไม่เท่ากัน(เดา)

IMG_20191207_110337

ยางใหม่ บุคลิกนุ่ม ขับสบาย ใช้งานร่วมกับโช้คอัพที่อายุยังไม่มาก ก็ถือว่าได้ความนุ่มนวลน่าพอใจ ผมเลือกใช้ของราคาถูกเพราะว่า ผมมีนิสัยการขับรถไม่เร็ว เลยไม่ได้สนใจเรื่องสมรรถนะในความเร็วสูง จ่ายเท่าไหร่ก็ตามใจเรา เอาที่สบายใจ เพราะถ้าคิดเรื่องต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น ผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่เพื่อให้ปลอดภัยเพียงพอ เอาเงินไปซื้อข้าวดีกว่า และอีกอย่าง ถ้าจ่ายแพงแล้วจะไม่มีอุบัติเหตุ มันไม่จริง เพราะเราเห็นซุปเปอร์คาร์พังเป็นข่าวอยู่ทุกปี

ทดลอง contax T3 เทียบกับกล้องดิจิทัล

กล้อง contax T3 เป็นกล้องคอมแพ็คไฮเอนด์ตัวหนึ่งของวงการถ่ายภาพ น่าจะเป็นตัวที่มีราคาแพงที่สุดในตลาดมือสองที่ซื้อง่ายขายคล่อง จุดเด่นที่ความเล็ก กระทัดรัด และโฟกัสเร็ว วัดแสงแม่น เป็นสิ่งที่ทำให้กล้องตัวนี้คือเครื่องมือชั้นดีในการถ่ายภาพของช่างภาพที่ชอบฟิล์ม

แล้วมันดีจริงไหม มันเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือเปล่า มันเหมาะที่จะไขว่คว้าหามาครอบครองไหม ตอบเลยว่าไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะราคามันแพงมาก และมีความเสี่ยงว่า ถ้ากล้องพัง จะซ่อมกันยังไง ประวัติการซ่อมกล้องตัวนี้ยังมีน้อย นั่นคือมันยังไม่หมดอายุกันเหมือนกล้องอายุมากตัวอื่น ถ้าเทียบกับ Leica Minilux เจ้า Minilux จะเสียเยอะกว่า แต่ช่างเมืองไทยก็ซ่อมกันเก่งมาก ซ่อมจนชำนาญ เรียกได้ว่า ถ้าจะทำมาหากินกับกล้องฟิล์มในยุค 4g กำลังจะเข้า 5g ช่างต้องซ่อม Minilux ให้ได้ เพราะมันเสียทุกตัว ซ่อมได้ก็แปลว่าจะมีงานมาจากทั่วโลกแน่นอน

กลับมาที่ contax T3 ต่อ ผมใช้กล้องตัวนี้ราวกับเป็นกล้องปัญญาอ่อน เพราะตอนที่ถือกล้องคอมแพ็ค เราจะไม่สามารถปราณีตกับการจัดองค์ประกอบในแบบกล้อง SLR เพราะช่องมองภาพมันไม่ได้เป็นช่องที่มองผ่านเลนส์ แถมระบบวัดแสงอัตโนมัติที่กล้องมีนั้นก็ไม่ใช่ระบบการวัดแสงเฉพาะจุดที่ตอบสนองความคิดของคนถ่ายอย่างความแม่นยำถูกต้องเทียบเท่า SLR รุ่นโปร แต่ถึงแบบนั้นเราก็ยังอยากใช้เพราะมันราคาแพง เพราะมันเท่ห์ เพราะมันเป็นที่ต้องการของตลาดมือสอง และการมีกล้องแพงและหายากใช้งานกับมือมันก็สร้างความรู้สึกดีได้ไม่น้อย

ถือถ่ายไปสักพักก็รู้สึกอยากเปรียบเทียบ ก็เลยเป็นที่มาของการเปรียบเทียบภาพที่ถ่ายในมุมเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ลองไล่ดูไปทีละภาพแล้วก็ตัดสินใจเองว่าเราชอบสิ่งที่มันเป็นผลผลิตของกล้อง contax T3 ไหม และความเห็นที่ผมบรรยายก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว เป็นอคติ เป็นอัตตา เป็นอารมณ์ เป็นเรื่องความชอบที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

000006
แพทคาเฟ่ – contax t3 + fuji c200
IMG_5689
แพทคาเฟ่ – eos m + efm 22f2
IMG_5690
แพทคาเฟ่ – eos m + efm 22f2

ภาพแรก ร้านอาหาร แพทคาเฟ่ ตั้งอยู่บนถนนดินสอตัดกับถนนพระสุเมร ใกล้ถนนราชดำเนิน ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีอาหารให้สั่งเยอะมาก ผมแวะร้านนี้ในเช้าวันอาทิตย์ ดูข้อมูลการถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลก็เป็นช่วงเวลา 7.59 น. วันอาทิตย์ แสงแดดนอกร้านยังไม่แรงมาก โทนแสงแดดยังเป็นสีเหลืองเพราะยังเช้าอยู่ กล้องฟิล์มถ่ายด้วยโหมด P กล้องดิจิทัลถ่ายด้วยโหมด Av ตั้งค่า f2

กล้องดิจิทัลให้ภาพที่ทันใจ มีข้อมูลวันที่ต่างๆครบถ้วน ถ้าไม่มีภาพดิจิทัลที่ถ่ายเก็บไว้ ผมจะไม่รู้เลยว่าผมแวะไปร้านนี้วันไหน ถ่ายตอนกี่โมง เพราะกว่าที่จะส่งฟิล์มไปล้างผมก็ต้องรออีกนานกว่า 2 เดือนกว่าที่จะถ่ายภาพจนหมดม้วนฟิล์ม โทนสีที่สแกนฟิล์มออกมาติดไปทางแดงมากจนเกินพอดี ถ้าสแกนให้ปราณีตกว่านี้ หรือ สแกนด้วยตัวเองก็น่าจะได้สีสันที่ตรงใจมากกว่านี้ แต่ผมไม่มีสแกนเนอร์แล้ว มันเสียไปหลายปีแล้ว และยังไม่อยากซื้อใหม่

000029
IMG_5700

ลองดูภาพอีกมุม หลังจากสั่งอาหารไปแล้วก็นั่งรอ ลูกเบื่อก็เลยขอวาดรูปเล่น พอวาดไปสักพักจนเพลินๆ ผมก็หยิบกล้อง contax T3 ขึ้นมาถ่ายภาพ โดยเจตนาถ่ายให้เหมือนกับเป็นนักท่องเที่ยว คือเปิดกล้อง เล็ง แล้วถ่ายเลย กล้องก็ยิงแฟลชให้ทันที เพราะค่ามาตรฐานของกล้อง T3 จะเป็นแฟลชระบบ auto เมื่อเจอสถานการณ์แสงน้อย หรือ ย้อนแสง กล้องเปิดแฟลชให้เสมอ หากเราไม่ต้องการแฟลช เราจะต้องกดปุ่มปิดแฟลชทุกครั้งที่เปิดกล้อง นี่เป็นจุดน่ารำคาญของกล้อง T3 ซึ่งแม้แต่ Minilux ก็น่ารำคาญยิ่งกว่าเรื่องปิดแฟลช

ส่วนภาพจากกล้องดิจิทัล eos m ติดเลนส์ 22f2 โหมดถ่ายภาพตั้งเป็น P กล้องเลือกรูรับแสงที่ f4 ให้ ก็ให้ภาพได้สวยงาม นุ่มนวล เก็บบรรยากาศได้ดี ดูผ่านๆแล้วดีกว่า T3 เสียอีก แน่นอนว่าเป็นเพราะกล้องดิจิทัลออกมาทีหลัง เลนส์ติดกล้องก็เป็นเลนส์ฟิกส์คุณภาพสูง ระหว่างสองภาพนี้ ผมยังรู้สึกว่ากล้องดิจิทัลให้ภาพที่ดีกว่า ชอบภาพจากกล้องดิจิทัลมากกว่า

มุมรับภาพของ T3 เป็นเลนส์ 35มม ส่วนมุมรับภาพของ eos m + 22f2 ก็เทียบเท่ากับ 35 มม. ซึ่งมันเป็นช่วงเลนส์ที่เทียบเท่ากันได้ ยิ่งหากถ่ายด้วยโหมด P ด้วยกันทั้งคู่แล้วจะใช้ตัวไหนก็ได้ จะ T3 หรือ eos m1+22f2 ก็พอกัน ในระยะยาว T3 จะรอวันพัง ส่วน eos m ยังไม่รู้ว่าจะพังเร็วหรือช้า แต่ราคามือสองของ eos m รุ่นแรกหาได้ในงบไม่เกิน 3000 บาท แต่ที่แน่ๆ สามารถอัพเกรดบอดี้ให้ใหม่ขึ้น ความคมชัดของดิจิทัลจะสูงขึ้นไปอีกตามคุณภาพของบอดี้ใหม่ๆ ภาพนี้ดีขึ้น คมชัดมากขึ้น ถ้าเปลี่ยนกล้องเป็น eos m5 ที่ความละเอียดสูงขึ้นและให้ไฟล์ภาพที่ดีกว่าแน่นอน

อีกมุมหนึ่งที่จะใช้เป็นมุมทดสอบได้บ่อยก็คือ การถ่ายภาพลูกกำลังหลับอยู่ที่เบาะแถวสองในรถของผมเอง จังหวะที่ลูกหลับอยู่ แล้วได้จอดรถอยู่นิ่งๆ มีกล้องอยู่ในมือก็จัดการถ่ายภาพเก็บไว้ และวันนี้ก็มีทั้ง contax T3 กับ eos m + 22f2 ก็ลองถ่ายทั้งสองตัว ได้ภาพมาดูตามนี้

000046
contax T3 + fuji c200

IMG_5790
eos m + 22f2

มุมที่รับภาพใกล้เคียงกันมาก ตัวคนในภาพก็มีขนาดสูสีกัน มีเพียงบุคลิกสีเท่านั้นที่แตกต่างกัน จะบอกว่าฟิล์มให้ภาพดีเท่าดิจิทัลก็ได้ หรือดิจิทัลเลียนแบบฟิล์มก็พอไหว มันเกิดจากการพยายามถือกล้องให้นิ่ง และปราณีตกับการโฟกัสให้ตรงจุดที่ต้องการ ส่วนการวัดแสงก็ปล่อยให้ระบบของกล้องทำงานไปตามที่ถูกออกแบบมา สองภาพนี้สำหรับผมถือว่าสมบูรณ์ในแง่การบันทึกภาพ จะให้ใช้ตัวไหนก็ได้รู้สึกเข้ามือทั้งสองตัว ข้อดีของ contax T3 คือ เล็กและเบา ข้อดีของดิจิทัลคือประหยัดเงิน หากคุณจะเลือกใช้ เหตุผลใดสำคัญกว่าก็เลือกไปตามเหตุผลของตัวเอง ใครเน้นประหยัดไปดิจิทัล ใครเน้นเล็กและพกพาแทบไม่เป็นภาระก็ไป contax T3 ได้เลย

ในยุคปัจจุบัน ปี พศ 2562 นี้ การยกกล้องฟิล์มขึ้นมาถ่ายใครสักคน คุณจะได้ความสนอกสนใจอย่างเหลือเชื่อ คุยกับเด็ก เด็กก็จะสงสัยกล้องอะไรถ่ายแล้วไม่มีภาพ แต่ก็จะตั้งท่าเป็นนายแบบให้ แล้วถามว่าจะได้ดูภาพตอนไหน เพราะเป็นสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย เด็กยุคนี้โดยเฉพาะเด็กอนุบาลถึงประถมมัธยมจะรู้จักแต่การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์และกล้องดิจิทัล คุยกับวัยรุ่น วัยที่เพิ่งจบออกมาทำงานเขาก็จะทักว่า เท่ห์ดีนะ คุยกับคนวัยกลางคนหรือคนที่เคยจับฟิล์มเคยใช้กล้องฟิล์มมาบ้างคนกลุ่มนี้ก็จะรู้สึกโอ้โห ยังใช้อยู่เหรอ มันดีกว่าเหรอ เจ๋งดีนะ แต่เปลืองนะ ส่วนคนวัยดึกรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็จะสงสัยว่าจะไปล้างฟิล์มที่ไหน เมื่อไหร่จะได้ดูภาพ สรุปว่า แต่ละคนจะมีปฏิกิริยากับการถ่ายภาพด้วยฟิล์มไม่เหมือนกันเลย

ลองกลับไปย้อนอ่านรีวิวกล้อง eos m กับ contax T3

freed โดนชนท้าย ประสบการณ์เคลมประกัน

IMG_4913

ขับรถมายี่สิบปีผมเพิ่งประสบเหตุโดนรถชนท้ายครั้งแรกเมื่อวานนี้  ซึ่งที่ผ่านมารถคันเก่าและคันปัจจุบันผมทำประกันชั้น 1 มาตลอดและไม่เคยเคลมเลยสักครั้ง  ไม่เคยทำสีรถ ไม่เคยชนใคร  แต่เมื่อวานก็เจอเรื่องโชคร้ายที่ต้องเป็นคนโดนชน

 

IMG_4919

บนถนนรถติดๆ ค่อยๆวิ่ง  ผมขับรถกลับบ้าน และรถค่อยคลานไปตามทาง อยู่ๆก็มีแรงกระแทกที่ด้านท้าย ผมก็รู้ได้ทันทีว่าโดนชนท้ายแล้ว ผมเหลือบมองดูนาฬิกา ตอนนี้ประมาณหนึ่งทุ่ม  ผมจะต้องไปยืนรอประกันสักกี่นาทีกันนะ  แล้ววันนี้ผมจะถึงบ้านกี่โมง

 

IMG_4915

ลงจากรถพร้อมโทรศัพท์มือถือ  เดินไปถ่ายรูปทะเบียนหน้ารถ และป้ายต่อภาษีของรถที่มาชนผม  แล้วก็โทรหาเพื่อนที่ขายประกันรถให้ผม เขาก็แนะนำขั้นตอนต่างๆ  ก็เลยโทรเข้า callcenter  แจ้งเหตุ แล้วรอเจ้าหน้าที่  รถอีกฝ่ายก็เรียกประกันของตัวเอง   ผมโทรบอกที่บ้านว่าจะกลับช้า ภรรยาผมถามว่าเคลมประกันเป็นไหม  เพราะเขารู้ว่าผมไม่เคยเคลมประกันเลย  ภรรยาให้กำลังใจ แล้วก็วางสายไป

 

IMG_4916

คนขับที่ชนรถผมเขาก็ลงมาขอโทษ ผมก็ไม่ว่าอะไร พยักหน้าแล้วเดินแยกไปคุยกับประกันในสาย  รอประมาณ 30 นาทีเจ้าหน้าที่ก็มาถึง กรอกเอกสาร แล้วก็ให้ใบเคลม แล้วก็แยกย้าย ผมก็งงๆ  แล้วก็ขับรถกลับบ้าน พร้อมรอยถลอกจากป้ายทะเบียนฝังเพชรของรถคันหลัง

 

IMG_4917

ตอนเช้าสว่างแล้วผมก็ค่อยมาถ่ายภาพรอยแผลซ้ำอีกรอบ  เดี๋ยวคงต้องไปตระเวณหาอู่ที่อยู่ในเครือของบริษัทประกันภัยว่ามีอยู่ตรงไหนบ้าง ยังไม่รู้ว่าจะต้องเสียเวลาสักแค่ไหน แผลเล็กๆ รถยังวิ่งได้ แต่ก็ต้องส่งทำเพราะมันต้องทำ

 

IMG_0136

“ขอโทษนะคะ  ก้มหน้าไปนิดนึงแล้วเงยขึ้นมาก็ชนเลย”  นี่คือคำพูดที่คนชนบอกกับผม  ผมก็เงียบๆ ยิ้มแล้วแยก ผมไม่อยากคุยเยอะ  ผมก็เดาว่าเขาก็คงกำลังมองโทรศัพท์มือถือตอนขับรถนี่แหละ  โชคร้ายมากที่ผมต้องอยู่บนถนนกับคนใช้มือถือตลอดเวลา  เหตุการณ์นี้ผมก็เตือนตัวเองว่า อย่าละสายตามาดูโทรศัพท์ตอนรถวิ่งเด็ดขาด จะได้ไม่สร้างปัญหาให้คนอื่น

 

ผมเริ่มคิดถึงกฏหมายลงโทษคนใช้มือถือระหว่างขับรถ   จริงๆผมไม่ได้อยากได้กฏหมาย แต่อยากได้ลูกเล่นโทรศัพท์ที่จะไม่ทำงานถ้ามันเคลื่อนที่  ผมว่าทำได้นะถ้าจะทำ

 

ธุรกิจอู่ซ่อมรถก็กำลังจะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น 1 คน  ผมรู้สึกว่าธุรกิจอู่ซ่อมน่าจะเป็นอีก 1 ธุรกิจที่ยังคงอยู่ได้ดี ยังไม่โดน disruption จากการเติบโตของอินเทอเน็ต  ผมดูจากการซื้อการใช้งานของผมเอง  อย่างเช่น ผมซื้อ gadget ซื้อสินค้าไอทีจากเว็บขายของแล้ว แทนที่จะไปซื้อที่ห้างแบบหลายปีก่อน  ธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่ผมทำอยู่ก็มีคนพิมพ์ใบปลิวน้อยลงจากแต่ก่อนที่คนเริ่มธุรกิจจะคิดเรื่องใบปลิวก่อน แต่ปัจจุบันเขาคิดถึงช่องทางโฆษณาในอินเทอเน็ตก่อน  ธุรกิจขายแผ่นหนัง แผ่นเพลง โดนอินเทอเน็ตตีตายมานานแล้วและหลายคนหันไปจ่ายเงินให้กับบริการ stream จากค่ายหนัง เหมาจ่ายเป็นรายเดือน   คนฟังเพลงไม่ต้องไปซื้อแผ่นแท้แพงๆ อินเทอเน็ตทำให้แผ่นผีระบาด  เพลง mp3 เกลื่อนเมือง  และในที่สุด อินเทอเน็ตก็ฆ่าแผ่นผีเองด้วย มีบริการเหมาจ่ายรายเดือนแค่ร้อยกว่าบาทฟังได้ทุกเพลง  ถูกยิ่งกว่าซื้อแผ่นเพลงห่วยๆ 1 แผ่นในอดีตเสียอีก

 

ธุรกิจอู่ซ่อม  ธุรกิจศูนย์บริการรถยนต์ ผมเชื่อว่ายังคงอยู่ได้  เพราะอินเทอเน็ตไม่สามารถเสนอบริการที่ดีกว่า ประหยัดกว่าเพื่อจะทำให้รถที่เสียกลับมาใช้งานได้  ยังคงต้องมีการซ่อมบำรุงโดยช่าง  การทำสีรถ  การซ่อมส่วนที่แตกหักเสียหาย ซ่อมเครื่องยนต์  ซ่อมช่วงล่าง เปลี่ยนยาง สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่อีกนาน  แม้ว่าต่อไปรถจะไม่ต้องเติมน้ำมัน แต่ชิ้นส่วนที่เสื่อมและเสียหายจากการชนก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

 

ผมลองติดต่อบริษัทแม่เพื่อถามรายชื่ออู่ที่ใกล้บ้านผม บริษัทบอกให้ผมไปดูในเว็บ  ซึ่งในเว็บบริษัทไม่มีข้อมูลนี้ หรือผมหาไม่เจอก็ไม่รู้ได้  ผมไปเจอรายชื่ออู่จากรีวิวในพันทิป ในเว็บอื่นๆที่พูดถึงการเคลมประกัน  ผมได้อ่านฟีดแบ็คเรื่องอู่ห่วยๆด้วย  ผมว่าบริษัทแม่ไม่ฉลาดเลยที่จะปล่อยให้ลูกค้าไปหาข้อมูลเอง  เพราะเขาจะไปเจอข้อมูลที่ไม่เป็นผลดีต่อบริษัทแม่แน่นอน

2018-12-28_08-33-22

ผมซื้อประกันภัยรถยนต์ผ่านเพจนี้ https://www.facebook.com/polarbearbkk/
นอกจากการติดต่อที่ง่าย โทรไปก็รับสายตลอดแล้ว  ยังได้รับการปรึกษาแนะนำเรื่องขั้นตอนการเคลม และแนะนำอู่ใกล้บ้านให้ผมได้อีกด้วย  ราคาที่ผมจ่ายก็ไม่ได้แพงไปกว่าเดิมที่ผมเคยซื้อกับบริษัทใหญ่ๆ  คนขายประกันบอกว่า เขาทำราคาต่ำที่สุดไม่ได้หรอก แต่เขาเพิ่มบริการอื่นๆที่มีประโยชน์ให้  อย่างเช่นการอำนวยความสะดวกต่างๆที่ทำแทนลูกค้าได้เมื่อเกิดเหตุ   อย่างเช่นการหาอู่ หาร้านซ่อม  ซึ่งการซ่อมรถเราต้องการอู่มากมายหลายความถนัด ช่วงล่างทำที่ไหน  เบรกต้องร้านไหน เครื่องยนต์ต้องอู่ไหน ซ่อมสี กระจก แอร์ ความร้อน พวกนี้แต่ละอู่เก่งไม่เท่ากัน  ลูกค้าอย่างผมก็อาศัยนำแนะนำจากคนขายประกันนี่แหละครับ

 

เปลี่ยนน้ำมันเครื่องฮอนด้าฟรีด honda freed 217054km

2018-12-14_04-02-50

หลักกิโลเมตรบนหน้าจอแสดงไว้ที่ 217054 ผมเอารถฮอนด้าฟรีดไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  ใช้น้ำมันเครื่อง ปตท รุ่น super synthetic 0w-30 ที่ซื้อแล้วแถมลำโพง jbl clip2 ซึ่งเป็นลำโพงบลูทูธหน้าตาดีและคุณภาพใช้ได้  ผมเคยใช้น้ำมันเครื่องรุ่นแถมลำโพง jbl go มาแล้ว 2 ครั้ง ได้ลำโพงมาใช้ 2 ตัว  มารอบนี้ก็ซื้อตุนไว้ ได้ลำโพงมาเล่นเพิ่มอีกตัว

2018-12-14_02-33-54

ใช้บริการอู่รถยนต์แถวบ้าน ใช้เวลาทำประมาณ 30 นาที ค่าใช้จ่ายเท่าเดิม 350 บาท  ในนี้จะเป็นค่าแรง 200 บาท  เป็นค่าไส้กรองน้ำมันเครื่อง 150 บาท  เปลี่ยนแล้วก็สบายใจ  เพราะปกติขับรถเพลินๆไม่เคยสนใจเรื่องระยะทาง บางทีรู้ตัวอีกทีเลยระยะทางที่ต้องเปลี่ยนไปหลายพันกิโลเมตรเลย

IMG_4233

 

เปลี่ยนโช้ค honda freed 217000 กิโลเมตร

2018-12-14_02-01-28

ฮอนด้า ฟรีด ใช้งานมายาวนาน ระยะทางที่หน้าจอระบุ 217000 กิโลเมตร เพิ่งจะเปลี่ยนโช้ค จริงๆมันก็คงเสื่อมมานานแล้ว แต่ก็ทนใช้มาได้เรื่อยๆ อาจจะเพราะชิน อาจจะเพราะมัวแต่ขับไปโน่นนี่นั่นไม่ได้สนใจเรื่องคุณภาพรถสักเท่าไหร่ จนวันหนึ่งภรรยาบ่นว่าทำไมรถมันเด้งขนาดนี้ ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่า อ้อ มันน่าจะโช้คพังแล้ว

รถคันเก่าผมใช้ประมาณ 5 ปีก็เปลี่ยนโช้คทีนึง ส่วนคันนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 9 มันควรจะพังมาสักหลายปีแล้วแต่ไม่ได้รู้ตัว เท่าที่สืบจากอินเทอเน็ต คนใช้ฟรีดนิยมจะอัพเกรดโช้คเป็นยี่ห้อ kayaba new sr ซึ่งราคาตลาดอยู่ที่ประมาณเกือบ 2หมื่นบาท แต่ผมเสียดายเงินไม่อยากจ่ายเยอะ และเป็นคนขับรถไม่เร็วด้วยเลยไม่คิดจะจ่ายระดับนั้น ไปถามราคาที่ศูนย์ ศูนย์ก็แจ้งราคามารวมค่าแรงกันแล้วเกือบสองหมื่นเหมือนกัน หน้ามืดแน่ๆเลย ก็เลยถอยก่อน เดี๋ยวหาของย่อมเยาใช้ดีกว่า

แล้วมีเพื่อนแนะนำร้านยางร้านช่วงล่างใกล้ๆที่ทำงานผม ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า รอบที่แล้วที่เปลี่ยนยางก็เปลี่ยนร้านนี้แหละ ราคาถูกดี และคุณภาพของก็ไม่ได้แย่ ก็เลยโทรคุยและแจ้งว่าอยากเปลี่ยนโช้ค รถฮอนด้าฟรีด อยากได้ของถูก เจ้าของร้านใจดีก็เลยแนะนำตัวนี้ให้ Valeo ค่าของรวมค่าแรงประมาณ 7พัน ก็เลยสั่งไปทางโทรศัพท์ว่า ตกลง เดี๋ยวเข้าไปเปลี่ยน

2018-12-14_02-44-50

อีกครึ่งชั่วโมงผมก็อยู่ที่ร้าน ส่งรถเสร็จก็ซื้อกาแฟสดแก้วนึงแล้วนั่งแท็กซี่กลับบ้าน ค่าใช้บริการ grabcar เรียกรถจากร้านกลับมาโรงพิมพ์ ค่ารถ 80 ได้ส่วนลดโปรโมชั่น 50 บาท จ่ายเอง 30 บาท และอีก 2 ชั่วโมงก็เสร็จ ใช้ grabcar อีกรอบ จ่ายเอง 30 บาท ถูกกว่าแท็กซี่ทั่วไปอีกนะสำหรับการนั่งใกล้ๆ และได้รถใหม่ ได้คนขับสุภาพ

รถเก่า 9 ปี กับโช้คใหม่ทั้ง 4 ต้น ความรู้สึกคือ นิ่มดี นุ่มนวล รถวิ่งผ่านลูกระนาดก็ไม่สะเทือนมาก เนินหลังเต่าในซอยก็ไม่สะท้านเหมือนเดิมแล้ว ขึ้น ลง ยุบแล้วหยุด ใช้ได้เลย มีความรู้สึกว่ารถลอยอยู่เหนือพื้น ไม่ได้กลิ้งลากไปกับพื้นถนนแบบเดิม ความนุ่มราบเรียบคล้ายกับการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องที่มีระบบกันสั่น มันสมู๊ทไม่กระโตกกระตากแบบกล้องเก่าๆ ผมยังไม่รู้ว่า Valeo รุ่นที่ร้านเลือกให้เป็นโช้คตรงรุ่นสำหรับฟรีดไหม เพราะพยายามหาข้อมูลก็ไม่พบเลยว่ามันเคยขายให้ฟรีดคันไหน แต่ก็คิดว่ามันคงพอใช้ได้แหละ เลยลองเสี่ยงเปลี่ยนดู เพราะนิสัยการขับรถของผมถือว่าเป็นคนขับรถช้า ขับรถไปหัวหินจากย่านฝั่งธนผมใช้เวลา 2.5-3 ชั่วโมง รถติดบ้าง รถวิ่งช้าบ้าง ไม่แซงบ้าเลือด เหมือนสมัยอายุ 25 ที่ตอนนั้นใช้เวลาในเส้นทางเดิมแค่ 90 นาทีก็ถึง

ไปรับรถที่ทำเสร็จ จ่ายเงินด้วยมือถือส่อง qr code ของร้าน สังคมไร้เงินสดพร้อมแล้วสำหรับคนไทย ธนาคารเดินเท้าเข้าไปวาง qr code ให้ร้านค้า ร้านขายยาสามแห่งที่ผมเคยซื้อมี qr code สำหรับจ่ายเงินทั้งหมด

เปลี่ยนแบตเตอรี่ swift 77000 กิโลเมตร

รถของคุณภรรยาใช้งานมานาน และผ่านการเปลี่ยนแบตครั้งสุดท้ายไปเมื่อประมาณ 30เดือนที่แล้ว หรือ 2 ปีครึ่งนั่นเอง  และอาการในช่วงสองสามวันนี้ก็คือ รถไม่ค่อยมีแรงสตาร์ท เลยสลับรถกันใช้  ผมเอา swift มาทำงาน ภรรยาเอา freed ที่ยังปกติไปใช้  รถ swift มาถึงโรงพิมพ์ จอดในที่จอดเรียบร้อย อีกชั่วโมงต่อมาก็สตาร์ทไม่ติดแล้ว  ทีแรกตั้งใจว่าจะขับไปเปลี่ยนแบตตอนเที่ยง คราวนี้สตาร์ทไม่ติด ก็สบายละ  ใช้วิธีโทรเรียกเลยดีกว่า

P_20150524_153321

แบตเสื่อคราวที่แล้ว วันที่เอาไปเปลี่ยนคือ  24may2015

 

Screenshot_20180110-124313

ร้านแรกที่ผมหาเจอและตั้งใจจะอุดหนุน  แต่เบอร์โทรอ่านไม่ออกเลย

 

เข้าเว็บ หาร้านแบต ใช้คีย์เวิร์ดว่า เปลี่ยนแบต รถยนต์ จอมทอง  เพื่อหาว่ามีร้านไหนบริการเปลี่ยนแบตในย่านจอมทองบ้าง  พอเจอร้านแรก  ก็หาเบอร์โทรทันที ปรากฏว่า เบอร์โทรอ่านไม่ออก  เป็นความผิดพลาดของร้านนี้อย่างมากที่ไม่ทำเว็บให้อ่านออก  จำใจไปหาร้านที่ 2 แทน   อีก 30 นาที รถมอเตอร์ไซด์ก็วิ่งมาเปลี่ยนให้ครับ

 

IMG_20180110_134610

IMG_20180110_134636

IMG_20180110_134851

ร้านที่คุยทางโทรศัพท์แนะนำว่า swift 1.2 ใช้แบตรุ่นนี้ได้ ราคาไม่แพง ยี่ห้อพานาโซนิค เป็นแบตกึ่งแห้ง แปลว่าไม่ต้องเติมน้ำกลั่น แต่ก็มีรูสำหรับเปิดเติมน้ำกลั่นนะ ลูกละ 1600 บาท รวมค่าบริการแล้ว  ผมตกลงเลือกตามที่แนะนำ  และร้านแบตที่วิ่งมาถึงผมก็คือร้านที่มาจากย่านศิริราช  การค้าขาย online มันก็อเมซิ่งตรงที่ เราไม่รู้ว่าพ่อค้าอยู่ที่ไหน

IMG_20180110_134925

แบตใหม่ เปลี่ยนวันที่ 10jan2018 หลักกิโลในรถ 77000 km

 

สอบถามพูดคุยกันเล็กน้อย ติดสติ๊กเกอร์ไว้บนแบต  ตอนเปลี่ยนลูกใหม่เข้าไปเจ้าของก็ตรวจสภาพสายให้และบอกว่า ขี้เกลือจับขั้วสายให้เอาน้ำร้อนมาล้าง  แต่การล้างห้ามล้างเลยไปถึงวงจรที่ติดอยู่กับสาย  เพราะในวงจรจะมีตัวเซ็นเซอร์ ถ้าเซ็นเซอร์เสียหรือเปียก จะมีผลทำให้ระบบชาร์จไฟเข้าแบตไม่ทำงาน

 

ล้างขี้เกลือ ใส่แบตใหม่เข้าไป  ช่างก็วัดค่าแรงดันของแบตหลังสตาร์ทเครื่องให้ดู  ช่างบอกว่า ไฟชาร์ตจะต้องอยู่ที่ระดับ 13.8 โวลท์ ซึ่งเป็นค่าปกติ  และเมื่อทดลองวัดก็ได้ตามที่บอก  สรุปว่า แบตใหม่ทำงานปกติ รถชาร์จไฟเข้าแบตได้ปกติ

 

ปิดกระโปรงรถ จ่ายเงินด้วยการโอนเงินให้ เพราะผมลืมเบิกเงินสดไว้จ่าย  โอนเงินด้วย พร้อมเพย์  ขอเบอร์โทรศัพท์ของคนขาย แล้วก็กดโอนจากโทรศัพท์ เรียบร้อย สังคมไร้เงินสด พวกเราอยู่ในสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มตัวแล้ว  เรามีทางเลือกใช้เงิน เงินสด เงินโอน เลือกใช้ตามอัธยาศัยเลย

 

บันทึกไว้ให้ว่าร้านนี้บริการดี อธิบายรู้เรื่องครับ

อรรณพแบตเตอรี่

0835690505  024127090