สรงน้ำพระ สงกรานต์ ปีใหม่

IMG_0103.JPG

IMG_0091.JPG

IMG_0079.JPG

การสรงน้ำ เป็นวัฒนธรรมชุมชนไม่เกี่ยวกับพระหรือศาสนา  เขารดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ  คราวนี้พอมีหลวงปู่หลวงตาที่ชาวบ้านนับถือก็เลยมารดน้ำดำหัวพระด้วย  เลยพัฒนาเป็นการสรงน้ำพระแทน อีกอย่าง มีธรรมเนียมที่ลูกศิษย์จะดูแลอาจารย์  การช่วยเตรียมน้ำอาบ หรือช่วยอาบน้ำให้อาจารย์ ก็เป็นการแสดงความกตัญญูอย่างหนึ่ง  สรุปคือเป็นการแสดงความเคารพ กตัญญูต่อบุคคลนั่นเอง
Advertisements

ถ่ายรูปพระเครื่องตอนที่ 2

หลังจากที่ถ่ายรูปเหรียญพระแบบโลหะมันวาวไปแล้วในตอนทีึ่ 1 ผมก็พบว่าภาพเหรียญโลหะมันคมชัดดี แต่สีสันไม่ไม่เหมือนการมองด้วยตาเปล่า โลหะจะมีความมัน และความมันก็สะท้อนกับสิ่งแวดล้อมอื่นๆจนเห็นเป็นสีดำ ผมเข้าใจว่ามนสะท้อนกับเพดานด้านบน ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่โดนแสงแฟลช ทำให้มันได้ภาพสะท้อนมืดๆอยู่บนผิวโลหะ เลยมองเห็นเหมือนเป็นสีเข้มๆดำๆ

อย่างภาพตัวอย่าง ตรงกลางเหรียญควรจะเป็นโทนสีเหลือง กลับกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ เป็นปัญหาเงาสะท้อนชนิดหนึ่ง ใครที่ไม่เคยเห็นขั้นตอนการถ่ายภาพวัตถุมันวาวจะไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร ต้องให้คนที่เคยถ่ายภาพมาอธิบายถึงจะรู้ที่มาที่ไป ตอนผมหัดถ่ายภาพกับอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านก็อธิบายหลักการถ่ายภาพวัตถุมันวาวเอาไว้ นั่นคือจะต้องถ่ายในมุ้ง หรือในเต๊นท์

ผมวิเคราะห์ว่า การมีเต๊นท์หรือมุ่งมาคลุมวัตถุมันวาวเอาไว้ จะทำให้ภาพของผนังเต๊นท์ไปปรากฏอยู่บนผิววัตถุ การมีพื้นที่สีขาวเยอะๆไปสะท้อนให้เกิดภาพบนผิดของวัตถุมันวาวจะทำให้สีที่ปรากฏขึ้นเป็นการผสมระหว่างผิววัตถุกับผนังเต๊นท์ ดังนั้นถ้าเราทำให้วัตถุอยู่ในพื้นที่ห้อมล้อมด้วยสีขาวทั้งหมด ภาพสะท้อนก็จะเป็นสีขาว ก็คือเป็นการทำให้สีของวัตถุสว่างขึ้นนั่นเอง อย่า อย่าเพิ่ง งง

ผมไม่มีเต๊นท์ ก็เลยอาศัยว่าถ่ายในขวดน้ำผ่าครึ่ง เหมือนตอนที่แล้ว แต่เพิ่มเติมการปิดด้านบนด้วยกระดาษขาวมาคลุมไว้ ผมติดกระดาษขาวเข้าไปกับเลนส์ แล้วก้มลงไปถ่ายภาพในขวด กระดาษแผ่นจะทำหน้าที่เหมือนฝากระป๋อง คลุมกระป๋องเอาไว้ทั้งหมด ทำให้วัตถุเหมือนอยู่ในเต๊นท์

ซึ่งก็จะให้ผลลัพธ์เป็นแบบภาพนี้

แบ็คกราวน์ไม่เหมือนเดิมเพราะวางกระดาษแข็งลงไปบนพื้นด้วย

ถ่ายรูปพระเครื่อง

การถ่ายรูปพระเครื่องถือเป็นงานถ่ายภาพมาโครประเภทหนึ่ง หลักการถ่ายภาพแนวมาโครก็มีรูปแบบที่ค่อนข้างชัดเจน คือใช้เลนส์มาโคร ใช้ขาตั้ง ใช้ระบบแฟลชเพื่อความสะดวก จะถ่ายตอนกลางวันหรือกลางคืน แสงของสภาพแวดล้อมก็จะไม่มีผลต่อภาพ

โจทย์การถ่ายภาพพระเครื่องโดยเฉพาะเหรียญโลหะมันวาวเป็นโจทย์ที่เพื่อนคนหนึ่งให้ไว้ เพราะว่าที่ผ่านมามีปัญหาว่าเขาไม่สามารถถ่ายให้ภาพชัดและสีสวยได้ ผมฟังแล้วก็นั่งนึกถึงวิธีการจัดแสง พอรับปากได้ตัวอย่างเหรียญโลหะมา ก็เอามาลองจัดไฟตามแบบที่เคยนึกเอาไว้

การถ่ายของมันวาวควรจะถ่ายในสภาพที่มีวัสดุสีขาวห่อหุ้มเอาไว้ ผมเลยนึกถึงขวดพลาสติกขนาดใหญ่ เนื้อขาวขุ่น เอามาตัดด้านบนออกแล้วก็ยิงแสงแฟลชเข้าไปด้านข้างขวด วัตถุที่อยู่ในขวดก็จะได้แสงสว่างที่นุ่มนวล กล้องถ่ายภาพจะถ่ายจากด้านบน เพื่อบันทึกภาพในแนวดิ่ง ซึ่งเป็นภาพที่จะให้รายละเอียดของพระเครื่องหรือเหรียญโลหะที่ครบถ้วน นึกแล้วก็จัดสภาพตามนี้

ตัวเลนส์ใช้ ef100 macro f2.8 แฟลชใช้ nikon sb25 และ sb26 ส่งสัญญาณแฟลชด้วยทริกเกอร์ไร้สาย ค่าแสงที่ลองถ่ายอยู่ที่ f16 ความเร็วชัตเตอร์ 1/125 วินาที ตอนถ่ายภาพก็ค่อนข้างยาก เพราะว่ากล้องต้องวางในแนวดิ่ง เลนส์ชี้ลง แบบนี้ต้องใช้ขาตั้งราคาแพงเท่านั้น เพราะขาตั้งราคาถูกไม่สามารถจัดระนาบกล้องให้ถ่ายแนวดิ่งได้ ภาพออกมาตามนี้

ลองเอากระดาษมารองด้านหลังของวัตถุดู เพื่อเพิ่มฉากหลังให้มีลวดลายอื่่นๆแทนที่จะเป็นเนื้อพลาสติก

ผมดูภาพแล้วก็ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ แม้ว่าความคมชัดของภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ชัดเพียงพอ แต่สีสันยังไม่สวย ยังไม่สามารถบอกว่าภาพนี้เป็นภาพที่สวยได้ เลยลองจัดแสงแบบอื่นดูบ้าง ก็เลยหาอุปกรณ์ใกล้ตัวชิ้นอื่นๆที่น่าจะพอใช้ได้มาลองดู ก็เลยลองกับ ring flash ดู

การใช้ Ring flash จะต้องให้เลนส์ถ่ายภาพอยู่ในพื้นที่ของวงแหวน ผมก็เลยจัด ring flash ไปต่อกับแฟลช nikon sb-25 แล้วใช้ตัวทริกเกอร์เป็นตัวส่งสัญญาณ วางวงแหวนไว้ในแนวราบ เวลาถ่ายจะต้องเอาเลนส์ไปสอดไว้กลางวงแหวน

ภาพที่ได้เป็นแบบนี้

ภาพจาก ring flash มันดูดีขึ้น ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะฉากหลังเป็นสีเขียว หรือลักษณะแสงมันช่วยให้ดูดีกว่าแบบวางในขวดพลาสติก แต่ก็จำหลักการเอาไว้เพื่อใช้ถ่ายภาพชิ้นอื่นๆต่อไป

เก็บอดีตมาเล่า วิทยุ โมเดิร์นด๊อก พระพุทธชินราช

ครอบครัวผมขายบ้านออกไปหลังหนึ่งเพราะว่าดูแลไม่ทั่วถึง บ้านหลังที่ผมโตขึ้นมาสมัยเรียนหนังสือ พอขายไปก็ต้องย้ายของออกมา พอย้ายของก็ได้เจอเรื่องในอดีตหลายเรื่อง เลยเก็บของบางอย่างมาถ่ายรูปเก็บไว้

วิทยุขวดโค้ก
มันเป็นวิทยุที่รับคลื่นแทบไม่ได้เลย ในสมัยนั้นปีไหนผมจำไม่ได้ มันเป็นของแถมมาจากร้านไอศรีมสเวนเซ่น ในตอนนั้นมันรับคลื่นได้บ้างไม่ได้บ้าง คลื่นหลักๆพอรับได้ แต่พอเปลี่ยนคลื่นอาจจะหมุนกลับมาที่เดิมไม่เจอ สรุปว่าวิทยุเครื่องนี้เป็นของพรีเมี่ยมที่ดูน่าสนใจแต่ใช้งานไม่ได้เรื่อง ยิ่งถ้าเอามาเปิดในปีนี้ (พ.ศ.2553) ผมคิดว่ามันคงจะรับคลื่นลำบากยิ่งกว่าเดิม เพราะวิทยุชุมชนมันอัดแน่นเต็มไปหมด ผมจะฟังคลื่นวิทยุหลักๆสักคลื่นบางทียังฟังไม่ได้ เพราะโดนคลื่นวิทยุชุมชนเบียดแย่งไปหมดเลย

เทปโมเดิร์นด๊อกชุดแรก
เทปม้วนนี้เป็นอัลบั้มแรกแต่ปั๊มออกมาขายรอบที่สอง เพราะเทปม้วนนี้มีเพลงแถมคือเพลง “ก่อน” ในแบบอคูสติกด้วย มันเป็นเพราะเพลงนี้มันดังและฮิตมากนั่นเอง เทปม้วนแรกจริงๆของผมหายไปไหนผมก็จำไม่ได้แล้ว เลยซื้ออีกม้วนตอนที่มันมีเพลงแถมด้วย นอกจากเทปแล้วผมก็มีแผ่นซีดีเหมือนกัน เป็นแผ่นที่ผมพกไปขอลายเซ็นต์ของศิลปินตอนเขามาเล่นที่มหาวิทยาลัย ว่าไปแล้ว โมเดิร์นด๊อกก็กลายเป็นตำนานไปเลยหลังจากที่ทำอัลบั้มออกมาเพียงแค่ชุดเดียว เพลงอาจจะไม่เพราะทั้งหมด แต่มันสร้างสรรค์มากทุกเพลง เป็นความพยายามที่น่าชื่นชม และไม่รู้ว่าจะหาวงดนตรีวงไหนที่มีความสร้างสรรค์และนำพาความเปลี่ยนแปลงมาสู่วงการเพลงไทยได้อีกครั้งเหมือนแบบที่โมเดิร์นด๊อกเคยทำได้

ภาพพระพุทธชินราช
ผมเป็นเจ้าของภาพนี้แต่ผมไม่ได้ถ่ายภาพนี้ ที่บอกอย่างนี้เพราะว่าผมวางแผนที่จะถ่ายภาพนี้ตั้งแต่ต้นโดยการฝากกล้องมีเดียมฟอร์แม็ต Yashica 635 ซึ่งเป็นกล้องโบราณแบบทวินเลนส์ไปกับเพื่อนที่กำลังเดินทางไปเที่ยวภาคเหนือ เพื่อนผมชื่อ “เขียน” มันไปเที่ยวและมันก็เป็นคนชอบถ่ายรูปด้วย มันพกกล้องของมันไปด้วย ผมก็เลยฝากกล้องโบราณติดไปด้วยตัวนึง และบอกกับมันว่า ภาพพระพุทธชินราชผมขอให้มันช่วยถ่ายให้หน่อย กล้องโบราณตัวนี้ไม่มีตัววัดแสง หมายความว่าต้องใช้กล้องสมัยใหม่ช่วยวัดแสงเสียก่อน แล้วก็มาปรับกล้องโบราณด้วยค่า f และ speed ที่วัดได้ ถ่ายให้องค์ประกอบสมดุลย์ ก็เลยได้ภาพนี้มา หลายปีผ่านไปฟิล์มก็หลงติดไปอยู่กับเพื่อนผมจนแทบจะหาไม่เจอแล้ว แต่สุดท้ายก็ตามกลับมาจนได้ ภาพนี้ผมเอาฟิล์มไปสแกนที่ร้านอัดรูปเพื่อเก็บไว้ดูในคอมพิวเตอร์ พระพุทธชินราชถูกบูรณะครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด ทำสี และเปลี่ยนผนัง จัดแสงไฟใหม่ ภาพนี้เลยเป็นภาพที่ไม่อาจจะถ่ายได้อีก

ภาพถ่ายพระพุทธรูป

ภาพถ่ายพระพุทธรูป พระพุทธรูปองค์นี้ตั้งอยู่ในระดับพื้น ความสูงจะน้อยกว่าส่วนสูงของผมนิดเดียว เห็นตั้งอยู่ริมผนังในวัดแห่งหนึ่ง ผมเห็นตำแหน่งที่ตั้ง เห็นว่ามีแสงเข้าทางซ้าย ก็รู้แล้วว่าภาพที่ได้จะต้องเป็นแบบนี้ คือด้านหนึ่งสว่างอีกด้านจะค่อนข้างมืด จรดกล้องถ่ายอย่างตั้งใจ เพราะรู้ว่าภาพลักษณะนี้ เอียงซ้ายหรือขวาเพียงนิดเดียวภาพจะไม่สวยเลย
กล้อง eos350 เลนส์ 18-55is โปรแกรม P วัดแสงพอดีแล้วใช้ค่าตามนั้นเลย ภาพแบบนี้ผมเห็นว่าไม่ต้องชดเชยแสง เพราะผิวทองเหลืองแบบนี้ ถ่ายพอดีก็สวย ถ่ายให้สว่างโอเว่อร์ 1 สต๊อปก็สวย แบบไหนก็ได้ และที่สำคัญ ลักษณะแสงที่ตกฝั่งซ้าย จะไปเฉลี่ยกับฝั่งขวา ทำให้ค่าแสงเป็นค่ากลางจริงๆ (คิดเยอะไปไหม?)