เปลี่ยนกรองแอร์ฮอนด้าฟรีด เปลี่ยนเองง่ายๆ

ใช้รถยนต์มานานหลายปีแล้ว และระยะหลังก็เปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่อู่นอก เลิกเข้าศูนย์ไปหลายปี สิ่งที่มักจะลืมเปลี่ยนก็คือกรองแอร์ที่ไม่มีใครบอกก็อาจจะลืม เพราะตราบใดที่แอร์เย็น เราก็ยังไม่คิดจะเปลี่ยนอะไร ซึ่งในความเป็นจริง แอร์ในรถจะมีไส้กรองอากาศที่กรองสิ่งสกปรกในอากาศตลอดเวลาที่เปิดแอร์ และไส้กรองตัวนี้จะดำเร็วมาก

ผมเปลี่ยนกรองแอร์มาหลายครั้งแล้ว และมีความตั้งใจจะเปลี่ยนทุกหกเดือน แต่บางครั้งก็ลืม รอบนี้ก็เช่นกัน จากความตั้งใจจะเปลี่ยนตั้งแต่เดือนมกราคม แต่ก็เพิ่งจะมานึกได้ในเดือนมีนาคมนี้ เกินไปสองเดือน ตอนถอดไส้กรองออกมาก็วางเทียบกับของใหม่ถ่ายรูปไว้ เพื่อดูเปรียบเทียบว่าระหว่างของใช้งานมาแล้วเกือบปี กับของใหม่ สีต่างกันมาก

IMG_20220305_122421

สีดำที่เกาะอยู่กับไส้กรองก็คือฝุ่นนั่นเอง ไส้กรองแอร์ของรถยนต์มีคุณสมบัติสามารถกรองฝุ่นระดับ PM2.5 ได้ ดังนั้น ในรถยนต์ ระบบแอร์ที่ไม่เสีย จะสามารถกรองฝุ่น pm2.5 ได้อยู่แล้ว ทำให้เราไม่มีความจำเป็นต้องติดเครื่องกรองอากาศอื่นๆเพิ่มเติม ใครกำลังคิดจะซื้อเครื่องกรองฝุ่นติดรถ ลองอ่านสเป็คของไส้กรองแอร์ดูสักหน่อย หลายยี่ห้อจะบอกไว้ว่าสามารถกรองฝุ่น pm2.5 ได้ เราจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องกรองให้ซ้ำซ้อน เพราะระบบในรถคือระบบกรองอากาศชั้นดีอยู่แล้ว

พอเปลี่ยนเสร็จก็เข้าเว็บช็อปปิ้ง หากรองแอร์สำหรับฮอนด้าฟรีด หรือแจ๊ส หรือ ซิตี้ ก็ได้ ใช้ตัวเดียวกัน สั่งซื้อเก็บไว้ สำหรับรอบหน้า เพิ่งเห็นราคาในเว็บว่าปัจจุบันหรือชิ้นละ 80-100 บาทเท่านั้น ซึ่งเมื่อสักปี 2014 ผมซื้อชิ้นละ 140 บาท ราคาแข่งกันแรงมากสำหรับการขายของออนไลน์ ประโยชน์เลยตกเป็นของลูกค้า คิดๆดูแล้ว เริ่มอยากขายของออนไลน์บ้างเหมือนกันนะเนี่ย พอซื้อของเสร็จ ก็ตั้งปฏิทิน อีก 6 เดือนให้เตือนเพื่อเปลี่ยนชิ้นใหม่ด้วย

ปรับปรุงเครื่องกรองฝุ่น ใส่ฟิลเตอร์คุณภาพสูง

เพื่อนที่ทำงานติดตั้งระบบท่อแอร์และท่อประปาได้คุยกับผมเรื่องฟิลเตอร์กรองฝุ่น  เขาแนะนำให้ผมรู้จักฟิลเตอร์ชนิดหนึ่งที่ใช้ติดกับระบบแอร์  และในบ้านเขาก็ใช้ฟิลเตอร์นี้ในการรับมือกับฝุ่น pm2.5 ที่กำลังปกคลุมประเทศไทยอยู่ในช่วงนี้  และเพื่อนก็ใจดีแบ่งให้ผมมาลองใช้งานดู

pic59734_js mat

 

ฟิลเตอร์ชนิดนี้เรียกว่าอะไรผมก็ไม่ได้รู้จักชื่อที่ถูกต้อง  รู้แต่ว่ามันเป็นชนิด g4 ที่มีคุณสมบัติกรองฝุ่นขนาด 1ไมครอนได้ประมาณ 90% นั่นก็หมายความว่า ฝุ่น pm2.5 ก็สามารถกรองได้อย่างไม่มีปัญหา  ก็เลยทำการทดลองกับกล่อง DIY ที่ทำขึ้นมา

2019-02-10_06-46-13

กล่องนี้ ในตอนที่แล้วผมสร้างจากกล่องใส่นม uht และใช้หน้ากากอนามัย 2 แผ่นแทนฟิลเตอร์กรองฝุ่น  ติดพัดลมด้านหนึ่งของกล่อง  และติดฟิลเตอร์ด้านตรงข้ามกับพัดลม  ผลการวัดค่าด้วยเครื่องวัดฝุ่น Xiaomi air detector ก็ทำงานได้ดีระดับนึงคือลดฝุ่นลงได้ประมาณ 50%  แต่ยังไม่ดีเท่ากับเครื่องฟอกอากาสที่ทำขายกันในห้าง  แต่ก็ถือว่าหลักการทำงานใช้งานได้เช่นกัน

 

เมื่อได้ฟิลเตอร์ G4 มาทดสอบ  ก็จัดการรื้อหน้ากากอนามัยออก แล้วเอาฟิลเตอร์ตัดเท่ากับกล่อง มาปิดแทนหน้ากากอนามัย  ใช้เทปพันสายไฟติดฟิลเตอร์เข้ากับตัวกล่อง  แล้วก็ทดลองใช้งาน วัดค่าฝุ่นที่ออกมาจากกล่องนี้  ผลก็คือ มันทำงานได้ดีมาก  ลดฝุ่นในห้องจาก 10ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหลือ 1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเท่านั้น นั่นหมายความว่าฟิลเตอร์ตัวนี้ทำงานได้ตรงสเป็คเลย

 

 

 

IMG_20190209_215444

 

 

IMG_20190209_215409

 

 

 

 

IMG_20190209_215255

 

เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกอยากจะออกแบบเครื่องกรองอากาศขึ้นมาใช้เองเลย  ถ้าใส่กล่องไม้ในรูปทรงที่ดูดี ใช้พัดลมที่ตัวใหญ่ แรงลมเยอะ และเสียงเบาลง  รวมถึงจะได้ออกแบบกล่องที่ใหญ่พอสำหรับติดฟิลเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อให้เครื่องกรองฝุ่นสามารถลดฝุ่นในห้องได้เร็วกว่ากล่องขนาดเล็ก  มันจะเป็นเครื่องกรองฝุ่นที่น่าใช้มาก  เพราะมันสวยตามใจเรา  เพราะมันเป็นของที่เราทำเอง และเพราะมันทำงานได้ดีด้วย

 

 

สรุป

เครื่องฟอกอากาศ หรือเครื่องกรองฝุ่น ใช้เทคโนโลยีไม่ซับซ้อน คนทั่วไปสามารถสร้างขึ้นเองได้  อาศัยเพียงพัดลมและฟิลเตอร์กรองฝุ่นเท่านั้น  พัดลมเราหาได้จากอะไหล่อิเล็คทรอนิกส์ที่เหลืออยู่ในบ้าน  หาได้จากคอมพิวเตอร์เก่า หรือแม้แต่ร้านขายอะไหล่ไฟฟ้าก็น่าจะมีขายอยู่ในราคาไม่ถึง100 บาท  แหล่งจ่ายไฟเราได้จากหม้อแปลงเก่าๆ จะใช้ 12v ก็ได้  จะใช้ 5v ก็ได้ ขึ้นอยู่กับพัดลมที่เราเลือกใช้  หม้อแปลงเก่ามันก็น่าจะมาจากของเหลือในบ้านอีกเช่นกัน  บ้านที่ใช้อินเทอเน็ตความเร็วสูงก็จะมีเร้าเตอร์ที่ใช้งานมายาวนาน เปลี่ยนความเร็วอินเทอเน็ตก็ต้องเปลี่ยนเร้าเตอร์  ของเก่าก็เลิกใช้ หม้อแปลงเก่าจากเร้าเตอร์เก่าๆก็เก็บวางไว้เฉยๆ หรือบางคนอาจใช้หม้อแปลงจากexternal harddisk ที่คนเล่นเน็ตมักจะซื้อติดบ้านไว้อยู่แล้วตั้งแต่อดีตนานแสนนาน  ฮาร์ดดิสก์ที่ซื้อเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ป่านนี้ก็ไม่พอใช้ต้องซื้อใหม่แน่นอน  เหลือหม้อแปลงแน่ๆ  ส่วนฟิลเตอร์ก็จะเป็นตัวสำคัญที่สุด  เราลดฝุ่นได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับฟิลเตอร์  หน้ากากอนามัยชิ้นละ 5 บาท 2ชั้นก็10บาท ซื้อได้ไม่ต้องคิดเลย  ใส่ 2 ชั้นก็ทำงานได้   หรือจะใช้ฟิลเตอร์เฉพาะทางแบบผมก็ได้  หรือจะใช้ฟิลเตอร์กรองแอร์ที่อยู่ในรถยนต์ก็ได้  ฟิลเตอร์กรองแอร์ก็ทำงานดักฝุ่นที่ระดับ 0.3ไมครอนได้เช่นกัน  กรองแอร์ในเว็บขายของก็มีราคาชิ้นละร้อยกว่าบาทเท่านั้น

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562  บันทึกไว้เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนงบน้อย และคนไม่อยากซื้อเครื่องกรองอากาศเยอะเกินไป   และในวันนี้ค่าฝุ่นในอากาศก็ลดระดับลงมาอยู่ในระดับปกติแล้ว  มันลดลงมาสัก  7 วันแล้ว  แต่พยากรณ์ค่าฝุ่นจากเว็บก็บอกว่า อาจจะมีฝุ่นปกคลุมอีกระลอกในวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2562  เตรียมของไว้ก็ไม่เสียหายนะครับ

.

.

.

.

.

.

.

 

แถมให้อีกภาพครับ

ด้านซ้ายคือยังไม่เสียบไฟ พัดลมยังไม่หมุน เครื่องยังไม่ทำงาน

ด้านขวาคือเสียบปลั๊ก เปิดเครื่องทำงานไปประมาณ 2 นาที

PHOTO_COLLAGE1549821521206

ลดฝุ่นด้วยการลดการใช้พลังงานกันเถอะ

PHOTO_COLLAGE1548430128369

ถ้าวันนึงลูกเราออกไปใช้ชีวิตนอกห้องไม่ได้ ก็เป็นเพราะเราส่งต่อโลกเน่าๆให้เขาเอง ลดการใช้พลังงานคือหนทางเดียวที่จะลดฝุ่นควัน ไม่มีพลังงานทางเลือกที่สะอาดไปกว่าการไม่ใช้พลังงาน อย่าไปรอการแก้ไขจากคนอื่น เริ่มลดการใช้พลังงานเท่าที่เราทำได้ มันดีและเร็วที่สุด

ฝุ่น pm2.5 เป็นฝุ่นขนาดเล็กที่เข้าสู่กรุงเทพมาหลายปีแล้ว  แต่ในหลายปีก่อนไม่มีใครรู้ว่ามันคือฝุ่น pm2.5  แม้แต่ผมเอง ช่วงเดือน ธันวาคม 2560 หรือ 13 เดือนที่แล้วผมก็เจอสถานการณ์ที่มีฝุ่นปกคลุมกรุงเทพ แต่วันนั้นผมยังคิดว่าเป็นหมอกอยู่เลย

IMG_5862

ภาพบนถนนบรมราชชนนี ที่มีแสงแดดส่องแล้วมีลำแสงลอดผ่านสะพานยกระดับ  เกิดเป็นแสงสวยๆวางเอียงๆตามมุมของดวงอาทิตย์  นาทีที่ผมเห็นผมก็ตื่นเต้นดีใจ หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเอาไว้  สิ่งที่อยู่ในภาพนั้น ยังไม่ชัดเท่ากับสิ่งที่มองเห็นด้วยสายตา  ผมดีใจที่มีหมอกลงและแสงสวย  นี่คือความเข้าใจในวันนั้น  หลายเดือนต่อมา มีข่าวว่ากรุงเทพหมอกลงอีกครั้ง   หลายคนก็นึกว่าหมอก  แต่ในเฟสบุ๊คและในโทรทัศน์ลงข่าวว่ามันคือฝุ่นขนาดเล็กหรือ ฝุ่น pm2.5 และมันมีอันตรายมากต่อคนเรา  นั่นก็ทำให้ผมเริ่มเข้าใจสถานการณ์

สิ่งที่ผมเห็นและถ่ายรูปเก็บไว้มันคือฝุ่น pm2.5 นั่นเอง  และจากการประโคมข่าวเรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า ฝุ่นมาจากรถยนต์และโรงงานอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่  แต่วันนั้นฝุ่นอยู่กับเราไม่นานก็สลายตัวไป  แต่รอบนี้ มกราคม 2562 ฝุ่น pm2.5 อยู่กับเรานานมาก  นานจนเป็นเดือน  และนี่คืออันตรายต่อชีวิตคนสุดๆเลย

ในต่างประเทศก็ประสบปัญหาแบบนี้  และก็มีมาตรการมากมายออกมา  ทั้งการจำกัดรถที่วิ่งในเมือง  การย้ายโรงงานออกไปอยู่ไกลๆจากเมือง  ส่วนวิธีกำจัดฝุ่นในต่างประเทศไม่พูดถึงเลย  ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ และมันแก้ไม่ได้นั่นเอง  ส่วนในไทยก็มีแต่การพูดถึงการกำจัดฝุ่น   เราได้เห็นรถฉีดน้ำ  เราได้เห็นราชการแจกหน้ากากป้องกันฝุ่น  แต่ไม่มีใครใส่ใจที่จะพูดถึงการป้องกันการเกิดฝุ่นเลย

2019-01-25 10.06.10 1

ไม่ว่าเราพยายามกำจัดฝุ่นขนาดไหน  เราก็ยังต้องประสบกับปัญหาฝุ่นอยู่ดี  แต่ถ้าเราลดฝุ่นไม่ให้มันเกิดตั้งแต่ต้น  มันคงดีกว่า  แต่เราจะไปย้ายโรงงานคนอื่นออกนอกเมืองก็ทำลำบาก  เราจะไปห้ามคนใช้รถยนต์ก็เป็นไปไม่ได้  สิ่งที่เราพอจะทำได้ก็น่าจะเป็น การลดการใช้พลังงานลง  เพราะเรารู้แล้วว่าฝุ่นมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง  ถ้าเราลดการใช้รถยนต์ลงบ้าง ฝุ่นก็ลดลงบ้างนั่นเอง  ถ้าเราลดปริมาณขยะ  เราก็ไม่ต้องเผาขยะมากเหมือนเดิม  ลดขยะทำง่ายๆแค่ อย่ากินเหลือ  อย่าซื้อของเยอะเกินความจำเป็น  นอกจากฝุ่นที่รบกวนเราแล้วก็ยังมีควันพิษต่างๆที่ออกมาพร้อมฝุ่นด้วย  ควันพิษเหล่านี้ก็ไม่ได้หายไปไหน มันอยู่รอบตัวเราทั้งนั้น  หากทำได้เราก็ควรเพิ่มต้นไม้ให้มากขึ้น  มีพื้นที่พอก็ปลูกในสนาม  พื้นที่น้อยก็ปลูกในบ้าน  ปลูกต้นไม้แนวตั้งก็ช่วยให้อากาศดีขึ้นได้  เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้แต่ละบ้านพอจะทำกันได้อยู่แล้ว  แค่เราตระหนักว่าเราต้องทำ  เพื่อให้เราไม่ต้องส่งต่อโลกเน่าๆให้กับลูกของเรา

อยู่ๆฝุ่นก็หายไปอย่างเหลือเชื่อ และรถวิ่งดีขึ้น

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 ทางโรงเรียนเพลินพัฒนาประกาศหยุดเรียน 7 วัน ให้ผู้ปกครองมารับนักเรียนกลับตั้งแต่เที่ยงวัน ด้วยเหตุผลว่า  ฝุ่น pm2.5 ที่กำลังปกคลุมประเทศไทยอยู่มีค่าสูงขึ้นเรื่อยๆจนน่ากลัว  ผมก็รีบไปรับลูกกลับมาที่บ้าน  ระหว่างที่ไปรับก็ลองเอาตัววัดฝุ่นติดไปด้วย แล้วก็ลองวัดค่าฝุ่นที่โรงเรียนดู  ได้ตัวเลข 64 โรงเรียนของลูกผมอยู่ที่เขตทวีวัฒนา

IMG_20190121_130525

 

พอกลับมาถึงที่ทำงานของผมก็ลองวัดค่าดูอีกครั้ง  ตำแหน่งทีทำงานของผมคือ เขตจอมทอง  วัดค่าฝุ่นได้สูงมากถึง 133 เป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก

IMG_20190121_141030

 

แล้วค่าฝุ่นก็ค่อยๆสูงขึ้นและอยู่ในระดับร้อยกว่าไปอีกตลอดวันเลย  แม้แต่ตอนค่ำๆ ตอนกลางคืนก็ยังสูงมาก  ไปจนถึงตอนเช้ามืดของวันที่ 22 มกราคม 2562 ที่ผมมีธุระไปประชุมแต่เช้า  ผมไปถึงที่ประชุมประมาณ  6.11 น. และได้ลองวัดค่าดู  ตัวเลขออกมา 83

IMG_20190122_061149

 

และผมอยู่ที่นี่ประมาณ 4 ชั่วโมง  และได้เดินออกจากขึ้นรถอีกครั้ง  ที่ลานจอดรถผมมองเห็นท้องฟ้าดูสดใสดี ฟ้าเป็นสีฟ้า ด้วยความที่เป็นช่างภาพเราก็จะรู้สึกว่าภาพนี้ถ้าถ่ายฟ้าต้องสวยแน่ๆเลย และก็ถ่ายภาพออกมามันก็สวยจริงๆ  พอเห็นภาพผมก็คิดถึงค่าฝุ่นทันทีเลยว่าตอนนี้ฝุ่นเท่าไหร่  ทำไมท่ามกลางมลภาวะฝุ่นที่กำลังระบาดถึงมีฟ้าสวยๆแบบนี้

IMG_20190122_114646

 

ลองวัดค่าฝุ่นออกมาก็ได้ 19 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประหลาดใจมาก มันเป็นตัวเลขที่ต่ำระดับห้องนอนชั้นดีที่อากาศบริสุทธิ์เลย  นี่ผมกำลังวัดค่าบนลานจอดรถในย่านพระรามเก้าเลยนะ

IMG_20190122_114252

 

ตั้งแต่ได้ซื้อมิเตอร์วัดฝุ่นตัวนี้มา ผมก็ลองวัดไปหลายสถานที่ หลายสถานการณ์  ตัวเลขที่ต่ำกว่า 20 ที่เคยวัดได้ผมจะต้องใช้เครื่องฟอกอากาศช่วยกำจัดฝุ่นในห้องเป็นเวลาหลายชั่วโมง ตัวเลขของเครื่องวัดถึงจะต่ำได้ขนาดนี้  แต่นี่ผมวัดกลางแจ้ง วัดที่ลานจอดรถ วันนี้มีเหตุการณ์อะไรทำให้ฝุ่นน้อยลงขนาดนี้

IMG_20190122_124720

และได้ขับรถกลับมาที่ทำงาน ระหว่างทางผมรู้สึกว่ารถของผมมีความลื่น มีกำลังที่ดีกว่าเมื่อเช้าอย่างรู้สึกได้  มันเป็นความรู้สึกคล้ายๆกับเราเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  เครื่องมันลื่นขึ้น ทำงานกระฉับกระเฉงขึ้น  ซึ่งความรู้สึกแบบนี้จะพบได้ทุกครั้งที่เราเพิ่งเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  รถของผมคือฮอนด้าฟรีด ปี 2010 ที่ใช้งานมาแล้วสองแสนกว่ากิโลเมตร

 

เมื่อกลับมาถึงที่ทำงาน ผมก็ลองวัดค่าอีกครั้งก็ได้ตัวเลข 30 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยอยู่ดี  ในตำแหน่งการวัดครั้งนี้เป็นตำแหน่งเดียวกับเมื่อวานที่ฝุ่นลงหนาแน่นมากจนโรงเรียนประกาศหยุดเรียน เมื่อวานผมวัดได้ 133 เลย

 

แอร์ติดระบบฟอกอากาศ ลดฝุ่นไม่ค่อยได้เลย

ในช่วงเดือนมกราคม 2562 ประเทศไทยประสบภาวะ ฝุ่นปกคลุมหนาแน่นจะสร้างผลเสียต่อสุขภาพ  ปริมาณฝุ่น pm2.5 หรือฝุ่นขนาดเล็กมีปริมาณสูงจนทุกคนต้องกังวล  แม้แต่โรงเรียนหลายแห่งก็งดกิจกรรมกลางแจ้ง  และเมื่อฝุ่นตัวนี้มันมากขึ้นเรื่อยๆ โรงเรียนอนุบาลที่ลูกผมเรียนอยู่ถึงกับประกาศหยุดเรียน ให้นักเรียนกลับบ้านด่วนแล้วรออีก 1 สัปดาห์ค่อยไปโรงเรียนอีกครั้ง  นี่คือความโหดร้ายของฝุ่น pm2.5

IMG_20190121_112622

ที่โรงพิมพ์ ในห้องครัวซึ่งผมใช้เป็นห้องทำอาหาร ห้องกินข้าว เป็นห้องดิดแอร์  ปกติจะใช้เปิดแอร์เมื่อมีการนั่งกินข้าวในนี้   และในช่วงฝุ่นระบาด  ผมก็เห็นว่าแอร์ยี่ห้อนี้มีระบบ ฟอกอากาศ  ก็เลยกดให้ระบบนี้ทำงาน  แล้วก็วัดค่าเปรียบเทียบด้วยเครื่องวัดฝุ่น pm2.5 ของ Xiaomi ตอนเปิดใหม่ๆ และเมื่อผ่านไป เกือบ 1 ชั่วโมง

IMG_20190121_112638

 

ผลการวัดเป็นดังนี้

IMG_20190121_102157

วัดค่ได้ 117 เมื่อตอนเวลา 10.21 น.

 

IMG_20190121_110858

วัดค่าได้ 117 เมื่อเวลา 11.08 น.

 

เวลาที่ถ่ายภาพห่างกัน 48 นาที  เปิดการทำงานระบบฟอกอากาศพลาสม่าคลัสเตอร์  แต่ผลการทำงานไม่ได้ช่วยลดฝุ่นลงได้เลย  บางทีผมอาจเข้าใจผิดคิดว่าระบบนี้ช่วยลดฝุ่นในห้องได้  แต่ความเป็นจริงไม่ใช่เลย   สรุปว่า ระบบพลาสม่าคลัสเตอร์ในแอร์ตัวนี้ไม่สามารถช่วยลดฝุ่น pm2.5 ได้

 

 

กรองอากาศในห้องแบบประหยัด

ช่วงเดือนมกราคม 2562 กรุงเทพมีปัญหาฝุ่นปกคลุมหนาแน่นจะน่ากังวล  ซึ่งฝุ่นชนิดนี้คือ pm2.5 ที่เป็นฝุ่นขนาดเล็กกว่าเม็ดเลือดแดง  นั่นหมายความว่ามันสามารถถูกสูดดมและไหลเข้าไปสู่ร่างกายและสามารถเล็ดลอดเข้าสู่อวัยวะในตัวเราได้ง่ายๆเลย  การป้องกันฝุ่นที่ได้รับการแนะนำให้ทำก็คือการใส่หน้ากากกรองฝุ่นเมื่ออยู่นอกบ้าน และหน้ากากจะต้องเป็นรุ่นพิเศษที่สามารถกรองฝุ่นชนิดนี้ได้ด้วย  ซึ่งราคาจะแพงกว่าหน้ากากกันฝุ่นรุ่นธรรมดา  นั่นคือหน้ากากต้องระบุว่าสามารถป้องกันฝุ่น pm2.5 ได้นั่นเอง

 

IMG_4957

ระบบทดสอบ พัดลมวางบนไส้กรอง เป่าลมลงไป ช่องด้านล่างเป็นทางออกของลม

 

ฝุ่นนอกบ้านหนาแน่นมาก และมันก็ค่อยๆซึมเข้าสู่บ้านคน เข้าห้องทุกห้อง  หากเราใช้มิเตอร์วัดปริมาณฝุ่น pm2.5 นอกบ้านวัดได้เท่าไหร่ ในบ้านก็ไม่ได้ปิดสนิทจะมีค่าที่น้อยกว่ากันเพียงเล็กน้อย  เพราะฝุ่นพวกนี้มันกระจายตัวง่าย  ห้องที่เปิดปิดบ่อยหรือไม่ได้ปิดหน้าต่างก็จะมีฝุ่นจากนอกบ้านเข้าสู่ห้องได้  คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็จะไวกับฝุ่นพวกนี้  หากเราสามารถหาเครื่องกรองอากาศมาใช้ได้ก็ควรจัดทำอย่างยิ่ง  ซึ่งการใช้เครื่องกรองอากาศจะมีผลช่วยลดฝุ่นทุกชนิดในห้องลงได้  และค่าฝุ่นในห้องจะเหลือเพียงเล็กน้อยแทบจะเป็น 0 เลย  แต่มันก็ทำได้ในห้องที่เล็กจำกัด เพราะเครื่องกรองอากาศมีความสามารถระบุไว้ว่ามันทำงานได้ในห้องขนาดไม่เกินเท่าไหร่  และ 1 ห้อง ต้องใช้ 1 เครื่อง  ถ้ามีห้องนอนหลายห้อง ก็ต้องซื้อหลายเครื่อง

 

 

 

IMG_4958

พัดลมวางไว้บนเครื่องกรอง เป่าลมเข้าไส้กรอง

 

แต่หากใครไม่สามารถซื้อเครื่องฟอกอากาศได้สำหรับทุกห้องในบ้าน  แต่ละห้องก็ไม่อยากให้มีฝุ่นก็ขอแนะนำให้ลองดัดแปลงสร้างเครื่องกรองอากาศกันเอง  จะได้ประหยัด และมีใช้ในหลายๆห้องในบ้าน  ซึ่งแนวทางนี้จะมีประสิทธิภาพสู้เครื่องกรองอากาศที่ออกแบบมาขายไม่ได้  แต่มันก็ลดฝุ่นในห้องลงได้  แค่ลดได้ก็น่าทำแล้วครับ จริงไหม

 

หลักการของเครื่องกรองอากาศก็จะมีเพียงแค่ พัดลม และ ไส้กรองอากาศ  พัดลมจะดูดลมหรือเป่าลมเพื่อทำให้ลมที่มีฝุ่นไหลผ่านไส้กรอง  และลมจะผ่านไส้กรอง แต่ฝุ่นไม่ผ่าน  ลมที่ออกจากเครื่องก็จะเป็นลมสะอาด  ก็คืออากาศสะอาดนั่นเอง  เราเพียงเลือกไส้กรองที่มีความสามารถในการกรองอนุภาคเล็กๆ และกรอง pm2.5 ให้ได้ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

 

แนวออกแบบสร้างเอง  ผมใช้พัดลมระบายความร้อนซีพียูถอดมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์เก่าๆที่เลิกใช้แล้ว  พัดลมจากคอมพิวเตอร์จะใช้ไฟเลี้ยง 12 v  แต่เราสามารถเลือกใช้ไฟที่น้อยกว่ามาจ่ายให้พัดลมได้ เราอาจใช้เพียง 6 -9 โวลท์ เพื่อให้พัดลมหมุนช้าลง  จะทำให้เสียงรบกวนน้อยลงไปมากซึ่งเหมาะกับการวางไว้ในห้อง  แหล่งจ่ายไฟก็ใช้ไฟจากอแด๊ปเตอร์เก่าๆที่เหลือจากอุปกรณ์อื่นๆ จะ 6v หรือ 9v หรือ 12v ก็ได้

ไส้กรองอากาศผมเลือกใช้ไส้กรองสำหรับแอร์รถยนต์  บางคนเรียกว่ากรองแอร์  แผ่นกรองแอร์นี้ตามสเป็คจะสามารถกรองฝุ่นที่เล็กลงไปได้ถึง 0.3ไมครอน  ซึ่งฝุ่น pm2.5 ก็เป็นฝุ่นที่เล็กกว่า 2.5ไมครอน  ดังนั้นกรองแอร์รถยนต์สามารถกรองฝุ่น pm2.5 ได้พอสมควร  ไอ้ที่เล็กมากๆก็คงต้องปล่อยไป  ก็เลยเลือกกรองแอร์มาใช้ทำเครื่องกรองอากาศ

IMG_20190118_214151

ก่อนใช้เครื่องกรองอากาศที่ทดลองสร้าง

 

วางพัดลมไว้บนกรองแอร์  แล้วใต้กรองแอร์ก็หนุนด้วยสิ่งของเพื่อให้ลมสามารถผ่านไส้กรองออกมาได้  ปล่อยให้ทำงานอยู่ในห้องสักครึ่งชั่วโมง  ค่าฝุ่นละอองที่วัดด้วยเครื่องวัด air detector  ของ xiaomi ก็ให้ผลการวัดลดลง  จาก 46 ไปเป็น 36 ซึ่งลดลงได้บ้าง  แต่ไม่เท่ากับเครื่องกรองอากาศแท้ๆ  นั่นก็อาจเป็นเพราะเราทดลองทำเป็นแค่ระบบทดสอบหลักการ  หากเราต่อกล่อง ห่อหุ้มตัวกรองให้มิดชิด จัดวางให้ลมจากพัดลมผ่านกรองแอร์ได้ 100%    เชื่อว่าจะลดฝุ่นในห้องได้มากกว่านี้  อ้อ ระบบทดสอบนี้ อยู่ในห้องทำงานพื้นที่เล็กประมาณ 8 ตารางเมตรครับ  ถ้าห้องใหญ่กว่านี้ก็ต้องใช้พัดลมใหญ่กว่านี้ ไส้กรองใหญ่กว่านี้ครับ และถ้าเปลี่ยนไส้กรองเป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับกรองอากาศในห้องโดยเฉพาะก็น่าจะลดฝุ่นได้เร็วกว่านี้

 

หมายเหตุ

  • หน่วยวัดของ Xiaomi air detector มีหน่วยเป็น ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • อากาศในห้องนอนที่ใช้เครื่องกรองอย่างจริงจัง จะแสดงค่าบน Xiao mi ประมาณ 5-12 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • ในรถยนต์ที่เพิ่งสตาร์ทก่อนออกจากบ้าน จะวัดค่าฝุ่นในรถได้ 6-10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศเมตร

 

 

 

Pm2.5

 

 

ฝุ่น pm2.5 ยังไม่แย่เท่าควันบุหรี่

 

กรุงเทพ ประสบภาวะฝุ่น pm2.5 ปกคลุมจนถึงขนาดทัศนวิสัยการมองเห็นบนถนนลดลงมาเหลือไม่ถึง 100 เมตร  นั่นคือเรามองหาตึกสูงไกลๆไม่ไม่เจอแล้ว  และประชาชนก็ตื่นตระหนก หวาดกลัวกับอันตรายของฝุ่น pm2.5 จนทำให้หน้ากากป้องกันฝุ่นชนิดนี้ขาดตลาด  การคาดการของผู้เชี่ยวชาญบอกว่าฝุ่น pm2.5 จะอยู่กับประเทศไทยไปอีกเป็นเดือน อาจถึง 2 เดือน นั่นก็ยิ่งทำให้เกิดการตื่นตัวสุดขีด

 

แน่นอนว่าพวกเรากลัวฝุ่นตัวนี้  แต่รู้หรือเปล่าว่า สิ่งที่มันอันตรายยิ่งกว่าฝุ่นตัวนี้ก็คือควันบุหรี่  วันนี้เราก็เลยเอาตัววัดคุณภาพอากาศของ Xiaomi มาลองวัดให้ดู  ด้วยการพ่นควันเข้าไปให้กับเครื่องวัด แล้วก็รอดูผลว่ามันวัดออกมาได้เท่าไหร่ ตัวเลขน้อยคืออากาศดี ตัวเลขมากคืออากาศแย่  ไฟสีเขียวคืออากาศดี  ไฟสีแดงคืออากาศแย่  เห็นควันและเลขขึ้นไปเต็ม 600 หน่วย มันแย่สุดๆ

 

นอกจากเราจะต้องป้องกันฝุ่น pm2.5 ให้มันน้อยลง ด้วยวิธีการต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว  ลดการใช้น้ำมันดีเซล  อธิษฐานให้โรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยฝุ่น pm2.5 ย้ายโรงงานออกนอกเมืองให้ไกลที่สุด  สิ่งต่างๆเหล่านี้ช่วยลด pm2.5 ได้  แต่เรายังไม่มีวิธีลดการสูบบุหรี่เลย  เราคงไม่สามารถคาดหวังจากรัฐบาลได้ เพราะรัฐบาลผลิตบุหรี่ขายเอง  สุดยอดไหมล่ะ ประเทศไทย

 

เราควรกลัวควันบุหรี่ยิ่งกว่ากลัวฝุ่น pm2.5 นะครับ

 

 

คุยกับลูก – เรื่องฝุ่นและรถยนต์ไฟฟ้า

IMG_0589

ระหว่างทางขับรถไปโรงเรียน  ลูกกับพ่อก็คุยกันเรื่องฝุ่น

 

พ่อ  ขอบฟ้าเห็นไหม ฝุ่นเยอะมากเลย แสงแดดส่องลงมาได้นิดเดียวเอง นี่คือสาเหตุที่ทำให้เราต้องใส่หน้ากากจะได้ไม่ป่วย

ขอบฟ้า นี่คือฝุ่นเหรอ

พ่อ  ใช่  แดดส่องลงมาแล้วโดนฝุ่นกั้นไว้ แสงแดดส่องไม่ถึงพื้น  ไฟถนนยังไม่ปิดเพราะ วงจรไฟฟ้าที่เปิดปิดอัตโนมัติมันจะสั่งปิดถ้าแสงสว่างเยอะ แสงเยอะหมายถึงกลางวัน  ไฟก็จะปิด  แต่ตอนนี้แดดส่องน้อย ตัวสั่งงานมันได้แสงน้อยมันก็ยังนึกว่าไม่สว่าง ไฟก็เลยยังติดอยู่

ขอบฟ้า  แล้วฝุ่นมาจากไหนเหรอครับ

พ่อ  มาจากท่อไอเสียรถยนต์ปล่อยควันพิษออกมา  แล้วก็มาจากโรงงานอุตสาหกรรมด้วย  ขอบฟ้าอาการฝุ่นเยอะ แดดส่องไม่ถึงพื้นนี่ มันเหมือนเมื่อตอนอุกาบาตชนโลก แล้วทำให้ระเบิด ทำให้ภูเขาไฟระเบิดด้วย ทำให้เกิดควันไฟมหาศาล  ฝุ่นและควันก็กระจายขึ้นฟ้าเยอะมาก  จนมันบังแสงจากดวงอาทิตย์ แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึงพื้นโลก

ขอบฟ้า …. ฟังอย่างตั้งใจ…..

พ่อพูดต่อ   พอแสงอาทิตย์ส่องไม่ถึงพื้น  ต้นไม้ก็ผลิตอาหารและอ๊อกซิเจนไม่ได้ ต้นไม้ก็ตาย  ไดโนเสาร์กินพืชก็ไม่มีอาหาร ก็ตายตามมา  ไดโนเสาร์กินเนื้อก็ไม่มีไดโนเสาร์กินพืชให้กิน ก็ตายตามกันมาอีก ในที่สุดก็ตายหมดโลกเลย

ขอบฟ้า  นี่เรากำลังจะตายใช่ไหม

พ่อ  ไม่หรอกครับ  ตอนไดโนเสาร์ตาย มันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกระทันหัน  แล้วไดโนเสาร์ไม่มีสมองที่จะคิดแก้ปัญหามันก็เลยตาย  แต่คนเรามีสมอง เรายังแก้ปัญหาได้  ตอนนี้คืออากาศเริ่มต้นสกปรก  เรายังทำให้มันไม่สกปรกได้ พอเราลดความสกปรกลง อากาศก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม

ขอบฟ้า ลดยังไง?

พ่อ  ก็ลดการใช้พลังงาน ลดการใช้รถยนต์ลง รถยนต์จะได้ปล่อยไอเสียน้อยลง  ไม่ขับพร่ำเพรื่อ  ขับเมื่อจำเป็นเท่านั้น

ขอบฟ้า  แต่เราก็ต้องใช้รถอยู่ดี

พ่อ  ใช่ เรายังมีเรื่องจำเป็นต้องใช้ แต่เราก็ลดการใช้ลงได้บ้าง เช่น  แทนที่จะไปกันสองคัน ก็นั่งรวมกันไปคันเดียว แบบนี้ลดได้ครึ่งนึง

ขอบฟ้า  อย่างนี้ให้นั่งรถโพลี่เลย  จะได้ไปกันได้หลายคน

พ่อ   ใช่ครับ ถ้ารวมกันไปคันเดียว เราก็ลดการใช้พลังงานได้  ลดการใช้น้ำมันได้  ลดควันจากท่อไอเสียได้

ขอบฟ้า  อ๋อ แบบนี้เราก็ต้องใช้รถไฮโดรเจน(โตโยต้า มิไร)

พ่อ  ถูกต้อง สุดท้ายเราควรไปใช้รถที่ไม่ปล่อยควันพิษ เช่นรถไฟฟ้า รถไฮโดรเจนนั่นแหละ

ขอบฟ้า  แล้วทำไม รัฐมนตรี ถึงไม่บอกให้เลิกใช้รถน้ำมันล่ะ

พ่อ  คนนั้นเขาไม่ใส่ใจ  คนทำงานบางคนก็ไม่มีความรู้ ไม่มีสติปัญญา หรือบางทีเขาลืมทำ  (จริงๆจะบอกว่าไอ้นั่นมันปล้นตำแหน่งมา  มันคิดจะทำอะไรดีๆไม่ได้อยู่แล้ว)

ขอบฟ้า  ถ้าบอกให้เลิกใช้น้ำมัน เดี๋ยวควันพิษก็น้อยลง

พ่อ  มันคงมีเหตุผลหลายอย่างที่ยกเลิกน้ำมันทันทีไม่ได้  แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือ เราต้องเริ่มจากตัวเรา  เราจะไปรอให้รัฐมนตรีสั่งการ ไปรอให้คนอื่นทำไม่ได้หรอก  เราต้องทำของเราเอง  แล้วคนทุกคนก็ค่อยๆทำส่วนของตัวเอง  เราลดการใช้น้ำมันลง  เราลดการใช้พลังงานคนละนิด  โลกก็จะดีขึ้น

ขอบฟ้า  ครับ