การงานพื้นฐานอาชีพของ ป4 ปี 2565

เมื่อพูดคำว่าการงานพื้นฐานอาชีพ ทำให้เรานึกย้อนไปในสมัยประถม เราเรียนวิชานี้ และแทบจะจำไม่ได้เลยว่าสมัยนั้นเราเรียนอะไรกันบ้าง แต่จากชื่อเราก็คงพอเดาได้ว่าก็น่าจะเป็นงานฝีมือที่ทำเป็นอาชีพได้ ยุคสมัยของพ่อแม่เมื่ออยู่ในวัยเด็กคงจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับ เย็บปักถักร้อย ผมนึกออกแค่นี้จริงๆ

ปีนี้ ปี พศ 2565 โลกเราพัฒนาไปไกลมาก พวกนักการตลาดคุยกันถึงเรื่องเมตาเวิร์ส ระบบการสื่อสารอินเทอเน็ตคือหัวใจของธุรกิจ การดูสื่อภาพและเสียงจะดูผ่าน youtube และ social network มีอาชีพใหม่หลากหลายที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็มีอาชีพที่สูญหายเพราะหมดสมัย และการงานพื้นฐานอาชีพของเด็ก ป4 ในพศ.นี้ทำให้ผประหลาดใจและรู้สึกชื่นชมพร้อมกัน

ลูกมาขอยืมกล้องถ่ายรูปไปโรงเรียน เพื่อจะเอาไปเรียนวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ ลูกเล่าให้ฟังว่าโรงเรียนมีอาชีพให้เลือกเยอะมาก แต่ลูกบอกกับผมแค่ว่า เขาเลือกอาชีพ รีวิว และถ่ายภาพ ซึ่งครูจะจัดกลุ่มให้ตามที่เหลือ และสุดท้ายก็ได้วิชารีวิว ส่วนถ่ายภาพนั้น บังเอิญได้เรียนเพราะมีการเลื่อนวิชากันเล็กน้อยทำให้ได้ไปเรียนถ่ายภาพ 1 คาบ

1คาบของลูกที่เรียนถ่ายรูปจะต้องใช้กล้อง ก็เลยมาขอยืมจากพ่อ ด้วยความที่พ่อมีกล้องหลายตัวก็เลยเอามาเรียงให้เลือก มีกล้อง DSLR ตัวใหญ่เลนส์ใหญ่ที่พ่อเอาไว้ถ่ายภาพรับจ้าง มีกล้อง mirrorless ตัวเล็กเลนส์เล็กที่พกพาง่าย มีกล้องโพราลอยด์ด้วยที่เอามาให้ดูแต่ไม่ให้เลือก เพราะต้องใช้ฟิล์มโพลารอยด์ซึ่งมีราคาแพงมาก สุดท้ายลูกเลือกกล้องตัวเล็ก อย่าง eos m พร้อมเลนส์ตัวเล็ก 22f2 ซึ่งเป็นชุดกล้องและเลนส์ที่ขนาดเล็กแต่คุณภาพสูงมาก ลูกเลือกเพราะได้ลองถ่ายภาพแล้วเทียบกันแล้ว พบว่าภาพจาก eos m ให้ภาพสวยกว่า eos 6d

IMG_6111

ผ่านไปสองวัน ลูกกลับมาพร้อมกับภาพในเมมโมรี่ 4 ภาพ ภาพที่ส่งงานคือภาพก้อนหินในถุง หัวข้อการถ่ายภาพคือ สิ่งลึกลับ ครูชมว่าขอบฟ้าถ่ายภาพได้ดี ขอบฟ้าบอกครูว่าเพราะพ่อผมเป็นตากล้องครับ ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าดีใจที่ลูกรู้ว่าพ่อเป็นตากล้อง พ่อชอบถ่ายภาพนั่นเอง สอบถามลูกอีกนิดเกี่ยวกับวิชาที่ครูสอน ครูไม่ได้สอนการถ่ายภาพเบื้องต้น ให้เด็กไปถ่ายเลย ซึ่งจุดนี้น่าสนใจ เพราะลูกเรียนวิชาถ่ายภาพ เจตนาเพื่อให้เล่าเรื่องด้วยภาพ ประเด็นนี้ผมคิดเอง ก็เห็นว่า ถูกต้องแล้วที่ไม่ได้สอนการถ่ายภาพเบื้องต้น เพราะกล้องถ่ายภาพเป็นแค่อุปกรณ์ การใช้งานอุปกรณ์ให้ถูกต้องจะต้องเป็นสิ่งที่ค้นหามาเอง วิชาเรียนควรมุ่งเน้นที่วัตถุประสงค์ ซึ่งก็น่าจะเป็นการเล่าเรื่อง ส่วนการรีวิวที่ลูกเลือกจริงๆ เดี๋ยวคงได้รู้ว่าเรียนอะไรกันบ้าง และได้ถามลูกแล้วว่าอยากจะรีวิวอะไร ลูกต้องว่าจะรีวิวส์เม้าส์

IMG_6091

การงานพื้นฐานอาชีพในยุคนี้มีอาชีพรีวิว มีอาชีพช่างภาพ ถือว่าเป็นเรื่องประหลาดใจสำหรับพ่อแม่รุ่นผมมาก เพราะว่าเป็นสิ่งที่เกินคาด เป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งที่โรงเรียนพยายามทำ เป็นเรื่องน่าชื่นชม ก็หวังว่าจะมีอาชีพที่สนุกและน่าสนใจอีกหลายๆอาชีพที่เลือกมาอยู่ในหลักสูตร ผมคาดหวังว่าจะมีอาชีพนักวิเคราะห์ข้อมูล สตรีมเกมส์ นักแข่งอีสปอร์ต เขียนเว็บ เขียนโปรแกรม ทำคอนเท้นต์หลายๆแบบ รวมถึงอาชีพทางเกษตรที่มาพร้อมเทคโนโลยีอย่างสมาร์ทฟาร์มด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่รู้จะมีจริงไหมสำหรับเด็กประถม แค่หวังว่าจะมีอาชีพใหม่ๆให้เด็กได้ลอง

ภาพถ่าย panorama ที่ชอบ

DSCF8074

การถ่ายภาพที่ให้ภาพกว้างมากเป็นพิเศษเราจะเรียกกว่า panorama ซึ่งสัดสวนภาพจะมีความยาวต่อความสูงของภาพที่เยอะมาก อย่างในโรงหนังที่ให้ภาพกว้างที่สุดก็จะประมาณ 2.39:1 หรือภาพ panorama ระดับเบาๆที่มีให้เลือกถ่ายเป็นวิดีโอในกล้องถ่ายภาพทั่วไปก็จะเป็นภาพสัดส่วน 16:9

แต่ภาพนี้ เป็นภาพแม่ลูกกำลังหลับอยู่ ผมใช้กล้อง Fuji x100 มาถ่ายภาพนี้ ตั้งกล้องให้ถ่ายภาพด้วยระบบ sweep panorama คือเป็นการกดชัตเตอร์กล้องเพื่อรับภาพ แล้วหันกกล้องไปเรื่อยๆจากซ้ายไปขวาจนกว่าจะพอใจ ซึ่งจะเป็นมุมกวาดรับภาพประมาณ 120-180 องศากันเลยทีเดียว ก็เลยหยิบเทคนิคนี้มาใช้ถ่ายภาพตอนแม่กับลูกตอนหลับ จากเตียงแม่สู่เตียงลูก ท่านอนก็สุดแสนจะสอดคล้องกัน เป็นจังหวะที่หายากมาก การถ่ายภาพนี้ออกมาถือว่าให้ลักษณะภาพที่ตรงกับใจ แม้ว่าคุณภาพความคมชัดจะไม่มาก ภาพไม่คบกริบ แต่มันก็เป็นภาพที่ถ่ายจากสถานการณ์จริง ไม่ได้จัดถ่าย ไม่เซ็ทอัพใดๆให้ภาพดูสวย ใช้ความพยายามที่จะกดชัตเตอร์แล้วถือกล้องให้นิ่งและลากต่อเนื่องเท่านั้น

รีวิวเลนส์ canon 24-105f4 L

IMG_20220713_162126

เลนส์ canon 24-105f4 L ตัวนี้เป็นเลนส์ซูมคุณภาพสูงจากค่าย canon ที่ทำออกมาขายหลายปีแล้ว โดยปกติเลนส์เกรดสูงของ canon จะใช้คำว่า L ติดไว้ในชื่อของเลนส์ เลนส์เกรด L จะมีคุณภาพของภาพที่คมชัด ใส และปกติจะไวแสง ส่วนมากก็จะมีรูรับแสงระดับ 2.8 หรือ น้อยกว่านี้ แต่ก็มีเลนส์ L บางตัวที่รูรับแสงแคบหรือเป็นตัวเลขที่มากกว่า 2.8 อย่างเช่นเลนส์ตัวนี้ที่มีรูรับแสง f4

IMG_3052

ความใสคือจุดเด่นของเลนส์ L และช่วงซูมที่กว้างระดับ 24-105mm ก็เป็นช่วงเลนส์ที่ได้ใช้งานบ่อยในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การถ่ายภาพวิวโดยการใช้ช่วงที่เป็นมุมกว้าง การถ่ายภาพทั่วไปที่ใช้ช่วงซูม กลางๆ จนถึงถ่ายภาพบุคคลที่ใช้ช่วงเลนส์ 85 -105มม. เลนส์ตัวนี้เหมาะกับสถานการณ์ส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวัน และสถานการณ์ที่มักจะได้พบตอนท่องเที่ยว การมีระบบกันสั่นทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยไม่เป็นปัญหา แค่สภาพแสงในบ้านที่พอมองเห็น หรือแสงสว่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เลนส์ตัวนี้ก็บันทึกภาพเก็บแสงได้ ต่อให้ปริมาณแสงในภาพแม้จะน้อยไปกว่าที่กล่าวมาแต่ถ้าตามองเห็นมันก็มากพอสำหรับกล้องยุคใหม่ที่ตั้งค่าความไวแสงได้สูงลิบ

การใช้เลนส์ L เพื่อทำงานระยะยาวเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุด เพราะนอกจากคุณภาพที่ดีมากแล้ว การบริการหลังการขายของ canon ก็ทำได้ดีน่าชื่นชม เลนส์เกรด L จะได้รับการดูแลในระบบศูนย์บริการที่ยาวนานมาก มีอะไหล่เอาไว้ซ่อมบำรุงไปอย่างน้อย 20 ปี บางรุ่นมีอะไหล่สต๊อคไว้ได้ถึง 29 ปี ตามข้อมูลที่พนักงานในศูนย์บริการได้เคยพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และต่อให้ศูนย์จะเลิกสต๊อคอะไหล่ หรือ อะไหล่หมดจากบริษัทแล้ว โลกเราก็มีอุปกรณ์ยี่ห้อ canon ให้เราซื้อมือสอง ให้เราหาอะไหล่จากเลนส์เก่าไปได้อีกยาวนาน ใช้กันได้ตั้งแต่ลูกเกิดจนเรียนจบมหาวิทยาลัยก็เป็นไปได้

IMG_0262

2014-11-29 30 ขอบฟ้า เขาใหญ่-IMG_0067

IMG_0433
16:9

ภาพที่ขายได้

Screen Shot 2565-02-11 at 08.57.18

ภาพนี้เป็นภาพลูกของผมตอนที่ไปเที่ยวเมือง nikko ประเทศญี่ปุ่น ตอนนั้นผมพกกล้องไปตัวเดียวคือ eos m รุ่น1 ติดเลนส์ตัวเดียวตลอดทริปคือเลนส์ 22f2 การเดินทางที่ญี่ปุ่นกับลูกเล็กวัย 3 ขวบ เป็นการเดินทางที่ต้องเตรียมรถเข็น เตรียมอุปกรณ์ของเด็กพอสมควร พ่อกับแม่ต้องช่วยกันยก ช่วยกันอุ้มในหลายสถานการณ์เพราะการเดินทางหลักๆของทริปคือรถไฟ

เลนส์ 22f2 ผมใช้ค่ารูรับแสงที่ f2 ตลอดทริปเลย เพราะต้องการความชัดตื้นที่ละลายหลังให้เบลอดูสวยงาม และต้องการให้มันรองรับสถานการณ์แสงได้ดีหลากหลายสถานที่ และส่วนมากเราก็จะถ่ายภาพในอาคาร ในที่ร่ม การใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมาก

กล้อง eos m เป็นกล้องที่มีหน้าจอด้านหลังระบบสัมผัส สามารถใช้มือแตะเพื่อให้กล้องทำการโฟกัสและลั่นชัตเตอร์ได้ด้วย มันทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งานบางโอกาส เช่นโอกาสเด็กกำลังสนใจกับภาพในจอ มีแสงตอนเช้าเข้ามาทางหน้าต่าง แสงหน้าต่างมักจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีกับภาพถ่ายเสมอ ผมเห็นองค์ประกอบนี้ก็รีบหยิบกล้องมากดเปิดกล้องแล้วแตะโฟกัสเพื่อถ่ายเลย แล้วเราก็เก็บวินาทีสวยๆได้ตามที่ตาเห็น ทั้งทริปผมแทบจะไม่ได้ปิดฝาหน้าเลนส์เลย เพราะอยากให้กล้องพร้อมใช้ตลอดเวลา แม้ว่าเลนส์อาจจะเสี่ยงต่อการเสียหายหรือเป็นรอยขีดข่วนบ้าง แต่ผมก็ใช้วิธีติด Hood เหล็กไว้ที่เลนส์ ทำหน้าที่เป็นที่บังแสง และเป็นกันชนให้กับเลนสได้ระดับนึง ภาพลูกผมฝากขายในเว็บ Eyeem.com ครับ

IMG_0338

การจัดแสงถ่ายรูปแบบประหยัด

IMG_20190615_171816

การถ่ายภาพสินค้าประเภทเครื่องสำอางค์หรือของที่เป็นขวด เป็นตลับแล้วอยากให้ดูแพง ก็ต้องอาศัยการจัดแสงนิดหน่อย ซึ่งเคล็ดลับการจัดแสงไม่ได้ซับซ้อน แสงที่สวยคือแสงธรรมชาติ ถ้าเราสามารถใช้แสงธรรมชาติมาเป็นแสงหลักในภาพได้เราก็ควรทำ

เลือกแสงหน้าต่างที่ส่องลอดเข้ามาในห้องครัว อาศัยผ้าผืนนึงปูเป็นฉากหลังและผนังด้านหลัง จัดผ้าเข้ามุมให้เป็นมุมฉากกับพื้นและผนัง เอาสินค้าวางบนผ้า แล้วก็ให้แสงหลักคือแสงที่ส่องมาจากด้านบน

แสงเข้าจากด้านบนจะทำให้แสงที่ส่องเข้าด้านหน้าดูน้อยเกินไป เลยต้องมีตัวช่วยสะท้อนแสงอีกตัวส่องแสงสะท้อนด้านบนเข้าไปที่ด้านหน้า ถ้าเราใช้แผ่นสะท้อนแสงสีขาว นุ่มๆ ผิวด้านๆ เราจะได้แสงนุ่มเคลียร์ แต่ในภาพนี้ดูแล้วไม่ค่อยเหมาะ เลยเลือกใช้ฝาหม้อที่เป็นอลูมิเนียมมีพื้นผิวเป็นลอนๆไม่เรียบมาช่วยสะท้อนแสง คาดหวังให้แสงสะท้อนมีลักษณะเป็นหย่อมๆดวงๆไม่สม่ำเสมอ เพื่อส่องตัวผลิตภัณฑ์ให้ดูแวววาว ผลก็คือแสงสะท้อนจากตัวสะท้อนโลหะให้แสงมีความนุ่มและแข็งในบางส่วน ผสมกันลงตัวพอดี เป็นแนวทางที่น่าสนใจมากสำหรับการจัดแสง

เราไม่กล้าบอกหรอกว่าวิธีนี้คือวิธีที่ดีที่สุด เพราะว่าการถ่ายภาพแบบเน้นความเร็วและความง่ายเราก็พยายามทำในเวลาและทรัพยากรจำกัด ถ้าจะเข้าสตูดิโอถ่ายภาพจริงจังมันก็อาจจะดีกว่านี้มาก แต่เวลาและงบประมาณอาจจะจบกันที่เป็นหมื่นบาท หรือ หลายหมื่นบาท ซึ่งคงไม่คุ้มค่ากับสินค้าราคาไม่แพงและไม่ได้มีขายจำนวนมากแบบสินค้าขึ้นห้างแค่มันดีกว่าไม่พยายาม เราก็รู้สึกพึงพอใจแล้ว เห็นภาพเห็นแนวทางแบบนี้เราก็เท่ากับได้เรียนรู้ด้วยว่าแสงแนวนี้ต้องใช้อุปกรณ์อย่างไรและเลือกใช้สถานการณ์แสงอย่างไร

ภาพถูกใจที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย

IMG_4823

นานมากแล้วที่ไม่ได้ถ่ายภาพลูกในจังหวะที่เป็นธรรมชาติ และถูกใจในเหตุการณ์จริงๆ จังหวะที่รถกำลังวิ่ง ลูกก็โทรศํพท์ด้วยระบบ Video call หาแม่ที่บ้าน การพูดคุยก็ดำเนินไปเรื่อยๆ เสียงในสายก็บอกว่ามองไม่ค่อยเห็น ผมก็เลยหยิบไฟฉายมาให้ลูกใช้ส่องเพื่อให้มองเห็น ลูกก็หยิบไฟฉายไปส่องตัวเอง ผมได้ยินปลายสายพูดลอยออกมาว่าเห็นแล้ว ก็เลยหันไปดู รถก็วิ่งอยู่ แต่ก็เห็นว่าลูกกำลังคุยกับแม่และใช้มือส่องไฟให้ตัวเอง ภาพนี้เป็นจังหวะน่ารักน่าเอ็นดู ในใจคิดออกมาทันทีเลยว่า ถ้าลูกโตเป็นวัยรุ่นจะไม่น่ารักแบบนี้อีกแล้ว ภาพนี้ต้องถ่ายให้ได้ แต่ก็ไม่มีโทรศํพท์มือถือในมือ เพราะโทรศัพท์กำลังถูกใช้งานอยู่ในมือลูกนั่นเอง

ข้างๆตัวมีเป้ที่ผมใช้ประจำ ในเป้มีกล้องถ่ายรูปอยู่ ก็เลยคลำลงไปในเป้ หยิบกล้องออกมา เปิดกล้อง ปรับโหมดกล้องไปในตำแหน่งที่จำได้ว่าเป็นโหมดถ่ายภาพ และกล้องถูกใช้งานถ่ายภาพในโหมด Av รูรับแสง f2 อยู่แล้ว เพราะเพิ่งใช้ถ่ายภาพวันตรุษจีนไปเมื่อสามวันก่อน ค่า setting ต่างๆในกล้องยังเป็นค่าที่เหมาะสมกับสถานการณ์นี้อยู่ แต่การจะถ่ายภาพให้ฉากหลังดำในตอนกลางคืนนั้นจะต้องมีการชดเชยแสงในทาง – ด้วย เพื่อให้บรรยากาศในภาพเป็นโทนสีดำมืดนั่นเอง เลยตั้งค่าชดเชยแสงเป็นค่า -2 จากนั้นก็เล็งกล้องถ่ายเลย อาศํยว่ากล้องเป็นระบบออโตโฟๆกัส กดปุ่มชัตเตอร์ลงไปครึ่งหนึ่ง แล้วรอจังหวะให้กล้องส่งเสียงตี๊ด ซึ่งหมายถึงกล้องโฟกัสภาพเรียบร้อยแล้ว ก็กดถ่ายเลย ทั้งหมดทำตอนรถยังวิ่งอยู่ ได้ภาพเบี้ยวๆมาหลายภาพ และภาพที่โชว์นี้คือภาพที่ไม่เบี้ยวนัก เป็นภาพที่มีตำแหน่งองค์ประกอบภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะถ่ายภาพได้ตอนรถวิ่งและตาไม่มองนายแบบ

เมื่อดูภาพในจอมคอมพิวเตอร์ก็รู้สึกพอใจมากที่สามารถเก็บภาพได้ตามที่ใจคิด กล้อง eos m1 พร้อมเลนส์ 22f2 นับเป็นคู่หูที่ไว้ใจได้ จริงๆ

เที่ยวเกาะขามและพัทยา

เกาะขามเป็นเกาะที่อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดชลบุรี อยู่ในอำเภอสัตหีบ การเดินทางจากกรุงเทพก็จะต้องเดินทางผ่านพัทยาแล้วเลยไปถึงสัตหีบ ทริปนี้พวกเราไปนอนพักที่พัทยาก่อนแล้ววันรุ่งขึ้นค่อยขับรถไปเกาะขาม สิ่งที่สนุกสำหรับทริปนี้ก็คือเราได้ลองของเล่นใหม่ด้วยนั่นก็คือกล้อง gopro9 ที่ตั้งใจซื้อเพื่อนำมาใช้ถ่ายคลิปในการท่องเที่ยว

GOPR0100

พัทยาวันแรกเราแวะเที่ยวก่อนเข้าโรงแรม เราไป FROST ซึ่งเป็นห้องน้ำแข็งอุณหภูมิติดลบ 15องศา น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่หนาวเย็นที่สุดที่ประเทศไทยเคยมี และมันก็หนาวจริงๆ เราไม่สามารถอยู่ในที่เย็นแบบนี้ได้นานๆเลย หากใครไม่มีถุงมือ ถุงเท้าที่หุ้มอย่างแน่นหนา ปลายมือ ปลายเท้าจะชาในเวลาไม่นาน FROST มีชุดกันหนาวให้ยืมใส่ เป็นชุดผ้านวมอย่างหนา มีฮู้ดคลุมหัวด้วย นับเป็นประสบการณ์การสัมผัสความหนาวระดับติดลบที่น่าตื่นเต้นมาก

GOPR0141
GOPR0156

กล้อง Gopro9 สามารถทำงานในที่เย็นจัดระดับติดลบ 15 องศาได้ ไม่มีอาการรวนหรือเปิดไม่ติดเลย ส่วนโทรศัพท์มือถือที่พกเข้าไปก็ยังทำงานได้ปกติ ทีแรกนึกว่าอากาศเย็นจะทำให้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์มีปัญหา เพราะที่เคยได้ยินมาจะบอกต่อกันมาว่า ถ่านจะหมดเร็ว หรือ ถ่านจะไม่จ่ายไฟเมื่ออยู่ในที่เย็นจัด เราอยู่ในที่เย็นติดลบไม่นานมาก เพราะทนกันไม่ไหวเอง แบตเตอรี่ของกล้องก็คงทนหนาวได้เก่งกว่าคนเรา อุปกรณ์ก็เลยยังทำงานได้ปกติ

ออกจากห้องเย็นจัดก็เดินทางเข้าที่พักที่พัทยา เด็กๆเล่นน้ำตลอดบ่าย ช่วงนี้ก็ได้หัดเล่นกล้อง gopro9 อย่างจริงจัง ทดลองถ่ายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ภาพเคลื่อนไหวแบบพิเศษอย่าง timelapse และ timewarp ที่ gopro เขาเรียกชื่อเทคนิคนี้โดยเฉพาะรวมถึงการลงไปถ่ายใต้น้ำโดยตรงด้วย ผลก็คือ กล้องลงน้ำได้จริง ลงน้ำตรงๆไม่ต้องใช้เคสกันน้ำเลย มีจุดที่ต้องระวังก็เพียงต้องไม่ลืมล็อคหน้าจอสัมผัส เพราะน้ำจะทำให้หน้าจอเหมือนโดนกดแล้วโหมดการทำงานจะเปลี่ยนได้เอง ดังนั้น ถ้าจะลงน้ำ กล้องต้องถูกสั่งให้ล๊อคการสัมผัสหน้าจอด้วยเสมอ

วันรุ่งขึ้นเราออกจากโรงแรมแต่เช้าเพื่อเดินทางไปขึ้นเรือที่ท่าเรือเกาะขาม เดินทางจากพัทยาใช้เวลาประมาณ 50 นาที ที่ท่าเรือไปเกาะขามสามารถไปเกาะแสมสารได้ด้วย เราจอดรถที่จุดซื้อตั๋วแล้วนั่งรถสองแถวไปที่ท่าเรือ เรือที่ใช้พาเราข้ามไปเกาะขามมีขนาดประมาณ 30 คน นั่งชิดๆกัน มีชูชีพสำหรับทุกคน ใช้เวลาข้ามไปเกาะขามประมาณ 20 นาที

เราเห็นปลาสวยงามตั้งแต่เดินอยู่ที่ท่าเรือก่อนจะลงเรือแล้ว ปลาทะเลสีสวยเหมือนปลาในตู้ บางคนโยนขนมปังลงไป ปลาก็รุมเข้ามากิน ผมไม่แน่ใจว่าเราควรงดให้อาหารปลาไหม หลายคนบอกว่าจะทำให้ปลาเสียนิสัย และจะทำให้นักท่องเที่ยวเคยชินกับการทำอะไรไม่เป็นไปตามธรรมชาติด้วย ตอนไปเขาวัง เห็นลิงอยู่ข้างทาง แน่นอนว่าผมไม่เห็นด้วยที่จะให้อาหารลิง เพราะจะทำให้ลิงเคยชินกับการมาแย่งอาหารจากคน และมารบกวนคนอยู่ในพื้นที่ เพราะลิงมันวิ่งเข้าหาคนได้ แต่กับการให้อาหารปลา ผมยังไม่เห็นข้อเสียที่ชัดเจน ปลามันวิ่งมาแย่งอาหารคนไม่ได้ ปลาไม่ได้บินมากินของจากมือคน ทำไมเราต้องระวังเรื่องนี้กัน ตอนไปวัดไร่ขิง แม่น้ำหลังวัดก็มีตลิ่งที่รอให้คนไปให้อาหารปลา วัดอนุญาตให้ขายอาหารสำหรับโยนให้ปลา มีแค่ป้ายบอกว่า ห้ามจับปลา ไมไ่ด้ห้ามให้อาหาร

เรือมาถึงเกาะขาม เดินขึ้นเกาะระหว่างทางเราก็เห็นความสวยงามของน้ำทะเลแล้ว ที่นี่น้ำทะเลใสมากมองเห็นพื้นใต้ต้ำ สีน้ำทะเลสีสวยเหมือนภาพวาด เป็นสีสันที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า ไม่ต้องใช้เทคนิคการถ่ายภาพเลย ยิ่งเอากล้องออกมาถ่ายยิ่งได้ภาพที่สวยงามแปลกตากลับไป สีสันบบนี้ไม่มีที่พัทยา ไม่มีที่หัวหิน นับว่าเป็นเกาะที่น้ำทะเลใสมากและสวยมาก

ชายหาดที่นี่ยาวประมาณ 300 เมตร นักท่องเที่ยวเลือกนั่งเล่นนอนเล่นได้ตามสบาย เด็กๆเตรียมพร้อมสำหรับเล่นน้ำ พ่อแม่เตรียมตัวลงน้ำไประวังเด็กๆ ผมก็ลองเล่นกล้อง gopro9 ถ่ายภาพบนบก ภาพวิว และภาพใต้น้ำ เราลองบันทึกภาพหลายๆแบบ กล้องลงน้ำทะเลได้ไม่มีปัญหา ภาพใต้น้ำชัดมาก และภาพวิดีโอที่ออกจากกล้อ้ง gopro9 ตัวนี้ไม่สั่นไหวให้ปวดหัวตอนดูเลย การมีระบบกันสั่นในกล้องทำให้ภาพวิดีโอมีคุณภาพสูงมาก และสีสันที่ gopro9 บันทึกให้เราก็มีสีสันที่ฉูดฉาดสวยงาม ผมรู้สึกว่าภาพจาก gopro9 มีความสวย อิ่ม สด และฉูดฉาดราวกับเราแต่งภาพด้วย app ซึ่งกล้อง DSLR อย่าง eos 6d ที่ผมใช้มาหลายปีให้ภาพฉูดฉาดแบบนี้ไม่ได้เลย อย่างน้อยต้องปรับแต่งบางอย่าง หรือปรับด้วย app อีกนิดหน่อยเพือ่ให้สีสดเท่า gopro9

GOPR0212
GOPR0236

เด็กๆเล่นน้ำสนุกสนาน ดำน้ำดูปลาที่มีอยู่ไม่มากเท่าที่คาดไว้ ปะการังใต้น้ำก็มีในระดับหย่อมๆเล็กๆ และไม่ได้มีสีสันที่สดสวยแบบที่เราเคยดูที่ฝั่งอันดามัน แต่สิ่งที่อยู่เหนือน้ำก็คือภาพทะเลแสนสวย ฟ้าสีฟ้า น้ำทะเลเขียวอมฟ้า แสงแดดส่องพาเงาของเรือไปโผล่ที่พื้นทรายใต้น้ำ คุณภาพน้ำที่นี่ใสมาก ใสเหลือเชื่อ แต่ทำไมปลาน้อยก็ไม่รู้สาเหตุ บนเกาะมีร้านอาหารและเครื่องดื่ม มีห้องอาบน้ำ และมีกฏคือห้ามใช้สบู่ ยาสระผมที่นี่เด็ดขาด เจ้าหน้าที่บอกว่าเพื่อป้องกันสารเคมีไหลลงทะเลนั่นเอง

บนเกาะมีเรือซับบอร์ดไว้ให้เช่าเล่นด้วย ชั่วโมงละ 100 บาท มีเจ้าหน้าที่ช่วยสอน เด็กๆต่อคิวกันเล่นสนุกสนาน การยืนบนเรือแล้วพายเล่นเป็นกีฬาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีข้อมูล แต่ก็รู้สึกได้เลยว่ากำลังเป็นที่นิยม ทั้งที่เที่ยวที่เป็นแม่น้ำลำคลองแถวราชบุรี กาญจนบุรี ต่างก็มีเรือซับบอร์ดเอาไว้ให้เล่น ทะเลเกาะขามก็มี และเมื่อได้ลองเล่นก็ทำให้เราได้ภาพสวยๆกลับไปด้วยเช่นกัน โชคดีที่เด็กๆใช้เวลาหัดเล่นไม่นานก็เล่นได้ ยืนได้ไม่ล้ม เป็นทริปที่สนุกกว่าที่คาดหวังตรงเรือนี่แหละ

GOPR0272

มาเกาะขามตอนเที่ยวเรือ 9 โมงเช้า ขากลับ นั่งเรือรอบ 14.00 น. กลับมาฝั่ง ที่ท่าเรือมีพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาด้วย เป็นตึกหลายชั้น จะเข้าชมก็ต้องเดินขึ้นไปหลายสิบเมตร ใครเที่ยวเกาะจนหมดแรงคงไม่อยากแวะดูแล้ว แต่ลูกขอเข้าไปดูก็ต้องอดทนเดินกันหน่อย

IMG_4523

การจัดแสดงในห้องต่างๆทำได้ดีน่าสนใจ คนชลบุรีถ้าจะเที่ยวพิพิธภัณฑ์คุณภาพก็สามารถแวะมาดูที่นี่ได้ ไม่ต่างจากกรุงเทพเลย เนื้อหาค่อนข้างดีเลย พวกเรายืนอ่านยืนคุยกับลูกได้หลายอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่แสดง และหลายอย่างเป็นความรู้ใหม่สำหรับพวกเราด้วย

IMG_4532
IMG_4538

ออกจากพิพิธภัณฑ์ก็เดินทางกลับที่พักที่พัทยา กินข้าวเย็น เตรียมตัวเข้านอนอย่างหมดแรง เป็นทริป 1 วันที่อัดแน่นและใช้พลังงานเยอะมาก แต่ทั้งหมดก็รอวันใหม่ รอมีแรงอีกที เช้าวันใหม่ก็เล่นกันต่อริมทะเล มาทะเลพัทยาก็ต้องเปียกน้ำที่พัทยาบ้างถึงจะไม่เสียเที่ยว

ก่อนจะกลับก็ถ่ายภาพรวมกัน และจะมีภาพเด็ก 5 คนนั่งบนเตียงที่เราถ่ายมาตลอดหลายปี แล้ว ในแต่ละปีจะเอาภาพที่นั่งมุมคล้ายๆกันมาเปรียบเทียบกัน เราก็จะเห็นพัฒนาการของเด็กไปทีละนิด จะเรียกว่าเป็นภาพแห่งความทรงจำก็ได้

2020-10-28_03-23-10

กลางวันเราก็เช็คเอ๊าท์ เดินทางกลับกรุงเทพ แวะซื้อของกลางทางที่หนองมน ตอนนี้ห้อยจ๊อที่หนองมนขายลูกละ 20 บาทแล้ว จากความทรงจำในอดีตว่าเคยซื้อลูกละ 8 บาท ระยะทางที่รถวิ่งไปตั้งแต่ออกจากกรุงเทพย่านบางขุนนนท์ แล้วขับไปพัทยา ไปถึงสัตหีบ แล้วย้อนมาพัทยา กลับกรุงเทพที่เดิมใช้น้ำมัน 1 ถังยังเหลืออยู่ ดูหน้าจอ รถวิ่งไปประมาณ 450 กิโลเมตร

FRAME_COLLAGE1603873800393

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มกับการใช้แสงแฟลช

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มได้กลับมานิยมกันอีกครั้งในยุค พศ.2563 แต่การหวนกลับมาของฟิล์มครั้งนี้มาพร้อมค่าใช้จ่ายที่แพงมหาศาล แต่คนก็ยังเหนียวแน่นกับการถ่ายภาพแบบลองผิดลองถูก ถ่ายทุกม้วนลุ้นทุกเฟรม การใช้แฟลชกับกล้องฟิล์มก็ดูจะมีบางกลุ่มที่ชอบใช้ เพราะลักษณะภาพแตกต่างไปจากมือถือ แตกต่างไปจากภาพจากกล้องดิจิทัล บทความนี้จะแนะนำการใช้แฟลชในบางรูปแบบเปรียบเทียบให้ดูว่า ช่างภาพยุคโบราณใช้แฟลชด้วยแนวคิดอย่างไร และอาจจะไม่เหมือนยุคนี้ทั้งหมด แต่หลักการจะสามารถนำไปใช้สร้างสรรค์ผลงานภาพได้

000037

ภาพที่1 ถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม เปิดแฟลชด้วย โดยใช้โหมด P บนกล้อง SLR ของ canon ลักษณะภาพจะได้แสงแฟลชพอดีบนตัวแบบ และฉากหลังค่อนข้างดำมืด นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อเราเปิดโหมด P พร้อมด้วยเปิดใช้งานแสงแฟลช กล้องจะเลือกค่ารูรับแสง f4 และ ความไวชัตเตอร์เป็นค่าสูงๆประมาณ 1/60 วินาทีสำหรับที่แสงน้อย และอาจจะเลือกเป็น 1/125 วินาทีในที่แสงจัด กล้องจะคิดแทนเราว่าเราต้องการภาพไม่สั่น รูรับแสงน้อยเท่าที่เลนส์จะมีให้ได้ โดยฉากหลังจะมืดก็ไม่สนใจ เพราะตัวแบบจะได้รับแสงแฟลชที่เพียงพออยู่แล้ว ภาพจึงออกมาตามภาพคือตัวแบบได้แสงพอดี ส่วนฉากหลังจะดำเกือบมืดนั่นเอง

000038

ภาพที่ 2 เป็นภาพที่ตั้งใจปรับกล้องอีกแบบหนึ่ง เลือกการตั้งค่าให้เป็นโหมด AV พร้อมเปิดแฟลช ในโหมด Av บนกล้อง canon เมื่อเลือกรูรับแสง f4 กล้องจะเลือกค่าสปีตชัตเตอร์ให้เป็นค่าที่วัดแสงฉากหลังได้พอดี ซึ่งสปีดอาจจะต่ำลง ภาพแนวนี้ถ้าเป็นในอาคารจะใช้ขาตั้งด้วยเพื่อป้องกันการสั่นไหว นั่นจึงทำให้ฉากหลังของภาพที่ 2 นี้ ดูสว่างขึ้นกว่าภาพที่ 1 ส่วนตัวแบบจะได้แสงสว่างจากแฟลชและแสงในอาคาร แต่แสงหลักๆที่ทำให้ตัวแบบสว่างก็คือแสงแฟลช โดยรวมก็คือ ภาพที่1และ2 ตัวแบบจะได้แสงจากแฟลชเป็นแสงหลักและเป็นค่าแสงแฟลชที่สว่างพอดีบนตัวแบบ แต่ฉากหลังจะต่างกันตามโหมด P และ Av ที่กล้องคิดไม่เหมือนกัน

000031

ภาพที่ 3 เป็นโหมด Av ที่ปิดแฟลช เป็นการวัดแสงพอดีทั้งภาพ ตัวแบบจะได้แสงพอดีจากการวัดแสงจริงๆในโหมดนี้ และฉากหลังหากโดนแสงภายนอกส่องเข้ามาพอๆกับแบบ เราก็จะได้ภาพแบบและฉากหลังที่สว่างเหมือนกัน นั่นคือแสงพอดีเหมือนกันตั้งแต่หน้าถึงหลัง สถานการณ์นี้ขาตั้งกล้องจำเป็นมาก เพราะการถ่ายภาพในอาคาร วัดแสงพอดี ด้วยฟิล์มความไวต่ำ ความไวชัตเตอร์จะต่ำมาก หากถือด้วยมือเปล่าภาพจะสั่นแน่นอน

การใช้แฟลชถ่ายภาพมีเทคนิคการคิดหลายชั้น ค่อยๆฝึกถ่ายไปทีละบทเรียนก็จะมีความเข้าใจทีละน้อย สะสมความรู้ไปเรื่อยๆเราก็จะมีเทคนิคที่หลากหลายไปใช้ออกแบบรูปถ่ายของเรา ช่างภาพที่ดีก็คือช่างภาพที่เข้าใจแสงและอุปกรณ์ เส้นทางนี้ไม่มีทางลัด ต้องค่อยๆเรียนกันไป

จัดแสงถ่ายของด้วยแสงหน้าต่างและแผ่นสะท้อนแสง

การถ่ายภาพสิ่งของให้ได้ภาพตรงกับใจคิด หรือให้ได้ภาพที่ตรงวัตถุปรสงค์เราควรต้องรู้เทคนิคการจัดแสงเล็กน้อย ภาพแสงเข้าด้านเดียวจะทำให้วัตถุมีเงาเกิดขึ้นในภาพ ภาพที่ถ่ายออกมาจะเห็นเงาเข้มชัดเจน ภาพตัวอย่างด้านล่างนี้แสงเข้าด้านบน จะทำให้มีเงาที่ด้านล่างของภาพ หากเราชอบเงาก็ดีไป หากเราไม่ชอบเงา เราก็ต้องหาวิธีทำให้เงาหายไป

IMG_0527
ภาพที่1

เงาที่อยุ่ด้านล่างของภาพเกิดจากแสงเข้าจากด้านบน ซี่งหากเราต้องการแก้ไขให้เงาดำหายไปหรือมีน้อยที่สุด เราก็จำเป็นต้องจัดแสงให้มีแสงจากด้านล่างส่องเข้าไป วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือ เอากระดาษขาวหรือแผ่นสะท้อนแสงมาวางด้านล่าง เพื่อให้กระดาษช่วยสะท้อนแสงกลับเข้าไปโดนวัตถุนั่นเอง

IMG_0523
ภาพที่2

ภาพที่ 2 เป็นภาพอีกมุมหนึ่งที่ถ่ายเบื้องหลังให้เห็นว่าวัตถุโดนแสงอย่างไร โดยวัตถุในภาพนี้จะมีแสงเข้ามาจากทางด้านซ้ายของภาพ และหากเราอยากจะเพิ่มแสงเข้าไปเพื่อลดเงาดำ เราก็จัดการวางกระดาษสะท้อนแสงใบหนึ่ง

IMG_0522
ภาพที่ 3

เมื่อเราวางกระดาษขาวพับครึ่งเพื่อให้กระดาษตั้งอยู่กับพื้นได้ กระดาษจะรวมแสงที่วิ่งเข้าไปแล้วสะท้อนกลับไปโดนวัตถุ ซึ่งก็จะเป็นการลบเงาดำลงไปได้ ดูภาพที่3เป็นตัวอย่างการวางกระดาษช่วยสะท้อนแสง

IMG_0526
ภาพที่ 4

แสงหน้าต่างหรือแสงประตูมีความนุ่มนวลของแสงที่เหมาะกับการถ่ายภาพสินค้าหรือสิ่งของที่ไม่ใหญ่มาก การใช้แผ่นสะท้อนแสงหรือกระดาษขาวช่วยลบเงาเป็นเทคนิคง่ายๆที่ทำได้เลยแทบไม่มีต้นทุน ไม่ว่าเราจะถ่ายสินค้าด้วยกล้องตัวใหญ่ หรือถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือ เทคนนิคการจัดแสงเป็นสิ่งที่เราควรศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มคุณภาพงานถ่ายภาพของเรา

การดึงหางฟิล์มออกจากกลัก

การหัดล้างฟิล์มขาวดำสิ่งที่จำเป็นต้องทำก่อนการล้างฟิล์มคือการดึงหางฟิล์มออกจากกลัก เรามีวิธีดึงหางฟิล์มออกมาหลายวิธี ทั้งอุปกรณ์สำเร็จรูปและการดัดแปลงจากวิธีง่ายๆ แต่ละวิธีก็ทำแล้วได้ผลทั้งสิ้น วิธีในคลิปนี้จะเป็นวิธีใช้เทปกาวสองหน้า

สังเกตความเปลี่ยนแปลง 7 วัน

IMG_20190822_064608

ขอบฟ้ามีการบ้านโครงงานวิทยาศาสตร์ให้สังเกตุความเปลี่ยนแปลงของใบไม้หรือดอกไม้ 7 วัน ก็เลยจัดการเด็ดดอกไม้ และใบไม้มาอย่างละ 1 ชิ้น เพื่อคอยถ่ายภาพบันทึกไว้ทุกวัน โดยพ่อกับแม่ช่วยกันคิดแล้ว เลือกวิธีถ่ายภาพน่าจะง่ายสำหรับขอบฟ้ามากกว่า เพราะการจดบันทึกด้วยการวาดเป็นสิ่งที่น่าจะต้องใช้สมาธิและเวลามากเป็นพิเศษ ขอบฟ้ายังไม่สามารถใช้เวลานานๆกับการวาดภาพได้

การถ่ายภาพพ่อเลือกวิธีให้ใช้กล้อง DSLR ในการถ่ายภาพ ให้ถือเองถ่ายเอง โดยพ่อช่วยปรับกล้องให้เบื้องต้นเพื่อเตรียมกล้องให้พร้อมสำหรับการบันทึกภาพในสถานการณ์นั้นๆ

IMG_20190822_064402

IMG_0004
วันที่1
IMG_0011
วันที่2
IMG_0016
วันที่3
IMG_0025
วันที่4
IMG_0027
วันที่5
IMG_0033
วันที่6

ผมก็ขอให้ขอบฟ้ายืนถ่ายคู่กับงานครั้งนี้ด้วย เพื่อให้ภาพมีเนื้อหาครบถ้วนสำหรับการเล่าเรื่องในครั้งนี้ ภาพขอบฟ้า พยายามยิ้มก็เลยออกมาดูปากโย้ๆนิดหน่อย ยังไม่รู้จะสอนให้ยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติได้ยังไง

IMG_0031

หมายเหตุ

การให้ขอบฟ้าถ่ายภาพครั้งนี้พบกับปัญหาเรื่องช่องมองภาพของกล้องถูกปรับตั้งให้พอดีกับตาของผม และมันทำให้ขอบฟ้ามองเห็นภาพในช่องมองไม่ชัด แม้ว่าสิ่งที่อยู่หน้ากล้องจะอยู่ในโฟกัสแล้ว การปรับสายตาของกล้องเป็นลูกเล่นที่กล้องออกแบบมาให้คนสายตาไม่ปกติได้ใช้งานกล้องได้อย่างสะดวกได้คุณภาพ นั่นก็คือ สายตาผมไม่ปกติแล้วนั่นเอง อาการสายตายาวมาเยือนกับคนวัยสี่สิบกว่าๆ ผลก็คือ กล้องของพ่อ กับ กล้องของลูก อาจจะต้องเป็นคนละตัวกันจริงๆ นี่อาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้กล้องถ่ายภาพเป็นของที่ไม่ควรยืมกัน ไม่ใช่เรื่องของแพงหรือ หวงของ แต่มันเป็นของที่ต้องมองด้วยสายตาคนใช้งาน มันก็เลยต้องปรับตั้งละเอียดสำหรับเจ้าของเท่านั้น และสายตาของคนอายุต่างกันมากๆก็ต้องการช่องมองภาพที่ตั้งไม่เหมือนกันเลย แก่แล้วจริงๆ