จับภาพกล้องโทรทรรศน์ James webb ได้

ในวันที่ 25 ธันวาคม 2564 ที่บริเวณใกล้ๆกับศาลายา ผมได้ไปร่วมงานปาร์ตี้ปีใหม่กับกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กนักเรียน และในช่วงเวลาหัวค่ำหลังจากที่กินมือเย็นไปหายหิวแล้ว ก็ลองเอากล้องดูดาวมาส่องดาวเล่น ขณะเดียวกันก็เอากล้อง Gopro9 มาตั้งถ่ายภาพดาวกลางคืนในโหมด Night Timelapse ก็จะได้วิดีโอตัวนี้มา และพบว่า มีเหตุการณ์น่าสนใจบนท้องฟ้า ก็คือ มีวัตถุเคลื่อนที่คล้ายดาวหางโผล่มาให้เห็นด้วยตาเปล่า

สิ่งที่คล้ายดาวหางนี้เมื่อดูข้อมูล ดูข่าวดาราศาสตร์แล้วก็พบว่ามันคือภาพของ กล้องโทรทรรศน์ชื่อ James Webb กำลังเดินทางออกจากโลกเพื่อไปสู่วงโคจรในอวกาศ โดยจะไปอยู่ห่างโลก 1.5 ล้านกิโลเมตร และมันจะโคจรเป็นบริวารของดวงอาทิตย์ แทนที่จะเป็นโลก James Webb จะอยู่ระหว่างโลกและดาวอังคาร หน้าที่หลักของมันก็คือถ่ายภาพจากที่ที่ไกลมาก โครงการนี้ตั้งใจจะส่งกล้องขึ้นไปรับสัญญาณอินฟาเรดที่เกิดจากการฟอร์มตัวเป็นดาวฤกษ์ในยุคแรกๆของอวกาศ หรือประมาณ 13000 ล้านปีก่อน หากกล้องทำงานได้ปกติ เราก็จะได้ข้อมูลต้นกำเนิดของอวกาศมากขึ้น ซึ่งเราต้องลุ้นให้กล้องทำงานได้ไม่ผิดพลาด

เทคโนโลยีหลายอย่างถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อสร้างกล้องตัวนี้ มีเรื่องน่าสนใจหลายหัวข้อ ถ้าให้เขียนจากความทรงจำที่เคยดูผ่านๆตา ก็จะมีส่วนของฉนวนแสงอาทิตย์ ที่ทำหน้าที่กันความร้อนจากด้านที่รับแสงไม่ให้ส่วนของการรับภาพและวงจรต่างๆโดนความร้อนเลย ซึ่งจะเป็นผ้าใบ 5 ชั้น

การรับภาพของเจมส์เว็บบ์จะอาศัยเทคนิคการรับภาพแบบกล้องนิวโทเนียน คือรับแสงสะท้อน แต่จะเป็นแสงอินฟาเรด การรับแสงสะท้อนต้องอาศัยกระจกสะท้อนที่มีความเรียบมากๆเพื่อความแม่นยำ เพราะแสงที่เดินทางมาไกลระดับ 13000 ล้านปีแสง จะถือเป็นระยะทางที่ไกลที่สุดเท่าที่มีในเอกภพ ดังนั้นการเบียงเบนเล็กน้อยก็ทำให้รับแสงผิดพลาด ความเรียบของผิวสะท้อนนั้นฉาบด้วยทองคำ และมีความเรียบระดับที่ ถ้าขยายกระจกให้ใหญ่เท่ากับประเทศไทยถึงญี่ปุ่น ส่วนไม่เรียบของกระจกจะสูงกว่าพื้นเรียบไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น

ที่ตัวสะท้อนแสงกลับไปกลับมาเพื่อเข้าสู่เซ็นเซอร์รับภาพ จะมีกระจกรวมแสง(หรือเลนส์รวมแสง) อีกตัวหนึ่งก่อนถึงเซ็นเซอร์ที่จะทำหน้าที่เป็นตัว image stabilizer หรือตัวกันสั่น ที่ช่วยให้การรับภาพมีความคมชัดยิ่งขึ้น อาจเป็นกล้องดูดาวตัวแรกของโลกที่มีระบบกันสั่นในแบบเดียวกับกล้องถ่ายภาพ

การประกอบตัวกล้องจะต้องมีการทดสอบชิ้นส่วนน็อตทุกตัวชิ้นส่วนต่างๆทุกชิ้นส่วนต้องผ่านการทดสอบในห้องลดอุณหภูมิไปอยู่ที่ระดับติดลบมากๆเสียก่อน เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ผิดพลาด เพราะเราออกไปซ่อมกล้องตอนที่เราปล่อยไปแล้วไม่ได้

การปรับมุมเอียงไปเอียงมา การหมุนตัวของกล้อง จะใช้ไจโรสโคป3ตัว หมุนเพื่อสร้างแรงเหวี่ยงให้มีการหมุนตามที่ต้องการ เป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ของโมเม้นที่เกิดจากการหมุน

ยังมีแง่มุมอื่นๆอีกมากที่เป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เราต้องใช้กับกล้องอวกาศตัวนี้ ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะทะยอยเอามาลงเพิ่มครับ และตอนนี้เจ้ากล้องตัวนี้เดินทางไปถึงไหนแล้ว ก็ลองแวะดูที่ลิงค์นี้ได้ครับ

Source: Where Is Webb? NASA/Webb

หลังจากผ่านไปครึ่งปี วันที่ 12jul2022 เราก็ได้เห็นภาพที่ตั้งใจถ่ายจากกล้อง James webb กันแล้วคือภาพนี้

NASA’s Webb Delivers Deepest Infrared Image of Universe Yet

ลองทำหนังสืออ่านเล่น

หลังจากที่ได้เขียนบล๊อกแห่งนี้มาประมาณสิบปี มีบทความหลากหลายชนิด ก็เลือกบางอย่างมารวมเป็นเป็นเล่ม แล้วลองจัดวางออกแบบให้เป็นหนังสือ เนื้อหาที่เลือกมาจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอวกาศและดวงดาว เป็นการรวมเรื่องมาใส่หนังสือทันทีเลย ยังไม่ได้ปรับแต่ง หรือดัดแปลงสิ่งที่เขียน เพราะอยากรู้ว่า เนื้อหาเกี่ยวกับดวงดาวที่เคยเขียนนั้นจะเยอะพอไหมสำหรับการรวมเล่มเป็นหนังสือ

IMG_20211020_072459

เมื่อลองพิมพ์เป็นเล่มออกมาก็ได้หนังสือความหนาประมาณ 65หน้า โดยมีรูปประกอบอยู่บ้าง ด้วยความที่มีเครื่องพิมพ์ดิจิทัลใช้งานอยู่ การพิมพ์หนังสือแค่เพียง 1 เล่มเพื่อทำเป็นตัวอย่างก็เป็นเรื่องง่าย แถมยังมีเครื่องไสกาวอีกด้วย ทำให้หนังสือแบบพ็อกเก็ตบุ๊คเข้าเล่มไสสันทากาวแบบนิตยสารก็ทำได้ไม่ยากเลย

ลองเอาหนังสือให้ลูกอ่าน ลูกก็อ่านแล้วยิ้มๆ บางตอนเป็นเนื้อหาที่พ่อคุยกับลูกในตอนที่เขาอายุสัก 6 ขวบ พอมาอ่านตอน 9 ขวบ บางตอนก็ทำให้เขาหันหน้าขึ้นมายิ้ม แล้วถามกลับมาว่า วันนั้นพ่อหลอกเขาเหรอ ผมก็บอกเปล่า บางเรื่องตอนนั้นต้องเล่าแบบนั้น งานเขียนต้องเลือกเขียนสิ่งที่น่าอ่าน งานเล่าต้องเล่าสิ่งที่น่าฟัง มารยาของช่างภาพก็ต้องทำให้ภาพสวย มารยาของนักเขียนก็ต้องชักจูงให้คล้อยตาม บรรยายให้เห็นภาพ งานหนังสือเป็นงานศิลปะการเล่าเรื่อง

เนื้อหาในหนังสือตามภาพคือเรื่องนี้

ดูดาวเสาร์ ต้องใช้กล้องดูดาว

ท้องฟ้ากลางคืนมีดาว คนในอดีตดูดาวกันจนเกิดความรู้ต่างๆมากมาย หากเราอยากดูดาวให้ชัดเจนเหมือนอย่างที่นักวิทยาศาสตร์โบราณทำก็ต้องใช้กล้องดูดาว กาลิเลโอเคยใช้กล้องดูดาวส่องท้องฟ้า แล้วก็ค้นพบ ดาวเสาร์ ดาวพฤหัส รวมถึงดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัส นักดาราศาสตร์ยุคใหม่ระดับมืออาชีพดูดาวด้วยจอภาพคอมพิวเตอร์ โดยจะได้ภาพดาวจากกล้องดูดาวขนาดใหญ่โตอลังการ กล้องดูดาวบางตัวลอยอยู่ในอวกาศส่งภาพกลับมายังห้องทำงานของนักดาราศาสตร์

ชาวบ้านอย่างเราก็สามารถดูดาวได้ สามารถสัมผัสความรู้สึกของกาลิเลโอได้ กล้องดูดาวที่จะใช้ดูดาวเสาร์อาจจะมีกำลังขยายแค่ประมาณ 50-75 เท่า ก็พอจะเห็นดาวเสาร์แล้ว พอจะดูรู้ว่ามีวงแหวน พอจะเห็นดาวพฤหัสเป็นก้อนใหญ่ๆและมีดวงจันทร์บริวารให้เห็น 4 ดวง แต่ก็ต้องลุ้นกับการโคจรรอบดาวพฤหัสและบางเวลาก็อาจจะหลบไปอยู่ด้านหลังดาวพฤหัส ราคากล้องดูดาวระดับเริ่มต้นสำหรับกำลังขยายประมาณ 75 เท่า ก็อยู่ในระดับที่จ่ายไหว ราคาในเมืองนอกอยู่ที่ 50-100 ดอลล่าร์ เมืองไทยก็แล้วแต่ผู้นำเข้าหรือผู้หิ้วว่าจะสั่งมาแล้วขายเท่าไหร่ หรือหากจะสั่งตรงกับเว็บขายของก็สั่งได้ตามสะดวก

IMG_20210703_234429

ผมใช้กล้องดูดาว firstscope ของ celestron ราคา 59 ดอลล่าร์ กล้องตัวนี้เป็นกล้องระดับเริ่มต้น สำหรับคนที่สนใจอยากดูดาวด้วยงบประมาณไม่มาก และมันเล็กจนพกพาเคลื่อนย้ายได้ง่าย แต่หากต้องการคุณภาพมากกว่านี้ก็ให้หาสิ่งที่แพง ขึ้นไปอีกตามกำลัง และทุกตัวที่แพงกว่านี้ก็น่าจะดีกว่านี้ ยิ่งจ่ายมาก ยิ่งได้เห็นภาพที่ใหญ่มาก

ภาพดาวเสาร์ที่ถ่ายมาผมใช้โทรศัพท์มือถือเล็งที่ช่องมองภาพของกล้องดูดาว แล้วคร็อปเอาภาพที่เป็นจุดดาวมาขยาย เราก็จะเห็นก้อนวงรีที่ดูมัวๆนิดหน่อย แต่เมื่อปรับแต่งภาพ ลดความสว่างของภาพให้มืดลง แสงฟุ้งเบลอน้อยลง ก็จะปรากฏเป็นภาพดาวเสาร์พร้อมวงแหวนที่ทำให้เราดูแล้วน่าตื่นเต้น ตอนมองด้วยตาในกล้องดูดาวเราก็ตื่นเต้นมากๆอยู่แล้ว และยิ่งถ่ายภาพออกมาได้ก็ยิ่งตื่นเต้นเพิ่มขึ้น ความรู้สุึกว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งของวงการวิทยาศาสตร์ เราได้เห็นในสิ่งที่กาลิเลโอเห็นมันตื่นเต้น บอกเล่ายังไงก็ไม่เท่ากับการสัมผัสด้วยตัวเอง

หากสนใจหากล้องดูดาวใช้ ลองอ่านรีวิวกล้องตัวนี้ได้ครับ firstscope

First Travelling Telescope

solar-system-439046_960_720

ท่องเที่ยวแบบมีกล้องดูดาวติดไปด้วย พร้อมกับสอนให้เด็กได้รู้จักโลก ดาวเคราะห์และมีโอกาสได้ดูดาวผ่านกล้องดูดาว ถ้าได้เห็นดาวเคราะห์บางดวงด้วยตาตัวเองน่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้ นับหนึ่งกันกับทริปนี้

2019-11-01_04-57-29

เพื่อให้ทริปเที่ยวและดูดาวครั้งนี้มีอะไรติดหัว และติดมือกลับไปด้วย เราก็ทำสมุดโน้ตเล่มเล็กๆ มีสติ๊กเกอร์รูปดวงดาวต่างๆ พร้อมด้วยสติ๊กเกอร์ขาวเอาไว้ให้ระบายสีเล่น และพบว่าเด็กทุกคนยกมืออยากได้ บางคนอยากได้มากกว่า 1 เล่มเสียด้วย

น่าเสียดายที่ช่วงเวลาหัวค่ำมีเมฆปกคลุมเยอะจนไม่เห็นดาวพฤหัสและดาวเสาร์ วงโคจรของดาวสองดวงนี้ในเดือนพฤศจิกายนจะดูได้ตอนหัวค่ำ และพอดึกมากๆดาวก็จะเคลื่อนต่ำลงจนพ้นเส้นขอบฟ้าไป ส่วนดวงจันทร์ก็มีเมฆบังโดยส่วนใหญ่ มีบางเวลาที่ดวงจันทร์โผล่มาให้เห็นบ้างเล็กน้อย ส่วนดาวพฤหัสที่จะมีความสว่างที่สุดในท้องฟ้าก็โผล่มาให้ถ่ายรูปเล่นช่วงหัวค่ำแค่ไม่กี่นาที แล้วก็โดนเมฆบังแทบตลอดเวลา

IMG_0374

ตอนเกือบเที่ยงคืน เมฆเริ่มหายไป ดาวเต็มฟ้าก็มาให้เราดู มีดาวที่เรารู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้างเต็มไปหมด ปิดไฟบ้านพักแล้วก็มองกันให้สบายตา ดาวที่มองหาได้ง่ายบนท้องฟ้าคือดาวเหนือ การหาดาวเหนือโดยที่เราไม่รู้มาก่อนว่าทิศเหนืออยู่ด้านไหน เราจะต้องหาดาวรูปตัว M หรือ กลุ่มดาวค้างคาว และ จินตนาการลากเส้นบางเส้นจากจุดหักมุมของตัว M แล้วลากเส้นสมมุตในใจ อ่านแค่นี้ไม่มีใครเข้าใจ แต่ถ้าเราไปชี้ให้ดูที่ท้องฟ้าจริงๆ ก็จะพบว่าไม่ซับซ้อน สุดท้ายเราจะได้เส้นทีวิ่งไปแตะดาวสว่างดวงหนึ่ง ดาวดวงนั้นคือดาวเหนือ

IMG_0383

ใครอยากดูดาวในช่วงหน้าหนาว ลองติดตามข้อมูลของหอดูดาวแห่งชาติได้ เพราะกิจกรรมดูดาวจะนิยมจัดกันในช่วงนี้ซึ่งน่าจะมีทุกสัปดาห์เลย หรือมาร่วมทริปกับพวกเรา เราจะนำกล้องดูดาวและความรู้มาเสิร์ฟให้ถึงหน้าที่พักเลย

pockethifi podcast

คลิปเล่าให้ฟังตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูล ให้ความรู้ ฟังเพื่อแก้เบื่อ ฟังตอนรถติด ฟังแล้วเอาไปเล่าให้ลูกฟังต่อได้ เป็นเนื้อหาสำหรับพ่อแม่ที่อยากจะมีเรื่องไปเล่าให้ลูกฟัง

กล้องดูดาวตอนที่ 1

ติชมได้นะครับ

ดาวพฤหัสใกล้โลก พ.ศ. 2562 และดวงจันทร์ทั้งสี่

ดาวพฤหัสหรือ jupiter เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 5 ในระบบสุริยะจักรวาลของเราที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางและโลกเราเป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 3 ดาวพฤหัสเป็นดาวขนาดใหญ่ที่สุดในระบบดาวของเรา และมีมวลมากที่สุดด้วย ขนาดของดาวพฤหัสใหญ่กว่าโลก 11 เท่า นั่นหมายความว่าถ้ามองในแง่ปริมาตร ดาวพฤหัสจะใส่โลกได้ประมาณ 1 พันใบ ดาวพฤหัสจะโคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลาประมาณ 12 ปี

ในปี คศ 1609 หรือกว่าสี่ร้อยปีที่แล้วกาลิเลโอสร้างกล้องดูดาวขึ้นมา และเฝ้ามองท้องฟ้า จดบันทึกทุกสิ่งที่มองเห็น กาลิเลโอบอกโลกเราว่า ดาวพฤหัสมีดวงจันทร์บริวาร 4 ดวง ซึ่งปัจจุบันดวงจันทร์ที่กาลิเลโอค้นพบมีชื่อว่า ไอโอ แกนี่มีด ยูโรป้า คาลิสโต้ ซึ่งเป็นเพียง 4 ดวงที่เด่นชัดมองเห็นจากโลกของเรา แต่ดวงจันทร์ทั้งหมดของดาวพฤหัสมีประมาณ 63 ดวง แถมยังมีการค้นพบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน

sidjupiter4

ภาพวาดที่กาลิเลโอวาดเอาไว้เมื่อตอนที่เขาเริ่มสังเกตุท้องฟ้าและดวงดาว

ดาวพฤหัสเป็นดาวขนาดใหญ่ มองเห็นจากโลก ในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ดาวพฤหัสจะสว่างมากที่สุดบนท้องฟ้า ยิ่งในช่วงเวลาที่โลกและดาวพฤหัสโคจรอยู่ใกล้กัน ดาวพฤหัสก็จะยิ่งสว่างมากขึ้นไปอีก มองด้วยตาเปล่าเราจะเห็นดาวสว่างดวงเดียว แต่ถ้ามองด้วยกล้องดูดาวที่มีอัตราขายประมาณ 50-75 เท่า เราก็จะเห็นจุดสว่างอีก 4 จุดใกล้ๆดาวพฤหัส ซึ่งมันคือดวงจันทร์บริวารทั้ง 4 นั่นเอง และอาจมีบางช่วงเวลาที่ดวงจันทร์บางดวงโคจรอยู่หลังดาวพฤหัส ทำให้บางวันเราก็อาจเห็นไม่ครบ 4 ดวง

เหตุการณ์ดาวพฤหัสใกล้โลกเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนปี 2562 ซึ่งห่างจากการใกล้กันเมื่อคราวที่แล้ว 13 เดือน ก็คือย้อนกลับไปเมื่อเดือน พฤษภาคม2561 เราก็จะพบเหตุการณ์ดาวพฤหัสใกล้โลก และ ย้อนกลับไปอีก 13 เดือน ซึ่งตรงกับเดือนเมษายน2560 ก็จะมีเหตุการณ์ดาวพฤหัสใกล้โลกอีกเช่นกัน เหตุการณ์ดาวพฤหัสใกล้โลกเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เป็นแบบนี้มานานเป็นล้านปี และจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานนับล้านปี เพราะช่วงชีวิตมนุษย์โลกสั้นมาก แต่ช่วงชีวิตของดาวนั้นยาวนานจนเหมือนไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

openbox Celestron FirstScope

IMG_0144
กล้องดูดาว celestron รุ่น firstscope

กล้องดูดาว FirstScope ของ Celestron เป็นกล้องดูดาวระบบนิวโทเนี่ยน ขนาดเล็กกำลังน่ารัก เหมาะกับการพกพาไปดูดาวในสถานที่ต่างๆ ความเล็กของมันทำให้เราสามารถหากระเป๋าหรือเป้มาแบกมันไว้ สะพายหลังไปดูดาวนอกสถานที่ได้ง่ายดาย กล้องรุ่นนี้เหมาะกับนักดูดาวระดับเริ่มต้น เหมาะกับคนที่ยังไม่รู้ว่าเราจะชอบดูดาวจริงไหม ผมตั้งใจหามาเพื่อดูดาวร่วมกับลูก กำลังคิดว่าจะดูจากในรถยนต์เลยด้วย เพราะจะได้ไม่ต้องไปให้ยุงกัด

OPTICAL TUBE INFO:
Optical DesignNewtonian Reflector
Aperture76mm (2.99″)
Focal Length300mm (12″)
Focal Ratio3.95
Focal Length of Eyepiece 120mm (0.79″)
Magnification of Eyepiece 115x
Focal Length of Eyepiece 24mm (0.16″)
Magnification of Eyepiece 275x
Highest Useful Magnification180x
Lowest Useful Magnification11x
Limiting Stellar Magnitude11.9
Resolution (Rayleigh)1.83 arc seconds
Resolution (Dawes)1.53 arc seconds
Light Gathering Power (Compared to human eye)118x

ข้อมูลจาก celestron บอกไว้ว่า กล้องตัวนี้ มีขนาดกระจกสะท้อนแสง 76มม. มีทางยาวโฟกัสของกระจกอยู่ที่ 300 มม. และ ให้เลนส์ตา หรือ eyepiece มา 2 ชิ้น ชิ้นแรกมีทางยาวโฟกัส 20มม. ชิ้นที่2 มีทางยาวโฟกัส 4 มม. แปลว่า ถ้าเราใส่เลนส์ตา 20 มม. กล้องตัวนี้จะมีกำลังขยาย 300/20 = 15เท่า และถ้าใส่เลนส์ตา 4มม. กำลังขยายจะกลายเป็น 300/4 = 75 เท่า

อัตราขยาย 75เท่า เพียงพอจะทำให้เรามองเห็นดาวเสาร์และวงแหวนของดาวเสาร์ได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังได้เห็นดาวพฤหัส และดวงจันทร์ของดาวพฤหัสอีก 4 ดวงด้วย กล้อง firstscope เหมาะแก่การดูดาวเคราะห์มาก ซึ่งการดูดาวเคราะห์ให้พอเห็นนั้นทำได้ในทุกๆที่ ไม่จำเป็นต้องเข้าป่าลึก หรือ หลบแสงสว่างจากเมืองหลวง

ลองดูวิดีโอแนะนำตัว FirstScope จาก celestron

ขอเล่าประวัติกล้องดูดาวอย่างย่อ

กล้องดูดาวถูกสร้างครั้งแรกโดยกาลิเลโอ ในปี คศ 1609 เป็นกล้องระบบหักเหแสง ส่วนกล้องดูดาวระบบนิวโทเนี่ยนถูกสร้างในปี คศ 1668 โดยไอแซคนิวตัน กล้องดูดาวนิวโทเนี่ยนเป็นกล้องที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความเบลอ ความคลาดสี และปรับปรุงให้มีขนาดที่เล็กลงในอัตราขยายที่เท่ากัน และกล้องระบบนิวโทเนี่ยนก็ได้ครับความนิยมสร้างกันเป็นจำนวนมาก กล้องขนาดใหญ่ระดับหนึ่งเมตรหรือมากกว่าจะเป็นกล้องระบบนิวโทเนี่ยนทั้งหมด

galileo_telescope
กล้องดูดาวของ galileo คาดว่าเป็นตัวจำลองมาจากของจริง

tele_newton_big
กล้องดูดาวของไอแซคนิวตัน

กล้องดูดาว Firstscope เมื่อตอนใช้งาน ขนาดเล็กมาก เราสามารถใช้กล้องนี้ตั้งที่ไหนก็ได้เพื่อดูดาวเคราะห์ แม้แต่ในกรุงเทพ ในบ้าน เราก็ดูดาวเสาร์ได้ มองเห็นวงแหวนดาวเสาร์แน่นอน

Telescope
IMG_1502

ดูดาว 16may2019

วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 เวลาประมาณ 23.59 น. ดูท้องฟ้าด้านทิศตะวันออก จะเห็นดาวเสาร์ที่มุมเงิยประมาณ 30องศา ดาวเสาร์ยังมีวงแหวนอยู่อย่างชัดเจน ส่วนดาวพฤหัสที่ช่วงเวลาเดียวกันจะอยู่สูงเกือบจะเป็นมุมเงย 60องศา ที่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ปีนี้ดาวพฤหัสน่าจะใกล้โลกพอสมควร เพราะภาพที่เห็นในกล้องดูดาวให้ขนาดดาวที่เห็นเป็นเม็ดกลมๆ มีริ้วๆบางๆ ไม่ได้เห็นเป็นจุดแบบดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลๆดวงอื่น และเราได้เห็นดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัส 2 ดวง ซึ่งหากเทียบกับปีที่แล้ว เราสามารถเห็นได้ถึง 4 ดวง อาจจะเป็นเพราะท้องฟ้ามีเมฆเยอะ หรือฝุ่นเยอะ หรือ ดวงจันทร์อาจโคจรอยู่ด้านหลังดาวพฤหัสก็เป็นได้

ภาพปรากฏการณ์ท้องฟ้าจากเว็บของสมาคมดาราศาสตร์สำหรับเดือนพฤษภาคม 2562

คุยกับลูก – เรื่องฝุ่นและรถยนต์ไฟฟ้า

IMG_0589

ระหว่างทางขับรถไปโรงเรียน  ลูกกับพ่อก็คุยกันเรื่องฝุ่น

 

พ่อ  ขอบฟ้าเห็นไหม ฝุ่นเยอะมากเลย แสงแดดส่องลงมาได้นิดเดียวเอง นี่คือสาเหตุที่ทำให้เราต้องใส่หน้ากากจะได้ไม่ป่วย

ขอบฟ้า นี่คือฝุ่นเหรอ

พ่อ  ใช่  แดดส่องลงมาแล้วโดนฝุ่นกั้นไว้ แสงแดดส่องไม่ถึงพื้น  ไฟถนนยังไม่ปิดเพราะ วงจรไฟฟ้าที่เปิดปิดอัตโนมัติมันจะสั่งปิดถ้าแสงสว่างเยอะ แสงเยอะหมายถึงกลางวัน  ไฟก็จะปิด  แต่ตอนนี้แดดส่องน้อย ตัวสั่งงานมันได้แสงน้อยมันก็ยังนึกว่าไม่สว่าง ไฟก็เลยยังติดอยู่

ขอบฟ้า  แล้วฝุ่นมาจากไหนเหรอครับ

พ่อ  มาจากท่อไอเสียรถยนต์ปล่อยควันพิษออกมา  แล้วก็มาจากโรงงานอุตสาหกรรมด้วย  ขอบฟ้าอาการฝุ่นเยอะ แดดส่องไม่ถึงพื้นนี่ มันเหมือนเมื่อตอนอุกาบาตชนโลก แล้วทำให้ระเบิด ทำให้ภูเขาไฟระเบิดด้วย ทำให้เกิดควันไฟมหาศาล  ฝุ่นและควันก็กระจายขึ้นฟ้าเยอะมาก  จนมันบังแสงจากดวงอาทิตย์ แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึงพื้นโลก

ขอบฟ้า …. ฟังอย่างตั้งใจ…..

พ่อพูดต่อ   พอแสงอาทิตย์ส่องไม่ถึงพื้น  ต้นไม้ก็ผลิตอาหารและอ๊อกซิเจนไม่ได้ ต้นไม้ก็ตาย  ไดโนเสาร์กินพืชก็ไม่มีอาหาร ก็ตายตามมา  ไดโนเสาร์กินเนื้อก็ไม่มีไดโนเสาร์กินพืชให้กิน ก็ตายตามกันมาอีก ในที่สุดก็ตายหมดโลกเลย

ขอบฟ้า  นี่เรากำลังจะตายใช่ไหม

พ่อ  ไม่หรอกครับ  ตอนไดโนเสาร์ตาย มันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกระทันหัน  แล้วไดโนเสาร์ไม่มีสมองที่จะคิดแก้ปัญหามันก็เลยตาย  แต่คนเรามีสมอง เรายังแก้ปัญหาได้  ตอนนี้คืออากาศเริ่มต้นสกปรก  เรายังทำให้มันไม่สกปรกได้ พอเราลดความสกปรกลง อากาศก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม

ขอบฟ้า ลดยังไง?

พ่อ  ก็ลดการใช้พลังงาน ลดการใช้รถยนต์ลง รถยนต์จะได้ปล่อยไอเสียน้อยลง  ไม่ขับพร่ำเพรื่อ  ขับเมื่อจำเป็นเท่านั้น

ขอบฟ้า  แต่เราก็ต้องใช้รถอยู่ดี

พ่อ  ใช่ เรายังมีเรื่องจำเป็นต้องใช้ แต่เราก็ลดการใช้ลงได้บ้าง เช่น  แทนที่จะไปกันสองคัน ก็นั่งรวมกันไปคันเดียว แบบนี้ลดได้ครึ่งนึง

ขอบฟ้า  อย่างนี้ให้นั่งรถโพลี่เลย  จะได้ไปกันได้หลายคน

พ่อ   ใช่ครับ ถ้ารวมกันไปคันเดียว เราก็ลดการใช้พลังงานได้  ลดการใช้น้ำมันได้  ลดควันจากท่อไอเสียได้

ขอบฟ้า  อ๋อ แบบนี้เราก็ต้องใช้รถไฮโดรเจน(โตโยต้า มิไร)

พ่อ  ถูกต้อง สุดท้ายเราควรไปใช้รถที่ไม่ปล่อยควันพิษ เช่นรถไฟฟ้า รถไฮโดรเจนนั่นแหละ

ขอบฟ้า  แล้วทำไม รัฐมนตรี ถึงไม่บอกให้เลิกใช้รถน้ำมันล่ะ

พ่อ  คนนั้นเขาไม่ใส่ใจ  คนทำงานบางคนก็ไม่มีความรู้ ไม่มีสติปัญญา หรือบางทีเขาลืมทำ  (จริงๆจะบอกว่าไอ้นั่นมันปล้นตำแหน่งมา  มันคิดจะทำอะไรดีๆไม่ได้อยู่แล้ว)

ขอบฟ้า  ถ้าบอกให้เลิกใช้น้ำมัน เดี๋ยวควันพิษก็น้อยลง

พ่อ  มันคงมีเหตุผลหลายอย่างที่ยกเลิกน้ำมันทันทีไม่ได้  แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือ เราต้องเริ่มจากตัวเรา  เราจะไปรอให้รัฐมนตรีสั่งการ ไปรอให้คนอื่นทำไม่ได้หรอก  เราต้องทำของเราเอง  แล้วคนทุกคนก็ค่อยๆทำส่วนของตัวเอง  เราลดการใช้น้ำมันลง  เราลดการใช้พลังงานคนละนิด  โลกก็จะดีขึ้น

ขอบฟ้า  ครับ

พาลูกดูดาว ที่ฉะเชิงเทรา

IMG_4844

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา จัดกิจกรรม ครอบครัวดาราศาสตร์ ในช่วง 15-16 ธันวาคม 2561 โดยการลงทะเบียนจอง มีโควต้า 120 คน กำหนดการเริ่มจองจะประกาศล่วงหน้า บ้านที่ส่งอีเมลจองทันเวลาจะได้รับสิทธิ์ได้เข้าร่วมกิจกรรม และจะต้องเตรียมเต๊นท์ไปเอง เพราะกิจกรรมจะนอนค้างที่หอดูดาว 1 คืน ปีนี้จัดเป็นปีที่ 2

ค่ายครอบครัวดาราศาสตร์2561
IMG_20181215_095818_1

หอดูดาวที่จัดงานอยู่ฉะเชิงเทรา ผมออกจากบ้าน 7.00 น. ขับรถแวะเติมน้ำมัน ขับไปเรื่อยๆเพราะไม่รู้เส้นทาง เปิด googlemaps ขับตามไปเรื่อยจนถึง มีเส้นทางแยกที่ทำให้สับสนนิดหน่อยแต่ก็ไปจนถึงทันเวลานัดหมาย กิจกรรมเริ่ม 9.00 น. วันเสาร์

IMG_20181215_090932
IMG_4907

กิจกรรมก็จะเน้นความรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ มีเรื่องน่าสนใจหลายเรื่อง สิ่งที่ขอบฟ้าชอบมากที่สุดในแคมป์ครั้งนี้คือการได้ทำจรวดขวดน้ำ ได้ออกแบบ ได้คิด โจทย์ของจรวดขวดน้ำจะเพิ่มการบรรทุกไข่นกกระทาสองฟองไปกับจรวดด้วย ซึ่งจรวดที่วิ่งออกไปตกลงพื้นจะต้องไข่ไม่แตก เป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก ขอบฟ้าเลือกที่จะให้สร้างจรวจแบบที่มีชิ้นส่วนร่อนลงจอดแบบมีร่มชูชีพ ทำให้การลงจอดของไข่ช้าลง ส่วนพ่อก็สร้างตามที่ลูกคิด

IMG_4783
IMG_4799
IMG_4800

อีกกิจกรรมที่ได้ความรู้ชั้นดีคือการสร้างดาวหาง ซึ่งมีส่วนประกอบทางกายภาพที่เหมือนดาวหางจริงๆ ในทางวิทยาศาสตร์ ดาวหางคือก้อนน้ำแข็งโสโครก การสร้างก้อนแบบนี้จะต้องใช้ สารอินทรีย์จากดิน กาแฟ น้ำ แอมโมเนีย น้ำแข็งแห้ง และสุดท้ายดาวหางก็อยู่ในมือพวกเรา ได้เห็น ได้จับ การเรียนรู้แบบนี้น่าจะได้รับการจดจำไปอีกนาน

IMG_4776

ได้ใช้กล้องดูดาวระดับกึ่งอาชีพ เป็นกล้องดูดาวขนาดใหญ่ โอบไม่รอบ ได้จับ ได้ปรับ ได้ทดลองใช้ตัวจริง กล้องดูดาวชนิดดร็อบโซเนียนรุ่นนี้ได้รับการแจกจ่ายไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ นอกจากนี้การได้เห็นกล้องดูดาวยักษ์บนหอดูดาวซึ่งตัวกล้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางของกระจกรับภาพ 0.7 เมตร เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ซึ่งตัวที่ใหญ่กว่านี้จะอยู่ที่เชียงใหม่โดยมีขนาด 2.4เมตร แต่แค่ 0.7 เมตรที่ฉะเชิงเทราก็สร้างความตื่นเต้นสำหรับคนดูได้มากอยู่แล้ว

IMG_4838
IMG_20181216_054455

การกางเต๊นท์ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเด็ก เพราะได้เรียนรู้ว่าเราสามารถนอนพักที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องพักโรงแรม ทริปนี้ยังขาดประสบการณ์การทำอาหารกินอีกเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้ทำ เพราะทีมจัดกิจกรรมดูแลเรื่องของกินครบถ้วนทุกมื้อ อาหารว่างก็ครบ กาแฟมีตลอดเวลา นับว่าเป็นค่ายที่มีความพร้อมในการจัดงานดีมาก ขอชื่นชมทีมงานของหอดูดาวทุกคน

IMG_4752

สถานที่แห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ มีท้องฟ้าจำลอง มีการฉายวิดีโอและสไลด์เกี่ยวกับดวงดาวต่างๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความรู้อีกแหล่งหนึ่งใกล้กรุงเทพ เหมาะกับการพาเด็กมาเที่ยวอย่างมาก

IMG_4822
IMG_4847
IMG_4876
IMG_4889
IMG_20181216_130817

สุดท้าย ไข่ในจรวดของขอบฟ้า ไม่แตก

7sep2018 ดาวเสาร์ยังมองเห็นได้ตอนสามทุ่ม

ผมเริ่มดูดาวกับลูกมาตั้งแต่ต้นปี น่าจะเป็นช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ซึ่งในเดือนนั้นผมจะดูดาวเสาร์ในเวลาประมาณ 05.00 น. ส่วนในช่วงเดือนกันยายน ผมเห็นดาวเสาร์ช่วงเวลาประมาณ 20-21.00 น. ในทิศที่สูงเกือบตั้งฉากจากพื้นโลก เดาว่าตอนหัวค่ำก็จะเห็นเตี้ยกว่านี้เล็กน้อย โดยตลอดเดือนที่ผ่านมา กรุงเทพมีฝนตกตอนเย็นตลอดเกือบทุกวัน เมฆก็หนาจนแทบไม่เห็นดาว เพิ่งจะมีวันนี้ที่ได้เห็นอยู่ไม่กี่ชั่วโมง

PHOTO_COLLAGE1536337316650

การถ่ายภาพดาวเสาร์เป็นเรื่องที่ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางเยอะ ซึ่งผมไม่ได้ลงทุนกับสิ่งเหล่านี้ อาศัยเพียงเอาโทรศัพท์มือถือถ่ายลงไปที่ช่องมองภาพของกล้องดูดาว แล้วก็ขยับไปมาเล็กน้อยให้มีภาพเป็นจุดในมือถือ แล้วก็พยายามถ่ายให้ไม่สั่น แล้วเอามาขยายดู

Saturn

Screenshot_20180907-211531

ภาพดาวเสาร์จากกล้องมือถือก็ให้คุณภาพไม่ชัดเลย เห็นเป็นเพียงวงรีเบลอๆ ซึ่งหากมองด้วยตาผ่านกล้องดูดาว เราจะเป็นดาวเสาร์และวงแหวนชัดเจน แต่ไม่ได้ภาพที่ใหญ่นัก มันเป็นเพราะกล้องดูดาวของผมเป็นรุ่นราคาต่ำ และดาวเสาร์เริ่มอยู่ไกลจากโลกเรามากกว่าเมื่อต้นปี

โลกเราหมุนรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 1 ปี ในเวลา 6 เดือนที่ผ่านไปก็จะหมายถึงโลกเราเคลื่อนที่ไปอยู่ตรงกันข้ามกับตำแหน่งเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว เรียกได้ว่า ตอนที่ดาวเสาร์อยู่ใกล้โลก เราจะเห็นดาวเสาร์ใหญ่มากในกล้องดูดาว และในอีก 6 เดือนต่อมาเราจะเห็นดาวเสาร์เล็กลงไปมาก และที่สำคัญเวลาที่จะดูดาวเสาร์ก็จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และมีดวงอาทิตย์คั่นตรงกลางด้วยในบางเวลา นั่นแปลใหม่ได้ว่า ดาวเสาร์ขึ้นตอนกลางวัน และต้องรอพระอาทิตย์ตก เราถึงจะเห็นดาวเสาร์อยู่กลางฟ้า

มันโรแมนติคหรือเหงาก็ไม่แน่ใจ ความรู้สึกเหมือนกำลังฟังเพลง ไฟกับตะวัน “ไฟ กับประกายของแสงตะวัน ฉันจึงไม่สงสัย เธอย่อมจะโยนดวงไฟ และคงไม่คิดกลับคืน”