ขุดฟิล์มเก่า 6x6cm มาดูภาพ

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มในยุคที่ดิจิทัลเบ่งบานนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะร้านขายฟิล์มก็น้อยลง ร้านล้างอัดก็น้อยลง และยิ่งหากเป็นการถ่ายภาพขาวดำด้วยแล้ว ยิ่งหาร้านล้างฟิล์มได้ยากมาก คนถ่ายภาพขาวดำแทบจะต้องหัดล้างฟิล์มเองด้วย เพราะการล้างฟิล์มขาวดำมักจะต้องทำด้วยมือ และร้านล้างฟิล์มส่วนมากก็ไม่อยากทำแล้ว

IMG_20210610_080758

ฟิล์มขาวดำชนิดสัดส่วน 6x6cm นั้นเป็นระบบการถ่ายภาพที่เป็นที่นิยมในวงการมืออาชีพ เพราะการได้ฟิล์มใหญ่คือข้อได้เปรียบของอัดภาพ สแกนภาพ และกล้องที่จะใช้กับฟิล์ม 6x6cm หรือ บางคนเรียกว่าฟิล์ม 120 ก็จะเป็นกล้องขนาดเทอะทะมาก ส่วนการล้างฟิล์มด้วยตัวเองก็เป็นเรื่องลำบากมากกว่าฟิล์ม 135 เพราะว่า ฟิล์มใหญ่ ต้องใช้รีลใหญ่ แท็งค์ใหญ่ ใช้น้ำยาเยอะ 2 เท่าเมื่อเทียบกับฟิล์ม 135 นั่นแปลว่า เราต้องซื้อแท็งค์ใหญ่ รีลใหญ่ที่อาจจะไม่ค่อยได้ใช้นั่นเอง

1623306934107-01

ฟิล์มขาวดำ Kodak Tmax ความไว 100 ล้างด้วยน้ำยา Forte ผมจำไม่ได้แล้วว่าล้างที่อุณหภูมิเท่าไหร่ และนานกี่นาที กว่าจะพันฟิล์มเข้ากับรีลสแตนเลสโดยทุกอย่างทำในถุงมืดนั้นก็เป็นเรื่องที่ทำยากมาก ต้องฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อจะล้างฟิล์มแค่ 1 ม้วน วิธีฝึกก็ไม่ซับซ้อน เอาฟิล์ม 120 ม้วนอื่นที่ราคาถูก มาทดลองม้วนเข้ารีลสแตนเลสให้เห็นด้วยตาเลย ฟิล์มม้วนนั้นก็จะเสียไปเพราะโดนแสงไปแล้ว แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้เราก็ไม่มีฟิล์มที่จะฝึก จะเอาฟิล์มที่ถ่ายมีภาพแล้วไปฝึกก็ไม่ได้เพราะเราเสียดายภาพ เสียดายโอกาสที่จะได้ถ่ายภาพนั้น

การถ่ายภาพคือการหยุดเวลา หยุดเหตุการณ์เอาไว้ หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตจะเกิดขึ้นครั้งเดียวและไม่เกิดซ้ำ ภาพลูกก็จะเป็นลูกที่ถ่ายแล้ว ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปถ่ายได้อีก เพราะเด็กโตแล้วโตเลย หรือแม้แต่ภาพคน คนนั้นตัวจริงอาจจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่คนในภาพยังเป็นคนที่ไม่เปลี่นแปลง

slide-img088

ภาพจากฟิล์ม 120 ถ่ายด้วยกล้อง Yashica 635 เป็นกล้องที่เรียกว่า twin lens มีเลนส์ตัวบนเอาไว้ส่งภาพเช้าช่องมอง มีเลนส์ตัวล่างที่จะส่งภาพเข้าฟิล์ม กล้องตัวนี้เป็นของมือสอง สภาพยับเยิน ตอนได้มาหมาดๆต้องทำความสะอาดและส่งซ่อมเพื่อให้ทำงานได้ปกติ จุดเด่นของกล้องตัวนี้น่าสนใจมาก เพราะมันสามารถใส่ฟิล์มเล็กอย่าง 135 เข้าไปได้ด้วยโดยผ่านอแด๊ปเตอร์ตัวหนึ่ง ซึ่งมีกล้องแค่รุ่นนี้รุ่นเดียวเท่าที่รู้ว่ามีอแด๊ปเตอร์แถมมาด้วย แต่ส่วนมากเจ้าของกล้องมักจะทำอแด๊ปเตอร์หาย และผมก็ไม่เคยได้ลองใช้เลย สุดท้ายก็ขายกล้องออกไปแล้ว ด้วยเหตุผลว่า ผมไม่อยากดูแลกล้องที่ไม่ค่อยได้ใช้ และอีกอย่าง การถ่ายภาพมีความสนุกที่การกดชัตเตอร์และการเลือกเหตุการณ์ที่จะถ่าย กล้องเป็นเพียงอุปกรณ์ที่เราใช้ตอบสนองความคิดเท่านั้น ดังนั้นผมใช้กล้องอะไรก็ได้ความสนุกและความสุขไม่ต่างกัน เลยเลือกจะเก็บไว้แต่กล้องที่ได้ใช้บ่อยๆและดูแลง่ายๆมากกว่า.

ภาพก่อนไปโรงเรียน

1614325933698-01
ก่อนไปโรงเรียน

เช้าวันหนึ่งก่อนจะออกจากบ้านไปโรงเรียน แม่ลูกเตรียมตัวขึ้นรถ วันนี้พ่อไปส่ง ในมือพ่อมีกล้องตัวหนึ่งที่ใส่ฟิล์มไว้ถ่ายเล่น ฟิล์มขาวดำที่ซื้อไว้นานแล้วหลายปี กับกล้องเก่าเก็บที่นานๆใช้ที แม้โทรศัพท์จะเป็นอวัยวะติดมือผู้คน แต่การถ่ายภาพอย่างตั้งใจก็เป็นกิจกรรมที่สนุก การมีภาพธรรมดาในรูปแบบของฟิล์มก็นับว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดาในยุคสมัย 5G.

กล้อง nikon fm2n

เลนส์ nikon 50f1.8

ฟิล์ม ilford pan100

Film developer D76 20องศา 7 นาที

กระดาษอัดภาพ ilford Kentmere

Paper developer Kodak Dektol

IMG_0075
IMG_4834
1613978668855

รีวิวฟิล์มขาวดำกับกล้อง Harman Reusable Camera

IMG_0488

กล้อง Harman Reusable Camera เป็นกล้องที่ขายมาเป็นเซ็ต แถมฟรีมา 2 ม้วน เมื่อปีก่อนผมได้รีวิวกล้องตัวนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เป็นการรีวิวหรือทดลองใช้กับฟิล์มสี เพราะเจตนาอยากจะเห็นภาพเร็วๆ เนื่องจากการเตรียมอุปกรณ์เพื่อล้างฟิล์มขาวดำจะต้องใช้ของจำนวนมาก และใช้ความพยายามในการล้างฟิล์มด้วยตัวเองด้วย ทำให้ตัดสินใจเลือกฟิล์มสีไปก่อนเพื่อความสะดวกและจะได้รู้ผลเร็ว ซึ่งก็ได้เห็นคุณภาพของกล้องราคาไม่แพงตัวนี้กันแล้ว และถือว่าน่าพอใจกับกล้องตัวนี้ กลับไปอ่านรีวิวได้ที่นี่

IMG_4840


กว่าจะได้มีโอกาสใช้ฟิล์มขาวดำในชุดของมันเองก็ผ่านไปอีกหลายเดือนหลังจากรีวิวด้วยฟิล์มสี ผมใช้กล้อง Harman
Reusable กับฟิล์มในชุดคือฟิล์ม Kentmere pan400 กลักสีม่วงสวยงาม ฟิล์มตัวนี้เป็นฟิล์มขาวดำ ความไวแสง 400 ต้องล้างด้วยน้ำยาขาวดำแท้ ซึ่งผมเลือกใช้น้ำยา Kodak D76 ซึ่งเป็นน้ำยามาตรฐานของฟิล์มขาวดำ ตามสูตรของผู้ผลิต แนะนำเอาไว้ว่า ถ้าล้างด้วยน้ำยา D76 จะต้องล้างที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และใช้เวลาล้าง 9.30 นาที

IMG_20210221_074216

และเมื่อล้างเสร็จขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ก็เลยสแกนภาพด้วยมือถือ โดยการถ่ายภาพฟิล์มแล้วนำไปปรับแต่งด้วยซอร์ฟแวร์ เพื่อให้ได้ภาพขาวดำออกมา ภาพที่ได้เป็นภาพที่ไม่ค่อยคมชัดนัก อาจจะเป็นเพราะวิธีสแกน หรืออาจจะเป็นเพราะกล้องมีระยะชัดตายตัว ปรับโฟกัสไม่ได้ ทำให้บางภาพที่ถ่ายใกล้กับตัวแบบจะทำให้ภาพดูไม่คมชัด หรือ โฟกัสไม่ตกอยู่บนตัวแบบ

1613868155067-01

ข้อดีของ Harman Reusable Camera คือ มันเป็นกล้องคอมแพ็คที่ออกแบบมาเพื่อให้มือใหม่ได้ทดลองใช้ ไม่มีระบบวัดแสง มีแต่การเปิดแฟลชหรือปิดแฟลชเท่านั้นที่ดูเป็นลูกเล่นให้เลือกปรับแต่ง กล้องใช้แบตเตอรี่ขนาด AAA จำนวน 1 ก้อนเพื่อใช้งานในการเปิดแฟลช หากใช้ในที่แสงพอดีกับสเป็คกล้อง ก็จะให้ภาพที่มีน้ำหนักเข้มอ่อนพอดี ภาพเหตุการณ์ที่มีแสงแดดอ่อนบนกล้องตัวนี้มีคุณภาพดีเกินราคา แต่หากไปเจอกับที่มืด หรือเหตุการณ์ในร่มเงา ในห้อง ในตึก สภาพแสงในบ้านมักจะน้อยอยู่แล้ว กล้องคอมแพ็คชัตเตอร์คงที่แบบนี้จะให้ภาพอันเดอร์ทันที การเปิดแฟลชช่วยก็จะพอทำให้ได้ภาพ แต่แสงแฟลชก็ไม่แรงนัก ภาพที่เปิดแฟลชถ่ายในบ้านยังคงดูอันเดอร์อยู่

1613868874915-01

หากจะสรุปถึงคุณภาพของกล้องและฟิล์มของบ็อกเซ็ตชุดนี้ กล้องคอมแพ็คเปลี่ยนฟิล์มได้มีกลไกการทำงานที่แม่นยำ สปีดชัตเตอร์ระดับ 1/100 วินาทีโดยประมาณพร้อมรูรับแสง f10 ทำให้มันเหมาะกับการถ่ายภาพในที่มีแสงสว่างมากพอ อย่างเช่นตอนกลางวัน ภาพตัวแบบที่โดนแสงแดดโดยตรงจะให้คุณภาพที่ดี หากถ่ายในที่แสงน้อยก็ต้องเปิดแฟลชเสมอ และพยายามยืนใกล้แบบเอาไว้ เพราะแสงแฟลชจากพลังงานแบตเตอรี่ก้อนเดียวก็ทำงานได้ในระยะประมาณ 1-1.5เมตรเท่านั้น

IMG_20210225_141205

ทดลองนำฟิล์มไปอัดขยายด้วยกระบวนการห้องมืด ก็อัดภาพออกมาได้สวยงามดี ภาพที่ถ่ายมาค่าแสงพอดีก็จะสามารถอัดภาพออกมาได้มีน้ำหนัก มีส่วนขาวสุดและดำสุดในภาพ ดังนั้นการเลือกถ่ายภาพด้วยกล้อง Harman Reusable ก็ควรจะเลือกสถานการณ์ที่เหมาะสมกับสเป็คกล้องไว้ก่อน ก็คือ แสงแดดส่อง หรือ แดดกำลังดี จะให้ภาพที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในที่ร่ม หลีกเลี่ยงภาพในบ้านในอาคารที่ไม่มีแสงธรรมชาติ

2021-02-21_06-00-22



บ็อกเซ็ตชุดนี้ให้ความสนุกสนานได้ดี แต่ต้องอาศัยคนที่มีความชำนาญในการล้างฟิล์มด้วย ค่าใช้จ่ายกล้องพร้อมฟิล์มประมาณ 1000 บาท ค่าน้ำยาล้างฟิล์มประมาณ 1000 บาท ซึ่งน้ำยาจะใช้ล้างได้เกินสิบม้วน ใครมีน้ำยาล้างฟิล์มอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อ แต่ใครไม่มีก็ต้องลงทุนกันหน่อย หรือ ถ้าจะไปจ้างคนอื่นล้างก็หายากและราคาก็แพงระดับหลายร้อยบาทต่อม้วน ค่าใช้จ่ายหลังการถ่ายภาพที่สูงระดับนี้คงทำให้มีคนลองเล่นไม่มากนัก

2021-02-25_05-53-57

ล้างฟิล์มขาวดำ ilford pan100

IMG_4833

วันนี้อยากล้างฟิล์มที่ถ่ายเก็บไว้นานแล้ว แถมยังโหลดฟิล์มเข้าแท้งค์สแตนเลสไว้เกือบปี ทั้งฟิล์ม ทั้งแท้งค์นอนนิ่งอยู่ในถุงดำมาตลอด กลัวผงน้ำยา Kodak D76 จะหมดอายุ เลยทดลองล้างดู

ขั้นตอนพื้นฐานก่อนล้างฟิล์มก็คือ การเตรียมน้ำยา ซึ่งผมเลือกใช้ D76 ของโกดักแบบผง นำมาละลายน้ำด้วยอัตราส่วน ผง D76 16.6g ละลายในน้ำประมาณ 300CC หรือเท่ากับน้ำใน 1 แท้งค์สแตนเลสที่จะใช้ล้างฟิล์มนั่นเอง จริงๆตัวเลข300CC นี่ผมไม่มั่นใจว่าจะถูกต้องไหม เพราะไม่มีถ้วยตวงที่แม่นยำ เลยใช้วิธีตวงน้ำด้วยแท้งค์ล้างฟิล์มเสียเลย เพื่อความชัวร์

เมื่อผสมได้แล้วก็ทดลองประสิทธิภาพของน้ำยาเสียก่อน เพราะว่าตัวผงและน้ำยาฟิกเซอร์เข้มข้นเป็นของกึ่งสำเร็จรูปที่ซื้อมานานเกิน 1 ปีแล้ว ผมไม่แน่ใจเรื่องการหมดอายุ เลยทดลองใช้หัวฟิล์มที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆจากม้วนฟิล์มที่จะล้างออกมาจุ่มทดสอบ ฟิล์มที่จุ่มในน้ำยา d76 ประมาณ 25 วินาที จะให้สีเข้มดำ ส่วนฟิล์มที่จุ่มลงฟิกเซอร์ 25 วินาที จะให้ความโปร่งใสมองทะลุได้เหมือนฟิล์มล้างเสร็จแล้ว และผลการทดลองก็ได้ผลตามที่คาดหวัง คือ น้ำยายังมีประสิทธิภาพที่ดี น่าจะใช้งานล้างฟิล์มได้

IMG_20210220_101933

เมื่อได้น้ำยาที่พร้อมใช้งานแล้ว ก็ลดอุณหภูมิน้ำยาด้วยถ้วยน้ำแข็ง วัดอุณหภูมิด้วยเทอโมมิเตอร์ เราจะทำการล้างฟิล์ม ilford pan100 ด้วยน้ำยา D76 ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 7 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้ผลิตฟิล์มแนะนำ ตัวเลขเหล่านี้มีอยู่ในกล่องใส่ฟิล์ม และมีอยู่ในอินเทอเน็ต หากเราทำกล่องฟิล์มหาย เราก็จำเป็นต้องพึ่งพาข้อมูลจากอินเทอเน็ต

IMG_20210220_104859

ขั้นตอนการล้างก็คือ จับเวลาเริ่มต้นตั้งแต่เริ่มเทน้ำยาเข้าไปในแท้งค์ พยายามเทน้ำยาให้หมดและไม่หกไม่หยดทิ้งออกนอกแท้งค์ เมื่อเวลาผ่านไปทุก 30 วินาที ให้ทำการเขย่าแทงค์ล้างฟิล์มประมาณ 5 วินาที แล้ววางแท้งค์ไว้กับโต๊ะหรือพื้น อย่าใช้มือจับ เพื่อป้องกันอุณหภูมิไม่ให้ขึ้นสูง จากนั้นก็รอเวลาครบ 1 นาที แล้วเขย่าอีกประมาณ 5 วินาที ทำอย่างนี้จนครบ 7 นาที เมื่อครบนาทีที่ 7 นี้แล้วก็เทน้ำยาออก จะเทคืนใส่ขวดที่เตรียมไว้ก็ได้ เราสามารถเก็บน้ำยาไว้ล้างฟิล์มม้วนอื่นได้อีก ส่วนมากผมจะใช้น้ำยา 2 ครั้ง

IMG_20210220_110807

การจับเวลาผมใช้วิธีเขียนตัวเลขเรียงไปเลย ต้องการล้าง 7 นาที ก็เขียน 1 2 3 4 5 6 7 ให้ครบทุกตัว แล้วแต่ละนาทีที่ผ่านไปผมก็จะติ๊กบนตัวเลขไปทีละตัว เพื่อให้เราใช้เวลาล้างอย่างถูกต้องแม่นยำ ป้องกันการลืมว่า ผ่านไปกี่นาทีแล้ว เมื่อครบ 7 นาทีแล้ว ก็เทน้ำยาออก และเทฟิกเซอร์ใส่แทน เวลาฟิกส์จะใช้ประมาณ 5 นาที ขั้นตอนฟิกส์นี้ไม่จำเป็นต้องคุมอุณหภูมิแล้ว เพราะฟิกส์จะหยุดทุกอย่างให้เร็วที่สุด เมื่อเทฟิกส์ออกก็ล้างด้วยน้ำเปล่าเปิดให้ไหลทิ้งสัก 20 นาที เพื่อให้น้ำชะล้างสารเคมีต่างๆออกไป ผมเลือกเอาขวดน้ำขนาดใหญ่ มาเจาะรูให้มีน้ำไหลทิ้งได้ที่ด้านล่างขวด แล้วก็ปล่อยน้ำเข้าที่ด้านบน เพื่อให้น้ำท่วมฟิล์มและชะล้างสารเคมีตกค้างออกไปกับน้ำ

ก่อนจะเก็บฟิล์มมาตาก ให้หยด น้ำยา โฟโต้โฟล์ 1 cc ลงไปผสมกับน้ำที่กำลังไหลทิ้ง เพื่อให้ไม่มีคราบน้ำเกาะบนฟิล์มตอนแห้งตัว เมื่อหยด จากนั้นก็เก็บฟิล์มมาตากได้เลย ตากฟิล์มให้ทิ้งตัวเป็นเส้นตรง เมื่อฟิล์มแห้งสนิทแล้วก็ให้เก็บมาตัดใส่ซองพลาสติกใส หลังจากนี้จะนำไปทำ contact sheet หรือ สแกนเป็นไฟล์ภาพดูในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือก็ตามสะดวก

IMG_20210220_132925

ด้วยความที่ไม่ได้มีอุปกรณ์กล่องไฟจะถ่ายภาพทั้งม้วนเพื่อทำ contactsheet ก็เลยจะใช้วิธีถ่ายภาพทีละเฟรมเพื่อดูผลงานก่อน ผมใช้โฟมที่ยัดมากับสินค้าเป็นตัวประคองฟิล์ม แล้วก็ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพฟิล์มตรงๆเลย ภาพที่ได้จะต้องนำไปผ่านโปรแกรมกลับสีดำเป็นขาว และ ขาวเป็นดำ ปรับแต่งโทนกลางภาพให้เข้มสว่างตามที่ชอบ แล้วก็จะได้ภาพขาวดำออกมา

IMG_20210220_135351
IMG_20210220_134601
1613803606110-01

IMG_20210226_195837

ภาพจากกล้อง Harman Reusable Camera

IMG_20200228_180152_1
2020-03-07_12-55-29-01

ภาพจากการใช้กล้อง Harman Reusable Camera ใส่ฟิล์ม fuji c200 ซึ่งเป็นฟิล์มเน็กกาทีฟสี และทำการล้างอัดพร้อมสแกนภาพเสร็จสรรพ ได้เป็นภาพสีดูได้ในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ภาพสีที่ได้ก็ไม่ค่อยสวยนัก เพราะกล้องที่ใช้เป็นกล้องคุณภาพต่ำ จุดประสงค์ของกล้องเป็นกล้องที่ใช้เพื่อทดแทนกล้องใช้แล้วทิ้ง เป็นกล้องพลาสติก เลนส์พลาสติก ผลิตขึ้นมาเพื่อการบันทึกภาพเหตุการณ์เฉพาะหน้า หรือเหตุการณ์เร่งด่วน

2020-03-07_12-55-42-01

แม้ว่าสีสันจะไม่ดี ความคมชัดก็แค่ระดับพอใช้ได้ แต่หากเรานำภาพมาปรับแต่งเป็นโทนขาวดำ แล้วเราปรับภาพอย่างเข้าใจ คือปรับด้วยประสบการณ์ว่า ภาพขาวดำที่ดีควรจะเป็นอย่างไร เราก็จะได้ภาพขาวดำดีๆออกมาได้เช่นกัน

การทำภาพเป็นขาวดำด้วยระบบคอมพิวเตอร์จะมีวิธีการปรับที่ยืดหยุ่น เราสามารถได้ภาพแทบจะดังใจนึก โทนสีขาวสุด ดำสุด เราสามารถกำหนดได้ตามใจเรา ซึ่งการปรับเพื่อดูในหน้าจอคอมพิวเตอร์นี้บางทีผมว่า มันให้ภาพที่ดีกว่าการอัดขยายบนกระดาษขาวดำแล้วค่อยมาสแกนกระดาษเสียอีก เพราะแม้แต่การสแกนจากกระดาษขาวดำ เราก็ยังต้องปรับภาพอยู่ดี อย่างน้อยก็ปรับเรื่องความสว่างและคอนทราสต์ของภาพ

2020-03-07_12-55-02-01

ผมชอบภาพสีขาวดำที่ปรับจากภาพสี เพราะว่าข้อมูลสีที่เป็นสีธรรมชาติมันประกอบไปด้วยข้อมูลจำนวนมาก มากกว่าภาพโทนขาวดำจากฟิล์มขาวดำแท้ๆด้วยซ้ำ นั่นทำให้เราได้การไล่ระดับสีเข้มอ่อนได้ละเอียดกว่าการสแกนฟิล์มขาวดำเป็น grayscale โดยตรง เพราะข้อมูล Grayscale จะมีความละเอียดเพียง 8bit เทียบเป็นระดับความเข้มสุดไปอ่อนสุดเท่ากับ 256 ระดับ เท่านั้น

2020-03-07_12-55-21-01

แต่ถ้าเราใช้ภาพสี jpg หรือ tif ที่เป็นสี RGB หรือภาพสแกนจากฟิล์มเน็กกาทีฟสี เราจะมีข้อมูลตั้งต้นเป็น RGB อย่างละ 8bit x 3 = 24bit คิดเป็นระดับความเข้มไล่ไปอ่อนได้ 16.7 ล้านระดับ เห็นไหมว่าแตกต่างกันมาก

2020-03-07_12-54-52-01

ผมไม่ได้บอกว่าให้เลิกใช้ฟิล์มขาวดำ แต่แนะนำว่า การเล่นขาวดำจากฟิล์มเน็กกาทีฟสีแล้วดูแค่บนจอภาพไม่อัดลงกระดาษ เราสามารถได้คุณภาพงานขาวดำที่ดีได้เช่นกันจากหลักการที่อธิบายไป เรื่องศิลปะไม่มีผิดถูก ชอบแบบไหนก็ทำแบบนั้น และอยากเสริมอีกนิดว่า ศิลปะ สะดวกแบบไหนก็ทำตามสะดวก เราก็จะได้งานเช่นกัน

2020-03-07_12-56-00-01

2020-02-19_04-23-13-02
2020-02-19_04-23-02-02
2020-02-19_04-22-53-01
2020-02-19_04-23-50-01

การดึงหางฟิล์มออกจากกลัก

การหัดล้างฟิล์มขาวดำสิ่งที่จำเป็นต้องทำก่อนการล้างฟิล์มคือการดึงหางฟิล์มออกจากกลัก เรามีวิธีดึงหางฟิล์มออกมาหลายวิธี ทั้งอุปกรณ์สำเร็จรูปและการดัดแปลงจากวิธีง่ายๆ แต่ละวิธีก็ทำแล้วได้ผลทั้งสิ้น วิธีในคลิปนี้จะเป็นวิธีใช้เทปกาวสองหน้า

ล้างฟิล์ม Fomapan 100 ด้วย D76 แถมสแกนฟิล์ม

ฟิล์ม Fomapan 100 ล้างด้วยน้ำยาขาวดำ d76 โดยเตรียม D76 แบบผง ชั่งน้ำหนักผง 16.5g แล้วละลายน้ำ 250cc อุณหภูมิขณะล้าง 24 องศา ใช้เวลาประมาณ 5 นาที

D-76
IMG_20170408_100314

ฟิล์ม Fomapan100 ซื้อไว้นานแล้ว และถ่ายด้วยกล้อง contax t3 ถ่ายจดหมดแล้วก็เก็บนานจนลืม ช่วงที่กรุงเทพอากาศเย็นก็เลยไปหาฟิล์มที่ถ่ายไว้มาทำการล้างฟิล์มเล่น

20191208220326_IMG_0150

เมื่อล้างฟิล์มเสร็จ ด้วยความอยากดูภาพเร็วๆ เลยเลือกใช้วิธี สแกนด้วยกล้องดิจิทัล เอา กล้อง canon รุ่น eos 6d ติดเลนส์ canon รุ่น macro 100f 2.8 จัดแสงไฟแฟลชแล้วถ่ายภาพจากแผ่นฟิล์มเลย

IMG_20191208_213222

ขยับเลนส์มาโครเข้าไปใกล้ฟิล์มยิ่งขึ้น กะประมาณให้ขอบหนามเตยของฟิล์มยังอยู่ในเฟรมด้วย แล้วก็ถ่ายภาพออกมา ภาพจากกล้องดิจิทัลนำไปปรับสี กลับสีเป็นตรงกันข้าม แล้วปรับระดับสีขาวและดำของไฟล์ให้ออกมามีขาวสุดและดำสุด เพื่อความสมบูรณ์ของโทนสีของภาพ

2019-12-08_09-33-13
2020-03-05_11-51-21

ภาพถ่ายครึ่งตัว

การถ่ายภาพคนให้ดูแปลกตา เราจำเป็นต้องมีเทคนิคการถ่ายภาพที่แตกต่างไปจากภาพทั่วไป ซึ่งรวมไปถึงการจัดแสงให้ตรงกับสิ่งที่ใจคิดด้วย

ในห้องนอนปกติ แสงสว่างในห้องรวมถึงโคมไฟ ทุกอย่างส่องสว่างทำให้เห็นรายละเอียดของห้องตามที่ตาเห็น ภาพเด็กในห้องนอนเมื่อถ่ายโดยไม่คิดถึงผลพิเศษ เพียงเราวัดแสงพอดีในภาพ เลือกรูรับแสงกว้างเพื่อให้ฉากหลังเบลอ เลือกสปีดชัตเตอร์ที่สูงพอให้มือกดถ่ายแล้วภาพไม่สั่น เลือก iso ของกล้องให้สูงเพียงพอจะทำให้สปีดในการถ่ายภาพสูง ทั้งหมดให้ภาพที่ดูชัด สว่าง และเห็นเกือบทุกอย่างในห้อง

20191203204520_IMG_9964

หลังจากถ่ายภาพแรกเสร็จแล้ว ก็สังเกตุว่า ผนังห้องด้านหลังได้รับแสงน้อยกว่าตำแหน่งที่เด็กยืน ทำให้ความสว่างของตัวแบบมีค่าสูงกว่าฉากหลังหลายสต๊อป นั่นหมายถึง ถ้าเราถ่ายภาพให้แก้มเด็กรับแสงพอดี ด้านหลังจะมืดจนเกือบดำ และถ้าเราปิดไฟกลางห้องให้ห้องมืดลง ด้านหลังจะดำสนิทไปเลย เหลือแต่เพียงตัวเด็กเท่านั้นที่ปรากฏในภาพ

20191203204637_IMG_9966

ก็เลยจัดการถ่ายภาพแนวนอนเอาไว้ ให้เห็นว่า ด้านหลังดำไปแล้ว ส่วนตัวเด็กได้รับแสงแค่พอเห็นแก้ม ครึ่งหน้าด้านซ้ายโดนแสงจากโคมไฟจะเห็นรายละเอียด ครึ่งหน้าด้านขวาไม่โดนแสงโคมไฟก็จะกลายเป็นเงาดำ ตัวโคมไฟและเสาโคมไฟก็ติดมาในภาพด้วย เจตนาเก็บไว้ในภาพเพื่อให้เห็นว่าแสงสว่างมาจากไหน ตำแหน่งการวางเป็นอย่างไร

49166063408_698d38f6d2_o

และในขั้นตอนต่อไปก็คือการลบโคมไฟออกจากภาพ เพื่อให้พื้นฉากหลังเป็นสีดำทั้งภาพ กลายเป็นภาพถ่ายที่สมบูรณ์ สามารถนำไปอัดภาพ หรือ คร็อปใส่กรอบภาพได้ เป็นภาพถ่ายบุคคลแนวหนึ่ง ในวงการถ่ายภาพเรียกการจัดแสงแบบนี้ว่า โลว์คีย์ หรือ low key คือภาพที่มีความสว่างน้อย แต่ไม่ใช่ภาพอันเดอร์หรือรับแสงไม่พอ

2019-12-04_03-53-59

ตอนถ่ายผมบอกลูกว่า เดี๋ยวขอให้ลูกยืนใกล้ๆโคมไฟนะครับ พ่อจะถ่ายภาพครึ่งหน้า ให้ครึ่งหน้าโดนแสง อีกครึ่งหน้าจะมืดๆ แล้วเราจะเห็นภาพครึ่งตัวของจริง และเมื่อตัดวัตถุต่างๆในภาพให้หายไปแล้ว ก็แปลงเป็นสีขาวดำซะเลย ก็จะได้ภาพแนวลึกลับเท่ห์ๆมาดู ภาพแนวนี้บางครั้งเราก็เห็นว่าถูกนำไปใช้ในโปสเตอร์หนัง หรือไม่ก็เป็นภาพขึ้นปกนิตยสาร เพราะมันเป็นอารมณ์การถ่ายภาพที่ดูมีวัตถุประสงค์ ไม่ดาดดื่น และดูมีความตั้งใจจะนำเสนอ เป็นงานศิลปะที่ใส่ความคิดก่อนลงมือทำ

ลองน้ำยาล้างฟิล์ม

ไปเจอน้ำยาล้างฟิล์มชุดนี้ที่งานโฟโต้แฟร์2019 เลยซื้อมาลองใช้สักหน่อย การล้างฟิล์มขาวดำเป็นงานทำมือที่ทำยากขึ้นทุกวัน น้ำยาล้างฟิล์มไม่หลากหลายเหมือนในอดีต แต่ก็พอมีให้ใช้ เดี๋ยวถ้าล้างเสร็จจะเอาภาพมาโพสท์ประกอบไว้ด้วย

…. http://www.procolorlab.com/chaemical_set2014.html

รีวิวเป็นเสียง leica minilux

กล้อง leica minilux ผมใช้มานานหลายปีแล้ว ลองเอามาเล่าเป็นเสียงบ้าง แง่มุมที่พูดถึงจะเป็นเนื้อหาที่เพิ่มเติมไปจากรีวิวปกติที่เคยเขียนไว้ เช่น ภาพขาวดำจาก minilux การสแกนภาพจากฟิล์มสีของร้านล้างฟิล์ม ความทนทาน อาการเสียประจำรุ่น เชิญฟังได้ครับ หลังจากฟังแล้วค่อยกลับมาอ่านต่อด้านล่างนี้

ภาพที่ชอบที่สุดจากกล้อง leica minilux คือภาพวันแรกเกิดของลูกผมเอง ก่อนจะได้ถ่ายภาพนี้ผมก็เตรียมตัวมาล่วงหน้าหลายเดือน การเตรียมตัวก็คือ เอาฟิล์มขาวดำมาทดลองถ่ายและล้างฟิล์มออกมาดู ยังมีขั้นตอนการโหลดฟิล์มเข้าแท๊งค์ล้างฟิล์มด้วย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เสี่ยงต่อความเสียหายที่สุด เพราะหากโหลดฟิล์มติดขัด ฟิล์มไม่เรียงตัวในตะแกรงอย่างเป็นระเบียบ ฟิล์มก็จะทำปฏิกิริยากับสารเคมีไม่ทั่วถึง ภาพก็จะเสียนั่นเอง การซ้อมยังรวมถึงการทดลองผสมน้ำยา ทดลองล้างที่อุณหภูมิตามสเป็ค เพื่อดูผลของฟิล์มว่าผ่านการล้างแล้วเป็นอย่างไร และอีกส่วนที่ต้องทำก็คือเตรียมกล้องให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเพราะกล้องเก่าแล้ว เช็คสภาพก่อนจะถ่ายจริงก็เป็นเรื่องที่ควรทำ ฟิล์มขาวดำผมเลือกใช้ยี่ห้อตลาดราคาไม่แพง ด้วยเหตุผลว่า มันยังมีขายในช่วงเวลานั้นและเคยใช้ฟิล์มตัวนี้กับน้ำยาล้างฟิล์มตัวที่คุ้นเคย และภาพที่ออกมาก็สร้างความรู้สึกตื่นเต้นได้ดี และในตอนที่ถ่ายภาพในเหตุการณ์จริง ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ซ้อมไว้

IMG_9465
ภาพอัดลงกระดาษขาวดำ

หลังจากไปยืนเป็นพยานตอนลูกเกิด ไปรอถ่ายภาพพ่อแม่ลูกในห้องคลอดเสร็จแล้ว ก็ออกมาที่ห้องพัก คุณหมอจะพาลูกมาให้เริ่มดูดนมแม่ และเปิดโอกาสให้พ่อแม่ได้เห็นหน้าลูกชัดๆ และสามารถถ่ายรูปได้ตามใจด้วย ผมเข็นเตียงเด็กไปอยู่ใกล้ๆหน้าต่างเพื่อให้แสงสว่างมากเพียงพอที่จะถ่ายภาพได้ ยกกล้อง minilux ตั้งค่าที่ตัวกล้องเป็นการถ่ายแบบเลือกรูรับแสงเอง ผมตั้งรูรับแสงของกล้องไว้ที่ 2.4 แล้วก็โฟกัสสิ่งที่ต้องการแล้วถ่ายภาพเลย หลังจากถ่ายไป ประมาณ 2 สัปดาห์ ผมว่างพอจะล้างฟิล์ม ก็ทำการล้างในแบบที่เคยซ้อมไว้ ได้ฟิล์มที่มีภาพบันทึกสมบูรณ์แบบ คุณภาพการล้างเป็นไปตามมาตรฐาน เราสามารถใช้ฟิล์มนี้ไปสแกนด้วยเครื่องสแกนฟิล์มก็ทำได้สวยงาม ทดลองสแกนด้วยการถ่ายภาพผ่านกล้องดิจิทัลก็ทำได้ และ การอัดภาพลงกระดาษขาวดำโดยตรงก็ได้ดังภาพที่เห็น

ไฟล์สแกนดูบนจอ

ภาพขาวดำบนกระดาษขาวดำแท้ๆ เป็นภาพที่สวยงามมาก ระบบการแสดงภาพบนจอทุกชนิดไม่สามารถให้คุณภาพได้เหมือนกระดาษ ไม่ว่าเราจะพยายามสแกนฟิล์มให้ได้ไฟล์ที่มีคุณภาพอย่างไร ภาพที่ได้ก็ไม่เหมือนภาพบนกระดาษอัดภาพแท้ๆที่ผ่านการฉายแสงด้วยวิธีดั้งเดิม ผมเอาไฟล์ดิจิทัลที่สแกนฟิล์มไปทดลองพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ต่างๆก็ไม่ได้คุณภาพแบบที่กระดาษขาวดำให้ได้ ผมลองทั้งเครื่องดิจิทัลปริ๊นท์ระดับโปรดักชั่นของโรงพิมพ์ราคาเครื่องเป็นล้าน หรือ เครื่องพิมพ์ภาพถ่ายของ canon ที่เป็นระบบการพิมพ์แบบ dye-sublimation ซึ่งเป็นการผลิตภาพที่ให้คุณภาพสีจากไฟล์ดิจิทัลที่สูงที่สุดของเทคโนโลยีทางการพิมพ์แล้ว ความรู้สึกตรงนี้ต้องเห็นด้วยตาตัวเองถึงจะเข้าใจ มันเหมือนการมองโลกผ่านกระจก มันมีอารมณ์ร่วมมากกว่ามองผ่านจอทีวี แล้วชีวิตเราดีขึ้นไหมจากการถ่ายภาพ ล้างฟิล์ม อัดภาพเอง ก็ไม่ได้ดีขึ้นหรอก เราแค่หาความสุขจากการถ่ายภาพให้ครบวงจรเท่านั้นเอง

ภาพจากฟิล์มที่ขายได้

ภาพถ่ายตอนแรกเกิดที่ผมถ่ายลูกด้วยกล้องฟิล์ม ใช้กล้อง Leica minilux ฟิล์มขาวดำยี่ห้อ lucky ที่เคยมีเก็บไว้หลายปีแล้ว  หลังจากที่ถ่ายหมดม้วน  กลับมาอยู่บ้านแล้ว ก็ล้างฟิล์มม้วนนี้ แล้วก็ลองสแกนด้วยกล้องดิจิทัลจนได้เป็นไฟล์ไว้ดู  ผ่านไปหลายปี เลยเอาไปลองขายดู  ปรากฏว่าวันนี้มียอดโหลด ขายได้ด้วย  แม้จะได้เงินเพียงเล็กน้อย  แต่มันเป็นการบอกว่าภาพของเราเป็นที่ต้องการของบางคน  และภาพนี้จะอยู่ในระบบคอมฯตลอดไปจนกว่าโลกเราจะเลิกใช้อินเทอเน็ต

IMG_0284

IMG_0284bw

ภาพนี้มีที่มาจากการสแกนด้วยเลนส์มาโคร ดูรายละเอียดวิธีทำได้จากโพสท์นี้
การสแกนฟิล์มด้วยเลนส์มาโครและกล่องไฟ  

 

 

ปรับภาพให้สวยถูกใจ

 

 

 

IMG_0102

แม้ว่าการถ่ายภาพเราจะพยายามฝึกฝนให้ถ่ายดีที่สุดตั้งแต่การกดชัตเตอร์  ภาพหลังกล้องต้องสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่สติปัญญาและสถานการณ์จะเอื้ออำนวย  และเมื่อมาดูภาพในภายหลังเราก็ยังอาจจะปรับแต่งเพื่อให้มันดูดี หรือดูแปลกตาไปจากเดิมได้  การปรับภาพเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน  ซึ่งบางภาพผมก็เห็นว่าทำให้เป็นสีขาวดำก็ดูสวยขึ้น ได้อารมณ์ต่างๆในภาพมากขึ้น  อย่างเช่นภาพเด็กเล่นเปียโนภาพนี้

 

PHOTO_COLLAGE1547172140602

ภาพนี้ผมใช้ app ในโทรศัพท์มือถือช่วยปรับให้  โดยการเอาภาพต้นฉบับมาเข้า app ชื่อ snapseed

1  ทำการปรับภาพเป็นขาวดำ  เลือกโหมดขาวดำเป็น high contrast

2  ใช้คำสั่ง curve หรือ เส้นโค้ง เพื่อยกระดับส่วนความสว่างระดับกลางให้ดูสว่างขึ้น แต่ส่วนมืดและส่วนสว่างไม่ต้องเปลี่ยนแปลง

3  ใส่ขอบมืดให้กับภาพ หรือใส่ vignett เลือกค่าขอบมืดที่ไม่มากเกินไป ภาพก็ออกมาตามที่เห็น

4  ใส่ขอบขาวด้วย app ชื่อ collage เป็นการวางภาพในพื้นที่สี่เหลี่ยมจตุรัส

ก็ได้ภาพตามที่เห็นนี้  การปรับแต่งเป็นเรื่องความชอบแต่ละคน  ผมเป็นคนชอบมองภาพขาวดำ ก็อยากจะปรับให้ดูถูกใจตัวเอง  คนอื่นที่ดูอาจไม่ชอบก็ได้ เราไม่จำเป็นต้องสนใจ

 

กล้อง canon  eos 6d กับเลนส์ canon macro100mm

 

screen shot 2562-01-11 at 10.52.59

 

ยังคงมีภาพอื่นๆอีกที่ถ่ายแล้วอยากลองเปลี่ยนโทนภาพดูบ้าง

 

IMG_5046

2018-12-18_10-29-50-01

 

 

IMG_4921

PHOTO_COLLAGE1547172359342