จับภาพกล้องโทรทรรศน์ James webb ได้

ในวันที่ 25 ธันวาคม 2564 ที่บริเวณใกล้ๆกับศาลายา ผมได้ไปร่วมงานปาร์ตี้ปีใหม่กับกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กนักเรียน และในช่วงเวลาหัวค่ำหลังจากที่กินมือเย็นไปหายหิวแล้ว ก็ลองเอากล้องดูดาวมาส่องดาวเล่น ขณะเดียวกันก็เอากล้อง Gopro9 มาตั้งถ่ายภาพดาวกลางคืนในโหมด Night Timelapse ก็จะได้วิดีโอตัวนี้มา และพบว่า มีเหตุการณ์น่าสนใจบนท้องฟ้า ก็คือ มีวัตถุเคลื่อนที่คล้ายดาวหางโผล่มาให้เห็นด้วยตาเปล่า

สิ่งที่คล้ายดาวหางนี้เมื่อดูข้อมูล ดูข่าวดาราศาสตร์แล้วก็พบว่ามันคือภาพของ กล้องโทรทรรศน์ชื่อ James Webb กำลังเดินทางออกจากโลกเพื่อไปสู่วงโคจรในอวกาศ โดยจะไปอยู่ห่างโลก 1.5 ล้านกิโลเมตร และมันจะโคจรเป็นบริวารของดวงอาทิตย์ แทนที่จะเป็นโลก James Webb จะอยู่ระหว่างโลกและดาวอังคาร หน้าที่หลักของมันก็คือถ่ายภาพจากที่ที่ไกลมาก โครงการนี้ตั้งใจจะส่งกล้องขึ้นไปรับสัญญาณอินฟาเรดที่เกิดจากการฟอร์มตัวเป็นดาวฤกษ์ในยุคแรกๆของอวกาศ หรือประมาณ 13000 ล้านปีก่อน หากกล้องทำงานได้ปกติ เราก็จะได้ข้อมูลต้นกำเนิดของอวกาศมากขึ้น ซึ่งเราต้องลุ้นให้กล้องทำงานได้ไม่ผิดพลาด

เทคโนโลยีหลายอย่างถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อสร้างกล้องตัวนี้ มีเรื่องน่าสนใจหลายหัวข้อ ถ้าให้เขียนจากความทรงจำที่เคยดูผ่านๆตา ก็จะมีส่วนของฉนวนแสงอาทิตย์ ที่ทำหน้าที่กันความร้อนจากด้านที่รับแสงไม่ให้ส่วนของการรับภาพและวงจรต่างๆโดนความร้อนเลย ซึ่งจะเป็นผ้าใบ 5 ชั้น

การรับภาพของเจมส์เว็บบ์จะอาศัยเทคนิคการรับภาพแบบกล้องนิวโทเนียน คือรับแสงสะท้อน แต่จะเป็นแสงอินฟาเรด การรับแสงสะท้อนต้องอาศัยกระจกสะท้อนที่มีความเรียบมากๆเพื่อความแม่นยำ เพราะแสงที่เดินทางมาไกลระดับ 13000 ล้านปีแสง จะถือเป็นระยะทางที่ไกลที่สุดเท่าที่มีในเอกภพ ดังนั้นการเบียงเบนเล็กน้อยก็ทำให้รับแสงผิดพลาด ความเรียบของผิวสะท้อนนั้นฉาบด้วยทองคำ และมีความเรียบระดับที่ ถ้าขยายกระจกให้ใหญ่เท่ากับประเทศไทยถึงญี่ปุ่น ส่วนไม่เรียบของกระจกจะสูงกว่าพื้นเรียบไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น

ที่ตัวสะท้อนแสงกลับไปกลับมาเพื่อเข้าสู่เซ็นเซอร์รับภาพ จะมีกระจกรวมแสง(หรือเลนส์รวมแสง) อีกตัวหนึ่งก่อนถึงเซ็นเซอร์ที่จะทำหน้าที่เป็นตัว image stabilizer หรือตัวกันสั่น ที่ช่วยให้การรับภาพมีความคมชัดยิ่งขึ้น อาจเป็นกล้องดูดาวตัวแรกของโลกที่มีระบบกันสั่นในแบบเดียวกับกล้องถ่ายภาพ

การประกอบตัวกล้องจะต้องมีการทดสอบชิ้นส่วนน็อตทุกตัวชิ้นส่วนต่างๆทุกชิ้นส่วนต้องผ่านการทดสอบในห้องลดอุณหภูมิไปอยู่ที่ระดับติดลบมากๆเสียก่อน เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ผิดพลาด เพราะเราออกไปซ่อมกล้องตอนที่เราปล่อยไปแล้วไม่ได้

การปรับมุมเอียงไปเอียงมา การหมุนตัวของกล้อง จะใช้ไจโรสโคป3ตัว หมุนเพื่อสร้างแรงเหวี่ยงให้มีการหมุนตามที่ต้องการ เป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ของโมเม้นที่เกิดจากการหมุน

ยังมีแง่มุมอื่นๆอีกมากที่เป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เราต้องใช้กับกล้องอวกาศตัวนี้ ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะทะยอยเอามาลงเพิ่มครับ และตอนนี้เจ้ากล้องตัวนี้เดินทางไปถึงไหนแล้ว ก็ลองแวะดูที่ลิงค์นี้ได้ครับ

Source: Where Is Webb? NASA/Webb

หลังจากผ่านไปครึ่งปี วันที่ 12jul2022 เราก็ได้เห็นภาพที่ตั้งใจถ่ายจากกล้อง James webb กันแล้วคือภาพนี้

NASA’s Webb Delivers Deepest Infrared Image of Universe Yet

ดูดาวเสาร์ ต้องใช้กล้องดูดาว

ท้องฟ้ากลางคืนมีดาว คนในอดีตดูดาวกันจนเกิดความรู้ต่างๆมากมาย หากเราอยากดูดาวให้ชัดเจนเหมือนอย่างที่นักวิทยาศาสตร์โบราณทำก็ต้องใช้กล้องดูดาว กาลิเลโอเคยใช้กล้องดูดาวส่องท้องฟ้า แล้วก็ค้นพบ ดาวเสาร์ ดาวพฤหัส รวมถึงดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัส นักดาราศาสตร์ยุคใหม่ระดับมืออาชีพดูดาวด้วยจอภาพคอมพิวเตอร์ โดยจะได้ภาพดาวจากกล้องดูดาวขนาดใหญ่โตอลังการ กล้องดูดาวบางตัวลอยอยู่ในอวกาศส่งภาพกลับมายังห้องทำงานของนักดาราศาสตร์

ชาวบ้านอย่างเราก็สามารถดูดาวได้ สามารถสัมผัสความรู้สึกของกาลิเลโอได้ กล้องดูดาวที่จะใช้ดูดาวเสาร์อาจจะมีกำลังขยายแค่ประมาณ 50-75 เท่า ก็พอจะเห็นดาวเสาร์แล้ว พอจะดูรู้ว่ามีวงแหวน พอจะเห็นดาวพฤหัสเป็นก้อนใหญ่ๆและมีดวงจันทร์บริวารให้เห็น 4 ดวง แต่ก็ต้องลุ้นกับการโคจรรอบดาวพฤหัสและบางเวลาก็อาจจะหลบไปอยู่ด้านหลังดาวพฤหัส ราคากล้องดูดาวระดับเริ่มต้นสำหรับกำลังขยายประมาณ 75 เท่า ก็อยู่ในระดับที่จ่ายไหว ราคาในเมืองนอกอยู่ที่ 50-100 ดอลล่าร์ เมืองไทยก็แล้วแต่ผู้นำเข้าหรือผู้หิ้วว่าจะสั่งมาแล้วขายเท่าไหร่ หรือหากจะสั่งตรงกับเว็บขายของก็สั่งได้ตามสะดวก

IMG_20210703_234429

ผมใช้กล้องดูดาว firstscope ของ celestron ราคา 59 ดอลล่าร์ กล้องตัวนี้เป็นกล้องระดับเริ่มต้น สำหรับคนที่สนใจอยากดูดาวด้วยงบประมาณไม่มาก และมันเล็กจนพกพาเคลื่อนย้ายได้ง่าย แต่หากต้องการคุณภาพมากกว่านี้ก็ให้หาสิ่งที่แพง ขึ้นไปอีกตามกำลัง และทุกตัวที่แพงกว่านี้ก็น่าจะดีกว่านี้ ยิ่งจ่ายมาก ยิ่งได้เห็นภาพที่ใหญ่มาก

ภาพดาวเสาร์ที่ถ่ายมาผมใช้โทรศัพท์มือถือเล็งที่ช่องมองภาพของกล้องดูดาว แล้วคร็อปเอาภาพที่เป็นจุดดาวมาขยาย เราก็จะเห็นก้อนวงรีที่ดูมัวๆนิดหน่อย แต่เมื่อปรับแต่งภาพ ลดความสว่างของภาพให้มืดลง แสงฟุ้งเบลอน้อยลง ก็จะปรากฏเป็นภาพดาวเสาร์พร้อมวงแหวนที่ทำให้เราดูแล้วน่าตื่นเต้น ตอนมองด้วยตาในกล้องดูดาวเราก็ตื่นเต้นมากๆอยู่แล้ว และยิ่งถ่ายภาพออกมาได้ก็ยิ่งตื่นเต้นเพิ่มขึ้น ความรู้สุึกว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งของวงการวิทยาศาสตร์ เราได้เห็นในสิ่งที่กาลิเลโอเห็นมันตื่นเต้น บอกเล่ายังไงก็ไม่เท่ากับการสัมผัสด้วยตัวเอง

หากสนใจหากล้องดูดาวใช้ ลองอ่านรีวิวกล้องตัวนี้ได้ครับ firstscope

ดาวเสาร์ใกล้ดาวพฤหัสที่สุดในรอบ 397 ปี

เหตุการณ์ดาวเสาร์โคจรใกล้ดาวพฤหัสทางฝรั่งเรียกว่า the great conjunction หากเราดูด้วยตาเปล่า เราจะเห็นดาวสองดวงเกือบจะทับซ้อนกัน ใครสายตาสั้น มองไกลไม่ค่อยชัด อาจจะเห็นเป็นดาวดวงเดียวกัน การโคจรมาแทบจะตัดกันนั้นเป็นการสังเกตการณ์จากโลก แต่ในความเป็นจริง ดาวเสาร์กับดาวพฤหัสโคจรอยู่ห่างกันมากจนไม่มีวันจะชนกันแน่ๆ

ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยจักรวาล โลกอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ ประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร เราจะนับเป็นระยะทาง 1AU เพื่อความสะดวก ดาวพฤหัสจะอยู่ห่างดวงอาทิตย์ประมาณ 5AU ส่วนดาวเสาร์ห่างดวงอาทิตย์ 10AU นั่นก็คือ โลก ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ โคจรรอบดวงอาทิตย์โดยแต่ละวงโคจรอยู่ห่างกันมาก

เราได้รับข้อมูลเรื่องเหตุการณ์ great conjunction ตั้งแต่ปลายปี คศ 2018 ซึ่งเป็นการสรุปเหตุการณ์ดาราศาสตร์ที่จะเกิดขึ้นในปี คศ 2019-2020 ข้อมูลเผยแพร่โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ การโคจรแล้วดาวอยู่ใกล้กันเมื่อมองจากโลกจะเกิดขึ้นทุกประมาณ 20 ปี แต่ปีนี้ จะใกล้กันมากกว่าทุกครั้ง โดยจะเกิดเหตุการณ์ใกล้กันมากๆแบบนี้ครั้งล่าสุดเมื่อ 397 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นยุคสมัยที่กาลิเลโอยังมีชีวิตอยู่ และในช่วงเวลาดังกล่าวกาลิเลโอได้มีการค้นพบดาวเสาร์และดาวพฤหัส รวมถึงดวงจันทร์ทั้งสี่ของดาวพฤหัสแล้วด้วย

1608551640292-01

การดูดาวในเหตุการณ์นี้จะทำให้เราสามารถมองเห็นดาวเสาร์และดาวพฤหัสอยู่ในช่องมองภาพเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยากมาก และการดูดาวในวันนี้เราใช้กล้องดูดาวตัวที่เห็นในภาพ คือกล้องยี่ห้อ celestron รุ่น Firstscope ซึ่งเป็นกล้องดูดาวชนิดนิวโทเนี่ยนที่ผลิตขึ้นมาเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 400 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปีที่กาลิเลโอได้พัฒนากล้องดูดาวขึ้นมาใช้ และมีการค้นพบอีกมากมายตามมา Firstscope จะมีเลนส์ตามาให้ 2ชิ้น มีชิ้นหนึ่งที่ใส่ในกล้องแล้วจะทำให้กล้องมีกำลังขยาย 75 เท่า ซึ่งเป็นกำลังขยายที่มากกว่าสมัยกาลิเลโออยู่มาก แถมมีคุณภาพดีกว่าด้วย สิ่งที่เราได้เห็นผ่านกล้องนี้คือภาพแบบเดียวกับที่กาลิเลโอเคยเห็น แต่เราเห็นชัดกว่ามากตามคุณภาพวัสดุที่ทันสมัยของยุคปัจจุบัน

IMG_20201221_183915

การถ่ายภาพทางดาราศาสตร์ต้องการอุปกรณ์ที่มาก ซับซ้อน และงบประมาณค่อนข้างมาก แต่เราใช้วิธีเอาโทรศัพท์มือถือส่องไปในช่องมองของกล้องโทรทัศน์เลยเพื่อถ่ายภาพสิ่งที่เราเห็น ภาพถ่ายไม่ค่อยชัดมาก ภาพจริงที่เรามองด้วยตาจะสวยและชัดกว่า ภาพจากโทรศัพท์มือถือทำให้ดูพอรู้ว่าเรากำลังมองดูเหตุการณ์อะไร โอกาสที่เราจะเห็นเหตุการณ์นี้อีกครั้งอาจไม่เกิดขึ้นแล้วในช่วงชีวิตของมนุษย์หนึ่งคน

pockethifi podcast

คลิปเล่าให้ฟังตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูล ให้ความรู้ ฟังเพื่อแก้เบื่อ ฟังตอนรถติด ฟังแล้วเอาไปเล่าให้ลูกฟังต่อได้ เป็นเนื้อหาสำหรับพ่อแม่ที่อยากจะมีเรื่องไปเล่าให้ลูกฟัง

กล้องดูดาวตอนที่ 1

ติชมได้นะครับ

ดาวพฤหัสใกล้โลก พ.ศ. 2562 และดวงจันทร์ทั้งสี่

ดาวพฤหัสหรือ jupiter เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 5 ในระบบสุริยะจักรวาลของเราที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางและโลกเราเป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 3 ดาวพฤหัสเป็นดาวขนาดใหญ่ที่สุดในระบบดาวของเรา และมีมวลมากที่สุดด้วย ขนาดของดาวพฤหัสใหญ่กว่าโลก 11 เท่า นั่นหมายความว่าถ้ามองในแง่ปริมาตร ดาวพฤหัสจะใส่โลกได้ประมาณ 1 พันใบ ดาวพฤหัสจะโคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลาประมาณ 12 ปี

ในปี คศ 1609 หรือกว่าสี่ร้อยปีที่แล้วกาลิเลโอสร้างกล้องดูดาวขึ้นมา และเฝ้ามองท้องฟ้า จดบันทึกทุกสิ่งที่มองเห็น กาลิเลโอบอกโลกเราว่า ดาวพฤหัสมีดวงจันทร์บริวาร 4 ดวง ซึ่งปัจจุบันดวงจันทร์ที่กาลิเลโอค้นพบมีชื่อว่า ไอโอ แกนี่มีด ยูโรป้า คาลิสโต้ ซึ่งเป็นเพียง 4 ดวงที่เด่นชัดมองเห็นจากโลกของเรา แต่ดวงจันทร์ทั้งหมดของดาวพฤหัสมีประมาณ 63 ดวง แถมยังมีการค้นพบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน

sidjupiter4

ภาพวาดที่กาลิเลโอวาดเอาไว้เมื่อตอนที่เขาเริ่มสังเกตุท้องฟ้าและดวงดาว

ดาวพฤหัสเป็นดาวขนาดใหญ่ มองเห็นจากโลก ในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ดาวพฤหัสจะสว่างมากที่สุดบนท้องฟ้า ยิ่งในช่วงเวลาที่โลกและดาวพฤหัสโคจรอยู่ใกล้กัน ดาวพฤหัสก็จะยิ่งสว่างมากขึ้นไปอีก มองด้วยตาเปล่าเราจะเห็นดาวสว่างดวงเดียว แต่ถ้ามองด้วยกล้องดูดาวที่มีอัตราขายประมาณ 50-75 เท่า เราก็จะเห็นจุดสว่างอีก 4 จุดใกล้ๆดาวพฤหัส ซึ่งมันคือดวงจันทร์บริวารทั้ง 4 นั่นเอง และอาจมีบางช่วงเวลาที่ดวงจันทร์บางดวงโคจรอยู่หลังดาวพฤหัส ทำให้บางวันเราก็อาจเห็นไม่ครบ 4 ดวง

เหตุการณ์ดาวพฤหัสใกล้โลกเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนปี 2562 ซึ่งห่างจากการใกล้กันเมื่อคราวที่แล้ว 13 เดือน ก็คือย้อนกลับไปเมื่อเดือน พฤษภาคม2561 เราก็จะพบเหตุการณ์ดาวพฤหัสใกล้โลก และ ย้อนกลับไปอีก 13 เดือน ซึ่งตรงกับเดือนเมษายน2560 ก็จะมีเหตุการณ์ดาวพฤหัสใกล้โลกอีกเช่นกัน เหตุการณ์ดาวพฤหัสใกล้โลกเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เป็นแบบนี้มานานเป็นล้านปี และจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานนับล้านปี เพราะช่วงชีวิตมนุษย์โลกสั้นมาก แต่ช่วงชีวิตของดาวนั้นยาวนานจนเหมือนไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

openbox Celestron FirstScope

IMG_0144
กล้องดูดาว celestron รุ่น firstscope

กล้องดูดาว FirstScope ของ Celestron เป็นกล้องดูดาวระบบนิวโทเนี่ยน ขนาดเล็กกำลังน่ารัก เหมาะกับการพกพาไปดูดาวในสถานที่ต่างๆ ความเล็กของมันทำให้เราสามารถหากระเป๋าหรือเป้มาแบกมันไว้ สะพายหลังไปดูดาวนอกสถานที่ได้ง่ายดาย กล้องรุ่นนี้เหมาะกับนักดูดาวระดับเริ่มต้น เหมาะกับคนที่ยังไม่รู้ว่าเราจะชอบดูดาวจริงไหม ผมตั้งใจหามาเพื่อดูดาวร่วมกับลูก กำลังคิดว่าจะดูจากในรถยนต์เลยด้วย เพราะจะได้ไม่ต้องไปให้ยุงกัด

OPTICAL TUBE INFO:
Optical DesignNewtonian Reflector
Aperture76mm (2.99″)
Focal Length300mm (12″)
Focal Ratio3.95
Focal Length of Eyepiece 120mm (0.79″)
Magnification of Eyepiece 115x
Focal Length of Eyepiece 24mm (0.16″)
Magnification of Eyepiece 275x
Highest Useful Magnification180x
Lowest Useful Magnification11x
Limiting Stellar Magnitude11.9
Resolution (Rayleigh)1.83 arc seconds
Resolution (Dawes)1.53 arc seconds
Light Gathering Power (Compared to human eye)118x

ข้อมูลจาก celestron บอกไว้ว่า กล้องตัวนี้ มีขนาดกระจกสะท้อนแสง 76มม. มีทางยาวโฟกัสของกระจกอยู่ที่ 300 มม. และ ให้เลนส์ตา หรือ eyepiece มา 2 ชิ้น ชิ้นแรกมีทางยาวโฟกัส 20มม. ชิ้นที่2 มีทางยาวโฟกัส 4 มม. แปลว่า ถ้าเราใส่เลนส์ตา 20 มม. กล้องตัวนี้จะมีกำลังขยาย 300/20 = 15เท่า และถ้าใส่เลนส์ตา 4มม. กำลังขยายจะกลายเป็น 300/4 = 75 เท่า

อัตราขยาย 75เท่า เพียงพอจะทำให้เรามองเห็นดาวเสาร์และวงแหวนของดาวเสาร์ได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังได้เห็นดาวพฤหัส และดวงจันทร์ของดาวพฤหัสอีก 4 ดวงด้วย กล้อง firstscope เหมาะแก่การดูดาวเคราะห์มาก ซึ่งการดูดาวเคราะห์ให้พอเห็นนั้นทำได้ในทุกๆที่ ไม่จำเป็นต้องเข้าป่าลึก หรือ หลบแสงสว่างจากเมืองหลวง

ลองดูวิดีโอแนะนำตัว FirstScope จาก celestron

ขอเล่าประวัติกล้องดูดาวอย่างย่อ

กล้องดูดาวถูกสร้างครั้งแรกโดยกาลิเลโอ ในปี คศ 1609 เป็นกล้องระบบหักเหแสง ส่วนกล้องดูดาวระบบนิวโทเนี่ยนถูกสร้างในปี คศ 1668 โดยไอแซคนิวตัน กล้องดูดาวนิวโทเนี่ยนเป็นกล้องที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความเบลอ ความคลาดสี และปรับปรุงให้มีขนาดที่เล็กลงในอัตราขยายที่เท่ากัน และกล้องระบบนิวโทเนี่ยนก็ได้ครับความนิยมสร้างกันเป็นจำนวนมาก กล้องขนาดใหญ่ระดับหนึ่งเมตรหรือมากกว่าจะเป็นกล้องระบบนิวโทเนี่ยนทั้งหมด

galileo_telescope
กล้องดูดาวของ galileo คาดว่าเป็นตัวจำลองมาจากของจริง

tele_newton_big
กล้องดูดาวของไอแซคนิวตัน

กล้องดูดาว Firstscope เมื่อตอนใช้งาน ขนาดเล็กมาก เราสามารถใช้กล้องนี้ตั้งที่ไหนก็ได้เพื่อดูดาวเคราะห์ แม้แต่ในกรุงเทพ ในบ้าน เราก็ดูดาวเสาร์ได้ มองเห็นวงแหวนดาวเสาร์แน่นอน

Telescope
IMG_1502

สั่งของ amazon มาถึงเมืองไทยแล้วพัง และวิธีคืนของamazon

ผมสั่งซื้อกล้องดูดาวตัวหนึ่งจากเว็บ amazon ซึ่งเป็นกล้องดูดาวขนาดเล็กราคาไม่แพง สืบจากในเมืองไทยแล้วไม่มีใครขายตัวเล็ก และราคาที่มีขายในบางแหล่งก็แพงกว่าหลายเท่า ผมเลยสั่งจาก amazon และค่าส่งก็เท่ากับตัวสินค้าเลย สรุปคือ คนไทยซื้อของแพงกว่าคนอเมริกัน 2 เท่า

IMG_0839

กล้องดูดาวใช้เวลาเดินทางมาถึงเมืองไทยประมาณ 13 วัน ผมสั่งของวันที่ 12พฤษภาคม2562 และทางเว็บของ amazon ก็รายงานสถานะว่า ของมาถึงไทยและจัดส่งแล้วในวันที่ 24พฤษภาคม2562 แต่ทางผมในวันที่ 25พฤษภาคม2562 ยังไม่ได้รับของเลย เลยติดตามไปทาง amazon แล้วทางเจ้าหน้าที่ของ amazon ก็รับปากจะติดตามเรื่องให้

ตอนบ่ายวันที่ 25พฤษภาคม 2562 มีรถของไปรษณีย์ไทยขับเข้ามาแล้วจัดการส่งสินค้า ซึ่งมันก็คือกล้องดูดาวนั่นเอง ผมถามว่าทำไมในระบบถึงอัพเดทว่าส่งแล้วเมื่อวาน แต่ของเพิ่งมาวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทราบเหตุผล ผมก็ไม่ได้ใส่ใจจะคาดคั้นคำตอบ ของมาก็ดีแล้ว

IMG_0843

เมื่อเปิดขึ้นก็พบกับสิ่งที่น่าเศร้า นั่นคือ กล้องดูดาวผมมีอาการแตกหักที่ฐานวาง ซึ่งหักได้อย่างไรก็ไม่ทราบ ดูจากกล่องที่ใส่มาก็ดูเรียบร้อยดี กล่องไม่มีรอยเยินเลย ทำให้ผมแอบคิดไปว่า ของเสียตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจากประเทศต้นทาง

IMG_0846

ติดต่อ chat กับ support ของ amazon ก็ได้ความว่า ผมไม่ต้องการของชิ้นนี้ ต้องการตัวใหม่ ทาง amazon ก็จะส่งมาให้ แต่ของที่เสียผมจะต้องส่งคืน และผมต้องออกค่าส่งกลับไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่แย่มาก ไม่คิดว่าจะได้รับการตอบแบบนี้ ไม่คิดว่าจะได้รับการปฏิบัติแบบนี้จาก amazon เลย ทางเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า การส่งของระหว่างประเทศจะไม่มีการส่งฟรี ลูกค้าอย่างผมต้องออกค่าส่งของคืนด้วย ผมบอกว่า ผมไม่โอเค รับเงื่อนไขนี้ไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ amazon ให้ผมติดต่อกับเจ้าของสินค้าเองเพื่อขอทางเลือกอื่นจากผู้ผลิตเลย ผมก็เลยติดต่อ celestron.com และอีกเมลรายละเอียดไปให้ celestron

ผลก็คือ อีก 3 ชั่วโมง amazon ส่งอีเมลมาหาผมและได้เสนอทางเลือก 3 อย่างให้คือ
1 amazon จะเปลี่ยนสินค้าตัวใหม่ให้ จะส่งตัวใหม่มา และให้เราส่งตัวเก่าคืน และค่าส่ง amazon จะเป็นผู้รับผิดชอบ

2 หรือหากเราอยากรับสินค้าตัวนี้เอาไว้ ก็จะลดราคาและคืนเงินให้ 15%

3 หรือ จะคืนเงิน 100% เลย และให้ผมส่งสินค้ากลับไปให้ amazon โดยทาง amazon เป็นผู้ออกค่าส่งให้

ทางเลือกแบบนี้ค่อยรู้สึกดีหน่อย ดีกว่าตอนที่คุยทาง chat กับเจ้าหน้าที่เยอะเลย การบริการระดับดีๆแบบนี้ทำไมถึงมาทีหลัง ทำไมปล่อยให้ลูกค้าไปเสียความรู้สึกกับการตอบคำถามทาง chat ผมได้เรียนรู้ว่าบริษัทระดับโลกก็ยังคงมีเจ้าหน้าที่ที่ตอบคำถามแนวขับไล่ลูกค้าอยู่ นึกว่าจะมีแต่บริษัทไทยๆหรือ บริษัทจากประเทศโลกที่สามเท่านั้น

ตอนนี้ผมก็กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกทางเลือกใด ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเลือกข้อ 1 ด้วยเหตุผลว่า ข้อ2 ผมไม่เอาอยู่แล้ว ผมไม่อยากได้ของมีปัญหา และข้อ3 ก็ไม่ชัดเจนว่าที่จะคืนเงินเต็มจำนวนนั้น คืนเฉพาะค่าของ หรือ คืนค่าขนส่งมาด้วย ผมก็ไม่อยากเสียเวลาเสี่ยงกับการวัดใจว่าจะได้เงินคืนครบไหม เอาตัวเลือกที่ได้ของแน่ๆและเงินผมไม่สูญเปล่าดีกว่า

หลังจากผมตอบกลับว่าเลือก option ที่ 1 คือให้ส่งตัวใหม่ให้ผม และ ผมส่งตัวเก่ากลับ โดยให้ amazon ออกค่าส่งกลับด้วย พอส่งเมลกลับไป ภายใน 5 นาที โทรศัพท์มือถือผมก็ดัง มี sms จากธนาคารเข้ามา ข้อความระบุว่า amazon ตัดเงินในบัตรเครดิตผม 0 บาท ผมคาดว่าคงเป็น amazon สั่งสินค้าและให้ส่งมายังผมอีกครั้ง เลยเข้าไปดูในเว็บ และดูในรายการสินค้าที่ผมสั่งซื้อ ก็พบกว่า มีรายการกล้องดูดาวตัวเดียวกันนี้แต่ราคา 0 บาท ถูกสั่งและรอคิวส่งให้ผมแล้ว คาดว่าสินค้าตัวใหม่ก็คงจะเดินทางมาถึงผมในระยะเวลาประมาณ 13 วันเหมือนออเดอร์ที่แล้ว และมี label หรือเอกสารสำหรับคืนของที่ผมจะต้องพิมพ์เป็นกระดาษออกมา บางใบเอาไปแปะบนกล่อง บางใบใส่ในกล่อง บางใบส่งไปที่ DHL agent ซึ่งของที่คืนจะต้องคืนภายใน 30 วันหลังจากที่ระบบ replacement ได้เริ่มต้น นั่นก็คือหลังจากได้รับเมลคอนเฟิร์มว่า amazon ได้ทำเรื่องสั่งของส่งมาให้ใหม่นั่นเอง หากทาง amazon ไม่ได้รับของภายใน 30 วันที่กำหนดไว้ amazon จะชาร์จบัตรเครดิตเป็นค่าสินค้าอีกครั้ง แปลว่า คืนของช้า จะถูกคิดเงินในส่วน replacement

We must receive the item from your original shipment within 30 days of initiating a replacement order. If we don’t receive the item by that time, we’ll charge the credit card associated with the order for the cost of the replacement.

ข้อความในกรอบสีแดงคือบางส่วนในอีเมลที่ amazon ส่งมาตอนทำเรื่อง repleacement

นอกจากนี้ ทาง amazon ยังมีรายการ return label ในสินค้าตัวที่แล้วให้ผมสั่งพิมพ์ออกมา เอกสารมี 6หน้า มีรายละเอียดดังนี้

หน้า 1 เป็นคำอธิบายวิธีการคืนของ

หน้า 2 เอกสาร Return Mailing Label ใบนี้ให้พิมพ์เป็นกระดาษ และแนบให้ DHL (แปลว่าเราต้องเรียก DHL มารับคืน)

หน้า 3 เป็น Commercial Invoice ใบนี้ให้พิมพ์เป็นกระดาษ และแนบให้ผู้ส่งสินค้า ซึ่งผมเข้าใจว่าคือ DHL ดังนั้น DHL คงจะได้เอกสาร ในข้อ 3 นี้ด้วย

หน้า 4 เป็นเอกสาร Internation Customer Return เป็นตารางแบบฟอร์ม กรอกรายละเอียดไว้แล้วจาก amazon เราพิมพ์อย่างเดียว เอกสารชิ้นนี้ให้พิมพ์ 1 ใบเก็บไว้

หน้า 5 เป็นเอกสาร Internation Customer Return หน้าตาเหมือนข้อ4 เลย คู่มือบอกว่าให้พิมพ์ใบนี้แปะไว้ที่หน้ากล่อง

หน้า 6 เป็นเอกสาร Return Authorization Slip หน้าตาเป็นแท่งบาร์โค้ด 1 ภาพ พร้อมด้วยตัวอักษร 2 บรรทัด ระบุรายละเอียดชื่อสินค้า ให้พิมพ์ใบนี้เป็นกระดาษแล้วแนบไว้ในกล่อง

สรุปก็คือ การสั่งซื้อสินค้าจาก amazon ให้ส่งจากต่างประเทศมายังประเทศไทยมีค่าส่งที่ค่อนข้างแพง ในเคสของผมคือค่าส่งแพงกว่าค่าสินค้า และเมื่อได้ของมาแล้วหากมีการเสียหายไม่ว่าจากสาเหตุใด ก็ควรรีบแจ้งไปยังฝ่าย support ให้เร็วที่สุดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าของเสียมาก่อนจะถึงมือเรา และขั้นตอนการคืนของ คืนแบบไหน เสียเงินไหม เก็บเงินค่าส่งคืนกับใคร เป็นสิ่งที่ต้องเจรจา เพราะหากเราไม่โต้แย้งใดๆ เราก็อาจจะได้ของเสียเก็บไว้แทนนั่นเอง และการคืนของต้องคืนภายใน 30 วันหลังจากระบบได้เริ่มการ repleacement หากคืนช้าจะโดนคิดค่าใช้จ่ายทางบัตรเครดิตเหมือนเราซื้อสินค้าอีกชิ้น

สรุปในสรุป คนจะคืนของ amazon ที่บ้านต้องมีปริ๊นเตอร์นะครับ เพื่อใช้พิมพ์เอกสารต่างๆ หากไม่มี ต้องไปพิมพ์ที่บ้านเพื่อน.

2019-06-12_09-03-10

หลังจากรอประมาณ 12 วัน ในวันที่ 11มิถุนายน ผมก็ได้รับของแล้ว มีของมาส่งที่บ้าน คนที่บ้านรับไว้ให้ วันรุ่งขึ้นผมเห็นเป็นกล่องวางอยู่ในบ้าน เลยเข้าเว็บเช็คสถานะของ amazon ก็พบว่าของในระบบขึ้นสถานะว่าส่งแล้ว เดี๋ยวเย็นนี้จะ openbox ถ่ายวิดีโอไว้ด้วยเผื่อว่าถ้าโชคร้ายซ้ำซ้อนจะต้องเคลมซ้ำ ก็จะได้มีหลักฐานไปใช้เคลมอีกรอบ แต่คงไม่โชคร้ายน่ะ หวังไว้

Screen Shot 2562-06-12 at 08.56.46

ดู openbox ได้ที่นี่

อัพเดท 19jun2019

วันนี้ amazon ส่งเมลมาเตือนว่าอย่าลืมส่งของคืน ถ้าamazon ไม่ได้รับของคืนภายในวันที่ 5jul2019 จะมีการชาร์จค่าสินค้าและค่าส่งคืนสินค้า รวมๆแล้วอีกเกือบร้อยเหรียญ

return reminder amazon 19jun2019

อัพเดท 24jun2019 ได้รับอีเมลจาก amazon ว่า สินค้าส่งคืนถึง amazon แล้ว จบเคสอย่างเรียบร้อย

Screenshot_2019-06-25-08-32-29-968_com.google.android.gm

ดูดาว 16may2019

วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 เวลาประมาณ 23.59 น. ดูท้องฟ้าด้านทิศตะวันออก จะเห็นดาวเสาร์ที่มุมเงิยประมาณ 30องศา ดาวเสาร์ยังมีวงแหวนอยู่อย่างชัดเจน ส่วนดาวพฤหัสที่ช่วงเวลาเดียวกันจะอยู่สูงเกือบจะเป็นมุมเงย 60องศา ที่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ปีนี้ดาวพฤหัสน่าจะใกล้โลกพอสมควร เพราะภาพที่เห็นในกล้องดูดาวให้ขนาดดาวที่เห็นเป็นเม็ดกลมๆ มีริ้วๆบางๆ ไม่ได้เห็นเป็นจุดแบบดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลๆดวงอื่น และเราได้เห็นดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัส 2 ดวง ซึ่งหากเทียบกับปีที่แล้ว เราสามารถเห็นได้ถึง 4 ดวง อาจจะเป็นเพราะท้องฟ้ามีเมฆเยอะ หรือฝุ่นเยอะ หรือ ดวงจันทร์อาจโคจรอยู่ด้านหลังดาวพฤหัสก็เป็นได้

ภาพปรากฏการณ์ท้องฟ้าจากเว็บของสมาคมดาราศาสตร์สำหรับเดือนพฤษภาคม 2562

7sep2018 ดาวเสาร์ยังมองเห็นได้ตอนสามทุ่ม

ผมเริ่มดูดาวกับลูกมาตั้งแต่ต้นปี น่าจะเป็นช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ซึ่งในเดือนนั้นผมจะดูดาวเสาร์ในเวลาประมาณ 05.00 น. ส่วนในช่วงเดือนกันยายน ผมเห็นดาวเสาร์ช่วงเวลาประมาณ 20-21.00 น. ในทิศที่สูงเกือบตั้งฉากจากพื้นโลก เดาว่าตอนหัวค่ำก็จะเห็นเตี้ยกว่านี้เล็กน้อย โดยตลอดเดือนที่ผ่านมา กรุงเทพมีฝนตกตอนเย็นตลอดเกือบทุกวัน เมฆก็หนาจนแทบไม่เห็นดาว เพิ่งจะมีวันนี้ที่ได้เห็นอยู่ไม่กี่ชั่วโมง

PHOTO_COLLAGE1536337316650

การถ่ายภาพดาวเสาร์เป็นเรื่องที่ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางเยอะ ซึ่งผมไม่ได้ลงทุนกับสิ่งเหล่านี้ อาศัยเพียงเอาโทรศัพท์มือถือถ่ายลงไปที่ช่องมองภาพของกล้องดูดาว แล้วก็ขยับไปมาเล็กน้อยให้มีภาพเป็นจุดในมือถือ แล้วก็พยายามถ่ายให้ไม่สั่น แล้วเอามาขยายดู

Saturn

Screenshot_20180907-211531

ภาพดาวเสาร์จากกล้องมือถือก็ให้คุณภาพไม่ชัดเลย เห็นเป็นเพียงวงรีเบลอๆ ซึ่งหากมองด้วยตาผ่านกล้องดูดาว เราจะเป็นดาวเสาร์และวงแหวนชัดเจน แต่ไม่ได้ภาพที่ใหญ่นัก มันเป็นเพราะกล้องดูดาวของผมเป็นรุ่นราคาต่ำ และดาวเสาร์เริ่มอยู่ไกลจากโลกเรามากกว่าเมื่อต้นปี

โลกเราหมุนรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 1 ปี ในเวลา 6 เดือนที่ผ่านไปก็จะหมายถึงโลกเราเคลื่อนที่ไปอยู่ตรงกันข้ามกับตำแหน่งเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว เรียกได้ว่า ตอนที่ดาวเสาร์อยู่ใกล้โลก เราจะเห็นดาวเสาร์ใหญ่มากในกล้องดูดาว และในอีก 6 เดือนต่อมาเราจะเห็นดาวเสาร์เล็กลงไปมาก และที่สำคัญเวลาที่จะดูดาวเสาร์ก็จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และมีดวงอาทิตย์คั่นตรงกลางด้วยในบางเวลา นั่นแปลใหม่ได้ว่า ดาวเสาร์ขึ้นตอนกลางวัน และต้องรอพระอาทิตย์ตก เราถึงจะเห็นดาวเสาร์อยู่กลางฟ้า

มันโรแมนติคหรือเหงาก็ไม่แน่ใจ ความรู้สึกเหมือนกำลังฟังเพลง ไฟกับตะวัน “ไฟ กับประกายของแสงตะวัน ฉันจึงไม่สงสัย เธอย่อมจะโยนดวงไฟ และคงไม่คิดกลับคืน”

ดูดาว 13มีนาคม2561

ดาวเสาร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัส เรียงกันหน้าบ้าน มุมเงยประมาณ 45องศา เวลาประมาณ 05.30 น. วันที่ 13 มีนาคม 2561  ทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปถึง ทิศใต้.

IMG_20180313_055146-saturn mars jupiter 13mar2018

 

ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ มีวงแหวนขนาดใหญ่  สามารถมองเห็นได้จากโลก มองฟ้าจะเห็นเป็นจุด  แต่ถ้าใช้กล้องส่องทางไกลหรือกล้องดูดาวจะเห็นว่าเป็นดาวมีวงแหวนชัดเจน  ส่วนดาวอังคารดูยากหน่อย  ถ้าแผนที่ดาวในสมาร์ทโฟนไม่ได้บอกไว้ก็ไม่แน่ใจว่าจะชี้ถูกหรือไม่  และสุดท้ายดาวพฤหัสหรือ jupiter เป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ  มองเห็นจากโลก  มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นดาวสว่างมากที่สุดบนท้องฟ้า. ส่องกล้องก็จะเห็นมากขึ้น แต่ลายเส้นแนวขวาง และจุดกลมใหญ่ที่เป็นพายุในดาวผมมองไม่เห็นจากกล้องของผม  เป็นเพราะกล้องที่ใช้มีคุณภาพต่ำเกินไป

 

 

วิธีดูดาวเสาร์ แถมจันทรุปราคาเต็มดวง มกราคม 2561

การดูดาวเป็นกิจกรรมไม่เคยได้ทำเลยในสมัยเด็ก เพราะบ้านผมไม่ได้มีอุปกรณ์หรือของเล่นราคาแพง พ่อกับแม่ก็ทำงานกันตัวเป็นเกลียว แค่จะส่งเรียนหนังสือก็ต้องประหยัดเงินเต็มที่แล้ว ความรู้เรื่องดาราศาสตร์และดวงดาวจึงไม่เคยเข้ามาอยู่ในหัวคิดเลยตั้งแต่เด็กจนเรียนจบ

IMG_20180105_101727

ภาพดาวเสาร์วาดโดยขอบฟ้าตอน 5 ขวบ

กว่าผมจะได้เข้าท้องฟ้าจำลองก็ต้องรอจนผมมีลูกและลูกโตสัก 5 ขวบ ความรู้เรื่องดวงดาวเป็นเรื่องไกลตัว อย่างมากก็อ่านหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทั่วไป ไม่ได้เน้นไปที่เรื่องดวงดาว การดูดาวเลยเป็นสิ่งที่ลืมนึกถึงไป สักช่วงปี 2001-2003 ผมจำปีไม่ได้ ประเทศไทยตื่นตัวกับการดูดาวครั้งแรกคือ การดูฝนดาวตก ซึ่งมีการประกาศข่าวว่าจะมีฝนดาวตกจำนวนมากเข้าสู่ท้องฟ้า และสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ก็เลยได้ชักชวนกลุ่มเพื่อนที่เรียน ปริญญาโท และ เพื่อนกลุ่มถ่ายภาพ ไปนอนดูดาวกันริมทะเล นั่นเป็นกิจกรรมครั้งแรกที่ผมได้ดูดาวอย่างตั้งใจ

IMG_0019

กล้องดูดาวราคาพันห้าร้อยบาทซื้อเมื่อปี พศ2545

หลังจากนั้นอีกสักปี ผมก็ซื้อกล้องดูดาวราคาถูก เห็นลดราคาในห้างก็เลยซื้อเอาไว้ และก็ได้ทดลองดูดวงจันทร์ ดูพระจันทร์เต็มดวง ทำให้พบกว่า ดวงจันทร์ขรุขระจริงๆ และก็ได้ภาพติดตาที่ประทับใจ กล้องดูดาวตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ กว่าจะประกอบขึ้นมาให้พร้อมใช้งานใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง กว่าจะตั้งให้เห็นภาพดวงจันทร์ได้ก็เหนื่อยมาก เห็นภาพแล้วก็เพิ่งจะค้นพบว่าดวงจันทร์เคลื่อนที่ได้  จริงๆแล้วมันเป็นการหมุนของโลก  ภาพดวงจันทร์เลยดูเหมือนเคลื่อนที่ออกจากช่องมองภาพตลอดเวลา

IMG_6904

ส่องดวงจันทร์จากในบ้าน บังเอิญบ้านมีช่องกระจกที่มองทะลุไปได้

แล้วผมก็เก็บกล้องดูดาวจนลืมไปเลย รู้ตัวอีกที ก็แต่งงาน แถมยังแต่งงานตอนแก่ และเริ่มมีลูก และลูกอายุห้าขวบ เพิ่งจะได้หยิบออกมาเล่นอีกครั้ง ฝุ่นจับชนิดที่ต้องใส่หน้ากากกันฝุ่นก่อนหยิบ โชคดีที่เก็บของไว้ครบทุกชิ้น และคู่มือก็ยังอยู่ เลยได้ประกอบกล้องขึ้นมาอีกครั้ง และลูกก็ได้ลองเล่นด้วย ลูกดูตื่นเต้นไม่แพ้ตัวผมเอง

IMG_0034

ขอบฟ้ากำลังจับที่เลนส์ตา

พวกเราพ่อแม่ลูกได้ส่องดวงจันทร์อีกครั้ง ดวงจันทร์ในช่วงเดือนมกราคมปลายเดือน ปี 2561 เป็นช่วงที่เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง และเป็นจังหวะที่ดวงจันทร์โคจรใกล้โลกมากที่สุด ภาพดวงจันทร์จะใหญ่ เราเรียกว่า supermoon กล้องดูดาวก็ได้ทำหน้าที่อีกครั้ง เป็นความตื่นเต้น สนุกสนาน และดูได้แรงบันดาลใจดี กล้องดูดาวตัวเดิมตัวนี้มีความสามารถดูดวงจันทร์ได้เต็มดวง มีเลนส์ตาเปลี่ยนได้ 3 ชิ้น ชิ้นแรกให้ภาพเล็กที่สุด ชิ้นต่อมาขยายเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว และชิ้นสุดท้ายขยายเพิ่มขึ้นมากจนดวงจันทร์ล้นเฟรม แต่ก็แลกมากับการปรับตั้งที่ยากมาก

IMG_6302

ภาพ supermoon ตอนเกิด จันทรุปราคา วันที่ 31มกราคม2561 กล้อง eos-m เลนส์ 70-200f2.8

หลังจากที่ดูแต่ดวงจันทร์มาตลอด ผมก็เลยลองเอาไปดูดาวดวงอื่นบ้าง หาข้อมูลในเน็ตพบกว่าผู้คนทั่วโลกจะดูดาวอีก 2 ดวง คือ ดาวพฤหัสและดาวเสาร์ ซึ่งเหตุผลคงเป็นเพราะว่าเป็นดาวดวงใหญ่ที่อยู่ใกล้โลกทำให้สามารถมองเห็นผ่านกล้องแล้วเห็นภาพที่ใหญ่พอจะเห็นรายละเอียด ส่วนดาวบนท้องฟ้าที่เหลือ จะเป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลมาก ส่องกล้องยังไงก็ยังเห็นเป็นจุดเหมือนเดิม ไม่ได้ใหญ่ขึ้น ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้ลองดูดาวเสาร์ เพราะดาวเสาร์มีเสน่ห์อย่างหนึงคือ มีวงแหวน และลูกผมก็ชอบดาวเสาร์มาก วงแหวนที่เห็นจากภาพตามเน็ตจะเป็นวงแหวนสวยๆราวกับเป็นภาพกราฟิคคอมพิวเตอร์ นั่นทำให้ผมสงสัยว่าวงแหวนจริงๆจะสวยแบบนี้ไหม

 

ก็เลยเริ่มหาวิธีดูดาวเสาร์ ข้อมูลในเน็ตอธิบายว่าดาวเสาร์เป็นดาวที่มีวงแหวนขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้จากโลก นอกจากดาวเสาร์แล้ว ดาวยูเรนัส ดาวพฤหัส ดาวเน็บจูน ก็มีวงแหวนเช่นกัน แต่จะเป็นวงแหวนบางๆที่มองไม่เห็นจากโลก และวงแหวนดาวเสาร์ก็ต้องอาศัยมุมเอียงที่เหมาะสมถึงจะเห็นวงแหวนใหญ่ บางช่วงปีเราอาจจะมองเห็นวงแหวนในภาพตัดข้าง เห็นวงแหวนเป็นเพียงเส้นบางๆเท่านั้น และอาจไม่เห็นเลยถ้าบางมากและท้องฟ้าไม่โปร่ง

2018-02-14_02-14-43

สมัยกาลิเลโอที่ค้นพบดาวเสาร์ กล้องที่กาลิเลโอใช้เป็นกล้องที่สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก เรียกว่ากล้องกาลิเลโอ กล้องนี้ทำให้เขาค้นพบดวงดาวที่มีวงแหวน แต่ในยุคสมัยนั้นกล้องยังไม่มีคุณภาพมาก สิ่งที่กาลิเลโอมองเห็นและจดบันทึกไว้ก็เพียงแค่ ดาวมีหู บางครั้งก็เป็นดาววงรี และดาวมีหูนี้ เมื่อมองในอีกหลายปีต่อมา พบว่าหูหายไป ซึ่งเป็นความสงสัยของกาลิเลโอในสี่ร้อยปีที่แล้ว

2018-02-16_10-46-11

ดาวเสาร์จะเอียงทำมุมเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ปีที่มุมเอียงมากจนเห็นวงแหวนชัดเจนที่สุดก็จะเกิดขึ้นทุก 14 ปี หากเป็นปีที่วงแหวนทำมุมราบเรียบจนเรามองเป็นเส้น เราก็อาจจะเห็นดาวเสาร์โล้นๆ เหมือนไม่มีวงแหวน นั่นเป็นภาพที่กาลิเลโอเคยเห็นและบันทึกไว้เป็นคำถามไว้ว่าทำไมดาวเสาร์ไม่มีวงแหวนเหมือนเมื่อก่อน

ปีนี้ปี 2561 ดาวเสาร์ทำมุมเอียงค่อนข้างมาก ทำให้มองจากโลกเห็นดาวเสาร์ที่สมบูรณ์ แต่จะมองได้ชัดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพกล้องและความโปร่งใสของท้องฟ้า และเดือนนี้ ไม่กี่วันมานี้ ผมก็ได้ลองส่องดูและก็ได้พบกับดาวเสาร์ด้วยตาตัวเอง เป็นจริงอย่างที่ตำราบอกไว้ ดาวเสาร์มีวงแหวนจริงๆ แต่ผมไม่สามารถถ่ายภาพที่เห็นได้ เพราะอุปกรณ์ไม่ดีพอ และ ผมไม่มีกล้องถ่ายภาพที่จะต่อกับกล้องดูดาว ก็เลยขอใช้ภาพจากอินเทอเน็ตของท่านอื่นมาลงไว้แทน ผมเลือกภาพที่มีความเอียงและรายละเอียดของวงแหวนใกล้เคียงกับที่ผมมองเห็นเมื่อวันที่ 14กุมภาพันธ์2561

2018-02-14_02-14-13

ภาพดาวเสาร์ ผมปรับมุมเอียงให้ดูคล้ายกับภาพที่ผมเห็นในกล้องดูดาว

ดาวเสาร์เคลื่อนที่เร็วมากเมื่อมองจากในกล้องดูดาว แค่การเอามือจับที่ตัวกล้องก็ทำให้กล้องสั่นจนภาพดาวเสาร์หายไปจากช่องมองภาพแล้ว และการหมุนของโลกก็ทำให้ดูเหมือนดาวเสาร์เคลื่อนที่หนีจากช่องมองภาพไปเรื่อยๆ นั่นทำให้กล้องดูดาวราคาถูกๆตัวนี้ สามารถมองดาวเสาร์ได้แค่ 15 วินาที แล้วดาวเสาร์ก็จะคลื่อนหายไปจากช่องมอง ผมใช้วิธี หมุนขาตั้งกล้องแทน โดยการจับที่ปลายขาตั้งแล้วหมุนตามทีละครั้ง ปรับครั้งหนึ่งก็ดูได้ 15 วินาที แล้วก็หมุนขาตั้งใหม่ แล้วก็เรียกให้ลูกดู ลูกดูเสร็จก็หมุนขาตั้งกันอีกครั้ง การหมุนขาตั้งนี้เป็นเหตุผลให้กล้องดูดาวมีอุปกรณ์เสริมมาขายนั่นคือมอเตอร์ตามดาว แค่ชื่อก็บอกแล้วว่ามันทำหน้าที่อะไร ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่แพงกว่ากล้องของผมอีกหลายเท่าตัว ดังนั้น ไม่ซื้อครับ อดทนหมุนขาตั้งต่อไป

Screenshot_20180215-224036

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าดวงไหนคือดาวเสาร์ ดาวเสาร์จะโผล่มาให้เราดูกี่โมง และอยู่ทิศไหน นี่คือความยากของคนในสมัยก่อน เพราะไม่มีตัวช่วยเลย ต้องคำนวณต้องวัดกันเหนื่อย แต่กับสมัยนี้ ยุคอินเทอเน็ต เรามี application ในโทรศัพท์มือถือที่ช่วยหาตำแหน่งดาวให้ แค่เปิดโปรแกรมแล้วเอามือถือยกส่องท้องฟ้า จะเห็นดาวบนฟ้าพร้อมชื่อกำกับ ส่องดินจะเห็นดาวที่อยู่ในอีกซีกโลกหนึ่ง เราก็แค่หาดูว่า ดาวเสาร์จะอยู่ฝั่งซีกโลกเดียวกับเรา ตอนกี่โมง application ตัวนี้ชื่อ star chart

Screenshot_20180213-063051

และในเช้ามืดวันหนึ่งผมก็เปิดโปรแกรมส่องเล่นๆ ก็พบว่า ดาวเสาร์ขึ้นมาอยู่ตรงกับหน้าบ้าน สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าเป็นจุดสว่างเลย ดวงจันทร์อยู่ด้านล่าง จุดสว่างที่อยู่เหนือตึกขาวด้านขวาบนก็คือดาวเสาร์ ก็เลยรีบวิ่งไปหยิบกล้องดูดาวที่ประกอบไว้แล้วมาตั้ง ใช้เวลาตั้งให้เห็นภาพชัดอยู่สิบนาที จนแน่ใจแล้วว่า นี่คือดาวเสาร์ ก็รีบไปปลุกลูกมาดู ขอบฟ้าก็เลยได้ดูดาวเสาร์วันเดียวกับพ่อเลย ซึ่งผมเห็นดาวเสาร์ด้วยตาตัวเองเห็นวงแหวนของมันครั้งแรกในชีวิตก็วันนี้แหละ

การติดตามข่าวสารทางดาราศาสตร์สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บสมาคมดาราศาสตร์ ซึ่งข่าวสารและเหตุการณ์ของดวงดาวในเดือนกุมภาพันธ์2561 นี้จะมีภาพดาวเกิดขึ้นตามนี้

media-329-5a741bdbd1b79

การดูดาวเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูกได้สนุกสนาน ไม่ใช่เพียงแค่การวางกล้องแล้วมอง แต่ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ที่จะพูดคุยเรื่องดวงดาว ความรู้เกี่ยวกับดาว ทั้งภาพนิ่งและหนังสือรวมถึงวิดิโอจาก youtube สารคดีต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการใช้เวลาร่วมกัน รวมไปถึงการเดินทางไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ และ ท้องฟ้าจำลอง นอกจากการใช้เวลาอย่างมีคุณค่าแล้ว ลูกยังได้ความอดทน การรอเวลา การแก้ปัญหายุงกัด ความรู้ในการดูแผนที่ ทิศเหนือ ทิศใต้คืออะไร สิ่งเหล่านี้ค่อยๆซึมเข้ามา ทั้งหมดใช้เงินไม่ถึงสองพันบาท

 

Screen Shot 2561-02-28 at 8.20.46 AM

ภาพนี้คือภาพที่ผมถ่ายเอง  ใช้กล้องดิจิทัล canon eos m รุ่น 1 ต่อกับเลนส์ canon 70-200f2.8 ตั้งค่าในกล้องไว้ประมาณ iso3200 f11 สปีดชัตเตอร์ 1/30 วินาที  ซูมไว้ที่ 200mm ซึ่งเมื่อรวมกับตัวคูณของกล้องก็จะเหมือนได้ระยะทางยาวโฟกัส 320mm  ตั้งโฟกัสไว้ที่ infinity แต่ใช้มือหมุนช่วยนิดหน่อยปรับโฟกัสให้ภาพจุดดาวดูเล็กที่สุดในหน้าจอ   การตั้งค่าเหล่านี้ไม่มีค่าตายตัว  อาจจะเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของสภาพท้องฟ้า   ภาพที่ได้ทั้งภาพจะเหมือนเป็นจุดขาวๆ  ต้องใช้การซูมดู actual pixel ถึงจะพอเห็นรูปร่างว่ามันเป็นภาพดาวเสาร์ มีวงแหวน ดูไม่กลมแบบดาวทั่วไป