รีวิวหูฟังพร้อมไมค์สำหรับ work from home และเรียนออนไลน์ logitech h111

ยุคโควิดครองเมือง ประเทศไทยมีการระบาดรอบที่4แล้ว ตอนนี้ ณ เวลานี้ รัฐบาลประกาศล็อคดาวน์ การทำงาน การเรียนหนังสือ ให้ทำจากที่บ้านทั้งหมด ลูกของผมเองก็เรียนออนไลน์มาตั้งแต่เปิดเทอม และดูแล้วไม่มีวี่แววว่าจะได้เรียนที่โรงเรียนแบบปกติเมื่อใดเลย

H592cae5c47fc4f9eab232c5b304ba220v

การเรียนออนไลน์ หรือการทำงานจากที่บ้าน เราจะใช้ระบบ Video Conference เป็นหลัก โดยซอร์ฟแวร์ที่ใช้ประชุมทางไกลก็จะมี Zoom meeting ที่ใช้กันค่อนข้างเยอะ ปกติการประชุมทางไกลก็ใช้มือถือ หรือ คอมพิวเตอร์ คุยตรงๆกับเครื่องได้เลย ใช้ลำโพงในเครื่อง ใช้ไมค์ติดเครื่อง ก็สื่อสารได้ แต่ถ้าเราอยู่ในที่เสียงรบกวนเยอะ ก็จะไม่สะดวก เพราะคุณภาพทั้งเสียงเข้าเสียงออกจะโดนรบกวนเยอะมาก ทำให้สื่อสารไม่รู้เรื่อง

การใช้สายหูฟังพร้อมไมค์จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการสื่อสารทางไกลในที่ที่มีเสียงรบกวนเยอะ เพราะจะทำให้เราได้ยินเสียงชัด และพูดลงไปปลายทางก็จะได้ยินเสียงเราชัดเช่นกัน นอกจากที่มีเสียงรบกวนเยอะแล้ว ในบ้านก็อาจจะมีปัญหาเสียงรบกวนได้ มันคือสถานการณ์ที่มีคนอยู่ในห้องหลายคน และทุกคนก็ต้องสื่อสารกับกลุ่มของตัวเอง ลูกเรียนออนไลน์ พ่อแม่ทำงานจากที่บ้าน นั่งอยู่ในห้องเดียวกัน เสียงพูดคุยก็จะตีกันเอง ทำให้สื่อสารไม่ได้ การใช้หูฟังจึงเป็นทางเลือกเดียวสำหรับสถานการณ์แบบนี้

H30bb0e61ddd941b98b3f4a0116d70110Q

หรือแม้แต่ที่ทำงาน หรือใน co-working space การพูดคุยผ่านโทรศัพท์จะใช้เสียงลำโพงไม่ได้เลย เพราะเป็นการรบกวนคนอื่นในห้อง และเราเองก็คงไม่สะดวกใจที่จะให้คนอื่นได้ยินเสียงที่เราคุย ดังนั้นหูฟังพร้อมไมค์ก็จะเป็นตัวเลือกที่แก้ปัญหาได้ ทุกคนต้องใช้หูฟังของตัวเอง และหูฟังที่ต้องหามาใช้ก็ควรจะมีคุณภาพที่ดี สื่อสารได้ และมีราคาไม่แพงเกินไป

ลองนึกดูเล่นๆว่า ถ้าพ่อแม่จะต้องซื้อหูฟังให้ลูกสองคน พ่อกับแม่ใช้อีกสอง รวมแล้วต้องมีหูฟัง 4 เส้น เราจะซื้อ 4 เส้นที่ราคาประหยัดหรือราคาแพง ใครมีกำลังซื้อก็ไม่ต้องอ่านรีวิวนี้ แต่ใครอยากหาของถูกใช้ก็อ่านและดูคลิปให้จบนะครับ หูฟังที่แนะนำในรีวิวนี้คือ Logitech H111 เป็นหูฟังที่มีไมค์ยื่นออกมารับเสียง ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 300 บาท มันถือว่าไม่แพง เพราะถ้าต้องซื้อจำนวนมากๆมันจะมีประเด็นราคาที่ทำให้เราอยากหาของถูกใช้ ถ้าบ้านต้องซื้อ 4 เส้น เราก็จ่ายแค่ 1200 บาท ได้ใช้แล้ว ถ้าบริษัทต้องซื้อแจกพนักงาน 100 คน บริษัทอยากจ่าย 100×300 บาท หรือ 100×2000 บาท เท่านี้ก็น่าจะพอเห็นภาพว่าราคาคือประเด็นสำคัญ ยิ่งถ้าเป็นโรงเรียน มีครู 100 คน ต้องใช้เงินเท่าไหร่สำหรับหูฟัง?

H542211265e914d62bf7b2eaed7fd3750d

จุดเด่นของหูฟังตัวนี้คือ เล็ก เบา ไมค์ชัด และราคาไม่แพง หากเราไปใช้หูฟังขนาดใหญ่ นอกจากราคาที่แพง น้ำหนักที่เยอะแล้ว ยังทำให้เราใส่นานๆไม่ไหวด้วย เพราะหูฟังขนาดใหญ่จะกดทับค่อนข้างมาก ใส่แค่ 5 นาทีก็ไม่ลำบาก แต่ถ้าต้องใส่เป็นชั่วโมงก็จะเป็นปัญหาแล้วว่าหนักเกินไป แล้วยังมีเรื่องความร้อนที่เกิดขึ้นกับหูด้วย ดังนั้นหูฟังที่กดเบาๆ น้ำหนักเบา จะทำให้เราใส่ได้นานกว่า

จุดเด่นเรื่องไมค์ก็สำคัญ หูฟังแนว call center แบบนี้ มีก้านไมค์ยื่นออกมาเพื่อรับเสียงใกล้ปาก ทำให้การพูดคุยสามารถทำได้มีคุณภาพ เสียงพูดเข้าไมค์ได้เต็มๆ ทำให้เราไม่ต้องตะโกนพูด ใช้น้ำหนักเสียงปกติก็พูดคุยสื่อสารได้ชัดเจน ไม่เหนื่อยมาก ทำให้เราสามารถพูดคุยใช้งานได้เป็นระยะเวลาที่นานกว่านั่นเอง

จุดเด่นเรื่องคุณภาพเสียง หูฟังตัวนี้บังเอิญว่าให้เสียงที่ดี เพราะว่าเมื่อนำไปลองฟังเพลงแล้วพบกว่าให้น้ำเสียงที่น่าฟัง เสียงกลางชัด เสียงทุ้มพอมีให้ได้ยิน เสียงด้านแหลมก็มีเพียงพอ ซึ่งเป็นเรื่องที่หายากมากกับหูฟังราคาประหยัดที่จะให้เสียงที่ดีเหมาะกับการฟังเพลง แต่ h111 ตัวนี้ให้ได้ดีเลย มันเป็นหูฟังที่น่าใช้มากเมื่อเทียบกับคุณภาพเสียง คุณภาพการสื่อสารการประชุดและยิ่งเทียบราคายิ่งน่าใช้ ฟังรายละเอียดในคลิปนี้ได้เลยครับ

ลองดูคลิปรีวิวอุปกรณ์ตัวนี้ครับ ผมใช้หูฟังพร้อมไมค์ Logitech H111 ตัวนี้ในการบันทึกเสียง อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายคลิปวิดีโอคือโทรศัพท์มือถือ redmi note7 ต่อสายหูฟังพร้อมไมค์เข้าที่ช่อง 3.5มม. บนโทรศัพท์โดยตรงเลย และใช้กล้องหน้าบันทึกคลิป ใช้ App ถ่ายคลิปชื่อ open camera ซึ่งมีข้อดีคือสามารถล็อคค่าแสงสว่างในภาพได้ ทำให้สภาพแสงไม่เปลี่ยนแปลงเวลาเราขยับตัวไปมา เพราะกล้องจะไม่วัดแสงตลอดเวลาเหมือน app ติดกล้อง


เรียนออนไลน์ ทำงานจากที่บ้าน

powerbank ชาร์จไร้สาย

16f3b1efacb7113762951ac231d3e329

เพาเวอร์แบงค์ความจุ 10000ma สั่งจากเว็บ ไม่มียี่ห้อ ทดลองใช้งานแล้วทำงานได้ปกติดี มีฟังค์ชั่นการชาร์จไร้สายด้วย มือถือที่สามารถชาร์จไร้สายได้แค่นำมาวางทับบนเพาเวอร์แบงค์ตัวนี้ก็สามารถชาร์จไฟเข้าได้แล้ว ความเร็วในการชาร์จอยู่ในระดับปกติ คือเร็วเท่ากับการชาร์จด้วยอแด๊ปเตอร์ระดับ 10 วัตต์ นอกจากระบบไร้สายแล้ว ตัวมันยังมีช่อง usb สำหรับจ่ายไฟแบบปกติด้วย กำลังไฟที่ปล่อยออกมาทางช่อง usb จะมีกำลังประมาณ 10 วัตต์



การชาร์จไฟเข้าเพาเวอร์แบงค์ใช้ได้ 3 ช่องทางคือ

1ใช้สาย usb-c ได้

2ใช้สาย micro-usb ได้

3ใช้วิธีชาร์จไร้สายเข้าเพาเวอร์แบงค์ได้ แค่นำไปวางบนตัวแท่นชาร์จไร้สาย

ราคาในเว็บประมาณ 300 บาท

ต่อทะเบียน เสียภาษีรถยนต์ 2564

ปกติการเสียภาษีรถยนต์ หรือผมมักจะเรียกการต่อทะเบียนรถประจำปีผมจะทำทุกช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี โดยระยะหลังผมจะต้องไปตรวจสภาพรถยนต์ก่อน แล้วค่อยนำเอกสารตรวจสภาพ พร้อมใบ พรบ และสมุดทะเบียนรถ ไปยื่นเสียภาษี ผมเลือกไปยื่นเสียภาษีที่จุดบริการในห้างบิ๊กซี บางบอน เพราะคนน้อย คิวไม่ยาว และทำแบบนี้มาทุกปีซึ่งสะดวกมากๆ

IMG_20210613_143120

แต่ว่าพอมีการระบาดของโควิด ทำให้ระบบการทำงานของจุดบริการต่อทะเบียนถูกยกเลิกไปบางช่วงเวลา ในปีที่แล้ว ปี คศ 2020 ซึ่งเป็นปีที่โควิดระบาดเต็มรูปแบบ หลายหน่วยงานยกเลิกการทำงาน เพราะต้องป้องกันการติดเชื้อ ผมเลยต้องไปยื่นเสียภาษีที่กรมการขนส่งแถวตลิ่งชัน ก็ได้ประสบการณ์การขับรถแบบไดร์ฟทรูเข้าไปเสียภาษี คิวก็ยาวพอทน ใช้เวลาตั้งแต่ขับรถเข้าไปต่อคิว จนจบได้จ่ายเงิน ประมาณ 1 ชม. เพราะรถเยอะมาก

ส่วนปีนี้ ค.ศ 2021 โควิดยังระบาดไม่เลิก และมีทีท่าว่าประเทศไทยจะยับเยินยิ่งกว่าปีที่แล้ว การต่อภาษีที่จุดบริการในห้างก็ยกเลิกไป ก่อนจะไปห้าง ผมได้เช็คในเว็บแล้วข้อมูลก็บอกว่ามีบริการในห้าง ที่เดิม เวลาทำการเหมือนเดิม แต่พอไปก็ไม่มี ก็ไม่ได้แปลกใจเพราะว่าหลายหน่วยงานก็ยกเลิกดื้อๆได้อยู่แล้ว ปัญหาโควิดมันใหญ่เกินกว่าจะมาดื้อเปิดจุดบริการแล้วปล่อยให้เจ้าหน้าที่ติดเชื้อ

IMG_20210609_135005

ปีนี้ ผมตรวจสภาพรถจ่ายไป 200 บาท ได้เอกสารมาใบนึง แต่ในห้างไม่เปิดให้บริการ ก็เลยลองเข้าไปเสียภาษีรถยนต์แบบ online ดู ก็ได้ความรู้ไปอีก 1 อย่าง เว็บกรมการขนส่งทางบกเปิดให้เสียภาษีรถยนต์ได้ เราต้องสมัครสมาชิก แล้วก็จะได้รหัสทางอีเมล แล้วหลังจากนั้นก็ login เข้าระบบ ไปกรอกข้อมูลของรถยนต์ที่จะเสียภาษี สิ่งสำคัญที่ต้องกรอกก็คือทะเบียนรถ หมายเลขกรมธรรม์ของพรบ คุ้มครองผู้ประสบภัยฯ ส่วนข้อมูลการตรวจสภาพรถไม่ได้ใช้ แต่คาดว่าระบบน่าจะไปดึงเอาจากฐานข้อมูลได้เอง เพราะเป็นฐานข้อมูลที่กรมการขนส่งฯสามารถเข้าถึงได้อยู่แล้ว และยังต้องกรอกชื่อที่อยู่สำหรับส่งเอกสารการต่อทะเลียนกลับมาด้วย เมื่อกรอกทุกอย่างเสร็จก็จะมีระบบโอนเงิน ผมเลือกจ่ายโดยการใช้บัตรเครดิตแบบ virtual ซึ่งเป็นบริการของธนาคารกสิกร ส่วนใครมีบัตรเครดิตตัวจริงก็ใช้บัตรจริงจ่ายได้

IMG_20210701_152630

เมื่อจ่ายเงินแล้ว ก็รออยู่ที่บ้านประมาณ 3 วันทำการ ก็มีเอกสารส่งมาให้ทางไปรษณีย์ ภายในคือ ป้ายสี่เหลี่ยมแสดงวันหมดอายุ 2565 และใบเสร็จรับเงิน สรุปคือ การจ่ายภาษีรถยนต์ online ทำได้จริงๆและสะดวกดี ส่วนเล่มสมุดทะเบียนจะไม่ได้ถูกพิมพ์ในเล่มว่าเราจ่ายภาษี ตรงนี้ผมยังไม่รู้ว่ามันจะต้องทำยังไงต่อไป แต่คิดว่าหากโควิดสงบ หรือ หมดไปจากประเทศแล้ว ผมก็จะเอาเล่มสมุดทะเบียนรถไปให้หน่วยงานของขนส่งช่วยพิมพ์อัพเดทให้ให้ว่าเราจ่ายภาษีไปแล้ว ยอดเงินภาษีรถยนต์ฮอนด้าฟรีดปีนี้ผมจ่าย 822.75 บาท รถผมเป็นฟรีด2010 ครับ



เปลี่ยนแบตเตอรี่ซูซูกิสวิฟท์2012

รถซูซูกิสวิฟท์รุ่นปี 2012 วันนี้มาเปลี่ยนยางรถยนต์ที่ร้านเรมี่การยาง และบังเอิญว่ามีอาการสตาร์ทรถไม่ติด สงสัยว่าจะแบตเสื่อม เพราะดูจากประวัติการเปลี่ยนแบตครั้งสุดท้ายมันประมาณสองปีกว่าๆแล้ว ก็เลยตัดสินใจใช้วิธีการโทรเรียกร้านแบตเตอรี่ให้มาเปลี่ยนให้

IMG_20210630_153758

ค้นหาประวัติเก่าที่เคยเขียนบันทึกไว้ก็พบกับโพสท์เดิมที่เคยใช้บริการเรียกร้านแบตมาเปลี่ยน และจำได้ว่าร้านนั้นอยู่แถวศิริราช ซึ่งการจะมาเปลี่ยนแบตให้ที่ราชดำเนินก็ไม่ได้ถือว่าไกลมาก ก็เลยโทรสั่งแล้วนั่งรอไป และอีกประมาณ 45 นาทีร้านแบตก็มาถึง จัดการเปลี่ยนให้ เลยถ่ายรูปแบตเตอรี่ก้อนใหม่ไว้เป็นที่ระลึก

IMG_20210630_165917

ดูจากสติ๊กเกอร์ก็ระบุชื่อร้าน Autobatt มีไลน์ให้เซพชื่อเก็บไว้ เบอร์โทรตามในภาพ 0835690505 เผื่อว่าจะมีใครแบตเสื่อมบนท้องถนนในบริเวณใกล้ๆราชดำเนิน ศิริราช จรัญฯ ผมคิดว่ามอเตอร์ไซด์ของทางร้านน่าจะพร้อมขี่ไปส่งอยู่แล้ว ยุคนี้เป็นยุคของการบริการแบบถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว

ทดสอบไมค์สำหรับการประชุม online

การเรียน การทำงาน การสอนหนังสือ ในยุคโควิด เราต้องทำผ่านคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ นั่นคือการทำ video conference และสิ่งสำคัญในการสือสารผ่านช่องทางนี้ก็คือ ไมค์โครโฟนและลำโพง ซึ่งบางคนก็ใช้หูฟังแทนลำโพง เราจะมาลองทดสอบการใช้งานไมค์ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงหูฟังที่มีไมค์โครโฟนในตัวด้วย

รีวิว เก้าอี้ Sayl เก้าอี้เพื่อคนนั่งนาน อีกตัว

เก้าอี้เพื่อสุขภาพเป็นคำที่ได้ยินมาบ่อยมากขึ้นในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เทรนของโลกพัฒนาไปเรื่อยๆ การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็น และผู้ซื้อส่วนใหญ่ในโลกยินดีจ่ายเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้นกว่าอดีตที่ผ่านมา

เก้าอี้ดีๆสำหรับการทำงาน ผมได้รู้จักและซื้อใช้ไปแล้ว นั่นก็คือ Aeron chair ที่ผมใช้มายาวนานประมาณ 11 ปี และทุกวันนี้มันยังดูใหม่ ไม่ย้วย ไม่พัง ไม่มีอะไรหลวมเลย ย้อนกลับไปอ่านรีวิวของผมได้ที่นี่ รีวิว Aeron chair

b168a1f1c91b6b1a6fd657407201e082

สถานการณ์การเรียนในโรงเรียนจะต้องปรับไปเป็นการเรียน online อันนึ่องมาจากการระบาดของโคโรน่าไวรัส เจ้าไวรัส covid19 ตัวนี้ทำลายเศรษฐกิจไปทุกวงการเลย สายการบางแห่งบินล้มละลาย คนเลิกเดินทาง น้ำมันล้นโลกจากดีมานที่หายไป และโรงเรียน ห้าง โรงแรม ที่เที่ยวถูกสั่งปิดตัวเป็นระยะๆ นั่นทำให้การเรียนต้องปรับตัว และโรงเรียนหลายแห่งก็ต้องเรียน online แทนการเดินทางไปเรียนแบบพบหน้า สถานการณ์การเรียนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา บางเดือนให้ไปโรงเรียน บางเดือนให้หยุดอยู่บ้านเรียนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์แทน

ลูกผมได้เรียน online สลับกับการไปโรงเรียน เป็นอย่างนี้มาประมาณ 1 ปี ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของCovid19ในประเทศไทย นักเรียนเริ่มปรับตัวได้แล้วว่าการเรียน online ต้องพบเจอต้องทำอะไรบ้าง ในที่สุดพ่อแม่ก็ต้องเตรียมโต๊ะเรียนและมุมนั่งเรียนอย่างเป็นทางการให้ เพราะมันต้องใช้ ต้องonline เป็นประจำ ลูกผมตอน 7 ขวบต้องใช้โปรแกรม Zoom meeting ต้องส่งงานด้วยโปรแกรม Google classroom โต๊ะและเก้าอี้เลยถูกจัดหามาให้ เพราะจะได้ไม่ต้องแย่งโต๊ะพ่อ แม่เลือกโต๊ะได้แล้ว พ่อเลือกเก้าอี้ และเก้าอี้ที่ถูกเลือกก็คือ Sayl ของ herman miller ตัวนี้นี่เอง

9095_0

Sayl ได้รับแรงบันดาลใจมากจากสะพานแขวนสีแดงที่มีชื่อเสียงของรัฐซานฟรานซิสโก นักออกแบบทำงานร่วมกับ Hermanmiller เพื่อที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่น มีลักษณะพิเศษ และมันก็ออกมาเป็นเก้าอี้ที่มีลายเส้นเหมือนสะพาน

Sayl2.2

Sayl เป็นเก้าอี้ที่ออกแบบมาให้รองรับกับสรีระของคนนั่งทำงานโดยมีราคาค่าตัวที่ถูกกว่า Aeron เกือบเท่าตัว ผมใช้ Aeron มา 11 ปี ผมรู้และเข้าใจแล้วว่าเก้าอี้ที่ดี เก้าอี้สำหรับคนนั่งนานเป็นอย่างไร และก่อนซื้อ Sayl ก็ได้ไปทดลองนั่งเล่นที่โชว์รูมด้วยเพื่อให้แน่ใจ ซึ่งเมื่อไปเห็นตัวจริงของ Sayl แล้วก็ประหลาดใจที่มันดูตัวใหญ่มาก ใหญ่พอๆกับ Aeron เลย เพราะเดิมทีเห็นแต่ภาพในจอคอมฯ ผมรู้สึกว่ามันเล็กมาตลอด แต่ Sayl ทำมาขนาดเดียว ไม่ได้มีหลายขนาดแบบ Aeron

IMG_20210412_134300
Sayl-Diagram

Sayl มีจุดเด่นที่หน้าตาและสีสัน สีดำจะเป็นตัวที่ราคาถูกสุด สีอื่นจะแพงขึ้นประมาณสามพันบาท สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือสีสันของมัน เพราะภาพในเว็บแต่ละสีนั้นสวยมาก สวยจนดูเพลินและอยากได้เกือบทุกตัว แถมยังไปพบในเว็บต่างประเทศอีกว่าบางสีนั้นเป็นการสั่งพิเศษ มีแบรนด์อื่นสั่งสีพิเศษไปขายเป็นเก้าอี้สำหรับเล่นเกมส์ ซึ่งสีนั้นก็ไม่ทำขายในโชว์รูมปกติ

IMG_20210412_135900

ผมพาลูกไปนั่งเล่นที่โชว์รูม ให้ลูกไปลองอ่านการ์ตูนบน Sayl บอกพนักงานขายว่า ขอทดลองนั่งนานๆ ขออ่านหนังสือสักพัก พนักงานก็ยินดี หลังจากทักทาย อธิบายเสร็จ แล้วปล่อยให้เราสองพ่อลูกใช้เวลาตามสบายกับเก้าอี้ในโชว์รูป โชว์รูมใหญ่มากน่าจะใหญ่กว่าสนามบาสมาตรฐานด้วย แต่ทั้งโชว์รูมมีผมกับลูกเท่านั้นที่มาเยี่ยมชม ลูกผมก็อ่านหนังสือการ์ตูนไปครึ่งเล่ม ผมก็เดินดู ลองนั่งตัวโน้นตัวนี้ด้วยความอยากรู้ว่าจะมีตัวไหนให้ความรู้สึกเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับ Aeron ขณะที่ลูกนั่งบน Sayl ผมก็นั่ง Sayl อีกตัวเพื่อคุยกันไปเรื่อยๆ

20210515080619_IMG_0432

พนักพิงของ Sayl เป็นพลาสติกสีทึบเนื้อนิ่ม สามารถระบายความร้อนได้ดี เนื้อพลาสติกเป็นเส้นขนาดใหญ่เท่ากับเส้นยากิโซบะ พนักพิงมีความยืดหยุ่นที่สามารถรองรับการกดลงมาของแผ่นหลังได้มันแทบจะโอบแผ่นหลังเอาไว้เลย ระยะการเอนหลังสามารถปรับได้ 3 ระดับ คือ เกือบตั้งตรง เอียงหลังเล็กน้อย และ เอียงหลังมากหน่อย ที่ระยะตั้งตรงก็จะเหมาะสำหรับการทำงาน ส่วนระยะที่เอนหลังออกไปก็จะเหมาะกับการเล่นเว็บ เล่นเกมส์

20210515081006_IMG_0442

ส่วนผมเอง ก็ลองเทียบความรู้สึกระหว่าง Sayl กับ Aeron ได้ความรู้สึกดังนี้

1 สีสัน Sayl กินขาด สีสวยเกือบทุกสี ยิ่งสีทูโทนยิ่งสวย อยากได้ตั้งแต่แรกเห็นเลย ถ่ายรูปสวยแน่นอน

2 ขนาดเก้าอี้ Sayl ใหญ่พอๆกับ Aeron ตัวกลางเลย ซึ่งก็พอดีสำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่วไป

3 ความสบายในการนั่ง Sayl มีพนักพิงหลังที่เด้งสู้แผ่นหลังใกล้เคียงกับ Aeron มาก ที่แผ่นหลังถือว่าทำดีทั้งคู่

4 เบาะรองก้นของ Sayl ปรับเลื่อนเข้าออกได้เล็กน้อย ทำให้สามารถปรับชิ้นรองก้นให้เหมาะกับคนนั่งได้ ขณะที่ Aeron ปรับไม่ได้ ตรงนี้ Aeron ต้องเลือกขนาดเก้าอี้ให้เหมาะกับรูปร่างไปเลย Aeron ถึงทำมามี 3 ขนาด

5 ทดลองนั่งผ่านชั่วโมงแรกไปผมให้คะแนน Sayl ดีเท่า Aeron แต่เมื่อเก้าอี้มาส่ง แล้วได้ลองนั่งนานๆ ผมค้นพบแล้ว่ว่า Aeron นั่งสบายกว่า

6 ชิ้นรองก้นของ Sayl เป็นชิ้นที่ไม่เอียงรองรับการเอนหลังหรือโน้มตัว มันไม่เอียงรับกับก้นเหมือน Aeron ตรงนี้ Aeron ดีกว่า

7 Sayl มีตัวปรับความเอียงของพนักพิง ว่าจะให้เอนหลังออกไปแค่ไหน ตั้งได้ 3 ระดับ แต่ละระดับมีความสบายไม่เหมือนกัน เอนมากก็สบายมาก แต่ก็จะไม่ได้ทำงาน เอนน้อยๆก็น้อยจนแทบไม่เอนเลย ระยะเอนน้อยตรงนี้เหมาะกับการนั่งทำงาน

8 เบาะของ Sayl เป็นฟองน้ำหุ้มด้วยผ้า ลายผ้าและสีสันของผ้าสวยมาก แต่น่าจะไม่ทนเท่า Aeron ที่เป็นตาขายสีดำ

9 Sayl มีรูปร่างดูล้ำสมัย เหมือนคนออกแบบชอบหุ่นยนต์กันดั้ม เป็นรูปทรงที่ดูไม่เชย

20210515081050_IMG_0444

Sayl เหมาะกับใคร

1 คนที่ใส่ใจสุขภาพ อยากมีแผ่นหลังที่แข็งแรง ไม่ถูกทำลายไปก่อนเวลาอันควร

2 โปรแกรมเมอร์ ถ้าโปรแกรมเมอร์คือเครื่องจักรเปลี่ยนกาแฟให้เป็นโค้ด เก้าอี้ที่ดีคือ แหล่งพลังงานที่หล่อเลี้ยงเครื่องจักรให้ทำงานได้ยาวนาน

3 คนเล่นเกมส์ การเล่นเกมส์ที่ใช้เวลานาน บางคนเล่นข้ามวันข้ามคืน เก้าอี้ดีๆทำให้คุณเล่นได้อึดและทนมาก

4 คนที่ต้อง live ทำงาน online หน้าคอมฯ นั่งพูด นั่งคุยนานๆ

20210515080454_IMG_0427

เก้าอี้ Sayl ยังคงได้รับนโยบายเดียวกันกับรุ่นอื่นของHerman miller คือรับประกัน 12 ปี วันนี้ลูกอายุ 8 ขวบ เมื่อผ่านไป 12 ปี ก็น่าจะอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว ซึ่งผมเชื่อว่าเก้าอี้จะยังไม่พัง เพราะตัวเดิมที่ใช้มาประมาณ 11 ปี ยังอยู่ดีทุกอย่าง ดังนั้น Sayl น่าจะอยู่ให้เราใช้งานได้จนถึงวันที่หมดประกัน และถึงตอนนั้น หากอยากจะซ่อม หรือ จำเป็นต้องซ่อม ก็น่าจะซ่อมได้ไม่ยาก และรีวิวนี้ก็ถูกเขียนตอนที่นั่งอยู่บน Sayl

รีวิวลำโพง JBL Tuner fm

IMG_20210404_084828

ลำโพง JBL Tuner fm เป็นลำโพงบลูทูธทรงกระบอก คล้ายกระติกน้ำ ซึ่งเป็นทรงที่ทาง JBL ทำออกมาหลายรุ่น ส่วนมากจะเป็นลำโพงบลูทูธแต่เพียงอย่างเดียว เพิ่งจะมีรุ่นนี้ที่ใส่ฟังค์ชั่นเครื่องรับวิทยุ Fm มาให้ด้วย ทำให้มันเป็นเครื่องรับวิทยุที่น่าสนใจมาก เพราะมันกลายเป็นวิทยุที่รับสัญญาณบลูทูธ เชื่อมต่อกับเมือถือได้

IMG_0183

สเป็คของ JBL Tuner Fm

  • ขนาดตัวเครื่อง 16.5 x 6.6 x 6.6 cm
  • น้ำหนัก 445 กรัม
  • ดอกลำโพงขนาด 4.45 cm.
  • ตอบสนองความถี่ 85Hz – 20kHz
  • รับคลื่นวิทยุความถี่ 76MHz – 108MHz ในไทยรับตั้งแต่ 87.5-108 MHz
  • ระบบบลูทูธ เวอร์ชัน 4.1 (A2DP V1.2, AVRCP V1.5)
  • กำลังขับ 5W RMS
  • Signal-to-Noise Ratio > 80dB
  • แบตเตอรี่ความจุด 1,500 mAh, 3.7V
  • รองรับการใช้งานสูงสุด 8 ชั่วโมง
  • ชาร์จไฟผ่าน micro usb ใช้เวลาในการชาร์จจนเต็มประมาณ 3.5 ชั่วโมง
  • มีช่องรับสัญญาณเสียง Aux

IMG_0071

ลักษณะทั่วไป

ลำโพงตัวนี้ มีตัวรับคลื่นวิทยุระบบ Fm เป็นระบบสแกนหาคลื่นแบบดิจิทัล สามารถบันทึกสถานที่ที่ชอบฟังได้ 5 สถานี ระบบวิทยุสามารถสแกนคลื่นด้วยระบบอัตโนมัติ หรือ กดปุ่มเพื่อเปลี่ยนคลื่นที่ต้องการฟังได้ ปุ่มด้านบนตัวเครื่อง มีปุ่ม – และ + เอาไว้ปรับความดัง มีปุ่มตัวเลข 1 2 3 4 5 เอาไว้บันทึกสถานที่วิทยุที่ชอบ มีปุ่ม FM เพื่อกดฟังรายการวิทยุ มีปุ่ม Scan เพื่อทำการสแกนคลื่นรายการวิทยุ มีปุ่ม Tuner- และปุ่ม Tuner+ เพื่อเลือกสถานีเอง และปุ่มสุดท้ายก็คือปุ่มเลือกให้เครื่องทำงานระบบบลูทูธ เสาอากาศแบบชัก สามารถปรับหดเก็บแนบไปกับตัวกระบอกได้ ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่ด้านข้าง

ทดลองฟัง

ในการทดลองฟังผมใช้โทรศัพท์ Redmi Note7 ระบบปฏิบัติการ Android สลับกับ iPhone4s ฟังด้วยเพลงในเครื่องบ้าง ฟังด้วย App อย่าง Spotify และ Youtube ด้วย ลำโพง JBL Tuner Fm สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่าหลายปีได้อย่างไม่เรื่องมาก เชื่อมได้ทุกเครื่อง เล่นเพลงจากในเครื่องก็เล่นได้ไม่สะดุด เล่นเพลงจากระบบสตรีมก็ทำได้ปกติ ไม่พบปัญหาอะไร

คุณภาพเสียงมีน้ำหนักเสียงที่หนักแน่น ตอบสนองความถี่ได้ดีโดยเฉพาะเสียงในย่านความถี่ต่ำที่ทำได้ดีมาก ฟังเพลงต่างๆผ่าน JBL Tuner Fm ตัวนี้มีเสียงเบสชัดเจน มันแตกต่างไปจากลำโพงบลูทูธตัวเล็กทั่วไปที่ฟังเสียงกลางชัดแต่เบสบาง JBL ตัวนี้ไม่มีอาการเบสบางเลย กลับกัน ลำโพงให้น้ำเสียงในย่านเบสได้โดดเด่น ทำให้มันเป็นลำโพงคุณภาพดีสามารถให้เสียงในระดับHifi ได้ เพราะเมื่อย้อนกลับไปฟังเพลงผ่านลำโพงเล็กกว่านี้อย่าง JBL Go ก็จะพบว่า เสียงของ Go มีเบสบาง มีเพียงเสียงกลางที่ดีน่าพอใจเท่านั้น แต่ JBL Tuner Fm ให้น้ำเสียงที่กลมกล่อม ตอบสนองย่านเสียงเบสได้ดี เพลงที่ฟังจะให้ความรู้สึกถึงน้ำหนักที่จะแจ้ง มีน้ำเสียงนุ่มนวล อาจจะเพราะเสียงย่านเบสช่วยให้เสียงดนตรีสมบูรณ์ขึ้น

20210331070243_IMG_0063

การฟังรายการวิทยุจาก JBL Tuner FM ถือเป็นจุดเด่นที่ดีมาก เพราะคุณภาพการรับคลื่นวิทยุทำได้ดีทัดเทียมกับการเปิดวิทยุในรถยนต์ คลื่นที่รับชัดก็คือชัดมาก ไม่มีเสียงแทรก ไม่มีเสียงซ่าเลย คลื่นวิทยุที่รับได้ อย่างคลื่นที่ลงท้ายด้วย .0 และ.5 ทำได้ดีเยี่ยม คลื่นที่ลงท้ายด้วย .25 .75 ก็รับได้เช่นกัน น้ำเสียงจากรายการวิทยุให้น้ำเสียงที่ฟังสบาย เสียงพูดฟังรู้เรื่อง แต่นุ่มนวลกว่าวิทยุกระเป๋าหิ้วหรือวิทยุพกพาอื่นๆที่เคยใช้ เนื่องจากวิทยุพกพาราคาถูกที่ใช้ระบบหมุนหาคลื่นแบบอนาลอก จะไม่ลงทุนกับลำโพงในเครื่อง เสียงจากรายการวิทยุก็จะมีแต่เสียงบางๆ เน้นเสียงพูด เหมือนจงใจทำโทนเสียงให้แหลมแทงหูนิดน้อยเพื่อให้ฟังรู้เรื่อง แต่ฟังดนตรีไม่เพราะเลย ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่เกิดกับ JBL Tuner FM เพราะเสียงรายการวิทยุจากตัวนี้มันยอดเยี่ยมน่าฟังมาก เสียงเพลงที่ส่งผ่านรายการวิทยุมีคุณภาพสูง น้ำหนักเสียงย่านความถี่ต่ำมีให้ฟังอย่างเพียงพอ มันสมดุลย์กับเสียงกลางและเสียงสูง คุณภาพเสียงระดับ Hifi มีอยู่ในลำโพงตัวนี้เต็มๆ

20210331064622_IMG_0060

ฟังเพลงผ่านบลูทูธด้วย App อย่าง Spotify ก็ทำงานได้มาตรฐานมาก การเชื่อมต่อเสถียร ไม่หลุด น้ำเสียงมีเบส กลาง แหลมครบ คุณภาพเสียงดีสมกับค่าตัวหลายพันบาท เสียงร้องชัดเจนยังคงเป็นเอกลักษณ์ คุณภาพเสียงมันดีกว่าลำโพงขนาดเล็ก แต่ก็ยังไม่สามารถเอาไปเทียบกับลำโพงบลูทูธขนาดใหญ่ได้ ลองฟังเทียบกับซาวบาร์ของ Xiaomi ที่เป็นตัวใหญ่ยาว 80cm เจ้าตัวใหญ่จะให้เสียงใสและนุ่มกว่า เปิดได้ดังกว่า JBL Tuner FM มีกำลังขับตามสเป็คเพียง 5 วัตต์ นั่นหมายถึงมันเปิดในงานปาร์ตี้ที่มีคนเยอะไม่ได้เลย มันเหมาะกับการฟังใกล้ๆ นั่งฟัง 1-2 คน เท่านั้น ซึ่งนั่นก็น่าจะตรงกับวัตถุประสงค์ของการออกแบบ

20210331063944_IMG_0059

รายการวิทยุที่รับได้ หากทางรายการมีชื่อ มีการส่งข้อมูลชื่อสถานทีมาด้วย JBL Tuner FM ก็มีหน้าจอแสดงผลที่ขึ้นชื่อเป็นตัวหนังสือให้ ตัววิ่งจะไหลอยู่ในหน้าจอให้เราได้เห็นข้อมูลสถานี เราสามารถบันทึกรายการที่ชอบไว้ได้ 5 สถานี เมื่อเจอสถานีที่ชอบก็กดปุ่มตัวเลขค้างไว้เลย เลขนั้นก็จะจำสถานีเอาไว้ สะดวกมาก

20210331064712_IMG_0062

จุดเด่น

น้ำเสียงกลมกล่อม มีเสียงย่านเบส กลาง แหลม ครบ

ระบบรับคลื่น FM ชัดเจน แม่นยำ

บันทึกสถานีวิทยุได้ 5 ช่อง

เปิดปิดทำได้เร็ว กดฟังวิทยุได้เร็ว

ขนาดตัวเครื่องไม่ใหญ่มาก สามารถพกพาใส่กระเป๋าใส่เป้ได้สะดวก

จุดด้อย

เสียงเบาเกินไปใช้กับปาร์ตี้ไม่ได้

สรุป

JBL Tuner FM ถูกออกแบบมาให้เป็นลำโพงพกพา มีขนาดกระทัดรัด ไม่ใหญ่เกินไปจนพกลำบาก มีขนาดไม่เล็กมากทำให้สามารถสร้างเสียงเบสได้ลงลึกและต่ำกว่าลำโพงเล็ก ผลก็คือน้ำเสียงโดยรวมทำได้ยอดเยี่ยม มีเสียงครบย่านความถี่ที่จำเป็นในการฟังเพลง ความสามารถเรื่องการรับคลื่นวิทยุทำได้ชัดเจนแม่นยำ เป็นวิทยุคุณภาพดี เราสามารถพกลำโพงตัวนี้ติดตัวไปได้ตลอดเวลา ใส่เป้ ใส่กระเป๋าได้ไม่รู้สึกยุ่งยาก

แบตเตอรี่ 18650 แบตยอดฮิตใน gadget

IMG_20210131_084109

อุปกรณ์จำพวกเพาเวอร์แบงค์ และ พัดลมพกพา รวมถึงใส้ในของแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คนิยมใช้แบตเตอรี่ชนิด 18650 กันทั้งนั้น แบตประเภทนี้มีขนาดใหญ่และมีแรงดันอยู่ที่ 3.7 V ของใช้ส่วนมากเมื่อซื้อมาใหม่ๆ จะได้แบตเตอรี่แถมมาด้วย แต่แบตแถมก็อายุสั้นเก็บไฟได้ไม่นาน ที่ตัวแบตเองไม่มียี่ห้อ ใช้ไปไม่กี่เดือนก็แบตเสื่อมเสียแล้ว

IMG_20210131_083917

ลองหาแบตเตอรี่ในเว็บดู ก็มีร้านค้าหลายร้านที่มีขาย มีราคาตั้งแต่ก้อนละ 15 บาทไปถึง ร้อยกว่าบาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่กว้างมาก ปริมาณไฟที่เป็นหน่วยมิลลิแอมป์ ก็มีตั้งแต่ 1800-3600mA จริงๆก็ดูเหมือนจะใส่มามั่วๆ แถมบางตัวก็ใส่ว่าจุ 9900 mA ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลย

IMG_20210131_083808

แบตที่อยู่ในพัดลมพกพาก็เสื่อมแล้ว เลยตัดสินใจเสี่ยงซื้อสักร้านหนึ่งในเว็บ แล้วก็เลือกระดับราคาก้อนละประมาณ 45 บาท คือไม่เอาต่ำสุดและไม่เอาสูงๆ ลองซื้อมา 2 ก้อนเพื่อใส่พัดลม 2 ตัว ผลก็คือ ใช้งานได้ เก็บไฟได้นานกว่าตอนได้พัดลมมาใหม่ๆเสียอีก น่าจะสรุปสั้นๆได้ว่าแบตยี่ห้อที่เสี่ยงซื้อมีคุณภาพดี และยังไม่เสื่อมในวันที่วางขาย ตัวแบตมียี่ห้อ มีสติ๊กเกอร์รับประกันติดอยู่ด้วย ใครอยากซื้อใช้ก็ลองไปหาดูนะครับ ยี่ห้อAWT กล่องสีดำ


รีวิว วิทยุ Radiwow R-108

ในยุคปี พศ 2563 เป็นช่วงเวลาที่วิทยุไม่ได้รับความนิยมจากคนส่วนใหญ่แล้ว เพราะใครต่อใครก็ต่างรับชมข่าวสารและความบันเทิงทางอินเทอเน็ตทั้งหมด ดูหนังทางระบบของ netflix หรือ youtube หรือเว็บเฉพาะทางทั้งหลาย หากจะฟังเพลงก็มี spotify มี apple music และอีกหลายระบบ หลายแพล็ตฟอร์ม สิ่งเหล่านี้ทำให้ฮาร์ดแวร์อย่างเครื่องเล่นแผ่นซีดี ดีวีดี บลูเรย์ แผ่นเสียง ค่อยๆขายได้น้อยลงเรื่อยๆ แม่แต่เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่เคยฮิตระเบิดอย่าง ipod ก็ยังต้องถอยให้กับระบบใหม่ๆ โทรศัพท์มือถือกลายเป็นระบบหลักของสื่อกระแสหลัก และดูไม่มีตัวเลือกลำดับรองเลย

20200906165719_IMG_4312

แต่ก็ยังมีผู้ใช้บางส่วนที่ยังสนใจจะใช้วิทยุโทรทัศน์อยู่ เพราะเป็นระบบที่ง่ายและไม่ต้องปรับตัวมาก ไม่ต้องลงทุนสูง ผู้ใหญ่ หรือ คนแก่ในบ้านก็คุ้นเคยกับระบบวิทยุและโทรทัศน์แบบโบราณอยู่ ซึ่งความโบราณนี้นอกจากประหยัดแล้วมันก็ใช้งานง่ายจริงๆ และไม่ต้องอาศัยอินเทอเน็ตด้วย ค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงอินเทอเน็ตก็ค่อนข้างแพงเนื่องจากต้องจ่ายเป็นรายเดือน บางบ้านบางคนมีค่าใช้อินเทอเน็ตมากกว่าค่าน้ำค่าไฟเสียอีก

20200831222236_IMG_4289

เครื่องรับวิทยุส่วนมากจะโดนผลิตออกมาแบบราคาถูก และมีระบบที่ไม่ซับซ้อน ทำให้คุณภาพมักจะไม่ค่อยดี วิทยุอนาลอกที่มีการหมุนหาคลื่นแบบอนาลอกก็มักจะรับคลื่นไม่เก่ง มีสัญญาณรบกวนแทรกเข้ามาง่านย จำนวนสถานีที่ควรจะรับสัญญาณได้ก็ไม่ครบทุกความถี่ เครื่องรับวิทยุที่รับสัญญาณ FM ด้วยระบบการหาคลื่นแบบดิจิทัลจะเป็นทางเลือกที่มีคุณภาพการรับสูง เหมือนเครื่องรับวิทยุในรถยนต์ที่มักจะรับสัญญาณได้ดีและฟังได้ชัดมาก วิทยุตั้งโต๊ะที่ใช้ในบ้านถ้ารับคลื่นได้ดีเท่าระบบในรถยนต์ก็เป็นสิ่งที่ผู้ใช้อยากได้มานานแล้ว

20200906165549_IMG_4307

Radiwow เป็นยี่ห้อจากประเทศจีน ผมไม่ทราบประวัติ ไม่ทราบว่ามีชื่อเสียงในระดับใด เพราะเท่าที่เคยรู้ ยี่ห้อทีทำวิทยุเก่งก็จะมี tivoli ที่เป็นของฝรั่ง ยี่ห้อ degend เป็นของจีน tecsun เป็นของจีน สามยี่ห้อนี้มีวิทยุคุณภาพดีให้เลือกซื้อ ส่วนยี่ห้อ Radiwow ก็เป็นตัวที่ผมเลือกเสี่ยงซื้อมาใช้เองเลย เพราะดูสเป็คแล้วน่าสนใจ และเมื่อได้มาแล้วก็พบว่ามีจุดเด่นหลายอย่างให้พูดถึง ที่สำคัญคือ ราคาไม่แพง

20200831222027_IMG_4284

Radiwow R-108 มีขนาดกระทัดรัด สามารถรับคลื่น FM AM MW LW SW ได้ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่โนเกีย BL-5c ที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือมาตั้งแต่ยุคยี่สิบปีที่แล้ว ระบบรับคลื่นเป็นดิจิทัล มีปุ่มที่ด้านหน้าให้กดเต็มไปหมดเลย ลำโพงติดมากับเครื่อง 1 ดอกเป็นแบบฟูลเร้นจ์ ในกล่องมีสายชาร์ชนิด micro-usb 1เส้น และสายอากาศเพื่อช่วยรับคลื่นอีก 1 เส้น ตัวเครื่องมีเสาแบบชักติดมาด้วย

20200831222318_IMG_4291
20200831222411_IMG_4293

การรับคลื่นระบบดิจิทัลเราสามารถหมุนด้วยปุ่มด้านข้าง ซึ่งมีความพิเศษคือสามารถกดเพื่อเปลี่ยนโหมดการหมุนให้หมุนได้ละเอียดขึ้นได้ ส่วนปุ่มกดหน้าเครื่องจำนวนมากสามารถกดเลือกคลื่นที่ต้องการฟังได้ตรงๆ อย่างเช่น หากอยากจะฟังสถานีคลื่น 102.50 MHz เราก็สามารถกดปุ่ม Freq 1 0 2 5 0 แล้วเครื่องก็จะรับคลื่นช่อง fm102.50 ให้เราได้ทันที วิธีนี้เป็นวิธีเลือกคลื่นสัญญาณที่รวดเร็วมาก ดีกว่าที่จะหมุนคลื่นไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึง

20200831222051_IMG_4286

คุณภาพการรับคลื่นของ R-108 รับได้คมชัดแม่นยำ เสียงที่ถ่ายทอดก็ออกมาชัดเจน ลำโพงมีเสียงกลางและเสียงเบสเล็กน้อยให้พอรู้สึกว่ามีคุณภาพพอใช้ได้ แต่ที่ประทับใจก็คือ ช่องเสียบหูฟังเมื่อลองฟังผ่านหูฟังแล้วให้น้ำเสียงที่ไพเราะสำหรับการฟังเพลงเลย เสียงกลางมีเพียงพอ เสียงเบสเด่นมาก ทำให้ฟังแล้วได้น้ำเสียงที่นุ่มนวล สามารถใช้ต่อสายสัญญาณไปเข้าระบบเครื่องเสียงบ้านได้เลย

ตัวเครื่องออกแบบให้มีขาตั้งด้านหลังเพื่อช่วยวางมุมเอียง หันหน้าขึ้นสู่ผู้ใช้งาน เป็นการออกแบบที่คำนึงถึงรูปแบบการใช้งานที่ปราณีตดี หน้าปัดแสดงตัวเลขมีแสงสว่างในตัว จะสว่างขึ้นมาเสมอเมื่อเรากดปุ่มหรือหมุนคลื่น เมื่อหมุนเสร็จแล้วไฟก็จะดับไป แถมข้อมูลบนหน้าปัดยังมีนาฬิกาให้อีกด้วย และมันสามารถตั้งปลุกได้ด้วย

เมื่อนำ R-108 ไปเทียบกับ Tivoli Model2 ความสามารถในการรับคลื่นค่อนข้างสูสีกัน แต่ลำโพงของ Tivoli มีขนาดใหญ่กว่า จะให้เสียงพูดที่หนากว่า ให้เสียงเบสที่ใหญ่โตลงได้ลึกกว่า ส่วนเรื่องความคมชัดในการรับสัญญาณถือว่าทำได้ใกล้เคียงกัน แต่ R-108 จะรับคลื่นได้เยอะกว่าเพราะใช้วิธีหมุนทีละคลิกแบบดิจิทัล ทำให้สามารถล็อคคลื่นความถี่ได้ละเอียด

การชาร์จไฟก็ใช้วิธีเสียบสาย micro-usb เข้าไปกับตัวเครื่อง ชาร์จเหมือนเป็นโทรศัพท์มือถือ แต่ระยะเวลาการใช้งานด้วยแบตเตอรี่ในตัวก็ทำงานได้นานเป็นวัน สิ่งที่ชอบใน R-108 ก็คือ ปุ่มเปิดปิดเครื่องเป็นปุ่มกดขนาดใหญ่ที่สุดบนหน้าปัด และอยู่ในตำแหน่งที่ชัดเจน จำง่าย เราสามารถเอื้อมมือไปกดปิดหรือเปิดได้สะดวกโดยไม่ต้องชำเรืองมองเลย แต่การเลือกคลื่นความถี่เรายังคงต้องมองหน้าจออยู่ดี ตัวเครื่องมีเขียนไว้ที่ด้านหน้าว่าสามารถบันทึกสถานีได้มากถึง 500 สถานี แต่ผมก็ไม่ได้ลองใช้ เพราะไม่รู้ว่าจะบันทึกสถานทีไว้ทำไม เนื่องจาก R-108 สามารถเลือกคลื่นได้ง่ายนั่นเอง

20200906165814_IMG_4318

คุณภาพเสียงที่รับสัญญาณแล้วส่งออกมาทางช่องหูฟังให้น้ำเสียงไปทางนุ่มและชัด เป็นความชัดที่เกิดจากการรับสัญญาณได้คมชัด ไม่ได้คมชัดแบบแทงหู ส่วนความนุ่มนวลในน้ำเสียงก็เปรียบเทียบกับการรับวิทยุในโทรศัพท์หรือ tablet ที่รับสัญญาณ FM ได้ก็ทิ้งห่างกันคนละเรื่องเลย เสียงวิทยุจาก tablet จะให้เสียงที่แสบหูนิดๆ ฟังนานๆแล้วจะเครียด โดยการฟังเปรียบเทียบผมใช้หูฟัง Full size อย่าง AKG K701 เป็นตัวทดสอบ

20200906204550_IMG_4351

ผมยังชอบที่จะมีวิทยุเอาไว้ฟังเพลง ฟังข่าวสารต่างๆ เพราะการฟังวิทยุเราจะได้ความหลากหลายและความใหม่ของสิ่งที่นำเสนอ หลายปีที่ผ่านมาเราเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค เราจะพบเจอแต่คนที่คล้ายเรา ชอบเสพสื่อและข่าวคล้ายๆเรา จนเรารู้สึกว่าเราคือตัวแทนหรือคิดเหมือนสังคมส่วนใหญ่ แต่ในความเป็นจริง ระบบของโซเชียลเน็ทเวิร์คทุกระบบพยายามหาคน หาข่าว หาสื่อ หาโฆษณาที่คาดว่าเราจะชอบมาให้เราเสพ นั่นทำให้เราไม่ได้สัมผัสความหลากหลายที่แท้จริง เพราะสิ่งที่ได้ยิน ได้ดู มันถูกเลือกมาเพื่อให้เราชอบ ตรงนี้ถือว่าเป็นข้อเสีย ดังนั้นการฟังวิทยุบนรายการที่ใครก็ไม่รู้จัดรายการให้เราฟัง เปิดเพลงให้เราฟัง หาข่าวที่แต่ละสถานีมองว่าสำคัญมาให้เราฟัง เราจะได้เสพสื่อที่สถานีชอบ ข่าวที่เจ้าของรายการชอบ ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่ข้อมูลที่เราชอบ ดังนั้นความหลากหลายจะมาเต็มนั่นเอง เพื่อลดการครอบงำจากโซเชียลเน็ทเวิร์ครอบตัวเรา

รีวิว ไมโครโฟน Zoom H1

การถ่ายคลิปวิดีโอได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากกล้องถ่ายภาพมีความสามารถในการถ่ายวิดีโอด้วย แต่คุณภาพเสียงที่บันทึกจากกล้องก็ไม่ได้ดีมาก ผู้ผลิตอุปกรณ์บันทึกเสียงจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แก้ปัญหาเหล่านี้ออกมาขาย และไมโครโฟนที่พกพาได้ บันทึกเสียงได้ ก็มีออกมาให้เราได้เลือกใช้กัน โดยคุณภาพเสียงที่ไมโครโฟนตัวนี้บันทึกได้จะมีคุณภาพสูงมาก นักดนตรีหลายคนพกอุปกรณ์แนวนี้เอาไว้บันทึกเสียงที่ตัวเองเล่นด้วย

IMG_5409

ไมโครโฟน Zoom รุ่น H1 ออกมานานแล้ว และในปัจจุบันก็มีรุ่นปรับปรุงเป็นรุ่น H1n โดยมีหลักการทำงานคล้ายคลึงกัน ราคาใกล้เคียงกัน ในรีวิวนี้จะเป็นรุ่นแรก หรือ H1 ลองฟังคลิปวิดีโอที่พูดถึงไมค์ตัวนี้ได้

รีวิว Apple USB-C to headphone jack 3.5mm

โทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบันเริ่มออกแบบให้ไม่มีช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5mm โดยคงเหลือไว้แต่พอร์ตชนิด usb-c แค่เพียงพอร์ตเดียวเท่านั้น เป็นผลให้หูฟังระบบเก่าที่เป็นแจ็ค 3.5mm ไม่สามารถใช้งานกับเครื่องรุ่นใหม่ได้ หลายยี่ห้อก็จะผลิต accessory ออกมาทดแทน คือ ทำตัว usb-c to headphone jack 3.5mm ออกมา คนที่จะใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่กับหูฟังรุ่นเก่าก็ต้องพึ่งอแด๊ปเตอร์ตัวนี้เท่านั้น และเมื่อมันเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสียงเข้าหูฟัง ก็เลยมีประเด็นเรื่องคุณภาพเสียงออกมาให้พิจารณาด้วย

Apple usb-c to 3.5mm

ค่าย apple ก็มีพอร์ตเฉพาะของตัวเองเป็น lightning มือถือและแท็ปเบล็ตอย่าง ipad ก็ใช้พอร์ตชนิดนี้ แต่ก็ดันมีรุ่นหนึ่งอย่าง ipad pro ที่เลือกใช้พอร์ต usb-c ออกมา และไม่มีช่องเสียบหูฟัง การจะใช้หูฟังกับ ipad รุ่น usb-c ก็เลยจำเป็นต้องมีตัวแปลง usb-c to headphone jack 3.5mm ตัวนี้ เราก็เลยมี apple usb-c to 3.5mm ให้ใช้

IMG_20200612_130433

google ทำอแด๊ปเตอร์ usb-c to 3.5mm มาใช้กับมือถือ nexus ราคาเส้นละ 20 ดอลล่าร์ พอ apple ทำบ้าง แต่ตั้งขาย 10ดอลล่าร์ ก็เป็นประเด็นให้สาวกค่าย google บ่นว่า google ทำของแพง และยิ่งมีคนเทียบคุณภาพเสียงแล้ว พบกว่า apple ทำเสียงออกมาดีกว่า google ก็เลยยิ่งเป็นประเด็น และในที่สุด google ก็ลดราคาอแด๊ปเตอร์ของตัวเองลงมาอยู่ในระดับราคาเดียวกับ apple

ด้วยข้อมูลที่ฝรั่งหลายเว็บบอกไว้ว่าคุณภาพเสียงของ apple ทำออกมาดี ผมก็เลยสนใจสั่งซื้อมาลองกับโทรศัพท์ของตัวเองด้วย โดยโทรศัพท์ที่ใช้ก็คือ Redmi Note7 ที่ใช้พอร์ต usb-c และเมื่อได้ทดลองเสียบอแด๊ปเตอร์ของ apple เข้าใช้งานกับมือถือ android พบว่าทำงานได้ดี ก็เลยจัดการทดสอบจริงจัง และ อยากจะทดลองใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คด้วย เลยหาตัวแปลงพอร์ต usb-c to usb-a มาใช้ร่วมมกัน

คุณภาพเสียงของ apple usb-c to 3.5mm ตัวนี้ถือว่าดีมาก มันให้ความโปร่งฟังสบาย เสียงใส และมีเสียงย่านเบสที่ลงลึก ติดตามการเล่นโน้ตเบสได้ง่าย และฟังเสียงกลองแยกแยะเสียงกระเดื่องได้ชัดเจน เทียบเสียงที่ฟังตรงกับโทรศัพท์ กับเสียงที่ผ่านอแด๊ปเตอร์เส้นนี้ เสียงตรงจากโทรศัพท์จะให้เสียงโดยรวมเหมือนนักดนตรียืนทับซ้อนกัน ชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นจะอยู่ชิดติดกัน แต่เสียงที่ผ่านอแด๊ปเตอร์เส้นนี้จะแยกแยะช่องไฟได้ห่างและชัดเจนกว่า การทับซ้อนกันของแต่ละชิ้นดนตรีไม่มีเลย แบบนี้ถือว่าเสียงจาก apple ทำได้ดีน่าชื่นชมมาก ยิ่งเมื่อดูจากราคาขายในไทย ราคาเพียง 390 บาท ก็ทำให้รู้สึกดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะเราใช้เงินแค่นี้ก็อัพเกรดเสียงโทรศัพท์มือถือให้ดีมากๆได้แล้ว

ทดลองเอาอแด๊ปเตอร์ apple usb-c เส้นนี้ไปใช้กับคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ค ก็ทำงานได้ดี โน้ตบุ๊คระบบปฏิบัติการวินโดส์ 10 สามารถใช้งานได้เลย ผมมีโน้ตบุ๊ค asus ใช้ cpu ryzen ก็ทำงานได้ แต่ใช้กับคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบปฏิบัติการ windows 7 ไม่ได้ กับเครื่องที่ใช้ได้เสียบตรงเข้ากับพอร์ต usb-c ก็ทำงานได้เลย ถือว่าเป็น external soundcard ก็ได้ คุณภาพเสียงก็ดีขึ้นกว่าเสียงจากฮาร์ดแวร์ติดเครื่องมา น้ำเสียงสดใส ช่องไฟแต่ละชิ้นดนตรี่ก็จัดวางห่างกันไม่ทับซ้อน เป็นการอัพเกรดคุณภาพที่ราคาแค่หลักร้อยบาท ฟังแล้วอยากซื้อมาติดกับคอมฯทุกตัวในบ้าน

Screen Shot 2563-07-22 at 8.25.36 AM

ทดลองใช้ร่วมกับโน้ตบุ๊ค Macbookair ปี 2010 โดยหาตัวแปลงพอร์ต usb-a to usb-c มาใช้ร่วมด้วย ระบบปฏิบัติการ osx ก็จัดการติดตั้งฮาร์ดแวร์ให้เสร็จสรรพ ไม่ต้องใช้ไดรเวอร์ใดๆ คุณภาพเสียงของฮาร์ดแวร์ติดเครื่อง macbookair รุ่นนี้ให้น้ำเสียงที่ดีมากอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพเสียงที่ดี เสียงผ่านอแด๊ปเตอร์ usb-c to 3.5mm ก็ให้แนวเสียงไปในทิศทางเดียวกัน จะบอกว่าเสียงเหมือนกันเลยก็ได้

ทดลองใช้กับ mac mini ก็ทำงานได้ราบรื่นไม่มีปัญหา อแด๊ปเตอร์เส้นนี้สามารถส่งเสียงไมค์ได้ด้วย ทำให้เราสามารถใช้หูฟังพร้อมไมค์กับสายเส้นนี้ได้ และใช้พูดคุยในโปรแกรม chat หรือ โปรแกรมประชุมใดๆก็ได้ เป็นความสะดวกที่เพิ่มเติมขึ้นมา

ปกตินักเล่นเครื่องเสียงจะหาซื้อ usb dac มาต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่ออัพเกรดคุณภาพเสียงของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะให้ดียิ่งขึ้น usb-dac จากจีนที่เป็นยี่ห้อประหลาดพูดไปก็ไม่มีคนรู้จักก็มักจะมีราคาขายกันอยู่ในระดับหลัก 500 บาทขึ้นไป และ บางยี่ห้อที่มีสเป็คสูงขึ้น หรือ มีแอมป์หูฟังด้วย ก็จะมีระดับราคาหลักพันบาท ขึ้นไปจนถึงเป็นหมื่นบาท ไปถึงหลายๆหมื่นบาทก็มี ใครที่อยากอัพเกรดแต่ไม่อยากจ่ายแพง เลือก apple usb-c to 3.5mm ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะราคาถูกมาก

ถ้าเราใช้หูฟังรุ่นที่มีไมค์ด้วย ในคอมพิวเตอร์ก็จะมีไมค์ โผล่เข้ามาเป็น 2 ตัว คือไมค์จากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เอง และ ไมค์จาก usb-c หรือหูฟังนั่นเอง ภาพด้านล่างนี้เป็นหูฟังมีไมค์ของ sony

IMG_20200722_082652
Screen Shot 2563-07-22 at 8.26.29 AM

ถ้าเราใช้หูฟังที่ไม่มีไมค์ ในคอมพิวเตอร์ก็จะมีแค่ไมค์จากคอมฯ เท่านั้น ไม่มีไมค์จากช่อง usb-c ภาพด้านล่างนี้คือหูฟัง AKG K701

IMG_20200722_082716
Screen Shot 2563-07-22 at 8.27.20 AM

ข้อดี

ประหยัดและเสียงดี

ข้อเสีย

ทำงานได้ในระดับ cd quality หรือ 16bit 44.1kHz เท่านั้น และพลังเสียงเบาเกินไปเมื่อใช้กับหูฟัง AKG K701 อยากให้ดังกว่านี้สักเท่าตัวจะดีมาก

สรุป

น้ำเสียงเป็นกลาง ย่านเสียงทุ้มกลางและแหลมมาพอดีๆกัน เราสามารถต่อกับหูฟังได้หลากหลาย และทดลองใช้กับหูฟังขนาดใหญ่อย่าง AKG K701 ก็ให้น้ำเสียงได้นุ่มนวลกลมกล่อม ถือว่าเป็นการอัพเกรดแบบประหยัดแต่คุณภาพเสียงดีเทียบกับโน้ตบุ๊คราคาแพงจากค่าย apple เลย


เพิ่มเติมเรื่องระดับเสียง

apple usb-c to 3.5mm ตัวนี้ให้เสียงเบาเมื่อใช้งานกับโทรศัพท์ android อย่าง redmi note7 และคาดว่ากับ ยี่ห้ออื่นก็อาจจะให้ผลเสียงเบาเช่นกัน แต่เมื่อเอา adaptor ตัวนี้ไปใช้กับโน้ตบุ๊คระบบปฏิบัติการ windows10 จะได้เสียงที่ดังกว่ามาก สามารถเปิดเสียงได้ดังกว่าใช้งานบนโทรศัพท์เกิน 2 เท่า เรียกได้ว่า เปิดให้เสียงดังจนไม่อยากทนฟังก็ยังได้ อาจจะเป็นเพราะระบบปฏิบัติการในโทรศัพท์มีการจำกัดระดับความดังไว้ ส่วนใน windows10 ให้เสียงที่ดังเพียงพอต่อการใช้งาน

จัดอุปกรณ์สำหรับทำ conference online

20180218171838_IMG_7253
IMG_20200418_211227
2020-04-18_10-03-43
IMG_9917

ประชุม online เรียนทาง online แล้วต้องได้ภาพซีดๆเน่าๆจากกล้องในคอมพิวเตอร์ ใครอยากได้ภาพสวยลองเพิ่มกล้องเว็บแคมสักตัวที่มันคุณภาพ Full HD ดู อย่างกล้อง Action Camera ราคาพันกว่าบาทก็ทำงานได้ดี กล้องเว็บแคมคุณภาพสูงก็มีให้เลือกใช้ ลองดูตัวที่ชอบ เพื่อให้ภาพสวยขึ้น ส่วนเสียงดีๆ ก็ต้องไมค์แยกนะครับ ไมค์ที่ดีมักจะแพงกว่ากล้อง หากเลือกใช้ไมค์แยก จะต้องโดนลำโพงแยกอีกตัว….. มันจะเสียเงินเพิ่มขึ้นไปอีก

ทำแบบนี้แล้วดียังไง
ภาพสวยก็สบายตา
ไมค์แยกรับเสียงไว ก็ทำให้พูดเบาๆสบายๆไม่ต้องตะโกน และขยับตัวได้อิสระโดยที่เสียงยังดีอยู่
ลำโพงแยกก็เสียงฟังสบาย ดีกว่าใส่หูฟังนานๆ

กล้อง SJ4000 wifi ตัวนี้พันกว่าบาท เคยแพงหลายพัน แต่ปัจจุบันราคาลดลงมากแล้ว
ไมค์ Zoom H1 ตัวนี้สามพันกว่า รุ่นนี้หมดแล้ว รุ่นใหม่คือ H1n ราคาเท่าเดิม ควรใช้ร่วมกับ soundcard หรือ Dac แยกอีกตัว Dac ถูกหลักร้อยก็มีให้ซื้อ
ลำโพง Tivoli ตัวนี้เกือบแปดพัน แต่รอซื้อตอนลดราคา

แต่ถ้าซื้อแยกทั้งหมดเลยก็เปลืองเงินอยู่ไม่น้อย คิดไปคิดมา ถ้ายังไม่ซื้อสักอย่าง ไม่ต้องซื้อก็ได้ ใช้หูฟังแถมมากับโทรศัพท์แทนก็ได้ สื่อสารได้เหมือนกัน