รีวิวหูฟังไร้สายเสียงดี ฟังค์ชั่นครบ Logitech g435

IMG_20220604_074425

การใช้งานคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ในยุคสมัยนี้อยู่กับชีวิตเราแทบตลอดเวลา เป็นยุคที่เรามีโทรศัพท์มือถือกันแทบทุกคน มือถือจะฟังเพลงจากระบบสตรีมได้ ข้อมูลภาพและเสียงมาจากอินเทอเน็ต เราแทบจะไม่มีใครเก็บไฟล์เพลงไว้ในเครื่องอีกแล้ว และหูฟังนอกจากทำหน้าที่ฟังเพลง ก็ยังทำหน้าที่สำหรับการสื่อสารด้วย ใช้ฟัง ใช้พูดคุยผ่านระบบอินเทอเน็ต หูฟังจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากยิ่งขึ้น


หูฟังแบบครอบหูเป็นหูฟังที่ดูอลังการ ใหญ่โตและดูจริงจัง เมื่อก่อนเราจะพบเห็นการใช้งานหูฟังแนวนี้ในสตูดิโอระดับมืออาชีพ แต่การใช้งานในปัจจุบัน ยุคสมัยของการสื่อสารหลังโควิด เราใช้หูฟังพร้อมไมค์โครโฟนกันมากขึ้น การเล่นเกมส์ผ่านคอมพิวเตอร์ก็นิยมใช้หูฟังมานานแล้ว ทุกวันนี้เราพบหูฟังขนาดใหญ่หรือ Full Size เป็นเรื่องปกติ

ScreenClip

Logitech g435 เป็นหูฟังครอบหูขนาด full size ออกแบบมาให้เป็นหูฟังระบบไร้สาย 2 ระบบ คือเป็นไร้สายแบบรับสัญญาณไร้สายคลื่นความถี่ 2.4gHz ผ่านตัวส่งสัญญาณ usb ที่มีมากับชุดหูฟังเลย และแบบที่สองคือรับสัญญาณผ่านบลูทูธ นั่นหมายความว่า เราใช้งานหูฟังตัวนี้กับโทรศัพท์ผ่านบลูทูธได้ ใช้กับคอมพิวเตอร์ที่มีพอร์ต usb ก็ได้ ซึ่งเป็นความยืนหยุ่นที่ดีมาก

การใช้งานกับคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ต usb จะมีตัวเสียบ usb เอาไว้รับส่งสัญญาณไร้สายโดยเฉพาะ จะทำให้คุณภาพเสียงดีที่สุดตามสเป็คของหูฟัง เพราะการสื่อสารผ่าน 2.4 gHz จะเป็นการสื่อสารที่ไม่มีการบีบอัด หากต้นฉบับเสียงของเราเป็นสัญญาณระดับ cd quality เราก็จะได้ยินเสียงคุณภาพสูงเท่าต้นฉบับ ส่วนการใช้งานผ่านระบบ Bluetooth จะเป็นการส่งสัญญาณแบบบีบอัด เพราะแบนด์วิดธ์การสื่อสารข้อมูลหรือ bite rate ของ bluetooth จะน้อยในระดับ 300-990bps แล้วแต่มาตรฐาน แม้เราจะเล่นเพลงจากไฟล์คุณภาพสูง แต่การที่ต้องแปลงข้อมูลให้บิทเรตน้อยลงเพื่อให้วิ่งผ่าน bluetooth ก็จะทำให้ข้อมูลเพลงถูกลดทอนและมีการสูญเสียไปในการแปลงข้อมูลกลับไปกลับมา

ScreenClip

หูฟัง g435 มีพอร์ต usb-c บนตัวมันเพื่อเอาไว้ชาร์จไฟ แบตเตอรี่ในตัวสามารถถอดเปลี่ยนได้โดยดูจากคู่มือ นับว่าเป็นการออกแบบหูฟังไร้สายที่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมมาก เพราะหลายๆค่ายที่ทำหูฟังไร้สาย มักจะไม่ค่อยบอกว่าเปลี่ยนแบตได้ไหม จริงๆต้องบอกว่าหลายยี่ห้อไม่ได้คิดจะให้ลูกค้าเปลี่ยนแบตเตอรี่ภายในเลยด้วยซ้ำ

Driver Type40mm 
Impedance45 Ohms
Frequency Response20 – 20,000 Hz
Microphone TypeDual-beamforming on-cup; 100Hz – 8,000 Hz frequency response
Connectivity OptionsLightspeed wireless (2.4 GHz USB Type-A dongle), Bluetooth
CablesUSB Type-C to Type-A charging cable (6 feet/ 1.8 m)
Weight0.36 pounds /165 g 
สเป็ค

ทดลองฟัง

ต่อตัวส่งสัญญาณเข้าทางพอร์ต usb บนคอมพิวเตอร์ ใช้ระบบไร้สายแบบ 2.4gHz ฟังเพลงป๊อปทั่วไปทำได้ดีมาก เสียงกลางชัด เสียงแหลมใสมีประกาย เสียงเบสมีเพียงพอ ติดไปทางอิ่มๆหนาๆเล็กน้อย แต่เสียงเบสไม่ได้บังเสียงกลางแหลมให้รู้สึกทึบห้วน เป็นเบสใหญ่ๆที่ทำให้ฟังเสียงกลอง เสียงเครื่องเคาะต่างๆมีพละกำลังมาก หากฟังเพลงร็อคที่เน้นจังหวะกลองสนุกๆก็ทำได้สนุกจริงๆ เสียงแหลมที่เป็นเครื่องเคาะโลหะไม่มีอาการเสียดหูหรือทิ่มแทง เสียงแนวอบอุ่นฟังสบายเป็นเสียงที่ทำให้เราใช้งานหูฟังได้นานโดยที่เราไม่ปวดหู แต่หูฟังแนวครอบหูมักจะมีข้อจำกัดเรื่องความรู้สึกเมื่อใส่นานๆแล้วจะร้อนใบหู เพราะตัวครอบหูมันคลุมใบหูไว้ทั้งใบ

หากเทียบกับหูฟังอย่าง AKG K701 ที่เป็นหูฟังเกรดมอนิเตอร์ นิยมใช้ในห้องบันทึกเสียงและนักเล่นเครื่องเสียงที่เน้นเสียงสดเป็นธรรมชาติ เสียงของAKG จะใสกว่า กลางแหลมจะชัดกว่า เบสจะคมและไม่ได้มีบรรยากาศห่อหุ้มใหญ่เท่า G435 ถ้าเทียบเฉพาะเสียงกลาง G435 จะสู้ไม่ได้ แต่ G435 ก็ทำได้ดีน่าทึ่งมากๆ ยิ่งเป็นระบบไร้สายยิ่งมีความน่าสนใจ เพราะทำให้เราใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ใช้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ผ่านระบบ Bluetooth ก็ทำได้ดีเช่นกัน เสียงคู่สนทนาได้ยินชัดเจน เสียงไมโครโฟนที่เราพูดเข้าไปปลายทางได้ยินชัดเจน แม้ว่าหูฟังจะไม่ได้มีก้านไมค์ยื่นออกมารับเสียง แต่มันก็มีระบบการรับเสียงพูดที่ดีมากเรียกว่าระบบ beam forming ที่จะช่วยให้การรับคลื่นเสียงทำได้อย่างชัดเจนและมีคุณภาพสูง

เราสามารถใช้ไมโครโฟนของ g435 เพื่อทำ content ได้เลย เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วย usb แล้วบันทึกเสียงด้วยไมค์ในตัวของหูฟังตัวนี้ ให้เสียงดีมาก มีความเป็นธรรมชาติมาก สามารถทำรายการแนวพูดคุย แนวเล่าเรื่องได้เลยไม่ต้องปรับแต่ง ยิ่งเมื่อเทียบกับราคาค่าตัวประมาณ 2000 บาท ก็ทำให้มันเป็นหูฟังที่ดีเลิศในระดับราคานี้และแทบไม่ต้องไปค้นหาหูฟังที่คุ้มค่ายิ่งกว่านี้เลย เพราะตลอดเวลาที่ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับหูฟังมา ก็มีตัวนี้นี่แหละที่ให้คุณภาพสูง ราคาต่ำ และฟังค์ชั่นเยอะมาก

ให้ลูกลองบันทึกการเล่มเกมส์แบบนักสตรีมเกมส์ ก็เก็บเสียงพูดได้ชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงเป็นธรรมชาติ ส่วนใครชอบเสียงแนวใหญ่ หรือแนวแหลมเพื่อให้ฟังชัดเจนยิ่งขึ้นก็ไปปรับแต่งในซอร์ฟแวร์ได้ สิ่งสำคัญคือไมโครโฟนของหูฟังเก็บเสียงที่ดีให้เราได้จริงๆ ลองฟังเสียงพูดในคลิปนี้ดูครับ

อยู่บ้านก็ใช้ g435 กับคอมพิวเตอร์ ออกนอกบ้านเราก็เปลี่ยนไปใช้ g435 กับโทรศัพท์ ก็ทำงานได้กับอุปกรณ์ที่หลากหลาย การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เป็นมาตรฐานของ usb หมายความว่า เครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกมส์ หรือเครื่องฟังเพลงเครื่องไหนที่รองรับการเชื่อมต่อ usb เราเอา g435 ไปเสียบใช้งานได้เลย ผมลองกับกล่องดูทีวีของ ais play เมื่อเสียบเข้าไปที่พอร์ต usb ด้านหลังกล่อง เราก็ได้ยินเสียงในหูฟังเลย ใครใช้กล่อง android เพื่อดูหนังฟังเพลง ก็เชื่อว่าใช้งานกับ g435 ได้ทันทีไม่ต้องลงไดรเวอร์ใดๆ

g435 ไม่ได้มีซอร์ฟแวร์ใดๆแถมมาด้วย นั่นก็หมายความว่ามันไม่มีลูกเล่นการสร้างเสียงรอบทิศทางในหูฟัง หรือไม่มีระบบ virtual 7.1 สำหรับหูฟัง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะวัตถุประสงค์ของหูฟังตัวนี้คือเน้นความเป็นหูฟังที่ใช้งานง่ายในระบบไร้สาย และมันทำได้ดีมาก

ข้อดี

1 ระบบไร้สายทางพอร์ต usb เป็นการเชื่อมต่อคุณภาพสูง ให้เสียงเต็มสเป็ค ไม่บีบอัด ทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ดี

2 การเชื่อมต่อบลูทูธกับโทรศัพท์ แท็ปเบล็ต คอมพิวเตอร์ ก็ทำได้ดี ใช้พูดคุยได้ เสียงดังฟังชัด ไมโครโฟนรับเสียงพูดได้ชัดเจน คู่สนทนารู้เรื่อง

3 ระบบการชาร์ตไฟด้วยพอร์ต usb-c มาตรฐาน สะดวกในการชาร์จมาก

4 แบตเตอรี่ในตัวเป็นแบบเปลี่ยนเองได้ คู่มือก็สอนวิธีเปลี่ยน

ข้อเสีย

1 ปุ่มเปิดปิดอยู่ในตำแหน่งที่มักจะโดนกดเมื่อใส่หรือถอดหูฟังจากหัว บางครั้งเราแค่อยากหยิบใส่ หยิบออกชั่วคราว แต่ก็เผลอไปกดปุ่มแล้วเปลี่ยนโหมด

2 ปุ่มกดเพื่อเข้าฟังค์ชั่นพิเศษทำได้ลำบาก ซับซ้อน ถ้าไม่มีคู่มือจะไม่สามารถใช้ลูกเล่นพิเศษได้เลย

3 ขนาดใหญ่ พกพาในกระเป๋าใหญ่ๆเท่านั้้น ไม่สามารถยัดหูฟังไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงได้


สรุป

หูฟังไร้สาย Logitech G435 เป็นหูฟังไร้สายทำงานได้ 2 ระบบ สามารถใช้กับคอมพิวเตอร์ทางพอร์ต usb ได้ สามารถใช้กับโทรศัพท์มือถือทาง bluetooth ได้ มีคุณภาพเสียงในการฟังเพลงที่ดี ใช้ฟังเพลงเพื่อทำงานหรือเพื่อความบันเทิงได้ มีความสามารถในการรับเสียงพูดคุยได้ดี ใช้สื่อสารพูดคุยกันได้ชัดเจน ใช้บันทึกเสียงเพื่อทำรายการพอดคาสท์ได้ เป็นหูฟังที่คุ้มค่ามากๆในราคาแค่สองพันบาท ถ้าต้องเดินทาง อยู่หอพัก และอยากได้อุปกรณ์การทำงานและการดูหนังฟังเพลงตัวเดียวครบทุกความต้องการ ก็ต้องตัวนี้เท่านั้น

พาดพิงหูฟัง Akg K701 ลองกลับไปอ่านรีวิวได้ครับ

กลับมาใช้ ipod mini ในปี 2022

IMG_2761

เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนในยุคนี้อาจหลงลืมไปแล้ว เพราะยุคสมัยปัจจุบันในปี คศ 2022 โทรศัพทืมือถือมีความสามารถสูงมาก มันทำได้แทบจะทุกอย่างที่คอมพิวเตอร์ทำได้ การดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอเน็ตมันทำได้ดีเยี่ยม และมี app ที่เล่น social network อีกหลายตัวที่น่าใช้ และคนส่วนมากก็เลือกที่จะซื้อโทรศัพท์เครื่องเดียวเพื่อใช้ทุกอย่าง แม้แต่การฟังเพลงก็ฟังผ่านโทรศัพท์ด้วยเช่นกัน

scan-2012-minilux-jul-17

เครื่องเล่นเพลงแท้ๆหมดความนิยมไปแล้ว เพราะทุกคนไปพกอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนแทน ผมก็เคยพักสมาร์ทโฟนแทนการทำงานและการฟังเพลงเช่นกัน และก็ค้นพบว่า การฟังเพลงผ่านสมาร์ทโฟนมันยังไม่ถูกใจ ในแง่คุณภาพเสียงมันพอใช้ได้ แต่ในแง่ของความต่อเนื่องสมาร์ทโฟนสอบตกทันทีในเวลาไม่กี่นาทีที่ใช้งาน เพราะว่าตอนที่ฟังเพลงเพลินๆอยู่ เดี๋ยว email ก็เข้า เดี๋ยวโปรแกรม chat ก็มี message เข้า เดี๋ยวก็มีการแจ้งเตือนใน app ต่างๆเด้งขึ้นมา เรียกได้ว่าในเวลาไม่เกิน 5 นาที จะต้องมีข้อความใหม่เข้ามาสักช่องทางหนึ่ง สิ่งเหล่านี้รบกวนการฟังเพลงมาก เพราะสมาร์ทโฟนจะส่งเสียงเตือน ทำให้การฟังเพลงสะดุดมีเสียงแทรกบ่อยมาก

IMG_9019

เลยไปดั้นด้นตามหา ipod กลับมาใช้อีกครั้ง จริงๆผมก็มี ipod mini อยู่ตัวหนึ่งที่ซื้อไว้นานแล้วตั้งแต่ยุคปี 2005 และมาถึงตอนนี้แบตเตอรี่มันก็เสื่อมไปแล้ว เปิดใช้งานได้แค่ไม่ถึง 1 เพลงก็ดับไป แต่อาศัยว่าเอาไปใช้งานกับเครื่องเสียงบ้าน วาง ipod บน dock ที่ออกแบบมาเฉพาะ ทำให้มันสามารถใช้งานได้โดยไม่ดับ และ ipod ตัวเก่าก็ส่งเสียงได้ดี คุณภาพเสียงยังคงดีอยู่

20220330172913_IMG_0137

ipod สีฟ้านี้ผมได้มาเป็นมือสอง มีคนประกาศขายในราคาถูกกว่ากินอาหารในห้าง 1 มื้อเสียอีก เจ้าของเก่าดูแลเครื่องได้ดี และแบตเตอรี่ติดตัวมาก็เสื่อมในระดับที่ใช้งานได้ประมาณ 30 นาที แต่ทั้งหมดก็ยังแก้ปัญหาได้ เพราะเราสามารถใช้งานแบบเสียบสายชาร์จตลอดเวลาก็ได้ จะวางบน Dock เพื่อใช้กับเครื่องเสียงบ้านหรือลำโพงเฉพาะทางสำหรับ ipod ก็ได้

IMG_8375

เมื่อนำมาใช้ก็ทำให้ความรู้สึกวันวานกลับมาเต็มที่เลย ชีวิตทำงานประมาณยี่สิบปีที่ผ่านมาผมนั่งรถยนต์เยอะมาก การฟังเพลงในรถกลายเป็นช่วงเวลาที่ทำได้นานที่สุด และ ipod เมื่อนำไปใช้บนรถยนต์แล้วมันกลายเป็นของที่ดีเลย เพราะมันไม่มีเสียงแทรกจาก app แบบสมาร์ทโฟน เพลงหลายพันเพลงสามารถบรรจุอยู่ใน ipod ได้ และเราสามารถเลือกฟังได้ง่าย เมื่อฟังแล้ว ระหว่างขับรถ เราก็สามารถควบคุมการทำงาน เพิ่มลดเสียง หรือ กดข้ามเพลง ได้โดยที่เราไม่ต้องละสายตาไปมอง ทำให้การขับรถไปฟังไปเป็นเรื่องที่เพลิดเพลิน สามารถข้ามเพลงได้โดยไม่อันตรายนั่นเอง ถ้าย้อนกลับไปสู่เทคโนโลยีเครื่องเสียงรถยนต์ที่หลายคนจะต้องหาเครื่องเล่นซีดีเช้นเจอร์ หรือ cd changer ที่ใส่แผ่นซีดีได้ 6 แผ่น หรือ 10 แผ่น เพื่อให้การฟังเพลงในรถยนต์ไม่ต้องหยิบแผ่นบ่อยๆ ipod มาทดแทนได้อย่างสมบูรณ์แบบ จะให้เล่น 10 อัลบั้มหรือ 100 อัลบั้มก็ทำได้สะดวกเหมือนกัน

IMG_20180727_082714

ipod ได้รับความนิยมากจนมีผู้ผลิตหลายรายทำอุปกรณ์เสริมออกมาให้ใช้ร่วมกัน ดูตัวอย่างของแท่นวางสำหรับใช้งานในรถยนต์ เราจะไม่เคยเห็นแท่นวางออกแบบน่ารักแบบนี้สำหรับสมาร์ทโฟน ความคิดสร้างสรรค์ของอุปกรณ์เสริม ipod มีให้เราเห็นตลอดเวลาที่ ipod รุ่งเรือง หลายอย่างออกแบบมาได้อย่างน่าทึ่ง เสน่ห์ของการใช้ ipod นอกจากคุณภาพเสียงแล้ว ความน่ารักของอุปกรณ์เสริมก็เป็นสิ่งที่ทำให้มันดูคลาสิค น่าสะสม ไม่แปลกใจที่มีคนสะสม ipod อย่างจริงจัง เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลยี่ห้ออื่น รุ่นอื่นที่ไม่ใช่ ipod ก็ดูจะไม่ได้รับความนิยมในการสะสมแต่อย่างใด

IMG_20200120_132303

ipod เป็นเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่ขายดีที่สุดในโลก เคยมีรายงานว่าจำนวน ipod ทุกรุ่นรวมกันมีมากถึง 450 ล้านเครื่อง เชื่อว่าจะไม่มีเครื่องเล่นเพลงใดจะมียอดขายระดับร้อยล้านเครื่องอีกแล้ว ipod ส่วนใหญ่เป็นเครื่องเล่นที่สามารถซ่อมบำรุงได้ เปลี่ยนแบตได้ มีอะไหล่มือสองเต็มไปหมด เราน่าจะพบเห็นการใช้ ipod ไปอีกยาวนานมากจนไม่อาจคาดเดาถึงวันที่สิ้นความนิยมได้ แม้ว่าจะเลิกขายอย่างเป็นทางการไปแล้วก็ตาม

ทำลำโพงบลูทูธใช้เอง

ลำโพงฟังเพลงในยุคนี้น่าจะเป็นลำโพงที่รับบลูทูธกันเป็นส่วนใหญ่แล้ว เพราะทุกคนใช้สมาร์ทโฟน และฟังเพลงผ่านลำโพงหรือหูฟังบลูทูธกันทั้งนั้น ราคาลำโพงบลูทูธมีช่วงกว้างมาก ตั้งแต่ร้อยบาทไปจนถึงหลายหมื่นบาท ซึ่งราคามักจะเป็นตัวกำหนดคุณภาพไปกลายๆ

ด้วยความทันสมัยของยุคนี้ทำให้อะไหล่อิเล็คทรอนิกส์มีราคาไม่แพงและมีคุณภาพดี การจะทำลำโพงฟังเพลงด้วยตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องยาก หาชิ้นส่วนต่างๆมาประกอบกันแล้วใช้ฝีมือตัวเองอีกเล็กน้อยในการเชื่อมสายเราก็จะได้ลำโพงบลูทูธที่เราสร้างเอง

IMG_20220410_141833

ในภาพนี้คือลำโพงบลูทูธที่ใช้ดอกลำโพงชนิดฟูลเรนจ์ซึ่งหมายถึงดอกลำโพงที่สามารถส่งเสียงย่านความถี่ต่ำไปถึงความถี่สูงได้ในดอกเดียว ทำให้เหมาะสำหรับการนำมาใช้งานเป็นลำโพงฟังเพลง หากเป็นสามสิบปีที่แล้วเราแทบจะหาลำโพงฟูลเรนจ์แบบนี้ไม่ได้เลย เพราะเทคโนโลยีการออกแบบและผลิตพัฒนาไปมากนั่นเอง ส่วนวงจรขยายก็เป็นบอร์ดอิเล็คทรอนิกส์สำเร็จรูปที่สามารถรับสัญญาณบลูทูธจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ได้ เมื่อบอร์ดแยกสัญญาณเสียงออกจากบลูทูธได้แล้ว ก็จะมีวงจรขยายเสียงทำหน้าที่ขยายสัญญาณให้มีพลังมากขึ้นเพื่อส่งไปยังดอกลำโพง สิ่งที่เราต้องทำก็เพียงแค่เชื่อมสายต่อไฟเลี้ยงหรือแบตเตอรี่ และต่อสายลำโพงไปยังดอกลำโพง จัดวางดอกลำโพงในตู้หรือกล่องที่เหมาะสม เราก็จะได้ลำโพงมาใช้เปิดเพลงฟังได้

IMG_5845

เรายังสามารถเลือกใช้วัสดุทำตู้ลำโพงได้ตามใจ ผมเลือกใช้ขวดพลาสติกเนื้อดีดูคล้ายแก้วมาเป็นตัวโครงสร้างหลัก ปกติดอกลำโพงจะส่งเสียงออกทางด้านหน้าและด้านหลังของตัวมัน ถ้าดอกลำโพงไม่ได้อยู่ในตู้ คลื่นเสียงด้านหลังลำโพงกับด้านหน้าลำโพงซึ่งมีเฟสเสียงตรงกันข้ามกันจะหักล้างกัน ทำให้เสียงบางและพร่าเลือน ฟังแล้วคุณภาพแย่ การเลือกใช้ตู้ลำโพงที่เหมาะสมจะทำให้เราป้องกันคลื่นเสียงด้านหน้าและด้านหลังมาหักล้างกัน การออกแบบตู้ลำโพงเป็นเรื่องที่มีการเรียนรู้กันอย่างจริงจัง มีทฤษฎีวงจรไฟฟ้า และหลักการทางวิศวกรรมรวมถึงสมการการคำนวณอีกหลายสมการ ซึ่งถ้าทำได้ก็ควรออกแบบตู้ลำโพงให้ถูกต้อง แต่หากต้องการเน้นความสวยงามไม่ลงลึกในทฤษฎีตู้ลำโพงมากนัก เราก็เลือกเน้นไปที่สิ่งที่เราอยากได้ อยากมอง แต่พยายามเลือกขนาดตู้หรือปริมาตรห่อหุ้มลำโพงให้เยอะๆเข้าไว้เท่าที่่จะทำได้ เพราะการออกแบบตู้ลำโพงอย่างถูกต้องจะเน้นไปที่การคำนวณหาขนาดตู้ที่เล็กที่สุดเท่าที่จะทำให้ลำโพงทำงานได้ตามที่เราต้องการ ส่วนวัสดุทำตู้ลำโพงก็มีทฤษฎีอธิบายไว้เช่นกัน เราต้องเลือกสิ่งที่แข็งแต่เบาเป็นหลัก แต่ถ้าเราไม่จำกัดขนาด เราใช้ตู้ใหญ่ไปเลย ใหญ่ให้เกินพอก็สามารถทำได้ และมันมักจะให้ผลที่ดีด้วย

1649518105163-01

ภาคจ่ายไฟเลือกใช้รังถ่านแบบใส่ถ่าน AA จำนวน 4 ก้อน เพราะบอร์ดสำเร็จรูปตัวนี้สเป็คบอกไว้ว่ารับไฟ 5 โวลท์ ซึ่งแบตเตอรี่แบบชาร์จได้จะมีไฟอยู่ที่ประมาณ 1.2 โวลท์ ต่อ 1 ก้อน นั่นทำให้ 4 ก้อนมีไฟ 4.8 โวลท์นั่นเอง แต่ผมก็เชื่อว่าถ้าใส่ไฟเลี้ยงมากกว่าเล็กน้อย หรือน้อยกว่าไม่มากก็น่าจะยังได้อยู่ เพราะวงจรไอซีในบัจจุบันมักจะพยายามออกแบบให้ทำงานได้ในย่านไฟเลี้ยงกว้างๆ คือมากหน่อย หรือ น้อยหน่อย ก็ยังทำงานได้นั่นเอง

การประกอบลำโพงใช้เองในครั้งนี้ใช้หลักการนำของที่อยากใช้มาติดตั้งรวมกัน ไม่ได้มีการคำนวณที่ละเอียด เพราะเราทำเป็นงานอดิเรก และเมื่อมันใช้งานร่วมกันได้ ส่งเสียงได้หากจะพัฒนาไปสู่การทำขายก็ไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนคุณภาพเสียงเมื่อฟังแล้วก็ต้องยอมรับว่าอุปกรณ์เหล่านี้ทำงานได้ดี ให้คุณภาพเสียงที่ดี ข้อดีของตู้ลำโพงขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับดอกลำโพงทำให้ทั้งระบบสามารถส่งเสียงย่านความถี่ต่ำได้ดีขึ้น การตอบสนองความถี่เลยทำได้ครบครัน กับเพลงร็อคหรือเพลงโชว์เสียงย่านต่ำเราจะได้ยินเสียงกลองกระเดื่อง เสียงเบสที่เล่นโน้ตต่ำๆได้ชัดเจน แตกต่างไปจากลำโพงบลูทูธขนาดเล็กทั่วไปที่ทำมามักจะมีแต่กลางและแหลม เสียงเบสหาย มาถึงส่วนของเสียงกลางที่เป็นย่านเสียงร้องเสียงพูดของคนและเสียงความถี่สูงที่เป็นประกายของทุกเสียง ลำโพงทำเองตัวนี้ก็ทำหน้าที่ส่งเสียงได้ดีเป็นปกติ เพราะเสียงกลางและเสียงแหลมไม่ใช่เรื่องยากสำหรับลำโพงเลย

20220416185128_IMG_0425

พอได้ลำโพงที่เสียงพอใจแล้วก็ปรับปรุงหน้าตาและฟังค์ชั่นนิดหน่อย ใส่ไฟประดับเข้าไปด้วยเพื่อให้มันเป็นโคมไฟวางสวยๆในบ้าน วางพื้นก็สวย วางโต๊ะก็สวย วางข้างเตียงก็สวย

20220416193715_IMG_0432

หากจะปรับปรุงการทำงานของลำโพงตัวนี้ให้ดีขึ้น ก็อยากจะหาทางเพิ่มดอกลำโพงซับวูฟเฟอร์เข้าไปด้วย ซึ่งคงต้องย้ายไปอยู่ในกล่องหรือตู้ลำโพงที่ใหญ่ขึ้น และคงต้องเปลี่ยนวงจรขยายให้มีกำลังมากขึ้นด้วย แต่ก็จะทำให้สูญเสียความกระทัดรัดในทรงกระบอกนี้ไป ลำโพงทรงกระบอกนี้มีขนาดใหญ่ระดับเดียวกับแก้วน้ำ มันนำไปวางไว้ในช่องวางแก้วในรถยนต์ได้ ก็ขึ้นอยู่กับคนออกแบบว่าต้องการอะไร เลือกใส่หรือเลือกไม่ใส่อะไร เพราะการออกแบบเครื่องเสียงคืองานศิลปะที่ใช้ความรู้วิทยาศาสตร์นั่นเอง

1650111642376-01

รีวิว หูฟัง Hifiman Re400a

หูฟัง Hifiman Re400a เป็นหูฟังที่ออกมาภายหลังจากที่ Re400 ทำตลาดมาระยะหนึ่ง เนื่องจาก Re400 เป็นหูฟังที่เน้นการฟังเพลงจากเครื่องเล่นเพลงโดยเฉพาะ ส่วน Re400a เป็นหูฟังที่มีส่วนของไมโครโฟนด้วย คงตั้งใจทำออกมาให้ใช้กับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ android เป็นหลัก โดยใช้ขั้วต่อแจ๊คชนิด Trrs ซึ่งเป็นแจ๊ค 3.5 มม. ที่มีขีดดำ 3 ขีด หรือ มีขั้วเชื่อมต่อทางไฟฟ้า 4 ขั้วนั่นเอง ส่วนฝั่ง iphone ก็จะมีรุ่น Re400i ออกมาด้วยเช่นกัน

ระบบการฟังเพลงในยุคปี 2022 กระแสหลักคือการฟังผ่านสมาร์ทโฟน หูฟังไร้สาย และหูฟังที่ต้องเสียบกับโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการฟังเพลงไปแล้ว และแหล่งโปรแกรมก็จะเป็นบริการ streaming จากหลายๆยี่ห้อ หูฟังที่ถูกทำขายในตลาดใหญ่ๆจะต้องรองรับการใช้งานกับโทรศัพท์เต็มรูปแบบ

20220111174222_IMG_0773

Hifiman Re400a เป็นหูฟังชนิด inear ในกล่องจะมีอุปกรณ์แถมมาจำนวนมาก นั่นคือมี จุกยางสำหรับเปลี่ยนขนาดให้พอดีกับหูของผู้ใช้ ในกล่องมีจุกยางจำนวน 7 คู่ รวมกับที่ติดมากับหูฟังด้วยอีก 1 รวมเป็น 8 คู่ ซึ่งจุกยางที่ติดมาจากโรงงานจะเป็นจุกยางสีดำ นอกจากนี้ยังแถมซองใส่หูฟังหรือกระเป๋าใส่หูฟัง ที่เป็นเหมือนกระเป๋าขนาดเล็กๆ รูปร่างกลม ขึ้นรูปเป็นทรงค่อนข้างแข็ง

20220111174249_IMG_0774

พอสินค้าตัวนี้มาถึงผม ก็ทดลองฟังทันที โดยหยิบหูฟังแกะออกจากกล่อง แล้วลองฟังเลย คุณภาพเสียงที่ได้ยินก็ตรงกับที่คาดไว้เหมือนเมื่อครั้งที่ทดลองฟังกับ Re400 รุ่นที่ยังไม่มีไมโครโฟน นั่นคือ เสียงไม่ได้เรื่องเมื่อฟังผ่านจุกยางสีดำที่ติดมาจากโรงงาน ผมก็ไม่รอช้า ลองเปลี่ยนทันที โดยเลือกเอาจากจุกยางอีก 7 คู่ที่มีให้ ผมรู้สึกว่าถ้าใช้จุกยางเล็กเกินไปเสียงเบสจะบาง ถ้าใช้จุกยางใหญ่เกินไปเบสจะหนาและทำให้กลางแหลมทึบ ส่วนจุกยางที่มีความยาวจะทำให้ตัวส่งเสียงถูกวางตัวห่างจากรูหูมากกว่าปกติก็จะทำให้เบสบางและเสียงกลางแหลมหดหาย ดังนั้นการเลือกจุกยากที่เหมาะกับรูปร่างของหูเราเองเป็นสิ่งสำคัญมาก ลองทดลองเปลี่่ยนให้ครบทั้ง7 คู่เพื่อหาเสียงที่ชอบที่สุด

20220216110128_IMG_0649

ผมเลือกเปลื่ยนจากจุกยางสีดำที่ติดมาจากโรงงานเป็นจุกสีขาวที่ขนาดเล็กที่สุดในกลุ่ม ผลการทดลองฟังได้บาลานซ์เสียงที่พอใจแล้ว ก็เลยเลือกจุกขาวคู่นี้เป็นหลักและใช้งานตั้งแต่วันที่ได้มา ระยะเวลาใช้บ้างไม่ใช้บ้างประมาณสองสัปดาห์ ผมก็เริ่มฟังอย่างจริงจัง

20220216110401_IMG_0654

Specification

Frequency Response : 15Hz-22KHz
Sensitivity : 102dB
Impedance : 32 Ohms+/- 3.2
Weight : 13.5g ( 0.47Oz )
Plug : 3.5mm
Maximum Input : 30mW

คุณภาพเสียง

re400a เป็นหูฟังอินเอียร์ ที่ให้ความสมดุลย์ของเสียงที่ดี ใช้เป็นตัวมอนิเตอร์ในการบันทึกเสียงพูดคุยต่างๆได้ดีเยี่ยม การถ่ายทอดเสียงในการฟังเพลงทำได้น่าฟัง เสียงกลางชัดมาก แต่ไม่ขึ้นขอบแหลมๆเสียดหู เสียงสูง เสียงเครื่องเคาะต่างๆทำได้เป็นธรรมชาติน่าฟัง ประกายแหลมที่ดังขึ้นแล้วค่อยๆจางไปทำได้ดีไม่รำคาญหู เสียงเบสก็มีให้ได้ยินเพียงพอ เสียงโซโล่เบส ก็ชัดเจนและมีความคม แน่น ไม่ยาน ไม่ล้น การเลือกจุกยางจะมีผลกับเสียงเบสชัดเจน เมื่อเลือกได้จุกที่ชอบแล้ว ก็ทำให้เราฟังเพลงต่างๆได้เพลิดเพลินมาก เสียงกลางที่ชัดเหมือนลำโพงบ้านทำให้เราถูกใจ เพราะมันเป็นแนวทางของเครื่องเสียงบ้านคุณภาพดี ส่วนการนำไปใช้คุยโทรศัพท์ก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา คู่สนทนาน่าจะได้ยินเสียงที่เราพูดลงไปได้ชัดเจน เพราะใช้คุยไปกับหลายคน ทุกคนก็ไม่มีใครบ่นว่าเสียงเบาหรือเสียงบี้แบน แสดงว่าไมค์รับเสียงทำงานได้ปกติ

20220111174608_IMG_0779

จุดด้อยที่พบคือ หูฟังมีขนาดเล็กทำให้ไม่สามารถส่งเสียงย่านต่ำพิเศษได้ เสียงกลองตัวใหญ่ๆความถี่ต่ำมากๆในบางเพลงเราจะไม่ได้ยินเลย ผมรู้สึกได้ชัดกับเพลงของ Rachael Yamagata อัลบั้ม Acoustic Happenstance – 2016 ในเพลง Paper doll ให้ลองฟังนาทีที่ 2.20 เป็นต้นไป ดนตรีจะมีเสียงกลองที่ต่ำลึกมากๆ หูฟังเล็ก หูฟังยัดหูทุกตัวที่ผมมีแทบจะไม่ได้ยินเลย แต่จังหวะกลองมันมีอยู่ เพราะผมฟังผ่านหูฟังครอบหูไดรเวอร์ใหญ่ๆจะได้ยินชัดเจน หูฟังที่ได้ยินชัดก็อย่างเช่น Akg K701 หรือหูฟังออนเอียร์อย่าง Audio Technica Ath-250M ที่ใช้ไดรเวอร์ขนาด 40มม. ก็ได้ยินแต่น้อยลงกว่า K701 เล็กน้อย หรืออย่างหูฟังอย่าง Koss Ksc35 ก็ได้ยินเสียงต่ำลึกแผ่วๆ ซึ่งการที่เราฟังผ่านหูฟังอินเอียตัวเล็กๆไดรเวอร์เท่าเม็ดถั่วแบบนี้ การไม่ได้ยินเสียงความถี่ต่ำลึกก็คงเป็นข้อจำกัดทางกายภาพของหูฟังที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

สรุป

หูฟัง Hifiman Re400a เป็นหูฟังที่ออกมาเพื่อทำงานเหมือน Re400 แต่เพิ่มความสามารถเรื่องไมโครโฟนเข้ามาเพื่อให้ใช้กับโทรศัพท์มือถือ สามารถใช้สื่อสารพูดคุยได้ คุณภาพเสียงเหมือน Re400 มาก ใครเคยใช้งาน Re400 แล้วอยากให้มันมีไมค์เพื่อใช้คุยโทรศัพท์ไปด้วยเลยก็จะสมหวังกับ Re400a ตัวนี้แล้ว น้ำเสียงแนวเดียวกับลำโพงบ้านชั้นดี เป็นหูฟังให้เสียงดีที่สามารถใช้ฟังเพลงใช้ติดตัวไปกับโทรศัพท์ได้ทุกวัน ราคาพันต้นๆนับว่าเป็นราคาที่ชักชวนให้เสียเงินจริงๆ

รีวิว soundcard Epos gsx300

เมื่อประมาณเกือบสองปีก่อนผมได้มีโอกาสได้รีวิวหูฟังตัวนึง เป็นหูฟังสำหรับเล่นเกมส์ เป็นหูฟังครอบหูและมีไมค์โครโฟนสำหรับสื่อสาร ในตอนนั้นได้ลองเล่นแล้วก็ได้ค้นพบความสามารถบางอย่างของระบบที่ใช้ในหูฟัง นั่นคือระบบเสียง 7.1 ซึ่งเป็นระบบเสียงรอบทิศชนิดหนึ่งที่มีใช้ในวงการหูฟัง และดูเหมือนจะได้รับความสนใจในวงการเกมส์อย่างมาก

IMG_20220208_203654

หูฟังตัวนั้นคือ Sennheiser Gsp350 ซึ่งเป็นหูฟังแบบครอบหู เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ทางพอร์ต usb โดยตัวมันเองมี usb soundcard ในตัว และไม่สามารถใช้ฟูฟังตัวนี้กับพอร์ต 3.5มม. ได้ เพราะตัวมันไม่มีแจ็คชนิดนี้ สิ่งหนึ่งที่ประทับใจกับหูฟังตัวนี้คือระบบเสียงรอบทิศที่มีตราสัญลักษณ์ของดอลบี้ปรากฏอยู่บนสาย มีคำว่า Dolby Audio อยู่ด้วย และวงจรเสียงรอบทิศที่จำลองในหูฟังตัวนี้ก็น่าจะจัดการโดยเทคโนโลยีของบริษัท Dolby และผลการใช้งานก็ยอดเยี่ยม หูฟังสามารถให้เสียงใกล้เคียงกับการดูหนังในโรงหนังมาก เสียงพูดอยู่ตรงกลางด้านหน้าเหมือนมีลำโพงเซ็นเตอร์ เสียงซ้ายและขวาถูกดันไปอยู่ด้านหน้าคล้ายลำโพงคู่หลักของระบบเสียงโฮมเธียเตอร์จริงๆ มันเป็นประสบการณ์การฟังเสียงรอบทิศในหูฟังที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะมันสมจริงทั้งตำแหน่งและอรรถรสการดูหนัง

ในช่วงเวลานั้นผมสนใจที่จะหาคำตอบต่อว่า ถ้าผมไม่ใช้หูฟังตัวนี้ แล้วผมอยากจะใช้ระบบเสียงรอบทิศกับหูฟังตัวอื่นที่ชอบได้หรือไม่ หลังจากที่ได้ลอง gsp350 จบไปแล้ว หลายเดือนต่อมาผมก็ได้ทดลองซื้อหูฟังราคาไม่แพงที่มีคำว่า 7.1 อยู่บนกล่อง และเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วยพอร์ต usb มาลองใช้ ก็พบว่า มันไม่เหมือนกับ gsp350 เลย ไม่มีความใกล้เคียงเลย เหมือนไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน แสดงว่า 7.1 มีแบบไม่ได้เรื่องด้วย

IMG_0581

ในใจก็ยังคงหาวิธีการต่อไป จนได้มาพบกับ Gsx300 ซึ่งเป็นซาวการ์ดตัวหนึ่งที่เป็นรุ่นเล็กของอนุกรม gsx โดยแปะยี่ห้อ EPOS ทำให้เข้าใจได้ว่า EPOS คือบริษัทในเครือเดียวกับ Sennheiser ที่เน้นทำตลาดวงการเกมส์ เพราะปกติ Sennheiser จะมีชื่อเสียงในวงการออดิโอวิดีโอ ระบบไมค์ ระบบหูฟัง ระดับมืออาชีพ Gsx300 เป็นน้องเล็ก มีรุ่นกลางเป็น Gsx1000 และ มีรุ่นใหญ่เป็น Gsx1200

ในเว็บ EPOS ให้ข้อมูลไว้ว่า GSX1200 และ Gsx1000 จะมีกำลังขับที่มากกว่า และเป็นอุปกรณ์ที่มีอินเทอเฟสบนตัวเครื่องที่มากกว่า สามารถสั่งการเปลี่ยนโหมดได้โดยตรง และสามารถชื่อต่อกับหูฟังและไมโครโฟนได้หลากหลายกว่า แต่สิ่งที่เหมือนกันกับ Gsx300 ก็คือ ทุกตัวมีระบบเสียง 7.1 คุณภาพเดียวกัน นั่นทำให้ผมสนใจ Gsx300 และเป็นที่มาของรีวิวนี้

gsx300back

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

General
USB standard USB 2.0
Total harmonic distortion < 0.01%
Cable length 1200 mm
Connector plugs
3.5 mm headset socket
3.5 mm microphone socket
Micro USB
Compatibility PC
Warranty 2 years, international
Supported sample rates Main Audio 24 bit 96 kHz 7.1 @ 16 bit 48 kHz with EPOS Gaming Suite
Audio outputs Headphones
Recommended headphone impedance 25 – 75 Ω
Packaging Dimension of product packaging (L x W x H) 168 x 144 x 57 mm
Package weight (incl. complete product and packaging) 309 g
Dimension of master carton (L x W x H) 350 x 310 x 310 mm
Units in distributor master carton 20
Languages English, German, French, Spanish, Russian, Chinese Content of delivery
What’s in the box USB cable, Quick Start Guide, Safety Guide

Gsx300 เป็น external soundcard ที่เชื่อมต่อเข้าคอมพิวเตอร์ด้วยพอร์ต usb บนตัวมันมีช่อง micro usb 1 ช่อง มีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ชนิด TRS และช่องเสียบไมค์ 3.5 มม. อีก 1 ช่อง มีปุ่มหมุนวอลลุ่มอยู่ด้านหน้า มีปุ่มโหมดอีก 1 ปุ่มเอาไว้เปลี่ยนโหมดการทำงาน ทั้งหมดมีเท่านี้ วงจรภายในทำงานยังไง ใช้ชิปเสียงอะไรก็ไม่ได้บอกไว้ แม้แต่กำลังขับก็หาไม่เจอว่ามีกี่วัตต์ รู้แค่มันถอดรหัสเสียงได้ระดับ 24bit 96K ในแบบสเตอริโอ และทำงานได้ที่ 16bit 48k ในแบบเสียงรอบทิศ

13337_0

Gsx300 ออกแบบมาสำหรับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์เท่านั้น และซอร์ฟแวร์ที่ประมวลผลละเอียดที่ต้องลงเพิ่มก็จะทำงานบนวินโดน 10 และ 11 เท่านั้น ไม่มีซอร์ฟแวร์สำหรับ osx และวินโดส์เก่าๆเลย หมายความว่าถ้าจะใช้ระบบเสียง 7.1 จาก Gsx300 ต้องใช้บนระบบปฏิบัติการวินโดส์ 10 หรือ 11 เท่านั้น ส่วนถ้าจะต่อคอมฯแล้วไม่ลงซอร์ฟแวร์เฉพาะทาง คือจะใช้แค่ไดรเวอร์กลางๆ เราก็สามารถใช้มันเป็น soundcard usb ได้ และสามารถใช้กับคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้เลย มันทำงานได้บนวินโดส์ 7 ทำงานได้กับโทรศัพท์มือถือ android และคาดว่าจะใช้กับ osx ได้ หากใช้แค่ไดรเวอร์พื้นฐาน

ทดลองฟัง

ผมต่อ Gsx300 เข้ากับคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ windows11 และทดลองฟังเพลง ทดลองดูหนัง ทดลองระบบเสียง 7.1 รวมถึงไปลองต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ windows7 ด้วย ซึ่งเป็นเครื่องทำงานหลักตัวหนึ่งที่ใช้ดูข้อมูลในเว็บ ดูภาพ และฟังเพลง ซึ่งการต่อกับ windows7 จะไม่สามารถลงซอร์ฟแวร์เฉพาะทางได้ และผมก็ตั้งใจจะใช้ฟังเพลงเป็นหลักอยู่แล้ว

กับการฟังเพลง Gsx300 ให้เสียงที่กระฉับกระเฉง เสียงคมชัด เบสใหญ่ กลางชัด แหลมเพราะ ทุกอย่างดีกว่าการฟังผ่านช่องแบบออนบอร์ด เสียงเพลงสวิงขึ้นลง ดังและเบาในช่วงที่กว้างยิ่งกว่าเดิม คอนทราสต์ของเสียงมีน้ำหนักที่จะแจ้งอย่างมาก เสียงฟาดกลอง เสียงดีด เสียงเคาะ ทุกเสียงเหล่านี้มีความฉับไว มีความเร็วที่สมกับธรรมชาติของเครื่องดนตรี ซึ่งหาไมไ่ด้กับเสียงชนิด on board ที่ติดกับกับเครื่อง การอัพเกรดระบบเสียงในคอมพิวเตอร์ด้วย Gsx300 เป็นช่องทางที่ให้เสียงดีในทันที ความแตกต่างรับรู้ได้ชัดเจนมาก

epos-soft-3

Gsx300 สามารถขับหูฟังได้หลากหลาย หูฟังเกือบทุกตัวที่ผมมีก็ได้ทะยอยนำมาลองไปทีละตัว Hifiman re400a , Audio Technica Ath-250m, Koss Ksc35, Akg K701 หูฟังเหล่านี้ทำงานได้ดีกับ Gsx300 เหมือนกับว่า Gsx300 เป็น Dac-amp ที่มาอัพเกรดระบบเสียงให้กับคอมพิวเตอร์เลย ซึ่งจริงๆมันก็คือ Dac-amp นั่นเอง เสียงย่านความถี่ต่ำบนหูฟังตัวใหญ่ๆอย่าง Akg K701 ทำให้ประทับใจมาก การส่งเสียงกลองกระเดื่องอย่างทรงพลังยังคงมีให้อยู่อย่างชัดเจน ไม่จม ไม่หลบ ไม่ผ่อนกับเสียงเลย คุณภาพเสียงใกล้เคียงกับการต่อผ่าน Headphone amp ที่ใช้อยู่อย่างมาก แต่จะเปิดดังมากเหมือนแอมป์หูฟังก็จะไม่ได้ เพราะแอมป์หูฟังที่ผมใช้อยู่เป็นแอมป์ทำเอง ใช้ไฟเลี้ยงสูงกว่า usb นั่นทำให้แอมป์หูฟังแบบ Diy ให้เสียงสวิงขึ้นลงได้มันส์กว่า

20220205181547_IMG_0607

สัญญาณรบกวนในวงจรของ Gsx300 อยู่ในระดับต่ำ สามารถใช้กับหูฟังความไวสูงได้โดยไม่ได้ยินเสียงซ่า หูฟังเล็กๆทั้งหลายก็จะสามารถใช้งานร่วมกันได้ไม่ต้องทนฟังเสียงซ่า บางเพลงที่มีเสียงเครื่องดนตรีความถี่ต่ำ Gsx300 ก็ผลักดันหูฟังตัวใหญ่อย่าง Akg K701 ให้ส่งเสียงย่านต่ำได้ไม่คลุมเครือ เราติดตามโน้ตต่ำๆ หรือเครื่องดนตรีย่านต่ำได้อย่างสนุกสนานน่าฟัง นับว่ามันสามารถใช้งานเป็นอุปกรณ์ฟังเพลงตัวหลักของระบบเครื่องเสียงได้เลย สเป็คแบบนี้ หากเป็นสักสิบปีก่อน เราอาจจะต้องจ่ายเงินกัน 5000-10000 บาท สำหรับ Dac-amp ที่ขับหูฟังใหญ่ๆได้ แต่ในวันนี้มันอยู่ในอุปกรณ์ตัวเล็กๆน่ารักแต่คุณภาพไม่ธรรมดาเลย

ลองฟังเสียง 7.1

การฟังเสียงรอบทิศผมฟังจากการดูหนังผ่าน netflix และ ดูจากไฟล์ Mkv ที่เคยโหลดเก็บไว้โดยเปิดผ่านโปรแกรมเล่นไฟล์ VLC พบกว่า เสียงรอบทิศแบบ 7.1 ให้คุณภาพเสียงที่ดี ไม่มีอาการเฟสเสียงแปลกๆหลอนหูในแบบที่เคยได้ยินกับโปรแกรมเสียง 3d แบบเกือบยี่สิบปีก่อน ในเว็บและในคู่มือ ไม่ได้บอกว่าการถอดรหัสเสียงของ Gsx300 ใช้ซอร์ฟแวร์หรือตัวถอดรหัสเสียงรอบทิศของใคร เพราะไม่ได้มีคำว่า Dolby Digital หรือ Dts ในซอร์ฟแวร์และในกล่อง ในคู่มือในเว็บ ไม่มีบอกเลย เข้าใจว่าการถอดรหัสเสียงรอบทิศ 7.1 ของ Gsx300 จะเป็นถอดรหัสตามใจ EPOS เอง ก็คือออกแบบระบบการจำลองเสียงเองไม่ได้อ้างอิงมาตรฐาน dolby

กับการดูหนัง เสียงพูด เสียงที่ควรจะอยู่กับลำโพงเซ็นเตอร์ในโรงหนัง ก็ให้เสียงที่อยู่ตรงกลางหัว ดันออกไปด้านหน้าเล็กน้อย ไม่ได้ผลักออกไปอยู่ไกลแบบที่เคยได้ยินใน Gsp350 ซึ่งถ้าให้สิ่งที่เคยได้ยินนั้นเทียบเป็น 100% เสียงรอบทิศของ Gsx300 จะดันเสียงออกไปได้ระดับประมาณ 70-80% เท่านั้น ตรงนี้น่าเสียดายมากที่ไม่สามารถทำได้เท่าระบบของ Dolby Audio ความแตกต่างของ 7.1 ใน Gsx300 จะต่างกันที่ความรู้สึกของตำแหน่งลำโพงหน้า คือหน้าซ้าย หน้าขวา และลำโพงเซ็นเตอร์เป็นหลัก ส่วนเสียงแวดล้อม หรือ แอมเบี้ยนส์ ที่โอบล้อมคนฟังนั้นมีครบถ้วน ถือว่าทำได้ดีเลย เสียงแวดล้อมมันทำให้บางครั้งเราต้องหันหลังกลับไปมองว่ามันเป็นเสียงคนเดินในห้องหรือเป็นเสียงในหูฟัง

ท่ามกลางเสียงโอบล้อม แล้วมีเสียงพูด เสียงหลักที่เหมือนจะออกมาจากลำโพงหน้า มันผสมเสียงกันอย่างลงตัว เสียงพูดลอยเด่นท่ามกลางเสียงโอบล้อม มันปล่อยเสียงออกมาอย่างกลมกลืน ถือว่าการจำลองเสียงรอบทิศแบบ 7.1 จาก Gsx300 ทำได้ดีสมราคาคุย และดีเกินราคาไปมากเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่หยิบยื่นให้ ดูเหมือนพลังการประมวลผลเสียงรอบทิศที่อยู่ใน Gsx300 จะมีความสามารถสูงลิบ คงเป็นเพราะฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่มันทำงานได้รวดเร็วและไร้รอยต่อ ประสบการณ์การฟังเสียงสามมิติในอดีตที่เคยลองใช้ วันนี้มันเปลี่ยนไปหมดเลย

ผมไม่ได้เป็นคนเล่มเกมส์ แต่อาศัยลองเปิด youtube ในคลิปที่เป็นเกมส์แนว fps และ openworld ซึ่งจะเป็นคลิปทดสอบเสียงรอบทิศในเกมส์ เข้าใจว่าเสียงในเกมส์จะไม่ได้รองรับระบบเสียง 5.1 แบบหนังทั่วไป คือเสียงรอบทิศที่ไม่ใช่ dolby digital ไม่ใช่ dts มันน่าจะเป็นเสียงรอบทิศแบบตัวใครตัวมัน อย่างมากก็คล้ายๆ dolby surround หรือ binaural recording ซึ่งผมก็ไม่ได้รู้รายละเอียดในเกมส์มากนัก แต่ฟังเสียงคลิปทดสอบแล้ว การแยกแยะทิศทางทำได้พอใช้ เสียงโอบล้อมและความกระหึ่มของเสียงนั้นจัดเต็มและฟังสนุกมาก พอฟังคลิปเกมส์แล้วรู้สึกได้เลยว่าเสียงในเกมส์มันโอบล้อมยิ่งกว่าเสียงจากหนังฮอลีวู้ดเสียอีก เหมือนกับว่ามันเสกเสียงดีๆแน่นๆให้เราฟังกันเลย เสียงฝีเท้าชัดขึ้นเมื่อเทียบกับเสียงออนบอร์ด ความแม่นยำในการเดาทิศทางนั้นทำได้ง่ายขึ้น เสียงปืนยิงแล้วมีเบส มีน้ำหนักของการระเบิดที่คมชัด ถ้าเปิดดังมากๆอาจจะตกใจได้

20220205181227_IMG_0592

สรุป

Gsx300 เป็น external soundcard ที่มีคุณภาพเสียงที่ดีมาก สามารถส่งสัญญาณความละเอียดสูงระดับ 24bit 96kHz ออกมาได้ ใช้เป็น Dac-amp สำหรับหูฟังได้ดีมาก หากทำงานในแบบ 7.1 หรือระบบเสียงรอบทิศก็ให้ความกลมกลืนของเสียงรอบทิศและเสียงหลักของหนังได้ดี หากย้อนไปสักสิบปีที่แล้ว การจะหา Dac+Amp ที่ใช้งานกับหูฟัง เน้นคุณภาพระดับ 24bit 96K จะต้องใช้เงินหลายพันหรือเป็นหมื่นบาทเลยก็มี ซึ่ง Dac เหล่านั้นจะเน้นแค่การแปลงเสียงสำหรับฟังเพลงเท่านั้น ไม่ได้มีการรับสัญญาณไมค์ และ ไม่ได้มีเสียงรอบทิศให้ใช้ Gsx300 เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่หน้าตาน่ารักและใช้งานได้คุณภาพ เป็นของที่น่าใช้อีกชิ้นหนึ่งจริงๆ

รีวิว หลอดไฟ motion sensor

หลอดไฟที่ติดสว่างเมื่อมีคนเดินผ่านนั้นมีมานานแล้ว แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหลอดไฟปกติในความสว่างเท่ากัน จากเดิมที่เคยมีราคาแตกต่างกันหลายเท่า ในปัจจุบัน ปี คศ 2022 นี้เริ่มมีราคาลดลงจนเหลือเพียงความแตกต่าง 2เท่า นั่นทำให้มันเริ่มน่าใช้ขึ้น แต่เราก็หลงลืมว่ามันมีให้ใช้ จนกระทั่งเราได้เห็นการใช้งานในหนังเกาหลี

นางเอกเดินเข้าบ้านทันทีที่เปิดประตูเข้ามาก็มีหลอดไฟสว่างอัตโนมัติ เมื่อนางเอกวางของ เก็บรองเท้าเสร็จ เดินไปจุดอื่นในบ้าน สักพักหลอดไฟก็ดับ การดูละครเกาหลีทำให้เรานึกได้ว่ามีหลอดไฟแบบนี้ขายอยู่ และมันก็ราคาไม่แพงแล้ว สามารถซื้อมาเปลี่ยนแทนหลอดเก่าได้เลย ผมก็เลยไปซื้อมาใช้บ้าง

หลักการการตรวจจับความเคลื่อนไหวจะมีหลายเทคโนโลยี เมื่อก่อนเราจะมีการตรวจจับด้วยระบบ PIR ซึ่งเป็นการตรวจจับคลื่นความร้อน หรือแสงอินฟาเรดที่ปล่อยออกมาจากตัวคน การตรวจจับแบบนี้แม่นยำและประหยัดพลังงาน แต่ก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง มันต้องไม่มีอะไรกั้นระหว่างเซ็นเซอร์กับตัวปล่อยอินฟาเรด ถ้ามีสิ่งของร้อนๆใกล้เคียงกับมนุษย์เซ็นเซอร์ก็จะรับรู้เหมือนมีมนุษย์อยู่ การนำไปใช้งานต้องมีการพิจารณาให้เหมาะสม และใช้งานคู่กับระบบตรวจจับอื่นๆเพื่อช่วยให้การตรวจจับผิดพลาดน้อยลง

IMG_0186

ตัวตรวจจับด้วยเทคนิคไมโครเวพ เป็นการใช้หลักการสะท้อนของคลื่นความถี่สูงมาตรวจสอบการเคลื่อนไหวของวัตถุ หลักการคล้ายกับค้างคาว ยิงคลื่นความถี่ออกไป วัดการสะท้อนกลับ แล้วประมวลผลว่ามีวัตถุอยู่หรือไม่ ตัวประมวลผลของระบบนี้จะตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของระยะทางที่วัตถุสะท้อนคลื่นทำให้รู้ว่ามีการเคลื่อนไหวหรือไม่ ข้อดีของระบบไมโครเวพคือ มันเป็นคลื่นความถี่สูง มันสามารถทะลุสิ่งกีดขวางได้ เหมือนเตาไมโครเวพที่ยิงคลื่นทะลุแก้ว ทะลุกล่องใส่อาหาร แล้วไปกระทบกับอาหารได้ ซึ่งเราก็ไม่ต้องกังวลกับอันตราย เพราะคลื่นไมโครเวฟในหลอดไฟเป็นคลื่นพลังงานต่ำ ไม่ใช่ระบบพลังงานสูงแบบในเตาไฟฟ้า ระบบนี้ดูแล้วเหมาะสมกับการตรวจสอบคนเดินผ่านมากกว่านั่นเอง

Image2

หลอดไฟที่ซื้อมาใช้ผมซื้อมา 2 ยี่ห้อ คือยี่ห้อ eve กับ lampton โดยทั้งคู่ใช้เทคนิคแบบไมโครเวพ เป็นหลอด LED ความสว่าง 9 วัตต์ ขั้วเกลียว e27 ราคาขายสู่สีกันมาก จุดที่นำไปใช้คือนำไปใส่ดาวน์ไลน์ที่ฝังไว้ในฝ้าเพดาน และตัวโคมดาวไลท์มีแผ่นแก้วปิดให้ดูเรียบไม่เห็นหลอดไฟด้วย ดังนั้น ระบบคลื่นไมโครเวฟจะเป็นพระเอกที่ทำงานทะลุโคมได้

ผลการใช้งานคือ ทั้งคู่ตรวจสอบคนเดินผ่านได้จริง แต่ระยะทำการไม่เท่ากัน eve จะตรวจสอบได้ไกลประมาณ 3-4เมตรที่พื้น ส่วน lampton จะทำงานได้ระยะทางประมาณ 2 เมตรบนพื้นเท่านั้น ระยะทางที่แตกต่างกันตรงนี้เชื่อว่าเป็นเพราะความไวของเซ็นเซอร์ถูกตั้งมาให้ไม่เท่ากัน ตัวที่ตรวจได้ไกลก็ดูเหมือนจะดีกว่า แต่มันก็ตรวจสิ่งที่อยู่นอกห้องด้วย นั่นคือห้องข้างๆตอนที่ยังไม่เปิดประตูเข้ามาหากมีการเคลื่อนไหว หลอดไฟ eve ก็จะตรวจจับและทำงานเปิดไฟให้ ขณะที่ Lampton จะทำงานระยะใกล้ๆเท่านั้น ต้องเดินไปแทบจะเห็นโคมไฟถึงจะมีไฟสว่างขึ้นมา ความไวที่แตกต่างกันตรงนี้เป็นจุดที่น่าสนใจ เราสามารถเลือกใช้หลอดที่ไวมากกับจุดที่โล่งและกว้าง และเราสามารถเลือกใช้หลอดที่ไวน้อยกว่าในจุดที่อยากตรวจสอบแบบแคบ ดังนั้นเราก็เลือกให้เหมาะสมกับสภาพห้องสภาพพื้นที่ของเรา

IMG_20220101_101735

IMG_20220101_105605

เทคโนโลยี smart home จะพัฒนาไปตลอดเวลา แต่ละปีความสามารถของอุปกรณ์จะเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ราคาถูกลง ใครอยากใช้ความอัจริยะของอุปกรณ์ไฟฟ้า ก็เลือกหาได้เลยตามวัตถุประสงค์ของพื้นที่ในบ้าน ข้อดีที่เด่นชัดที่สุดของหลอดไฟติดเซ็นเซอร์คือ มันทำให้เราประหยัดค่าไฟ เราได้ปิดไฟเมื่อไม่ต้องใช้ ทำให้เราไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ เป็นการช่วยลดมลพิษที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้า ลดการใช้พลังงานคือคำตอบของการดูแลโลกของพวกเรา

รีวิว ไมโครโฟนและหูฟัง audio-technica ATGM1-USB

ชุดไมโครโฟนพร้อมหูฟัง ATGM1-USB PACK จะประกอบไปด้วยไมโครโฟน 1 ตัว ขนาดเล็กๆน่ารัก ใช้วางบนโต๊ะทำงาน กับหูฟังแบบออนเอียร์ 1 ตัว audio-technica ออกแบบอุปกรณ์ชุดนี้เพื่อให้ใช้งานในยุคของการ work from home ซึ่งเป็นยุคของการทำงานผ่านระบบออนไลน์ คุยออนไลน์ เรียนออนไลน์ เพราะโควิดระบาดจนคนส่วนมากต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน นักเรียนต้องเรียนจากที่บ้าน พนักงานต้องทำงานจากที่บ้าน ตรงตามคำที่แปะอยู่หน้ากล่องเลย

25de4f826592939d319558ebcfb01675

ไมโครโฟนตัวเล็กน่ารักตัวนี้จะเรียกว่ารุ่น ATGM1 ก็ได้ หรือจะเรียกเป็นรุ่น AT9933 ก็ได้ ในเว็บมันคือตัวเดียวกันแค่ตั้งคนละชื่อ มันเป็นไมโครโฟนชนิดคอนเด็นเซอร์ซึ่งมีจุดเด่นที่ความไวในการรับเสียง สามารถรับเสียงได้ดี และมุมการรับเสียงก็โฟกัสที่ด้านหน้าของไมค์ อยากให้รับเสียงจุดไหนก็ให้ไมค์ชี้ไปด้านนั้น พอร์ตการเชื่อมต่อไมโครโฟนตัวนี้เป็นแบบ usb ซึ่งสามารถเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์โดยตรงได้เลย และไม่ต้องลงโปรแกรมพิเศษเพิ่มเติมหรือไม่ต้องลงไดรเวอร์ใดๆเลย ตัวไมโครโฟนขนาดเล็ก มีฐานวงกลมที่มีน้ำหนักพอสมควร ติดยางกันลื่นไว้ด้านล่างทำให้สามารถวางได้นิ่งสนิทบนโต๊ะทำงาน ก้านไมค์ยาวประมาณ 4 นิ้ว สามารถดัดเอนได้ตามใจ น้ำเสียงที่บันทึกได้ออกไปในแนวคมชัด มีเสียงกลางและแหลมที่ดีมาก เสียงทุ้มมีครบถ้วน การใช้ไมโครโฟนที่รับเสียงเฉพาะทิศทางทำให้เราได้เสียงพูดที่ดีมีคุณภาพ เสียงรบกวน เสียงแอร์ เสียงพัดลม จะน้อยลงไปอย่างมาก

audio technica at-250m at9933usb

ส่วนตัวหูฟังก็เป็นหูฟังออนเอียร์ขนาดกระทัดรัด ชื่อรุ่น AT-250M ขนาดไดรเวอร์ประมาณ 40 มม. ตัวโครงสร้างเป็นพลาสติก แจ็คเสียบเป็นชนิด 3.5 มม. แบบ TRS นั่นคือเป็นแจ็คเสียบที่มีขีดดำ 2 ขีด น้ำเสียงดีใช้ได้เลย ให้เสียงกลางที่ชัดและลอยเด่น เราสามารถฟังเสียงร้องแล้วหลงใหลไปกับน้ำเสียงทั้งชายและหญิงได้ เพราะหูฟังไม่บดบังความเด่นของเสียงคน ส่วนเบสก็ใหญ่มาก หากเปรียบเทียบกับลำโพงบ้าน เบสของหูฟังตัวนี้เป็นเบสที่ไม่บดบังเสียงกลาง ถ้าเราฟังเพลงร็อค เพลงบอสซ่าสนุกๆ เราจะได้ความรู้สึกว่าเบสมันเยอะและมันส์มาก หากเราฟังเพลงอคูสติก เบสที่เด่นและเยอะทำให้เพลงมีน้ำหนัก ส่วนเสียงย่านปลายแหลมก็มีให้พอดีๆ ไม่เสียดหู เปรียบเทียบกับของแพงกว่ากันสิบเท่า มันจะต่างกันตรงที่ เบสของหูฟังตัวนี้ลงไม่ลึก มีปริมาณเยอะแต่ไม่ลึก แต่ก็มีไม่กี่เพลงหรอกที่จะฟ้องว่าเบสไม่ลึก ที่รู้สึกว่าไม่ลึกเพราะเกิดจากความพยายามฟังเปรียบเทียบเท่านั้น ความแตกต่างจากของแพงอีกจุดคือเสียงแหลมที่ชัดไม่เท่า สำหรับการฟังปกติ หรือการทำงานหรือการเรียน มันดีมากแล้ว เทียบกับหูฟังเล่นเกมส์หลายตัวที่เคยใช้แล้ว ตัวนี้ดีกว่าเยอะเลย เทียบกับหูฟังพร้อมไมค์ที่แถมมากับโทรศัพท์ ชุดหูฟังและไมค์จาก audion-technica ชุดนี้ดีกว่ามาก

ในการฟังเพลง เราจะเพลิดเพลินกับน้ำเสียงตัวนีได้ไม่ตะขิดตะขวงใจ ความฉับไวต่อเสียงจะไม่แจะแจ้งเท่าของราคาสูง น้ำหนักแรงประทะ เหมือนจะผ่อนให้ฟังเสียงนุ่มๆทดแทน หากเราฟังเสียงโซโล่กลอง หรือเสียงฟาดฉาบ สแนร์ ความไวมันยังด้อยกว่ารุ่นใหญ่ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หูฟังตัวนี้น่าจะเป็นหูฟังออนเอียร์ที่ราคาถูกที่สุดเท่าที่บริษัทจะผลิตมาขายแล้ว

IMG_20220114_103739

ให้ดูกล่องที่ใส่หูฟังและไมโครโฟนชุดนี้มา เราจะเห็นกล่องทางซ้าย ATGM1 เป็นชื่อรุ่น ซึ่งมันสวมทับกล่องทางขวาเอาไว้ แกะออกมาแล้วก็งงนิดหน่อย สรุปแล้วไมโครโฟนตัวนี้มีสองชื่อ คือ AT9933usb กับ ATGM1usb แต่ในคอมพิวเตอร์จะมองเห็นเป็นชื่อ AT9933usb

IMG_20220114_103720

การเพิ่มไมโครโฟนเข้ามาในระบบการทำงานจะช่วยให้การสื่อสารของเรามีคุณภาพมากขึ้น หากเราทำ content ใดๆที่ต้องสื่อสารทั้งภาพและเสียง คุณภาพเสียงของคลิปจะเป็นตัวตัดสินว่าผู้ชมจะอยากติดตามดูหรือไม่ หากเราสังเกตุตัวเราเองว่า พอเปิดคลิปใน youtube ดูแล้วหากพบว่าเสียงเบา เสียงแย่ ไม่มีคุณภาพ เราก็จะไม่อยากดู ดังนั้นเราก็ไม่ควรปล่อยให้คลิปหรือเนื้อหาของเรามีคุณภาพเสียงที่ไม่ชัดเจน

Microphone
Model: AT9933usb
Element: Back electret condenser
Polar Pattern: Cardioid
Frequency Response: 40 – 16,000 Hz
Weight: Approx. 60g (2.1oz) (without cable)
Cable: 2.0m (6,6’)
Dimensions: 65mm (2.56”) diameter x 120mm (4.72“)
Input Connector: USB bus-powered
Output Connector: USB (Type -A)

Headphone
Model no.: ath-250m
Type: closed dynamic circle type
Driver unit: 40mm
Output sensitivity: 102db/mw
Frequency response: 18~22,000hz
Maximum capacity: 500mw
Input impedance: 43
Output terminal: 3.5mm gold plated stereo mini-plug
Wire length: 2.0m

ทดลองไมค์ไร้สาย usb-c

ในยุคของการสื่อสารทันสมัยแบบดูหนังดูทีวีผ่านอินเทอเน็ตได้ง่ายๆนั้น การทำสื่อที่เป็นวิดีโอจะเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เมื่อก่อนเราอ่านบนหนังสือ เรามีการฟังบนรายการวิทยุ จนกลายเป็นการดูรายการทีวีหรือรายการวิดีโอใน youtube สื่อกระแสหลักได้กลายเป็นวิดีโอไปหมดแล้วในยุค คศ2021 คนที่อยากบันทึกคลิปวิดีโอเพื่อบันทึกเก็บไว้ดูเล่น หรือ ทำคลิปวิดีโอเพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสาร เพื่อทำรายการชนิดต่างๆ กลายเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายขึ้น นอกจากเป็นเพราะโทรศัพท์มือถือที่พัฒนามาไกลมากจนทุกอย่างทำได้จบจากโทรศัพท์เครื่องเดียวแล้ว อุปกรณ์เสริมอย่างไมโครโฟนก็พัฒนามาไกลไม่ต่างกัน

ไมโครโฟนจากเดิมที่ต้องเป็นไมค์ตัวใหญ่ มีสายยาวหลายเมตร ก็มีการพัฒนาให้เป็นรูปแบบไร้สาย จากเดิมที่ต้องต่อเข้ากับช่องต่อชนิด 3.5มม. ในกล้องวิดีโอหรือในช่องเสียบไมค์ของโทรศัพท์ ก็กลายมาเป็นช่องเสียบชนิด usb ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการใช้งานได้อย่างดี

ไมค์ไร้สายชนิดพอร์ต usb-c ตัวนี้สั่งจากเว็บ aliexpress เป็นไมค์ที่มีตัวส่ง 2 ตัว ตัวรับ 1 ตัว นั่นหมายความว่าสามารถใช้ไมค์สองตัวพร้อมกัน สามารถใช้ทำรายการพูดคุยกันสองคนได้สะดวก โดยไม่ต้องใช้สายให้พะรุงพะรัง ตัวรับสัญญาณเป็นชนิด usb-c สามารถเสียบตรงเข้ากับโทรศัพท์มือถือที่ใช้พอร์ตชาร์จแบบ usb-c ได้เลย ซึ่งโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่มีขายในปัจจุบันก็ใช้พอรตแบบนี้กันเกือบทั้งหมดแล้ว โดยตัวรับเสียงจะดึงกำลังไฟจากมือถือออกมาใช้ ส่วนหากใครจะเอาไปใช้กับมือถือ iphone ก็ใช้เสียบผ่านอแด๊ปเตอร์แปลงได้ ที่เจ่งก็คือ ตัวรับมี่ช่องให้เสียบ usb-c อีกช่องด้วย ทำให้เราสามารถชาร์จไฟผ่านตัวรับเสียงแล้วส่งต่อไปยังพอร์ตของโทรศัพท์ทำให้เราสามารถใช้ไมค์ไร้สายได้ยาวนานมากโดยไม่ต้องกลัวโทรศัพท์แบตหมด

ตัวไมค์สองตัวที่มากับกล่องเป็นไมค์รับเสียงรอบตัว มีแบตเตอรี่ในตัว ใช้ได้กี่ชั่วโมงต้องไปหาอ่านในคู่มือ เวลาชาร์จไฟจะต้องใช้สายชาร์จ usb-c มาเสียบ ในชุดมีไมค์สองตัวแต่สายชาร์จมีให้แค่เส้นเดียว คุณภาพเสียงเท่าที่ฟังผ่านๆก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ฟังรู้เรื่อง ลองฟังจากในคลิปดูครับ

ไมค์ตัวนี้เหมาะกับคนทีต้องการบันทึกรายการวิดีโอที่ต้องคุยกันสองคน เหมาะกับการไลฟ์ทางเฟสบุ๊คหรือ youtube เพราะการเชื่อมต่อง่ายดาย ลดความยุ่งยากและข้อผิดพลาดต่างๆ เนื่องจากการใช้ไมโครโฟนภายนอกกับโทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจเยอะ ต้องเรียนรู้คำว่า Trs Trrs ซึ่งเป็นลักษณะของช่องเสียบแบบ 3.5มม. และในบางโปรแกรมที่ใช้ถ่ายวิดีโอก็ไม่รองรับการต่อไมค์ภายนอกที่เสียบผ่านช่องหูฟังด้วย และปัจจุบันโทรศัพท์หลายๆรุ่นก็ตัดช่อง 3.5มม. ออกไปแล้ว อุปกรณ์ไมค์ที่เคยใช้กับช่อง 3.5 จะเอามาใช้เลยทันทีก็ทำไม่ได้ ดังนั้น ถ้าเป็นไมค์ที่เสียบทางช่อง usb-c ก็จะแก้ปัญหาต่างๆได้เกือบทั้งหมด

นอกจากการใช้กับโทรศัพท์แล้ว เราก็ยังนำไปใช้กับคอมพิวเตอร์ได้ด้วย คนที่จำเป็นต้องทำรายการ หรือแคสเกมส์ หรือประชุมออนไลน์บ่อยๆน่าจะช่วยลดความยุ่งยากได้ น้ำเสียงที่รับได้ชัดและมีความคล่องตัวจะทำให้เราสนุกกับการทำรายการมากขึ้น

จอดรถสนามบินค้างคืนเสียค่าจอดเท่าไร

การไปทำธุระหรือไปเที่ยวต่างจังหวัดโดยการเดินทางด้วยเครื่องบินแล้วไม่อยากจ่ายค่าแท็กซี่ไปกลับสนามบินก็ต้องใช้วิธีขับรถส่วนตัวไปสนามบิน แล้วก็จอดทิ้งไว้เลย เที่ยวเสร็จกลับมา ลงเครื่องก็ขับรถตัวเองกลับบ้าน เป็นความสะดวกสำหรับคนเดินทาง โดยสมัยก่อนการจอดรถในสนามบินจะหาที่จอดยากสักหน่อย เพราะว่าคนเดินทางเยอะมาก แต่พอเราอยุ่ในยุคโควิดระบาด เที่ยวบินน้อยลง คนเดินทางน้อยลง ที่จอดรถในสนามบินก็จะมีช่องว่างให้เราเข้าไปจอดได้ค่อนข้างมาก

หากเราใช้แท็กซี่จากบ้านย่านฝั่งธนไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เราจะเสียค่าแท็กซี่ประมาณ 5-600 บาท ไม่รวมค่าทางด่วน ซึ่งราคาแท็กซี่มิเตอร์ และ บริการเรียกรถแบบ grab ก็ราคาแทบไม่ต่างกัน และเมื่อเที่ยวเสร็จขากลับ ก็ต้องเรียกรถจากสนามบินมายังบ้านอีกเที่ยว ค่าใช้จ่ายก็จะมีอีกประมาณ 600 บาท และยังไม่รวมอาการหงุดหงิด รอคิวนาน และ มักจะลูกเล่นของแท็กซี่มิเตอร์ที่อ้างว่าไม่อยากไปด้วย

IMG_20211020_055910

ค่าจอดรถสนามบินสุวรรณภูมิจะคิดค่าจอดค้างคืนหรือ 24 ชั่วโมงราคา 250 บาท หากเราจอดรถประมาณ 4 วัน ค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 1000 บาท ไม่รวมค่าทางด่วนและค่าน้ำมัน ซึ่งมันก็ดูสูสีใกล้เคียงกันกับค่าแท็กซี่ไปกลับ แต่ความหงุดหงิดไม่มี และที่สำคัญ ในยุคโควิดเราก็ไม่อยากนั่งรถคนอื่นเลย ยิ่งมีเด็กเล็กที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็ยิ่งไม่อยากเสี่ยงนั่งรถคนอื่นเลย ดังนั้น การขับรถส่วนตัวไปจอดทิ้งไว้ที่สนามบินเลยก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าแท็กซี่

IMG_20211107_160027

ผมขับรถไปจอดไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 20ตค2564 เวลาเข้าจอดประมาณ 05.55 นาที หรือเกือบหกโมงเช้า เพื่อขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่ แล้วก็เที่ยวอยู่ถึงวันที่ 23 ตค กลับมาถึงสุวรรณภูมิอีกครั้งวันที่ 23ตค2564 เวลาเที่ยวบินลงคือ 20.00 น. กว่าจะเดินและรอรับกระเป๋า รวมถึงเดินออกมาถึงจุดจอดรถก็ใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชม. ผมได้ขับรถออกจากสุวรรณภูมิประมาณ เกือบ21.00 น. ตอนเอารถออกนั้นค่อนข้างลำบาก เพราะมีรถมาจอดขวางจนต้องออกแรงเข็น แล้วก็เข็นยาก เพราะรถจอดต่อกันแน่นแทบไม่มีช่องให้เข็นเลย โชคดีที่รถขวางเหล่านั้นไม่ได้เบรกหรือเข้าเกียร์ไว้ทำให้พอเข็นได้

ที่ทางออก เจ้าหน้าที่ของจุดจอดรถรับบัตรจอดรถไปสแกน แล้วก็แจ้งว่า รวมเวลาจอดรถ 3 วัน 14 ชั่วโมง คิดเป็นค่าจอด 4 วัน เท่ากับ 1000 บาท ก็ทำการจ่ายเงินไปแล้วก็ได้ใบเสร็จมา 4 ใบ ตามภาพ ขับรถกลับบ้านใช้เวลาอีก 1 ชม. ค่าทางด่วนอีกประมาณ 3 ครั้งเหมือนตอนมา จบทริป

รีวิว eyewear แว่นตาติดลำโพง

เมื่อสักหลายปีก่อนผมพบว่ามีแว่นตาติดลำโพงวางขายแล้ว นั่นคือยี่ห้อ Bose และมีเพื่อนได้ซื้อไว้ใช้ ผมได้มีโอกาสลองไม่กี่นาทีเพราะเกรงใจเพื่อน ซึ่งในวันนั้นรู้สึกว่าราคาสูงเกินไป และคุณภาพเสียงไม่ได้ดีแบบที่คาดหวัง เนื่องจาก Bose ทำลำโพงเสียงดีไว้เยอะมาก และหูฟัง Bose ก็เสียงดีเช่นกัน พอลำโพงถูกติดตั้งไว้ในแว่นตา ก็แอบคิดว่าเสียงจะดี แต่ลองแล้วก็ไม่อยากซื้อ

20211008111714_IMG_0003

ผ่านมาถึงปีนี้ แว่นตาติดลำโพงอยู่ในเว็บขายของ ราคาระดับ 800บาท ซึ่งถูกกว่า Bose ถึง 10 เท่า ผมลืมไปแล้วว่าเสียง Bose เป็นยังไง แต่พอเห็นว่าราคาไม่ถึงพันก็เลยตัดสินใจซื้อมาใช้ โดยคาดหวังว่าเสียงจะดีขึ้นกว่ารุ่นแรกๆเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเหมือนเสียงจากหูฟังแท้ๆ

20211008111752_IMG_0006

ลักษณะทั่วไป

แว่นตาสีดำ ติดกระจกพลาสติกเกรดต่ำ ตัวกรอบแว่นทำจากพลาสติก จุดที่ใช้ชาร์จไฟเป็นขั้วไฟฟ้าแบบมีแม่เหล็กดูด สายชาร์จจะถูกดูดติดกับแว่นเมื่อเสียบชาร์จไฟ สายชาร์จที่แถมมาด้านหนึ่งเป็นแม่เหล็ก ส่วนอีกด้านเป็น usb เพื่อเสียบกับอแด๊ปเตอร์ กำลังไฟสำหรับชาร์จระบุไว้ที่ 100ma เท่านั้น หลังจากได้ลองชาร์จก็พบว่า หากเราชาร์จแว่นด้วยเพาเวอร์แบงค์ เมื่อเริ่มชาร์จได้สักพักไม่กี่นาที เพาเวอร์แบงค์ก็จะตัดการทำงาน เพราะว่ากระแสไฟไหลน้อยเกินไป น้อยจนเพาเวอร์แบงค์ตัดสินใจหยุดจ่ายไฟ ดังนั้นหากเราจะชาร์จเราควรชาร์จผ่านอแด๊ปเตอร์จ่ายไฟจริงๆ

20211008111656_IMG_0002

น้ำเสียงของแว่นตาพร้อมลำโพงจะให้น้ำเสียงไม่ดีมาก อาการเสียงเหมือนเปิด speaker phone แล้วเอาโทรศัพท์มาวางไว้ใกล้ๆหู ฟังเสียงกลางรู้เรื่อง เสียงสูงมีให้ได้ยิน แต่เสียงต่ำแทบไม่มีเลย ซึ่งมันคงเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งของลำโพงเล็กๆบางๆที่ซ่อนอยู่ในขาแว่น

ไมโครโฟนรับเสียงก็อยู่บนขาแว่น จากการสอบถามคู่สนทนาก็ได้ความว่า เสียงพูดของเราปลายทางได้ยินปกติ ไม่ได้รู้สึกว่าเสียงเบาหรือดังเกินไป เสียงที่ได้ยินเหมือนเกิดขึ้นอยู่กลางศรีษะ นั่นก็พอจะคาดเดาได้ว่า เสียงข้างซ้ายและขวาออกมาใกล้เคียงกันมาก ทำให้มิติเสียงอยู่ตรงกลางในหัวเราเป๊ะๆ หากเราใช้ฟังเสียงเพลงสเตอริโอทั่วไป เราก็จะได้ยินมิติเสียง รับรู้ตำแหน่งซ้าย กลาง ขวา ได้แม่นยำตามเจตนาของเพลง ระบบสเตอริโออิมเมจของหูฟังทำได้ดีมาก มันติดแค่เสียงเบสไม่มีเหมือนหูฟังทั่วไปเท่านั้น

การใช้งานหูฟังบนแว่นตาจะไม่มีอะไรไปอุดหูเลย ดังนั้น เสียงดังจากภายนอก เสียงบรรยากาศต่างๆจะยังคงวิ่งเข้าหูเรา เรายังได้ยินเสียงแวดล้อมเป็นปกติ ถ้าเราไปยืนอยู่ใกล้เครื่องจักร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังส่งเสียงดังน่ารำคาญ ก็จะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงจากหูฟังเลย ดังนั้นการใช้งานหูฟังตัวนี้จะต้องเลือกสถานที่คุยด้วย การได้ยินเสียงภายนอกเล็ดลอดเข้าไป และสามารถรบกวนการพูดคุยกับปลายทางด้วยนั้น ทำให้เราปลอดภัยมากยิ่งขึ้นจากการใส่หูฟัง ถ้ามีคนเรียกเราก็หันไปหาได้ มีรถวิ่งผ่านก็ได้ยิน เราใช้ชีวิตปกติได้แม้จะฟังเสียงข่าวอยู่ในหูฟัง

เมื่อใช้ประชุมออนไลน์ก็ทำงานได้ปกติ ประสิทธิภาพการสื่อสารทำได้เต็มร้อย ใช้ทำงานได้เลย ใครคิดจะนำกรอบไปใส่เลนส์สายตาสำหรับตัวเองจริงๆก็ทำได้ มันเป็นอุปกรณ์ของใช้ที่ใช้งานได้ตามหน้าที่หลักของมัน

แนะนำขาตั้งมือถือขนาดเล็ก หนีบที่ไหนก็ได้

ขาตั้งแบบตัวหนีบขนาดกระทัดรัด สามารถใช้เป็นไม้เซลฟี่ ใช้เป็นขาตั้งเล็ก และ ใช้หนีบกับโต๊ะ หรือ ชั้นวางต่างๆที่มีความหนาไม่มากได้ บางคนก็ใช้หนีบกับประตู หนีบกับหนังสือในชั้นวาง ทำให้เราสามารถจัดวางมือถือไว้ได้ตามต้องการ เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายคลิปวิดีโอ ทั้งถ่ายตัวเอง หรือถ่ายคนอื่น ใช้แทนขาตั้งกล้องที่มีขนาดใหญ่ๆได้เลย

ลองดูภาพการใช้งานในมุมเหล่านี้ครับ แต่กล้องที่ใช้จะเป็น gopro รุ่น 9 ครับ

20210329104739_IMG_0048

20210329104801_IMG_0049

20210329104849_IMG_0050

20210329105106_IMG_0054

20210329105034_IMG_0053

ประกอบรถบังคับวิทยุจากจีน

ของเล่นสร้างทักษะเด็กเป็นสินค้าที่ควรได้ลองเล่น และเมืองจีนก็มีสินค้าแนวนี้ขายในราคาไม่แพง จากที่ได้ลองเล่นกับลูก เด็กอายุ 9 ขวบก็พอจะทำความเข้าใจการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ รวมถึงเข้าใจเรื่องวงจรไฟฟ้าระดับพื้นฐานได้แล้ว ของเล่นชุดนี้หาซื้อจากเว็บราคาไม่ถึง 100 บาท ใช้เวลาประกอบประมาณ 2 ชม. พ่อกับลูกช่วยกันทำ บอร์ดแรกจะทำกันนานหน่อยเพราะต้องทำความเข้าใจหลายอย่าง คู่มือที่แถมมากับของเล่นก็ทำมาเล็กมาก คนสายตาไม่ดีคงจะดูไม่ค่อยรู้เรื่อง อาศัยการต่อมั่วเล็กน้อยก็พอจะจบงานได้

1627439059473
IMG_20210727_205430

น่าอิจฉาเด็กยุคนี้ที่มีของเล่นไฮเทคราคาประหยัดให้เลือกเล่นจำนวนมาก หากเป็นยุคสมัยที่ผมยังเด็ก รถบังคับวิทยุจะราคาประมาณหนึ่งพันบาท ของหลักร้อยแทบไม่มีให้เลือกเลย วงจรไฟฟ้ากว่าจะได้จับก็ต้องรอมัธยม เด็กยุคใหม่ แค่พออ่านหนังสือออกก็แทบจะลองเล่นโปรเจ็คไฮเทคได้เท่าที่ใจปรารถนาเลย แถมเครื่องมือก็พร้อม ร้านขายก็มีอยู่ในอินเทอเน็ต ซื้อของจากใครจากร้านไหนก็ได้ เป็นเด็กในยุคปัจจุบันนี่โชคดีกว่ายุคเก่าอย่างไม่ต้องเทียบเลย