จอดรถสนามบินค้างคืนเสียค่าจอดเท่าไร

การไปทำธุระหรือไปเที่ยวต่างจังหวัดโดยการเดินทางด้วยเครื่องบินแล้วไม่อยากจ่ายค่าแท็กซี่ไปกลับสนามบินก็ต้องใช้วิธีขับรถส่วนตัวไปสนามบิน แล้วก็จอดทิ้งไว้เลย เที่ยวเสร็จกลับมา ลงเครื่องก็ขับรถตัวเองกลับบ้าน เป็นความสะดวกสำหรับคนเดินทาง โดยสมัยก่อนการจอดรถในสนามบินจะหาที่จอดยากสักหน่อย เพราะว่าคนเดินทางเยอะมาก แต่พอเราอยุ่ในยุคโควิดระบาด เที่ยวบินน้อยลง คนเดินทางน้อยลง ที่จอดรถในสนามบินก็จะมีช่องว่างให้เราเข้าไปจอดได้ค่อนข้างมาก

หากเราใช้แท็กซี่จากบ้านย่านฝั่งธนไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เราจะเสียค่าแท็กซี่ประมาณ 5-600 บาท ไม่รวมค่าทางด่วน ซึ่งราคาแท็กซี่มิเตอร์ และ บริการเรียกรถแบบ grab ก็ราคาแทบไม่ต่างกัน และเมื่อเที่ยวเสร็จขากลับ ก็ต้องเรียกรถจากสนามบินมายังบ้านอีกเที่ยว ค่าใช้จ่ายก็จะมีอีกประมาณ 600 บาท และยังไม่รวมอาการหงุดหงิด รอคิวนาน และ มักจะลูกเล่นของแท็กซี่มิเตอร์ที่อ้างว่าไม่อยากไปด้วย

IMG_20211020_055910

ค่าจอดรถสนามบินสุวรรณภูมิจะคิดค่าจอดค้างคืนหรือ 24 ชั่วโมงราคา 250 บาท หากเราจอดรถประมาณ 4 วัน ค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 1000 บาท ไม่รวมค่าทางด่วนและค่าน้ำมัน ซึ่งมันก็ดูสูสีใกล้เคียงกันกับค่าแท็กซี่ไปกลับ แต่ความหงุดหงิดไม่มี และที่สำคัญ ในยุคโควิดเราก็ไม่อยากนั่งรถคนอื่นเลย ยิ่งมีเด็กเล็กที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็ยิ่งไม่อยากเสี่ยงนั่งรถคนอื่นเลย ดังนั้น การขับรถส่วนตัวไปจอดทิ้งไว้ที่สนามบินเลยก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าแท็กซี่

IMG_20211107_160027

ผมขับรถไปจอดไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 20ตค2564 เวลาเข้าจอดประมาณ 05.55 นาที หรือเกือบหกโมงเช้า เพื่อขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่ แล้วก็เที่ยวอยู่ถึงวันที่ 23 ตค กลับมาถึงสุวรรณภูมิอีกครั้งวันที่ 23ตค2564 เวลาเที่ยวบินลงคือ 20.00 น. กว่าจะเดินและรอรับกระเป๋า รวมถึงเดินออกมาถึงจุดจอดรถก็ใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชม. ผมได้ขับรถออกจากสุวรรณภูมิประมาณ เกือบ21.00 น. ตอนเอารถออกนั้นค่อนข้างลำบาก เพราะมีรถมาจอดขวางจนต้องออกแรงเข็น แล้วก็เข็นยาก เพราะรถจอดต่อกันแน่นแทบไม่มีช่องให้เข็นเลย โชคดีที่รถขวางเหล่านั้นไม่ได้เบรกหรือเข้าเกียร์ไว้ทำให้พอเข็นได้

ที่ทางออก เจ้าหน้าที่ของจุดจอดรถรับบัตรจอดรถไปสแกน แล้วก็แจ้งว่า รวมเวลาจอดรถ 3 วัน 14 ชั่วโมง คิดเป็นค่าจอด 4 วัน เท่ากับ 1000 บาท ก็ทำการจ่ายเงินไปแล้วก็ได้ใบเสร็จมา 4 ใบ ตามภาพ ขับรถกลับบ้านใช้เวลาอีก 1 ชม. ค่าทางด่วนอีกประมาณ 3 ครั้งเหมือนตอนมา จบทริป

รีวิว eyewear แว่นตาติดลำโพง

เมื่อสักหลายปีก่อนผมพบว่ามีแว่นตาติดลำโพงวางขายแล้ว นั่นคือยี่ห้อ Bose และมีเพื่อนได้ซื้อไว้ใช้ ผมได้มีโอกาสลองไม่กี่นาทีเพราะเกรงใจเพื่อน ซึ่งในวันนั้นรู้สึกว่าราคาสูงเกินไป และคุณภาพเสียงไม่ได้ดีแบบที่คาดหวัง เนื่องจาก Bose ทำลำโพงเสียงดีไว้เยอะมาก และหูฟัง Bose ก็เสียงดีเช่นกัน พอลำโพงถูกติดตั้งไว้ในแว่นตา ก็แอบคิดว่าเสียงจะดี แต่ลองแล้วก็ไม่อยากซื้อ

20211008111714_IMG_0003

ผ่านมาถึงปีนี้ แว่นตาติดลำโพงอยู่ในเว็บขายของ ราคาระดับ 800บาท ซึ่งถูกกว่า Bose ถึง 10 เท่า ผมลืมไปแล้วว่าเสียง Bose เป็นยังไง แต่พอเห็นว่าราคาไม่ถึงพันก็เลยตัดสินใจซื้อมาใช้ โดยคาดหวังว่าเสียงจะดีขึ้นกว่ารุ่นแรกๆเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเหมือนเสียงจากหูฟังแท้ๆ

20211008111752_IMG_0006

ลักษณะทั่วไป

แว่นตาสีดำ ติดกระจกพลาสติกเกรดต่ำ ตัวกรอบแว่นทำจากพลาสติก จุดที่ใช้ชาร์จไฟเป็นขั้วไฟฟ้าแบบมีแม่เหล็กดูด สายชาร์จจะถูกดูดติดกับแว่นเมื่อเสียบชาร์จไฟ สายชาร์จที่แถมมาด้านหนึ่งเป็นแม่เหล็ก ส่วนอีกด้านเป็น usb เพื่อเสียบกับอแด๊ปเตอร์ กำลังไฟสำหรับชาร์จระบุไว้ที่ 100ma เท่านั้น หลังจากได้ลองชาร์จก็พบว่า หากเราชาร์จแว่นด้วยเพาเวอร์แบงค์ เมื่อเริ่มชาร์จได้สักพักไม่กี่นาที เพาเวอร์แบงค์ก็จะตัดการทำงาน เพราะว่ากระแสไฟไหลน้อยเกินไป น้อยจนเพาเวอร์แบงค์ตัดสินใจหยุดจ่ายไฟ ดังนั้นหากเราจะชาร์จเราควรชาร์จผ่านอแด๊ปเตอร์จ่ายไฟจริงๆ

20211008111656_IMG_0002

น้ำเสียงของแว่นตาพร้อมลำโพงจะให้น้ำเสียงไม่ดีมาก อาการเสียงเหมือนเปิด speaker phone แล้วเอาโทรศัพท์มาวางไว้ใกล้ๆหู ฟังเสียงกลางรู้เรื่อง เสียงสูงมีให้ได้ยิน แต่เสียงต่ำแทบไม่มีเลย ซึ่งมันคงเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งของลำโพงเล็กๆบางๆที่ซ่อนอยู่ในขาแว่น

ไมโครโฟนรับเสียงก็อยู่บนขาแว่น จากการสอบถามคู่สนทนาก็ได้ความว่า เสียงพูดของเราปลายทางได้ยินปกติ ไม่ได้รู้สึกว่าเสียงเบาหรือดังเกินไป เสียงที่ได้ยินเหมือนเกิดขึ้นอยู่กลางศรีษะ นั่นก็พอจะคาดเดาได้ว่า เสียงข้างซ้ายและขวาออกมาใกล้เคียงกันมาก ทำให้มิติเสียงอยู่ตรงกลางในหัวเราเป๊ะๆ หากเราใช้ฟังเสียงเพลงสเตอริโอทั่วไป เราก็จะได้ยินมิติเสียง รับรู้ตำแหน่งซ้าย กลาง ขวา ได้แม่นยำตามเจตนาของเพลง ระบบสเตอริโออิมเมจของหูฟังทำได้ดีมาก มันติดแค่เสียงเบสไม่มีเหมือนหูฟังทั่วไปเท่านั้น

การใช้งานหูฟังบนแว่นตาจะไม่มีอะไรไปอุดหูเลย ดังนั้น เสียงดังจากภายนอก เสียงบรรยากาศต่างๆจะยังคงวิ่งเข้าหูเรา เรายังได้ยินเสียงแวดล้อมเป็นปกติ ถ้าเราไปยืนอยู่ใกล้เครื่องจักร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังส่งเสียงดังน่ารำคาญ ก็จะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงจากหูฟังเลย ดังนั้นการใช้งานหูฟังตัวนี้จะต้องเลือกสถานที่คุยด้วย การได้ยินเสียงภายนอกเล็ดลอดเข้าไป และสามารถรบกวนการพูดคุยกับปลายทางด้วยนั้น ทำให้เราปลอดภัยมากยิ่งขึ้นจากการใส่หูฟัง ถ้ามีคนเรียกเราก็หันไปหาได้ มีรถวิ่งผ่านก็ได้ยิน เราใช้ชีวิตปกติได้แม้จะฟังเสียงข่าวอยู่ในหูฟัง

เมื่อใช้ประชุมออนไลน์ก็ทำงานได้ปกติ ประสิทธิภาพการสื่อสารทำได้เต็มร้อย ใช้ทำงานได้เลย ใครคิดจะนำกรอบไปใส่เลนส์สายตาสำหรับตัวเองจริงๆก็ทำได้ มันเป็นอุปกรณ์ของใช้ที่ใช้งานได้ตามหน้าที่หลักของมัน

แนะนำขาตั้งมือถือขนาดเล็ก หนีบที่ไหนก็ได้

ขาตั้งแบบตัวหนีบขนาดกระทัดรัด สามารถใช้เป็นไม้เซลฟี่ ใช้เป็นขาตั้งเล็ก และ ใช้หนีบกับโต๊ะ หรือ ชั้นวางต่างๆที่มีความหนาไม่มากได้ บางคนก็ใช้หนีบกับประตู หนีบกับหนังสือในชั้นวาง ทำให้เราสามารถจัดวางมือถือไว้ได้ตามต้องการ เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายคลิปวิดีโอ ทั้งถ่ายตัวเอง หรือถ่ายคนอื่น ใช้แทนขาตั้งกล้องที่มีขนาดใหญ่ๆได้เลย

ลองดูภาพการใช้งานในมุมเหล่านี้ครับ แต่กล้องที่ใช้จะเป็น gopro รุ่น 9 ครับ

20210329104739_IMG_0048

20210329104801_IMG_0049

20210329104849_IMG_0050

20210329105106_IMG_0054

20210329105034_IMG_0053

ประกอบรถบังคับวิทยุจากจีน

ของเล่นสร้างทักษะเด็กเป็นสินค้าที่ควรได้ลองเล่น และเมืองจีนก็มีสินค้าแนวนี้ขายในราคาไม่แพง จากที่ได้ลองเล่นกับลูก เด็กอายุ 9 ขวบก็พอจะทำความเข้าใจการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ รวมถึงเข้าใจเรื่องวงจรไฟฟ้าระดับพื้นฐานได้แล้ว ของเล่นชุดนี้หาซื้อจากเว็บราคาไม่ถึง 100 บาท ใช้เวลาประกอบประมาณ 2 ชม. พ่อกับลูกช่วยกันทำ บอร์ดแรกจะทำกันนานหน่อยเพราะต้องทำความเข้าใจหลายอย่าง คู่มือที่แถมมากับของเล่นก็ทำมาเล็กมาก คนสายตาไม่ดีคงจะดูไม่ค่อยรู้เรื่อง อาศัยการต่อมั่วเล็กน้อยก็พอจะจบงานได้

1627439059473
IMG_20210727_205430

น่าอิจฉาเด็กยุคนี้ที่มีของเล่นไฮเทคราคาประหยัดให้เลือกเล่นจำนวนมาก หากเป็นยุคสมัยที่ผมยังเด็ก รถบังคับวิทยุจะราคาประมาณหนึ่งพันบาท ของหลักร้อยแทบไม่มีให้เลือกเลย วงจรไฟฟ้ากว่าจะได้จับก็ต้องรอมัธยม เด็กยุคใหม่ แค่พออ่านหนังสือออกก็แทบจะลองเล่นโปรเจ็คไฮเทคได้เท่าที่ใจปรารถนาเลย แถมเครื่องมือก็พร้อม ร้านขายก็มีอยู่ในอินเทอเน็ต ซื้อของจากใครจากร้านไหนก็ได้ เป็นเด็กในยุคปัจจุบันนี่โชคดีกว่ายุคเก่าอย่างไม่ต้องเทียบเลย

สอนลูกเล่น microbit

สอนลูกเล่นบอร์ด microbit

ในวงการศึกษามีความพยายามที่จะพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อรองรับตลาดดิจิทัล ทั้งการค้าขาย การสื่อสาร การผลิตต่างๆในโรงงาน ทุกอาชีพต้องใช้คอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น และซอร์ฟแวร์ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ก็จะต้องพัฒนา โปรแกรมเมอร์จึงเป็นสิ่งที่มีความต้องการ และแนวโน้มของคนที่จะรู้เรื่องการเขียนโปรแกรมกลับน้อยลงสวนทางกับตลาด

9481_0

ผู้ที่อยู่ในวงการศึกษาก็เลยหาทางพัฒนาสื่อการเรียนรู้ขึ้นมาเพื่อฝึกเด็กให้ได้เริ่มหัดเขียนโปรแกรมตั้งแต่อายุน้อยๆ โดยมีความพยายามพัฒนาคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ราคาประหยัด เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถซื้อได้ ก็เลยเกิดเป็นบอร์ดอิเล็คทรอนิกตัวหนึ่งชื่อว่า Raspberry Pi ในปี คศ 2012 และบอร์ดนี้มาพร้อมกับ os เฉพาะกิจ เสียบสายจอภาพ ต่อคีย์บอร์ดเม้าส์ แล้วก็เสียบไฟจากที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือก็ทำงานได้เลย โดย Pi จะบู๊ทเข้าโปรแกรมของมัน และมีเครื่องมือในการเขียนโปรแกรม ทำให้เด็กๆสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ที่ใช้เขียนโปรแกรมได้ในราคาไม่เกิน 35 ปอนด์ แต่ก็ต้องมีจอภาพ คีย์บอร์ด เม้าส์ของเก่าอยู่แล้วนะ

นอกจาก os และซอร์ฟแวร์ที่ช่วยให้เด็กได้หัดเขียนโปรแกรมแล้ว วงการซอร์ฟแวร์ก็ปรับตัวพัฒนาเครื่องมือสำหรับหัดเขียนออกมาให้เป็นรูปแบบที่เข้าใจง่ายขึ้น เรียนรู้ได้เร็วขึ้น เจตนาเพื่อให้เด็กเรียนรู้ได้รวดเร็ว และมันก็ได้ผล มีภาษาคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการปรับปรุงให้เข้าใจง่าย เรียนรู้ง่าย และบอร์ด Pi ก็ได้รับความนิยมมาก เด็กได้เริ่มเรียนรู้จริงจัง ผู้ใหญ่หลายคนได้ลองเลือกใช้ Pi มาทำของเล่นหลายอย่างเพราะความง่ายและเร็วในการพัฒนา ทำให้มันถูกใช้ทำโปรเจ็คมากมายสารพัด แทบไม่ต่างไปจากคอมพิวเตอร์ PC ที่ใช้ CPU x86 เลย บางคนใช้ Pi ทำระบบ Home Automation มีเซ็นเซอร์และสามารถสั่งการเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าอัตโนมัติได้ตามต้องการ มีหุ่นยนต์ทำงานด้วยสมองของ Pi นี่คือของเล่นผู้ใหญ่ จากเครื่องมือของเด็กจริงๆ

ในที่สุดในปี คศ 2015 ก็เปิดการพัฒนาครั้งใหญ่อีกครั้ง จากความเรียบง่ายของ Pi แต่มีความยุ่งยากซับซ้อนในการทำอุปกรณ์มาเชื่อมต่อ ก็เลยเกิดแนวคิดว่าให้นำอุปกรณ์เชื่อมต่อที่ต้องใช้บ่อยมาวางรวมกันในบอร์ดเดียวเลย ไม่ว่าจะเป็นปุ่มกด เซ็นเซอร์หลายๆชนิดและจอแสดงผล ทำให้เกิดเป็นบอร์ดที่ชื่อว่า Microbit และในส่วนของซอร์ฟแวร์สำหรับเขียนโปรแกรมก็ได้รับการพัฒนาให้ง่ายขึ้นไปอย่างก้าวกระโดด การเขียนโปรแกรมที่ง่ายเหมือนต่อจิ๊กซอร์ เป็นเครื่องมือสำคัญทีทำให้ก้าวกระโดดครั้งนี้กระโดดไปได้ไกลมาก การเรียนรู้ทำได้ง่าย เด็กสามารถเรียนรู้พื้นฐานการคิดแบบโปรแกรมเมอร์ได้ในเวลาอันสั้น และสุดท้ายก็มีโปรเจ็คและของเล่นออกมาวางขายเต็มไปหมด

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือตัวไหน จะเป็น Pi หรือ Microbit ต่างก็ทำให้การเรียนรู้ การฝึกทักษะของโปรแกรมเมอร์รุ่นใหม่สามารถทำได้เร็วขึ้น แรงงานคุณภาพสำหรับวงการซอร์ฟแวร์และฮาร์ดแวร์มีความหวังมากขึ้นกับเด็กรุ่นใหม่ที่เข้าถึงการ coding หรือเรียนเขียนโปรแกรมได้เร็วขึ้น อยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านลองซื้อของพวกนี้มาให้ลูกๆเล่น ช่วยกันพัฒนาวิธีคิดของโปรแกรมเมอร์ มันมีประโยชน์ต่ออาชีพและชีวิตในยุคดิจิทัลของทุกคน

รีวิวหูฟังพร้อมไมค์สำหรับ work from home และเรียนออนไลน์ logitech h111

ยุคโควิดครองเมือง ประเทศไทยมีการระบาดรอบที่4แล้ว ตอนนี้ ณ เวลานี้ รัฐบาลประกาศล็อคดาวน์ การทำงาน การเรียนหนังสือ ให้ทำจากที่บ้านทั้งหมด ลูกของผมเองก็เรียนออนไลน์มาตั้งแต่เปิดเทอม และดูแล้วไม่มีวี่แววว่าจะได้เรียนที่โรงเรียนแบบปกติเมื่อใดเลย

H592cae5c47fc4f9eab232c5b304ba220v

การเรียนออนไลน์ หรือการทำงานจากที่บ้าน เราจะใช้ระบบ Video Conference เป็นหลัก โดยซอร์ฟแวร์ที่ใช้ประชุมทางไกลก็จะมี Zoom meeting ที่ใช้กันค่อนข้างเยอะ ปกติการประชุมทางไกลก็ใช้มือถือ หรือ คอมพิวเตอร์ คุยตรงๆกับเครื่องได้เลย ใช้ลำโพงในเครื่อง ใช้ไมค์ติดเครื่อง ก็สื่อสารได้ แต่ถ้าเราอยู่ในที่เสียงรบกวนเยอะ ก็จะไม่สะดวก เพราะคุณภาพทั้งเสียงเข้าเสียงออกจะโดนรบกวนเยอะมาก ทำให้สื่อสารไม่รู้เรื่อง

การใช้สายหูฟังพร้อมไมค์จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการสื่อสารทางไกลในที่ที่มีเสียงรบกวนเยอะ เพราะจะทำให้เราได้ยินเสียงชัด และพูดลงไปปลายทางก็จะได้ยินเสียงเราชัดเช่นกัน นอกจากที่มีเสียงรบกวนเยอะแล้ว ในบ้านก็อาจจะมีปัญหาเสียงรบกวนได้ มันคือสถานการณ์ที่มีคนอยู่ในห้องหลายคน และทุกคนก็ต้องสื่อสารกับกลุ่มของตัวเอง ลูกเรียนออนไลน์ พ่อแม่ทำงานจากที่บ้าน นั่งอยู่ในห้องเดียวกัน เสียงพูดคุยก็จะตีกันเอง ทำให้สื่อสารไม่ได้ การใช้หูฟังจึงเป็นทางเลือกเดียวสำหรับสถานการณ์แบบนี้

H30bb0e61ddd941b98b3f4a0116d70110Q

หรือแม้แต่ที่ทำงาน หรือใน co-working space การพูดคุยผ่านโทรศัพท์จะใช้เสียงลำโพงไม่ได้เลย เพราะเป็นการรบกวนคนอื่นในห้อง และเราเองก็คงไม่สะดวกใจที่จะให้คนอื่นได้ยินเสียงที่เราคุย ดังนั้นหูฟังพร้อมไมค์ก็จะเป็นตัวเลือกที่แก้ปัญหาได้ ทุกคนต้องใช้หูฟังของตัวเอง และหูฟังที่ต้องหามาใช้ก็ควรจะมีคุณภาพที่ดี สื่อสารได้ และมีราคาไม่แพงเกินไป

ลองนึกดูเล่นๆว่า ถ้าพ่อแม่จะต้องซื้อหูฟังให้ลูกสองคน พ่อกับแม่ใช้อีกสอง รวมแล้วต้องมีหูฟัง 4 เส้น เราจะซื้อ 4 เส้นที่ราคาประหยัดหรือราคาแพง ใครมีกำลังซื้อก็ไม่ต้องอ่านรีวิวนี้ แต่ใครอยากหาของถูกใช้ก็อ่านและดูคลิปให้จบนะครับ หูฟังที่แนะนำในรีวิวนี้คือ Logitech H111 เป็นหูฟังที่มีไมค์ยื่นออกมารับเสียง ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 300 บาท มันถือว่าไม่แพง เพราะถ้าต้องซื้อจำนวนมากๆมันจะมีประเด็นราคาที่ทำให้เราอยากหาของถูกใช้ ถ้าบ้านต้องซื้อ 4 เส้น เราก็จ่ายแค่ 1200 บาท ได้ใช้แล้ว ถ้าบริษัทต้องซื้อแจกพนักงาน 100 คน บริษัทอยากจ่าย 100×300 บาท หรือ 100×2000 บาท เท่านี้ก็น่าจะพอเห็นภาพว่าราคาคือประเด็นสำคัญ ยิ่งถ้าเป็นโรงเรียน มีครู 100 คน ต้องใช้เงินเท่าไหร่สำหรับหูฟัง?

H542211265e914d62bf7b2eaed7fd3750d

จุดเด่นของหูฟังตัวนี้คือ เล็ก เบา ไมค์ชัด และราคาไม่แพง หากเราไปใช้หูฟังขนาดใหญ่ นอกจากราคาที่แพง น้ำหนักที่เยอะแล้ว ยังทำให้เราใส่นานๆไม่ไหวด้วย เพราะหูฟังขนาดใหญ่จะกดทับค่อนข้างมาก ใส่แค่ 5 นาทีก็ไม่ลำบาก แต่ถ้าต้องใส่เป็นชั่วโมงก็จะเป็นปัญหาแล้วว่าหนักเกินไป แล้วยังมีเรื่องความร้อนที่เกิดขึ้นกับหูด้วย ดังนั้นหูฟังที่กดเบาๆ น้ำหนักเบา จะทำให้เราใส่ได้นานกว่า

จุดเด่นเรื่องไมค์ก็สำคัญ หูฟังแนว call center แบบนี้ มีก้านไมค์ยื่นออกมาเพื่อรับเสียงใกล้ปาก ทำให้การพูดคุยสามารถทำได้มีคุณภาพ เสียงพูดเข้าไมค์ได้เต็มๆ ทำให้เราไม่ต้องตะโกนพูด ใช้น้ำหนักเสียงปกติก็พูดคุยสื่อสารได้ชัดเจน ไม่เหนื่อยมาก ทำให้เราสามารถพูดคุยใช้งานได้เป็นระยะเวลาที่นานกว่านั่นเอง

จุดเด่นเรื่องคุณภาพเสียง หูฟังตัวนี้บังเอิญว่าให้เสียงที่ดี เพราะว่าเมื่อนำไปลองฟังเพลงแล้วพบกว่าให้น้ำเสียงที่น่าฟัง เสียงกลางชัด เสียงทุ้มพอมีให้ได้ยิน เสียงด้านแหลมก็มีเพียงพอ ซึ่งเป็นเรื่องที่หายากมากกับหูฟังราคาประหยัดที่จะให้เสียงที่ดีเหมาะกับการฟังเพลง แต่ h111 ตัวนี้ให้ได้ดีเลย มันเป็นหูฟังที่น่าใช้มากเมื่อเทียบกับคุณภาพเสียง คุณภาพการสื่อสารการประชุดและยิ่งเทียบราคายิ่งน่าใช้ ฟังรายละเอียดในคลิปนี้ได้เลยครับ

ลองดูคลิปรีวิวอุปกรณ์ตัวนี้ครับ ผมใช้หูฟังพร้อมไมค์ Logitech H111 ตัวนี้ในการบันทึกเสียง อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายคลิปวิดีโอคือโทรศัพท์มือถือ redmi note7 ต่อสายหูฟังพร้อมไมค์เข้าที่ช่อง 3.5มม. บนโทรศัพท์โดยตรงเลย และใช้กล้องหน้าบันทึกคลิป ใช้ App ถ่ายคลิปชื่อ open camera ซึ่งมีข้อดีคือสามารถล็อคค่าแสงสว่างในภาพได้ ทำให้สภาพแสงไม่เปลี่ยนแปลงเวลาเราขยับตัวไปมา เพราะกล้องจะไม่วัดแสงตลอดเวลาเหมือน app ติดกล้อง


เรียนออนไลน์ ทำงานจากที่บ้าน

powerbank ชาร์จไร้สาย

16f3b1efacb7113762951ac231d3e329

เพาเวอร์แบงค์ความจุ 10000ma สั่งจากเว็บ ไม่มียี่ห้อ ทดลองใช้งานแล้วทำงานได้ปกติดี มีฟังค์ชั่นการชาร์จไร้สายด้วย มือถือที่สามารถชาร์จไร้สายได้แค่นำมาวางทับบนเพาเวอร์แบงค์ตัวนี้ก็สามารถชาร์จไฟเข้าได้แล้ว ความเร็วในการชาร์จอยู่ในระดับปกติ คือเร็วเท่ากับการชาร์จด้วยอแด๊ปเตอร์ระดับ 10 วัตต์ นอกจากระบบไร้สายแล้ว ตัวมันยังมีช่อง usb สำหรับจ่ายไฟแบบปกติด้วย กำลังไฟที่ปล่อยออกมาทางช่อง usb จะมีกำลังประมาณ 10 วัตต์



การชาร์จไฟเข้าเพาเวอร์แบงค์ใช้ได้ 3 ช่องทางคือ

1ใช้สาย usb-c ได้

2ใช้สาย micro-usb ได้

3ใช้วิธีชาร์จไร้สายเข้าเพาเวอร์แบงค์ได้ แค่นำไปวางบนตัวแท่นชาร์จไร้สาย

ราคาในเว็บประมาณ 300 บาท

ต่อทะเบียน เสียภาษีรถยนต์ 2564

ปกติการเสียภาษีรถยนต์ หรือผมมักจะเรียกการต่อทะเบียนรถประจำปีผมจะทำทุกช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี โดยระยะหลังผมจะต้องไปตรวจสภาพรถยนต์ก่อน แล้วค่อยนำเอกสารตรวจสภาพ พร้อมใบ พรบ และสมุดทะเบียนรถ ไปยื่นเสียภาษี ผมเลือกไปยื่นเสียภาษีที่จุดบริการในห้างบิ๊กซี บางบอน เพราะคนน้อย คิวไม่ยาว และทำแบบนี้มาทุกปีซึ่งสะดวกมากๆ

IMG_20210613_143120

แต่ว่าพอมีการระบาดของโควิด ทำให้ระบบการทำงานของจุดบริการต่อทะเบียนถูกยกเลิกไปบางช่วงเวลา ในปีที่แล้ว ปี คศ 2020 ซึ่งเป็นปีที่โควิดระบาดเต็มรูปแบบ หลายหน่วยงานยกเลิกการทำงาน เพราะต้องป้องกันการติดเชื้อ ผมเลยต้องไปยื่นเสียภาษีที่กรมการขนส่งแถวตลิ่งชัน ก็ได้ประสบการณ์การขับรถแบบไดร์ฟทรูเข้าไปเสียภาษี คิวก็ยาวพอทน ใช้เวลาตั้งแต่ขับรถเข้าไปต่อคิว จนจบได้จ่ายเงิน ประมาณ 1 ชม. เพราะรถเยอะมาก

ส่วนปีนี้ ค.ศ 2021 โควิดยังระบาดไม่เลิก และมีทีท่าว่าประเทศไทยจะยับเยินยิ่งกว่าปีที่แล้ว การต่อภาษีที่จุดบริการในห้างก็ยกเลิกไป ก่อนจะไปห้าง ผมได้เช็คในเว็บแล้วข้อมูลก็บอกว่ามีบริการในห้าง ที่เดิม เวลาทำการเหมือนเดิม แต่พอไปก็ไม่มี ก็ไม่ได้แปลกใจเพราะว่าหลายหน่วยงานก็ยกเลิกดื้อๆได้อยู่แล้ว ปัญหาโควิดมันใหญ่เกินกว่าจะมาดื้อเปิดจุดบริการแล้วปล่อยให้เจ้าหน้าที่ติดเชื้อ

IMG_20210609_135005

ปีนี้ ผมตรวจสภาพรถจ่ายไป 200 บาท ได้เอกสารมาใบนึง แต่ในห้างไม่เปิดให้บริการ ก็เลยลองเข้าไปเสียภาษีรถยนต์แบบ online ดู ก็ได้ความรู้ไปอีก 1 อย่าง เว็บกรมการขนส่งทางบกเปิดให้เสียภาษีรถยนต์ได้ เราต้องสมัครสมาชิก แล้วก็จะได้รหัสทางอีเมล แล้วหลังจากนั้นก็ login เข้าระบบ ไปกรอกข้อมูลของรถยนต์ที่จะเสียภาษี สิ่งสำคัญที่ต้องกรอกก็คือทะเบียนรถ หมายเลขกรมธรรม์ของพรบ คุ้มครองผู้ประสบภัยฯ ส่วนข้อมูลการตรวจสภาพรถไม่ได้ใช้ แต่คาดว่าระบบน่าจะไปดึงเอาจากฐานข้อมูลได้เอง เพราะเป็นฐานข้อมูลที่กรมการขนส่งฯสามารถเข้าถึงได้อยู่แล้ว และยังต้องกรอกชื่อที่อยู่สำหรับส่งเอกสารการต่อทะเลียนกลับมาด้วย เมื่อกรอกทุกอย่างเสร็จก็จะมีระบบโอนเงิน ผมเลือกจ่ายโดยการใช้บัตรเครดิตแบบ virtual ซึ่งเป็นบริการของธนาคารกสิกร ส่วนใครมีบัตรเครดิตตัวจริงก็ใช้บัตรจริงจ่ายได้

IMG_20210701_152630

เมื่อจ่ายเงินแล้ว ก็รออยู่ที่บ้านประมาณ 3 วันทำการ ก็มีเอกสารส่งมาให้ทางไปรษณีย์ ภายในคือ ป้ายสี่เหลี่ยมแสดงวันหมดอายุ 2565 และใบเสร็จรับเงิน สรุปคือ การจ่ายภาษีรถยนต์ online ทำได้จริงๆและสะดวกดี ส่วนเล่มสมุดทะเบียนจะไม่ได้ถูกพิมพ์ในเล่มว่าเราจ่ายภาษี ตรงนี้ผมยังไม่รู้ว่ามันจะต้องทำยังไงต่อไป แต่คิดว่าหากโควิดสงบ หรือ หมดไปจากประเทศแล้ว ผมก็จะเอาเล่มสมุดทะเบียนรถไปให้หน่วยงานของขนส่งช่วยพิมพ์อัพเดทให้ให้ว่าเราจ่ายภาษีไปแล้ว ยอดเงินภาษีรถยนต์ฮอนด้าฟรีดปีนี้ผมจ่าย 822.75 บาท รถผมเป็นฟรีด2010 ครับ



ทดสอบไมค์สำหรับการประชุม online

การเรียน การทำงาน การสอนหนังสือ ในยุคโควิด เราต้องทำผ่านคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ นั่นคือการทำ video conference และสิ่งสำคัญในการสือสารผ่านช่องทางนี้ก็คือ ไมค์โครโฟนและลำโพง ซึ่งบางคนก็ใช้หูฟังแทนลำโพง เราจะมาลองทดสอบการใช้งานไมค์ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงหูฟังที่มีไมค์โครโฟนในตัวด้วย

รีวิว เก้าอี้ Sayl เก้าอี้เพื่อคนนั่งนาน อีกตัว

เก้าอี้เพื่อสุขภาพเป็นคำที่ได้ยินมาบ่อยมากขึ้นในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เทรนของโลกพัฒนาไปเรื่อยๆ การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็น และผู้ซื้อส่วนใหญ่ในโลกยินดีจ่ายเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้นกว่าอดีตที่ผ่านมา

เก้าอี้ดีๆสำหรับการทำงาน ผมได้รู้จักและซื้อใช้ไปแล้ว นั่นก็คือ Aeron chair ที่ผมใช้มายาวนานประมาณ 11 ปี และทุกวันนี้มันยังดูใหม่ ไม่ย้วย ไม่พัง ไม่มีอะไรหลวมเลย ย้อนกลับไปอ่านรีวิวของผมได้ที่นี่ รีวิว Aeron chair

b168a1f1c91b6b1a6fd657407201e082

สถานการณ์การเรียนในโรงเรียนจะต้องปรับไปเป็นการเรียน online อันนึ่องมาจากการระบาดของโคโรน่าไวรัส เจ้าไวรัส covid19 ตัวนี้ทำลายเศรษฐกิจไปทุกวงการเลย สายการบางแห่งบินล้มละลาย คนเลิกเดินทาง น้ำมันล้นโลกจากดีมานที่หายไป และโรงเรียน ห้าง โรงแรม ที่เที่ยวถูกสั่งปิดตัวเป็นระยะๆ นั่นทำให้การเรียนต้องปรับตัว และโรงเรียนหลายแห่งก็ต้องเรียน online แทนการเดินทางไปเรียนแบบพบหน้า สถานการณ์การเรียนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา บางเดือนให้ไปโรงเรียน บางเดือนให้หยุดอยู่บ้านเรียนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์แทน

ลูกผมได้เรียน online สลับกับการไปโรงเรียน เป็นอย่างนี้มาประมาณ 1 ปี ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของCovid19ในประเทศไทย นักเรียนเริ่มปรับตัวได้แล้วว่าการเรียน online ต้องพบเจอต้องทำอะไรบ้าง ในที่สุดพ่อแม่ก็ต้องเตรียมโต๊ะเรียนและมุมนั่งเรียนอย่างเป็นทางการให้ เพราะมันต้องใช้ ต้องonline เป็นประจำ ลูกผมตอน 7 ขวบต้องใช้โปรแกรม Zoom meeting ต้องส่งงานด้วยโปรแกรม Google classroom โต๊ะและเก้าอี้เลยถูกจัดหามาให้ เพราะจะได้ไม่ต้องแย่งโต๊ะพ่อ แม่เลือกโต๊ะได้แล้ว พ่อเลือกเก้าอี้ และเก้าอี้ที่ถูกเลือกก็คือ Sayl ของ herman miller ตัวนี้นี่เอง

9095_0

Sayl ได้รับแรงบันดาลใจมากจากสะพานแขวนสีแดงที่มีชื่อเสียงของรัฐซานฟรานซิสโก นักออกแบบทำงานร่วมกับ Hermanmiller เพื่อที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่น มีลักษณะพิเศษ และมันก็ออกมาเป็นเก้าอี้ที่มีลายเส้นเหมือนสะพาน

Sayl2.2

Sayl เป็นเก้าอี้ที่ออกแบบมาให้รองรับกับสรีระของคนนั่งทำงานโดยมีราคาค่าตัวที่ถูกกว่า Aeron เกือบเท่าตัว ผมใช้ Aeron มา 11 ปี ผมรู้และเข้าใจแล้วว่าเก้าอี้ที่ดี เก้าอี้สำหรับคนนั่งนานเป็นอย่างไร และก่อนซื้อ Sayl ก็ได้ไปทดลองนั่งเล่นที่โชว์รูมด้วยเพื่อให้แน่ใจ ซึ่งเมื่อไปเห็นตัวจริงของ Sayl แล้วก็ประหลาดใจที่มันดูตัวใหญ่มาก ใหญ่พอๆกับ Aeron เลย เพราะเดิมทีเห็นแต่ภาพในจอคอมฯ ผมรู้สึกว่ามันเล็กมาตลอด แต่ Sayl ทำมาขนาดเดียว ไม่ได้มีหลายขนาดแบบ Aeron

IMG_20210412_134300
Sayl-Diagram

Sayl มีจุดเด่นที่หน้าตาและสีสัน สีดำจะเป็นตัวที่ราคาถูกสุด สีอื่นจะแพงขึ้นประมาณสามพันบาท สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือสีสันของมัน เพราะภาพในเว็บแต่ละสีนั้นสวยมาก สวยจนดูเพลินและอยากได้เกือบทุกตัว แถมยังไปพบในเว็บต่างประเทศอีกว่าบางสีนั้นเป็นการสั่งพิเศษ มีแบรนด์อื่นสั่งสีพิเศษไปขายเป็นเก้าอี้สำหรับเล่นเกมส์ ซึ่งสีนั้นก็ไม่ทำขายในโชว์รูมปกติ

IMG_20210412_135900

ผมพาลูกไปนั่งเล่นที่โชว์รูม ให้ลูกไปลองอ่านการ์ตูนบน Sayl บอกพนักงานขายว่า ขอทดลองนั่งนานๆ ขออ่านหนังสือสักพัก พนักงานก็ยินดี หลังจากทักทาย อธิบายเสร็จ แล้วปล่อยให้เราสองพ่อลูกใช้เวลาตามสบายกับเก้าอี้ในโชว์รูป โชว์รูมใหญ่มากน่าจะใหญ่กว่าสนามบาสมาตรฐานด้วย แต่ทั้งโชว์รูมมีผมกับลูกเท่านั้นที่มาเยี่ยมชม ลูกผมก็อ่านหนังสือการ์ตูนไปครึ่งเล่ม ผมก็เดินดู ลองนั่งตัวโน้นตัวนี้ด้วยความอยากรู้ว่าจะมีตัวไหนให้ความรู้สึกเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับ Aeron ขณะที่ลูกนั่งบน Sayl ผมก็นั่ง Sayl อีกตัวเพื่อคุยกันไปเรื่อยๆ

20210515080619_IMG_0432

พนักพิงของ Sayl เป็นพลาสติกสีทึบเนื้อนิ่ม สามารถระบายความร้อนได้ดี เนื้อพลาสติกเป็นเส้นขนาดใหญ่เท่ากับเส้นยากิโซบะ พนักพิงมีความยืดหยุ่นที่สามารถรองรับการกดลงมาของแผ่นหลังได้มันแทบจะโอบแผ่นหลังเอาไว้เลย ระยะการเอนหลังสามารถปรับได้ 3 ระดับ คือ เกือบตั้งตรง เอียงหลังเล็กน้อย และ เอียงหลังมากหน่อย ที่ระยะตั้งตรงก็จะเหมาะสำหรับการทำงาน ส่วนระยะที่เอนหลังออกไปก็จะเหมาะกับการเล่นเว็บ เล่นเกมส์

20210515081006_IMG_0442

ส่วนผมเอง ก็ลองเทียบความรู้สึกระหว่าง Sayl กับ Aeron ได้ความรู้สึกดังนี้

1 สีสัน Sayl กินขาด สีสวยเกือบทุกสี ยิ่งสีทูโทนยิ่งสวย อยากได้ตั้งแต่แรกเห็นเลย ถ่ายรูปสวยแน่นอน

2 ขนาดเก้าอี้ Sayl ใหญ่พอๆกับ Aeron ตัวกลางเลย ซึ่งก็พอดีสำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่วไป

3 ความสบายในการนั่ง Sayl มีพนักพิงหลังที่เด้งสู้แผ่นหลังใกล้เคียงกับ Aeron มาก ที่แผ่นหลังถือว่าทำดีทั้งคู่

4 เบาะรองก้นของ Sayl ปรับเลื่อนเข้าออกได้เล็กน้อย ทำให้สามารถปรับชิ้นรองก้นให้เหมาะกับคนนั่งได้ ขณะที่ Aeron ปรับไม่ได้ ตรงนี้ Aeron ต้องเลือกขนาดเก้าอี้ให้เหมาะกับรูปร่างไปเลย Aeron ถึงทำมามี 3 ขนาด

5 ทดลองนั่งผ่านชั่วโมงแรกไปผมให้คะแนน Sayl ดีเท่า Aeron แต่เมื่อเก้าอี้มาส่ง แล้วได้ลองนั่งนานๆ ผมค้นพบแล้ว่ว่า Aeron นั่งสบายกว่า

6 ชิ้นรองก้นของ Sayl เป็นชิ้นที่ไม่เอียงรองรับการเอนหลังหรือโน้มตัว มันไม่เอียงรับกับก้นเหมือน Aeron ตรงนี้ Aeron ดีกว่า

7 Sayl มีตัวปรับความเอียงของพนักพิง ว่าจะให้เอนหลังออกไปแค่ไหน ตั้งได้ 3 ระดับ แต่ละระดับมีความสบายไม่เหมือนกัน เอนมากก็สบายมาก แต่ก็จะไม่ได้ทำงาน เอนน้อยๆก็น้อยจนแทบไม่เอนเลย ระยะเอนน้อยตรงนี้เหมาะกับการนั่งทำงาน

8 เบาะของ Sayl เป็นฟองน้ำหุ้มด้วยผ้า ลายผ้าและสีสันของผ้าสวยมาก แต่น่าจะไม่ทนเท่า Aeron ที่เป็นตาขายสีดำ

9 Sayl มีรูปร่างดูล้ำสมัย เหมือนคนออกแบบชอบหุ่นยนต์กันดั้ม เป็นรูปทรงที่ดูไม่เชย

20210515081050_IMG_0444

Sayl เหมาะกับใคร

1 คนที่ใส่ใจสุขภาพ อยากมีแผ่นหลังที่แข็งแรง ไม่ถูกทำลายไปก่อนเวลาอันควร

2 โปรแกรมเมอร์ ถ้าโปรแกรมเมอร์คือเครื่องจักรเปลี่ยนกาแฟให้เป็นโค้ด เก้าอี้ที่ดีคือ แหล่งพลังงานที่หล่อเลี้ยงเครื่องจักรให้ทำงานได้ยาวนาน

3 คนเล่นเกมส์ การเล่นเกมส์ที่ใช้เวลานาน บางคนเล่นข้ามวันข้ามคืน เก้าอี้ดีๆทำให้คุณเล่นได้อึดและทนมาก

4 คนที่ต้อง live ทำงาน online หน้าคอมฯ นั่งพูด นั่งคุยนานๆ

20210515080454_IMG_0427

เก้าอี้ Sayl ยังคงได้รับนโยบายเดียวกันกับรุ่นอื่นของHerman miller คือรับประกัน 12 ปี วันนี้ลูกอายุ 8 ขวบ เมื่อผ่านไป 12 ปี ก็น่าจะอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว ซึ่งผมเชื่อว่าเก้าอี้จะยังไม่พัง เพราะตัวเดิมที่ใช้มาประมาณ 11 ปี ยังอยู่ดีทุกอย่าง ดังนั้น Sayl น่าจะอยู่ให้เราใช้งานได้จนถึงวันที่หมดประกัน และถึงตอนนั้น หากอยากจะซ่อม หรือ จำเป็นต้องซ่อม ก็น่าจะซ่อมได้ไม่ยาก และรีวิวนี้ก็ถูกเขียนตอนที่นั่งอยู่บน Sayl

รีวิวลำโพง JBL Tuner fm

IMG_20210404_084828

ลำโพง JBL Tuner fm เป็นลำโพงบลูทูธทรงกระบอก คล้ายกระติกน้ำ ซึ่งเป็นทรงที่ทาง JBL ทำออกมาหลายรุ่น ส่วนมากจะเป็นลำโพงบลูทูธแต่เพียงอย่างเดียว เพิ่งจะมีรุ่นนี้ที่ใส่ฟังค์ชั่นเครื่องรับวิทยุ Fm มาให้ด้วย ทำให้มันเป็นเครื่องรับวิทยุที่น่าสนใจมาก เพราะมันกลายเป็นวิทยุที่รับสัญญาณบลูทูธ เชื่อมต่อกับเมือถือได้

IMG_0183

สเป็คของ JBL Tuner Fm

  • ขนาดตัวเครื่อง 16.5 x 6.6 x 6.6 cm
  • น้ำหนัก 445 กรัม
  • ดอกลำโพงขนาด 4.45 cm.
  • ตอบสนองความถี่ 85Hz – 20kHz
  • รับคลื่นวิทยุความถี่ 76MHz – 108MHz ในไทยรับตั้งแต่ 87.5-108 MHz
  • ระบบบลูทูธ เวอร์ชัน 4.1 (A2DP V1.2, AVRCP V1.5)
  • กำลังขับ 5W RMS
  • Signal-to-Noise Ratio > 80dB
  • แบตเตอรี่ความจุด 1,500 mAh, 3.7V
  • รองรับการใช้งานสูงสุด 8 ชั่วโมง
  • ชาร์จไฟผ่าน micro usb ใช้เวลาในการชาร์จจนเต็มประมาณ 3.5 ชั่วโมง
  • มีช่องรับสัญญาณเสียง Aux

IMG_0071

ลักษณะทั่วไป

ลำโพงตัวนี้ มีตัวรับคลื่นวิทยุระบบ Fm เป็นระบบสแกนหาคลื่นแบบดิจิทัล สามารถบันทึกสถานที่ที่ชอบฟังได้ 5 สถานี ระบบวิทยุสามารถสแกนคลื่นด้วยระบบอัตโนมัติ หรือ กดปุ่มเพื่อเปลี่ยนคลื่นที่ต้องการฟังได้ ปุ่มด้านบนตัวเครื่อง มีปุ่ม – และ + เอาไว้ปรับความดัง มีปุ่มตัวเลข 1 2 3 4 5 เอาไว้บันทึกสถานที่วิทยุที่ชอบ มีปุ่ม FM เพื่อกดฟังรายการวิทยุ มีปุ่ม Scan เพื่อทำการสแกนคลื่นรายการวิทยุ มีปุ่ม Tuner- และปุ่ม Tuner+ เพื่อเลือกสถานีเอง และปุ่มสุดท้ายก็คือปุ่มเลือกให้เครื่องทำงานระบบบลูทูธ เสาอากาศแบบชัก สามารถปรับหดเก็บแนบไปกับตัวกระบอกได้ ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่ด้านข้าง

ทดลองฟัง

ในการทดลองฟังผมใช้โทรศัพท์ Redmi Note7 ระบบปฏิบัติการ Android สลับกับ iPhone4s ฟังด้วยเพลงในเครื่องบ้าง ฟังด้วย App อย่าง Spotify และ Youtube ด้วย ลำโพง JBL Tuner Fm สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่าหลายปีได้อย่างไม่เรื่องมาก เชื่อมได้ทุกเครื่อง เล่นเพลงจากในเครื่องก็เล่นได้ไม่สะดุด เล่นเพลงจากระบบสตรีมก็ทำได้ปกติ ไม่พบปัญหาอะไร

คุณภาพเสียงมีน้ำหนักเสียงที่หนักแน่น ตอบสนองความถี่ได้ดีโดยเฉพาะเสียงในย่านความถี่ต่ำที่ทำได้ดีมาก ฟังเพลงต่างๆผ่าน JBL Tuner Fm ตัวนี้มีเสียงเบสชัดเจน มันแตกต่างไปจากลำโพงบลูทูธตัวเล็กทั่วไปที่ฟังเสียงกลางชัดแต่เบสบาง JBL ตัวนี้ไม่มีอาการเบสบางเลย กลับกัน ลำโพงให้น้ำเสียงในย่านเบสได้โดดเด่น ทำให้มันเป็นลำโพงคุณภาพดีสามารถให้เสียงในระดับHifi ได้ เพราะเมื่อย้อนกลับไปฟังเพลงผ่านลำโพงเล็กกว่านี้อย่าง JBL Go ก็จะพบว่า เสียงของ Go มีเบสบาง มีเพียงเสียงกลางที่ดีน่าพอใจเท่านั้น แต่ JBL Tuner Fm ให้น้ำเสียงที่กลมกล่อม ตอบสนองย่านเสียงเบสได้ดี เพลงที่ฟังจะให้ความรู้สึกถึงน้ำหนักที่จะแจ้ง มีน้ำเสียงนุ่มนวล อาจจะเพราะเสียงย่านเบสช่วยให้เสียงดนตรีสมบูรณ์ขึ้น

20210331070243_IMG_0063

การฟังรายการวิทยุจาก JBL Tuner FM ถือเป็นจุดเด่นที่ดีมาก เพราะคุณภาพการรับคลื่นวิทยุทำได้ดีทัดเทียมกับการเปิดวิทยุในรถยนต์ คลื่นที่รับชัดก็คือชัดมาก ไม่มีเสียงแทรก ไม่มีเสียงซ่าเลย คลื่นวิทยุที่รับได้ อย่างคลื่นที่ลงท้ายด้วย .0 และ.5 ทำได้ดีเยี่ยม คลื่นที่ลงท้ายด้วย .25 .75 ก็รับได้เช่นกัน น้ำเสียงจากรายการวิทยุให้น้ำเสียงที่ฟังสบาย เสียงพูดฟังรู้เรื่อง แต่นุ่มนวลกว่าวิทยุกระเป๋าหิ้วหรือวิทยุพกพาอื่นๆที่เคยใช้ เนื่องจากวิทยุพกพาราคาถูกที่ใช้ระบบหมุนหาคลื่นแบบอนาลอก จะไม่ลงทุนกับลำโพงในเครื่อง เสียงจากรายการวิทยุก็จะมีแต่เสียงบางๆ เน้นเสียงพูด เหมือนจงใจทำโทนเสียงให้แหลมแทงหูนิดน้อยเพื่อให้ฟังรู้เรื่อง แต่ฟังดนตรีไม่เพราะเลย ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่เกิดกับ JBL Tuner FM เพราะเสียงรายการวิทยุจากตัวนี้มันยอดเยี่ยมน่าฟังมาก เสียงเพลงที่ส่งผ่านรายการวิทยุมีคุณภาพสูง น้ำหนักเสียงย่านความถี่ต่ำมีให้ฟังอย่างเพียงพอ มันสมดุลย์กับเสียงกลางและเสียงสูง คุณภาพเสียงระดับ Hifi มีอยู่ในลำโพงตัวนี้เต็มๆ

20210331064622_IMG_0060

ฟังเพลงผ่านบลูทูธด้วย App อย่าง Spotify ก็ทำงานได้มาตรฐานมาก การเชื่อมต่อเสถียร ไม่หลุด น้ำเสียงมีเบส กลาง แหลมครบ คุณภาพเสียงดีสมกับค่าตัวหลายพันบาท เสียงร้องชัดเจนยังคงเป็นเอกลักษณ์ คุณภาพเสียงมันดีกว่าลำโพงขนาดเล็ก แต่ก็ยังไม่สามารถเอาไปเทียบกับลำโพงบลูทูธขนาดใหญ่ได้ ลองฟังเทียบกับซาวบาร์ของ Xiaomi ที่เป็นตัวใหญ่ยาว 80cm เจ้าตัวใหญ่จะให้เสียงใสและนุ่มกว่า เปิดได้ดังกว่า JBL Tuner FM มีกำลังขับตามสเป็คเพียง 5 วัตต์ นั่นหมายถึงมันเปิดในงานปาร์ตี้ที่มีคนเยอะไม่ได้เลย มันเหมาะกับการฟังใกล้ๆ นั่งฟัง 1-2 คน เท่านั้น ซึ่งนั่นก็น่าจะตรงกับวัตถุประสงค์ของการออกแบบ

20210331063944_IMG_0059

รายการวิทยุที่รับได้ หากทางรายการมีชื่อ มีการส่งข้อมูลชื่อสถานทีมาด้วย JBL Tuner FM ก็มีหน้าจอแสดงผลที่ขึ้นชื่อเป็นตัวหนังสือให้ ตัววิ่งจะไหลอยู่ในหน้าจอให้เราได้เห็นข้อมูลสถานี เราสามารถบันทึกรายการที่ชอบไว้ได้ 5 สถานี เมื่อเจอสถานีที่ชอบก็กดปุ่มตัวเลขค้างไว้เลย เลขนั้นก็จะจำสถานีเอาไว้ สะดวกมาก

20210331064712_IMG_0062

จุดเด่น

น้ำเสียงกลมกล่อม มีเสียงย่านเบส กลาง แหลม ครบ

ระบบรับคลื่น FM ชัดเจน แม่นยำ

บันทึกสถานีวิทยุได้ 5 ช่อง

เปิดปิดทำได้เร็ว กดฟังวิทยุได้เร็ว

ขนาดตัวเครื่องไม่ใหญ่มาก สามารถพกพาใส่กระเป๋าใส่เป้ได้สะดวก

จุดด้อย

เสียงเบาเกินไปใช้กับปาร์ตี้ไม่ได้

สรุป

JBL Tuner FM ถูกออกแบบมาให้เป็นลำโพงพกพา มีขนาดกระทัดรัด ไม่ใหญ่เกินไปจนพกลำบาก มีขนาดไม่เล็กมากทำให้สามารถสร้างเสียงเบสได้ลงลึกและต่ำกว่าลำโพงเล็ก ผลก็คือน้ำเสียงโดยรวมทำได้ยอดเยี่ยม มีเสียงครบย่านความถี่ที่จำเป็นในการฟังเพลง ความสามารถเรื่องการรับคลื่นวิทยุทำได้ชัดเจนแม่นยำ เป็นวิทยุคุณภาพดี เราสามารถพกลำโพงตัวนี้ติดตัวไปได้ตลอดเวลา ใส่เป้ ใส่กระเป๋าได้ไม่รู้สึกยุ่งยาก

แบตเตอรี่ 18650 แบตยอดฮิตใน gadget

IMG_20210131_084109

อุปกรณ์จำพวกเพาเวอร์แบงค์ และ พัดลมพกพา รวมถึงใส้ในของแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คนิยมใช้แบตเตอรี่ชนิด 18650 กันทั้งนั้น แบตประเภทนี้มีขนาดใหญ่และมีแรงดันอยู่ที่ 3.7 V ของใช้ส่วนมากเมื่อซื้อมาใหม่ๆ จะได้แบตเตอรี่แถมมาด้วย แต่แบตแถมก็อายุสั้นเก็บไฟได้ไม่นาน ที่ตัวแบตเองไม่มียี่ห้อ ใช้ไปไม่กี่เดือนก็แบตเสื่อมเสียแล้ว

IMG_20210131_083917

ลองหาแบตเตอรี่ในเว็บดู ก็มีร้านค้าหลายร้านที่มีขาย มีราคาตั้งแต่ก้อนละ 15 บาทไปถึง ร้อยกว่าบาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่กว้างมาก ปริมาณไฟที่เป็นหน่วยมิลลิแอมป์ ก็มีตั้งแต่ 1800-3600mA จริงๆก็ดูเหมือนจะใส่มามั่วๆ แถมบางตัวก็ใส่ว่าจุ 9900 mA ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลย

IMG_20210131_083808

แบตที่อยู่ในพัดลมพกพาก็เสื่อมแล้ว เลยตัดสินใจเสี่ยงซื้อสักร้านหนึ่งในเว็บ แล้วก็เลือกระดับราคาก้อนละประมาณ 45 บาท คือไม่เอาต่ำสุดและไม่เอาสูงๆ ลองซื้อมา 2 ก้อนเพื่อใส่พัดลม 2 ตัว ผลก็คือ ใช้งานได้ เก็บไฟได้นานกว่าตอนได้พัดลมมาใหม่ๆเสียอีก น่าจะสรุปสั้นๆได้ว่าแบตยี่ห้อที่เสี่ยงซื้อมีคุณภาพดี และยังไม่เสื่อมในวันที่วางขาย ตัวแบตมียี่ห้อ มีสติ๊กเกอร์รับประกันติดอยู่ด้วย ใครอยากซื้อใช้ก็ลองไปหาดูนะครับ ยี่ห้อAWT กล่องสีดำ