เปลี่ยนถ่านรีโมท ซูซูกิ สวิฟท์ 2012 ใช้ถ่าน cr2032

รถยนต์ซูซูกิสวิฟท์เป็นรถอีโคคาร์ เครื่องยนต์ 1.2L รุ่นปี 2012 เป็นรุ่นที่มีกุญแจรีโมทให้มา 2 อัน ใช้งานประมาณ 8 ปี ถ่านรีโมทก้อนแรกก็หมดลง และในปี 2022 ถ่านในกุญแจอันที่2ก็หมดลง มันทำให้กดเปิดล็อครถไม่ได้ในระยะปกติ

การเปลี่ยนถ่านก็ให้ซื้อถ่นกระดุมขนาด cr2032 ซึ่งเป็นถ่านแบนๆกลมๆ มีขายในห้าง ในร้านสะดวกซื้อ ผมแนะนำให้ซื้อยี่ห้อดีๆไปเลย เพราะว่าถ่านจะอยู่ในรีโมทยาวนานหลายปี หากใช้ถ่านราคาถูก ยี่ห้อประหลาด เราอาจจะต้องเจอเหตุการณ์ถ่านเยิ้ม น้ำยาเคมีรั่วไหลเมื่อเวลาผ่านไปสักปีหรือสองปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรวัดดวง เพราะรีโมทรถยนต์เป็นของแพง ไม่ควรเอาไปเสี่ยงกับถ่านคุณภาพต่ำ

ถ่านยี่ห้อพานาโซนิคของแท้ เป็นถ่านที่คุณภาพดี ไม่มีน้ำยาไหลให้เห็นเลย ผมพบกับถ่าน AA ที่ซื้อใช้กับรีโมทคอนโทรลแอร์ ถ่านรีโมทที่ใช้พานาโซนิค แม้ถ่านจะหมดหรือเวลาผ่านไปสักสามปี ถ่านก็ยังอยู่ในสภาพปกติ ขณะที่ถ่าน AA ที่ซื้อจากร้าน 20บาท ใส่ในรีโมทปีกว่าๆก็มีผงเคมี มีน้ำยาเคมีไหลให้เห็นแล้ว รีโมทบางอันก็สนิมขึ้นเพราะโดนเคมีของถ่านละลายออกมากัดกร่อนโลหะตัวนำในช่องใส่ถ่าน ดังนั้น ขอให้ใช้ถ่านยี่ห้อดี ของแท้ ที่ไว้ใจได้เท่านั้น

วิธีการแกะถ่านเพื่อเปลี่ยนถ่านลองหาดูใน youtube ได้ ใช้ไขควงหัวแบนอันเดียวก็แกะได้แล้ว

ผมดูจากลิงค์นี้


สรุป กุญแจรีโมทของ รถยนต์ ซูซูกิ สวิฟท์ 2012 ใช้ถ่าน cr2032

การงานพื้นฐานอาชีพของ ป4 ปี 2565

เมื่อพูดคำว่าการงานพื้นฐานอาชีพ ทำให้เรานึกย้อนไปในสมัยประถม เราเรียนวิชานี้ และแทบจะจำไม่ได้เลยว่าสมัยนั้นเราเรียนอะไรกันบ้าง แต่จากชื่อเราก็คงพอเดาได้ว่าก็น่าจะเป็นงานฝีมือที่ทำเป็นอาชีพได้ ยุคสมัยของพ่อแม่เมื่ออยู่ในวัยเด็กคงจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับ เย็บปักถักร้อย ผมนึกออกแค่นี้จริงๆ

ปีนี้ ปี พศ 2565 โลกเราพัฒนาไปไกลมาก พวกนักการตลาดคุยกันถึงเรื่องเมตาเวิร์ส ระบบการสื่อสารอินเทอเน็ตคือหัวใจของธุรกิจ การดูสื่อภาพและเสียงจะดูผ่าน youtube และ social network มีอาชีพใหม่หลากหลายที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็มีอาชีพที่สูญหายเพราะหมดสมัย และการงานพื้นฐานอาชีพของเด็ก ป4 ในพศ.นี้ทำให้ผประหลาดใจและรู้สึกชื่นชมพร้อมกัน

ลูกมาขอยืมกล้องถ่ายรูปไปโรงเรียน เพื่อจะเอาไปเรียนวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ ลูกเล่าให้ฟังว่าโรงเรียนมีอาชีพให้เลือกเยอะมาก แต่ลูกบอกกับผมแค่ว่า เขาเลือกอาชีพ รีวิว และถ่ายภาพ ซึ่งครูจะจัดกลุ่มให้ตามที่เหลือ และสุดท้ายก็ได้วิชารีวิว ส่วนถ่ายภาพนั้น บังเอิญได้เรียนเพราะมีการเลื่อนวิชากันเล็กน้อยทำให้ได้ไปเรียนถ่ายภาพ 1 คาบ

1คาบของลูกที่เรียนถ่ายรูปจะต้องใช้กล้อง ก็เลยมาขอยืมจากพ่อ ด้วยความที่พ่อมีกล้องหลายตัวก็เลยเอามาเรียงให้เลือก มีกล้อง DSLR ตัวใหญ่เลนส์ใหญ่ที่พ่อเอาไว้ถ่ายภาพรับจ้าง มีกล้อง mirrorless ตัวเล็กเลนส์เล็กที่พกพาง่าย มีกล้องโพราลอยด์ด้วยที่เอามาให้ดูแต่ไม่ให้เลือก เพราะต้องใช้ฟิล์มโพลารอยด์ซึ่งมีราคาแพงมาก สุดท้ายลูกเลือกกล้องตัวเล็ก อย่าง eos m พร้อมเลนส์ตัวเล็ก 22f2 ซึ่งเป็นชุดกล้องและเลนส์ที่ขนาดเล็กแต่คุณภาพสูงมาก ลูกเลือกเพราะได้ลองถ่ายภาพแล้วเทียบกันแล้ว พบว่าภาพจาก eos m ให้ภาพสวยกว่า eos 6d

IMG_6111

ผ่านไปสองวัน ลูกกลับมาพร้อมกับภาพในเมมโมรี่ 4 ภาพ ภาพที่ส่งงานคือภาพก้อนหินในถุง หัวข้อการถ่ายภาพคือ สิ่งลึกลับ ครูชมว่าขอบฟ้าถ่ายภาพได้ดี ขอบฟ้าบอกครูว่าเพราะพ่อผมเป็นตากล้องครับ ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าดีใจที่ลูกรู้ว่าพ่อเป็นตากล้อง พ่อชอบถ่ายภาพนั่นเอง สอบถามลูกอีกนิดเกี่ยวกับวิชาที่ครูสอน ครูไม่ได้สอนการถ่ายภาพเบื้องต้น ให้เด็กไปถ่ายเลย ซึ่งจุดนี้น่าสนใจ เพราะลูกเรียนวิชาถ่ายภาพ เจตนาเพื่อให้เล่าเรื่องด้วยภาพ ประเด็นนี้ผมคิดเอง ก็เห็นว่า ถูกต้องแล้วที่ไม่ได้สอนการถ่ายภาพเบื้องต้น เพราะกล้องถ่ายภาพเป็นแค่อุปกรณ์ การใช้งานอุปกรณ์ให้ถูกต้องจะต้องเป็นสิ่งที่ค้นหามาเอง วิชาเรียนควรมุ่งเน้นที่วัตถุประสงค์ ซึ่งก็น่าจะเป็นการเล่าเรื่อง ส่วนการรีวิวที่ลูกเลือกจริงๆ เดี๋ยวคงได้รู้ว่าเรียนอะไรกันบ้าง และได้ถามลูกแล้วว่าอยากจะรีวิวอะไร ลูกต้องว่าจะรีวิวส์เม้าส์

IMG_6091

การงานพื้นฐานอาชีพในยุคนี้มีอาชีพรีวิว มีอาชีพช่างภาพ ถือว่าเป็นเรื่องประหลาดใจสำหรับพ่อแม่รุ่นผมมาก เพราะว่าเป็นสิ่งที่เกินคาด เป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งที่โรงเรียนพยายามทำ เป็นเรื่องน่าชื่นชม ก็หวังว่าจะมีอาชีพที่สนุกและน่าสนใจอีกหลายๆอาชีพที่เลือกมาอยู่ในหลักสูตร ผมคาดหวังว่าจะมีอาชีพนักวิเคราะห์ข้อมูล สตรีมเกมส์ นักแข่งอีสปอร์ต เขียนเว็บ เขียนโปรแกรม ทำคอนเท้นต์หลายๆแบบ รวมถึงอาชีพทางเกษตรที่มาพร้อมเทคโนโลยีอย่างสมาร์ทฟาร์มด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่รู้จะมีจริงไหมสำหรับเด็กประถม แค่หวังว่าจะมีอาชีพใหม่ๆให้เด็กได้ลอง

ด้านมืดของ iot (internet of things)

โลกของเราในยุคอินเทอเน็ต เรามีอุปกรณ์จำนวนมากที่เชื่อมต่อกับอินเทอเน็ต การสื่อสารระหว่างอุปกรณ์แต่ละชิ้นสามารถทำงานร่วมกันผ่านเครือข่าย และสามารถบังคับสั่งการซึ่งกันและกันได้ มันเป็นข้อดีที่เกิดขึ้นในยุคนี้ และทำให้เรามีระบบ Home Automation ได้ง่ายด้ายในราคาไม่แพง และเมื่อเราได้ทดลองใช้ในบางอย่างเราก็ค้นพบว่า มันดีจริงๆที่มีความสะดวกสบาย ชีวิตเราน่าจะมีเรื่องแบบนี้มานานแล้ว

คราวนี้มาดูสิ่งที่มันไม่ดีบ้าง พอเรามีระบบ intenet of things ที่สิ่งของเครื่องใช้สามารถสั่งการได้ผ่านระบบอินเทอเน็ต เราสามารถเปิดแอร์ในบ้านได้ก่อนที่เราจะเดินทางถึงบ้าน ทำให้เราได้อากาศที่เย็นสบายเมื่อเราก้าวเท้ากลับเข้าไปในบ้านเราเองทันที เราสามารถดูภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้านได้แม้เราจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เราจะดูสัตว์เลี้ยงที่เราปล่อยให้มันอยู่บ้านตัวคนเดียวได้ขณะที่เราออกไปทำงานประจำวัน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะดีอย่างที่ออกแบบไว้ถ้ามันทำงานไม่ผิดพลาด แต่ในทางปฏิบัติ ระบบการสื่อสารผ่านอินเทอเน็ตของอุปกรณ์ iot ก็ไม่ได้ดีตลอดเวลา มันก็มีบางช่วงเวลาที่มันทำงานมไม่ได้ และถ้ามันเป็นอุปกรณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและทรัพย์สินมันก็จะทำให้เราอยู่ในความเสี่ยงที่จะอันตรายหรือเสียเงินโดยไม่คาดคิด

ตัวอย่างในคลิปเป็นเพียงเหตุการณ์หนึ่งๆที่เกิดขึ้น การเชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ทปล๊๊กหรือ ปลั๊กไฟที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายอินเทอเน็ตไม่สามารถรับคำสั่งได้โดยไม่รู้สาเหตุ ลำโพงที่รับคำสั่งยังคงเชื่อมต่อกับอินเทอเน็ตได้ปกติ แต่ปลั๊กไฟไม่เชื่อม ดังนั้นมันจึงทำงานไม่ได้ เมื่อตรวจสอบระบบเครือข่าย ตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอเน็ตก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ มีเพียงอุปกรณสมาร์ทปลั๊กตัวเดียวที่ทำตัวเหมือนไม่ได้เชื่อมต่อ ซึ่งนี้คือความไม่แน่นอนของอุปกรณ์ iot ดังนั้นเรายังไม่ควรใช้การควบคุมสั่งการอุปกรณ์ต่างๆผ่านเครือข่ายอินเทอเน็ตหากเราไม่มั่นใจในอุปกรณ์ตัวนั้นว่ามันยังเชื่อมต่ออยู่หรือไม่ เพราะตอนที่ทดลอง มันก็เชื่อมเข้าระบบแล้ว และทดลองผ่านแล้วในการทดสอบช่วงแรก แต่พอเวลาผ่านไปหลายวันการเชื่อมต่อก็มีปัญหาทำให้ใช้งานไม่ได้นั่นเอง

อุปกรณ์ iot ราคาประหยัดทั้งหลายจะทำงานได้ดีในการทดลองใช้ช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็มักเริ่มพบกับปัญหาการเชื่อมต่อ นั่นอาจจะเป็นเพราะราคาที่ประหยัด ทำให้คุณภาพของอุปกรณ์ภายในไม่สูง การเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายก็อาจจะมีปัญหาขึ้นมาได้ในเวลาไม่นาน หากเป็นระบบที่ไม่สำคัญ ไม่คอขาดบาดตายเราก็พอจะใช้งานได้ มีช่วงเวลาที่ใช้งานไม่ได้บ้างก็อาจจะพอยอมรับได้ แต่หากเป็นงานที่จริงจัง เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและชีวิตคนก็อาจจะต้องพิจารณาเลือกอุปกรณ์ iot ที่มีคุณภาพสูงเป็นหลัก และราคาก็มักจะแพงมากกว่าหลายเท่า นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้อุปกรณ์ iot ที่มียี่ห้อ มีแบรนด์ที่ใหญ่โตระดับโลกจะมีราคาสูงมากนั่นเอง

สิ่งที่วิทยุอนาลอกโบราณมีดีกว่ารายการในอินเทอเน็ต

IMG_8376

ในประเทศที่มีภัยธรรมชาติบ่อยครั้งอย่างประเทศญี่ปุ่น นอกจากการมีถุงยังชีพหรือ survival bag แล้ว วิทยุระบบอนาลอกคือสิ่งที่ยังควรมีติดตัวด้วย แม้ญี่ปุ่นจะมีความเจริญมากเพียงใด แต่ในห้างแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าก็จะมีมุมที่ขายเครื่องรับวิทยุอยู่ด้วย และในบรรดาเครื่องรับวิทยุที่วางขาย จะต้องมีอย่างน้อย 1 แบบที่เป็นแบบไม่ต้องใส่ถ่านวางขายอยู่ มันใช้พลังงานการปั่นไฟจากแกนหมุน พอหมุนไดนาโมในเครื่องก็จะมีกระแสไฟฟ้าไปทำให้วิทยุทำงานได้ นี่คืออุปกรณ์การรับข่าวสารที่เป็นทางเลือกแรกในประเทศที่ต้องสู้กับภัยธรรมชาติ

สิ่งที่วิทยุอนาลอกโบราณมีดีกว่าระบบการฟังข่าวสารผ่านอินเทอเน็ตคือไม่ต้องใช้อินเทอเน็ต เปิดแล้วเสียงออกทันทีในวินาทีแรก ไม่ต้องพิมพ์หาชื่อ ไม่ต้องเสียบหูฟัง ไม่ต้องล็อคอิน การฟังข่าวสารจากคลื่นยวิทยุจะไม่ต้องอยู่ในวังวนของข้อมูลกะลาครอบที่เอาอกเอาใจผู้ใช้งานแบบที่เราได้มีประสบการณ์กับโซเชียลมีเดีย ไม่ต้องเสพสิ่งที่ AI จัดสรร การฟังวิทยุจะได้ฟังความคิดเห็นคนอื่น ได้ฟังเพลงที่สังคมชอบ ได้รับข่าวสารนอกแวดวงของเราเอง ได้เปิดหูรับเรื่องใหม่ๆ

ข้อเสียคือ ไม่มี spotify youtube podcastจากคนที่เราคุ้นเคย ไม่มีสปอยล์ซีรี่ย์ที่เราอยากรู้ตอนจบเร็วๆ ไม่มีเรื่องเล่าจากนักอ่านหนังสือที่ทำให้เราไม่ต้องซื้อหนังสือเอง ไม่มีรายการพูดคุยเรื่องกีฬาที่เราชอบฟัง


ฮอนด้าฟรีด แอร์ไม่เย็น น้ำยาแอร์รั่ว

เช้าวันหนึ่งที่ขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน ตอนเช้าขับรถออกจากบ้าน เปิดแอร์ในรถแล้วมีแต่ลม ทำให้รู้ตัวว่าแอร์เสีย พอส่งลูกเสร็จก็ขับรถเข้าอ๊อฟฟิศ รีบเคลียร์งานแล้วลองหาสาเหตุด้วยตัวเองดู ประสบการณ์แอร์ไม่เย็นที่เคยเจอกับรถคันนี้ก็มีอยู่หลายกรณีคือ
อาจจะเป็นที่คลัทคอมแอร์ไม่ทำงาน อาจจะเป็นที่รีเลย์ตัดต่อครัทคอมแอร์ไม่ทำงาน อาจจะเป็นที่พัดลมระบายความร้อนหน้าเครื่องไม่ทำงาน แต่ดูแล้ว พัดลมยังหมุนอยู่ สังเกตุว่า เมื่อกดเปิดแอร์ ไม่มีอาการเครื่องยนต์หน่วงลงเลย เสียงเครื่องยนต์ดังแบบปกติเหมือนไม่ได้เปิดแอร์ นั่นก็หมายความว่า คอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ทำงาน แต่ก็ไม่สามารถหาสาเหตุที่มากกว่านี้ได้ เพราะเราก็ไม่ใช่ช่าง ได้แต่สงสัยคลัทคอมแอร์ หรือ รีเลย์เสีย

รีบโทรหาอู่ที่เคยใช้งานประจำ ทางอู่บอกว่าคิวว่างสามารถขับรถเข้าไปได้เลย ก็เลยรีบไป แล้วเล่าอาการให้ช่างฟัง ช่างใช้เวลาหาสาเหตุอยู่เกือบชั่วโมงก็ได้คำตอบว่า คาดว่าเป็นเพราะสายน้ำยาแอร์รั่ว ต้องเปลี่ยนสายและเติมน้ำยาแอร์กลับเข้า เพราะน้ำยาหายหมดแล้ว ค่าใช้จ่ายสองพันกว่าบาท

ผมถามย้ำว่าคาดว่านี่หมายถึงยังไม่ชัวร์ใช่ไหม ถ้าเปลี่ยนสายและเติมน้ำยาแล้วยังไม่เย็นจะต้องตรวจอะไรต่อ ช่างบอกว่า น่าจะใช่สาเหตุนี้แหละ พอช่างยืนยันก็เลยให้ทำ ผมทิ้งรถไว้ที่อู่หลายชั่วโมง ขอกลับไปทำงานก่อน แล้วค่อยมารับอีกทีตอนบ่าย

ผ่านไป สี่ชั่วโมง โทรไปถามอู่ว่าเสร็จไหม อู่ตอบว่า มารับได้เลย งานเสร็จแล้ว ค่าใช้จ่าย 2550 บาท ก็เลยเข้าไปรับ กดโอนเงินแล้วก็ขับรถออกมาพร้อมแอร์เย็นๆกับเอกสาร 1 ใบ ที่แจ้งรายการที่ซ่อม

IMG_20220901_160529

สายน้ำจากแอร์เป็นสายที่ออกแบบมาเฉพาะ สายตัวนี้รั่วก็ทำให้น้ำยาแอร์หายไปจากระบบ พอน้ำยาหาย คอมเพรสเซอร์เลยไม่ทำงาน การเติมน้ำยาแอร์เข้าไปทั้งหมด จะมีความจำเป็นต้องเติมน้ำมันคอมเพรสเซอร์ด้วย เพราะเป็นของเหลวที่จะต้องทำงานหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์ และไหลเวียนไปในระบบท่อแอร์ด้วย รายการของและค่าแรงก็เป็นไปตามภาพ

คาลิเบรตเครื่องวัดความดัน

เครื่องวัดความดันหรือ Blood Pressure Monitor แบบซื้อใช้ในบ้านส่วนมากจะเป็นเครื่องขนาดเล็ก พกพาง่าย สามารถใส่ถ่านแล้วทำงานได้เลย ยี่ห้อที่มีชื่อเสียงและมักถูกขายในร้านขายยาก็คือ OMRON และเครื่องในภาพนี้ก็ซื้อเอาไว้ประมาณสิบกว่าปีแล้ว ซึ่งก็ใช้งานได้ดีมาตลอด ไม่เคยรวน ไม่เคยเสีย

IMG_20220802_090324

เครื่องมือวัดต่างๆเมื่อใช้งานไประยะเวลาหนึ่งมักจะวัดค่าเพี้ยนไปจากเดิม หรือเพี้ยนไปจากมาตรฐาน ก็เลยลองส่งไปปรับเทียบกับมาตรฐานสักทีดีกว่า และเคยได้ยินเรื่องเล่าว่าเราสามารถส่งกลับไปให้บริษัทปรับแต่งได้ ให้ไปฝากส่งที่ร้านขายยา ลองถามร้านขายยาของเพื่อน เพื่อนบอกไม่รู้เรื่องเลย สรุปว่า ส่งร้านขายยาไม่ได้ ตัดสินใจส่งบริษัทแม่โดยตรงไปเลยน่าจะชัวร์สุด เข้าอินเทอเน็ตค้นหาชื่อ OMRON แล้วก็หาสาขาหรือบริษัทในประเทศไทย ก็เจอชื่อที่อยู่ เจอเฟสบุ๊ค และได้ทักไปคุยในเฟสบุ๊ค แจ้งข้อมูลว่าต้องการส่งเครื่องวัดความดันไปปรับตั้งให้ตรงมาตรฐาน เจ้าหน้าที่ตอบว่าส่งมาได้เลย การตรวจสอบและปรับแต่งบริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เจ้าหน้าที่ให้ส่งเป็นพัสดุไปรษณีย์หรือบริการขนส่งเอกชน ไปที่

บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด
เลขที่ 555 อาคาร รสา ทาวเวอร์ 2 ชั้น 22 ห้อง 2203
ถนน พหลโยธิน แขวง จตุจักร เขต จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 02-021-5555

พร้อมเขียนระบุความต้องการและข้อมูล ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ ที่อยู่ อีเมล แนบเข้ามาในกล่องด้วย

หากศูนย์บริการออมรอนได้รับพัสดุแล้วจะใช้ระยะเวลาตรวจสอบประมาณ 1-2 สัปดาห์


IMG_20220811_113652

ผมแพ็คของแล้วส่งตามคำแนะนำ พิมพ์ชื่อที่อยู่เบอร์โทรของตัวเองเป็นเศษกระดาษใส่เข้าไปด้วย เพื่อให้บริษัทใช้เป็นข้อมูลส่งกลับ ค่าส่งขาไปผมออกเอง ส่วนการตรวจและปรับแต่ง ทางศูนย์ OMRON ไม่คิดค่าใช้จ่าย และได้ส่งของกลับมาเมื่อทำเสร็จ ค่าส่งกลับก็ไม่คิดด้วย ในกล่องที่ส่งกลับจะมีเอกสารผลการตรวจและปรับแต่งกลับมาด้วย ผมอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่คาดว่าเครื่องอยู่ในสภาพปกติและน่าจะวัดค่าได้ตรงมาตรฐานแล้ว

ฝากสเป็คเครื่องที่หามาจากเว็บให้อ่านเล่น

เครื่องวัดความดัน Omron รุ่น HEM-7130รับประกันเครื่อง 5 ปี

  1.  Cuff Wrapping Guide(สัญลักษณ์ในการพันผ้าพันแขน)
  2. สัญลักษณ์เมื่อหัวใจเต้นผิดปกติ
  3. สัญลักษณ์เมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกายขณะวัด
  4. สัญลักษณ์บ่งชี้ความดันโลหิตสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน
  5. แถบบอกระดับความดันโลหิต
  6. หาค่าเฉลี่ย 3 ครั้งสุดท้ายที่วัดภายใน 10 นาที
  7. บันทึกได้ 60 ค่า

ข้อมูลเชิงเทคนิค

  1. หน้าจอดิจิตอล
  2. ใช้วัดความดันที่ต้นแขน ด้วยระบบOscillometic
  3. ช่วงการวัด ความดัน: 0-299 มม.ปรอท | ชีพจร: 40-180 ครั้ง/นาที
  4. ความเที่ยงตรง ความดัน:+/- 3 มม.ปรอท | ชีพจร:+/- 5%
  5. แหล่งพลังงาน ถ่าน AA 4 ก้อน หรือ Adapter
  6. ถ่าน Alkaline 1 ชุดใช้วัดความดันโลหิตได้ประมาณ 1,000 ครั้ง
  7. น้ำหนักตัวเครื่อง 250 กรัม (ไม่รวมถ่าน)
  8. น้ำหนักผ้าพันแขน 130 กรัม
  9. ขนาด ประมาณ 107 (กว้าง) x 79 (สูง) x 141 (ลึก) มม.
  10. ผ้าพันแขนไนล่อน โพลีเยสเตอร์ โพลีไวนีลครอไรด์ (ไม่มียาง)
  11. ผ้าพันแขนขนาดกลาง เส้นรอบวงแขน 22-32 ซม.
  12. ใช้งานสะดวกง่ายยิ่งขึ้นด้วยปุ่มสัมผัสเพียงปุ่มเดียว
  13. สามารถดูค่าย้อนหลังได้ถึง 60 ครั้ง
  14. รับประกันศูนย์ Omron 5 ปี

ดิจิทัลมาเก็ตติ้งคือความรู้ที่จำเป็นในยุคนี้

“ดิจิทัลมาเก็ตติ้งคือความรู้ที่จำเป็นในยุคนี้”

ในอดีตเมื่อเรามีสินค้าที่ผลิตออกมา  เราก็จัดจำหน่ายด้วยการนำไปวางขายในร้านค้า  มีทั้งร้านค้าปลีก ค้าส่ง  ร้านค้าในห้างสรรพสินค้า  และบางอุตสาหกรรมก็ขายส่งไปต่างประเทศ  บางคนก็ขายให้ตัวแทนจำหน่ายแล้วตัวแทนจำหน่ายก็ไปกระจายสินค้าสู่ห้าง สู่ร้านค้าที่ปลายทางอีกทอดหนึ่ง บางคนก็อาจจะต้องไปเช่าพื้นที่ในห้างเพื่อขายสินค้าของตัวเอง  เป็นที่มาของคำว่าเปิดร้าน  การเปิดร้านเราต้องเลือกทำเล  เลือกห้าง เลือกภาพลักษณ์ของห้างนั้นๆเพื่อทำการขายสินค้าของเรา

ยอดขายที่ดีมาจากการขายได้จำนวนมาก  การขายได้จำนวนมากมาจากคนซื้อรู้จักสินค้า  คนรู้จักสินค้าเพราะการโฆษณา  การโฆษณาสินค้าหรือแผนการตลาดจึงเป็นสิ่งที่กำหนดความอยู่รอดของธุรกิจ  เราจำเป็นต้องรู้ว่าเราจะโฆษณาอะไร  ไปสู่ลูกค้าคนไหน  ด้วยวิธีการหรือด้วยสื่อในช่องทางใด  

หากคุณเปิดร้านอาหาร  นอกจากการตั้งร้านตกแต่งให้สวยงามเรียบร้อยแล้ว  สิ่งที่ต้องทำลำดับถัดไปก็คือ บอกคนในพื้นที่รอบร้านอาหารว่ามีร้านนี้เปิดบริการอยู่ ในยุคก่อนจะมีโซเชียลเน็ตเวิร์ค การบอกคนในพื้นที่จะทำผ่านใบปลิว  บ้างก็โฆษณาทางวิทยุ  ออกโทรทัศน์  ซื้อหน้าโฆษณาในนิตยสารและหนังสือพิมพ์   การทำใบปลิวถ้าไม่แจกด้วยตัวเองก็ต้องจ้างคนไปแจก  จ้างคนไปหย่อนใบปลิวหน้าบ้าน  หย่อนตู้ไปรษณีย์ของแต่ละบ้าน  นั่นคือการทำมาเก็ตติ้งแบบออฟไลน์ มีต้นทุนการทำสื่อ  มีต้นทุนการซื้อเวลาของสถานีวิทยุและโทรทัศน์  และมีต้นทุนในการกระจายสื่อให้ทั่วถึง

สินค้าแบบเดียวกัน หรือถ้าเป็นร้านอาหารแบบเดียวกันแล้วจะโฆษณาในยุคอินเทอเน็ตแบบปัจจุบัน นอกจากวิธีเก่าแบบออฟไลน์แล้ว เรายังมีทางเลือกอื่นที่ทรงประสิทธิภาพ  อย่างวิธีการเปิดเว็บไซต์  เปิดเพจในโซเชียลมีเดีย  เพราะผู้คนยุคปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนติดตัว ทุกคนเข้าสู่อินเทอเน็ตได้ตลอดเวลา  และทุกคนเป็นสมาชิกโซเชียลเน็ตเวิร์คบางตัวอยู่แล้ว  เราก็แค่เอาร้านของเราไปเปิดตัวในโซเชียลเน็ตเวิร์คที่กลุ่มเป้าหมายเราเล่นอยู่ แล้วก็ซื้อโฆษณาในโซเชียลเน็ตเวิร์ค  กลุ่มเป้าหมายของเราก็จะได้รับรู้ข้อมูลของร้านอาหารของเรา เห็นภาพ เห็นสิ่งที่เราอยากนำเสนอ  และเราเลือกได้ว่าจะเข้าถึงลูกค้าแบบไหน ชายหรือหญิง ช่วงอายุเท่าใด  มีกำลังซื้อมากน้อยแค่ไหนก็เลือกได้ และสามารถเปลี่ยนภาพโฆษณาให้แต่ละกลุ่มเป้าหมายที่จะมองเห็นภาพเห็นโปรโมชั่นแตกต่างกันได้ นี่คือความสามารถของการตลาดในยุคอินเทอเน็ตที่ทำได้มากขึ้นละเอียดขึ้น ประหยัดเวลากว่าแบบเก่า  ประหยัดแรงกว่า เราเรียกการตลาดที่เราทำบนอินเทอเน็ตว่า ดิจิทัลมาเก็ตติ้ง

ความทรงพลังของดิจิทัลมาเก็ตติ้งยังมีมาในรูปแบบความเร็ว ความง่ายในการสื่อสาร  เราสามารถเพิ่มช่องทางการสอบถามความพึงพอใจเพื่อนำมาปรับปรุงบริการหรือปรับปรุงสินค้าของเราให้ดียิ่งขึ้น  การร้องเรียนของลูกค้าผ่านระบบอินเทอเน็ตจะทำให้เราสามารถรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นและสามารถลงมือแก้ปัญหาได้เร็ว  ทำให้ลดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในสินค้าได้  บริษัทยังสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อกระตุ้นลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำได้  ทำให้ผู้ประกอบการบางคนแทบจะหันหลังให้การตลาดแบบออฟไลน์หรือแบบดั้งเดิม  บางคนเลิกพิมพ์ใบปลิว  เลิกเดินแจกใบปลิวไปแล้ว  เพราะดิจิทัลมาเก็ตติ้งเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าในต้นทุนการตลาดที่ต่ำกว่า  การเรียนรู้และใช้งานดิจิทัลมาเก็ตติ้งจึงเป็นทางเลือกที่ต้องเลือกในปัจจุบัน 

การทำการตลาดที่แท้จริงก็จะหมายถึงการใช้เครื่องมือทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่เรามีเพื่อทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าของเรานั่นเอง  บริษัทของเราควรจะมีแผนพัฒนาทั้งสินค้าและพัฒนาคนตลอดเวลา  การพัฒนาคนจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน  ถ้าธุรกิจของเราเป็นการทำงานแบบยุคเก่า  ไม่ยอมใช้เครื่องมือของดิจิทัลมาเก็ตติ้งในการทำตลาดเลยเราจะสูญเสียตลาดให้คู่แข่ง  เพราะคู่แข่งที่เกิดใหม่ทั้งหมดจะเข้าสู่ตลาดพร้อมเทคโนโลยี  คู่แข่งเก่าที่ปรับตัวพัฒนาตัวเองก็จะเก่งยิ่งกว่าเดิม  สื่อการตลาดชิ้นเดียวกันสามารถใช้เทคโนโลยีส่งโปรโมชั่นให้ว่าที่ลูกค้าได้นับล้านคนทั่วโลกพร้อมกัน  ซึ่งหากเราไม่รู้จักเครื่องมือ  ใช้ไม่เป็น สุดท้ายความไม่รู้จะเป็นปัญหา  และเราจะสูญเสียยอดขายที่ควรเป็นของเรา  หากเราละเลยไม่เรียนรู้เกี่ยวกับดิจิทัลมาเก็ตติ้งในวันนี้  วันข้างหน้าเราก็จะถูกบังคับให้เรียนรู้เพื่อให้ทันคู่แข่งอยู่ดี  แต่เมื่อวันนั้นมาถึงก็เท่ากับตลาดและคู่แข่งเริ่มทิ้งเราไปหลายก้าวแล้ว

ในเรื่องการทำตลาดด้วยโซเชียลเน็ตเวิร์คก็มีประเด็นหลายอย่างที่ต้องคิดและวางแผนให้รอบคอบ  บางบริษัทลงทุนโฆษณาทางเฟสบุ๊คมายาวนาน แล้วก็ทำยอดขายได้เรื่อยๆจนวางใจ  วันหนึ่งเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเพจโดนปิด  โดนขโมย  หรือ หายไปเฉยๆ  สิ่งที่ลงทุนไว้  หรือกลุ่มเป้าหมายที่เรายิงโฆษณาไปถึงพวกเขาเกิดสูญหาย  การเชื่อมโยงกับผู้คนในเพจหายไปหมดเลย   ข้อมูลการติดต่อ การขาย การส่งสินค้า ข้อมูลลูกค้าควรจะนำมาเก็บในช่องทางอื่นแบบออฟไลน์ด้วย  จะเก็บในรูปแบบไฟล์  บันทึกชื่อที่อยู่เบอร์โทรลูกค้าไว้ในไฟล์เอกสาร excel ก็ได้  เรื่องเหล่านี้ควรทำอย่างสม่ำเสมอ  เพราะเหตุการณ์เพจโดนแฮ้คเกิดขึ้นตลอดเวลาทั่วโลก   และนอกจากแพลตฟอร์มอย่างเฟสบุ๊คแล้ว  โลกเราก็ยังมีอีกหลายแพลตฟอร์มให้เราเข้าไปทำตลาด  เราควรเข้าไปทุกแพลตฟอร์มที่มีกลุ่มเป้าหมายของเราอยู่ในนั้น  ทั้ง ไลน์  ทวิตเตอร์ ติ๊กต๊อก และอื่นๆ  เหมือนกับคำที่เคยมีคนบอกว่า อย่าเก็บไข่ไว้ในตระกร้าใบเดียว  เราจึงควรทำตลาดดิจิทัลมาเก็ตติ้งในช่องทางที่หลากหลาย ทำในแพลตฟอร์มทั้งหมดที่ลูกค้าของเราอยู่ในนั้น

จากการเปิดบริษัทสอนทำดิจิทัลมาเก็ตติ้งมาหลายปี ผู้สอนยังรับจ้างทำการตลาดออนไลน์ให้ด้วย  เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่สอนในหลักสูตรเป็นสิ่งที่นำมาทำจริงแล้วได้ผล  เพราะการลงมือยิงโฆษณาทำให้รู้ว่าต้องปรับปรุงความรู้ที่สอนในแง่ใดบ้าง  ต้องเพิ่มความทันสมัยของหลักสูตรทุกครั้งที่เปิดกลุ่มการสอนใหม่ตลอดเวลา  เพราะทุกแพลตฟอร์มก็ปรับปรุงตัวเองตลอดเวลานั่นเอง

นอกจากบริษัทเอกชนที่มองเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ดิจิทัลมาเก็ตติ้งแล้ว  เป็นเรื่องน่ายินดีที่มหาวิทยาลัยก็เริ่มปรับปรุงหลักสูตรด้านมาเก็ตติ้ง  มีการเชิญไปสอนในหลักสูตร ปริญญาตรี และปริญญาโท  ส่วนของหน่วยงานราชการอย่างกระทรวงพาณิชย์ก็เชิญไปสอนให้กับกลุ่มผู้ประกอบการอยู่หลายครั้งต่อปี  ความรู้เรื่องดิจิทัลมาเก็ตติ้งกำลังจะเป็นเครื่องมือหลักในการเพิ่มผลประกอบการของภาคธุรกิจ  เริ่มเรียนรู้วันนี้เพื่อให้พรุ่งนี้เรายังอยู่ในธุรกิจของเราต่อไป

ข้อมูลโดย
James 062 394 9265
https://www.facebook.com/GoldfingerDigital

ทำไมเฟสบุ๊คเก่งเรื่องหาลูกค้า

ทำไมเฟสบุ๊คเก่งเรื่องหาลูกค้า

20180424094626_IMG_0397

น่าจะมีหลายคนสงสัยว่าทำไมเฟสบุ๊คถึงฉลาดเกี่ยวกับคน  เฟสบุ๊ครู้ว่าเราชอบอะไรและไม่ชอบอะไร มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับพฤติกรรมมนุษย์มาก่อน  บางคนอาจจะเผลอคิดไปเลยว่าเฟสบุ๊คน่าจะดักฟังเราอยู่ตลอดเวลา  เพราะบางทีการนั่งคุยเรื่องสิ่งของอย่างเช่น เสื้อผ้า  รองเท้า  ไปเที่ยว  ไปดูรถคันใหม่มา  พอวางสายจากการสนทนา หรือกลับถึงบ้าน  หลังจากนั้นไม่นานเมื่อเราหยิบมือถือขึ้นมาดู หรือเข้าไปเล่นเฟสบุ๊คก็พบว่ามีโฆษณาสินค้าที่เราเพิ่งพูดถึง หรือเพิ่งไปดูมา  และเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นบ่อยมากกับชีวิตในทุกวันนี้

ในฐานะที่เป็นผู้ทำการสอนการยิงโฆษณาในเฟสบุ๊คมาหลายปี  จะขอบอกว่าวันนี้เฟสบุ๊คเก่งเรื่องคนมากจริงๆ  เฟสบุ๊ครู้จักเราหรือรู้จักเจ้าของเครื่องโทรศัพท์มือถือในหลายแง่มุม  และรู้ลึกรู้จริงจนอาจจะทำนายพฤติกรรมได้เลย  แล้วหลายคนก็อยากรู้ว่าทำไมเฟสบุ๊คถึงมีความสามารถเช่นนั้น  ถ้าจะให้เล่าก็ต้องเล่าไปที่จุดเริ่มต้นว่าจริงๆแล้วเฟสบุ๊คเก่งเรื่องชาวบ้าน  เฟสบุ๊คเคยเปิดเผยข้อมูลว่า คนเข้าไปเล่นเฟสบุ๊คมี 2 วัตถุประสงค์คือ

1 เข้าไปดูเรื่องชาวบ้าน คนอื่นทำอะไร ไปไหน โพสท์อะไร 

2 ไปดูว่าชาวบ้านมาดูอะไรของเรา  เราโพสท์แล้วมีคนอ่านไหม มีคนมากดไลค์  หรือพิมพ์คอมเม้นท์หรือเปล่า

ข้อหนึ่งคงไม่ต้องสงสัย  เพราะเป็นสิ่งที่เราใช้เวลาค่อนข้างมากกับเฟสบุ๊ค  เราจะไปดูความเป็นไปของสังคม ชีวิตเพื่อนเรา ดูชีวิตคนที่เรารู้จัก  เพื่อนเราไปไหน เที่ยวไหน  กินอะไร ซื้ออะไร  เราดูสิ่งเหล่านี้ทุกวันผ่านเฟสบุ๊ค

ส่วนข้อสองเวลาเราจะดูว่าชาวบ้านมาดูอะไรของเรา ก็จะดูจากชาวบ้านมากดไลค์เรื่องของเรา  พอเราไปเที่ยวมีรูปสวยๆกลับมาก็โพสท์ลงเฟสบุ๊ค เพื่อนได้เห็น เพื่อนก็กดไลค์   บางทีเราก็ขอให้เพื่อนมากดไลค์รูปของเราด้วยซ้ำไป  เพื่อนบางคนก็เป็นขาประจำชอบดูภาพที่เราโพสท์  พ่อแม่บางคนก็โพสท์รูปเด็ก  ความเปิ่นความทะเล้นของลูก  แล้วมีคนมาคอมเม้นท์เราก็รู้สึกดี

เหตุที่เฟสบุ๊คเก่งเรื่องคน เพราะเฟสบุ๊คเก็บข้อมูลของเราในออนไลน์ในระดับที่ลึกมากถึงลึกที่สุด  โดยมีข้อมูลของเราอยู่ 4 ช่องทางที่เฟสบุ๊คจะรู้จักตัวเรา  และรู้ลึกขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไป รู้มากขึ้นตามพฤติกรรมที่เราทำผ่านเฟสบุ๊คทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว เราลองมานับหรือทบทวนกันว่าเฟสเก็บข้อมูลเรา 4 ช่องทางนี้ ที่ไหน อย่างไรกันดีกว่า

http://www.freepik.com

ช่องทางที่1  เฟสบุ๊คเก็บข้อมูลของเราจากโพรไฟล์ที่เราสมัคร  การกรอกข้อมูลครั้งแรก  ชื่อ อีเมล  และข้อมูลข้างเคียงอื่นๆเราก็มักจะมีบอกหรือกรอกแทบจะครบทุกช่องเลย  อย่างเช่น ข้อมูล อายุ โรงเรียน ทำงานอะไร ชอบเที่ยวแบบไหนดูหนังอะไร อ่านหนังสืออะไร  เราใส่ข้อมูลความชอบส่วนตัวให้กับเฟสบุ๊คไปแล้วตั้งแต่ตอนสมัครเข้าใช้งานครั้งแรก  และบางคนก็กรอกประวัติการศึกษา  รวมถึงประวัติการทำงานก็มีการกรอกเข้าไปด้วย

พอเรามีประวัติที่ละเอียดขึ้น ผู้ประกอบการต่างๆก็ใช้ประโยชน์จากประวัติการศึกษาของผู้ใช้เฟสบุ๊คได้ อย่างเช่นเรื่องประวัติการศึกษา  ถ้าเราจะค้นหาคนที่สนใจจะซื้อสินค้าของเราโดยอยากได้คนที่มีกำลังซื้อ  เราก็ค้นหาจากประวัติการศึกษาได้เพราะประวัติการศึกษาจะเกี่ยวข้องกับกำลังซื้อหรือรายได้  ถ้าเราจะหาลูกค้าที่จบมหาวิทยาลัยชั้นนำ  กลุ่มนี้ก็จะมีกำลังซื้อมากกว่าคนที่จบการศึกษาระดับมัธยม  หรือแม้แต่ประวัติการศึกษาจากเมืองนอกก็จะได้กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงมาก  สิ่งนี้ภาคธุรกิจใช้ประโยชน์จากเฟสบุ๊คได้โดยตรง

ในส่วนข้อมูลประวัติการทำงาน  ก็ช่วยหาลูกค้ากระเป๋าหนักได้  บางคนใส่ข้อมูลการทำงานระดับสูง  คนเรามักจะใส่ประวัติการทำงานที่สวยหรูละเอียดยิบ  คนส่วนมากอยากใส่โพรไฟล์หน้าที่การงานที่ดี หรูหรา  ชอบที่จะเล่าเรื่องการเรียนจบแล้วเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอก  ไปต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยท๊อปเท็นของอเมริกา  บางคนยังพยายามเล่าต่อด้วยว่ารับงานเป็น MD ให้บริษัทเอกชนอยู่เป็นปีตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปริญญาเอก แถมยังมีบริษัทมาซื้อตัวไปเป็น ceo  เรียกว่าใส่ข้อมูลระเอียดยิบราวกับพระเอกหนังจากวอลสตรีท  นี่คือธรรมชาติของคนเล่นเฟสบุ๊คส่วนใหญ่  จึงทำให้เจ้าของสินค้า หรือนักการตลาด online สามารถใช้ประโยชน์จากโพรไฟล์ขั้นเทพเหล่านี้เพื่อคัดกรองหาลูกค้าที่เหมาะกับสินค้าของเราได้

http://www.freepik.com

ช่องทางที่2 เก็บข้อมูลจากฟีดที่เราอ่าน  การเลื่อนหน้าจออ่านข้อมูลในเฟสบุ๊คไปเรื่อยๆ  เฟสบุ๊คก็เก็บข้อมูลการใช้งานของเราตลอดเวลา  เฟสบุ๊คไม่ได้เก็บข้อมูลแค่สิ่งที่เราอ่าน แต่เริ่มเก็บตั้งแต่วิธีที่เราไถฟีดเลื่อนหน้าจอเลย เฟสบุ๊คเก็บข้อมูลอัตราความเร็วของนิ้วโป้งที่เลื่อนหน้าจอ  ความเร็วเฉลี่ยในการเลื่อน 1 หน้าจอของคนทั่วโลกอยู่ที่ประมาณหน้าละ 1 วินาที  และเมื่อเราเลื่อนไปเรื่อยๆจนถึงสิ่งที่เราสนใจ เราจะเลื่อนช้าลง  เฟสบุ๊คก็จะมีตัว ai มาจับพฤติกรรมของเราได้ และเก็บข้อมูลว่า เราเห็นข้อมูลอะไรแล้วทำให้เราไถหน้าจอช้าลง หรือ ข้อมูลอะไรทำให้เราหยุดไถหรือหยุดเพื่ออ่าน เฟสบุ๊คก็จะบันทึกไว้ว่าเราหยุดที่เนื้อหาแบบไหน   และหากเราหยุดนานแล้วเอานิ้วไปแตะเนื้อหาเพื่ออ่านละเอียดขึ้น  เฟสบุ๊คก็จะตรวจจับได้ว่าเราสนใจเรื่องนั้น  ระบบจะไปดูเนื้อหาในโพสท์นั้น  caption หรือ details ภายในเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ภาพอะไร วิดีโอเกี่ยวกับอะไร  เฟสบุ๊คจะบันทึกสิ่งนั้นเอาไว้ว่าเป็นเรื่องที่เราสนใจ  และถ้าเราอยู่กับโพสท์นั้นอย่างจริงจังมากขึ้นถึงกับไปกดไลค์  เฟสบุ๊คก็จะบันทึกไว้ว่าเรื่องนี้เราชอบมาก   และพอเราทำมากขึ้นไปอีกขั้นเราแสดงความชอบโดยการใส่คอมเม้นท์ เฟสบุ๊คก็จะเก็บข้อมูลว่าเราชอบมากเป็นพิเศษ  

บางโพสท์หากคนใช้งานยังไม่ว่างอ่าน บางคนใช้วิธีกดแชร์ แล้วใส่ tag เอาไว้ว่า “แปะ”   หรือ “เดี๋ยวมาอ่าน”  นั่นก็จะยิ่งทำให้เฟสบุ๊ครู้ว่าเราชอบเรื่องนั้นในระดับซีเรียสสุดๆ  พฤติกรรมแบบนี้อยู่ในสายตาของเฟสบุ๊คทั้งหมด  การกดเข้าไปดูภาพ  ดูคลิปวิดีโอ ก็ทำให้เฟสบุ๊คเก็บข้อมูลได้ลึกขึ้น และทำให้เฟสบุ๊คเริ่มทำการคาดเดาว่าเราน่าจะชอบเรื่องแนวนี้   เฟสบุ๊คก็จะไปหาเนื้อหา ทั้งภาพและคลิปที่คล้ายกันมาให้เราดู  และยิ่งเราตอบสนองต่อสิ่งที่เฟสบุ๊คหยิบยื่นให้  เฟสบุ๊คก็จะยิ่งมีข้อมูลที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

http://www.freepik.com

ช่องทางที่3 เก็บจากลิงค์ภายนอกที่เราไปกด   ถ้าในโพสท์ของเฟสบุ๊คมีเนื้อหาเว็บที่เป็นลิงค์สู่ภายนอก  เมื่อเรากด เราจะออกกระโดดออกจากเฟสบุ๊ค   เฟสบุ๊คจะคอยจดจำว่า เนื้อหาเกี่ยวกับอะไรที่ทำให้เราออกจากเฟสบุ๊ค สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่เราสนใจมากเช่นกัน  ความสนใจแบบนี้ก็จะถูกบันทึกไว้  ตลอดเวลาที่เราใช้งานเฟสบุ๊ค  ระบบ ai ของเฟสบุ๊คจะเรียนรู้ตลอดเวลาว่าเราทำอะไร กดอะไร อ่านอะไร ไปอ่านเรื่องของใครบ่อยๆ  แม้แต่การออกจากเฟสแล้วไปเล่นใน app อื่น หรือไปเล่นในเว็บอื่น  เฟสบุ๊คก็จะยังรู้ได้ว่าเราไปไหน  เพราะเฟสบุ๊คมีเครื่องมือที่ชื่อว่า pixel ที่เป็นชุดคำสั่งสำหรับการฝังไว้ในเว็บ โค้ดชุดนี้จะถูกสร้างจากการโฆษณาของเรา  เจ้าของเพจจะสามารถใส่ pixel ไว้ในเว็บได้  และชุดคำสั่งนี้จะส่งข้อมูลการใช้งานของผู้คนกลับมายังเฟสบุ๊ค  มันละเอียดถึงระดับที่ว่า ลูกค้าอยู่หน้าไหน ลูกค้าอยู่ในเว็บนานแค่ไหน  กำลังดูอะไรอยู่  ทุกอย่างจะถูกรายงานทันที  เจ้าของสินค้าจะรู้ว่ามีคนกำลังใช้เวลากับเว็บ  เราสามารถใช้เงื่อนไขพฤติกรรมนี้เพื่อส่งโฆษณาไปให้เขาได้เลย  พอเขาเปิดเฟสอีกครั้ง โฆษณานี้จะขึ้นในเครื่องเขาในหน้าแรกๆทันที

แล้วกรณีที่บริษัทเราไม่มีเว็บเป็นของตัวเอง เราก็ยังสามารถไปเปิดร้านในมาเก็ตเพลสอย่าง lazada หรือ shopeeได้  เมื่อเราเอาสินค้าไปวางขาย  ตัวระบบของมาเก็ตเพลสก็จะมีเครื่องมือที่จะรายงานว่า มีคนดูโปรดักส์ของเราอยู่กี่คน  เครื่องมือของเฟสบุ๊คนี้ถ้าติดตั้งในเว็บเรียกว่า facebook pixel ถ้าติดตั้งใน application จะเรียกว่า facebook SDK

เคยสังเกตุไหมว่าเมื่อเราดูเว็บagoda เพื่อดูห้องพักโรงแรม  พอเราออกจาก agoda แล้วไปเล่นเฟสบุ๊ค เราจะเห็นโฆษณาจาก agoda เข้ามาในเฟสบุ๊คของเราอีกรอบ  แทบจะทันที  มันเป็นการทำงานของระบบ pixel เวลาเราดูข้อมูลห้องพักโรงแรม แล้วเรายังไม่จอง เมื่อเราไปเล่นในเว็บอื่น หรือ กลับไปเล่นในเฟสบุ๊ค  เราจะไปเจอโฆษณาห้องพักนั้นในเฟสบุ๊ค  โฆษณาจะตามติดไปกับเราอีกพักใหญ่ๆจนกว่าเราจะซื้อ  และเมื่อมีการซื้อไปแล้ว ระบบก็จะรับรู้และเตรียมโฆษณาสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้องให้กับเรา  อย่างเช่น เมื่อเราดูโฆษณาเคสโทรศัพท์มือถือ พอดูแล้วเลือกแต่ยังไม่ซื้อ  เราจะเห็นโฆษณาเคสโทรศัพท์เข้ามาในเฟสบุ๊คอย่างสม่ำเสมอ  และเมื่อมีการซื้อไปแล้วระบบก็จะเปลี่ยนโฆษณาโดยอัตโนมัติ  เฟสบุ๊คอาจจะเอาสายชาร์จและเพาเวอร์แบงค์มาให้เราดูแทน  นั่นคือความฉลาดของระบบ ai  ซึ่งเว็บไซต์และ app หลายๆตัวก็มีความสามารถแบบนี้เป็นส่วนใหญ่  เราเรียกกระบวนการเปลี่ยนสินค้าที่โฆษณานี้ว่า cross selling หรือขายสินค้าที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งจะมีอีกคำที่มาคู่กันคือ upselling หรือ ขายสินค้าในปริมาณที่มากขึ้นหรือความพยายามที่จะทำให้นักช็อปจ่ายเงินมากขึ้น

digital-airport-29nov2005f66

ช่องทางที่4 เก็บจาก location หรือ gps บนโทรศัพท์  ปกติที่เราพกโทรศัพท์ติดตัวไปตลอดเวลา  โทรศัพท์ก็จะบันทึกสถานที่ที่เราเดินทางไป เฟสบุ๊คจะรู้ตำแหน่งของเรา  ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากตำแหน่งของลูกค้าได้  เจ้าของร้านอาหารสามารถโฆษณาให้คนที่พักอาศัยหรือทำงานใกล้ร้านค้าได้เห็นโฆษณาเมนูอาหารได้  ร้านอาหารไม่ต้องใช้วิธีดั้งเดิมในการเดินแจกใบปลิว  ถ้าเป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเราก็สามารถให้เฟสบุ๊คหาคนสนใจก๋วยเตี๋ยวในพื้นที่ ระยะทางไม่เกิน 3 กม. แล้วส่งโฆษณาเข้าไปที่มือถือของเขาได้เลย  ตัวเลข 3 กม.เป็นตัวเลขสวรรค์ ตัวเลขนี้มาจากผู้ให้บริการส่งอาหารแล้วพบว่าลูกค้าส่วนมากจะซื้ออาหารไม่เกิน 3.2 กม. ด้วยเหตุผลว่าค่าส่งจะถูก หรือ ยอมรับค่าส่งได้  ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านอาหาร ก็ควรโฆษณาแล้วหาลูกค้าในระยะ 3 กม. ก่อน หากตอบสนองลูกค้าทัน สามารถรับลูกค้าเพิ่มได้ก็ค่อยเพิ่มระยะทางให้ไกลขึ้นได้

ถ้าคุณเป็น โรงแรม หรือทำธุรกิจท่องเที่ยว  คุณก็สามารถใช้เฟสบุ๊คหาลูกค้าให้ได้เลย  อย่างเช่น ตอนที่เราเดินลงจากเครื่องบินในสนามบินเชียงใหม่  โฆษณารถเช่ารถรับจ้างก็จะเด้งเข้ามาในโทรศัพท์ทันที  เรื่องนี้เกิดขึ้นตลอดเวลาที่สนามบิน  ผู้ให้บริการที่ใช้เฟสบุ๊คหาลูกค้าเช่ารถย่อมไม่พลาดวิธีนี้

เราพอจะเข้าใจได้แล้วว่าเฟสเก็บข้อมูลจาก 4 แหล่งอย่างประสิทธิภาพ  มีความถูกต้องสูงมาก  และเมื่อนำข้อมูลพฤติกรรมทั้งหมดมาประมวลผลทำให้เฟสบุ๊คมีความสามารถในการพยากรณ์ว่าใครน่าจะเป็นลูกค้าเราโดยมีความแม่นยำมากถึง 85%   ความแม่นยำนี้ทำให้มีหลายคนถึงกับพูดว่า เฟสบุ๊ครู้จักตัวเรายิ่งกว่าตัวเราเองเสียอีก  ซึ่งทำให้ข้อสังเกตเรื่องการดักฟังกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นต้องทำเลย  เพราะเฟสบุ๊ครู้จักเราลึกมากจากแหล่งที่มาข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมา

สำหรับธุรกิจ เฟสบุ๊คสามารถหาคนที่น่าจะสนใจสินค้าของเรามาให้ได้อย่างต่อเนื่อง  เรียกได้ว่าเฟสบุ๊คหา opportunity ให้กับเรา ในขณะเดียวกันสินค้าของเราก็ต้องมีความพร้อมที่จะปิดการขายด้วย  ฝ่ายขายของธุรกิจต้องมีความสามารถโน้มน้าวให้ลูกค้าซื้อด้วยถึงจะเกิดผลลัพธ์   แปลว่านอกจากความรู้เรื่องการยิงโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายแล้ว งานหลังบ้านอย่างทีมเซลส์ที่จะปิดการขาย ทีมเก็บเงิน ทีมส่งสินค้าก็ต้องพร้อมเช่นกัน  

ข้อมูลโดย
James 062 394 9265
https://www.facebook.com/GoldfingerDigital

IMG_0845

พาลูกเที่ยวคาเฟ่หมาคอกี้

หมาพันธุ์คอกี้ หรือ corgi เป็นหมาขาสั้น ตัวเตี้ย มีความน่ารักโดยธรรมชาติ นิสัยน่ารัก เชื่อง ฝึกฝนให้อยู่ร่วมกับคนได้ สามารถฝึกให้ทำงานเป็นพนักงานประจำบาร์กาแฟได้ ร้านอยู่แถวถนนกัลปพฤกษ์ ทางเข้าดูชวนสับสนนิดหน่อย แต่ภายในก็มีที่จอดรถ ร้านแต่งสวย แอร์เย็นสบาย กาแฟหอมดี

2022-07-13_02-48-16

นักเที่ยวทุกท่านต้องเสียค่าดริ๊งค์ 350 บาท เด็กสูงเกิน 110 ซม.นับเป็นผู้ใหญ่ ได้เครื่องดื่ม 1 แก้ว สามารถอยู่เล่นกับหมาได้นานเท่าที่ต้องการตราบใดที่หมาหรือคนยังไม่เบื่อเสียก่อน

IMG_1359

ก่อนจะเข้าพื้นที่หมา ต้องเปลี่ยนรองเท้าเป็นถุงหุ้มสีน้ำเงินในภาพ แล้วก็เดินเล่น นั่งเล่น กับหมาในห้องที่เตรียมไว้ได้เลย มีโต๊ะอยู่ไม่กี่ที่ น่าจะเหมาะกับนักท่องเที่ยวไม่เกิน 10 คนต่อห้อง ถ้าไปกันเยอะก็ไม่น่านั่งเท่าไหร่ ส่วนของพนักงานหมามีความน่ารัก หลายตัวดูเหมือนจะยิ้มให้กล้องได้ พนักงานที่เป็นคนก็นิสัยดี พูดจาเรียบร้อย

IMG_1278

ในห้องนั่งเล่น จะมีอาหารหมาขาย เป็นเนื้อไก่ต้ม ชามเล็กๆ ชามละ 100 บาท หยิบมาแจกหมากินทีละนิด เวลาจะให้น้องหมา นั่ง ขอมือ สื่อสารอะไรก็ตาม ถ้ามีอาหารอยู่ในมือน้องหมาจะพยายามทำเต็มที่เลย ใครสนใจ ใครชอบหมา อยากเล่นกับหมาก็แนะนำให้ลองแวะไปที่นี่ได้ ทางเข้าหายากนิดหน่อย มีเลี้ยวผิดบ้าง แต่สุดท้ายก็ไปถึง

Corgi in the garden

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/fEqcSC3VWHLzrA3P9
  • ที่อยู่ : 338/1 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางหว้า กรุงเทพมหานคร
  • เปิดบริการ : 09.30 – 17.30 น. (ปิดวันจันทร์)
  • โทร : 06-2865-6156
  • ที่จอดรถ : มี
  • เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/corgiinthegarden

ฮอนด้าฟรีด ไฟabsเตือน พร้อมไฟเบรคมือ

IMG_20220621_060621

รถฮอนด้าฟรีดอายุประมาณ 12 ปี ใช้ไปแล้ว 282818 กิโลเมตร ระหว่างที่ขับอยู่ก็มีไฟเตือนขึ้นมา อาการไฟเตือนมีมาก่อนหน้านี้ 1 วัน ไม่ทราบสาเหตุ แต่รถก็ยังใช้งานได้ปกติ สัญลักษณ์ไฟ abs กับ เบรคมือติดคู่กัน ลองเช็คเบรคมือก็ไม่ได้ถูกกดค้างไว้ เบรคมือของฮอนด้าฟรีดอยู่ที่เท้าซ้าย ซึ่งทดลองใส่เบรคและปลดเบรคแล้ว ไฟก็ยังไม่ดับ พอเข้าเว็บหาข้อมูลก็พบว่ามีหลายคนบอกให้ตรวจสอบระดับน้ำมันเบรคว่าพร่องไปไหม บางคนบอกให้เข้าศูนย์เพื่อตรวจปั๊ม abs ด้วย เพราะถ้าระบบเบรคเสียจริงๆจะเป็นการขับรถที่อันตรายมาก

IMG_20220622_160731

ก็เลยเอารถเข้าศูนย์แห่งหนึ่ง ไปเพื่อให้ตรวจหาสาเหตุของไฟที่แสดงผลไม่เลิก และได้เล่าให้ศูนย์ฟังว่าช่วยตรวจระบบเบรคด้วยเนื่องจากกลัวว่าจะมีปัญหา เจ้าหน้าที่แจ้งรายละเอียดกลับมาว่า ค่าตรวจหาสาเหตุไฟ abs สว่างประมาณห้าร้อยบาท ส่วนการตรวจระบบเบรคนั้นสามารถใช้บริการตรวจเพื่อเดินทางไกลได้ ค่าใช้จ่ายประมาณห้าร้อยบาทเช่นกัน ดังนั้นการเข้าศูนย์ตรวจครั้งนี้ใช้เงินพันกว่าบาท ตรวจเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ไฟเตือนติดสว่างสองดวงอย่างในภาพ และศูนย์ใช้เวลาประมาณ 5 ชม. เพื่อตรวจสอบ

IMG_20220708_160956

ส่งรถประมาณ 9.30 น. ตรวจจบตอนหลังสามโมงเย็น ผมก็ไปรับรถแล้วได้เอกสารการตรวจกลับมา ตามภาพ มีรายการของเสียจำนวนมาก ที่น่าสนใจก็คือ ช่างของศูนย์ตรวจระบบเบรคแล้วแจ้งอาการว่า ผ้าเบรคด้านหน้าหมดแล้ว มันบางจนเหลือ 0 มม. คือไม่เหลือผ้าเบรคแล้ว เห็นเนื้อเหล็กแล้ว มีตรวจสอบแรงดันแบตเตอรี่ยังอยู่ในระดับใช้งานได้ปกติ มีแจ้งโช้คเสื่อม บางเบ้าโช้คเสื่อม ยางปัดน้ำฝนเสื่อม ส่วนไฟเตือนที่ติดสองดวงนั้นเกิดจากปั๊มabs รวน ต้องเปลี่ยนด้วยเช่นกัน และราคาของปั๊ม abs ศูนย์แจ้งมา 29990 บาท เป็นราคาที่น่าตกใจมาก รับรถออกมาตั้งหลักก่อน จ่ายค่าตรวจไป 1030 บาท

IMG_20220624_171419

วันต่อมาผมขับรถไปให้ร้านช่วงล่างแถวบ้านเพื่อเปลี่ยนผ้าเบรคแล้วให้ทางร้านตรวจระบบเบรค ระบบปั๊ม abs ให้ด้วย ซึ่งทางร้านก็เช็คตรวจสอบให้อีกครั้งตามรายการที่ศูนย์ฮอนด้าเคยตรวจให้ ร้านช่วงล่างให้ข้อมูลว่า ไฟเตือน2ดวงที่ติดอยู่มันอาจมีจากหลายสาเหตุ น้ำมันเบรคพร่องก็ใช่ ผ้าเบรคกำลังจะหมดก็ใช่ เขาตรวจสอบผ้าเบรคแล้วทำการเปลี่ยนผ้าเบรคคู่หน้า เปลี่ยนน้ำมันเบรค สองรายการนี้ค่าใช้จ่ายรวมกันรวมค่าแรงแล้วผมจ่าย 2600บาท และไฟเตือนหายไปแล้ว ส่วนเรื่องโช้คเสื่อม ยางเบ้าโช้คเสื่อม ช่างที่นี่บอกว่า รถยังขับแล้วนุ่มนวลอยู่ ยังไม่รู้สึกว่าต้องเปลี่ยน ผมก็เลยยังไม่เปลี่ยน

20220624182421_IMG_0980

ก่อนออกจากร้านช่วงล่าง ผมขอผ้าเบรคอันเก่ากลับมาด้วย แล้วก็ถ่ายภาพไว้ว่านี่คือผ้าเบรคที่ศูนย์บอกว่าผ้าเบรคหมด เห็นเหล็กแล้ว ซึ่งดูด้วยตาผมก็เห็นว่ามันบาง แต่คำว่าเห็นเหล็กแล้วผมก็ไม่เข้าใจว่าศูนย์ฮอนด้าหมายถึงอะไร ทางร้านช่วงล่างแนะนำว่าน้ำมันเบรคให้เปลี่ยนทุก 2 ปี ส่วนผ้าเบรค ถ้าบางเหลือความหนาไม่ถึง 4มม. ก็ให้เปลี่ยน ในภาพนี้ก็บางมากแล้ว แต่ไม่ได้หมดถึงเนื้อเหล็ก

ผมขับรถไปอีกสองสัปดาห์ ไปเตือนสองดวงหายไปแล้ว รถอาการเหมือนปกติ


เมื่อตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด

โควิด19 ระบาดในประเทศไทยมาตั้งแต่ปีพศ.2563 ต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ กำลังจะกลางปี พศ2565 แล้ว เป็นเวลาสองปีกว่า ประเทศไทยผ่านการระบาดครั้งใหญ่มาประมาณ 4 ครั้ง โดยในปีนี้ทางรัฐบาลเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้แล้วประมาณ 80% ซึ่งทำให้คนส่วนมากเมื่อติดเชื้อโควิด19 ก็จะอาการไม่หนัก ทำให้อัตราคนป่วยที่เข้า รพ. ไม่ล้นทะลักเหมือนในช่วงปีแรก ยอดคนเสียชีวิตก็ไม่สูงเท่าตอนระบาดหนักๆ

IMG_20220424_075257

ผมเป็นคนที่ฉีดวัคซีนมาแล้วสามเข็ม เป็น astra + astra + pfizer แต่ก็โชคร้ายมาติดเชื้อจนได้ในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีผลตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด ทีแรกก็คิดว่าจะไม่เชื่อผล ATK เพราะมันผิดพลาดได้ 1 เปอร์เซ็น แต่ว่า มีอาการเจ็บคอด้วยซึ่งเป็นอาการที่ผมไม่เคยเป็นมานานหลายปีมากแล้วก็เลยคิดว่าน่าจะติดเชื้อจริงๆ เมื่อทำใจได้แล้วก็เริ่มขั้นตอนการกักตัว ถ้าเป็นก่อนหน้านี้สัก 12 เดือน การติดเชื้อจะเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะวัคซีนยังไม่มี คนป่วยเพราะโควิดที่มีอาการหนักจะถึงกับเข้า icu หรือไม่ก็ถึงตายได้เลย และในประเทศไทยก็มีคนดังที่ตายไปแล้วด้วย

รอบนี้ผมติดโควิดแต่อาการเบา นับว่าเป็นสิ่งที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการระดมฉีดวัคซีนอย่างจริงจัง เมื่อผลตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด สิ่งที่เราต้องทำก็คือกักตัวที่บ้าน เพราะที่ผ่านมาโรงพยาบาลและโรงแรมที่รับกักตัวต่างก็เต็มตลอดเวลา การกักตัวที่บ้านจะมีคำถามตามมาว่าเราจะหายาจากที่ไหน ต้องกินยาอะไร อาหารต้องจัดส่งให้คนกักตัวยังไง คนที่เพิ่งติดครั้งแรกแบบผมต้องบอกว่าไม่รู้งานเลย ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็เลยเริ่มหาข้อมูลจากอินเทอเน็ต ซึ่งพอเริ่มหาก็เจอข้อมูลเยอะมาก และต่างคนก็ต่างแนะนำ ต่างคนต่างหวังดีแนะนำด้วยความคิดเห็นส่วนตัวก็เยอะ ทำให้เราใช้เวลาอ่านข้อมูลประมาณ 2 ชม. ยังไม่รู้เรื่องเลยว่าควรทำอะไรบ้าง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเข้าเว็บของ สปสช ที่ย่อมาจากคำเต็มว่าอะไรก็ไม่รู้ เข้าไปลงทะเบียนในเว็บว่าเราติดเชื้อแล้วด้วยการตรวจ ATK ซึ่งในระบบจะให้กรอกข้อมูลประจำตัว อย่างชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ จากนั้นก็รอเวลา เดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา ซึ่งหลายคนก็แนะนำว่า ต้องโทรจิก โทรตาม เพราะเคยมีเคสที่ไม่มีใครติดต่อกลับเลย มีคำขู่สลับคำแนะนำสารพัด แต่สุดท้ายผมก็เลือกที่จะรอการติดต่อกลับ


ลงทะเบียนติดโควิด

https://crmsup.nhso.go.th/#TicketHI

ประมาณ 4 ชม. มีคนโทรมาอธิบายว่า เขาเป็น รพ.ที่ช่วยดูแลคนติดเชื้อที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน หรือ Home isolation ทางเจ้าหน้าที่ รพ. ได้แนะนำให้สื่อสารผ่านโปรแกรม line โดย รพ. จะส่งอุปกรณ์การวัดไข้ เครื่องวัดระดับอ๊อกซิเจนในเลือด ยาลดไข้ ยาลดการไอ เจลแอลกอฮอลฺ์ เกลือแร่แบบผง ถุงพลาสติก มาให้ ซึ่งไม่มีฟ้าทะลายโจร ไม่มียาฟาวิพิราเวียร์ สองตัวหลังที่กล่าวนี้เป็นสองตัวที่ชาวเน็ตแนะนำให้กินด่วน กินทันที กินเยอะๆ ซึ่งผมเลือกที่จะไม่กิน ไม่หามากิน เพราะมีเคสตัวอย่างจากคนรู้จักที่เขากินยาฟาวิฯ เยอะ กินฟ้าทะลายโจรเยอะ แล้วต้องรักษาตับต่อหลังจากหายจากโควิด

IMG_0639

นอกจากยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์แล้ว ทางโรงพยาบาลยังได้ให้ข้าวด้วย โดยให้คนกักตัวเลือกว่าจะรับอาหารกล่อง วันละ 3 กล่อง หรือจะเอาโค้ดสั่งอาหารจาก Grab ไปสั่งเองโดยมีส่วนลด 300 บาทให้ใช้ตอนสั่งอาหารวันละครั้ง ทีแรกผมก็เลือกข้าวกล่อง 3 กล่องต่อวัน วันถัดมาก็มีคนส่งข้าวกล่องให้

IMG_0635

ในแต่ละวันทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะสื่อสารกับคนป่วยทาง line และขอให้เราถ่ายภาพเครื่องวัดอุณหภูมิและเครื่องวัดอ๊อกซิเจนทุกวัน โดยเราจะต้องกักตัวอย่างน้อย 7 วัน และอาหารจะมาส่งวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 3 กล่อง หลังจากที่รับอาหารไป 2 วัน ผมก็ขอเปลี่ยนเป็นโค้ดส่วนลดเพื่อใช้สั่งอาหารจาก grab แทน ซึ่งผมได้โค้ดส่วนลดวันละ 300 บาท ใช้สั่งอาหารได้ 1 ครั้งต่อวัน

IMG_20220424_185513

IMG_20220429_105631

อาการป่วยที่พบตั้งแต่วันแรกก็คือมีไข้อ่อนๆ อาการเจ็บคอเริ่มมากขึ้น ตอนกลางคืนนอนแล้วต้องเปิดแอร์แบบไม่เย็นมาก เพราะอาการไข้ทำให้รู้สึกหนาว อาศัยกินยาลดไข้อย่างพาราเซ็ตตามอลทุก 6 ชั่วโมง เมื่อยาออกฤทธิ์ไข้ก็ลง แล้วพอผ่านไปหลายๆชั่วโมงก็มีไข้อ่อนๆอีกครั้ง วนเวียนกินยาลดไข้ทุก 6 ชั่วโมง กินอยู่ประมาณ 3 วัน อาการไข้ก็หมดไป

IMG_0656

อาการไอมีตั้งแต่วันที่สองนับจากวันที่ตรวจ Atk ไอมากขึ้น บางครั้งก็ไอเป็นชุด ผู้ดูแลจัดยาน้ำแก้ไอมาให้ด้วย ผมจิบยาแก้ไอทั้งขวดหมดไปในเวลาประมาณ 3 วัน ส่วนยาเม็ดที่กดอาการไอจะกินตอนหัวค่ำ เพื่อให้ตอนนอนไม่ไอเยอะเกินไป อาการไอจะค่อยๆน้อยลงไปตามอาการไข้ ประมาณสามวันก็ไอน้อยลงจนเหมือนไม่ป่วยแล้ว

อาการมีเสลดในคอ อยากคายเสลดอยู่หลายครั้ง อาการคันคออยากขากเสลดจะนานๆมาที และเป็นอยู่ประมาณ 7 วัน หลังจากนั้นก็แทบจะหายไปแล้ว

ส่วนภรรยาผมก็ติดเชื้อในสามวันถัดมา ก็ดำเนินการลงทะเบียนแล้วรอผู้ดูแลติดต่อกลับ และก็ได้ รพ.อีกแห่งหนึ่งมาดูแล ภรรยาได้อุปกรณ์วัดไข้ และ เครื่องวัดอ๊อกซิเจน รวมถึงยาแก้ไข้ จัดส่งให้ ส่วนเรื่องอาหารระหว่างกักตัว ภรรยาได้โค้ดลด 200 บาทสำหรับการสั่งอาหารผ่าน foodpanda แทน

IMG_20220506_211127



ลูกชายผมก็ติดเชื้อในอีกสามวันถัดจากภรรยา ผมลงทะเบียนให้ลูก และติดต่อกับคนดูแลผ่านทางโปรแกรม line เช่นเดียวกัน ลูกชายจะได้ของกล่องใหญ่เลย เป็นอุปกรณ์วัดไข้ และที่วัดอ๊อกซิเจน รวมถึงอาหารแห้งอีก 21 กล่อง คิดว่าเพราะเป็นเด็กเลยไม่ได้ให้โค้ดลดไปสั่งอาหาร ให้อาหารกึ่งสำเร็จรูปแทนเสียเลย ทีแรกก็ตื่นเต้นที่เห็นข้าวกล่องแบบต้องอุ่นร้อนเยอะๆมากองไว้ แต่พอได้ลองเปิดมาทำกินแล้วก็ค้นพบว่า มันคืออาหารคล้ายๆมาม่าละลายน้ำ ไม่มีโปรตีนเลย ลองทำกินไป 1 กล่องแล้วก็วางไว้ทั้งหมดไม่แตะอีกเลย อาหารแนวโจ๊กกึ่งสำเร็จ เส้นหมี่กึ่งสำเร็จ ละลายน้ำร้อนเหล่านี้เป็นของที่ไม่มีประโยชน์ต่อคนป่วย ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลหรือผู้ดูแลดำเนินการเปลี่ยนด้วย

20220430190833_IMG_0695

ลืมเล่าไปอีกอย่าง ทางผู้ดูแลนอกจากจะขอผลการวัดไข้และอ๊อกซิเจนแล้ว ยังขอให้เราถ่ายภาพอาหารที่ระบบจัดให้ด้วย ได้ข้าวกล่องก็ถ่ายภาพข้าวกล่อง ถ้าได้เป็นส่วนลด grab ก็ถ่ายภาพสิ่งที่สั่งมากิน ทุกวันจะต้องส่งสามอย่างนี้ให้ผู้ดูและ พอครบ 7 วันก็หมดโปรแกรม อาหารหยุดส่ง โค้ดส่วนลดที่เคยได้ก็จะไม่มีแล้ว และทางผู้ดูแลจะจัดทำเอกสารใบรับรองแพทย์ให้เผื่อเอาไว้ใช้ในอนาคต เพราะบางคนอาจต้องส่งเป็นเอกสารการลาพักงาน หรือบางคนต้องส่งเบิกประกัน

ทุกคนจะกักตัวให้ครบ 10 วันนับจากวันที่มีอาการป่วยวันแรก เมื่อพ้นเวลา 10 วันแล้วก็ออกจากบ้านได้ ไปทำธุระ ไปใช้ชีวิตได้ การป่วยติดเชื้อโควิดในครั้งนี้พวกเราไม่มีอาการรุนแรง ยิ่งเด็กน้อยอายุ 10 ขวบ มีไข้แค่วันเดียวเท่านั้น ผมตรวจ ATK อีกครั้งในวันที่ 5 หลังจากตรวจครั้งแรกยังขึ้น 2 ขีดอยู่ ส่วนในวันที่ 7 ลองตรวจอีกครั้งก็ขึ้นแค่ 1 ขีดเท่านั้น

ผ่านการป่วยและกักตัวในรอบนี้ทำให้ได้รู้ว่ารัฐบาลพยายามหาทางช่วยเหลือประชาชนด้วยวิธีที่ประหยัดและฉลาด การดำเนินการให้ผู้ป่วยอาการเบาได้กักตัวอยู่บ้านเป็นวิธีการที่ดีมาก การจัดส่งอุปกรณ์จำเป็นและอาหารตอนกักตัวก็เป็นวิธีที่ฉลาดต้องขอชื่นชมคนทำงานที่คอยบริหารจัดการเรื่องเหล่านี้ โควิดสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ได้รับวัคซีนที่ดีจะเป็นแค่อาการเบา สามารถรอเวลาเพื่อหายได้เอง อย่างมากก็กินยาตามอาการ คนในบ้านผมผ่านการติดเชื้อครั้งนี้ด้วยอาการเบาถึงเบามากทุกคน เราโชคดีที่มีวัคซีนคุณภาพ ขอบคุณหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศที่บริหารจัดการ หาวิธีแก้ปัญหาตลอดเวลาจนประเทศเรามีความพร้อมที่จะรับมือกับโรคระบาดอย่างโควิด หลังจากนี้พวกเราก็จะได้มั่นใจว่าเราสามารถใช้ชีวิตได้เกือบปกติ เร่งทำงาน เร่งพัฒนา เพื่อกอบกู้เศรษฐกิจที่ยับเยินของประเทศกัน

หมายเหตุ

หลังจากที่ได้อุดหนุน Grab และ foodpanda ในช่วงกักตัว ผมค้นพบว่า ร้านอาหารส่วนใหญ่ในระบบเป็นของราคาแพง ไม่มีของถูกให้สั่งเลย อาหารปกติที่เราเคยกินราคา 40-50 บาท พอไปอยู่ในระบบกลายเป็น 80 แถมยังต้องมีค่าส่งอีกต่างหาก บางร้านขายของในราคาห้าง ข้าวหมูทอดสไตล์ญี่ปุ่นหน้าตาญี่ปุ่น ขายกัน 200-300 บาทต่อชาม มันเป็นราคาที่ทรมานใจมากสำหรับคนรายได้น้อย ร้านอาหารที่อยู่ในระบบน่าจะมีเมนูราคาประหยัดให้เลือกบ้าง ผมเข้าใจว่าธุรกิจต้องการกำไรสูงสุด แต่ก็ควรมีรายการราคาประหยัดให้เลือกด้วย เพราะคนที่พร้อมจะจ่ายระดับสูงสุดในประเทศเรามีไม่มาก คนส่วนใหญ่รายได้หดหาย เงินเดือนลด ตกงาน อาหารเลี้ยงชีวิตต้องการแค่หายหิว ถ้าแพล็ตฟอร์มต่างประเทศเน้นกำไร ประเทศเราน่าจะมีแพล็ตฟอร์มในประเทศที่ทำเล็กๆ ต้นทุนบริหารราคาต่ำ สำหรับของราคาไม่แพง เรื่องเหล่านี้ รัฐบาลเป็นเจ้าภาพจัดทำได้ หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยก็น่าจะจัดทำได้

เปลี่ยนหลอดไฟถอย สวิฟท์2012 t20 ไส้เดี่ยว

ScreenClip

รถยนต์ suzuki swift 2012 เป็นรถ eco car ที่ออกมาขายตั้งแต่ปี 2012 ได้รับความนิยมในประเทศไทยเป็นอย่างมาก รถในบ้านเป็นรถของคุณภรรยา และไฟถอยดับไป 1 ข้าง ก็เลยหาข้อมูลแล้วซื้อเปลี่ยน ค้นในเน็ตเจอชื่อรุ่นว่าเป็น T20 ก็เลยไปซื้อจากร้าน diy แห่งหนึ่ง แล้วก็เอากลับมาเปลี่ยน ปรากฏว่า ใช้ไม่ได้

20220409162335_IMG_0238
หลอดซ้ายคือหลอดที่ดับ หลอดขวาคือ T20 ที่ซื้่อมาแต่ขั้วไม่เหมือนกัน

หลอด T20 ที่เป็นหลอดสำหรับใส่ไฟถอยหลัง ไฟเลี้ยว ไฟหรี่ในรถหลายรุ่น T20 จะหลายสเป็ค สเป็คที่เป็นไฟท้ายในรถสวิฟท์จะเป็นขั้วเขี้ยว และจะมีแยกย่อยอีกเป็น สเป็คแรกคือ T20 ไส้เดี่ยว และสเป็คที่สองคือ T20 ไส้คู่ การใช้งานจะแตกต่างกัน ขั้วหลอดไฟก็จะแตกต่างกัน ในเว็บส่วนมากจะบอกแค่ว่า swift 2012 ใช้ไฟถอยชนิด T20 ขั้วเขี้ยว ไม่ได้บอกว่าไส้เดี่ยวหรือไส้คู่ ก็เลยได้ซื้อผิดกันเป็นประสบการณ์ เพราะไม่ได้ถอดหลอดเก่าไปเทียบ คิดว่าแค่ซื้อให้ตรงชื่อก็น่าจะได้แล้ว

20220414120746_IMG_0412
หลอดซ้ายคือหลอดที่ดับ หลอดขวาคือ T20 ไส้เดี่ยว ขั้วเดี่ยว ซื้อรอบสองให้ตรงรุ่น

รอบแรกได้มาเป็นไส้คู่ ก็ใช้ไม่ได้ เลยต้องไปซื้อใหม่ คราวนี้ร้าน DIY ร้านเดิม หรือร้านตลาดนัดทั่วไป ร้านอะไหล่อิเล็คทรอนิกส์ก็ไม่มีหลอดรุ่นไส้เดี่ยว สุดท้ายต้องไปร้านอะไหล่รถยนต์ ถอดหลอดเก่าที่ดับไปให้ดูแล้วก็ซื้อกลับมา แต่การถอดหลอดเดิมก็ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะเหมือนกัน เพราะโคมไฟท้ายรถจะต้องถอดด้วยแหวนพิเศษ จำเบอร์ไม่ได้ ซึ่งปกติบ้านคนทั่วไปไม่มี เลยต้องซื้อเครื่องมือเพิ่มอีก 1 ชิ้นเอาไว้ถอดน็อตที่ล๊อคโคมออก

ถ้ารู้ว่าหลอดไฟมีสองสเป็ค ก็จะหาข้อมูลให้นานขึ้น ก็เลยมาพิมพ์โน้ตไว้ให้อ่านสำหรับคนที่อยากจะเปลี่ยนไฟท้ายรถซูซูกิสวิฟท์ด้วยตัวเอง แม้ว่าเอาเข้าศูนย์จะแก้ปัญหาได้ แต่บางทีเราก็ไม่สะดวกจะแวะ และไม่ได้อยู่ใกล้ศูนย์