เมื่อให้ลูกถือกล้องถ่ายภาพไปโรงเรียน

 

โรงเรียนเพลินพัฒนามีกิจกรรมหนึ่งที่ให้นักเรียนแต่งตัวเป็นคนในครอบครัว  โดยให้เด็กเลือกว่าจะเป็นใครแล้วก็แต่งตัวเลียนแบบไปเลย  ขอบฟ้า ลูกของผม เลือกจะเป็นตัวเอง  คือไม่เป็นพ่อแม่หรือตายาย  ไม่เป็นใครเลย  จะเป็นตัวเอง แต่ตัวของตัวเองแบบขอบฟ้าจะมีกล้องถ่ายรูปที่เล่นอยู่เป็นประจำด้วย  ก็เลยให้ถือกล้องไปโรงเรียน

2015-01-01 newyear partyIMG_0058

การไปโรงเรียนแบบมีกล้องถ่ายภาพ สำหรับเด็ก 5 ขวบก็ดูจะเป็นอันตรายต่อกล้องนิดหน่อย แต่ขอบฟ้าคุ้นเคยกับกล้องถ่ายภาพมาตลอดชีวิตตั้งแต่มีลมหายใจ  ตั้งแต่มือมีแรงก็หยิบจับของเล่นสารพัด และหนึ่งในหลายสิ่งก็มีกล้องถ่ายรูปของพ่ออยู่ด้วยที่หยิบมาเล่น หยิบมาถ่ายเป็นประจำ

IMG_20161204_194617

IMG_20161204_192035

ผมหัดให้ขอบฟ้าได้ถ่ายภาพแบบจริงจังมาสักปีกว่า  คำว่าจริงจังสำหรับเด็กอนุบาลหมายถึงถ่ายภาพแล้วต้องได้ภาพ  ได้ภาพคนเต็มตัว หรือ ได้ภาพคนครึ่งตัวก็ต้องได้ตามที่คิดไว้ รวมไปถึงการชื่นชอบอะไรแล้วถ่ายสิ่งของสิ่งนั้นด้วย  ผลการฝึกมาหลายครั้ง ในระยะเวลาปีกว่าก็ทำให้ขอบฟ้ามีทักษะการถือกล้องถ่ายรูปที่พอใช้ได้  สามารถไหว้วานให้ถ่ายภาพคู่ของพ่อแม่ได้แล้ว  นับเป็นความภาคภูมิใจเรื่องหนึ่งของพ่อและแม่

IMG_20141226_214855

ในกิจกรรมของโรงเรียนที่ให้ขอบฟ้าติดกล้องถ่ายรูปไปโรงเรียน เป็นกล้องคอมแพ็ค kodak รุ่น c140 ที่ผมซื้อไว้เมื่อปี คศ2008 ซึ่งจนป่านนี้ยังไม่พังเลย ผมชอบกล้องตัวนี้ในความเรียบง่ายและทนทาน ใส่ถ่าน AA 2 ก้อนก็ทำงานได้แล้ว    เมื่อกลับมาถึงบ้าน เปิดกล้องดูก็พบว่ามีภาพใหม่ๆมากมายที่ขอบฟ้าไปถ่ายมา  การดูภาพถ่ายจากเด็กคนหนึ่งที่เราไม่รู้ว่าเขาไปเจออะไรมาบ้างเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก  เพราะเราได้เห็นโลกที่เราไม่เคยเห็น ได้เห็นมุมมองและการตอบสนองของคนในภาพ  อย่างน้อย ภาพก็เล่าเรื่องว่าขอบฟ้าไปเล่นกับใครมาบ้าง และคนรอบตัวของฟ้ามีอัธยาศัยที่ดีน่ารักเพียงไร

 

100_3396

100_3402

100_3403

100_3400

100_3410

100_3408

100_3413

100_3417

100_3418

100_3419

100_3426

 

เมื่อได้ดูจนจบวันของขอบฟ้า สิ่งที่สังเกตุและเพิ่งจะได้รับรู้ก็คือ มุมมองของเด็กที่มองผู้ใหญ่เป็นมุมเงยเสมอ   แม้จะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เราก็ลืมไป  แอบคิดไปว่าการพูดคุยกับเด็ก หากเราย่อตัวไปคุยกับเขาในระยะที่เขาไม่ต้องเงย เราอาจได้ความไว้วางใจ ความเป็นเพื่อน และความสบายใจมากยิ่งขึ้น

 

สิ่งพิมพ์ที่กำลังจะหายไป

 

กองกระดาษในโรงพิมพ์ ภาพนี้เป็นภาพแรกๆที่ขายออก แล้วก็มีขายซ้ำบ้าง กองกระดาษสีประหลาดนี้เป็นกระดาษสีหลายสีที่เรียงตัวกันอยู่ในงานใบเสร็จรับเงิน กระดาษแต่ละชั้นจะทำหน้าที่เป็นต้นฉบับ เป็นสำเนาหลายชุด และมีใบติดเล่มด้วย การซื้อขายในอดีตใช้แบบฟอร์มใบเสร็จรับเงินรูปแบบนี้ ใช้ปากกาเขียน ใช้มือฉีกเป็นชุดออกมา แต่ยุคใหม่ๆหลายคนหันไปใช้แบบฟอร์มต่อเนื่อง สั่งพิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์ กระดาษต่อเนื่องมาเป็นกล่อง ต้องใช้เครื่องพิมพ์หัวเข็มในการพิมพ์เพื่อให้เกิดสำเนาในชั้นที่ 2 3 4 5 จะมีกี่ชั้นก็ตามที่บริษัทต้องการ แต่ที่แน่ๆ ระบบกระดาษแบบมือฉีก เขียนด้วยปากกาจะค่อยๆหายไป และแบบฟอร์มต่อเนื่องก็จะหายไปตามกันในที่สุด ด้วยการมาของอินเทอเน็ตที่ระบบจัดส่งใช้มือถือจดบันทึก จ่ายเงินโดยการโอนเข้าบัญชี ใบเสร็จรับเงินอาจไม่ต้องใช้อีก เพราะมีแบ็คอัพอยู่ในรูปแบบอิเล็คทรอนิกส์แล้ว

งานพิมพ์กระดาษรองถาด

งานพิมพ์กระดาษรองถาดของร้านอาหาร A&W เป็นงานที่ผมภูมิใจที่ได้ทำ  ก่อนจะได้เริ่มพิมพ์กันก็มีการปรู๊ฟสีกันหลายครั้ง ตั้งแต่การปรู๊ฟดิจิทัลเพื่อดูภาพรวม  และปรู๊ฟเพลทครั้งที่ 1 เพื่อดูสีจริงของแต่ละส่วน  หลังจากนั้นก็มีการปรับสีในบางจุด แล้วทำการปรู๊ฟเพลทอีกครั้ง  เมื่อปรู๊ฟเพลทไปแล้วสองครั้ง เราก็ได้ค่าสีที่ต้องการ และสามารถทำการผลิตจริงได้

__________-A&W-NEW-SIZE-30X43-CM-AW

การผลิตจริงก็ทำการควบคุมให้ใกล้เคียงตัวอย่างปรู๊ฟครั้งที่ 2 และทำการจัดส่งไปสู่ลูกค้า  ขั้นตอนการทำตั้งแต่ต้นจนถึงวันที่ส่งงานเราใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์  ส่วนในการพิมพ์ซ้ำ ก็ใช้เวลาไม่กี่วัน ถือว่าเป็นงานที่อย่างทำอีกงานหนึ่งของโรงพิมพ์  เพราะงานนี้ถูกใช้ในสาขาจำนวนหลายแห่งของ A&W และผมก็แวะไปกินในสาขาใกล้บ้านเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

2017-08-15_08-14-15

 
IMG_20170812_080145

IMG_20170812_080317

บันทึก ปัญหา กระดาษพิมพ์ด้วยหมึก HP ไม่ติด

ลูกค้าของโรงพิมพ์ท่านหนึ่ง สั่งผลิตกระดาษ A4 พิมพ์ข้อมูลสีดำด้านล่าง 1 หน้า เพื่อเอาไปใช้พิมพ์ใบเสร็จรับเงินให้กับสมาชิก งานที่โรงพิมพ์จะต้องส่งให้ลูกค้าท่านนี้ก็คือ กระดาษขนาด A4 พิมพ์ข้อความด้วยระบบการพิมพ์อีอพเซ็ทสีดำ ดังภาพ

2017-08-10_03-33-10

โดยเมื่อลูกค้าใช้งาน จะนำกระดาษใบนี้เข้าไปใส่ในเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ซึ่งเป็นของ HP LaserJet Pro 400 Printer M401เมื่อทำการพิมพ์ออกมา กระดาษมีอาการย่นที่ทางออก   และ บางครั้งก็ทำให้เครื่องติดขัด  และมีอาการหมึกพิมพ์ไม่เกาะกระดาษ

2017-08-10_03-44-07

 

IMG_20170810_100625

 

ทางโรงพิมพ์ขอข้อมูลจากลูกค้ากลับมา ขอตัวอย่างกระดาษที่พิมพ์แล้วหมึกไม่เกาะ และตัวอย่างที่หมึกไม่ติดกลับมา ขอรายละเอียดยี่ห้อ รุ่นของเครื่องพิมพ์  และขอรายละเอียดของตลับหมึกกลับมาด้วย ซึ่งลูกค้าก็ให้ข้อมูลครบทุกอย่าง ให้ตัวจริงของตลับหมึกมาเลยดังนี้

IMG_20170810_100643

IMG_20170810_100654

IMG_20170810_100821

IMG_20170810_100915

 

ทางโรงพิมพ์จึงเก็บข้อมูล และไปถ่ายรูปที่ห่อกระดาษที่นำมาพิมพ์งานให้ลูกค้า ซึ่งเป็นกระดาษล็อตเดียวกันกับที่สั่งมาผลิตงาน เป็นกระดาษจาก SCG

2017-08-10_03-33-35

 

ผมติดต่อดีลเลอร์ผู้ที่ขายกระดาษให้ ทางดีลเลอร์แจ้งว่าจะมารับตัวอย่างไปตรวจสอบและจะส่งให้ scg ตรวจสอบ ซึ่งยังไม่สามารถระบุระยะเวลาได้ว่านานแค่ไหน  ส่วนทางลูกค้า ไม่มีของใช้  เพราะธุรกิจของลูกค้าต้องทำทุกวัน  ไม่สามารถรอตรวจสอบได้ ต้องมีกระดาษไปใช้ และลูกค้าให้ข้อมูลว่า กระดาษดับเบิ้ลเอที่ขายตามห้างนั้นได้ทดลองใช้แล้วผลคือทำงานได้ ไม่ติดขัด  และตอนนี้ลูกค้าซื้อกระดาษจากห้างมาใช้ชั่วคราว  สรุปคือกระดาษดับเบิ้ลเอทำงานได้ กระดาษ scg ทำงานไม่ได้

ผมทำการสั่งกระดาษดับเบิ้ลเอจากดีลเลอร์ซึ่งเป็นสเป็คที่ทำไว้ขายโรงพิมพ์  สเป็คนี้จะแตกต่างจากสเป็คกระดาษที่ขายในห้าง และสีของเนื้อกระดาษก็ต่างกัน  กระดาษที่สั่งมาโรงพิมพ์นำมาตัดเพื่อให้ลูกค้าทดลองใช้งาน เราต้องการกระดาษมาทดลองแค่ไม่เกิน 10 แผ่น A4 แต่ดีลเลอร์ไม่มีให้  ผมต้องสั่งซื้อยกรีม ซึ่งสามารถตัดเป็น A4 ได้ 4000 ใบ มาให้ลูกค้าทดลองใช้ 10 ใบ  การทดลองเพื่อแก้ปัญหานี้โรงพิมพ์จ่ายเอง และหากลูกค้าใช้งานได้ดี โรงพิมพ์ก็ต้องซ่อมงานครั้งให้ให้ลูกค้าโดยการสั่งกระดาษยี่ห้อดับเบิ้ลเอมาใช้แทน SCG

สิ่งที่โรงพิมพ์พยายามทำคือดูแลลูกค้า ช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าราบรื่น สิ่งที่ดีลเลอร์กระดาษและ SCG ทำคืออะไร ผมรอคำตอบและวิธีการของ SCGอยู่ครับ

 

บันทึกไว้วันที่ 10 สิงหาคม 2560

 

มาต่อกัน…

วันที่ 11 สิงหาคม 2560  ทางดีลเลอร์โทรมาพูดคุยและแจ้งว่า ทาง  scg ขอนัดเข้ามาพบโรงพิมพ์เพื่อชี้แจงปัญหาต่างๆในวันอังคารที่ 15สิงหาคม2560

 

วันที่ 15สิงหาคม2560  ทางดีลเลอร์และตัวแทนของ scg ได้เข้ามาที่โรงพิมพ์ เพื่อพูดคุยชี้แจง เนื้อหาในการคุยเราคุยกันเรื่อง กระดาษสำหรับงานโรงพิมพ์ และ กระดาษสำหรับงานถ่ายเอกสารหรือกระดาษสำหรับเลเซอร์ปริ๊นเตอร์เป็นกระดาษคนละชนิดกัน และไม่แนะนำให้ใช้ผิดวัตถุประสงค์

สิ่งที่ได้รู้เพิ่มเติมก็คือ กระดาษสำหรับพิมพ์อ๊อพเซ็ท จะขายโรงพิมพ์เป็นกระดาษแผ่นใหญ่ มีความชื้นในกระดาษอยู่ในระดับสูงกว่ากระดาษถ่ายเอกสาร เพื่อให้กระดาษโรงพิมพ์สามารถรับหมึกรับน้ำในเครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ทได้ดี เพื่อให้ผลการพิมพ์ออกมาสวยงาม  ส่วนกระดาษสำหรับงานถ่ายเอกสารจะเป็นกระดาษที่มีความชื้นต่ำกว่ากระดาษโรงพิมพ์ ขายเป็นแผ่นตัดสำเร็จ A4 หรือ A3 ไม่ขายเป็นแผ่นใหญ่ให้โรงพิมพ์  ค่าความชื้นในกระดาษที่ต่ำทำมาเพื่อให้สามารถรับความร้อนในเครื่องถ่ายเอกสารหรือเลเซอร์ปริ๊นเตอร์ได้  ดังนั้นการเลือกใช้กระดาษต้องเลือกจากวิธีใช้งานเป็นหลักถึงจะได้ผลที่ดี ไม่เกิดความเสียหาย

หากลูกค้าต้องการกระดาษหัวจดหมายที่จะต้องพิมพ์จากโรงพิมพ์ในระบบอ๊อพเซ็ทเสียก่อน แล้วลูกค้าค่อยนำไปพิมพ์ต่อด้วยเครื่องเลเซอร์ปริ๊นเตอร์ จะยังไม่มีกระดาษที่รองรับสองหน้าที่นี้พร้อมกัน ที่ผ่านมาเป็นการใช้ผิดประเภทมาตลอด  บังเอิญว่าไม่เกิดปัญหา ก็ถือว่ารอดไป  และหากเกิดปัญหาก็เป็นเพราะใช้งานผิดวัตถุประสงค์  นี่คือสิ่งที่ scg พยายามสื่อสารกับผม

 

ความเห็นส่วนตัว

ผมรู้อยู่แล้วว่ากระดาษถ่ายเอกสาร และกระดาษใช้ในโรงพิมพ์เป็นคนละประเภทกัน และผู้ผลิตก็ตั้งใจให้แยกใช้งาน  แต่ในภาคธุรกิจที่ต้องใช้กระดาษหัวจดหมาย  เราต้องฝืนใช้ผิดวัตถุประสงค์ของโรงงานกระดาษมาตลอด แต่มันไม่ผิดวัตถุประสงค์ของภาคธุรกิจ และมันเป็นมาหลายสิบปี มันเป็นแบบนี้ก่อนที่จะมีกระดาษถ่ายเอกสารขายตามห้างเสียอีก  สิ่งที่โรงงานกระดาษคิด ไม่สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจสิ่งพิมพ์  หวังว่าสักวันหนึ่งจะมีกระดาษที่ทำงานได้สองระบบในกระดาษใบเดียวกัน   จริงๆแล้วแค่โรงงานกระดาษ นำกระดาษถ่ายเอกสารมาขายเป็นแผ่นใหญ่ให้โรงพิมพ์ ก็จบแล้ว เพราะตอนผลิตกระดาษ กระดาษมันเกิดขึ้นมาเป็นแผ่นใหญ่ก่อนจะถูกตัดให้เป็น A4 อยู่แล้ว

 

สรุป

ปัญหากระดาษพิมพ์ไม่ติด และติดขัดในเครื่องพิมพ์ ยังไม่ถูกแก้ไข  และสาเหตุคือ ลูกค้าและโรงพิมพ์ใช้ของผิดประเภท

 

 

 

 

 

 

 

รับผลิตสมุดที่ระลึกเล่มเดียวในโลก

สมุดที่ระลึกของลูก สมุดเล่มเดียวในโลก

ทำปกสมุด

นำผลงานของลูกมาถ่ายภาพแล้วส่งภาพมาให้เราผลิตเป็นสมุดปกแข็ง  ภาพถ่ายจะถูกทำเป็นปก เนื้อในทำจากกระดาษคละสี คละความหนา เพื่อให้เจ้าของสมุดเลือกใช้กระดาษที่หลากหลายในการบันทึก

ทำปกสมุด

ทำปกสมุด

ทำปกสมุด

 

สมุด 2 เล่ม ราคา 500 บาท

วิธีการสั่ง

1 เตรียมภาพ 4 ภาพ ใช้ทำปกหน้าหลัง และที่อยู่ส่งเพื่อส่งงานที่ทำเสร็จแล้ว มาทางเมล pockethifi@gmail.com

2 โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร วุฒิชัย เจริญบุรี กสิกร ออมทรัพย์ เลขบัญชี 7332119596 ยอดเงิน 500 บาท ส่งหลักฐานการโอนเข้ามาที่เมล pockethifi@gmail.com

3 ส่งที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้าที่ทำเสร็จแล้ว

4 ขั้นตอนการผลิตใช้เวลาประมาณ  5 วัน

5 งานที่ทำเสร็จแล้วจะส่งให้ลูกค้าทางไปรษณีย์

 

 

การสแกนฟิล์มด้วยเลนส์มาโครและกล่องไฟ

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มในยุคดิจิทัลยังเป็นสิ่งที่มีลมหายใจอยู่  เมื่อก่อนในวันที่เป็นยุคทองของฟิล์ม เราถ่ายภาพ แล้วส่งล้างอัด แล้วก็ได้ภาพมาดูเป็นเล่ม  มันสะดวกมากสำหรับฟิล์มสี  ส่วนฟิล์มขาวดำก็ต้องล้างฟิล์มแล้วสั่งอัดภาพ  แต่การอัดภาพด้วยร้านถ่ายภาพสีทั่วไป ภาพสีขาวดำก็จะออกมาดูไม่น่ามอง  ภาพขาวดำที่ีสวยก็ต้องเป็นการอัดภาพลงบนกระดาษขาวดำแท้ๆเท่านั้น

แต่บางคนก็ไม่สามารถอัดภาพได้เอง  ต้องอาศัยวิธีสแกนภาพแล้วดูในคอมพิวเตอร์  หรือ ดูในมือถือแทนโดยไม่ต้องอัดบนกระดาษจริง  ยิ่งยุคนี้เป็นยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ค อยากมีภาพเป็นไฟล์เพื่อส่ง เพื่อแชร์ให้เพื่อนดูกันทั้งนั้น  การเอาภาพจากฟิล์มขาวดำก็ต้องใช้วิธี สแกน  ร้านถ่ายภาพทั่วไปก็มีบริการรับสแกน  แต่ค่าใช้จ่ายก็แพงขึ้นกว่าเดิม  ไหนๆเราก็มีกล้องดิจิทัลกันอยู่แล้ว ก็ลองใช้อุปกรณ์ของเราสแกนฟิล์มเลยดีกว่า ซึ่งกล้องดิจิทัลที่มีเลนส์มาโครหรือเลนส์ถ่ายใกล้ๆได้จะสามารถนำมาใช้สแกนฟิล์มได้  วิธีนี้ ประหยัด ไม่เสียเงินซักบาท  แต่อาจเสียเงินซื้อเลนส์มาโครแทน

scan-bw-IMG_0205

ให้จัดการเซ็ทอัพอุปกรณ์ตามนี้  ใช้กล่องพลาสติกขนาดใหญ่ หรือ เล็กก็ได้ แต่ในภาพของผมจะใช้กล่องใหญ่เพราะตั้งใจจะใช้ถ่ายฟิล์มทั้งม้วนเลย  โดยการเอากล่องขาวขุ่นมาวางพื้น แล้วเอาฟิล์มบางบนกล่อง  หาของทับฟิล์มให้เรียบแนบไปกับกล่อง  กล่องขาวขุ่นนี้ผมซื้อจากร้านขายอุปกรณ์แต่งบ้าน มันถูกขายเป็นถังขยะสีขาว ผมเห็นแล้วก็ถูกใจเลยสอยมาใช้  ส่วนแสงสว่างที่ส่องในกล่อง ผมใช้แฟลชเก่าๆตัวนึงที่ทำงานได้ แล้วต่อชุดส่งสัญญาณแฟลชไร้สาย หรือ ไวเลสทริกเกอร์  โดยตัวส่งสัญญาณจะเสียบอยู่กับกล้องถ่ายภาพ  ตัวรับสัญญาณจะต่อกับแฟลช  เมื่อเรากดถ่ายภาพ แสงแฟลชก็จะทำงาน ส่งผลให้กล่องเรืองแสง

IMG_0198

ดูใกล้ๆก็จะเป็นแบบนี้  เราถ่ายภาพฟิล์มขาวดำด้วยกล้องดิจิทัลโดยตรงได้เลย  ภาพที่ได้ก็จะเป็นภาพแบบที่ตาเห็น คือ เป็นภาพดูไม่ค่อยรูัเรื่อง สีสันก็เป็นแบบตรงกันข้าม   หากเราจะสแกนภาพจากฟิล์มแค่บางภาพ เราก็ถอดฟิล์มจากซองมาวางบนกล่อง แล้วใช้เลนส์มาโครถ่ายภาพซะเลย

DSCF7049

ถ้าเราจะสแกนฟิล์มขาวดำทั้งม้วน โดยให้เรียงตัวสวยๆเหมือนภาพ คอนแท็คปริ๊นท์ หรือcontact print ก็ใช้ใช้วิธี วางซองฟิล์มทั้งซองบนกล่องขาวขุ่นนี้เลย นี่คือเหตุผลที่ผมเลือกใช้กล่องขนาดใหญ่ เพราะต้องการถ่ายภาพฟิล์มทั้งม้วน ซึ่งใช้พื้นที่ใหญ่พอสมควร กล่องใหญ่ก็จะได้เปรียบคือทำงานคอนแท็คปริ๊นท์ได้นั่นเอง

DSCF7210

ภาพฟิล์มทั้งม้วนที่ถ่ายด้วยกล่องไฟจะเป็นแบบนี้  เมื่อถ่ายภาพได้แล้ว ก็เอาภาพ jpg ที่ได้มา ไปปรับค่าต่อในโฟโต้ช็อป โดยการสั่ง invert เพื่อกลับภาพจากดำเป็นขาว และ ขาวเป็นดำ  และทำการปรับระดับสีดำ และสีขาวให้สมจริง เราก็จะได้ภาพสีปกติออกมา

 

DSCF7210-contactsheet 20jul2012

แค่นี้เราก็ได้ภาพคอนแท็คปริ๊นท์ที่ดูคลาสิคมากออกมา  เราสามารถปริ๊นท์ภาพนี้เก็บไว้เป็นภาพโชว์ได้เลย  ขนาดภาพของคอนแท็คปริ๊นท์ในอดีตจะใหญ่เท่าจริง คือฟิล์มเรามาใหญ่แค่ไหน คอนแท็คปริ๊นท์แท้ๆก็จะใหญ่เท่านั้น

คราวนี้เราจะมาสแกนบางภาพที่เราต้องการบ้าง  บางภาพที่เราต้องการนี้ก็อาจจะเป็นภาพที่เราตั้้งใจจะโพสท์หรือตั้งใจจะเอาไปอัดขยายให้ใหญ่  เราก็จะทำการถ่ายฟิล์มที่ต้องการแค่ภาพเดียว ซึ่งการถ่ายฟิล์มแค่ภาพเดียวเราจะต้องใช้เลนส์มาโคร เพื่อให้สามารถถ่ายภาพฟิล์ม 1 ภาพให้ใหญ่เกือบเต็มเฟรมของกล้องดิจิทัล

IMG_0284

ภาพที่ถ่ายได้จากเลนส์มาโครจะทำให้เราได้ชิ้นฟิล์มค่อนข้างใหญ่  จริงๆเราสามารถใช้เลนส์มาโครระดับ 1:1 เพื่อถ่ายชิ้นฟิล์มได้ใหญ่กว่านี้  แต่ผมชอบภาพที่เห็นรูหนามเตยของฟิล์ม เพราะทำให้ภาพดูน่ามอง ดูเท่ห์กว่า  ก็เลยถ่ายแบบให้เห็นขอบฟิล์มเยอะหน่อย   จากนั้นก็เอาภาพมากลับสีด้วยคำสั่ง invert ในโปรแกรมโฟโต้ช็อป ซึ่งถ้าใครถนัดโปรแกรมอื่น หรือ ถนัดใช้ app ในมือถือ ก็แล้วแต่สะดวก  เมื่อกลับสีแล้วก็จัดการปรับค่าดำ ค่าขาว ในภาพให้ดูสมจริง ดูเป็นภาพขาวดำปกติ

IMG_0284bw

ออกมาได้แบบนี้เลย  ภาพลูกชาย วันแรกที่เกิด  ฟิล์ม lucky กล้องไลก้า minilux ล้างฟิล์มเอง สแกนเอง ภูมิใจเอง