สำนักงานบัญชีที่สร้างความเติบโตให้ลูกค้า

IMG_0143

ผมมีเพื่อนที่รู้จักกันมายาวนานตั้งแต่สมัยเรียน และปัจจุบันเพื่อนก็ทำธุรกิจเจริญรุ่งเรือง  โดยในระหว่างทางที่ยาวนานผมก็รับรู้ถึงความล้มลุกคลุกคลานของเพื่อนมาตลอด มีช่วงชีวิตที่ทำงานเข้าเนื้อ มีหนิ้สิน  แต่ปัจจุบันลืมตาอ้าปากได้  เพื่อนเล่าให้ฟังว่า สำนักงานบัญชีสั่งให้หัดเก็บเงิน  สั่งให้เพิ่มคนหางานเข้าบริษัท   ถึงวันนี้ เพื่อนหมดหนี้แล้ว เหตุผลหลักคือ คนทำบัญชี สั่งให้ทำ โน่นนี่นั่น แล้วเพื่อนตัดสินใจเชื่อ เลยทำงานแบบที่แนะนำ แล้วในที่สุดก็แก้ปัญหาหนี้สินได้ ทุกวันนี้เริ่มมีเงินเก็บ ได้เริ่มใช้เงินทำงาน

มีเพื่อนอีกคนหนึ่งที่นานๆได้เจอกันสักครั้ง  ล่าสุดเพื่อนมาเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ชึวิตมีความสุขมาก ต้องขอบคุณสำนักงานบัญชีมากๆที่แนะนำการทำงานและการใช้ชีวิต  จากธุรกิจรับเหมาที่แม้จะได้งานใหญ่แต่ก็ไม่เหลือเงิน  มีหนี้สินจำนวนมาก บางทีเก็บเงินลูกค้าไม่ได้  เมื่อใช้บริการทำบัญชีพร้อมได้ปรึกษาเรื่องการวางแผนการเงิน  มีคำแนะนำให้เพิ่มงานที่ทำเงิน หยุดทำงานที่ไม่ได้เงิน  ทำให้ตัวเลขผลประกอบการเป็นบวก  ชะลอความคิดที่จะซื้อรถคันใหม่ อดทนนั่งแท็กซี่อยู่เป็นปี และตอนนี้มีเงินเก็บล้านแรกแล้วจากการทำตามคำแนะนำจากสำนักงานบัญชี  ตอนนี้ตอนนี้เริ่มลงทุน เริ่มใช้เงินทำงานแล้ว  

สำนักงานบัญชีแห่งนี้ช่วยชีวิตเพื่อนผมไว้สองคน  ผมเลยอยากจะเขียนและแนะนำให้เพื่อนๆและคนที่สนใจการทำธุรกิจให้อยู่รอด มีเงินเก็บ  ได้รู้จักวิธีคิดของสำนักงานบัญชีแห่งนี้  คนทำบัญชีที่พาธุรกิจของเราไปสู่จุดที่มีกำไรและมีเงินเก็บ  ผมยังไม่ใช้คำว่าประสบความสำเร็จในตอนนี้  เพราะชีวิตการทำธุรกิจมันยาวไกลตลอดชีวิต  แต่การมีเงินเก็บมันเป็นเป้าหมายหลักของชีวิตคนทำงาน และหากเราเริ่มเก็บเงินได้ เราจะมีความมั่นใจในการทำธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น  

พี่วิทยาเป็นเจ้าของสำนักงานบัญชีที่กล่าวถึง  ชีวิตพี่วิทยาไม่โลดโผนแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ชีวิต โดยเฉพาะประสบการณ์ในการทำธุรกิจให้มีเงินเหลือ  มีความรู้หลากหลายจากลูกค้าธุรกิจจำนวนมากที่ตกตะกอนเป็นองค์ความรู้ติดตัว  และส่งผ่านความรู้เหล่านั้นมาเป็นคำแนะนำสู่ลูกค้าบัญชีที่พี่วิทยาดูแล

ดช.วิทยา เกิดและเรียนหนังสือถึงชั้นมัธยมที่จังหวัดภูเก็ต  ชีวิตสมัยเด็กทางบ้านไม่ร่ำรวย แต่ก็ไม่เคยอดข้าว  ทางบ้านส่งให้เรียนหนังสือจริงจัง  มีคนรู้จักช่วยเหลือให้มีโอกาสได้เรียนหนังสือสูงขึ้นเรื่อยๆ

สมัยเรียน  เป็นเด็กเรียน เป็นเด็กที่ครูเอ็นดู  หัวอ่อน ว่าง่าย  พอเข้ามหาวิทยาลัยก็มาเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง  มาอยู่กับพี่สาวที่มาทำงานกรุงเทพก่อนแล้ว  พี่น้องหลายคนก็ตามมาอยู่กรุงเทพเพื่อเรียนหนังสือ  ชีวิตมหาวิทยาลัยก็เป็นชีวิตที่ไม่มีความทุกข์  ใช้ชีวิตกินง่าย กินประหยัด  การได้เรียนมหาวิทยาลัยทำให้มีโอกาสได้รู้จักเพื่อนจำนวนมาก  ในปี พศ.2520 หลังจากที่ประเทศไทยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายทางการเมือง นักศึกษาในรามคำแหงก็มีการรวมตัวกันเป็นสโมสรนักศึกษาเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ  พี่วิทยาได้เข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษามาอย่างต่อเนื่อง  สมัยนั้นรามคำแหงมี 7 คณะ  เพื่อนที่ร่วมทำกิจกรรมหลายคนแยกย้ายไปเติบโต แต่ยังได้ติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน  บางคนก็เติบโตในสายราชการเป็นถึงอธิบดี  บางคนก็ทำธุรกิจที่มียอดขายหลักร้อยล้าน

พี่วิทยาเรียนคณะบัญชีด้วยแนวคิดว่าบัญชีน่าจะเป็นเป็นอาชีพที่หางานทำได้ง่าย  บริษัทต่างๆก็จำเป็นต้องมีพนักงานในตำแหน่งนี้  แต่ไม่ทันที่จะได้เรียนจบไปสมัครงาน ตอนเรียนปี 3 ก็มีคนชวนให้ไปทำงานโดยเป็นบริษัทรับจ้างทำบัญชีของญาติ  ทำให้พี่วิทยามีงานทำตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ทำไปสักพักก็กลายเป็นพนักงานประจำของบริษัทบัญชีโดยที่ยังเรียนอยู่  ผลก็คือ กว่าจะเรียนจบก็ใช้เวลาถึง 7 ปี  

การทำงานในสำนักงานบัญชีหลายปีทำให้ได้รู้ได้เห็นว่าธุรกิจต่างๆนั้นมีรายได้และรายจ่ายเป็นอย่างไร และงานที่ทำในสำนักงานก็ทำด้วยตัวเองครบทุกอย่าง เห็นรายได้รายจ่ายของบริษัทตัวเอง  นอกจากจะรวมรวมและดูตัวเลขของลูกค้าแล้ว ยังมีงานส่วนที่ต้องติดต่อกับสรรพกร  ได้รู้ว่าการคุยกับสรรพกรต้องรู้กฏหมาย  เลยได้เรียนรู้เรื่องกฏหมายมาตลอด  เจ้านายเคยพูดว่า ถ้าอ่านหนังสือกฏหมายครบ 10 เล่ม ก็เปิดบริษัทเองได้แล้ว  การทำงานมาหลายปีทำให้ได้อ่านครบทุกเล่มจริงๆ  เลยทำให้อยากมีบริษัทเป็นของตัวเอง  และเจ้านายก็สนับสนุนด้วย จึงตัดสินใจออกมาเปิดบริษัทเอง

ในช่วงเวลาที่ตัดสินใจจะเปิดบริษัทตัวเอง  มีอีกเหตุผลหนึ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจเร็วขึ้นนั่นคือ ประเทศไทยในเวลานั้นมีการเปลี่ยนวิธีการเก็บภาษีการค้ามาเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม  เรื่องนี้คนทำบัญชีจะรู้ดีว่าจะมีงานบัญชีเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก  ทำให้การออกมาเปิดสำนักงานบัญชีจะคาดหวังการเติบโตได้ บริษัทบัญชีน่าจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้น  

20180227080748_IMG_7349

มีกติกาข้อหนึ่งของวงการบัญชีคือ ผู้สอบบัญชีจะต้องไม่เป็นผู้ทำบัญชี  การจะเป็นผู้สอบบัญชีได้จะต้องผ่านการสอบเท่านั้้น  ซึ่งผู้ที่จะสอบผ่านมักจะต้องผ่านการทำงานบริษัทบัญชีระดับใหญ่มาก่อน  พี่วิทยาประเมินแล้วว่าไม่ได้ทำงานกับบริษัทใหญ่  ทำให้ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นผู้สอบบัญชี  เลยมุ่งมั่นหางานทำบัญชีอย่างจริงจัง  และผ่านมากว่า 40 ปีในอาชีพ งานบัญชีของพี่วิทยาไม่เคยมีปัญหาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

สมัยเป็นลูกน้อง  สำนักงานบัญชีของเจ้านายมีลูกค้าประมาณ 200 ราย  ส่วนตอนที่ลาออกมา  เจ้านายเมตตาให้ลูกค้าติดมือออกมาด้วย 8 ราย  ทำให้การเริ่มต้นบริษัทของตัวเองมีช่องทางทำงาน  มีรายได้  มีลูกค้า และลูกค้าจาก 8 รายแรกก็มีการบอกต่อ สามารถหาลูกค้าเพิ่มได้อีก เป็น 12 รายในเดือนแรกของบริษัทตัวเอง  แต่ด้วยความเป็นคนทำบัญชีที่อยู่กับตัวเลขอย่างตรงไปตรงมา  ลูกค้า 12 รายไม่พอที่จะหล่อเลี้ยงบริษัทอยู่แล้ว  จะต้องพยายามหาลูกค้าเพิ่มขึ้น  เลยได้เอ่ยปากขอจากลูกค้าที่ทำงานให้ว่า  ถ้าลูกค้ามั่นใจในการทำงานของสำนักงานบัญชี ขอให้ลูกค้าช่วยแนะนำเพื่อน แนะนำธุรกิจอื่นๆที่รู้จักให้ด้วย  และลูกค้าก็มั่นใจแนะนำให้จริงๆ  ช่วงปีแรกของการทำงานบริษัทของตัวเองจึงมีลูกค้าถึง 20 ราย  ซึ่งพอจะทำให้บริษัทอยู่รอดได้

สำนักงานบัญชีของพี่วิทยาในช่วง 7 เดือนแรกเป็นการทำงานตัวคนเดียว  จนเมื่อลูกค้าเพิ่มขึ้นจึงเริ่มขยับขยายหาที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่  จ้างลูกน้องเพิ่มขึ้น เป็นการขยายกิจการของตัวเองครั้งแรก  รวมถึงเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยใช้ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว  ทำให้งานบัญชีค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ประสบการณ์การทำบัญชีก็สะสมมากขึ้น  ความชำนาญในการพูดคุยกับสรรพกรก็เริ่มกลายเป็นจุดเด่น  เพราะตลอดเวลาที่ติดต่อกับสรรพกร มี่เรื่องราวไม่กี่อย่างที่จะต้องไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่  เมื่อสรรพกรเรียกเจ้าของธุรกิจเข้าไปพบ สำนักงานบัญชีก็จะเข้าไปแทน ไปรับข้อมูลจากสรรพกรว่าจะตรวจอะไร ต้องเตรียมข้อมูลอะไร เมื่อได้คุย ได้แก้ต่าง ได้อธิบายกับสรรพกรแทนลูกค้าบ่อยครั้งเข้าก็กลายเป็นประสบการณ์ที่ชำนาญ  ทำให้กลายเป็นจุดเด่นว่าเป็นสำนักงานบัญชีที่เจรจาภาษีกับสรรพกรได้ดี  หลายครั้งการเจรจาก็ช่วยลดยอดการเสียภาษีของกิจการได้

การที่สรรพกรจะเรียกเจ้าของธุรกิจเข้าไปพบมีได้สองสาเหตุ  สาเหตุแรกคือเป็นการเรียกแบบสุ่มตรวจ  มักจะเกิดกับบริษัทที่เปิดทำกิจการมาแล้วประมาณ 2-3 ปี  สาเหตุที่สองคือ เอกสารที่ยื่นมีปัญหาบางอย่าง  ส่วนมากปัญหาจะเกิดจากการใช้เอกสารใบกำกับภาษีปลอม  ปัญหานี้เกิดจากเจ้าของบริษัทอยากจะหารายจ่ายมาเพิ่มเติมในงบที่ยื่น  เพื่อให้ผลต่างยอดขายลบยอดซื้อแล้วเหลือกำไรน้อย  จะได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มน้อย  เลยไปซื้อใบกำกับภาษีมานั่นเอง  ซึ่งเจ้าของธุรกิจจะคิดว่าเป็นแค่บิลรายจ่ายใบเดียว  แต่ถ้าโชคร้ายคนที่ออกบิลให้ดันไม่ได้จดทะเบียนบริษัท  เอกสารนั้นเลยเป็นของปลอม  และส่วนมากบริษัทที่ขายใบกำกับภาษีก็มักจะปลอม   การทำแบบนี้เป็นการสร้างปัญหาให้กับธุรกิจตัวเอง ผลก็คือสรรพกรจะต้องเรียกคุยแน่นอน  ซึ่งพี่วิทยาจะพบเคสแบบนี้อยู่หลายครั้ง และทุกครั้งที่ไปช่วยแก้ไข เจ้าของบริษัทก็จะไว้ใจให้ทำงานบัญชีต่อเลย  ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นจากการแก้ปัญหาให้หมดลงได้

ในสมัยปี พ.ศ. 2540 เป็นปีที่มีวิกฤตเศรษฐกิจในไทย  มีการลดค่าเงินบาท  ซึ่งส่งผลทันทีกับบริษัทที่ต้องค้าขายกับต่างประเทศเป็นหลัก   บริษัทในประเทศไทยบางส่วนมีธุรกิจที่ดีในช่วงก่อนปี 2540  พอถึงปีที่ลดค่าเงิน เศรษฐกิจเริ่มแย่ในวงกว้าง  รายได้ของปี 2541 และ 2542 ก็เริ่มลดลง และหนี้สิ้นก็เพิ่มขึ้น  บริษัทที่อยู่ในการดูแลของสำนักงานบัญชีก็ประสบปัญหาไม่ต่างกับทุกคนในประเทศ  แต่พี่วิทยาก็เริ่มแนะนำให้แก้ปัญหาไปทีละอย่าง  ตอนปี 2540 เมื่อลดค่าเงิน  พี่วิทยาแนะนำให้รีบชำระหนี้ต่างประเทศเสียก่อน เพื่อลดอาการบาดเจ็บจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน  และในการบริหารหลังปี 2541 2542 เป็นต้นมาก็แนะนำให้พยายามหารายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งบางครั้งสามารถทำได้โดยการเพิ่มสินค้าตัวใหม่มาขาย

ตอนที่เศรษฐกิจเริ่มแย่  สมมุติว่าประเทศเคยมีรายได้ 1 แสนล้าน  พอมีวิกฤต  ยอดธุรกิจน้อยลง รายได้อาจจะเหลือครึ่งเดียวคือ ห้าหมื่นล้าน  แม้ว่าทุกคนจะได้รับผลกระทบนี้  แต่บริษัทก็ยังอยู่ในตลาดที่มีรายได้ห้าหมื่นล้านอยู่ดี  ดังนั้น บริษัทเล็กๆของลูกค้าที่มีเป้าแค่ สามสิบล้านบาท  มันก็ยังถือว่าเป็นไปได้ที่จะทำยอดขายสามสิบล้านจากตลาดห้าหมื่นล้าน  ดังนั้นแผนการตลาดที่จะเพิ่มยอดขายเป็นสิ่งจำเป็น พี่วิทยาก็จะแนะนำให้พยายามโฟกัสที่งานขาย  อย่าโฟกัสที่ปัญหา  บริษัทที่เชื่อคำแนะนำแล้วพยายามปรับตัว พยายามชำระหนี้ต่างประเทศ พยายามเพิ่มงานส่วนเซลส์ เพิ่มการทำงานส่วนการขาย ก็จะพออยู่รอดได้  และก็อยู่รอดจริงๆ แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ปรับตัว ผลก็คือ ช่วงปีวิกฤตต้มยำกุ้งครั้งนั้นลูกค้าบัญชีของพี่วิทยาก็ปิดกิจการไปประมาณ 20%

มีลูกค้าบัญชีท่านหนึ่งทำธุรกิจขายรถมอเตอร์ไซด์  ปกติรายได้ของร้านขายมอเตอร์ไซด์จะมาจากสองทาง หนึ่งคือรายได้จากการขายรถให้ลูกค้าโดยตรง  และสองมาจากการปล่อยไฟแนนซ์เพื่อรับดอกเบี้ย   ลูกค้าปรึกษาเรื่องการทำบัญชีและวางแผนการเพิ่มยอดขาย สำนักงานบัญชีของพี่วิทยาเป็นคนที่รู้ตัวเลขละเอียด รู้รายรับ รู้รายจ่ายของลูกค้า  พอวิเคราะห์ตัวเลขแล้วก็ได้คำตอบว่า ต้องขายรถมอเตอร์ไซด์ให้ได้เดือนละ 70 คันเพื่อให้มีรายได้เพียงพอสำหรับการบริหารทั้งหมด  มีรายได้ให้ลูกน้อง มีรายได้ของตัวเองที่พอใช้  ถ้าน้อยกว่า 70 คันแปลว่าขาดทุน  ก็เลยให้ลูกค้าตั้งเป้าหมายการขายเป็นตัวเลขที่สูงเอาไว้  เลยไปตั้งเป้ากันที่ 140 คัน  แล้วก็หาวิธีสร้างยอดขายให้ได้ตามเป้า 140  ซึ่งส่วนมาก การตั้งเป้าหมายก็มักจะได้ผลประกอบการที่ไม่ค่อยถึงเป้า  แต่การไม่ถึงเป้าก็จะเป็นไปในลักษณะ เกือบได้ เกือบถึง นั่นทำให้ยอดขายวิ่งไปได้ที่ร้อยกว่าคัน  ซึ่งมันเกินไปจากตัวเลขขั้นต่ำมากแล้ว  ธุรกิจเลยมีการเติบโตนั่นเอง

อีกปัญหาหนึ่งของการเพิ่มยอดขายให้ได้จำนวนมากกับร้านมอเตอร์ไซด์คือเงินทุนหมุนเวียน  เพราะการขายมากก็หมายถึงต้องเอาเงินไปซื้อจากโรงงานจำนวนมาก  จากเครดิตที่เคยได้ระดับ 70 คัน พอจะต้องขายมากยิ่งขึ้นก็ต้องกลายเป็นขอเครดิตให้มากขึ้น  ซึ่งอาจจะต้องเป็นหนี้การค้าไปถึงระดับ 140 คัน  การหาเงินมาซื้อรถจากโรงงานระดับนี้ต้องใช้เงินสดเยอะมาก  แต่ก็มีวิธีอื่นคือต้องขอให้โรงงานปล่อยเครดิตมากขึ้นแทนการใช้เงินสดไปซื้อ  การจะให้โรงงานปล่อยเครดิตระดับนี้ก็ต้องอาศัยความไว้ใจ  อาศัยการจ่ายเงินตรงเวลามาตลอดหลายปี   สำนักงานบัญชีแนะนำให้ไปเจรจาขอเพิ่มวงเงินเครดิต  โดยยอดขายที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นพร้อมกับนิสัยการจ่ายหนี้ตรงเวลาทำให้ได้วงเงินสูงขึ้นตามที่วางเป้าไว้  และสุดท้ายในอีกหลายเดือนถัดมาหลังจากที่ได้เครดิตเพิ่มขึ้นแล้ว  ร้านขายมอเตอร์ไซด์ก็สามารถทำยอดได้ระดับ เดือนละ 200 คัน  และปีถัดมาก็ปิดยอดทั้งปีไปที่ 3000 คัน

มีลูกค้าบัญชีอีกรายหนึ่งเป็นบริษัทที่นำเข้าสินค้ามาขาย  และเจ้าของอยากจะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น  เมื่อปรึกษากับพี่วิทยาแล้วก็เห็นตรงกันว่าจะต้องเพิ่มยอดขาย  อยากได้รายได้ระดับ 50 ล้าน ต้องตั้งเป้า 70 ล้าน ซึ่งเป็นแนวทางที่เข้าใจได้  แต่การจะขายของเพิ่มขึ้นอีก 20 ล้านก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  ดังนั้นจึงต้องอาศัยการมองหาสินค้าอื่นๆมาขายเพิ่มเติม  เพราะว่า  ลูกค้าเป็นบริษัทที่มีจุดเด่นเรื่องการขาย  ทีมขายของทำงานเป็นอยู่แล้ว  ดังนั้น  ลูกค้าสามารถใช้ทีมงานเดิมมาขายสินค้าตัวอื่นเพิ่มเติม  ทีมงานแค่เพิ่มสินค้า  แล้วขายด้วยความสามารถแบบเดิมที่มี  ทั้งหมดก็จะเป็นการเพิ่มยอดขายอย่างที่ต้องการ  และเมื่อยอดขายเพิ่มขึ้นแล้ว สิ่งที่จะต้องทำเพิ่มเติมคือ บริหารเงินเก็บให้งอกเงย  การลงทุนกับสินทรัพย์อื่นๆเป็นเรื่องจำเป็น  เพราะจะเป็นการใช้เงินทำงาน  เป็นการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ อย่างที่ดิน บ้านเช่า หรือคอนโด  เพื่อให้เงินทำงานต่อนั่นเอง  และแม้แต่การขายกิจการให้ผู้อื่นมารับช่วงไปก็เป็นเรื่องที่แนะนำให้ทำหากเป้าหมายชีวิต เป้าหมายการทำงาน และเป้าหมายการเก็บเงินทำได้ครบแล้ว การขายบริษัทก็เป็นหนทางที่จะทำให้มีความสุขเพิ่มขึ้น  เพราะจะได้ไปใช้ชีวิต ไปเรียนรู้เรื่องราวอย่างอื่นต่อไป

IMG_4105

การแนะนำต่างๆที่มีให้ลูกค้าบัญชีเป็นเรื่องที่เกิดจากการรู้ตัวเลขที่แท้จริง รู้ที่มาที่ไป รู้ความสัมพันธ์ เข้าใจงบการเงิน  เมื่อวิเคราะห์ตัวเลขก็จะรู้ว่า ต้องทำงานหนักแค่ไหนเพื่อให้บริษัทอยู่รอด  ต้องทำงานแค่ไหนถึงจะอยู่ในสถานะกำลังเติบโต  เพราะแต่ละธุรกิจมีรายละเอียดต่างกัน  ดังนั้น การพูดคุยซึ่งกันและกันระหว่างลูกค้าและสำนักงานบัญชีก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้การขยายธุรกิจเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น

การทำงานที่ยาวนาน  อยู่มาจนเห็นวัฏจักรของธุรกิจครบรอบ  ตั้งแต่ตั้งบริษัทจนถึงวันที่รุ่งเรือง ถดถอยและปิดตัวเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป  เคยมีหนังสือเล่มหนึ่งที่บอกเล่าสถิติเอาไว้ว่า บริษัทจำนวน 100 บริษัทจะปิดตัวลงประมาณ 97 % เมื่อผ่านไป 10 ปี   ซึ่งในแวดวงบริษัทที่พี่วิทยารู้จักก็มีการปิดตัวลงเช่นกัน แม้สิบปีแรกจะไม่ได้ปิดไปถึง 97% แต่เมื่อผ่านไปถึง 20 ปี บริษัทที่เหลืออยู่กลับเหลืออยู่แค่ 3%  ซึ่งเป็นไปตามสถิติ  การปิดกิจการจำนวนมากนี้พบว่ามักมีสาเหตุที่คล้ายกัน 

จุดอ่อนของเจ้าของธุรกิจที่ทางสำนักงานบัญชีได้พบมาตลอดคือ ทุกคนจะตั้งใจทำงานมาก ในช่วง 1-5 ปีแรก  และทุกรายก็มีได้รายได้ที่ดี  พอกิจการเริ่มดีก็เริ่มใช้เงินซื้อความสุขมากขึ้น  ซื้อรถ ซื้อบ้าน  สร้างหนี้สินที่ใหญ่ขึ้น ทั้งหนี้ส่วนตัวและหนี้การค้า  พอประสบความสำเร็จในกิจการ ก็เกิดความรู้สึกว่าสบาย  ทำให้ความจริงจังในการทำงานลดลง  ลูกน้องที่โตมากับบริษัทก็จะเก่งขึ้นและสุดท้ายจะลาออกไปทำธุรกิจเอง  ซึ่งธุรกิจที่ลูกน้องชำนาญก็คือธุรกิจแบบของเรา   ลูกน้องเก่าจะเป็นคู่แข่งกับบริษัทโดยอัตโนมัติ  และด้วยความสบาย ทำงานไม่เข้มข้นเหมือนช่วงแรก หลังปีที่ 10 จะเริ่มรายได้น้อยลง  รวมกับมีคู่แข่ง รวมกับมีหนี้บ้าน หนี้สินทรัพย์ต้องผ่อนต้องจ่ายมากขึ้น  ทำให้รายได้ธุรกิจไม่พอใช้  ในที่สุดจะแย่ลงและไปสู่การปิดกิจการในปีที่20  วงจรนี้เกิดขึ้นบ่อย  คนที่มีรายได้ที่ดีจากธุรกิจควรเรียนรู้การลงทุน และควรลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่ใช่หนี้สิน  สินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้  ไม่ควรเก่งแค่การทำธุรกิจตัวเองเพียงอย่างเดียว  ควรหาความรู้การออมการลงทุนอย่างจริงจัง  ต้องมองหาการลงทุนในธุรกิจอื่นตลอดเวลา  เพราะไม่มีอะไรยั่งยืน  

แม้แต่ธุรกิจที่ปั้นมากับมือก็ไม่ยั่งยืน  เจ้าของธุรกิจมือใหม่ทั้งหลายไม่ได้มีประสบการณ์ 20 ปีที่จะเห็นมาครบวัฎจักร  ดังนั้น นักธุรกิจรุ่นใหม่ควรเรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่นและเตรียมรับมือความเปลี่ยนแปลง  พัฒนาตัวเองในเรื่องความรู้รอบตัว  หาความรู้เรื่องการลงทุนควบคู่ไปกับการทำงานพัฒนาบริษัทตัวเอง  อย่าหยุดเรียนรู้เป็นอันขาด

IMG_4116

บริษัทรุ่นใหม่หลายบริษัทเป็นบริษัทขนาดเล็ก  มักจะเป็นธุรกิจที่สดใส  พอตั้งใจทำมันก็พัฒนาได้  มันมีศักยภาพที่จะขยาย  ถ้ารู้จักการวิเคราะห์และตั้งเป้าหมาย  รู้ตัวเลขที่แท้จริงของธุรกิจตัวเองอย่างถ่องแท้  แต่ปัญหาของธุรกิจมือใหม่ที่มักจะประสพก็คืองานขาย  การรับลูกน้องมาเป็นฝ่ายขายหลายแห่งให้เวลาลูกน้องน้อยเกินไป  รอเวลาพิสูจน์ยอดขายสามเดือน  พอไม่เข้าเป้าก็ให้ออกไป  แล้วก็รับคนใหม่  เริ่มต้นใหม่  บริษัทก็เลยไม่โตสักที  กว่าจะพัฒนาฝ่ายขายต้องใช้เวลา  เหมือนการปลูกต้นไม้ต้องมีเวลาของมัน  งานขายของธุรกิจควรจะพัฒนาทีมขายสัก 2 ปี  อย่าไล่คนออกแล้วเริ่มต้นใหม่ตลอดเวลา  การไม่สร้างทีมขายจะทำให้เราไม่โต  การหาเงินคนเดียวแบบเจ้านายเก่งคนเดียวบริษัทก็ไม่โต  มีแต่ทีมขายเท่านั้นที่จะทำให้บริษัทโตได้เพราะมีหลายคนช่วยกันขาย  ขั้นตอนการขายจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการเติบโต  ส่วนขั้นตอนการผลิต และการเก็บเงิน หากมีงานส่วนนี้มากจริงๆการหาคนมาช่วยทำงานก็ไม่ใช่เรื่องยากเท่าฝ่ายขาย  เวลาที่พี่วิทยาได้คุยแลกเปลี่ยนทัศนะกับลูกค้าบัญชีก็จะพยายามเน้นให้โฟกัสไปที่การสร้างทีมขาย  พัฒนาฝ่ายหารายได้เข้าบริษัทเป็นอันดับแรก

ขอขอบคุณ วิทยา ต่อเจริญ

สำนักงานบัญชีเนชั่น

ติดต่อ 08-2525-9265

หนังสือน่าอ่าน “ขายดีเพราะขึ้นราคา”

IMG_20210407_143557

เป็นหนังสือที่เปลี่ยนมุมมองของคนทำธุรกิจไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ การตัดราคากลายเป็นหายนะ การขึ้นราคากลายเป็นทางรอด หนังสืออธิบายเหตุผล และตัวอย่างที่ยกมาเล่าก็มีประโยชน์ นำไปปรับปรุงเพื่อใช้กับธุรกิจของเราเองได้ เป็นหนังสือที่น่าอ่านมาก เหมาะกับคนช่างสงสัย และคนอยากขายของ

เมื่อตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด

โควิด19 ระบาดในประเทศไทยมาตั้งแต่ปีพศ.2563 ต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ กำลังจะกลางปี พศ2565 แล้ว เป็นเวลาสองปีกว่า ประเทศไทยผ่านการระบาดครั้งใหญ่มาประมาณ 4 ครั้ง โดยในปีนี้ทางรัฐบาลเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้แล้วประมาณ 80% ซึ่งทำให้คนส่วนมากเมื่อติดเชื้อโควิด19 ก็จะอาการไม่หนัก ทำให้อัตราคนป่วยที่เข้า รพ. ไม่ล้นทะลักเหมือนในช่วงปีแรก ยอดคนเสียชีวิตก็ไม่สูงเท่าตอนระบาดหนักๆ

IMG_20220424_075257

ผมเป็นคนที่ฉีดวัคซีนมาแล้วสามเข็ม เป็น astra + astra + pfizer แต่ก็โชคร้ายมาติดเชื้อจนได้ในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีผลตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด ทีแรกก็คิดว่าจะไม่เชื่อผล ATK เพราะมันผิดพลาดได้ 1 เปอร์เซ็น แต่ว่า มีอาการเจ็บคอด้วยซึ่งเป็นอาการที่ผมไม่เคยเป็นมานานหลายปีมากแล้วก็เลยคิดว่าน่าจะติดเชื้อจริงๆ เมื่อทำใจได้แล้วก็เริ่มขั้นตอนการกักตัว ถ้าเป็นก่อนหน้านี้สัก 12 เดือน การติดเชื้อจะเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะวัคซีนยังไม่มี คนป่วยเพราะโควิดที่มีอาการหนักจะถึงกับเข้า icu หรือไม่ก็ถึงตายได้เลย และในประเทศไทยก็มีคนดังที่ตายไปแล้วด้วย

รอบนี้ผมติดโควิดแต่อาการเบา นับว่าเป็นสิ่งที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการระดมฉีดวัคซีนอย่างจริงจัง เมื่อผลตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด สิ่งที่เราต้องทำก็คือกักตัวที่บ้าน เพราะที่ผ่านมาโรงพยาบาลและโรงแรมที่รับกักตัวต่างก็เต็มตลอดเวลา การกักตัวที่บ้านจะมีคำถามตามมาว่าเราจะหายาจากที่ไหน ต้องกินยาอะไร อาหารต้องจัดส่งให้คนกักตัวยังไง คนที่เพิ่งติดครั้งแรกแบบผมต้องบอกว่าไม่รู้งานเลย ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็เลยเริ่มหาข้อมูลจากอินเทอเน็ต ซึ่งพอเริ่มหาก็เจอข้อมูลเยอะมาก และต่างคนก็ต่างแนะนำ ต่างคนต่างหวังดีแนะนำด้วยความคิดเห็นส่วนตัวก็เยอะ ทำให้เราใช้เวลาอ่านข้อมูลประมาณ 2 ชม. ยังไม่รู้เรื่องเลยว่าควรทำอะไรบ้าง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเข้าเว็บของ สปสช ที่ย่อมาจากคำเต็มว่าอะไรก็ไม่รู้ เข้าไปลงทะเบียนในเว็บว่าเราติดเชื้อแล้วด้วยการตรวจ ATK ซึ่งในระบบจะให้กรอกข้อมูลประจำตัว อย่างชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ จากนั้นก็รอเวลา เดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา ซึ่งหลายคนก็แนะนำว่า ต้องโทรจิก โทรตาม เพราะเคยมีเคสที่ไม่มีใครติดต่อกลับเลย มีคำขู่สลับคำแนะนำสารพัด แต่สุดท้ายผมก็เลือกที่จะรอการติดต่อกลับ


ลงทะเบียนติดโควิด

https://crmsup.nhso.go.th/#TicketHI

ประมาณ 4 ชม. มีคนโทรมาอธิบายว่า เขาเป็น รพ.ที่ช่วยดูแลคนติดเชื้อที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน หรือ Home isolation ทางเจ้าหน้าที่ รพ. ได้แนะนำให้สื่อสารผ่านโปรแกรม line โดย รพ. จะส่งอุปกรณ์การวัดไข้ เครื่องวัดระดับอ๊อกซิเจนในเลือด ยาลดไข้ ยาลดการไอ เจลแอลกอฮอลฺ์ เกลือแร่แบบผง ถุงพลาสติก มาให้ ซึ่งไม่มีฟ้าทะลายโจร ไม่มียาฟาวิพิราเวียร์ สองตัวหลังที่กล่าวนี้เป็นสองตัวที่ชาวเน็ตแนะนำให้กินด่วน กินทันที กินเยอะๆ ซึ่งผมเลือกที่จะไม่กิน ไม่หามากิน เพราะมีเคสตัวอย่างจากคนรู้จักที่เขากินยาฟาวิฯ เยอะ กินฟ้าทะลายโจรเยอะ แล้วต้องรักษาตับต่อหลังจากหายจากโควิด

IMG_0639

นอกจากยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์แล้ว ทางโรงพยาบาลยังได้ให้ข้าวด้วย โดยให้คนกักตัวเลือกว่าจะรับอาหารกล่อง วันละ 3 กล่อง หรือจะเอาโค้ดสั่งอาหารจาก Grab ไปสั่งเองโดยมีส่วนลด 300 บาทให้ใช้ตอนสั่งอาหารวันละครั้ง ทีแรกผมก็เลือกข้าวกล่อง 3 กล่องต่อวัน วันถัดมาก็มีคนส่งข้าวกล่องให้

IMG_0635

ในแต่ละวันทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะสื่อสารกับคนป่วยทาง line และขอให้เราถ่ายภาพเครื่องวัดอุณหภูมิและเครื่องวัดอ๊อกซิเจนทุกวัน โดยเราจะต้องกักตัวอย่างน้อย 7 วัน และอาหารจะมาส่งวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 3 กล่อง หลังจากที่รับอาหารไป 2 วัน ผมก็ขอเปลี่ยนเป็นโค้ดส่วนลดเพื่อใช้สั่งอาหารจาก grab แทน ซึ่งผมได้โค้ดส่วนลดวันละ 300 บาท ใช้สั่งอาหารได้ 1 ครั้งต่อวัน

IMG_20220424_185513

IMG_20220429_105631

อาการป่วยที่พบตั้งแต่วันแรกก็คือมีไข้อ่อนๆ อาการเจ็บคอเริ่มมากขึ้น ตอนกลางคืนนอนแล้วต้องเปิดแอร์แบบไม่เย็นมาก เพราะอาการไข้ทำให้รู้สึกหนาว อาศัยกินยาลดไข้อย่างพาราเซ็ตตามอลทุก 6 ชั่วโมง เมื่อยาออกฤทธิ์ไข้ก็ลง แล้วพอผ่านไปหลายๆชั่วโมงก็มีไข้อ่อนๆอีกครั้ง วนเวียนกินยาลดไข้ทุก 6 ชั่วโมง กินอยู่ประมาณ 3 วัน อาการไข้ก็หมดไป

IMG_0656

อาการไอมีตั้งแต่วันที่สองนับจากวันที่ตรวจ Atk ไอมากขึ้น บางครั้งก็ไอเป็นชุด ผู้ดูแลจัดยาน้ำแก้ไอมาให้ด้วย ผมจิบยาแก้ไอทั้งขวดหมดไปในเวลาประมาณ 3 วัน ส่วนยาเม็ดที่กดอาการไอจะกินตอนหัวค่ำ เพื่อให้ตอนนอนไม่ไอเยอะเกินไป อาการไอจะค่อยๆน้อยลงไปตามอาการไข้ ประมาณสามวันก็ไอน้อยลงจนเหมือนไม่ป่วยแล้ว

อาการมีเสลดในคอ อยากคายเสลดอยู่หลายครั้ง อาการคันคออยากขากเสลดจะนานๆมาที และเป็นอยู่ประมาณ 7 วัน หลังจากนั้นก็แทบจะหายไปแล้ว

ส่วนภรรยาผมก็ติดเชื้อในสามวันถัดมา ก็ดำเนินการลงทะเบียนแล้วรอผู้ดูแลติดต่อกลับ และก็ได้ รพ.อีกแห่งหนึ่งมาดูแล ภรรยาได้อุปกรณ์วัดไข้ และ เครื่องวัดอ๊อกซิเจน รวมถึงยาแก้ไข จัดส่งให้ ส่วนเรื่องอาหารระหว่างกักตัว ภรรยาได้โค้ดลด 200 บาทสำหรับการสั่งอาหารผ่าน foodpanda แทน

IMG_20220506_211127



ลูกชายผมก็ติดเชื้อในอีกสามวันถัดจากภรรยา ผมลงทะเบียนให้ลูก และติดต่อกับคนดูแลผ่านทางโปรแกรม line เช่นเดียวกัน ลูกชายจะได้ของกล่องใหญ่เลย เป็นอุปกรณ์วัดไข้ และที่วัดอ๊อกซิเจน รวมถึงอาหารแห้งอีก 21 กล่อง คิดว่าเพราะเป็นเด็กเลยไม่ได้ให้โค้ดลดไปสั่งอาหาร ให้อาหารกึ่งสำเร็จรูปแทนเสียเลย ทีแรกก็ตื่นเต้นที่เห็นข้าวกล่องแบบต้องอุ่นร้อนเยอะๆมากองไว้ แต่พอได้ลองเปิดมาทำกินแล้วก็ค้นพบว่า มันคืออาหารคล้ายๆมาม่าละลายน้ำ ไม่มีโปรตีนเลย ลองทำกินไป 1 กล่องแล้วก็วางไว้ทั้งหมดไม่แตะอีกเลย อาหารแนวโจ๊กกึ่งสำเร็จ เส้นหมี่กึ่งสำเร็จ ละลายน้ำร้อนเหล่านี้เป็นของที่ไม่มีประโยชน์ต่อคนป่วย ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลหรือผู้ดูแลดำเนินการเปลี่ยนด้วย

20220430190833_IMG_0695

ลืมเล่าไปอีกอย่าง ทางผู้ดูแลนอกจากจะขอผลการวัดไข้และอ๊อกซิเจนแล้ว ยังขอให้เราถ่ายภาพอาหารที่ระบบจัดให้ด้วย ได้ข้าวกล่องก็ถ่ายภาพข้าวกล่อง ถ้าได้เป็นส่วนลด grab ก็ถ่ายภาพสิ่งที่สั่งมากิน ทุกวันจะต้องส่งสามอย่างนี้ให้ผู้ดูและ พอครบ 7 วันก็หมดโปรแกรม อาหารหยุดส่ง โค้ดส่วนลดที่เคยได้ก็จะไม่มีแล้ว และทางผู้ดูแลจะจัดทำเอกสารใบรับรองแพทย์ให้เผื่อเอาไว้ใช้ในอนาคต เพราะบางคนอาจต้องส่งเป็นเอกสารการลาพักงาน หรือบางคนต้องส่งเบิกประกัน

ทุกคนจะกักตัวให้ครบ 10 วันนับจากวันที่มีอาการป่วยวันแรก เมื่อพ้นเวลา 10 วันแล้วก็ออกจากบ้านได้ ไปทำธุระ ไปใช้ชีวิตได้ การป่วยติดเชื้อโควิดในครั้งนี้พวกเราไม่มีอาการรุนแรง ยิ่งเด็กน้อยอายุ 10 ขวบ มีไข้แค่วันเดียวเท่านั้น ผมตรวจ ATK อีกครั้งในวันที่ 5 หลังจากตรวจครั้งแรกยังขึ้น 2 ขีดอยู่ ส่วนในวันที่ 7 ลองตรวจอีกครั้งก็ขึ้นแค่ 1 ขีดเท่านั้น

ผ่านการป่วยและกักตัวในรอบนี้ทำให้ได้รู้ว่ารัฐบาลพยายามหาทางช่วยเหลือประชาชนด้วยวิธีที่ประหยัดและฉลาด การดำเนินการให้ผู้ป่วยอาการเบาได้กักตัวอยู่บ้านเป็นวิธีการที่ดีมาก การจัดส่งอุปกรณ์จำเป็นและอาหารตอนกักตัวก็เป็นวิธีที่ฉลาดต้องขอชื่นชมคนทำงานที่คอยบริหารจัดการเรื่องเหล่านี้ โควิดสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ได้รับวัคซีนที่ดีจะเป็นแค่อาการเบา สามารถรอเวลาเพื่อหายได้เอง อย่างมากก็กินยาตามอาการ คนในบ้านผมผ่านการติดเชื้อครั้งนี้ด้วยอาการเบาถึงเบามากทุกคน เราโชคดีที่มีวัคซีนคุณภาพ ขอบคุณหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศที่บริหารจัดการ หาวิธีแก้ปัญหาตลอดเวลาจนประเทศเรามีความพร้อมที่จะรับมือกับโรคระบาดอย่างโควิด หลังจากนี้พวกเราก็จะได้มั่นใจว่าเราสามารถใช้ชีวิตได้เกือบปกติ เร่งทำงาน เร่งพัฒนา เพื่อกอบกู้เศรษฐกิจที่ยับเยินของประเทศกัน

หมายเหตุ

หลังจากที่ได้อุดหนุน Grab และ foodpanda ในช่วงกักตัว ผมค้นพบว่า ร้านอาหารส่วนใหญ่ในระบบเป็นของราคาแพง ไม่มีของถูกให้สั่งเลย อาหารปกติที่เราเคยกินราคา 40-50 บาท พอไปอยู่ในระบบกลายเป็น 80 แถมยังต้องมีค่าส่งอีกต่างหาก บางร้านขายของในราคาห้าง ข้าวหมูทอดสไตล์ญี่ปุ่นหน้าตาญี่ปุ่น ขายกัน 200-300 บาทต่อชาม มันเป็นราคาที่ทรมานใจมากสำหรับคนรายได้น้อย ร้านอาหารที่อยู่ในระบบน่าจะมีเมนูราคาประหยัดให้เลือกบ้าง ผมเข้าใจว่าธุรกิจต้องการกำไรสูงสุด แต่ก็ควรมีรายการราคาประหยัดให้เลือกด้วย เพราะคนที่พร้อมจะจ่ายระดับสูงสุดในประเทศเรามีไม่มาก คนส่วนใหญ่รายได้หดหาย เงินเดือนลด ตกงาน อาหารเลี้ยงชีวิตต้องการแค่หายหิว ถ้าแพล็ตฟอร์มต่างประเทศเน้นกำไร ประเทศเราน่าจะมีแพล็ตฟอร์มในประเทศที่ทำเล็กๆ ต้นทุนบริหารราคาต่ำ สำหรับของราคาไม่แพง เรื่องเหล่านี้ รัฐบาลเป็นเจ้าภาพจัดทำได้ หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยก็น่าจะจัดทำได้

พาลูกเข้านอนตอนติดโควิด

20220429084208_IMG_0679

การใช้ชีวิตในช่วงปีนี้ เป็นช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 อยู่ในประเทศไทย ประเทศเราผ่านการล๊อคดาวน์มาแล้วหลายครั้ง และในช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงที่มีการระบาดสูงมาก และผมเองก็โชคร้ายติดเชื้อเข้าจนได้ ผลตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด แต่อาการไม่หนัก มีเพียงไข้อ่อนๆ พร้อมกับมีอาการไออยู่บ้าง จัดว่าเป็นผู้ป่วยสีเขียว นโยบายของรัฐบาลคือให้กักตัว รักษาตัวอยู่ที่บ้าน เข้าโปรแกรม Home isolate โดยรัฐบาลจะส่งยาและอุปกรณ์ต่างๆที่ต้องใช้มาให้ และส่งข้าวให้ 7 วัน วันละ 3 มื้อด้วย

IMG_0648

การใช้ชีวิตในบ้านแบบแยกกักตัวก็เลยมาในรูปแบบของการแยกกันนอน ห้องใครห้องมัน ลูกอยู่ห้องเดิมที่เคยนอนร่วมกันพ่อแม่ลูก ผมแยกมานอนห้องทำงาน เพราะว่าลูกยังไม่ติดเชื้อ ส่วนภรรยาก็แยกไปอีกห้องนอนหนึ่ง สามคนเรานอนกันคนละห้อง ต่างคนต่างต้องปรับตัว และตอนกลางคืนเราก็พาลูกเข้านอนด้วยการอ่านหนังสือนิทานเหมือนทุกวัน

ScreenClip

ใช้โปรแกรม video call ที่เห็นหน้าทุกคนแล้วก็คุยกัน แล้วก็อ่านนิทานผ่านหน้าจอ ลูกนอนฟังนิทาน ผมอ่านนิทานไปจนลูกหลับ แล้วก็เลยเปิดเพลงให้ฟังตอนที่เพิ่งหลับไป ใช้ไมโครโฟนมาจ่อไว้ที่ลำโพง แล้วก็เปิดเพลงบรรเลงจังหวะช้าๆให้ฟัง โมเม้นนี้เป็นจังหวะชีวิตที่หายากมาก ถ้าเราสบายดี เราคงไม่มีประสบการณ์แบบนี้ เลยอยากบันทึกไว้เพื่อวันหลังจะได้กลับมาดูคลิปอีกครั้งเท่าที่ต้องการ ช่วงเวลาที่เราได้เรียนรู้ว่าลูกผูกพันธ์กับพ่อแม่มาก แม้แค่ได้ยินเสียงผ่านจอก็เอา

Nec205 – การมองหาของใหญ่ๆ

DSC_2851.JPG

ถ้าพูดถึงระบบนำทาง gps เราต่างก็คงเคยใช้ gps นำทาง  บ้างก็ให้เพื่อนแชร์โลเคชั่นให้แล้วก็ขับไปตามที่ระบบบอก   ยิ่งในยุคที่มีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือของทุกคน  ทุกคนก็มี gps รอให้ใช้ตลอดเวลา

คราวนี้ในชีวิตจริง  ถ้าเราจะไปปั๊มน้ำมันใกล้บ้าน  หรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน  เราจะใช้ gps ช่วยนำทางไหม   คำตอบคือไม่ใช้  เพราะว่าที่แห่งนั้นเราเคยไปมาแล้ว  เรารู้ทางแล้ว  แล้วคนเราจะใช้ gps ตอนไหนบ้าง  คำตอบคือเรามักจะใช้ให้มันพาเราไปในที่ที่เราไม่เคยไป   เราใช้ระบบนำทางเพราะเราไม่รู้เส้นทางนั่นเอง

ในการร้องขอ referral หรือการแนะนำทางธุรกิจ เราก็สามารถใช้แนวคิดเดียวกันได้  หากเทียบการนำทางเป็นการให้ referral  เราจะขอธุรกิจหรือขอลูกค้าเล็กๆน้อยๆ ก็ดูจะไม่มีประโยชน์เท่าไรนัก  เพราะลูกค้าเล็กๆน้อยๆเราหาได้อยู่แล้ว  เรารู้ว่าหากเราจะหาลูกค้าไซ้ร์เล็กเราจะหาได้อย่างไร เพราะเราก็เปิดบริษัทมานาน  ถ้าจะใช้เพื่อนช่วยหางานให้เราทั้งที เราน่าจะร้องขอสิ่งที่มันใหญ่กว่าสิ่งที่เรามี ขอสิ่งที่เราไม่เคยได้จะดีกว่าไหม  ขอสิ่งที่เราอาจจะเข้าไม่ถึงถ้าเราไม่มี connection   เหมือนใช้ gps นำทางไปในที่ที่เราไม่รู้ทาง   

IMG_0150

เราควร looking for สิ่งที่เราไม่เคยได้  สิ่งที่เราจะรู้สึกภาคภูมิใจหากเราได้ลูกค้าคนนี้มา ลูกค้าที่จะช่วยยกระดับการทำงานของเราให้ใหญ่ขึ้น ยกระดับบริษัทของเราให้มีพอร์ตโฟลิโอที่เจ๋งขึ้น ขออะไรใหญ่ๆไปเลย จะได้ใช้ทรัพยากรในกลุ่มเน็ตเวิร์คของเราให้คุ้มค่าคุ้มเวลา

ลองพิจารณาดูนะครับว่า บริษัทเรา มีศักยภาพแค่ไหน  ลองขอลูกค้าที่เราต้องทุ่มเทการทำงานหนักมากขึ้น  ทำงานหนักยิ่งกว่าที่เคยมีมา  บริษัทเราจะได้เติบโตไปอีกขั้น   เพราะเรามาอยู่ในกลุ่มเน็ตเวิร์คแห่งนี้เพื่อขยายธุรกิจ เราจึงควรจะมียอดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

กินขนมและกาแฟที่ craftman coffee บำรุงเมือง

เจริญกรุง บำรุงเมือง เฟื่องนคร คือชื่อถนนที่อยู่ในบทเรียนสมัยประถม จำได้ว่าเป็นถนนแห่งแรกที่รัชกาลที่ 4 ดำริให้สร้างใช้งานในกรุงเทพ และปัจจุบันก็ยังคงเป็นถนนสำคัญของประเทศ แถมยังเป็นย่านเก่าแก่ที่มีความนิยมท่องเที่ยว เดินเล่น หาของกินเล่น

IMG_20220417_131759

ร้านกาแฟ craftman แทรกตัวอยู่ในดงตึกแถวในย่านเสาชิงช้า ต้องเดินเข้าทางถนนบำรุงเมือง ทางเข้าเป็นซอกตึกที่ไม่มีป้ายบอก คนจะมาถูกต้องเป็นคนเคยมา คนเคยมาต้องเป็นคนเคยหลงหาทางเข้าไม่เจอสักรอบหรือมากกว่านั้น ตึกเก่าแก่แห่งนี้เป็นโรงพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทยสร้างสมัยรัชกาลที่5 เคยเป็นโรงพิมพ์ที่ทำงานให้ราชการและปิดกิจการไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 ปัจจุบันถูกดัดแปลงเล็กน้อยให้เป็นร้านกาแฟ เพราะเจ้าของร้านกาแฟนิยมใช้ตึกเก่าบ้านเก่ามาทำร้านกาแฟ และเพราะทายาทเจ้าของตึกก็อยากจะรักษาตึกที่เป็นโบราณสถานเอาไว้ เราก็เลยได้มีโอกาสมาเดินเล่น กินขนมในตึกเก่าแต่น่ามองแบบนี้

IMG_20220417_131849

ตึกโบราณแห่งนี้ทำให้นึกถึงตึกยาวของโรงเรียนสวนกุหลาบ ผมคงชอบตึกแบบนี้เพราะเคยเรียนที่ตึกยาว กำแพงหนาๆเป็นลักษณะเด่นของตึกทรงนี้ ช่องหน้าต่างบนความหนาของกำแพงสามารถนั่งเล่นนอนเล่นได้เลย เอกลักษณ์แบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วในตึกสมัยใหม่ แสงสว่างส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็นมุมแสงสวยที่ทำให้ช่างภาพต้องหยุดมอง และคงจะได้หยิบกล้องหรือโทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพเก็บไว้ แสงหน้าต่างเป็นแนวทางการจัดแสงที่เหมาะกับการถ่ายภาพคน ไปเที่ยวที่ไหนที่มีหน้าต่าง และเป็นช่องแสงเข้าสู่ห้องก็ใช้เป็นมุมถ่ายรูปได้แทบจะไม่เคยผิดหวัง

20220417120108_IMG_0492

สั่งกาแฟ น้ำหวาน และขนม แล้วก็รอ ระหว่างที่รอก็อ่านมือถือ อ่านหนังสือ ใครจะนั่งร้านกาแฟแนวนี้ให้เตรียมหนังสือมาอ่านเล่นด้วย การกินกาแฟในร้านสวยไม่ใช่แค่รสชาติกาแฟ แต่น่าจะได้นั่งอ่านหนังสือสักพัก เมื่อก่อนคนคงอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ยุคนี้ก็อ่านมือถือ อ่านเรื่องชาวบ้านจากเฟสบุ๊ค และโซเชียลเน็ตเวิร์คอีกสารพัด ได้อ่านข่าวน้องมิลลิ เอาข้าวเหนียวมะม่วงไปขึ้นเวทีคอนเสิร์ตระดับโลก น้องกำลังทำงานของ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงท่องเที่ยวด้วย ทำน้อยได้มาก ทำครั้งเดียวได้งานสามกระทรวงเป็นอย่างน้อย คนคุณภาพแบบนี้อยากปรบมือให้นานๆ

20220417121008_IMG_0515

สงกรานต์ปีนี้พวกเราเที่ยวเล่นในกรุงเทพกันตลอดสัปดาห์ พาลูกเที่ยวพิพิธภัณฑ์แวะร้านอาหารที่ไหนก็ไม่ต้องรอคิว ไม่ต้องไปเจอรถติดยาวนานหลายชั่วโมง เป็นช่วงเวลากรุงเทพสงบสุข ถ่ายรูปเล่น อ่านหนังสือ สะสางงานอดิเรกอื่นๆที่ทำค้างไว้

2022-04-18_03-29-24

2022-04-18_03-30-19

IMG_20220417_104734

ราคาขนมและเครื่องดื่มภาพนี้ 715 บาท ราคาสูง ไม่สามารถจะมากินได้บ่อยๆแน่นอน คุณภรรยาบอกว่าขนมเค้กดี อร่อยถูกใจแถมยังซื้อกลับบ้านอีกต่างหาก ส่วนเมนูเครื่องดื่มไม่ได้โดดเด่น ถ้าจะพาใครมากินที่นี่ก็จะมาเพราะตึกเก่าสวยดี มาเพราะมีที่จอดรถดี มาเพราะขนมอร่อยดี

2022-04-18_03-28-55

เปลี่ยนหลอดไฟถอย สวิฟท์2012 t20 ไส้เดี่ยว

ScreenClip

รถยนต์ suzuki swift 2012 เป็นรถ eco car ที่ออกมาขายตั้งแต่ปี 2012 ได้รับความนิยมในประเทศไทยเป็นอย่างมาก รถในบ้านเป็นรถของคุณภรรยา และไฟถอยดับไป 1 ข้าง ก็เลยหาข้อมูลแล้วซื้อเปลี่ยน ค้นในเน็ตเจอชื่อรุ่นว่าเป็น T20 ก็เลยไปซื้อจากร้าน diy แห่งหนึ่ง แล้วก็เอากลับมาเปลี่ยน ปรากฏว่า ใช้ไม่ได้

20220409162335_IMG_0238
หลอดซ้ายคือหลอดที่ดับ หลอดขวาคือ T20 ที่ซื้่อมาแต่ขั้วไม่เหมือนกัน

หลอด T20 ที่เป็นหลอดสำหรับใส่ไฟถอยหลัง ไฟเลี้ยว ไฟหรี่ในรถหลายรุ่น T20 จะหลายสเป็ค สเป็คที่เป็นไฟท้ายในรถสวิฟท์จะเป็นขั้วเขี้ยว และจะมีแยกย่อยอีกเป็น สเป็คแรกคือ T20 ไส้เดี่ยว และสเป็คที่สองคือ T20 ไส้คู่ การใช้งานจะแตกต่างกัน ขั้วหลอดไฟก็จะแตกต่างกัน ในเว็บส่วนมากจะบอกแค่ว่า swift 2012 ใช้ไฟถอยชนิด T20 ขั้วเขี้ยว ไม่ได้บอกว่าไส้เดี่ยวหรือไส้คู่ ก็เลยได้ซื้อผิดกันเป็นประสบการณ์ เพราะไม่ได้ถอดหลอดเก่าไปเทียบ คิดว่าแค่ซื้อให้ตรงชื่อก็น่าจะได้แล้ว

20220414120746_IMG_0412
หลอดซ้ายคือหลอดที่ดับ หลอดขวาคือ T20 ไส้เดี่ยว ขั้วเดี่ยว ซื้อรอบสองให้ตรงรุ่น

รอบแรกได้มาเป็นไส้คู่ ก็ใช้ไม่ได้ เลยต้องไปซื้อใหม่ คราวนี้ร้าน DIY ร้านเดิม หรือร้านตลาดนัดทั่วไป ร้านอะไหล่อิเล็คทรอนิกส์ก็ไม่มีหลอดรุ่นไส้เดี่ยว สุดท้ายต้องไปร้านอะไหล่รถยนต์ ถอดหลอดเก่าที่ดับไปให้ดูแล้วก็ซื้อกลับมา แต่การถอดหลอดเดิมก็ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะเหมือนกัน เพราะโคมไฟท้ายรถจะต้องถอดด้วยแหวนพิเศษ จำเบอร์ไม่ได้ ซึ่งปกติบ้านคนทั่วไปไม่มี เลยต้องซื้อเครื่องมือเพิ่มอีก 1 ชิ้นเอาไว้ถอดน็อตที่ล๊อคโคมออก

ถ้ารู้ว่าหลอดไฟมีสองสเป็ค ก็จะหาข้อมูลให้นานขึ้น ก็เลยมาพิมพ์โน้ตไว้ให้อ่านสำหรับคนที่อยากจะเปลี่ยนไฟท้ายรถซูซูกิสวิฟท์ด้วยตัวเอง แม้ว่าเอาเข้าศูนย์จะแก้ปัญหาได้ แต่บางทีเราก็ไม่สะดวกจะแวะ และไม่ได้อยู่ใกล้ศูนย์

ทำลำโพงบลูทูธใช้เอง

ลำโพงฟังเพลงในยุคนี้น่าจะเป็นลำโพงที่รับบลูทูธกันเป็นส่วนใหญ่แล้ว เพราะทุกคนใช้สมาร์ทโฟน และฟังเพลงผ่านลำโพงหรือหูฟังบลูทูธกันทั้งนั้น ราคาลำโพงบลูทูธมีช่วงกว้างมาก ตั้งแต่ร้อยบาทไปจนถึงหลายหมื่นบาท ซึ่งราคามักจะเป็นตัวกำหนดคุณภาพไปกลายๆ

ด้วยความทันสมัยของยุคนี้ทำให้อะไหล่อิเล็คทรอนิกส์มีราคาไม่แพงและมีคุณภาพดี การจะทำลำโพงฟังเพลงด้วยตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องยาก หาชิ้นส่วนต่างๆมาประกอบกันแล้วใช้ฝีมือตัวเองอีกเล็กน้อยในการเชื่อมสายเราก็จะได้ลำโพงบลูทูธที่เราสร้างเอง

IMG_20220410_141833

ในภาพนี้คือลำโพงบลูทูธที่ใช้ดอกลำโพงชนิดฟูลเรนจ์ซึ่งหมายถึงดอกลำโพงที่สามารถส่งเสียงย่านความถี่ต่ำไปถึงความถี่สูงได้ในดอกเดียว ทำให้เหมาะสำหรับการนำมาใช้งานเป็นลำโพงฟังเพลง หากเป็นสามสิบปีที่แล้วเราแทบจะหาลำโพงฟูลเรนจ์แบบนี้ไม่ได้เลย เพราะเทคโนโลยีการออกแบบและผลิตพัฒนาไปมากนั่นเอง ส่วนวงจรขยายก็เป็นบอร์ดอิเล็คทรอนิกส์สำเร็จรูปที่สามารถรับสัญญาณบลูทูธจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ได้ เมื่อบอร์ดแยกสัญญาณเสียงออกจากบลูทูธได้แล้ว ก็จะมีวงจรขยายเสียงทำหน้าที่ขยายสัญญาณให้มีพลังมากขึ้นเพื่อส่งไปยังดอกลำโพง สิ่งที่เราต้องทำก็เพียงแค่เชื่อมสายต่อไฟเลี้ยงหรือแบตเตอรี่ และต่อสายลำโพงไปยังดอกลำโพง จัดวางดอกลำโพงในตู้หรือกล่องที่เหมาะสม เราก็จะได้ลำโพงมาใช้เปิดเพลงฟังได้

IMG_5845

เรายังสามารถเลือกใช้วัสดุทำตู้ลำโพงได้ตามใจ ผมเลือกใช้ขวดพลาสติกเนื้อดีดูคล้ายแก้วมาเป็นตัวโครงสร้างหลัก ปกติดอกลำโพงจะส่งเสียงออกทางด้านหน้าและด้านหลังของตัวมัน ถ้าดอกลำโพงไม่ได้อยู่ในตู้ คลื่นเสียงด้านหลังลำโพงกับด้านหน้าลำโพงซึ่งมีเฟสเสียงตรงกันข้ามกันจะหักล้างกัน ทำให้เสียงบางและพร่าเลือน ฟังแล้วคุณภาพแย่ การเลือกใช้ตู้ลำโพงที่เหมาะสมจะทำให้เราป้องกันคลื่นเสียงด้านหน้าและด้านหลังมาหักล้างกัน การออกแบบตู้ลำโพงเป็นเรื่องที่มีการเรียนรู้กันอย่างจริงจัง มีทฤษฎีวงจรไฟฟ้า และหลักการทางวิศวกรรมรวมถึงสมการการคำนวณอีกหลายสมการ ซึ่งถ้าทำได้ก็ควรออกแบบตู้ลำโพงให้ถูกต้อง แต่หากต้องการเน้นความสวยงามไม่ลงลึกในทฤษฎีตู้ลำโพงมากนัก เราก็เลือกเน้นไปที่สิ่งที่เราอยากได้ อยากมอง แต่พยายามเลือกขนาดตู้หรือปริมาตรห่อหุ้มลำโพงให้เยอะๆเข้าไว้เท่าที่่จะทำได้ เพราะการออกแบบตู้ลำโพงอย่างถูกต้องจะเน้นไปที่การคำนวณหาขนาดตู้ที่เล็กที่สุดเท่าที่จะทำให้ลำโพงทำงานได้ตามที่เราต้องการ ส่วนวัสดุทำตู้ลำโพงก็มีทฤษฎีอธิบายไว้เช่นกัน เราต้องเลือกสิ่งที่แข็งแต่เบาเป็นหลัก แต่ถ้าเราไม่จำกัดขนาด เราใช้ตู้ใหญ่ไปเลย ใหญ่ให้เกินพอก็สามารถทำได้ และมันมักจะให้ผลที่ดีด้วย

1649518105163-01

ภาคจ่ายไฟเลือกใช้รังถ่านแบบใส่ถ่าน AA จำนวน 4 ก้อน เพราะบอร์ดสำเร็จรูปตัวนี้สเป็คบอกไว้ว่ารับไฟ 5 โวลท์ ซึ่งแบตเตอรี่แบบชาร์จได้จะมีไฟอยู่ที่ประมาณ 1.2 โวลท์ ต่อ 1 ก้อน นั่นทำให้ 4 ก้อนมีไฟ 4.8 โวลท์นั่นเอง แต่ผมก็เชื่อว่าถ้าใส่ไฟเลี้ยงมากกว่าเล็กน้อย หรือน้อยกว่าไม่มากก็น่าจะยังได้อยู่ เพราะวงจรไอซีในบัจจุบันมักจะพยายามออกแบบให้ทำงานได้ในย่านไฟเลี้ยงกว้างๆ คือมากหน่อย หรือ น้อยหน่อย ก็ยังทำงานได้นั่นเอง

การประกอบลำโพงใช้เองในครั้งนี้ใช้หลักการนำของที่อยากใช้มาติดตั้งรวมกัน ไม่ได้มีการคำนวณที่ละเอียด เพราะเราทำเป็นงานอดิเรก และเมื่อมันใช้งานร่วมกันได้ ส่งเสียงได้หากจะพัฒนาไปสู่การทำขายก็ไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนคุณภาพเสียงเมื่อฟังแล้วก็ต้องยอมรับว่าอุปกรณ์เหล่านี้ทำงานได้ดี ให้คุณภาพเสียงที่ดี ข้อดีของตู้ลำโพงขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับดอกลำโพงทำให้ทั้งระบบสามารถส่งเสียงย่านความถี่ต่ำได้ดีขึ้น การตอบสนองความถี่เลยทำได้ครบครัน กับเพลงร็อคหรือเพลงโชว์เสียงย่านต่ำเราจะได้ยินเสียงกลองกระเดื่อง เสียงเบสที่เล่นโน้ตต่ำๆได้ชัดเจน แตกต่างไปจากลำโพงบลูทูธขนาดเล็กทั่วไปที่ทำมามักจะมีแต่กลางและแหลม เสียงเบสหาย มาถึงส่วนของเสียงกลางที่เป็นย่านเสียงร้องเสียงพูดของคนและเสียงความถี่สูงที่เป็นประกายของทุกเสียง ลำโพงทำเองตัวนี้ก็ทำหน้าที่ส่งเสียงได้ดีเป็นปกติ เพราะเสียงกลางและเสียงแหลมไม่ใช่เรื่องยากสำหรับลำโพงเลย

20220416185128_IMG_0425

พอได้ลำโพงที่เสียงพอใจแล้วก็ปรับปรุงหน้าตาและฟังค์ชั่นนิดหน่อย ใส่ไฟประดับเข้าไปด้วยเพื่อให้มันเป็นโคมไฟวางสวยๆในบ้าน วางพื้นก็สวย วางโต๊ะก็สวย วางข้างเตียงก็สวย

20220416193715_IMG_0432

หากจะปรับปรุงการทำงานของลำโพงตัวนี้ให้ดีขึ้น ก็อยากจะหาทางเพิ่มดอกลำโพงซับวูฟเฟอร์เข้าไปด้วย ซึ่งคงต้องย้ายไปอยู่ในกล่องหรือตู้ลำโพงที่ใหญ่ขึ้น และคงต้องเปลี่ยนวงจรขยายให้มีกำลังมากขึ้นด้วย แต่ก็จะทำให้สูญเสียความกระทัดรัดในทรงกระบอกนี้ไป ลำโพงทรงกระบอกนี้มีขนาดใหญ่ระดับเดียวกับแก้วน้ำ มันนำไปวางไว้ในช่องวางแก้วในรถยนต์ได้ ก็ขึ้นอยู่กับคนออกแบบว่าต้องการอะไร เลือกใส่หรือเลือกไม่ใส่อะไร เพราะการออกแบบเครื่องเสียงคืองานศิลปะที่ใช้ความรู้วิทยาศาสตร์นั่นเอง

1650111642376-01

ทำหนังสือจบไปอีกเล่ม

หนังสือ The power of dreams เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่ได้ทำตั้งแต่ต้นจนจบ ถือว่าเป็นผลงานของสำนักพิมพ์ที่ทำครบวงจร โดยขั้นตอนการทำงานมีดังนี้

20220324122839_IMG_0120_1


1 เราจัดอาร์ตเวิร์คจากเนื้อหาของเจ้าของเรื่องตามโครงร่างเก่าที่มีอยู่ แต่ใช้ภาษาอังกฤษทั้งเล่ม โดยเจ้าของหนังสือใช้บริการผู้เชี่ยวชาญเรื่องการแปลหนังสือจากไทยเป็นภาษาอังกฤษ และส่งข้อมูลการแปลให้สำนักพิมพ์

2 เราทำเรื่องขอเลขทะเบียนอิเล็คทรอนิกส์ ISBN จากหอสมุดแห่งชาติ และลงรายละเอียดในหน้าบรรณานุกรมให้ถูกต้องตามมาตรฐาน และหนังสือเล่มนี้จะจัดจำหน่ายในร้านหนังสือเอเซียบุ๊คส์

3 ออกแบบปกใหม่ จัดทำบาร์โค้ดสำหรับพิมพ์บนปกหนังสือ

4 เมื่อจัดวางเสร็จแล้วก็ส่งตรวจความถูกต้องโดยจัดทำเป็นหนังสือตัวอย่างขนาดเหมือนจริง จำนวนหน้าเท่าจริง

5 เริ่มขั้นตอนการพิมพ์ พิมพ์ในโรงพิมพ์ของเราเอง

6 เมื่อพิมพ์เสร็จเรียบร้อยก็จัดส่งให้เจ้าของหนังสือ

7 จัดส่งตัวหนังสือเล่มตัวจริงให้หอสมุดแห่งชาติเก็บไว้ด้วย

2022-03-31_10-31-54

ระหว่างที่เริ่มพิมพ์งานบนเครื่องพิมพ์ ทางทีมกราฟิคก็จัดรูปแบบของเนื้อหาภาษาอังกฤษให้อยู่ในรูปแบบของ e-book เพื่อใช้ส่งไปฝากขายในเว็บของ amazon และเจ้าของหนังสือจะต้องไปสมัครใช้ paypal เพื่อเอาไว้รับเงินจากต่างประเทศ เจ้าของหนังสือยังเล่าให้ฟังว่าเขามีแผนจะนำไปแจกในงานบรรยายของเขาเอง และการบรรยายบางครั้งก็จะเป็นการบรรยายภาษาอังกฤษ นั่นทำให้หนังสือภาษาอังกฤษเล่มนี้ได้ถูกวางแผนการแจกจ่าย ฝากขาย และขายหน้างานสัมมนาด้วย

ข้อดีของการทำหนังสือเพื่อวางขายก็คือ

1 ได้รวบรวมความคิดความรู้ของเราที่ตกผลึกแล้ว มีคุณค่าพร้อมจะถ่ายทอดให้ผู้อื่น การจัดทำเป็นหนังสือคือการจัดระเบียบและจัดเก็บในรูปแบบที่ใช้งานง่ายเข้าถึงได้ง่าย

2 ทำเอง ส่งขายเอง ลิขสิทธิ์เป็นของเราเอง รายได้จะไม่ต้องแบ่งใคร พิมพ์ซ้ำ หรือ พิมพ์แจก ก็เป็นสิทธิ์ของเราเอง

3 ใช้แจก ใช้เป็นของขวัญ เป็นคุณค่าที่มอบให้ผู้รับในวันสำคัญต่างๆ สวัสดีปีใหม่ด้วยหนังสือของตัวเอง เท่ห์สุดยอด

4 ได้รับการยอมรับระดับสูง เพราะการทำหนังสือขายน่าเชื่อถือกว่าการโพสท์โฆษณาในฝั่งออนไลน์แต่เพียงอย่างเดียว

การทำหนังสือสักเล่มหนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งที่ยากกว่าทุกขั้นตอนคือ การตัดสินใจที่จะเริ่มแบ่งปันความรู้ และเมื่อพร้อมที่จะเริ่มทำแล้วขั้นตอนที่เหลือเป็นสิ่งที่หาคนช่วยทำได้ทุกขั้นตอน

S__2072603

S__2072604

กาแฟโครงการหลวง

มีธุระต้องไปที่สนามบินดอนเมือง และได้เดินผ่านร้านขายของโครงการหลวง ก็เลยแวะดูว่ามีอะไรน่าสนใจ ก็สะดุดตากับกาแฟกล่องนี้ เป็นกาแฟโครงการหลวง ในรูปแบบของแค็ปซูลแบบ nespresso ก็เลยลองซื้อมากินดู 1 กล่องมี 10 แค็ปซูล ราคากล่องละ 240 บาท

20220320185345_IMG_0047

ไม่ได้คาดหวังว่ารสชาติจะดีหรือจะเป็นแบบไหน เพราะเจตนาอยากจะชิมเท่านั้น อารมณ์กาแฟจริงๆแล้วน่าจะอยู่ที่บรรยากาศที่เรากำลังสัมผัส แล้วกาแฟเป็นตัวที่ช่วยหยุดให้ใจเราอยู่กับเหตุการณ์นั้นนานขึ้น กาแฟอร่อยก็เป็นกำไร กาแฟไม่อร่อยก็เป็นเวรกรรม รสชาติของกาแฟตัวนี้อยู่ในระดับที่พอใช้ได้ กินได้ ไม่แย่ กลิ่นหอมแต่ไม่มาก ถือว่ากลิ่นไม่เด่นเท่าไหร่ มีรสอมเปรี้ยวนิดๆ ซึ่งเป็นลักษณะที่ดีชวนให้นึกถึงกาแฟของ Duchess ชื่อรุ่น lamoon แต่ความเปรี้ยวไม่เท่า

20220320185311_IMG_0045

ไสกาวหนังสือ 500 หน้า

วันนี้มีลูกค้าที่ได้รับการแนะนำจากลูกค้าเก่ามาท่านหนึ่ง โทรคุยกันเรื่องการไสกาวหนังสือความหนาประมาณ 500 หน้า ลูกค้าไปถ่ายเอกสารหรือพิมพ์เป็นงานกระดาษ A4 ความหนา 80g แต่ว่าร้านนั้นไม่สามารถเข้าเล่มงานที่มีความหนาประมาณ 3.5cm ได้ ซึ่งความหนาระดับนี้ควรจะต้องทำเป็นงานไสกาวเท่านั้น และการทำงานไสกาวก็จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรเฉพาะทาง

ทางโรงพิมพ์มีเครื่องไสกาวที่สามารถทำงานได้ความหนาระดับ 5cm ซึ่งโรงพิมพ์ก็ยังไม่เคยได้ลองทำงานที่หนาระดับนี้ แต่กับงานลูกค้าท่านนี้ 3.5cm เราก็คิดว่าน่าจะทำได้ แต่ก่อนจะยืนยันว่ารับงานทางโรงพิมพ์ก็ทดลองทำด้วยการใช้เสษกระดาษมาลองเข้าเล่มดู โดยกะประมาณความหนาของเศษกระดาษให้ใกล้เคียงงานจริง จากนั้นก็ทดลองไสกาวดู และเมื่อพบว่าทำได้ ก็แจ้งกับลูกค้า ลูกค้าก็ยืนยันให้ทำได้เลย

เครื่องจักรที่เราใช้ก็ดูได้จากในคลิปวิดีโอได้เลย ผลการทำงานก็ประสบความสำเร็จ ลูกค้าให้ทางโรงพิมพ์ด้วยพิมพ์ปกให้ด้วย เรารับไฟล์งานปกหนังสือจากลูกค้า จากนั้นปรับแต่งให้ปกมีความหนาของสันหนังสือเท่ากับเนื้องานตัวจริงด้วย เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็เริ่มทำงาน

หนังสือที่ไสกาวเสร็จแล้ว รอเวลาแห้งตัวสัก 3 ชม. แล้วก็ทดลองถือแบบในคลิปดู พบกว่า หนังสือมีความแข็งแรง และไม่หลุดร่อน ก็ถือว่าจบงานได้เรียบร้อย

IMG_20220318_100231

IMG_20220318_100420