คาลิเบรตเครื่องวัดความดัน

เครื่องวัดความดันหรือ Blood Pressure Monitor แบบซื้อใช้ในบ้านส่วนมากจะเป็นเครื่องขนาดเล็ก พกพาง่าย สามารถใส่ถ่านแล้วทำงานได้เลย ยี่ห้อที่มีชื่อเสียงและมักถูกขายในร้านขายยาก็คือ OMRON และเครื่องในภาพนี้ก็ซื้อเอาไว้ประมาณสิบกว่าปีแล้ว ซึ่งก็ใช้งานได้ดีมาตลอด ไม่เคยรวน ไม่เคยเสีย

IMG_20220802_090324

เครื่องมือวัดต่างๆเมื่อใช้งานไประยะเวลาหนึ่งมักจะวัดค่าเพี้ยนไปจากเดิม หรือเพี้ยนไปจากมาตรฐาน ก็เลยลองส่งไปปรับเทียบกับมาตรฐานสักทีดีกว่า และเคยได้ยินเรื่องเล่าว่าเราสามารถส่งกลับไปให้บริษัทปรับแต่งได้ ให้ไปฝากส่งที่ร้านขายยา ลองถามร้านขายยาของเพื่อน เพื่อนบอกไม่รู้เรื่องเลย สรุปว่า ส่งร้านขายยาไม่ได้ ตัดสินใจส่งบริษัทแม่โดยตรงไปเลยน่าจะชัวร์สุด เข้าอินเทอเน็ตค้นหาชื่อ OMRON แล้วก็หาสาขาหรือบริษัทในประเทศไทย ก็เจอชื่อที่อยู่ เจอเฟสบุ๊ค และได้ทักไปคุยในเฟสบุ๊ค แจ้งข้อมูลว่าต้องการส่งเครื่องวัดความดันไปปรับตั้งให้ตรงมาตรฐาน เจ้าหน้าที่ตอบว่าส่งมาได้เลย การตรวจสอบและปรับแต่งบริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เจ้าหน้าที่ให้ส่งเป็นพัสดุไปรษณีย์หรือบริการขนส่งเอกชน ไปที่

บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด
เลขที่ 555 อาคาร รสา ทาวเวอร์ 2 ชั้น 22 ห้อง 2203
ถนน พหลโยธิน แขวง จตุจักร เขต จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 02-021-5555

พร้อมเขียนระบุความต้องการและข้อมูล ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ ที่อยู่ อีเมล แนบเข้ามาในกล่องด้วย

หากศูนย์บริการออมรอนได้รับพัสดุแล้วจะใช้ระยะเวลาตรวจสอบประมาณ 1-2 สัปดาห์


IMG_20220811_113652

ผมแพ็คของแล้วส่งตามคำแนะนำ พิมพ์ชื่อที่อยู่เบอร์โทรของตัวเองเป็นเศษกระดาษใส่เข้าไปด้วย เพื่อให้บริษัทใช้เป็นข้อมูลส่งกลับ ค่าส่งขาไปผมออกเอง ส่วนการตรวจและปรับแต่ง ทางศูนย์ OMRON ไม่คิดค่าใช้จ่าย และได้ส่งของกลับมาเมื่อทำเสร็จ ค่าส่งกลับก็ไม่คิดด้วย ในกล่องที่ส่งกลับจะมีเอกสารผลการตรวจและปรับแต่งกลับมาด้วย ผมอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่คาดว่าเครื่องอยู่ในสภาพปกติและน่าจะวัดค่าได้ตรงมาตรฐานแล้ว

ฝากสเป็คเครื่องที่หามาจากเว็บให้อ่านเล่น

เครื่องวัดความดัน Omron รุ่น HEM-7130รับประกันเครื่อง 5 ปี

  1.  Cuff Wrapping Guide(สัญลักษณ์ในการพันผ้าพันแขน)
  2. สัญลักษณ์เมื่อหัวใจเต้นผิดปกติ
  3. สัญลักษณ์เมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกายขณะวัด
  4. สัญลักษณ์บ่งชี้ความดันโลหิตสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน
  5. แถบบอกระดับความดันโลหิต
  6. หาค่าเฉลี่ย 3 ครั้งสุดท้ายที่วัดภายใน 10 นาที
  7. บันทึกได้ 60 ค่า

ข้อมูลเชิงเทคนิค

  1. หน้าจอดิจิตอล
  2. ใช้วัดความดันที่ต้นแขน ด้วยระบบOscillometic
  3. ช่วงการวัด ความดัน: 0-299 มม.ปรอท | ชีพจร: 40-180 ครั้ง/นาที
  4. ความเที่ยงตรง ความดัน:+/- 3 มม.ปรอท | ชีพจร:+/- 5%
  5. แหล่งพลังงาน ถ่าน AA 4 ก้อน หรือ Adapter
  6. ถ่าน Alkaline 1 ชุดใช้วัดความดันโลหิตได้ประมาณ 1,000 ครั้ง
  7. น้ำหนักตัวเครื่อง 250 กรัม (ไม่รวมถ่าน)
  8. น้ำหนักผ้าพันแขน 130 กรัม
  9. ขนาด ประมาณ 107 (กว้าง) x 79 (สูง) x 141 (ลึก) มม.
  10. ผ้าพันแขนไนล่อน โพลีเยสเตอร์ โพลีไวนีลครอไรด์ (ไม่มียาง)
  11. ผ้าพันแขนขนาดกลาง เส้นรอบวงแขน 22-32 ซม.
  12. ใช้งานสะดวกง่ายยิ่งขึ้นด้วยปุ่มสัมผัสเพียงปุ่มเดียว
  13. สามารถดูค่าย้อนหลังได้ถึง 60 ครั้ง
  14. รับประกันศูนย์ Omron 5 ปี

ดิจิทัลมาเก็ตติ้งคือความรู้ที่จำเป็นในยุคนี้

“ดิจิทัลมาเก็ตติ้งคือความรู้ที่จำเป็นในยุคนี้”

ในอดีตเมื่อเรามีสินค้าที่ผลิตออกมา  เราก็จัดจำหน่ายด้วยการนำไปวางขายในร้านค้า  มีทั้งร้านค้าปลีก ค้าส่ง  ร้านค้าในห้างสรรพสินค้า  และบางอุตสาหกรรมก็ขายส่งไปต่างประเทศ  บางคนก็ขายให้ตัวแทนจำหน่ายแล้วตัวแทนจำหน่ายก็ไปกระจายสินค้าสู่ห้าง สู่ร้านค้าที่ปลายทางอีกทอดหนึ่ง บางคนก็อาจจะต้องไปเช่าพื้นที่ในห้างเพื่อขายสินค้าของตัวเอง  เป็นที่มาของคำว่าเปิดร้าน  การเปิดร้านเราต้องเลือกทำเล  เลือกห้าง เลือกภาพลักษณ์ของห้างนั้นๆเพื่อทำการขายสินค้าของเรา

ยอดขายที่ดีมาจากการขายได้จำนวนมาก  การขายได้จำนวนมากมาจากคนซื้อรู้จักสินค้า  คนรู้จักสินค้าเพราะการโฆษณา  การโฆษณาสินค้าหรือแผนการตลาดจึงเป็นสิ่งที่กำหนดความอยู่รอดของธุรกิจ  เราจำเป็นต้องรู้ว่าเราจะโฆษณาอะไร  ไปสู่ลูกค้าคนไหน  ด้วยวิธีการหรือด้วยสื่อในช่องทางใด  

หากคุณเปิดร้านอาหาร  นอกจากการตั้งร้านตกแต่งให้สวยงามเรียบร้อยแล้ว  สิ่งที่ต้องทำลำดับถัดไปก็คือ บอกคนในพื้นที่รอบร้านอาหารว่ามีร้านนี้เปิดบริการอยู่ ในยุคก่อนจะมีโซเชียลเน็ตเวิร์ค การบอกคนในพื้นที่จะทำผ่านใบปลิว  บ้างก็โฆษณาทางวิทยุ  ออกโทรทัศน์  ซื้อหน้าโฆษณาในนิตยสารและหนังสือพิมพ์   การทำใบปลิวถ้าไม่แจกด้วยตัวเองก็ต้องจ้างคนไปแจก  จ้างคนไปหย่อนใบปลิวหน้าบ้าน  หย่อนตู้ไปรษณีย์ของแต่ละบ้าน  นั่นคือการทำมาเก็ตติ้งแบบออฟไลน์ มีต้นทุนการทำสื่อ  มีต้นทุนการซื้อเวลาของสถานีวิทยุและโทรทัศน์  และมีต้นทุนในการกระจายสื่อให้ทั่วถึง

สินค้าแบบเดียวกัน หรือถ้าเป็นร้านอาหารแบบเดียวกันแล้วจะโฆษณาในยุคอินเทอเน็ตแบบปัจจุบัน นอกจากวิธีเก่าแบบออฟไลน์แล้ว เรายังมีทางเลือกอื่นที่ทรงประสิทธิภาพ  อย่างวิธีการเปิดเว็บไซต์  เปิดเพจในโซเชียลมีเดีย  เพราะผู้คนยุคปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนติดตัว ทุกคนเข้าสู่อินเทอเน็ตได้ตลอดเวลา  และทุกคนเป็นสมาชิกโซเชียลเน็ตเวิร์คบางตัวอยู่แล้ว  เราก็แค่เอาร้านของเราไปเปิดตัวในโซเชียลเน็ตเวิร์คที่กลุ่มเป้าหมายเราเล่นอยู่ แล้วก็ซื้อโฆษณาในโซเชียลเน็ตเวิร์ค  กลุ่มเป้าหมายของเราก็จะได้รับรู้ข้อมูลของร้านอาหารของเรา เห็นภาพ เห็นสิ่งที่เราอยากนำเสนอ  และเราเลือกได้ว่าจะเข้าถึงลูกค้าแบบไหน ชายหรือหญิง ช่วงอายุเท่าใด  มีกำลังซื้อมากน้อยแค่ไหนก็เลือกได้ และสามารถเปลี่ยนภาพโฆษณาให้แต่ละกลุ่มเป้าหมายที่จะมองเห็นภาพเห็นโปรโมชั่นแตกต่างกันได้ นี่คือความสามารถของการตลาดในยุคอินเทอเน็ตที่ทำได้มากขึ้นละเอียดขึ้น ประหยัดเวลากว่าแบบเก่า  ประหยัดแรงกว่า เราเรียกการตลาดที่เราทำบนอินเทอเน็ตว่า ดิจิทัลมาเก็ตติ้ง

ความทรงพลังของดิจิทัลมาเก็ตติ้งยังมีมาในรูปแบบความเร็ว ความง่ายในการสื่อสาร  เราสามารถเพิ่มช่องทางการสอบถามความพึงพอใจเพื่อนำมาปรับปรุงบริการหรือปรับปรุงสินค้าของเราให้ดียิ่งขึ้น  การร้องเรียนของลูกค้าผ่านระบบอินเทอเน็ตจะทำให้เราสามารถรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นและสามารถลงมือแก้ปัญหาได้เร็ว  ทำให้ลดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในสินค้าได้  บริษัทยังสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อกระตุ้นลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำได้  ทำให้ผู้ประกอบการบางคนแทบจะหันหลังให้การตลาดแบบออฟไลน์หรือแบบดั้งเดิม  บางคนเลิกพิมพ์ใบปลิว  เลิกเดินแจกใบปลิวไปแล้ว  เพราะดิจิทัลมาเก็ตติ้งเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าในต้นทุนการตลาดที่ต่ำกว่า  การเรียนรู้และใช้งานดิจิทัลมาเก็ตติ้งจึงเป็นทางเลือกที่ต้องเลือกในปัจจุบัน 

การทำการตลาดที่แท้จริงก็จะหมายถึงการใช้เครื่องมือทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่เรามีเพื่อทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าของเรานั่นเอง  บริษัทของเราควรจะมีแผนพัฒนาทั้งสินค้าและพัฒนาคนตลอดเวลา  การพัฒนาคนจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน  ถ้าธุรกิจของเราเป็นการทำงานแบบยุคเก่า  ไม่ยอมใช้เครื่องมือของดิจิทัลมาเก็ตติ้งในการทำตลาดเลยเราจะสูญเสียตลาดให้คู่แข่ง  เพราะคู่แข่งที่เกิดใหม่ทั้งหมดจะเข้าสู่ตลาดพร้อมเทคโนโลยี  คู่แข่งเก่าที่ปรับตัวพัฒนาตัวเองก็จะเก่งยิ่งกว่าเดิม  สื่อการตลาดชิ้นเดียวกันสามารถใช้เทคโนโลยีส่งโปรโมชั่นให้ว่าที่ลูกค้าได้นับล้านคนทั่วโลกพร้อมกัน  ซึ่งหากเราไม่รู้จักเครื่องมือ  ใช้ไม่เป็น สุดท้ายความไม่รู้จะเป็นปัญหา  และเราจะสูญเสียยอดขายที่ควรเป็นของเรา  หากเราละเลยไม่เรียนรู้เกี่ยวกับดิจิทัลมาเก็ตติ้งในวันนี้  วันข้างหน้าเราก็จะถูกบังคับให้เรียนรู้เพื่อให้ทันคู่แข่งอยู่ดี  แต่เมื่อวันนั้นมาถึงก็เท่ากับตลาดและคู่แข่งเริ่มทิ้งเราไปหลายก้าวแล้ว

ในเรื่องการทำตลาดด้วยโซเชียลเน็ตเวิร์คก็มีประเด็นหลายอย่างที่ต้องคิดและวางแผนให้รอบคอบ  บางบริษัทลงทุนโฆษณาทางเฟสบุ๊คมายาวนาน แล้วก็ทำยอดขายได้เรื่อยๆจนวางใจ  วันหนึ่งเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเพจโดนปิด  โดนขโมย  หรือ หายไปเฉยๆ  สิ่งที่ลงทุนไว้  หรือกลุ่มเป้าหมายที่เรายิงโฆษณาไปถึงพวกเขาเกิดสูญหาย  การเชื่อมโยงกับผู้คนในเพจหายไปหมดเลย   ข้อมูลการติดต่อ การขาย การส่งสินค้า ข้อมูลลูกค้าควรจะนำมาเก็บในช่องทางอื่นแบบออฟไลน์ด้วย  จะเก็บในรูปแบบไฟล์  บันทึกชื่อที่อยู่เบอร์โทรลูกค้าไว้ในไฟล์เอกสาร excel ก็ได้  เรื่องเหล่านี้ควรทำอย่างสม่ำเสมอ  เพราะเหตุการณ์เพจโดนแฮ้คเกิดขึ้นตลอดเวลาทั่วโลก   และนอกจากแพลตฟอร์มอย่างเฟสบุ๊คแล้ว  โลกเราก็ยังมีอีกหลายแพลตฟอร์มให้เราเข้าไปทำตลาด  เราควรเข้าไปทุกแพลตฟอร์มที่มีกลุ่มเป้าหมายของเราอยู่ในนั้น  ทั้ง ไลน์  ทวิตเตอร์ ติ๊กต๊อก และอื่นๆ  เหมือนกับคำที่เคยมีคนบอกว่า อย่าเก็บไข่ไว้ในตระกร้าใบเดียว  เราจึงควรทำตลาดดิจิทัลมาเก็ตติ้งในช่องทางที่หลากหลาย ทำในแพลตฟอร์มทั้งหมดที่ลูกค้าของเราอยู่ในนั้น

จากการเปิดบริษัทสอนทำดิจิทัลมาเก็ตติ้งมาหลายปี ผู้สอนยังรับจ้างทำการตลาดออนไลน์ให้ด้วย  เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่สอนในหลักสูตรเป็นสิ่งที่นำมาทำจริงแล้วได้ผล  เพราะการลงมือยิงโฆษณาทำให้รู้ว่าต้องปรับปรุงความรู้ที่สอนในแง่ใดบ้าง  ต้องเพิ่มความทันสมัยของหลักสูตรทุกครั้งที่เปิดกลุ่มการสอนใหม่ตลอดเวลา  เพราะทุกแพลตฟอร์มก็ปรับปรุงตัวเองตลอดเวลานั่นเอง

นอกจากบริษัทเอกชนที่มองเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ดิจิทัลมาเก็ตติ้งแล้ว  เป็นเรื่องน่ายินดีที่มหาวิทยาลัยก็เริ่มปรับปรุงหลักสูตรด้านมาเก็ตติ้ง  มีการเชิญไปสอนในหลักสูตร ปริญญาตรี และปริญญาโท  ส่วนของหน่วยงานราชการอย่างกระทรวงพาณิชย์ก็เชิญไปสอนให้กับกลุ่มผู้ประกอบการอยู่หลายครั้งต่อปี  ความรู้เรื่องดิจิทัลมาเก็ตติ้งกำลังจะเป็นเครื่องมือหลักในการเพิ่มผลประกอบการของภาคธุรกิจ  เริ่มเรียนรู้วันนี้เพื่อให้พรุ่งนี้เรายังอยู่ในธุรกิจของเราต่อไป

ข้อมูลโดย
James 062 394 9265
https://www.facebook.com/GoldfingerDigital