บันทึก เนื้อหา สัมมนา ความสำคัญของการเลี้ยงดู สู่การเรียนรู้ของลูก ณ เพลินพัฒนา 29jul2016


บันทึก เนื้อหา สัมมนา ความสำคัญของการเลี้ยงดู สู่การเรียนรู้ของลูก ณ เพลินพัฒนา 29jul2016 โดย ศ.พญ.วินัดดา ปิยะศิลป์

 

 

เลี้ยงเด็กต้องไม่ตามใจ  การตามใจไม่ใช้สมอง คนที่โง่ที่สุดในประเทศก็ตามใจคนอื่นได้

3 ขวบ เป็นวัยเริ่มต้นการเรียนรู้อย่างจริงจัง  เราต้องใส่ข้อมูลที่ถูกต้องให้เด็ก

ถ้าเด็กคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ขึ้นไปชั้น ป1 จะพัง ลูกเราช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ คนอื่นทำได้  ลูกเราคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ คนอื่นทำได้  ลูกเราจะโดดเดี่ยว มีปมด้อย

ถ้าเด็กไม่พร้อมในด้านความสามารถ ไม่พร้อมในด้านการคุมอารมณ์ จะให้ขึ้น ป1 หรือไม่  ควรได้ขึ้นหรือไม่

ชีวิตเด็กยิ่งใช้ยิ่งดี การเก็บไว้ในบ้าน การเก็บไว้ในห้อง ไม่มีประโยชน์  เด็กควรได้ใช้กำลังนอกบ้าน ได้ออกกลางแจ้ง อย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมง เพื่อฝึกความคล่องแคล่ว ฝึกกล้ามเนื้อทุกชนิด และฝึกการแก้ปัญหาในการเล่นต่างๆ

ความอดทน ทำภารกิจจนเสร็จ เป็นรากฐานสำคัญ  ต้องฝึกให้ได้ เช่น การเก็บของเล่นจนเสร็จ

ยกตัวอย่างการวิ่งให้ครบ 2 รอบ  รอบแรกผ่านไปได้คือความอดทน  รอบที่สองที่ผ่านได้คือความสำเร็จ ความภูมิใจ  ความพยายาม  แม้จะอิดออด แม้จะงอแง แต่ก็ควรพยายามผลักดันให้ทำจนจบ

ยกตัวอย่าง การติดกระดุมด้วยตัวเองทุกเม็ด เป็นการฝึกความอดทน ความพยายาม ถ้าไม่ฝึก เด็กจะไม่รู้จักอดทน

เวลาผู้ใหญ๋กำหนดกรอบ สร้างกติกาต่างๆ เด็กที่ฉลาดจะทดสอบกรอบ ฝืนได้ไหม แหกกฏได้ไหม  ถ้าทำได้ จะมีปัญหาระยะยาว ถ้าปล่อยให้เด็กเอาชนะกติกาบ่อยๆจะเป็นอย่างไร  ผลลัพธ์คือ ไร้วินัย ไม่ได้ฝีกการยับยั้งชั่งใจ

ของในกระเป๋าแม่ห้ามหยิบ ต้องฝึกให้เข้มงวด เพราะถ้าหยิบตามใจ ต่อไปจะหยิบของกระเป๋าคนอื่น  ต่อไปจะหยิบของอย่างอื่น ปัญหาข้างหน้าจะใหญ่ขึ้น

ของเล่นเป็นของที่รักที่สุด ต้องฝึกให้เก็บให้รักษาให้ได้  ถ้าของเล่นยังเก็บไม่ได้ ต่อไปจะฝึกอย่างอื่นลำบาก

การฝึกเด็ก ต้องมีดังนี้  1 จริงจัง  2 กติกาชัด  3 พ่อแม่ต้องอดทนรอ

ก่อนเริ่มเล่นของเล่น ให้ตกลงก่อนเล่น บอกกติการให้ชัด  ถ้าเล่นผิดกติกา จะเตือน ครั้งที่ 1 เพื่อบอกว่าผิด  และถ้ามีเตือนครั้งที่2จะให้เลิกเล่น  พ่อแม่ต้องอธิบายว่าให้เลิกเล่นเพราะอะไร บอกเหตุผลสั้น อย่ายาว  ทั้งหมดนี้ต้องคุย ต้องบอกก่อนเริ่มเล่นของเล่น

เด็กจะมี mirror brain คือการทำตามแบบอย่างที่เห็น
แม่ยิ้มเด็กจะยิ้ม
แม่กวาดบ้านเด็กจะกวาดบ้าน
พ่อล้างรถเด็กจะล้างรถ
ถ้าพ่อแม่ทำอะไรที่ไม่ดี เด็กจะทำแบบนั้นเหมือนกัน
ถ้าพ่อแม่ใจร้อน เด็กใจร้อน

เด็กเคลื่อนไหวจะทำให้การเรียนรู้น้อยลง อายุ 3-6 ปี จะเป็นวัยที่ต้องพัฒนาการหยุดให้ได้  การหยุด การนิ่ง การคิด การไตร่ตรองจะมาตอนที่ร้างกายหยุดเคลื่อนที่  จะทำให้เกิดการพัฒนาสมอง

การฝึกให้หยุด เช่น อย่าเดินป้อนข้าว  ให้นั่งโต๊ะ
การฝึกให้นิ่ง ต้องฝึกผ่านกิจวัตรประจำวัน เช่นการฝึกติดกระดุม  พ่อแม่ก็ต้องเฝ้ารอด้วย อย่าไปเร่งให้ติดเร็วๆ อย่าไปช่วย

ถ้าแม่เก่งคนเดียว  หรือ พ่อเก่งคนเดียว เด็กจะไม่เห็นทีมเวิร์ค เด็กจะซึมซับว่าทำคนเดียวก็ได้  ไม่เห็นว่าต้องเป็นทีม ผลเสียจะเกิด เพราะอนาคตคือเด็กต้องเข้าสังคม ต้องทำงานเป็นทีม

แนวทางของโรงเรียน และที่บ้านต้องมีแนวทางเดียวกัน เป้าหมายเดียวกันแต่วิธีการต้องต่าง  กิจกรรมที่บ้านกับที่โรงเรียนต้องต่าง
ถ้าที่โรงเรียนปั้นแป้งโด  กลับบ้านยังเจอปั้นแป้งโดอีก แบบนี้เด็กจะเบื่อบ้าน จะไม่อยากเล่นที่บ้าน

การฝึกความสามารถด้านการเล่นสำคัญอย่างไร
– ฝึกการมีส่วนร่วม การอยู่ร่วมกัน
– เรียนรู้การเคารพกติกา
– ฝึกจินตนาการ
– ฝึกความอดทน
– ฝึกการยอมแพ้

การฝึกหยุด ในชีวิตประจำวัน
– กินข้าว
– ล้างจาน
– แต่งตัว

การฝึกหยุดด้วยการเล่น
– เล่นซักผ้า
– เล่นเกี่ยวกับของในบ้าน

อายุ 3-6 ปี ต้องฝึกเล่นให้ถูกบทบาท เพื่อป้องกันการเบี่ยงเบนทางเพส
เช่น ลูกชาย ต้องฝึกให้ช่วยถือของให้ผู้หญิง
ลูกชายร้องไห้ได้ แต่อย่านาน

การล้มเหลว
สร้างบ้านต้องใช้เวลาสร้างรากฐานนาน  เด็กก็เหมือนกัน

———-
เอกลักษณ์    12-18 ปี       สับสน
ความสามารถ    6-12ปี          ปมด้อย
ความคิดริเริ่ม         3-6ปี       ความรู้สึกผิด
เป็นตัวของตัวเอง       1-2ปี                  ไม่แน่ใจ
ไว้วางใจ                       0-1                   ไม่ไว้วางใจ

การฝึกความไว้วางใจ ถ้าฝึกได้สำเร็จ จะทำให้เด็กมั่นใจ  กล้าที่จะออกไปสู่ภายนอก
ถ้าฝึกไม่สำเร็จหรือมีปัญหาเรื่องความไว้วางใจเด็กจะวิ่งเข้าหาพ่อแม่ตลอดเวลา

การฝึกให้มีกรอบ  ห้ามทำอะไร  สามารถทำอะไร มีกติกา จะทำให้เด็กเรียนรู้ จะได้ฝึกการยับยั้งชั่งใจ

การใช้ชีวิตในอนาคตจะมีปัญหา ถ้ามีสิ่งต่อไปนี้
– คุมอารมณ์ไม่ได้
– แก้ปัญหาไม่ได้
– ปรับตัวไม่ได้
จึงต้องฝึกให้ควบคุมอารมณ์  ต้องฝึกให้นิ่งเพื่อคิดหาทางแก้ปัญหา  ต้องฝีกให้ปรับตัวง่าย

ต้องให้เด็กไปพบเจอปัญหา ได้หัดแก้ปัญหา เช่น ไปเล่น ไปแก้ปัญหาในการเล่นกิจกรรมต่างๆ

ต้องทำงานเป็นทีม  โรงเรียนกับที่บ้านต้องเป็นทีมเดียวกัน
ทีมที่บ้านคือ พ่อกับแม่ต้องช่วยกัน

เด็กที่มีอารมณ์รุนแรง ต้องฝึกให้เขามีความสามารถหลายๆอย่าง  ให้เลือกกิจกรรม 1 อย่างต่อสัปดาห์ ค่อยๆฝึกไปทีละเรื่อง เพื่อให้เด็กสะสมความมั่นใจในตัวเอง
เช่น  สัปดาห์นี้ ปอกเปลือกไข่
สัปดาห์ถัดไป  ผัดมาม่า
สัปดาห์ถัดไป ทอดไข่
สัปดาห์ถัดไป  ปลูกต้นไม้
หากิจกรรมทำทุกสัปดาห์ ให้เด็กได้ทำสำเร็จทีละเรื่อง

มีงานวิจัยตัวนึง คนหาคนที่มีความสุข แล้วหาว่าคนเหล่านั้นมีอะไรเหมือนกัน
ผลวิจัยบอกว่า  คนมีความสุขคือ คนที่มีอดีตที่ดี
ในวันนี้เราอยู่กับการสร้างอดีต  เราจะต้องทำให้มันเป็นอดีตที่ดี
จะต้องไม่เสียใจ ไม่ต้องพูดว่าถ้าย้อนกลับไปแก้อดีตจะทำอะไร
เราต้องไม่เสียใจกับอดีตของเราเอง
เราต้องลงมือทำสิ่งที่ดี เพื่อให้มันเป็นอดีตที่ดี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s