รีวิวลำโพง Roger LS3/5 และ AB1 Sub Woofer


รีวิวลำโพง Roger LS3/5 และ AB1 Sub Woofer
15jun2013

IMG_2261

ลำโพงเป็นอุปกรณ์หลักอย่างหนึ่งของการฟังเพลง ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นคลื่นเสียง วงการเครื่องเสียงตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆกันอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ได้รับการปรับปรุงบ่อยและเปลี่ยนแปลงอย่างมากจะเป็นไปในส่วนของเครื่องเล่นหรือแหล่งโปรแกรม หรือสื่อบันทึกเป็นส่วนใหญ่ จะเห็นได้จากแหล่งโปรแกรมจากวิทยุ กลายเป็นแผ่นเสียง กลายมาเป็นเทป กลายมาเป็นแผ่นซีดี กลายมาเป็นดีวีดี แผ่น SA-CD จนไปถึงหน่วยความจำแบบต่างๆ จนในปัจจุบันอาศัยการดาวโหลดจากอินเทอเน็ตไปแล้ว

IMG_2273

ส่วนเครื่องขยายเสียงก็มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แม้จะไม่เปลี่ยนแบบถอนรากถอนโคนแบบสื่อบันทึก แต่ก็เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ๆไปสองครั้ง คือคราวที่เปลี่ยนจากหลอดมาเป็นโซลิทสเตท แต่ก็ยังไม่ทิ้งหลอดที่มีกลุ่มนักเล่นที่ยังหลงใหลอยู่ และเปลี่ยนมาเป็นดิจิทัลแอมป์ที่มีประสิทธิภาพสูงมากและคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ

IMG_2275

สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนช้าหรือแทบไม่เปลี่ยนเลยนั่นคือลำโพง จะมีพัฒนาการบ้างก็เป็นไปในส่วนของการปรับปรุงระบบเดิมให้ดียิ่งขึ้น ห้าสิบปีที่แล้วเคยมีลำโพงรูปแบบใดอยู่ ปัจจุบันก็ยังเป็นแบบเดิม แต่พัฒนาเรื่องวัสดุและคุณภาพให้สูงยิ่งขึ้นไป ลำโพงมีขนาดเล็กลงแต่มีคุณภาพที่สูงขึ้นเป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้ตลอดระยะเวลาในช่วยยี่สิบปีหลังนี้

IMG_2277

การผลิตคลื่นความถี่เสียงเป็นเรื่องของฟิสิกส์ เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับปริมาณและพื้นที่ของดอกลำโพง หมายความว่าเราไม่สามารถผลิตลำโพงให้เล็กลงไปสุดๆโดยที่ยังสามารถสร้างคลื่นความที่ต่ำที่สมบูรณ์ได้เลย มันเป็นเรื่องของปริมาณล้วนๆ การพัฒนาลำโพงที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่เลือกสรรมาใช้จะเป็นไปในรูปแบบของการสร้างบุคลิกเสียง และสร้างลำโพงให้เหมาะสมกับการใช้งานในสถานการณ์ต่างๆเสียมากกว่า

ลำโพงในวงการเครื่องเสียงจะมีรุ่นที่เป็นดาวค้างฟ้า ได้รับความนิยมมายาวนานอยู่หลายตัว แต่ละตัวเป็นตำนานที่มีเรื่องเล่าที่ใช้เวลาพูดคุยกันได้เป็นชั่วโมง บางรุ่นเป็นวันๆ บางรุ่นหาอ่านข้อมูลเป็นเดือนก็ยังไม่หมด บางรุุ่นเป็นปี ซึ่งในครั้งนี้เราจะพูดคุยและทดสอบลำโพงคู่หนึ่งที่มีประวัติยาวนานและเป็นตำนานระดับหัวแถวของวงการเครื่องเสียงของโลกและของไทย นักอ่านและนักเล่นรุ่นใหม่ๆจะได้รับข้อมูลที่น่าสนใจเพื่อประดับความรู้ ส่วนตัวผมเองแม้จะติดตามและเล่นและอ่านมาสักยี่สิบปีแล้ว แต่ก็ยังคงถือว่าเป็นมือใหม่กับตำนานลำโพงคู่นี้ Roger LS 3/5

ถ้าเพาเวอร์แอมป์ต้องมาร์คเลวินสัน เครื่องเล่นแผ่นเสียงต้อง Linn LP12 แอมป์หลอดต้อง VTL ลำโพงยักษ์ต้อง wilson ลำโพงวางหิ้งก็ต้องเป็น Roger LS 3/5 นี่แหละ แม้หลายคนจะมีความเห็นต่างว่าลำโพงวางหิ้งอย่าง Proac หรือ Totem จะเป็นวางหิ้งหัวแถวแย่งกันเป็นที่ 1 เช่นกัน แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมเท่า Roger LS 3/5 ยิ่งดูประวัติที่ยาวนานแล้ว หายากที่จะมีลำโพงที่เจ๋งกว่า LS 3/5 เพราะแม้แต่ต้นทางที่ออกแบบลำโพง LS 3/5 ยังไม่สามารถสร้างลำโพงวางหิ้งรุ่นใหม่ที่ดีกว่านี้ได้เลย แม้ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วสามสิบกว่าปี

IMG_2289

เรื่องราวของ Roger LS 3/5 ที่มากมายมหาศาลและมีข้อมูลที่แน่นที่สุดในโลกหาได้จากเว็บ ls35a.com ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ใหญ่และละเอียดที่สุดที่สร้างและรวบรวมโดยนักเล่นที่มีใจรัก ไม่ใช่เว็บของผู้ผลิต ไม่ใช่เว็บของบริษัทขายเครื่องเสียง ข้อมูลเหล่านี้ผมตามอ่านมานานแล้ว และอ่านเข้มข้นมากขึ้นเมื่อทราบจาก hifilover.com ว่าจะให้ผมฟังทดสอบเพื่อ review ลำโพง LS 3/5คู่นี้ เรามาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า

roger02

สำนักข่าว BBC เป็นสำนักข่าวรายใหญ่ของประเทศอังกฤษ มีเครือข่ายทั่วประเทศและทั่วโลก มีการสร้างรายการโทรทัศน์จำนวนมากมาย มีส่วนของการรายงานข่าว มีส่วนของการผลิตรายการสารคดี BBC ใหญ่มาก ใหญ่จนต้องมีทีมวิจัยเป็นของตนเอง งานวิจัยจำนวนมากถูกทำขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพของภาพและเสียงให้สมบูรณ์ที่สุด เมื่อ BBC ลุยงานด้านสื่อมาระยะหนึ่ง ก็มีความเห็นจากคนภายในว่าถึงเวลาต้องวิจัยสร้างลำโพงมอนิเตอร์ของตัวเองสักที เพราะทีมข่าว รถถ่ายทอดหรือรถโอบี ห้องตัดต่อ ทุกหน่วยในองค์กรต่างก็ต้องการอุปกรณ์เครื่องเสียงที่มีคุณภาพที่เหมือนกันทั้งระบบ จะไปทะยอยซื้อของใช้เองทีละหน่วยมันทำให้ควบคุมคุณภาพไม่ได้ รายการทีวีของ BBC ควรจะได้รับการตัดต่อและปรับแต่งจากมอนิเตอร์ตัวเดียวกันทั้งระบบถึงจะดีที่สุด เมื่อมีแนวคิดดังนี้ก็เลยเกิดโครงการพัฒนาลำโพงขึ้น

roger10

ทีแรก ลำโพงที่ผลิตออกมาเพื่อตอบสนองต่อโปรเจ๊คลำโพงมอนิเตอร์ยังไม่ใช่ LS 3/5 เพราะว่า วงจรตัดแบ่งความถี่ที่ใช้กับ LS 3/5 เกิดขึ้นมาก่อนลำโพงเสียอีก โดยดูได้จากขั้วต่อต่างๆในวงจรแบ่งความถี่ที่มีการทำขาเชื่อมต่อหลายๆตำแหน่ง หลายๆระดับเพื่อใช้กับดอกลำโพงหลายๆรุ่น พูดง่ายๆก็คือ BBC ได้พยายามทำลำโพงมาหลายรุ่นแล้ว จนกระทั่งมาถึงคิวลำโพงอย่าง LS 3/5 ก็เลยหยิบครอสโอเวอร์เน็ทเวิร์คที่มีอยู่แล้วมาใช้งาน ลำโพง LS 3/5 รุ่นแรกเลยเป็นเหมือนลำโพงที่โดนผ่าตัด โดนยำมาจากอุปกรณ์ที่มีอยู่ใกล้มือในห้องวิจัยของ BBC

roger14

ไม่รู้ว่ามีสาเหตุอะไรที่ดลใจให้คนออกแบบได้หยิบดอกลำโพงของ Kef รุ่น B110 รหัส SP1003มาใช้เป็นวูฟเฟอร์ และใช้ T27 เป็นทวิตเตอร์ ในคราวที่ทำตัวต้นแบบนั้น มีตัวเทียบคือลำโพง LS5/8 ซึ่งเป็นลำโพงหลักเกรดสูงของ BBC ในยุคนั้น การพัฒนา LS3/5 มีการปรับแต่งทีละเล็กทีละน้อยในส่วนของวงจรแบ่งเสียง มีการปรับเทียบกับการแสดงสดของวงออเครสตร้า การปรับแต่งทีละเล็กทีละน้อยบางครั้งใช้เวลาเป็นสัปดาห์เพียงเพื่อจะปรับอัตราการตอบสนองความถี่ให้เปลี่ยนแปลงไปเพียง 1 dB ผลก็คือ การวิจัยทั้งหมดที่จะทำให้เกิดเป็น LS3/5 ใช้เงินไปประมาณ 100,000 ปอนด์ ในยุคทศวรรษที่ 70 ซึ่งถ้าให้เทียบกลับมาเป็นค่าเงินในปี 2011 จะเป็นมูลค่าสูงถึง 2 ล้านปอนด์ นั่นหมายความว่า ไม่มีลำโพงคู่ใดในโลกที่วิจัยกันบ้าระห่ำขนาดนี้อีกแล้ว และก็คงไม่มีใครทำได้นอกจาก BBC ที่เป็นเจ้าพ่อสื่อตัวจริงของอังกฤษ

roger04

เมื่อตัวต้นแบบของ LS3/5 ทำเสร็จ ก็มีการผลิตออกมา 20 คู่ บางคู่ก่อนจะเป็นตัวต้นแบบ มีการออกแบบให้มีทวิตเตอร์อยู่ด้านล่าง และวูฟเฟอร์อยู่ด้านบนก็มี บางตู้ก็มีร่องรอยเจาะรูเอาไว้แล้วมีรอยอุด ซึ่งก็หมายความว่าในตอนทดสอบ มีความพยายามออกแบบให้เป็นลำโพงตู้เปิดมาก่อนแล้วเช่นกัน แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนมาเป็นลำโพงตู้ปิดแทน และเมื่อได้ปล่อย 20 คู่แรกให้พนักงานได้ใช้แล้ว ก็มีการลงความเห็นว่าจะผลิตเป็นจำนวนมาก เลยได้มีการขายไลเซ่น หรือ ลิขสิทธิ์การผลิตให้กับเอกชนรายอื่นๆ ผู้ที่ได้ไปผลิตก็คือ Roger ลำโพงคู่นี้จึงมีชื่อว่า Roger LS3/5 โดยที่ผู้ผลิตขายจะยังคงใช้ดอกลำโพงจาก Kef อยู่เช่นเดิม

roger01

ทาง BBC วางแผนการใช้งานลำโพงคู่นี้เอาไว้ด้วยวิสัยทัศน์ยาวไกลมาก นั่นคือ ลำโพง LS3/5 จะใช้ในงานบักทึกเสียงภาคสนามหรือในรถโอบีเป็นหลัก ลำโพง LS3/5 จึงต้องมีคุณสมบัติการตอบสนองความถี่ที่ดีและมีความทนทาน และที่สำคัญคือ ลำโพงที่ผลิตในยุคหลังๆ จะยังต้องใช้งานร่วมกับลำโพงรุ่นแรกๆได้ โดยที่ได้น้ำเสียงแบบเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าลำโพงในรถโอบีใช้งานไปหลายๆปีแล้วเกิดข้างซ้ายพังขึ้นมา จะต้องสามารถเอาตัวใหม่แค่ข้างเดียวไปใส่ในรถแล้วยังคงให้เสียงกลมกลืนกับลำโพงตัวเดิมที่เหลือได้และยังได้คุณภาพที่ดีใกล้เคียงกันเพื่อให้ทำงานมอนิเตอร์หรือบันทึกเสียงต่อไปได้ แนวคิดนี้ทำให้เราพอจะเข้าใจได้ว่า roger ls3/5 เป็นลำโพงที่ออกแบบมาสำหรับทำงานมอนิเตอร์ มากกว่าจะเป็นลำโพงสำหรับฟังเพลงตามบ้าน เจอแนวคิดแบบนี้ต้องยกนิ้วให้กับความพยายามในการออกแบบเลยจริงๆ

roger09

ด้วยแนวคิดที่สุดโต่งแบบนี้มันสร้างปัญหาใหักับผู้ผลิตดอกลำโพงอย่าง Kef มาก และ Roger ก็เจอปัญหาใหญ่จนต้องมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เริ่มจาก ดอกลำโพง B110 หรือดอกซับวูฟเฟอร์ ในระยะแรกของการได้ใบอนุญาติมาผลิต Roger ปล่อยรุ่น LS3/5 ออกสู่ตลาดเพียงไม่นานก็ต้องปรับไปเป็น LS3/5A ซึ่งมีสาเหตุมาจากดอกวูฟเฟอร์ที่ Kef ไม่สามารถคงสเป็คแบบเดิมเหมือนตัวต้นแบบได้ เป็นผลให้ต้องมีการปรับวงจรครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์คเพื่อชดเชยสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ผลก็คือ Roger ดัดแปลงจนได้เสียงแบบเดิมตามมาตรฐานของ BBC แต่สเป็คของชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ไม่เหมือนเดิม การปรับปรุงครั้งนี้ทำให้ต้องใส่ ตัว A ลงไปท้ายชื่อ จึงเป็นที่มาของคำว่า LS3/5A และในเวอร์ชั่นนี้ค่อนข้างนิ่ง Roger สามารถผลิตขายได้อย่างต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนวันดีคืนดี Kef ก็มีปัญหากับการผลิตดอกลำโพงวูฟเฟอร์อีกครั้ง และครั้งนี้หนักกว่าเดิม

การผลิตดอกวูฟเฟอร์ B110 เมื่อออกมาจากโรงงานจะมีการคัดเกรดเพื่อส่งเข้าสู่การผลิตเป็น Roger LS3/5 การคัดเกรดเช่นนี้จะมีของเสียที่ไม่ผ่านการคัดเกรดอยู่สักจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มากเท่าไร แต่วิกฤตมันค่อยๆสะสม ของเสียที่เกิดจากการคัดทิ้งมีมากขึ้นจาก 10 % เคยขึ้นไปถึง 85 % นั่นทำให้ Kef ต้องยุติการผลิตดอกลำโพงรุ่น B110 ในรหัส SP1003 ลงไป และไปปรับปรุงการผลิตใหม่ เกิดเป็น B110 รหัส SP1228 แทน

ในช่วงทศวรรษที่ 90 มีการผลิตซับวูฟเฟอร์สำหรับ ls3/5 ออกมาในชื่อ ab1 ซึ่งเป็นซับวูฟเฟอร์ที่มีรูปร่างหน้าตาเป็นขาตั้งลำโพงไปในตัวด้วย นักเล่นเครื่องเสียงที่ครอบครองลำโพง roger ls3/5 ต่างก็แห่กันไปซื้อเพราะว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ บางคนซื้อเพราะว่าต้องการใช้ซับวูฟเฟอร์กับระบบเดิมเนื่องจากแนวเสียงของ roger ls3/5 ให้เบสไม่ถูกใจวัยรุ่นขาร๊อคสักเท่าไหร่ บางคนก็ซื้อเพราะว่ารู้ข้อมูลมาว่าดอกที่ใช้ในซับวูฟเฟอร์เป็นดอกลำโพงรุ่นเดียวกับที่อยู่ใน ls3/5 คือ B110 นั่นเอง ก็เลยแห่ไปซื้อกันด้วยเหตุผลว่าจะสต๊อคอะไหล่ของวูฟเฟอร์เอาไว้ เผื่อวันข้างหน้าจะต้องซ่อม ls3/5 นั่นเอง

ในความเป็นจริงก็คือ roger ls3/5 ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม มีแฟนคลับหรือนักเล่นจำนวนไม่น้อยกว่า 60000 คนที่ครอบครองลำโพงรุ่นนี้อยู่ การผลิตของที่ออกมาเป็นคู่ขวัญให้กับ ls3/5 เป็นเรื่องที่พอจะคาดเดายอดขายได้ และมันก็ขายได้ดีจริงๆ แต่เบื้องหลังทางเทคนิคที่ผู้ผลิตไม่ได้แจ้งไว้ก็คือ ดอกลำโพง B110 ที่ใช้ในซับวูฟเฟอร์ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นรุ่นที่เทียบเคียงได้กับลำโพง ls3/5 ชนิดที่ถอดเปลี่ยนกันได้เลย แต่ส่วนใหญ่ จะเป็นดอกที่ตกสเป็ค คือเป็นดอกที่ให้การตอบสนองต่อการทำงานย่านเสียงกลางได้ไม่ดี ทำให้ถูกคัดทิ้ง คำว่าคัดทิ้งไม่ได้หมายความว่าเป็นขยะ แต่มันไม่ดีพอจะเอาไปทำ ls3/5 ที่มีสเป็คเขี้ยวลากดิน แต่มันยังคงทำงานเป็นซับวูฟเฟอร์ได้ เพราะย่านความถี่ต่ำมันเป็นเพียงช่วงแคบๆ คุณภาพของขาตั้ง ab1 จะไม่แตกต่างกันถ้าคุณซื้อไปใช้เป็นซับวูฟเฟอร์ แต่ถ้าคุณซื้อไปใช้เป็นอะไหล่เพื่อถอดเปลี่ยนกับลำโพง ls3/5 รับรองว่ามีโอกาสผิดหวังสูง

ลักษณะทั่วไป

IMG_2263

ลำโพง roger ls3/5a รุ่นปัจจุบัน เป็นรุ่นที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตโดยเจ้าของลิขสิทธิ์อย่าง BBC ผู้ผลิตในรุ่นใหม่นี้คือบริษัท Roger แต่จ้างผลิตในประเทศจีน แม้ว่าเราจะรับรู้ว่าจีนทำอะไรไม่ค่อยเน้นคุณภาพเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดจะแย่ เครื่องเสียง ลำโพง คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเบล็ตระดับหรูหราต่างก็ผลิตที่จีนกันทั้งนั้น ลำโพงที่แปะยี่ห้อ Roger อย่างไรเสียก็ต้องมีการควบคุมคุณภาพสูงลิบเพื่อให้คุณภาพเป็นไปตามที่ BBC ออกแบบไว้ และที่สำคัญ มันต้องเอาไปใช้ร่วมกับลำโพงรุ่นเก่าได้ด้วย เราจึงวางใจว่า ls3/5a เวอร์ชั่นมังกร ก็คือของแท้ คุณภาพแบบเดียวกันกับในอดีตแน่นอน

IMG_2268

ลำโพง ls3/5a เป็นลำโพงวางหิ้ง ขั้วลำโพงออกแบบมาให้เชื่อมต่อกันได้แบบไบไวร์ ความไวของลำโพงอยู่ที่ 83 dB ซึ่งถือว่าเป็นลำโพงความไวต่ำมาก อิมพีแดนซ์หรือความต้านทาน 11 โอห์ม ทนกำลังขับเพียง 30 วัตต์เท่านั้น นักเล่นหลายคนจะบ่นกันในทำนองว่า roger ls3/5 เป็นลำโพงขับยาก เพราะความไวต่ำ ความต้านทานสูง แถมทนกำลังขับได้นิดเดียว มันทำให้เลือกแอมป์ได้ยากสุดๆ การค้นหาแอมป์ที่เกิดมาคู่กันกับลำโพงตัวนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย และเป็นสิ่งที่ทำให้มีเรื่องเล่ายาวนานว่าจะเล่น ls3/5 ต้องผ่านแอมป์อะไรมาบ้าง ใช้เงินกันไปคนละเท่าไหร่กว่าจะจบ สุดท้ายจบโดยการขายทิ้งไปเล่นยี่ห้ออื่นซะเลยก็มีให้ได้ยินกัน

อุปกรณ์ที่ใช้
แหล่งโปรแกรมใช้ mac mini แต่ส่วนใหญ่จะใช้ ipod video ต่อผ่าน dock
Dac ใช้ calyx coffee สลับกับ Califonia Gamma
แอมป์ใช้ antique sound lab single ended 3.5 วัตต์ ใช้หลอด el84
อินทิเกรตแอมป์ VCL รุ่น แรกของค่ายนี้ legend 75 วัตต์
สายลำโพง belden สลับกับ canare

การทดลองฟังลำโพง roger ls3/5a รุ่นนี้เป็นการทดสอบระดับมหากาพย์ของผมเลย เพราะว่ามีปัญหาและความไม่เข้ากันอย่างแรงหลายประเด็น และกว่าจะเรียนรู้และปราบมันให้ได้เสียงที่พอใจก็งมอยู่นานมาก ผมถือว่าลำโพงคู่นี้เป็นลำโพงชั้นครูที่จะทำให้นักเล่นที่สนใจเรื่องเครื่องเสียงได้เข้าใจ ได้เรียนรู้หลายๆอย่าง อย่างน้อยมันก็ทำให้เราแยกแยะได้ว่า อินทิเกรตแอมป์ตัวจริง กับเพาเวอร์แอมป์ที่ติดวอลลุ่มเข้ามาด้วยนั้น มันต่างกันอย่างไร แค่นี้ก็ซึ้งและขอบคุณ Roger ls3/5a ได้อย่างหมดใจเลย คนที่ไม่อยากเสียเวลาอ่าน ให้ผ่านไปได้เลยครับ ไปอ่านบทสรุปอย่างเดียวเลยก็ได้

มันเริ่มมาจากตอนที่ขนของเข้าบ้านเพื่อเริ่มทดสอบ ผมต่อลำโพงตัวนี้เข้ากับ แอมป์หลอดซิงเกิ้ลเอนด์ตัวรักตัวโปรดที่มีกำลังแค่ 3.5 วัตต์ ปกติมันจะต่อกับลำโพง 4 โอห์ม ความไว 90 dB แต่กับ ls3/5a มีความไวเพียง 83 แถมอิมพีแดนซ์สูง 11 โอห์ม โดยการประมาณหยาบๆแล้ว เสียงมันจะเบาลงไปห้าหรือหกเท่า พอต่อเข้าไปผมก็ได้ยินเสียงเพลงแค่แผ่วๆ เร่งวอลลุ่มขึ้นไปก็ดังได้อีกไม่มาก แถมเสียงยังเริ่มคลิปมีเสียงแตกปนมาให้ได้ยินเสียอีก ตอนนั้นได้สรุปสั้นๆในใจเลยว่า มันขับยากจริงๆ มันเลือกแอมป์จริงๆ นึกไปถึงคำพูดของนักเล่นหลายๆท่านเลยว่าลำโพงคู่นี้ต้องแอมป์กล้ามโต แต่ไม่ต้องเปิดดังมาก เอาไงต่อดีล่ะ

ทดลองเปิดเบาๆไปหลายวัน นั่งฟังระยะใกล้หน่อย รับรู้ได้ว่ามันก็เสียงดีจริงๆ เสียงร้องเสียงกลางนี้เป็นน้ำเสียงที่มีความคมชัดมาก ถ้าเอาลำโพงตัวนี้ไปฟังข่าว ไปฟังรายการทอล์คโชว์ที่อัดเสียงมาดีๆ ผมรู้สึกว่ามันเพลินมาก เสียงดีเจฝรั่งที่มันพูดในรายการวิทยุต่างๆ มันช่างชัดเจนและน่าฟังอย่างมาก เริ่มรู้สึกอินไปกับน้ำเสียงพูดและเริ่มทึ่งกับผลงานของ BBC เลยเข้าเว็บหาเรื่องอ่านโดยละเอียดเกี่ยวกับลำโพงตัวนี้

ฟังไปหลายวันก็รู้สึกว่าเขาคงไม่ได้ใช้งานกันแค่นี้หรอก ใครจะออกแบบลำโพงมาฟังกันเบาๆ เพราะน้ำหนักเสียงในระบบของผมตอนนี้มันให้คอนทราสต่ำ การฟาดกลอง หรือกระตุกเบสยังไร้เรี่ยวแรง ลำโพงอย่าง stirling broadcast BBC ls3/5a ที่ขายในไทยกันครึ่งแสน ก็ให้เสียงดีที่สุดในงานเครื่องเสียงที่เคยจัดที่โรงแรมอะไรจำชื่อไม่ได้แล้วแต่มันอยู่ตึกเดียวกับฟอร์จูน ปีนั้นไปเดินฟังหลายห้อง ก็จำได้ว่าห้องที่เสียงดีสำหรับผมเขาใช้ stirling ls3/5a v2 ราคาป้าย 50000 บาท รวมแอมป์รวมสายแล้วชุดนั้น 100000 พอดี โชคดีที่ตอนนั้นเก็บเงินไว้แต่งงาน ไม่งั้นคงได้เครื่องเสียงแทนแหวนและทองซึ่งอาจทำให้เจ้าสาวหนีเคืองได้

ลำโพง Roger ls3/5 เคยถูกเอาไปใช้กับอินทิเกรตแอมป์ตัวเล็กๆ กำลังขับไม่มากอยู่บ้างตามข้อมูลที่เคยอ่านในหนังสือเครื่องเสียง นักทดสอบบางคนเคยเล่าเอาไว้ว่าแอมป์เล็กๆบางตัวสามารถเอาไปขับ Roger ls3/5a ได้ นั่นเป็นลายแทงหนึ่งว่าแอมป์กำลังขับน้อยๆมันก็สามารถใช้งานกับ ls3/5a ได้แน่นอน แต่สิ่งที่ต่างกันระหว่างแอมป์กำลังน้อยแต่ละตัวคืออะไร มันน่าคิดอยู่

ผมลองเปลี่ยนอินทิเกรตแอมป์ไปเป็นโซลิทสเตทกำลังขับ 75 วัตต์ คราวนี้ Roger ls3/5a ให้คุณภาพเสียงได้ดีขึ้น การสวิงของน้ำเสียงดังเบาทำได้น่าฟัง ไดนามิคเร้นจ์ต่างๆมีให้ตามที่ชิ้นดนตรีเหล่านั้นควรจะเป็น เสียงกลองก็ให้น้ำหนักฟาดได้จริงจังขึ้น เสียงอคูสติกกีต้าร์ก็มีประกายและมีแรงสะบัดตัวของสายให้รับรู้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม การเปลี่ยนอินทิเกรตแอมป์ตัวนี้เข้าไปให้ผลลัพธ์ในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบว่าทำไมนักเล่นท่านอื่นๆที่เคยจับ ls3/5a มาแล้วถึงไม่ได้แนะนำแอมป์ตัวยักษ์ ทำไมบางคนยังเคยแนะนำแค่เพียงแอมป์หลอดกำลังขับไม่มาก

โซลิทสเตทตัวนี้ปกติผมเคยเปิดไว้ที่ประมาณ 8 นาฬิกาก็ให้น้ำเสียงที่ดังฟังสบาย แต่พอมาใช้กับ Roger ls3/5a กลับกลายเป็นว่าต้องเปิดดังกว่าเดิมถึงระดับประมาณ 10 นาฬิกา นั่นเป็นเครื่องยืนยันได้กว่าลำโพงตัวนี้ความไวต่ำ การจะได้พลังเสียงให้ใกล้เคียงลำโพงตัวอื่น มันต้องการพลังงานมากกว่าเดิม ระดับวอลลุ่มเลยต้องบิดเพิ่มขึ้นไปค่อนข้างเยอะ

บางครั้งผมยังคงอยากได้เสียงจากแอมป์หลอด แต่การเอาแหล่งโปรแกรมมาต่อตรงเข้าแอมป์หลอดของผมแล้วต่อไปยังลำโพงอย่าง Roger ls3/5a มันมีอาการเสียงอั้น ขับไม่สุด เร่งจนเต็มที่แล้วเสียงก็แตกซะงั้น แตกทั้งๆที่เสียงไม่ได้ดังเหมือนตอนที่ฟังกับโซลิทสเตท นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้ตัวว่ากำลังเจอปัญหาไม่แม็ทช์ แต่เดิมผมไม่คิดว่าปัญหานี้จะสำคัญ เพราะการออกแบบเครื่องเสียงในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก การออกแบบความต้านทานขาเข้า และขาออกของแต่ละอุปกรณ์มันน่าจะมาถึงจุดที่ใช้ร่วมกันได้หลากหลายแล้ว แต่ผมเพิ่งนึกได้ว่า ลำโพงตัวนี้ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์เครื่องเสียงรุ่นใหม่ มันคือลำโพงทำใหม่แต่เป็นการออกแบบของโบราณ ดังนั้นปัญหาการไม่แม็ทช์ย่อมเกิดขึ้นได้เหมือนในอดีต และมันก็เกิดขึ้นจริงๆ

ผมเอา ipod video gen5 ต่อผ่าน Dock ชนิด active ตัวหนึ่ง แล้วต่อสัญญาณ RCA เข้ากับอินทิเกรตแอมป์แบบโซลิทสเตท หรือ VCL 75 วัตต์ บางวันก็ฟังแล้วเสียงดี บางวันก็เสียงไม่ดี บางครั้งก็เสียงแตกเร่งไม่ขึ้น บางวันก็เร่งได้ดังโดยไม่มีอาการคลิป พอมานั่งวิเคราะห์ดูก็ไปเจอสาเหตุ สาเหตุก็คือ ผมปรับระดับเสียงดังเบาจาก Dock นั่นเอง เพราะว่า Dock ที่ผมใช้เป็นระบบ Active มันจึงมีปุ่มให้ปรับระดับเสียงด้วย การปรับระดับเสียงที่ Dock ตัวนี้ให้ดังขึ้นบางครั้งมันเกิดอาการคลิป มีเสียงแตกเล็ดลอดออกมา มันเป็นเพราะว่า สัญญาณขาออกจาก Dock ที่ปรับระดับเสียงเพิ่มเข้าไปมันให้แรงดันที่สูงมากเกินกว่าภาคปรีแอมป์ในอินทิเกรตจะทำงานได้ พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ สัญญาณวิ่งเข้าอินทิเกรตมีแรงดันสูงเกินไป และอาจจะบวกกับอิมพีแดนซ์ขาออกของ Dock อาจจะสูง ทำให้ภาครับของปรีแบ่งแรงดันไปได้ไม่เท่าไหร่ก็พีคหรือเกือบพีค ทำให้ภาคปรีที่รับสัญญาณเข้ามาขยายต่อเพียงนิดเดียวมันก็ชนเพดานของปรีแอมป์แล้ว พอมันส่งไปขยายต่อที่ภาคสุดท้ายมันก็เลยมีเสียงเครียดๆเสียงแตกให้ได้ยิน อาการนี้ต้องบอกว่าแหล่งโปรแกรมถูกเร่งเสียงแล้วเกิดอาการไม่แม็ทช์ แต่ถ้าไม่เร่งที่ Dock เสียงก็พอใช้ได้

กลับมาที่การเชื่อมต่อแหล่งโปรแกรมอย่าง Dock ipod เข้ากับแอมป์หลอด แล้วต่อสายลำโพงจากแอมป์หลอดไปเข้า Roger ls3/5 ที่เจออาการเสียงอั้นๆเร่งไม่ขึ้น พอเร่งจากทาง Dock ก็เสียงแตกเสียอีก มันเกิดจากการขาดปรีแอมป์นั่นเอง อธิบายในเชิงไฟฟ้าก็จะได้ดังนี้ เพาเวอร์แอมป์ทุกตัวจะมีสเป็คกำลังขับที่แน่นอนค่าหนึ่งว่ามันขับได้สูงสุดกี่วัตต์ซึ่งเป็นค่าที่ผู้ผลิตบอกไว้ในแค็ตตาล๊อก แต่บอกไม่หมดว่ามันจะปล่อยกำลังสูงสุดได้วัตต์ตามสเป็คมันต้องการสัญญาณขาเข้าเท่าไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าแอมป์บอกกำลังไว้ 20 วัตต์ เท่ากันทั้งสองตัว ตัวหนึ่งเกนสูงขยายได้ยี่สิบเท่า ตัวหนึ่งเกนต่ำขยายได้สิบเท่า มันก็หมายความว่ามันต้องการ input ที่ไม่เท่ากันในการทำงานให้เต็มกำลัง ตัวแรกอาจจะต้องการ 1 โวลท์เพื่อขยายจนได้กำลังสูงสุด ตัวที่สองอาจจะต้องการถึง 2 โวลท์ก็ได้เพื่อจะปล่อยกำลังได้เต็ม 20 วัตต์ มันจึงเป็นความจำเป็นที่จะต้องมีปรีแอมป์นั่นเอง เพราะปรีแอมป์จะรับสัญญาณจากแหล่งโปรแกรมและปล่อยสัญญาณที่ปรับระดับได้ให้เพาเวอร์แอมป์ ปรีแอมป์สามารถลดทอนและเร่งสัญญาณได้หลายโวลท์ ซึ่งมันต่างไปจากการติดวอลลุ่มที่ตัวเพาเวอร์แอมป์ เพราะการติดวอลลุ่มเพื่อใช้แทนปรีแอมป์มันขยายสัญญาณไม่ได้ มันลดทอนได้อย่างเดียว ดังนั้นกรณีที่เจอแอมป์เกนต่ำ และไปเจอกับลำโพงขับยาก ปรีแอมป์จะมีความจำเป็นทันที
แอมป์หลอดตัวที่ผมใช้อยู่ในกลุ่มที่ติดวอลลุ่มเพื่อใช้แทนปรีแอมป์ มันทำงานกับลำโพงทั่วไปที่ขับง่ายได้โดยไม่เคยมีปัญหา แต่พอเจอกับ ls3/5 มันกลายเป็นเร่งไม่ขึ้น สุดท้ายก็เลยต้องจัดการหาปรีแอมป์มาใส่ แอมป์ vcl ของผมเป็นอินทิเกรตที่สามารถแยก ปรีเอ๊าท์ และ เมนอินได้ ก็คือถอดสายลิงค์ด้านหลังออกเพื่อแยกให้มันเป็นปรีแอมป์ เอาสัญญาณจาก dock เข้าปรี แล้วต่อปรีเอ๊าท์มาเข้าแอมป์หลอด แค่นี้เราก็ได้ระบบที่พอใช้งานร่วมกับลำโพงขับยากได้แล้ว

คุณภาพเสียง
เสียงจากลำโพง ls3/5 เป็นเสียงที่มีบุคลิกที่ฟังสบาย เสียงกลางและแหลมจะเด่นกว่าเสียงทุ้ม มันให้เสียงที่ครบทุกเสียง ครบทุกเครื่องดนตรี เราอยากเพ่งเพื่อฟังอะไรเราได้ยินทั้งหมด แต่ปริมาณของเสียงย่านต่ำหรือเสียงเบสจะไม่มากแบบลำโพงวูฟเฟอร์ใหญ่ๆ มันให้เบสที่ลึกมากกว่าจะให้เบสที่อิ่ม แถมเบสลึกๆเหล่านั้นก็ได้ยินแบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก แทนที่กลองจะได้เสียงเป็นก้อนนุ่มๆกลับกลายเป็นกลองที่เสียงเป็นเม็ดๆซะมากกว่า

แต่กับดนตรีแจ๊สอคูสติก อย่างเพลงแนวทรีโอ ที่มีเปียโน กลอง เบส เล่นไปเรื่อยๆ กลับฟังได้เพลิดเพลิน การใช้เวลาอยู่กับลำโพงที่ได้ชื่อว่าเป็นมอนิเตอร์ระดับตัวพ่อตัวหนึ่งแบบนี้นานๆ ทำให้เราปรับหูเข้ากับสไตล์เสียงแบบนี้ได้ไม่ยาก เมื่อฟังไปหลายๆวันเราจะรู้สึกว่าเสียงแบบนี้แหละที่เอาไว้เปรียบเทียบคุณภาพการบันทึกเสียงได้ เพราะลำโพงตัวนี้ไม่เน้นเบส ไม่เน้นกลาง ไม่เน้นใส คือมันมีทุกอย่าง ไม่มีอะไรเด่นกว่ากัน แผ่นไหนบันทึกมาเน้นเสียงย่านไหน เราจะรู้ได้เลยว่าแผ่นนี้ทำมาสเตอร์มาดีแค่ไหน เพลงไทยที่ผมเคยชื่นชอบหลายแผ่นพอฟังผ่าน ls3/5 จะรู้เลยว่าโทนเสียงบางย่านยังไม่สมบูรณ์ อย่างเช่นเพลงของธีร์ไชยเดช ที่ผมชอบเสียงกีต้าร์ในชุด เบเกอรี่เลิฟ3 เสียงกีต้าร์ฟังผ่าน LS 3/5แล้วยังไม่ใสเท่าไรนัก ความอิ่ม ความใสที่เคยได้ยินกับแผ่นนี้มันลดลง แต่กับเพลงของ Jack Johnson ที่บันทึกเสียงกีต้าร์มาได้น่าฟังมาก ฟังกับลำโพงคู่ประจำของผมก็เพราะ ฟังกับ LS 3/5 ก็เพราะ มันเพราะเหมือนเดิม อาการแบบนี้คงบอกได้เพียงว่า ลำโพงLS 3/5 มีความสามารถแยกแยะได้ดีกว่าลำโพงคู่หลักที่ผมใช้อยู่ แม้ว่าจะเป็นลำโพงมอนิเตอร์เหมือนกันก็ตาม

Ls3/5 เกิดมาเพื่อการฟังในระดับ nearfield หรือฟังระยะใกล้ เวลาเราวางเครื่องเสียงในห้องฟังเราจะวางในตำแหน่งมาตรฐานคือนั่งฟังระยะห่างพอสมควร ระยะที่เขาว่ากันว่าสมบูรณ์จะเริ่มกันที่สามเหลี่ยมด้านเท่า คือถ้าให้ลำโพงห่างกัน 1.5 เมตร ตำแหน่งนั่งฟังก็มักจะเริ่มที่ระยะ 1.5 เมตรจากลำโพงทั้งสอง แล้วค่อยๆถอยออกมาเรื่อยๆ ระยะที่มากขึ้นเรื่อยๆเราจะได้เสียงที่นุ่มนวลและฟังสบายมากขึ้น เสียงร้องที่ชัดเจนจะนุ่มนวล ใส ลื่นหู แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็นนั่งฟังระยะใกล้ ใกล้ระดับเอื้อมมือถึงลำโพง เราจะได้อีกอารมณ์หนึ่ง บาลานซ์ของเสียงยังเหมือนเดิม แต่เสียงร้องเราจะได้ยินมันชัดยิ่งขึ้น เราจะรับรู้ได้เลยว่าเสียงร้องมันคือเสียงที่วิ่งออกมาจากลำคอ เป็นอาการเสียงลมวิ่งผ่านท่อสากๆ ก็คือลมหายใจที่วิ่งผ่านคอออกมานั่นเอง มันเหมือนกับว่าเสียงร้องมี texture หรือมีรายละเอียดที่มากมายมหาศาลให้เราได้ยิน แต่ไม่ใช่เสียบหยาบนะครับ ใครร้องดี ร้องไม่ดี ฟังกันตรงนี้กดปุ่มเลือกเข้าทีมได้เลย (อินกับรายการเดอะวอยซ์นิดหน่อย)

roger12

พระเอก AB1
เสียงจาก LS 3/5 มีบาลานซ์เสียงที่ดีสมตัวแล้ว แต่มันก็ยังให้เบสไม่อิ่ม การผลิตซับวูฟเฟอร์ AB1 ออกมาเพื่อเสริมในส่วนที่ขาดเป็นการออกแบบคู่ขวัญที่เข้ากันได้ดีมากคู่หนึ่งของวงการเครื่องเสียงเลย AB1 จะมีขั้วรับสายลำโพงหนึ่งชุดที่ด้านล่างของตัวมัน แล้วด้านบนจะมีช่องต่อลำโพงสองคู่ ออกแบบมาให้เชื่อมต่อสายลำโพงไปยัง ls3/5 แบบไบไวร์ อุปกรณ์ที่ AB1 แถมมาให้ด้วยก็คือสไปร์คสำหรับติดที่ฐานลำโพง และสายลำโพงแบบสั้นเชื่อมหัวท้ายด้วยหางปลาอีก 8 เส้น เพื่อให้ใช้ข้างละสี่เส้นนั่นเอง

IMG_3419

การเสริมซับวูฟเฟอร์ที่ทำหน้าที่เป็นขาตั้งในตัวนั้นทำให้คุณภาพเสียงโดยรวมดีขึ้น เสียงกลางแหลมที่ดีอยู่แล้วไม่ได้โดนรบกวนอะไรเลย เสียงกลางยังชัด เสียงสูงยังมีเหมือนเดิม ไม่ได้ขุ่นมัวเพิ่มขึ้น เสียงย่านต่ำลงได้ลึกขึ้น เปลี่ยนเสียงกลองกระเดื่องที่เป็นเม็ดๆให้มีความเป็นก้อนที่นุ่มขึ้น เสียงโดยรวมดังขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกเหมือนวูฟเฟอร์ของ LS 3/5ใหญ่ขึ้น และมีความไวมากขึ้น บอกได้เลยว่าใครจะเล่นลำโพง LS 3/5 ควรจะได้ซื้อ AB1 เอาไว้ทำขาตั้งและทำซับวูฟเฟอร์ด้วย

IMG_3417

การได้ซับวูฟเฟอร์ที่ใช้ดอกลำโพงแบบเดียวกับกลางแหลมถือเป็นการออกแบบสุดแสนฉลาด การออกแบบซับวูฟเฟอร์ที่กลมกลืนกลับลำโพงหลักก็ใช้ดอกเดียวกับลำโพงหลักมันซะเลย แนวทางนี้เราเห็นได้จากวงการโฮมเธียเตอร์ที่มักจะแนะนำว่าให้ใช้ลำโพงรุ่นเดียวกันทั้งห้าตัว สำหรับระบบเสียง 5.1 เพื่อให้การโยนเสียงระหว่างลำโพงแต่ละตัวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง การออกแบบซับ AB1 เพื่อมาใช้กับ LS 3/5 ก็ใช้หลักการเดียวกัน ใช้ดอกลำโพงรุ่นเดียวกัน แต่ตัดแบ่งความถี่ให้มันเป็นซับวูฟเฟอร์ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือการตอบสนองต่อความถี่ย่านต่ำสมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม เป็น accessory ที่ไม่กระทบกับคุณภาพเสียงหลัก ของแบบนี้น่าใช้ครับ

roger13

เมื่อต่อ AB1 เข้ากับ Roger ตามคู่มือที่ผู้ผลิตให้ไว้ มันกลายเป็นลำโพงตั้งพื้นขนาดไม่ใหญ่โต แต่คุณภาพเสียงไปได้อีกไกลลิบ เสียงกลางแหลมที่เด่นยังคงเด่นเหมือนเดิม เสียงทุ่มที่ใหญ่ มีพลัง มีความสะท้านมากขึ้นกับเพลงที่อัดมาแบบเน้นโชว์เสียงเบส ใครชอบร๊อค ชอบอัลเทอเนทีฟ ชอบเบส ชอบกีต้าร์โปร่ง ชุด AB1 กับ LS 3/5 เป็นคู่ขวัญที่ต้องทดลองฟัง ฟังเพื่อให้รู้ว่า ลำโพงมอนิเตอร์ที่เซ็ทอัพเพื่อเอาใจหูเบสเป็นอย่างไร เบสที่มากขึ้น ไม่ได้ทำให้มันเป็นลำโพงสำหรับฮิบฮ๊อบ แต่มันทำให้มันกลายเป็นลำโพงไฮเอนด์เสียงเบสสะกดอารมณ์สุดๆ ถ้าได้ฟังเสียงอคูสติกกีต้าร์ที่สะบัดปิ๊กจิกสายโลหะเส้น 6 และ 5 แบบอิ่มๆ จะร้องอ๋อทันทีเลยว่านี่แหละ ลำโพงเสียงดี อาการสายเบสที่มันสะบัดตัวแสดงพลกำลังได้เหลือเฟือ เป็นเสน่ห์ของเสียงกีต้าร์แท้ๆ

สิ่งที่ดูจะเป็นจุดด้อยให้เห็นคือ ขั้วลำโพงแบบบานาน่าที่ Roger ให้มา มันดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย เพราะแจ๊คบานาน่าที่ผมมีอยู่ทุกตัว แจ๊คที่ใช้งานกับแอมป์หลอดและอินทิเกรตมาตลอดหลายปีกลับไม่สามารถใส่เข้ากับ roger ได้พอดีเลย มันเหมือนจะเล็กไปเมื่อเทียบกับรูเสียบบนลำโพง หรือมันหลวมนั่นเอง แม้ว่าผมจะไปซื้อแจ๊คบานาน่าชุดใหม่มาลอง มันก็ยังหลวมอยู่ดี คิดว่าสายลำโพงที่จะใช้กับ LS 3/5 คู่นี้ควรจะเข้าหัวด้วยหางปลาแทนจะได้ใส่ได้แน่นหนา

ข้อดี
เสียงดี ใช้เป็นมอนิเตอร์เพื่อเปรียบเทียบเสียงต่างๆได้
ขนาดเล็ก กะทัดรัด เคลื่อนย้ายไม่ยาก
มีความเคร่งครัดอย่างมากในการผลิต เพราะนโยบายของ BBC คือ ลำโพง ls3/5 ที่ผลิตในยุคหลังๆต้องมีเสียงกลมกลืนกับลำโพงรุ่นเก่าที่มีการใช้งานอยู่
สำหรับงานมิกซ์เสียง เอา LS 3/5รุ่นใหม่ ไปใช้งานร่วมกับรุ่นเก่าได้ มือมิกซ์ยังทำงานต่อไปได้ แนวคิดนี้ลำโพงยี่ห้ออื่นไม่ทำ
ฟังระยะใกล้ ได้ยินเสียงลมผ่านลำคอ ให้เสียงคนได้เปิดเผยมาก ดีกว่าฟังจากหูฟัง
ฟังระยะไกลได้บาลานเสียงเหมาะสำหรับห้องฟังทั่วไป ห้องเล็กจะได้ประโยชน์จาก LS 3/5 มากกว่าห้องใหญ่

ข้อด้อย
ความไวต่ำ อิมพีแดนซ์สูง รับกำลังขับได้ไม่มาก
จัดชุดยาก ต้องการปรีแอมป์คุณภาพสูง หรืออินทิเกรตแอมป์แท้

สรุป
ลำโพง Roger LS3/5 เป็นลำโพงที่ได้รับการออกแบบมาด้วยพื้นฐานวิชาการที่เข้มข้นที่สุดตัวหนึ่งของวงการลำโพง การเลือกใช้ดอกลำโพงเกรดธรรมดาความไวปานกลาง มาทำงานแบบจำกัดความไวให้ต่ำลง จนการตอบสนองความถี่มันราบเรียบเป็นงานออกแบบที่ท้าทาย แม้จะทำให้ความไวของลำโพงต่ำลงจนขับยาก แต่ก็แลกมาด้วยคุณภาพการตอบสนองความถี่ที่ราบเรียบและสามารถใช้งานเป็นมอนิเตอร์ได้เป็นอย่างดี งานออกแบบแนวทางนี้เหมือนปั้นหินให้เป็นดาว น้ำเสียงที่ได้จาก Roger LS3/5 มีความเป็นธรรมชาติสูง การฟังเพลงอคูสติกผ่านลำโพงคู่นี้จะให้อรรถรสเหมือนการทานปลาดิบ คือรับรู้ถึงรสแท้ๆจากสิ่งที่มี ไม่ได้เป็นรสชาดที่ปรุงแต่งเอาใจหู การทำงานเพียงคู่เดียวโดดๆจะให้น้ำเสียงเบสที่ลึกแต่ยังไม่อิ่ม การเพิ่มซับวูฟเฟอร์ AB1 เข้าไปในระบบจะเป็นการเติมเต็มคุณภาพอย่างแท้จริงทำให้ลำโพงขับยากกลายเป็นลำโพงขับง่ายไปในทันที และที่สำคัญ น้ำเสียงจากการทำงานร่วมกับซับวูฟเฟอร์จะเป็นน้ำเสียงที่สมบูรณ์แบบ ไฮเอนด์ที่ฟังเพลงเพราะเป็นแบบไหน เราหาได้จาก LS3/5A + Ab1 ได้เลย ถ้าผมมีงานบันทึกเสียงและสามารถเลือกอุปกรณ์ได้ตามใจ Roger LS3/5A จะเป็นตัวเลือกแรกแน่นอน และจะเอาแค่ LS3/5A ด้วย ไม่เอาซับวูฟเฟอร์ หากเราสามารถมิกซ์เสียงให้มันฟังเพราะถูกใจบน LS3/5A ได้แล้ว เชื่อว่าฟังกับเครื่องเสียงส่วนใหญ่ได้ไพเราะแน่นอน แต่ตอนฟังเพลงที่บ้าน ขอแค่ห้องเล็กๆ 3*4 เมตร ชุด LS3/5A + AB1 กับอินทิเกรตแอมป์ดีๆสักตัว กับเพลงที่ rip เก็บไว้ หรือ รายการวิทยุออนไลน์ที่ไม่ต้องทนฟังวิทยุชุมชน แค่นี้ก็มีความสุข และสบายหูสุดๆแล้ว

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s