ยุ่งเหยิงจริงๆเลย ชีวิตปลายปี


ไม่รู้ว่าไปโชคดีอะไรมา ช่วงที่เศรษฐกิจบ้านเมืองกำลังดิ่งตัวแย่ลง  โรงงานปิดตัว คนงานโดนลอยแพ  แต่โรงพิมพ์กลับมีงานล้นเต็มไปหมด  ทำงานไม่ทัน  ยิ่งเจอลูกค้าหลายรายที่ไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า  อยู่ๆก็อยากทำปฏิทินแจก  คิดได้วันที่ยี่สิบ  จะแจกก่อนสามสิบ  ยังไม่มีอาร์ตเวิร์ค  เหนื่อยเลย  

บางรายอยากได้ของวันทีึ่ 24  คุยกันอย่างดีตั้งแต่วันที่ 20 ว่าจะส่งข้อมูลทุกอย่างให้  สุดท้าย ข้อมูลมาช้าแถมมีปัญหา  ทำงานมาไม่เรียบร้อย  เดือดร้อนผมต้องมานั่งแก้ไขอาร์ตเวิร์คให้  ซ้ำยังจะมีการเปลี่ยนข้อมูลอีก  ทุกอย่างช้าไปกว่ากำหนดสองวัน  แต่จะเอาของวันเดิม  ลูกค้าแบบนี้ไม่รู้จะสวดมนต์บทไหนให้ดี  (แต่ผมสวดไม่เป็นหรอก  ด่าเป็นอย่างเดียว)

งานออแกไนซ์ที่ทำกับเพื่อนต้องเข้าไปคุยกับว่าที่ลูกค้า  ไปนำเสนอข้อมูลและงบประมาณ  เตรียมข้อมูลกันขันแข็ง  วันที่นัดกับลูกค้าผมดันป่วย  แต่ก็พยายามไป  ออกจากบ้านแต่เช้ากะว่าไปถึงออฟฟิศลูกค้าเร็วๆหน่อยจะไปหาของกิน  ขับรถไปที่ตึก SM Tower ซึ่งอยู่ข้างๆโรงพยาบาลพยาไท2  ก็ต้องไปเจอกับสภาพการจอดรถที่วิกฤตมากๆ  รถเยอะที่น้อย  ที่จองก็ห้ามจอด  ต้องวนรถขึ้นไปถึงชั้นสิบ  ชั้นสิบจอดกันไม่เป็นระเบียบ  จอดกันขวางเลน  ขับเข้าไปได้ แต่ต้องถอยออก  วนลงมาข้างล่างก็ยังไม่มีที่จอด สุดท้ายก็เลยต้องออกจากตึกไปโดยไม่ได้จอด  เสียเวลาไป 30 นาที  โทรบอกเพื่อนว่าผมหมดความอดทนแล้ว  แต่เพื่อนก็ยังอุตส่าห์บอกให้ทน  สุดท้ายผมเลยเอารถไปจอดฝั่งตรงกันข้าม  ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ช่อง 5  ผมบอกกับยามว่าผมจะไปออกรายการข่าว  ยามเลยให้เข้าไปจอดรถ  พอได้จอดก็รีบลงมาแล้วมายืนรอเพื่อนที่กำลังเดินทางไปหงุดหงิดบนตึกต่อจากผม  ผมขึ้นรถเพื่อนแล้วก็วนแบบที่เคยวน  จนวนลงมาเหมือนเดิม  แต่รอบนี้โชคดีที่มีคนถอยรถออก 1 คัน  เลยได้จอด  ถ้ามาเร็วกว่านี้  หรือมาช้ากว่านี้ก็พลาดแล้ว ……   สงสัยเพื่อนทำบุญมาเยอะกว่า

คุยกับลูกค้าเสร็จผมแยกกับเพื่อนเพื่อรีบกลับมาทำงานต่อ  ไปที่จอดรถของช่อง5  แล้วสตาร์ท  เสียง แชะ แชะ แชะ  โอพระเจ้า  สตาร์ทไม่ติด  อาการเหมือนแบตหมด  ผมรู้สึกว่าผมกำลังถูกลงโทษ  ข้อหาขโมยที่จอดรถโดยไม่ได้มีธุระกับที่แห่งนั้นจริงๆ  ห้าวินาทีผ่านไป  ผมรู้ว่ารถแบตหมดเพราะเปิดไฟหน้ารถทิ้งไว้  ผมเปิดไฟหน้ารถเพราะว่าบนตึกนรกที่จอดรถยากๆนั้นค่อนข้างมืด และรถสวนกันอันตราย เลยต้องเปิดไฟหน้า  ทุกคันก็เปิดไฟหน้า  แต่ตอนผมขับออกจากตึกผมลืมปิดไฟ  สิบวินาทีผ่านไป  ผมเอื้อมมือไปปิดไฟ  แล้วหายใจอีกเฮือก  ขอให้ติดเถอะวะ   แล้วสตาร์ทอีกครั้ง  โชคดี  แบตเตอรี่ยังไม่หมดเกลี้ยง พอปิดไฟหน้ารถ  ก็มีแรงสตาร์ท  เลยได้ขับรถออกมาโดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากยามและรถคันข้้างๆ  ไม่เช่นนั้นคงต้องโดนถามว่ามาทำไม  ติดต่อกับใคร  แล้วความคงแตก  หวังว่าการติดต่อธุรกิจครั้งนี้จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดี  ไม่งั้นจะกากบาทตึก SM ว่าเป็นที่ซึ่งไม่ควรไปเหยียบอีกเลยในชาตินี้

บ่ายๆกลับมาโรงพิมพ์มีงานต้องสั่งการ  ทำเพลท ตรวจอาร์ตเวิร์คหลายตัวมากๆ  และมีของต้องส่งอีกอย่างน้อย 4 ที่ ซึ่งปกติผมจะไปส่งเองทั้งหมด แต่วันนี้มันไม่ทันจริงๆ  เลยต้องให้มอเตอร์ไซด์ไป 2 งาน  รถรับจ้างไปอีกที่หนึ่งและผมไปอีกที่หนึ่งถึงจะทัน  ยอดรายรับเดือนนี้คงทะลุ ทำสถิติ new high แน่ๆเลย

ตอนเย็นๆเริ่มแสบจมูก เร่ิมไข้ขึ้น  ทรมาน  อยากนอน  แต่ยังกินข้าวได้ปกติเพราะหิวมาก  พรุ่งนี้มีเรื่องปวดหัวรออยู่อีกหลายเรื่อง  เตรียมคำตอบไว้แล้ว  อะไรจะแย่มันก็แย่ไปเรื่อยๆจริงๆ  มันเป็นไปตามกฏของเมอฟี่

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s