รีวิว หลอดไฟ motion sensor

หลอดไฟที่ติดสว่างเมื่อมีคนเดินผ่านนั้นมีมานานแล้ว แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหลอดไฟปกติในความสว่างเท่ากัน จากเดิมที่เคยมีราคาแตกต่างกันหลายเท่า ในปัจจุบัน ปี คศ 2022 นี้เริ่มมีราคาลดลงจนเหลือเพียงความแตกต่าง 2เท่า นั่นทำให้มันเริ่มน่าใช้ขึ้น แต่เราก็หลงลืมว่ามันมีให้ใช้ จนกระทั่งเราได้เห็นการใช้งานในหนังเกาหลี

นางเอกเดินเข้าบ้านทันทีที่เปิดประตูเข้ามาก็มีหลอดไฟสว่างอัตโนมัติ เมื่อนางเอกวางของ เก็บรองเท้าเสร็จ เดินไปจุดอื่นในบ้าน สักพักหลอดไฟก็ดับ การดูละครเกาหลีทำให้เรานึกได้ว่ามีหลอดไฟแบบนี้ขายอยู่ และมันก็ราคาไม่แพงแล้ว สามารถซื้อมาเปลี่ยนแทนหลอดเก่าได้เลย ผมก็เลยไปซื้อมาใช้บ้าง

หลักการการตรวจจับความเคลื่อนไหวจะมีหลายเทคโนโลยี เมื่อก่อนเราจะมีการตรวจจับด้วยระบบ PIR ซึ่งเป็นการตรวจจับคลื่นความร้อน หรือแสงอินฟาเรดที่ปล่อยออกมาจากตัวคน การตรวจจับแบบนี้แม่นยำและประหยัดพลังงาน แต่ก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง มันต้องไม่มีอะไรกั้นระหว่างเซ็นเซอร์กับตัวปล่อยอินฟาเรด ถ้ามีสิ่งของร้อนๆใกล้เคียงกับมนุษย์เซ็นเซอร์ก็จะรับรู้เหมือนมีมนุษย์อยู่ การนำไปใช้งานต้องมีการพิจารณาให้เหมาะสม และใช้งานคู่กับระบบตรวจจับอื่นๆเพื่อช่วยให้การตรวจจับผิดพลาดน้อยลง

IMG_0186

ตัวตรวจจับด้วยเทคนิคไมโครเวพ เป็นการใช้หลักการสะท้อนของคลื่นความถี่สูงมาตรวจสอบการเคลื่อนไหวของวัตถุ หลักการคล้ายกับค้างคาว ยิงคลื่นความถี่ออกไป วัดการสะท้อนกลับ แล้วประมวลผลว่ามีวัตถุอยู่หรือไม่ ตัวประมวลผลของระบบนี้จะตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของระยะทางที่วัตถุสะท้อนคลื่นทำให้รู้ว่ามีการเคลื่อนไหวหรือไม่ ข้อดีของระบบไมโครเวพคือ มันเป็นคลื่นความถี่สูง มันสามารถทะลุสิ่งกีดขวางได้ เหมือนเตาไมโครเวพที่ยิงคลื่นทะลุแก้ว ทะลุกล่องใส่อาหาร แล้วไปกระทบกับอาหารได้ ซึ่งเราก็ไม่ต้องกังวลกับอันตราย เพราะคลื่นไมโครเวฟในหลอดไฟเป็นคลื่นพลังงานต่ำ ไม่ใช่ระบบพลังงานสูงแบบในเตาไฟฟ้า ระบบนี้ดูแล้วเหมาะสมกับการตรวจสอบคนเดินผ่านมากกว่านั่นเอง

Image2

หลอดไฟที่ซื้อมาใช้ผมซื้อมา 2 ยี่ห้อ คือยี่ห้อ eve กับ lampton โดยทั้งคู่ใช้เทคนิคแบบไมโครเวพ เป็นหลอด LED ความสว่าง 9 วัตต์ ขั้วเกลียว e27 ราคาขายสู่สีกันมาก จุดที่นำไปใช้คือนำไปใส่ดาวน์ไลน์ที่ฝังไว้ในฝ้าเพดาน และตัวโคมดาวไลท์มีแผ่นแก้วปิดให้ดูเรียบไม่เห็นหลอดไฟด้วย ดังนั้น ระบบคลื่นไมโครเวฟจะเป็นพระเอกที่ทำงานทะลุโคมได้

ผลการใช้งานคือ ทั้งคู่ตรวจสอบคนเดินผ่านได้จริง แต่ระยะทำการไม่เท่ากัน eve จะตรวจสอบได้ไกลประมาณ 3-4เมตรที่พื้น ส่วน lampton จะทำงานได้ระยะทางประมาณ 2 เมตรบนพื้นเท่านั้น ระยะทางที่แตกต่างกันตรงนี้เชื่อว่าเป็นเพราะความไวของเซ็นเซอร์ถูกตั้งมาให้ไม่เท่ากัน ตัวที่ตรวจได้ไกลก็ดูเหมือนจะดีกว่า แต่มันก็ตรวจสิ่งที่อยู่นอกห้องด้วย นั่นคือห้องข้างๆตอนที่ยังไม่เปิดประตูเข้ามาหากมีการเคลื่อนไหว หลอดไฟ eve ก็จะตรวจจับและทำงานเปิดไฟให้ ขณะที่ Lampton จะทำงานระยะใกล้ๆเท่านั้น ต้องเดินไปแทบจะเห็นโคมไฟถึงจะมีไฟสว่างขึ้นมา ความไวที่แตกต่างกันตรงนี้เป็นจุดที่น่าสนใจ เราสามารถเลือกใช้หลอดที่ไวมากกับจุดที่โล่งและกว้าง และเราสามารถเลือกใช้หลอดที่ไวน้อยกว่าในจุดที่อยากตรวจสอบแบบแคบ ดังนั้นเราก็เลือกให้เหมาะสมกับสภาพห้องสภาพพื้นที่ของเรา

IMG_20220101_101735

IMG_20220101_105605

เทคโนโลยี smart home จะพัฒนาไปตลอดเวลา แต่ละปีความสามารถของอุปกรณ์จะเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ราคาถูกลง ใครอยากใช้ความอัจริยะของอุปกรณ์ไฟฟ้า ก็เลือกหาได้เลยตามวัตถุประสงค์ของพื้นที่ในบ้าน ข้อดีที่เด่นชัดที่สุดของหลอดไฟติดเซ็นเซอร์คือ มันทำให้เราประหยัดค่าไฟ เราได้ปิดไฟเมื่อไม่ต้องใช้ ทำให้เราไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ เป็นการช่วยลดมลพิษที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้า ลดการใช้พลังงานคือคำตอบของการดูแลโลกของพวกเรา

รีวิว ไมโครโฟนและหูฟัง audio-technica ATGM1-USB

ชุดไมโครโฟนพร้อมหูฟัง ATGM1-USB PACK จะประกอบไปด้วยไมโครโฟน 1 ตัว ขนาดเล็กๆน่ารัก ใช้วางบนโต๊ะทำงาน กับหูฟังแบบออนเอียร์ 1 ตัว audio-technica ออกแบบอุปกรณ์ชุดนี้เพื่อให้ใช้งานในยุคของการ work from home ซึ่งเป็นยุคของการทำงานผ่านระบบออนไลน์ คุยออนไลน์ เรียนออนไลน์ เพราะโควิดระบาดจนคนส่วนมากต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน นักเรียนต้องเรียนจากที่บ้าน พนักงานต้องทำงานจากที่บ้าน ตรงตามคำที่แปะอยู่หน้ากล่องเลย

25de4f826592939d319558ebcfb01675

ไมโครโฟนตัวเล็กน่ารักตัวนี้จะเรียกว่ารุ่น ATGM1 ก็ได้ หรือจะเรียกเป็นรุ่น AT9933 ก็ได้ ในเว็บมันคือตัวเดียวกันแค่ตั้งคนละชื่อ มันเป็นไมโครโฟนชนิดคอนเด็นเซอร์ซึ่งมีจุดเด่นที่ความไวในการรับเสียง สามารถรับเสียงได้ดี และมุมการรับเสียงก็โฟกัสที่ด้านหน้าของไมค์ อยากให้รับเสียงจุดไหนก็ให้ไมค์ชี้ไปด้านนั้น พอร์ตการเชื่อมต่อไมโครโฟนตัวนี้เป็นแบบ usb ซึ่งสามารถเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์โดยตรงได้เลย และไม่ต้องลงโปรแกรมพิเศษเพิ่มเติมหรือไม่ต้องลงไดรเวอร์ใดๆเลย ตัวไมโครโฟนขนาดเล็ก มีฐานวงกลมที่มีน้ำหนักพอสมควร ติดยางกันลื่นไว้ด้านล่างทำให้สามารถวางได้นิ่งสนิทบนโต๊ะทำงาน ก้านไมค์ยาวประมาณ 4 นิ้ว สามารถดัดเอนได้ตามใจ น้ำเสียงที่บันทึกได้ออกไปในแนวคมชัด มีเสียงกลางและแหลมที่ดีมาก เสียงทุ้มมีครบถ้วน การใช้ไมโครโฟนที่รับเสียงเฉพาะทิศทางทำให้เราได้เสียงพูดที่ดีมีคุณภาพ เสียงรบกวน เสียงแอร์ เสียงพัดลม จะน้อยลงไปอย่างมาก

ส่วนตัวหูฟังก็เป็นหูฟังออนเอียร์ขนาดกระทัดรัด ชื่อรุ่น AT-250M ขนาดไดรเวอร์ประมาณ 40 มม. ตัวโครงสร้างเป็นพลาสติก แจ็คเสียบเป็นชนิด 3.5 มม. แบบ TRS นั่นคือเป็นแจ็คเสียบที่มีขีดดำ 2 ขีด น้ำเสียงดีใช้ได้เลย ให้เสียงกลางที่ชัดและลอยเด่น เราสามารถฟังเสียงร้องแล้วหลงใหลไปกับน้ำเสียงทั้งชายและหญิงได้ เพราะหูฟังไม่บดบังความเด่นของเสียงคน ส่วนเบสก็ใหญ่มาก หากเปรียบเทียบกับลำโพงบ้าน เบสของหูฟังตัวนี้เป็นเบสที่ไม่บดบังเสียงกลาง ถ้าเราฟังเพลงร็อค เพลงบอสซ่าสนุกๆ เราจะได้ความรู้สึกว่าเบสมันเยอะและมันส์มาก หากเราฟังเพลงอคูสติก เบสที่เด่นและเยอะทำให้เพลงมีน้ำหนัก ส่วนเสียงย่านปลายแหลมก็มีให้พอดีๆ ไม่เสียดหู เปรียบเทียบกับของแพงกว่ากันสิบเท่า มันจะต่างกันตรงที่ เบสของหูฟังตัวนี้ลงไม่ลึก มีปริมาณเยอะแต่ไม่ลึก แต่ก็มีไม่กี่เพลงหรอกที่จะฟ้องว่าเบสไม่ลึก ที่รู้สึกว่าไม่ลึกเพราะเกิดจากความพยายามฟังเปรียบเทียบเท่านั้น ความแตกต่างจากของแพงอีกจุดคือเสียงแหลมที่ชัดไม่เท่า สำหรับการฟังปกติ หรือการทำงานหรือการเรียน มันดีมากแล้ว เทียบกับหูฟังเล่นเกมส์หลายตัวที่เคยใช้แล้ว ตัวนี้ดีกว่าเยอะเลย เทียบกับหูฟังพร้อมไมค์ที่แถมมากับโทรศัพท์ ชุดหูฟังและไมค์จาก audion-technica ชุดนี้ดีกว่ามาก

ในการฟังเพลง เราจะเพลิดเพลินกับน้ำเสียงตัวนีได้ไม่ตะขิดตะขวงใจ ความฉับไวต่อเสียงจะไม่แจะแจ้งเท่าของราคาสูง น้ำหนักแรงประทะ เหมือนจะผ่อนให้ฟังเสียงนุ่มๆทดแทน หากเราฟังเสียงโซโล่กลอง หรือเสียงฟาดฉาบ สแนร์ ความไวมันยังด้อยกว่ารุ่นใหญ่ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หูฟังตัวนี้น่าจะเป็นหูฟังออนเอียร์ที่ราคาถูกที่สุดเท่าที่บริษัทจะผลิตมาขายแล้ว

IMG_20220114_103739

ให้ดูกล่องที่ใส่หูฟังและไมโครโฟนชุดนี้มา เราจะเห็นกล่องทางซ้าย ATGM1 เป็นชื่อรุ่น ซึ่งมันสวมทับกล่องทางขวาเอาไว้ แกะออกมาแล้วก็งงนิดหน่อย สรุปแล้วไมโครโฟนตัวนี้มีสองชื่อ คือ AT9933usb กับ ATGM1usb แต่ในคอมพิวเตอร์จะมองเห็นเป็นชื่อ AT9933usb

IMG_20220114_103720

การเพิ่มไมโครโฟนเข้ามาในระบบการทำงานจะช่วยให้การสื่อสารของเรามีคุณภาพมากขึ้น หากเราทำ content ใดๆที่ต้องสื่อสารทั้งภาพและเสียง คุณภาพเสียงของคลิปจะเป็นตัวตัดสินว่าผู้ชมจะอยากติดตามดูหรือไม่ หากเราสังเกตุตัวเราเองว่า พอเปิดคลิปใน youtube ดูแล้วหากพบว่าเสียงเบา เสียงแย่ ไม่มีคุณภาพ เราก็จะไม่อยากดู ดังนั้นเราก็ไม่ควรปล่อยให้คลิปหรือเนื้อหาของเรามีคุณภาพเสียงที่ไม่ชัดเจน

Microphone
Model: AT9933usb
Element: Back electret condenser
Polar Pattern: Cardioid
Frequency Response: 40 – 16,000 Hz
Weight: Approx. 60g (2.1oz) (without cable)
Cable: 2.0m (6,6’)
Dimensions: 65mm (2.56”) diameter x 120mm (4.72“)
Input Connector: USB bus-powered
Output Connector: USB (Type -A)

Headphone
Model no.: ath-250m
Type: closed dynamic circle type
Driver unit: 40mm
Output sensitivity: 102db/mw
Frequency response: 18~22,000hz
Maximum capacity: 500mw
Input impedance: 43
Output terminal: 3.5mm gold plated stereo mini-plug
Wire length: 2.0m

งานวิจัยเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่ใส่ปุ๋ยคอกเทียบกับปุ๋ยเคมี

ปกติงานประจำเทอมที่นักเรียนต้องทำจะเป็นงานวิจัย 1 เรื่อง ตั้งแต่การตั้งคำถาม รวบรวมข้อมูล ออกแบบการทดลอง บันทึกผล สรุปผลการทดลอง จากนั้นก็ต้องมารายงานหน้าชั้นเรียน ในยุคที่โควิดกำลังระบาด การเรียนต้องทำที่บ้าน งานวิจัยก็ต้องพรีเซ็นในแบบออนไลน์แทน การบันทึกคลิปวิดีโอที่พรีเซ้นก็เลยต้องหัดทำ

1641557847993-01

ในวัย 9 ขวบ เด็ก ป3 นอกจากทักษะด้านการวิจัยแล้ว ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำพรีเซ้นด้วยเครื่องมือทันสมัย ได้หัดใช้โปรแกรมเพาเวอร์พ้อยต์ ได้หัดพูดหน้ากล้อง และได้ทดลองทำคลิปในรูปแบบต่างๆ พ่อแม่ช่วยเหลือในการจัดหาเครื่องมือต่างๆ ช่วยเป็นคนถ่ายวิดีโอ อีกไม่นานคิดว่าเด็กน่าจะสามารถทำเองได้ทุกอย่าง

20220107091237_IMG_0346
20220107083517_IMG_0339

ในสมัยที่พ่อแม่ยังเรียนอยู่ กว่าพ่อจะมีคอมพิวเตอร์ใช้ก็ยุคเรียนมหาวิทยาลัย กว่าจะทำพรีเซ็นเทชั่นไปยืนพูดหน้าห้องก็ต้องสมัยเรียนปี 3หรือปี4 ซึ่งเด็กมหาวิทยาลัยในยุคพ่อแม่นั้นก็ถือว่าทันสมัยมากแล้ว มาเจอว่ายุคโควิดนี้เด็กประถมต้นต้องใช้โปรแกรมประชุมผ่านหน้าจอ ต้องเรียนผ่านจอ และต้องพรีเซ้น ต้องใช้สื่ออีกหลากหลาย แม้แต่การให้การบ้านตามงานต่างๆก็ใช้โปรแกรมเฉพาะทาง ทำให้จัดระเบียบได้ง่าย และงานไม่ตกหล่น ไม่ส่งก็รู้ ทักษะเหล่านี้เด็กได้มีโอกาสใช้งานเร็วมาก เทคโนโลยีลำดับถัดไปที่เด็กจะต้องเข้าไปร่วมใช้ร่วมทำงานด้วยมันจะเป็นสิ่งที่พ่อแม่เริ่มไม่คุ้นเคยแล้ว ความสามารถทางได้ไอทีของเด็กจะแซงพ่อแม่ในที่สุด สงสัยต้องไปหาเกมส์มาเล่นเพื่อให้ทันเด็กซะแล้ว.

IMG_0085
IMG_0068
IMG_0048

IMG_0323

20220106092213_IMG_0332

IMG_0743

เทคนิคการบังแสงหน้าเลนส์

เวลาเราจะถ่ายสายน้ำให้ดูนุ่มนวล เราจำเป็นจะต้องถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์น้อยๆ หรือเปิดให้กล้องรับแสงนานๆนั่นเอง แต่ในสภาพตอนกลางวัน เราจะถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำได้เพียงใกล้ๆ 1 วินาที ซึ่งกล้องส่วนมากก็จะเซ็ทค่าได้เพียงเท่านี้ เพราะเลนส์จะต้องใช้รูรับแสงแคบสุดแล้ว ค่า iso ของกล้องก็จะต้องตั้งให้ต่ำที่สุดเท่าที่กล้องจะทำได้ด้วย และส่วนมากก็ยังแค่ทำความไวชัตเตอร์ให้นานประมาณ 1-2 วินาทีเท่านั้น

การถ่ายสายน้ำให้นุ่มควรจะต้องใช้เวลารับภาพนานหลายวินาทีกว่านั้น ในเทคนิคที่นำเสนอนี้จะใช้วิธี เปิดค่ารับแสงให้นานขึ้นอีกเท่าตัวหรือประมาณ 5 วินาที เพื่อให้สายน้ำมีความนุ่มเบลอ แต่มันก็จะทำให้ภาพดูสว่างเกินไป ดังนั้นเราจะใช้วิธีบังแสงหน้าเลนส์เข้าช่วยมาบังส่วนที่โดนแสงสว่างมากๆเอาไว้ ให้รับแสงน้อยลงนั่นเอง การทำงานก็จะคล้ายกับการเลือกใช้ฟิลเตอร์ชนิด nd ครึ่งซีก หรือ บังส่วนที่สว่างมากๆเอาไว้ ลองดูคลิปนี้แล้วทำความเข้าใจตามกันไปได้เลย

2022-01-08_09-10-38

Where Is Webb? NASA/Webb

ติดตามดูสถานะของกล้อง James Webb Space Telescope ได้ที่ลิงค์นี้

Source: Where Is Webb? NASA/Webb

ภาพวิดีโอจำลองที่แสดงการคลี่ตัวออกทุกขั้นตอน  มันเสี่ยงมากที่จะผิดพลาด มีจัดที่จะผิดพลาดได้ 300 กว่าจุด  หากผิดพลาดจุดใดขึ้นมา หมายถึงเงินหมื่นล้านดอลล่าร์หายไปในอวกาศเลย

สรุปชีวิตปี 2564 ของบ้านเรา

ปกติปฏิทินที่ทำประจำทุกปีจะใช้ภาพแต่ละเดือนเป็นเหตุการณ์ในเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว เพื่อทำให้การใช้ปฏิทินในแต่ละเดือนที่ผ่านไปเราจะจำได้ว่า เดือนนี้ปีที่แล้วเราไปไหนมา บ้านเราพ่อแม่ลูกได้ทำกิจกรรมอะไรบ้างที่น่าจดจำ ในหลายปีที่ผ่านมาก็ทำมาทุกปี มาปีนี้เพิ่งมีข้อสังเกตุ เลยถือโอกาสรีวิวชีวิตของปีที่ผ่านมา

IMG_4778

เดือน1 ของปีที่แล้ว หลังจากที่ประเทศไทยอยู่กับโควิดมาครบ 1 ปี มีการระบาดครั้งรุนแรงจนทำให้รัฐบาลประกาศล็อคดาวน์ สั่งให้ปิดห้าง ร้านอาหารห้ามขาย และต่อมาก็ค่อยๆผ่อนปรน ปิดสลับเปิดกันประมาณ 2 ครั้ง และเดือน 12 ปลายปี ก่อนจะมีเทศกาลปีใหม่ ประเทศก็ประสบกับการแพร่ระบาดอีกครั้ง พอหลังปีใหม่ ประเทศเราดีขึ้น คนติดเชื้อไม่สูงมาก แต่เศรษฐกิจพังยับเยิน ร้านอาหารปิดระเนระนาด ธุรกิจบริการหยุดชะงักไปเลย เดือนมกราคมของปี 2564 เราได้เริ่มเดินทางไปเที่ยวกันอีกครั้ง และเราไปหาข้าวกินไกลบ้านกันหน่อย ไปกันถึงปทุมธานี กับร้านอาหารพร้อมบรรยากาศฟาร์ม จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว

1613309774956-01

กุมภาพันธ์ 2564 เรายังคงอยู่กับโควิดที่ยังดูเหมือนควบคุมได้ รัฐบาลอนุญาตให้โรงเรียนสามารถให้นักเรียนไปเรียนได้ การเรียนออนไลน์ตลอดหลายเดือนในปี 2563 ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง แต่พ่อแม่และลูกก็มีพัฒนาการในเรื่องการประชุมออนไลน์ มีทักษะการใช้โปรแกรมสื่อสารในคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนกันอย่างก้าวกระโดด คุณตาคุณยายยังไหว้เจ้าในตรุษจีนอยู่

IMG_0728

เดือนมีนาคมมีโชคดีเกิดขึ้นกับบ้านเรา มีนกกระจอกตัวเล็กๆร่วงจากรังที่หาไม่เจอ ตัวแดงๆไม่มีขน ตกอยู่ที่พื้นปูน เราเก็บลูกนกมาเลี้ยง หาข้อมูลจากอินเทอเน็ตว่าลูกนกกินอะไร อยู่ยังไง แล้วคนในบ้านก็ช่วยกันดูแลนกกระจอกตัวนี้ ในช่วงเวลาที่นกยังบินไม่ได้ นกตัวนี้ไม่กลัวคน สามารถเดินมากินอาหารบนมือคนได้ เด็กก็มาดู มาป้อนอาหารกันสนุกสนาน สามารถนำมาถือ มาวางบนหัวได้ไม่บินหนี ขอบฟ้าตั้งชื่อนกว่านาซ่า และนาซ่าก็อยู่ในบ้านเราไปอีกหลายเดือน แม้ว่าจะโตบินได้แล้ว บินออกจากบ้านไปแล้ว แต่ก็กลับมาเที่ยวเล่นในบ้านบ่อยๆ

IMG_0454

ช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงเวลาที่เราวางแผนเที่ยวไว้หลายทริป มีทริปใหญ่จังหวัดตราดที่เราวางแผนกันมานาน ทีแรกตั้งใจจะนั่งเครื่องบินไป แต่สงกรานต์มีการแพร่ระบาดของโควิดรุนแรงมาก รัฐบาลดำเนินการผิดพลาดหลายอย่าง ทำให้มีการเดินทางพาเชื้อโควิดที่ระบาดหนักในกรุงเทพกระจายสู่ทุกภูมิภาค โดยอาศัยไปกับการเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดของผู้คน เราก็เลยหลีกเลี่ยงการขึ้นเครื่องบินเพื่อที่จะไม่ต้องไปอยู่ใกล้กับคนอื่นในห้องปิดไม่ระบายอากาศ การเดินทางโดยรถยนต์ก็เลยเป็นทางเลือกที่เราใช้ และทริปนี้ก็เดินทางขับรถกันสนุกเลย จังหวัดตราดอยู่ไกลจากกรุงเทพประมาณ 500 กิโล เราขับไปเที่ยวไป พักกลางทางด้วย โดยมีจุดหมายปลายทางเป็นเกาะกูด แต่ในวันสุดท้ายที่เราจะต้องข้ามไปเกาะกูดเราก็พบว่ามีการแพร่ระบาดของโควิดไปถึงโรงแรมที่เกาะ และเราตัดสินใจยกเลิกการข้ามไปเกาะในนาทีสุดท้าย เลือกจะขับรถเที่ยวไปเรื่อยๆในจังหวัดตราดแทน ทริปนี้สนุกมาก และมีสิ่งที่ประทับใจคือขอบฟ้าได้มาเห็นเหยี่ยวจำนวนมาก ขอบฟ้าชอบนกนักล่ามานานหลายเดือนแล้ว และเหยี่ยวที่ขอบฟ้าชอบก็บินร่อนอยู่ในจังหวัดตราดจนนับไม่ถ้วน เป็นประสบการณ์ใกล้ชิดเหยี่ยวที่หาได้ยากมาก

20210516131524_IMG_0458

เดือนพฤษภาคมเป็นช่วงเวลาที่เราควรจะได้เปิดเทอมและไปเรียนตามปกติ แต่โควิดทำให้โรงเรียนไม่เปิด แม้ว่ารัฐบาลจะเลื่อนกำหนดการเปิดเทอมออกไปอีกเป็นเดือน แต่เมื่อถึงกำหนด ก็ยังไม่สามารถจะเปิดได้ เพราะทุกคนไม่มีใครมั่นใจเรื่องการระวังไม่ให้ติดเชื้อเลย ลูกต้องเรียนออนไลน์อย่างจริงจัง จากเดิมที่ออนไลน์กันในระดับน้อยๆ เนื้อหาไม่จริงจัง รอบนี้กลายเป็นว่าโรงเรียนต้องสอนวิชาการให้นักเรียนทางออนไลน์ให้ได้ โต๊ะ เก้าอี้ มุมการเรียน อินเทอเน็ต โน้คบุ๊ค เด็กนักเรียนคนนึงต้องมีให้พร้อม ช่วงนี้แท็ปเบล็ตเริ่มขาดตลาด กล้องเว็บแคมก็ราคาสูงขึ้น เราเริ่มเห็นการขาดตลาดของสินค้าอิเล็คทรอนิกส์ ยิ่งการระบาดหนักรุนแรง โรงเรียนก็ยิ่งปิดยาว และอุปกรณ์สำหรับการเรียนออนไลน์ก็ขาดแคลน ตอนนี้จำนวนคนติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ วัคซีนคุณภาพยังไม่มีให้ใช้ และคนตายเริ่มเยอะขึ้น

IMG_20210616_142443

เดือนมิถุนายนโรงเรียนยังคงเรียนออนไลน์ เด็กยังคงต้องใช้พื้นที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเรียนประจำวัน วันละหลายชั่วโมง กิจกรรมกลางแจ้งไม่ได้ทำ วิชาพละไม่มีเพราะอยู่บ้านก็เล่นอะไรมากไม่ได้ จำนวนคนติดเชื้อโควิดสูงขึ้น โรงพยาบาลเริ่มเต็ม มีคนติดเชื้อรอเตียงอยู่กับบ้าน บางคนรอเตียงจนตาย วิกฤตไม่มีเตียงทำให้คนตายที่บ้านเยอะขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงมีคนตายเยอะขึ้นอย่างน่าตกใจ เริ่มมีการตั้งโรงพยาบาลสนามกันในหลายๆพื้นที่ รวมถึงมีข่าวเครื่องมือแพทยพ์ไม่พอ มีดาราตายด้วย โควิดรอบนี้พรากชีวิตผู้คน ทำลายครอบครัวคนไทยไปเยอะมาก

IMG_20210729_195320

เดือนกรกฏาคมเรายังคงอยู่กับการเรียนออนไลน์ และในเดือนนี้เป็นเดือนที่หนักหนาสาหัสมากสำหรับประเทศไทยและครอบครัวผมเอง ในโรงพิมพ์มีคนติดเชื้อ พนักงานหลายคนต้องหยุดงาน ทั้งป่วยไปนอนพักรักษาตัว และให้หยุดไปกักตัวรอหายป่วยหากอาการไม่หนัก แม้แต่ตัวผมเองก็ต้องกักตัวเพราะเป็นคนที่ใกล้ชิดคนติดเชื้อ งานโรงพิมพ์หยุดชะงักอย่างรุนแรง ผมต้องนอนห้องแยกจากคนอื่นอยู่เกือบเดือน เพื่อกักตัวเองไม่ให้แพร่เชื้อหากว่าไปรับเชื้อจากโรงพิมพ์มา แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ติดเชื้อ ตรวจหาเชื้อไม่พบ ก็นับว่าโชคดีมาก ส่วนลูกก็ยังคงเรียนออนไลน์อย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงเวลานี้เริ่มมีความเครียด ทั้งการไม่อยากทำการบ้าน และการไม่มีสมาธิที่จะเรียนให้ต่อเนื่อง สาเหตุก็มาจากหลายอย่าง เช่น ลูกพี่ลูกน้องก็เรียนออนไลน์แต่ไม่เข้มข้น ลูกผมเรียนแบบพูดคุยกับครู แต่บางคนเรียนกับวิดีโอที่เปิดทิ้งขว้างไปไม่ต้องดูก็ไม่มีใครว่า ทำให้เด็กที่ต้องเรียนก็อยากจะไปเล่นบ้าง ไม่อยากอยู่กับหน้าจอเพื่อคุยกับครูแล้ว ความเครียดไม่รู้ตัวค่อยๆสะสมขึ้นมา ลูกเครียดกับเรื่องเรียนออนไลน์ พ่อแม่ก็เครียดทั้งเรื่องงานและเรื่องลูก บรรยากาศช่วงนี้ไม่ดีเลย

IMG_0076

เดือนสิงหาคม เรายังคงใช้ชีวิตแบบเก็บตัว โรงเรียนยังเรียนออนไลน์ ร้านอาหารยังปิดอยู่ไม่ให้นั่งกินในร้านแต่ให้ซื้อกลับบ้านได้ เรามีข้าวกล่องติดมือเข้าบ้านกันแทบทุกวัน เด็กในบ้านหลายคนผมยาว รูปร่างอ้วนท้วนเพราะไม่ได้ออกกำลังกายเลย ความเครียดลดลงกว่าเดือนที่แล้วเล็กน้อย อาจจะเพราะปรับตัวได้ และได้มีการพูดคุยระบายความเครียดกันบ้าง ตอนนี้เด็กเริ่มเล่นเกมส์ในคอมพิวเตอร์ มีเกมส์ใหม่ๆที่เด็กๆลองเล่น เด็กได้ดูรีวิวเกมส์ในอินเทอเน็ต ดูช่อง youtuber หลายคนที่แคสเกมส์เป็นอาชีพ ตอนนี้เกมส์ออนไลน์ในรูปแบบที่พ่อแม่ไม่รู้จักก็เริ่มมีให้เห็น ช่วงนี้พ่อแม่ได้ยินคำว่า Roblox ภายหลังพ่อถึงจะรู้ว่ามันเป็นเกมส์ออนไลน์ที่ฮิตมาก

20210911133530_IMG_0145

เดือนกันยายนเราได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันอีกครั้ง รอบนี้เราเลือกจังหวัดระยอง โดยระหว่างทางก็แวะเที่ยวสวนสัตว์ที่ชลบุรีด้วย เราตัดสินใจไปเที่ยวเพราะลูกมีอาการเครียด และพ่อแม่ก็เครียดกับการเคี่ยวเข็ญลูกให้มีสมาธิกับการเรียนออนไลน์ แต่ลูกน่าจะเบื่อถึงที่สุด เพราะการเรียนออนไลน์ไม่ได้สนุกเหมือนช่วงแรกแล้ว การเรียนที่มีครูหนึ่งคนสอนนักเรียนอีกหลายสิบคนเป็นเรื่องน่าปวดหัว การถามตอบจะต้องยกมือในโปรแกรมเพื่อรอตอบเป็นข้อตกลงที่ทุกคนควรจะยืดถือร่วมกัน แต่การถามตอบแล้วมีเพื่อนแย่งพูด แซงคิว ทำให้คนที่อยากตอบหมดความอยาก และค่อยๆเปลี่ยนนิสัยเป็นนั่งดูเฉยๆ การโต้ตอบหายไปเพราะความเบื่อหน่าย เพียงเพราะการคนในกลุ่มออนไลน์ไม่เคารพกติกา ลูกผมก็เป็นคนที่เริ่มเฉย ไม่อยากตอบ พ่อแม่เข้าใจทุกอย่าง แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ และอีกปัญหานึงก็คือครูพูดเรื่องเดิมซ้ำๆหลายเที่ยว เพราะในออนไลน์เด็กแต่ละคนมีความเข้าใจไม่เท่ากัน เนื้อหาแบบเดียวกันถ้าสอนแบบในห้องเรียนเราอาจใช้เวลาแค่ 5 นาทีรู้เรื่อง แต่พอมาออนไลน์ ครูต้องพูดซ้ำ เด็กบางคนไม่ฟังแล้วก็ไม่เข้าใจ เรื่องเดียวกันกลับกลายเป็นต้องใช้เวลาพูดกัน 20-30 นาที สิ่งที่มันซ้ำตรงนี้ก็น่าเบื่อมากสำหรับคนตั้งใจฟัง เราเลยพาไปเที่ยวกันอีกครั้ง เที่ยวในช่วงเวลาที่มียอดคนติดเชื้อทะลุหมื่นคน มีคนตายสะสมมากขึ้น แต่ที่เราไปเที่ยวเราก็พยายามเลือกเที่ยวในจุดที่คนน้อย และป้องกันกันเต็มที่ เพราะว่าคนส่วนมากในพื้นที่เริ่มทะยอยได้รับวัคซีนแล้ว และพ่อแม่ก็ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว นั่นทำให้เราพร้อมจะเสี่ยงไปเที่ยว เสี่ยงไปใช้ชีวิต เพราะการมีวัคซีนทำให้เราลดความอันตราย จากการเสียชีวิตลงได้ ถึงติดเชื้อก็ป่วยไม่หนัก จุดนี้คือจุดตัดสินใจให้เรากล้าออกจากบ้านไปเที่ยวเล่น ส่วนลูก เราป้องกันกันสุดฤทธิ์ ระวังเรื่องการหยิบจับ คอยบอกให้ลูกล้างมือบ่อยๆ

IMG_0552

ตุลาคมเราไปเชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวที่ซบเซาราวกับป่าช้า ยอดคนติดเชื้อเริ่มลดลง ยอดคนตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปแทบทั้งหมด เราได้เดินไปกินไปเที่ยวในสถานที่สุดเจ๋งแต่มีเพียงแค่พวกเราเท่านั้น เราได้ไปสวนราชพฤกษ์ที่เคยจัดงานพื้นสวนโลก ที่ทั้งสวนมีแต่กลุ่มของพวกเรา และเราก็เดินเล่น วิ่งเล่นกับเด็กๆสนุกสนาน และได้พาไปนั่งช้าง เป็นคิวเที่ยวฟาร์มช้างที่ว่าง รอคอยให้เราไปอุดหนุน เด็กได้เล่นน้ำกับช้าง ได้ขี่ช้างเข้าป่า สนุกและเหนื่อย

IMG_20211112_070955

พฤศจิกายนเราได้กลับไปเรียนที่โรงเรียนอีกครั้ง สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดดูทุเลาลง อาจจะเพราะเราได้ฉีดวัคซีนกันเยอะมากแล้ว แต่ช่วงเวลานี้ยังไม่มีวัคซีนในเด็ก โรงเรียนมีมาตรการเข้มงวดในการป้องกัน ระวัง และมีกำหนดให้ตรวจ ATK ทุกบ้าน ทุกคน เว้นระยะการตรวจตามมาตรฐานที่ตกลงกัน

20211211175600_IMG_0041

ธันวาคมเราเริ่มกล้าให้ลูกไปเตะฟุตบอลสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทางทีมมีการจัดการแข่งขันด้วย เด็กที่ไปเล่นฟุตบอลต่างก็ไม่มีใครได้รับวัคซีน แต่พ่อแม่และโค้ชได้วัคซีนกันคนละ 2 เข็มเป็นอย่างน้อย นั่นทำให้เราพอจะวางใจได้บ้าง เด็กเริ่มไปเรียนดนตรีในห้างได้แล้ว รัฐบาลผ่อนปรนหลายๆอย่าง ห้างเซ็นทรัลแถวบ้านก็มีคนมาช็อปปิ้งเหมือนปกติ ที่จอดรถในห้างเริ่มหายากเหมือนเดิม ตอนนี้เหมือนกับว่าทุกคนกล้าออกไปใช้ชีวิต น่าจะเป็นเพราะรัฐบาลได้ปูพรมฉีดวัคซีนกันขนาดใหญ่ สิ้นปี พศ 2564 ประเทศไทยฉีดวัคซีนไปเกิน 100 ล้านโดสแล้ว จุดนี้ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาเกือบทั้งหมด

ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่เราได้เรียนรู้คุณค่าของชีวิตหลายอย่าง มีคนรู้จักที่ติดโควิดถึงตาย มีเพื่อนหลายคนติดโควิด มีเหตุการณ์ชาวบ้านรอเตียงจนตายคาบ้าน นักเรียนต้องอดทนเรียนออนไลน์ นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่โหดร้ายทารุณสำหรับเด็กมาก ความยับเยินทางเศรษฐกิจทำให้เราไม่มีเงินใช้จ่าย รายได้ลด เราต้องลดวันทำงานเพื่อลดรายจ่าย งานที่เคยแน่นก็ว่าง บางวันแทบไม่มีงานทำ

จับภาพกล้องโทรทรรศน์ James webb ได้

ในวันที่ 25 ธันวาคม 2564 ที่บริเวณใกล้ๆกับศาลายา ผมได้ไปร่วมงานปาร์ตี้ปีใหม่กับกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กนักเรียน และในช่วงเวลาหัวค่ำหลังจากที่กินมือเย็นไปหายหิวแล้ว ก็ลองเอากล้องดูดาวมาส่องดาวเล่น ขณะเดียวกันก็เอากล้อง Gopro9 มาตั้งถ่ายภาพดาวกลางคืนในโหมด Night Timelapse ก็จะได้วิดีโอตัวนี้มา และพบว่า มีเหตุการณ์น่าสนใจบนท้องฟ้า ก็คือ มีวัตถุเคลื่อนที่คล้ายดาวหางโผล่มาให้เห็นด้วยตาเปล่า

สิ่งที่คล้ายดาวหางนี้เมื่อดูข้อมูล ดูข่าวดาราศาสตร์แล้วก็พบว่ามันคือภาพของ กล้องโทรทรรศน์ชื่อ James Webb กำลังเดินทางออกจากโลกเพื่อไปสู่วงโคจรในอวกาศ โดยจะไปอยู่ห่างโลก 1.5 ล้านกิโลเมตร และมันจะโคจรเป็นบริวารของดวงอาทิตย์ แทนที่จะเป็นโลก James Webb จะอยู่ระหว่างโลกและดาวอังคาร หน้าที่หลักของมันก็คือถ่ายภาพจากที่ที่ไกลมาก โครงการนี้ตั้งใจจะส่งกล้องขึ้นไปรับสัญญาณอินฟาเรดที่เกิดจากการฟอร์มตัวเป็นดาวฤกษ์ในยุคแรกๆของอวกาศ หรือประมาณ 13000 ล้านปีก่อน หากกล้องทำงานได้ปกติ เราก็จะได้ข้อมูลต้นกำเนิดของอวกาศมากขึ้น ซึ่งเราต้องลุ้นให้กล้องทำงานได้ไม่ผิดพลาด

เทคโนโลยีหลายอย่างถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อสร้างกล้องตัวนี้ มีเรื่องน่าสนใจหลายหัวข้อ ถ้าให้เขียนจากความทรงจำที่เคยดูผ่านๆตา ก็จะมีส่วนของฉนวนแสงอาทิตย์ ที่ทำหน้าที่กันความร้อนจากด้านที่รับแสงไม่ให้ส่วนของการรับภาพและวงจรต่างๆโดนความร้อนเลย ซึ่งจะเป็นผ้าใบ 5 ชั้น

การรับภาพของเจมส์เว็บบ์จะอาศัยเทคนิคการรับภาพแบบกล้องนิวโทเนียน คือรับแสงสะท้อน แต่จะเป็นแสงอินฟาเรด การรับแสงสะท้อนต้องอาศัยกระจกสะท้อนที่มีความเรียบมากๆเพื่อความแม่นยำ เพราะแสงที่เดินทางมาไกลระดับ 13000 ล้านปีแสง จะถือเป็นระยะทางที่ไกลที่สุดเท่าที่มีในเอกภพ ดังนั้นการเบียงเบนเล็กน้อยก็ทำให้รับแสงผิดพลาด ความเรียบของผิวสะท้อนนั้นฉาบด้วยทองคำ และมีความเรียบระดับที่ ถ้าขยายกระจกให้ใหญ่เท่ากับประเทศไทยถึงญี่ปุ่น ส่วนไม่เรียบของกระจกจะสูงกว่าพื้นเรียบไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น

ที่ตัวสะท้อนแสงกลับไปกลับมาเพื่อเข้าสู่เซ็นเซอร์รับภาพ จะมีกระจกรวมแสง(หรือเลนส์รวมแสง) อีกตัวหนึ่งก่อนถึงเซ็นเซอร์ที่จะทำหน้าที่เป็นตัว image stabilizer หรือตัวกันสั่น ที่ช่วยให้การรับภาพมีความคมชัดยิ่งขึ้น อาจเป็นกล้องดูดาวตัวแรกของโลกที่มีระบบกันสั่นในแบบเดียวกับกล้องถ่ายภาพ

การประกอบตัวกล้องจะต้องมีการทดสอบชิ้นส่วนน็อตทุกตัวชิ้นส่วนต่างๆทุกชิ้นส่วนต้องผ่านการทดสอบในห้องลดอุณหภูมิไปอยู่ที่ระดับติดลบมากๆเสียก่อน เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ผิดพลาด เพราะเราออกไปซ่อมกล้องตอนที่เราปล่อยไปแล้วไม่ได้

การปรับมุมเอียงไปเอียงมา การหมุนตัวของกล้อง จะใช้ไจโรสโคป3ตัว หมุนเพื่อสร้างแรงเหวี่ยงให้มีการหมุนตามที่ต้องการ เป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ของโมเม้นที่เกิดจากการหมุน

ยังไม่แง่มุมอื่นๆอีกมากที่เป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เราต้องใช้กับกล้องอวกาศตัวนี้ ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะทะยอยเอามาลงเพิ่มครับ และตอนนี้เจ้ากล้องตัวนี้เดินทางไปถึงไหนแล้ว ก็ลองแวะดูที่ลิงค์นี้ได้ครับ

Source: Where Is Webb? NASA/Webb

การจัดแสงถ่ายรูปแบบประหยัด

IMG_20190615_171816

การถ่ายภาพสินค้าประเภทเครื่องสำอางค์หรือของที่เป็นขวด เป็นตลับแล้วอยากให้ดูแพง ก็ต้องอาศัยการจัดแสงนิดหน่อย ซึ่งเคล็ดลับการจัดแสงไม่ได้ซับซ้อน แสงที่สวยคือแสงธรรมชาติ ถ้าเราสามารถใช้แสงธรรมชาติมาเป็นแสงหลักในภาพได้เราก็ควรทำ

เลือกแสงหน้าต่างที่ส่องลอดเข้ามาในห้องครัว อาศัยผ้าผืนนึงปูเป็นฉากหลังและผนังด้านหลัง จัดผ้าเข้ามุมให้เป็นมุมฉากกับพื้นและผนัง เอาสินค้าวางบนผ้า แล้วก็ให้แสงหลักคือแสงที่ส่องมาจากด้านบน

แสงเข้าจากด้านบนจะทำให้แสงที่ส่องเข้าด้านหน้าดูน้อยเกินไป เลยต้องมีตัวช่วยสะท้อนแสงอีกตัวส่องแสงสะท้อนด้านบนเข้าไปที่ด้านหน้า ถ้าเราใช้แผ่นสะท้อนแสงสีขาว นุ่มๆ ผิวด้านๆ เราจะได้แสงนุ่มเคลียร์ แต่ในภาพนี้ดูแล้วไม่ค่อยเหมาะ เลยเลือกใช้ฝาหม้อที่เป็นอลูมิเนียมมีพื้นผิวเป็นลอนๆไม่เรียบมาช่วยสะท้อนแสง คาดหวังให้แสงสะท้อนมีลักษณะเป็นหย่อมๆดวงๆไม่สม่ำเสมอ เพื่อส่องตัวผลิตภัณฑ์ให้ดูแวววาว ผลก็คือแสงสะท้อนจากตัวสะท้อนโลหะให้แสงมีความนุ่มและแข็งในบางส่วน ผสมกันลงตัวพอดี เป็นแนวทางที่น่าสนใจมากสำหรับการจัดแสง

เราไม่กล้าบอกหรอกว่าวิธีนี้คือวิธีที่ดีที่สุด เพราะว่าการถ่ายภาพแบบเน้นความเร็วและความง่ายเราก็พยายามทำในเวลาและทรัพยากรจำกัด ถ้าจะเข้าสตูดิโอถ่ายภาพจริงจังมันก็อาจจะดีกว่านี้มาก แต่เวลาและงบประมาณอาจจะจบกันที่เป็นหมื่นบาท หรือ หลายหมื่นบาท ซึ่งคงไม่คุ้มค่ากับสินค้าราคาไม่แพงและไม่ได้มีขายจำนวนมากแบบสินค้าขึ้นห้างแค่มันดีกว่าไม่พยายาม เราก็รู้สึกพึงพอใจแล้ว เห็นภาพเห็นแนวทางแบบนี้เราก็เท่ากับได้เรียนรู้ด้วยว่าแสงแนวนี้ต้องใช้อุปกรณ์อย่างไรและเลือกใช้สถานการณ์แสงอย่างไร

nec202 – การ looking for ของใหญ่ๆ

IMG_0138

ถ้าพูดถึงระบบนำทาง gps เราต่างก็คงเคยใช้ gps นำทาง  บ้างก็ให้เพื่อนแชร์โลเคชั่นให้แล้วก็ขับไปตามที่ระบบบอก   ยิ่งในยุคที่มีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือของทุกคน  ทุกคนก็มี gps รอให้ใช้ตลอดเวลา

คราวนี้ ……  ถ้าเราจะไปปั๊มน้ำมันใกล้บ้าน  หรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน  เราจะใช้ gps ไหมครับ?   คำตอบคือคงจะไม่ใช้  เพราะว่า เราเคยไปมาแล้ว  เรารู้ทางแล้ว  แล้วคนเราจะใช้ gps ตอนไหนบ้าง  คำตอบคือเรามักจะใช้ให้มันพาเราไปในที่ที่เราไม่เคยไป   เราใช้ระบบนำทางเพราะเราไม่รู้เส้นทางนั่นเอง

ในการร้องขอ referral หรือการแนะนำทางธุรกิจ เราก็สามารถใช้แนวคิดเดียวกันนะครับ  หากเทียบการนำทางเป็นการให้ referral  เราจะขอธุรกิจหรือขอลูกค้าเล็กๆน้อยๆ ก็ดูจะไม่มีประโยชน์เท่าไรนัก  เพราะลูกค้าเล็กๆน้อยๆ  เราทำงานได้อยู่แล้ว  ยอดธุรกิจเล็กๆเราเคยทำแล้ว เรารู้ว่าหากเราจะหาลูกค้าเล็กๆ เราหาได้ เพราะเราก็เปิดบริษัทมานานแล้ว  ถ้าจะใช้เพื่อนหางานให้เราทั้งที เราน่าจะร้องขอสิ่งที่มันใหญ่ ขอสิ่งที่เราไม่เคยได้จะดีกว่าไหม  ขอสิ่งที่เราอาจจะเข้าไม่ถึงถ้าเราไม่มี connection   เหมือนใช้ gps นำทางไปในที่ที่เราไม่รู้ทาง   

เราควร looking for สิ่งที่เราไม่เคยได้  สิ่งที่เราจะรู้สึกภาคภูมิใจหากเราได้ลูกค้าคนนี้มา ลูกค้าที่จะช่วยยกระดับการทำงานของเราให้ใหญ่ขึ้น ยกระดับบริษัทของเราให้มีพอร์ตโฟลิโอที่ยากขึ้น เก่งขึ้น  ขออะไรใหญ่ๆไปเลย จะได้ใช้ทรัพยากร ใช้กลุ่มเน็ตเวิร์คของเราให้คุ้ม

ลองพิจารณาดูนะครับว่า บริษัทเรา มีศักยภาพแค่ไหน  ลองขอลูกค้าที่เราต้องทุ่มเทการทำงานหนักมากขึ้น  ทำงานหนักยิ่งกว่าที่เคยมีมา  บริษัทเราจะได้เติบโตไปอีกขั้น   เพราะเรามาอยู่ในกลุ่มเน็ตเวิร์คแห่งนี้เพื่อขยายธุรกิจ เราจึงควรจะมียอดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ฝากไว้ 1 ประโยคนะครับ  เราจะไม่มีวันถึงเป้าหมาย  ถ้าเราไม่ตั้งเป้าหมาย  ลองตั้งเป้าหมายที่ใหญ่เพียงพอ เป้าที่จะทำให้บริษัทเราเติบโตแบบก้าวกระโดด

ครบ 10 ปี เครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ท

IMG_0089

โรงพิมพ์ของผมซื้อเครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ท 4 สี มือสองเข้ามาใช้งานตั้งแต่ช่วงปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยมีภัยน้ำท่วมใหญ่ และเป็นปีที่พ่อผมเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในช่วงปลายปี พ่อผมมีโอกาสได้เห็นเครื่องพิมพ์ 4 สี วางอยู่ในโรงพิมพ์ ผมรู้สึกว่ามันเป็นความสำเร็จของคนปากกัดตีนถีบคนนึงที่ดิ้นรนทำมาหากินและสร้างครอบครัว ส่งลูกเรียนจบและมีอาชีพทิ้งไว้ให้ลูกหลาน

DSCF4375


เครื่องพิมพ์ไฮเดลเบิร์ก เป็นเครื่องพิมพ์มือสอง ผมไม่รู้ประวัติของเครื่องนี้เท่าไหร่นัก แต่มันมาตั้งในโรงพิมพ์ในตอนที่มิเตอร์บนเครื่องชีไปไป 47327770 รอบ ซึ่งผมถ่ายภาพนี้ไว้ในวันที่ 16ธันวาคม2554

20111216_173452

เวลาเลยผ่านมาเหมือนไม่นาน รู้ตัวอีกทีก็ครบ 10 ปี มันเป็น 10 ปีที่มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เรามีช่วงเวลาที่ทำงานไม่ทัน งานล้นมือ เรามีช่วงเวลาที่งานซบเซา บางวันต้องปิดเครื่อง ปิดไฟโรงงาน และในช่วงที่มีโควิดระบาดหนักๆ ช่างพิมพ์หลายคนในโรงพิมพ์ก็ต้องหยุดงานเพราะติดเชื้อ โรงพิมพ์ทำงานต่อไม่ได้ งานบางงานต้องไปขอให้โรงพิมพ์อื่นช่วยเหลือช่วยพิมพ์ให้

วันที่ครบ 10 ปี คือ 16ธันวาคม2564 ผมถ่ายภาพนี้เก็บไว้อีกครั้ง

2021-12-16_05-02-45

มิเตอร์ขึ้นเลข 77740023 ซึ่งพอนำมาคิดหักลบกับตัวเลขเริ่มต้นแล้ว ก็จะได้

77740023 – 47327770 = 30412253 หรือประมาณ 30 ล้านรอบ

ตัวเลข 30 ล้านรอบนี้บอกอะไรเราบ้าง

ถ้านับงานกระดาษใบปลิว A4 พิมพ์ 2 หน้า เราจะพิมพ์งานนี้ไปแล้ว 60 ล้านใบ ผมก็ไม่รู้ว่ามันมากหรือน้อย เครื่องพิมพ์เครื่องนี้ทำเงินให้เราเกินค่าตัวของมัน แม้ว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์จะเป็นดาวร่วงในมุมมองของนักบริหารและนักการตลาด แต่เราก็ยังคงต้องทำอาชีพนี้อยู่ และปรับเปลี่ยนงานพิมพ์ไปพิมพ์สิ่งที่ผู้คนยังต้องใช้งาน หนังสือพิมพ์ไม่มีคนซื้อแล้ว เราก็ไม่ต้องพิมพ์ นิตยสารขายไม่ได้แล้วเราก็ไม่ต้องพิมพ์ ซึ่งสองอย่างนั้นก็ไม่เคยเป็นงานของโรงพิมพ์เราอยู่แล้ว แต่ประเทศเรายังต้องการกล่องใส่อาหาร กล่องใส่ขนม อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ ยังต้องการโบรชัวร์ ยังต้องมีเอกสาร คู่มือผลิตภัณฑ์ ยังต้องมีหนังสือให้ความรู้ พ็อกเก็ตบุ๊ค นิยาย การ์ตูน หนังสือเรียน ยังมีสติ๊กเกอร์อีกหลายชนิดสำหรับติดกล่อง ติดขวด ติดตามสินค้าและกล่องต่างๆ

เทคโนโลยีทางการพิมพ์ของโลกเราเริ่มต้นจากการเรียงพิมพ์ด้วยตัวหนังสือโลหะ จาก letterpress สู่การพิมพ์ offset และเป็นระบบดิจิทัลในปัจจุบัน ที่น่าทึ่งก็คือ ทุกเทคโนโลยียังคงมีอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีของใหม่ที่ไปทำลายของเก่า ในโรงพิมพ์เรายังมี letterpress ที่ขาดไม่ได้ ยังมี offset ที่เป็นกำลังหลักของวงการพิมพ์ และมีดิจิทัลสำหรับงานเร่งด่วนและพิมพ์ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปทุกใบได้ ทุกเทคนิคการพิมพ์ในปัจจุบันยังคงมีบทบาทอยู่ วงการพิมพ์ไม่ได้ล่มสลาย การปรับตัวของผู้บริโภคทำให้ความจำเป็นในการใช้สิ่งพิมพ์เปลี่ยนรูปแบบไป สิ่งที่แน่นอนก็คือ ไม่มีใครซื้อขนมที่ไม่มีแพ็คเกจห่อหุ้ม ไม่มีใครซื้อยากินเป็นเม็ด ทุกคนต้องการของกินที่อยู่ในหีบห่อหรือในกล่อง ไม่ใช่แค่ของกิน แต่ของขายในห้างในมาเก็ตเพลสก็ต้องการหีบห่อและเอกสารประกอบทั้งนั้น โลกเรายังต้องมีสิ่งพิมพ์