ipod mini เครื่องเล่น mp3 ที่คลาสิคที่สุดรุ่นหนึ่ง

17 04 2011

ipod ฮิตมากอยู่ช่วงปีหนึ่ง แล้วก็ค่อยๆแปลงร่างกลายเป็น iphone และ ipod touch เจ้าอุปกรณ์ทรงสี่เหลี่ยมที่มีแป้นหมุนเลยไม่ได้เป็นพระเอกของวงการอีกต่อไป ipod รุ่นใหม่ๆกลายเป็นหน้าตาบอบบาง กระทัดรัด เล็กลงจนรู้สึกจะหยิบจับยาก วันนี้ผมได้เครื่อง ipod mini ตัวเดิมกลับมา หลังจากให้เพื่อนยืมไปเปิดเพลงให้ลูกฟังอยู่สองปี ตั้งแต่เมียเพื่อนตั้งท้องจนตอนนี้กำลังจะเลือกโรงเรียนอนุบาลแล้ว เพิ่งจะได้คืนมา

ipod mini ตัวนี้ผลิตออกมาขายในปี ค.ศ. 2005 ผมก็ซื้อมาใช้ในช่วงปีเดียวกัน ความจุในเครื่อง 4g เก็บเพลงได้ประมาณ 1000 เพลงที่ความละเอียด 128kBit/s จอภาพสีขาวดำ ไฟหน้าจอสีขาว ไม่สามารถดูภาพ และวิดีโอได้ เป็น ipod ที่ถูกลดขนาดลงมาเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน จุดเด่นของมันก็คือมันใช้วัสดุคุณภาพดีสุดๆ คือตัวถังเป็นอลูมิเนียม ถ้าไม่บุบ มันจะไม่มีร่องรอยอะไรเลย แม้ว่าจะหยิบใส่กระเป๋า เสียดสีกับกางเกงหรือกระเป๋าต่างๆ หยิบวางบนโต๊ะ วางในรถก็ไม่มีปัญหา

ผมได้มีโอกาสใช้งาน ipod touch แล้วรู้สึกว่าไม่ชอบ ไม่ใช่ ipod touch ไม่ดี แต่เป็นเพราะการใช้งานในการฟังเพลงผมรู้สึกว่า ipod แบบมีแป้นสัมผัส click wheel (คลิกวีล)แบบดั้งเดิม เป็นสิ่งที่เหมาะกับการฟังเพลง เพราะหลายๆครั้งที่กำลังฟังเพลงอยู่ ผมอยากจะลดหรือเพิ่มระดับเสียง ผมก็แค่คลึงแป้นหมุนตามทิศทางที่ต้องการ มันก็ตอบสนองได้ดี สามารถเพ่ิมหรือลดระดับเสียงได้โดยไม่ต้องใช้สายตา แต่ถ้าเป็น ipod touch หรือ iphone การเพ่ิมลดระดับเสียงมันทำยากกว่าเดิม ถ้าจะเปลี่ยนระดับเสียงทางหน้าจอ จะต้องกดปุ่มด้านหน้า แล้วคลิกเลื่อนเพื่อปลดล็อคหน้าจอ และค่อยเอานิ้วจิ้มปุ่มสไลด์เพื่อเลื่อนระดับ หมายความว่า ผมไม่สามารถหลับตาเปลี่ยนระดับเสียงได้เลย

แล้วทำไมไม่กดปุ่มสองปุ่มที่อยู่ด้านข้าง iphone หรือ ipod touch ล่ะ นั่นสิ ผมมักจะลืมตำแหน่งปุ่มด้านข้างไปเสมอ และการใช้นิ้วกดปุ่มเพ่ิมลดเสียงด้านข้าง ผมต้องใช้มือกำตัวเครื่องไว้แล้วเอานิ้วโป้งกด ก็คือต้องหยิบตัวเครื่องขึ้นมาถือไว้ในท่าบังคับ และเอานิ้วกดลงไปตามปุ่มที่ต้องการ มันสั่งงานแบบไม่มองก็ได้ถ้าพยายาม แต่มันก็ต้องใช้ทั้งมืออยู่ดี ผมพอใจกับการใช้นิ้วคลึงเท่านั้น ยิ่งหากระหว่างฟังต้องการกดข้ามเพลง หรือย้อนกลับ คลิกวีลระบบแท้ๆของ ipod มันตอบสนองได้ทันที แต่ถ้าเป็นหน้าจอของ ipod touch หรือ iphone มันต้องกดปุ่ม home เพื่อกระตุ้นเครื่อง และเอานิ้วลากแถบล็อคหน้าจอเพื่อให้เริ่มรับคำสั่ง แล้วก็มองหาปุ่ม ข้ามเพลงและย้อนเพลง แล้วค่อยเล็งเพื่อกด แค่นี้ก็รู้แล้วว่ามันลำบากกว่ากัน คลิกวีลระบบดั้งเดิมมันไม่รบกวนสมาธิการทำงานและการขับรถ ipod touch และ iphone มันดีตอนเลือกเพลงเพราะมันเป็นหน้าจอละเอียด แบ่งรายการเพลงต่างๆให้เข้าถึงได้ง่าย แต่มันไม่ดีตอนฟัง เพราะมันกดเพื่อสั่งการยากกว่านั่นเอง

หลายครั้งที่ได้ยินว่าแบตเตอรี่ ipod เสื่อม ผมก็ได้แต่แปลกใจว่าทำไมเสื่อมเร็วจัง เพราะเครื่องที่ผมใช้ยังไม่เคยเปลี่ยนแบตเตอรี่เลย ถ้านับถึงวันนี้ มันก็ผ่านมา 6 ปีกว่าแล้วมันยังคงใช้งานได้ดี และการชาร์จแบตของผม 1 ครั้งสามารถใช้ฟังเพลงได้ประมาณ 6 ชม. หรือมากกว่า ซึ่งผมว่ามันค่อนข้างเยอะแล้ว ผมจำไม่ได้ว่าตอนออกมาใหม่ๆมันรับประกันว่าฟังได้นานกี่ชั่วโมง แต่ 6 ชม.ของผมมันเพียงพอต่อการใช้งานในรถและก่อนนอนแล้ว

ความจุเพียง 4g ในวันนี้ดูเหมือนจะน้อยไป เพราะว่าคลังเพลงที่สะสมมาสิบปีมันมีหลายสิบจิ๊ก นี่ผมเป็นคนที่ไม่ได้ติดตามเพลงมากเหมือนสมัยก่อน ถ้ายังคงฟังเพลงมากๆเหมือนเดิมผมน่าจะมีเพลงสะสมสัก 200g ซึ่ง ipod ตัวไหนก็ไ่ม่พอ การมีเพียง 4G ติดตัวออกจากบ้านก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายมาก ยังพอจะปรับตัวได้ เนื่องจาก ipod เป็นระบบการเลือกเพลงใส่ที่ฉลาด ผมสามารถเลือกเปลี่ยนเพลงที่บรรจุใน ipod ได้ด้วยการคลิกเพียงไม่กี่คลิก แล้วก็รอเวลามันก็อปปี้เพลงชุดที่ต้องการลงไป หลายครั้งผมเลือกให้มันก็อปปี้เพียงเพลงที่ฟังบ่อยแค่ 25 เพลง ซึ่งโปรแกรม iTune ที่ทำหน้าที่นี้มันทำได้ดีไร้ที่ติ

การฟังเพลงมันต้องได้เครื่องเล่นที่ดีตอนฟังเพลง ไม่ใช่เครื่องที่ดีสำหรับการเล่นเน็ต หรือ ดูภาพ หรือดูวิดีโอ เพราะผมต้องการเน้นเรื่องฟังเพลง การพัฒนาการของ ipod มันมุ่งไปสู่ระบบอินเทอเน็ตและมัลติเมียเดีย จนผมรู้สึกว่าสักวันหนึ่งคลิกวีลอาจจะถูกเลิกใช้ไปในที่สุด หยุดนวัตกรรมไม่ได้ แต่สามารถเลือกใช้ของที่เคยมีได้ ipod mini ยังน่าใช้งานและน่ารักอยู่เสมอ ตราบใดที่ยังซ่อมบำรุงได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ เพิ่มขนาดความจุด้วย compact flash การ์ด ขอแค่อย่าให้มันเสียก็พอแล้ว มันน่าจะคงกระพันไปอีกหลายปี





belkin tunebase ของเล่นใหม่

26 04 2009

ปีนี้ ค.ศ. 2009 แต่ว่าของเล่นที่ได้มาน่าจะผลิตในปี 2005 ตอนนั้นค่าตัว 30 ดอลล่าร์  แต่ผ่านมาสามปีกว่ามันก็ถูกวางอยู่ในตระกร้าเลหลัง  ผมได้มาในราคา 199 บาท  โดยบนตัวกล่องมีราคาเดิมติดอยู่ที่พันสี่ร้อยกว่าบาท

 

มันคืออุปกรณ์เสียบชาร์จไอพอดในรถยนต์  ด้านหนึ่งเสียบกับที่จุดบุหรี่ในรถ  อีกด้านเป็นช่อง usb สำหรับเสียบ ipod shuffle จริงๆอาจจะใช้กับอุปกรณ์อื่นๆที่เป็นพอร์ท usb ได้  แต่เจ้า tunebase ชิ้นนี้เขาออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ ipod shuffle เป็นหลัก  โดยดูจากหน้าตาและทรวดทรง  มันเข้ากับกับ ipod อย่างไม่ต้องพยายามมอง  สิ่งที่น่าสนใจก็คือมันเสียบชาร์จ usb แต่ดันมีช่องต่อสายสัญญาณเสียง audio out ….

สัญญาณเสียงจาก ipod มันเดินทางอย่างไรให้ผ่านขา usb ซึ่งเป็นแค่สัญญาณไฟฟ้าแบบดิจิทัลล้วนๆ แล้วไปออกที่ Audio out ได้  น่าแปลกใจมาก  ที่สำคัญ  มันสามารถเร่งวอลลุ่มบน ipod แล้วเสียงที่ audio out ก็เปลี่ยนตามที่เรากด  กดเปลี่ยนเพลง  เพลงก็เปลี่ยน  ทีแรกนึกว่ามันอ่านข้อมูลเหมือนเป็น thumb drive ตัวหนึ่งแล้วไปแปลงเป็นเสียงเพื่อส่งออก  ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง  เราก็จะไม่สามารถกดปุ่มบนตัว ipod เพื่อสั่งการตามที่เราต้องการได้  แสดงว่ามันไม่ใช่แบบอ่านไฟล์…  แต่มันทำงานยังไงยังหาคำตอบไม่เจอ

 

เข้าเว็บฝรั่งเพื่อหาคำตอบ  ยังไม่มีคำตอบในประเด็นนี้  แต่ฝรั่งหลายเว็บรีวิวไว้ว่าเสียงไม่ดีเท่ากับเสียบสายตรงๆบนหัว ipod นั่นก็แสดงว่า audio out บน tunebase มีการแปลงสัญญาณด้วยวิธีการบางอย่าง  นั่นทำให้เสียงไม่ดีเท่าออริจินัล

วันหลังจะหาโอกาสทดสอบกับอุปกรณ์ usb อื่นๆ เพราะไหนๆก็มีช่อง usb ในรถแล้ว ก่อนหน้านี้เคยมีตัวแปลงไฟจากที่จุดบุหรี่เป็น usb เพื่อเอาไว้ชาร์จ ipod แต่พอทดลองใช้แล้วพบว่ามีเสียงรบกวนเยอะมาก ถ้าเสียบไปฟังเพลงไป จะได้ยินเสียงหึ่งๆกับเพลงด้วย แสดงว่าการแปลงไฟในอุปกรณ์มันทำได้ไม่ดี แต่กับ tunebase กลับเงียบสนิทไม่พบว่ามีสัญญาณรบกวนเลย แสดงว่าอุปกรณ์ออกแบบมาดีมาก ใช้ของคุณภาพสูง สองร้อยทอนหนึ่งบาท ผมไม่แน่ใจว่าถูกหรือแพง รู้แต่ว่าถูกใจมาก.








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 89 other followers