ติดตั้งเครื่องพิมพ์ 4 สี

13 12 2011

12 ธันวาคม 2554 ที่โรงพิมพ์ทำการติดตั้งเครื่องพิมพ์ 4 สี เครื่องพิมพ์เครื่องนี้ทำให้ครอบครัวผมเป็นหนี้ตัวจริง แต่ก็เชื่อว่ามันจะปลดหนี้ได้ในเวลาไม่นาน


ภาพถ่ายด้วยมือถือ samsung galaxy note โดยใช้โปรแกรม FXCamera เพื่อถ่ายภาพให้มีกรอบภาพแบบโพลารอยด์ จากนั้นใช้โปรแกรมตกแต่งภาพเพื่อเขียนตัวหนังสือลง การเขียนตัวหนังสือใช้ S pen ซึ่งเป็นอุปกรณ์ประจำตัวของมือถือรุ่นนี้

ด้วยความที่มือถือรุ่นนี้มีความเร็วสูง สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงได้ค่อนข้างดี ก็เลยถ่ายบรรยากาศการติดตั้งเครื่องเก็บไว้เป็นที่ระลึก





ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 6

5 02 2011

เครื่องพิมพ์ดิจิทัล fujixerox รุ่น x700 ทำงานมาครบปีแล้ว หลังจากที่ผ่านการทำงานไม่มากไม่น้อย มีอาการเสื่อมสภาพบางชิ้นส่วน เปลี่ยนอะไหล่ก็หายดี การทำงานกับเครื่องพิมพ์ตัวนี้เริ่มใช้งานบางฟังค์ชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกบางอย่าง และพอเริ่มใช้ก็เริ่มพบข้อจำกัดบางอย่าง

เครื่องพิมพ์ตัวนี้มีถาดใส่กระดาษ 7 ชุด แต่ละชุดจะมีปริมาตรใส่กระดาษได้ไม่เท่ากัน งานที่พิมพ์เยอะๆต้องใช้ช่องใส่กระดาษถาด 6 และ 7 งานบางประเภทที่แบ่งว่าหน้าปกเป็นกระดาษหนา เนื้อในเป็นกระดาษบางสามารถสั่งเครื่องพิมพ์ให้พิมพ์งานโดยใช้กระดาษทั้งสองชนิดได้ นั่นเป็นข้อดีที่รู้อยู่แล้วตอนซื้อเครื่อง แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้ใช้ฟังค์ชั่นนี้เลย

ที่ผ่านมาเวลาต้องการงานพิมพ์เป็นเล่มที่ใช้ปกหนากว่าเนื้อใน จะทำการแยกพิมพ์เป็นสองจ็อบ ก็คือ จ็อบปก และจ็อบเนื้อใน พิมพ์แยกกัน แล้วก็ค่อยเอามาทำเล่มรวมกัน ทำอย่างนี้มาตลอดไม่มีปัญหาอะไร วันดีคืนดีอยากจะใช้ฟังค์ชั่นอำนวยความสะดวกโดยการสั่งจ็อบเดียวแล้วให้มันพิมพ์ปกกับเนื้อในด้วยกระดาษสองชนิดมันก็ทำให้ได้ แต่มีสิ่งที่ค้นพบก็คือมันช้าเหลือเกิน ช้ามาก

งานพิมพ์หนังสือ 16 หน้าเย็บแม็ก แค่เล่มเดียวควรจะใช้เวลาให้กระดาษไหลไม่เกิน 30-35 วินาที หรือเท่ากับความเร็วกระดาษไหลไป 4 แผ่น แต่พอสั่งให้พิมพ์กระดาษสองชนิดพร้อมกัน โดยให้กระดาษบางอยู่ถาด 6 กระดาษหนาอยู่ถาด 7 เครื่องก็ทำตามสั่งได้ไม่ผิดพลาด แต่ใช้เวลาค่อนข้างนานในการเปลี่ยนกระดาษจากถาดอื่นๆ เข้าใจว่าการพิมพ์กระดาษบางใช้ความร้อนน้อย พิมพ์กระดาษหนาใช้ความร้อนเยอะ พอพิมพ์กระดาษบางในเล่มเสร็จแล้วต้องเริ่มพิมพ์กระดาษหนา เครื่องจะต้องหยุดวิ่งเพื่อเพิ่มความร้อนให้มากขึ้นก่อน เมื่อความร้อนถึงจุดที่กำหนดถึงจะพิมพ์กระดาษหนาได้ และเมื่อพิมพ์กระดาษหนาสำหรับหน้าปกเสร็จแล้วก็ต้องเปลี่ยนไปพิมพ์กระดาษบาง เครื่องก็จะต้องคลายความร้อนออก รอให้ความร้อนลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะกับกระดาษบางแล้วค่อยพิมพ์ต่อ การทำหนังสือหนึ่งเล่มต้องใช้เวลารอความร้อนขึ้นและลงนานกว่าเวลาที่กระดาษวิ่งเสียอีก จาก 1 เล่มถ้าพิมพ์ไม่เปลี่ยนกระดาษจะใช้เวลา 30 วินาที กลายเป็นว่าพอเปลี่ยนกระดาษจะต้องใช้เวลารวมทั้งหมดเป็นเล่มละ 2 นาที ความเร็วลดลงไปสี่เท่า

ถ้างานน้อยๆทำไม่กี่เล่มก็พอจะรอได้ แต่ถ้าต้องทำเป็นร้อยเป็นพันเล่ม แยกพิมพ์ปก กับแยกพิมพ์เนื้อในคนละจ็อบน่าจะเสร็จงานเร็วกว่า





เครื่องเข้าเล่ม ไสกาว ของเล่นคนชอบทำหนังสือ

11 09 2010

การทำหนังสือจะต้องมีการเย็บเล่ม รูปแบบการเย็บเล่มแบบธรรมดาที่สุดคือการเย็บด้วยแม็กซ์ ซึ่งบางคนเรียกว่าเย็บมุงหลังคา อีกรูปแบบหนึ่งที่นิตยสารต่างๆนิยมใช้กันก็คือการไสกาว

การไสกาวเป็นการทำงานที่ต้องอาศัยเครื่องมือเยอะกว่าเครื่องเย็บด้วยแม็กซ์ และเครื่องมือก็ค่อนข้างแพง ถ้าจะทำหนังสือสักพันเล่มก็คงจะต้องลงทุนเครื่องเข้าเล่มไสกาวสักแสนกว่าบาท มันถึงจะทำงานได้ทัน แต่ถ้าจะทำแค่ไม่กี่เล่ม จำพวกหนังสือออนดีมาน หรือโฟโต้บุ๊ค หรือสมุดโน้ตจำนวนน้อยๆ การลงทุนระดับแสนกว่าบาทก็ดูจะเป็นเรื่องที่หนักเกินไป

แต่เดี๋ยวนี้ถือว่าการการทำเล่มไสกาวเป็นเรื่องที่ไม่ยาก และไม่แพงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะมีเครื่องมือราคาย่อมเยาออกมาให้ใช้ มันก็คือเครื่องตัวนี้แหละ สามารถทำเล่มไสกาวได้ทีละหนึ่งเล่ม ใช้เวลาต่อเล่มประมาณ 1-3 นาที ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ใช้งาน

การมีเครื่องนี้ใช้งานร่วมกับเครื่องพิมพ์ดิจิทัลทำให้สามารถรับงานหนังสือได้จริง สามารถทำงานจบได้ในที่เดียว ไม่ต้องไปส่งให้ร้านอื่นทำต่อ สามารถควบคุมคุณภาพได้ เร่งเวลาได้ แม้จะช้ากว่าโรงงานเข้าเล่มจริงๆ แต่ถ้าแข่งกันทำ 10 เล่ม ผมว่าเครื่องนี้เสร็จก่อน และงานเรียบร้อยกว่า





ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 4 ของเสียอีกแล้ว

9 09 2010

เหตุการณ์เกิดเมื่อหลายวันก่อน แต่เพิ่งจะว่างที่จะมาโพสท์บันทึกเก็บไว้ เรื่องเป็นดังนี้

หลังจากที่เครื่องพิมพ์ดิจิทัลฟูจิซีร็อกซ์ x700 ตัวนี้ถูกซ่อมต่อเนื่องอยู่หลายสัปดาห์ พอทำงานได้ราบลื่นสักพักใหญ่ๆ ก็เกิดปัญหาแปลกประหลาดขึ้น คือมีการดูดกระดาษเข้าไปในเครื่องแบบเป็นปึก แล้วกระดาษก็ไปติดคาอยู่ในหน่วยทำความร้อน ตัวทำความร้อนมีชื่อเรียกว่าอะไรผมก็จำไม่ได้

ผมแปลกใจว่าทำไมมันถึงดูดกระดาษทีละตั้งหลายใบ มีลูกกลิ้งตัวไหนที่ีเสียหรือเปล่าก็ไม่รู้ และที่สำคัญ มันทำให้ตัวทำความร้อนใช้งานต่อไม่ได้ เครื่องทำงานไม่ได้ ผมยกออกมาวางนอกเครื่องแล้วพยายามดึงกระดาษออก แต่ดึงไม่ออก เลยต้องถอดวางไว้อย่างนี้ จากนั้นก็โทรเข้าหาศูนย์เพื่อแจ้งซ่อม และเบิกอะไหล่ ผมโทรแจ้งเหตุประมาณช่วงบ่ายวันที่ 2 กันยายน 2553 หลังจากนั้นอีก 1 ชั่วโมงช่างก็โทรเข้ามาเพื่อบอกกับผมว่า อะไหล่ชิ้นนี้ยังเบิกไม่ได้ เพราะของยังไม่พร้อมให้เบิก อยู่ในขั้นตอนขนส่งอยู่ ยังมาไม่ถึงโกดัง ผมก็รับทราบ สรุปว่าอะไหล่ไม่สามารถมาส่งผมได้ในวันรุ่งขึ้นแน่นอน ช่างบอกว่าน่าจะประมาณวันจันทร์ หรือ อังคาร จึงจะได้ ผมไม่มีทางเลือกอื่น

ผมยังโชคดีที่มีสต๊อกตัวทำความร้อนตัวใหม่อยู่กับตัว 1 ชิ้น แต่ผมก็รู้สึกไม่ดีเลย ที่ผมเบิกอะไหล่ไม่ได้ ถ้าผมไม่สต๊อกของเอาไว้ก่อน เครื่องก็ทำงานไม่ได้ต้องรอถึงวันจันทร์เชียวนะ และวันนี้ วันพฤหัส ผ่านมาแล้วหกวัน ผมยังไม่ได้อะไหล่ชิ้นที่ขอเบิกเลย

เมื่อวันอังคาร มีอาการเครื่องทำกระดาษยับ ผมก็เลยโทรเรียกช่างอีกครั้ง คราวนี้่ช่างมาเพื่อเปลี่ยนลูกกลิ้งบางตัว ช่างบอกว่า ลูกกลิ้งหมดอายุ มันก็เลยทำกระดาษยับ ก็ได้เรียนรู้อีกหนึ่งเรื่องว่าลูกกลิ้งต้องเปลี่ยนตามอายุ ซ่อมเสร็จช่างก็ช่วยซ่อมตัวทำความร้อนที่กระดาษติดคาอยู่ ถอดน็อตบางตัวแล้วก็เอากระดาษออก แล้วก็ให้ผมเก็บไว้ใช้สำรอง ตอนนี้ผมมีตัวจริง มีตัวสำรองที่สภาพยังไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี เพราะเพิ่งแงะกระดาษออกมา ส่วนตัวอะไหล่ที่เบิกก็ยังไม่มีการส่งมา

บางทีทางศูนย์อาจจะถือว่ามีช่างมาแงะกระดาษซ่อมให้ผมแล้ว เลยไม่ได้ส่งอะไหล่มาให้ผมก็ได้ เบิกของแล้วไม่ได้ของ เป็นเรื่องแย่ๆอีกเรื่องหนึ่งที่ควรแก้ไข จะไม่ส่งอะไหล่ก็น่าจะแจ้งให้รับทราบ จะช้าจะต้องรอก็น่าจะแจ้งให้ทราบ เพราะมันผ่านวันจันทร์ที่นัดไปแล้ว

ช่วงนี้ผมยังทำงานพิมพ์ดิจิทัลได้อยู่ แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจในสภาพเครื่องซักเท่าไหร่ เพราะอยู่ดีๆกระดาษก็ติดเป็นปึกๆ ผมมีงานพิมพ์ดิจิทัลอีกเกือบหมื่นใบพิมพ์ในช่วงสองสามวันนี้ ผมลุ้นเหลือเกินว่ามันจะเกิดปัญหาหรือไม่ งานดิจิทัลที่ช้าไม่เป็นไปตามนัด มันเสียชื่อเสียง เสียเครดิต เสียลูกค้า แต่เรื่องพวกนี้ ฟูจิซีร็อกซือาจจะไม่ได้คิด หรือไม่ก็ ลืมที่จะใส่ใจ





ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 3 เรื่องแย่ๆก็มี

28 08 2010

ผมเริ่มเจอปัญหาแล้ว

สองเดือนที่ผ่านมาเครื่องพิมพ์มีปัญหาค่อนข้างเยอะ ผมโทรตามช่่างมาดู มาซ่อมหลายครั้ง การซ่อมแต่ละครั้งไม่สามารถทำให้หายขาดได้ อาการก็คือ ภาพขึ้นไม่สม่ำเสมอ บางส่วนของภาพสีอ่อนทั้งๆที่ข้อมูลสีเป็นแบบเดียวกัน อาการแบบนี้ทำให้งานพิมพ์นามบัตรหรือป้ายสินค้าที่ลงไว้หลายๆตัวในหน้ากระดาษ บางตัวจะสีเข้ม บางตัวจะสีอ่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เครื่องพิมพ์ตัวละพันบาทก็ต้องไม่มีปัญหาแบบนี้ แต่นี่เครื่องละเป็นล้าน ถ้ามีก็แย่แล้ว

ตัวอย่างงานที่เป็นปัญหา เป็นงานป้ายสินค้าสีส้ม ซึ่งในกระดาษใบใหญ่จะมีป้ายตัวเล็กๆวางอยู่ประมาณ 20 ชิ้น ชิ้นที่อยู่ด้านบนจะสีอ่อนกว่าชิ้นที่อยู่ด้านล่างของกระดาษ ผมตัดชิ้นด้านล่างออกมาแล้วเอาไปวางทาบกับชิ้นบนเพื่อให้เห็นว่า สีมันต่างกัน

ช่างหลายคนที่วนเวียนเข้ามาดูตลอดสองเดือนไม่มีใครวิเคราะห์อาการแล้วซ่อมให้หายขาดได้เลย มีแต่พยายามปรับแต่งทำให้สีดูแตกต่างน้อยลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ต้องการ ผมเจอหน้าช่างประมาณไม่ต่ำกว่าห้ารอบภายในเวลาแค่สองอาทิตย์ คำสัญญาที่ Fujixerox ได้เคยให้ไว้ว่าจะมาถึงเครื่องหลังจากแจ้งซ่อมไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็ไม่เป็นจริง หลายครั้งที่มาได้จริง แต่ก็มีหลายครั้งที่มาไม่ได้ มาไม่ทัน มันแย่ตรงที่ว่าผมรักษาสัญญาด้วยการจ่ายเงินตรงไปตรงมาครบทุกเดือน แต่ผมไม่ได้รับการปฏฺิบัติตามสัญญากลับคืนมา ข้อนี้ถือว่าสอบไม่ผ่าน ถ้าผมมีตัวเลือกที่ดีกว่านี้ ผมไปจากคุณแน่นอน

อาการเสียซ่อมไม่หายขาด เป็นๆหายๆ ผมยืนดูช่างมาซ่อมแต่ละคนแล้วไม่เข้าใจนโยบายบริษัทเลย ถ้าชิ้นส่วนเครื่องมันเสื่อมแล้วความสามารถมันตก ก็เปลี่ยนอะไหล่ให้ผมก็จบเรื่อง ยกทั้งเครื่องมาเปลี่ยนให้ผมไปเลยก็ได้ เอาตัวเก่าไปซ่อมให้ชัวร์แล้วค่อยมายกเปลี่ยนคืนก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น ปีหนึ่งๆ Fujixerox ขายเครื่องรุ่นนี้ได้เป็นร้อยตัว ผมไม่เชื่อว่าจะไม่มีอะไหล่ให้ผม แต่ถ้าไม่มีอะไหล่ให้เปลี่ยนจริงๆ(เครื่องสำรอง) ก็ถือว่าเป็นนโยบายที่แย่มาก

ธุรกิจสิ่งพิมพ์ดิจิทัลคือการพิมพ์ตามสั่ง คำศัพท์ Print on demand เป็นถ้อยคำที่ Fujixerox โปรโมทมาตลอดเวลา อุตส่าห์เชื้อเชิญ แนะนำ ว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์มันต้องเป็นดิจิทัล ต้องรวดเร็ว ถึงจะเสริมสร้างธุรกิจของลูกค้าได้ ผมก็เห็นด้วยเลยลงทุนกับดิจิทัล แต่วันที่มันมีปัญหา Fujixerox กลับเพิกเฉยไม่กระตือรือร้นที่จะทำให้เครื่องพิมพ์ของผมซึ่งยังอยู่ในสัญญารับประกันอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมทำงาน ในบางวัน print on demand ในโรงพิมพ์ของผม มันกลายเป็นคำว่า Print on demand but wait for service tomorow

ผมมีภาระต้องผ่อนค่าเครื่องวันละเกือบสามพันบาท การที่เครื่องทำงานไม่ได้ ไม่ว่าจะกี่วัน กี่ชั่วโมง หรือกี่นาทีเป็นความเสียหายที่ผมไม่สามารถไปเรียกร้องเอาจากใครได้เลย บริษัทใส่ใจผมน้อยเกินไป ถ้าผมได้รับเช็คคืนเงินชั่วโมงละสามร้อยบาทที่เครื่องทำงานไม่ได้ หรืออยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ผมจะไม่ว่าอะไรเลย

ตอนนี้เครื่องได้รับการซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นใหญ่ๆไปแล้ว มันอยู่ในสภาพเกือบ 100% ช่างทีมสุดท้ายที่มาซ่อมให้ผมอธิบายเรื่องอะไหล่ที่หมดอายุ “มันหมดอายุครับ” พูดแค่นี้ผมเข้าใจ แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือ ทำไมไม่เปลี่ยนสิ่งที่มันหมดอายุไปตั้งแต่แรก ทำไมต้องรอให้มันสร้างปัญหาซ้ำซาก วิ่งเข้ามาดูกันห้ารอบแล้วยังไม่สำนึกว่าชิ้นส่วนมันหมดอายุ

เครื่องพิมพ์ดิจิทัลมันช่วยในธุรกิจโรงพิมพ์ได้จริง แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็คาดหวังกับการบริการที่ดีที่สุด เพราะผมจ่ายแพง มันแพงกว่าเครื่องพิมพ์อ็อพเซ็ททั่วไปอย่างเทียบกันไม่ได้ ถ้าคุณจ่ายเงินสามล้านให้กับเครื่องพิมพ์อ็อพเซ็ท คุณสามารถใช้มันไปได้ยี่สิบปีเป็นอย่างต่ำ และถ้ายี่สิบปีผ่านไปแล้วคุณขายต่อ คุณก็น่าจะได้เงินหลายแสน หรือเป็นล้านบาทคืนกลับมา แต่เครื่องพิมพ์ดิจิทัล ถ้าครบห้าปีตามสัญญาบริการ ราคาที่คุณจะขายคืนหรือขายต่อก็คือการชั่งกิโลขาย ผมคิดว่าซาเล้งน่าจะให้คุณสักกิโลละสองบาท เครื่องพิมพ์ทั้งตัวน่าจะได้สักหนึ่งพันบาท มันแย่ยิ่งกว่าเศษกระดาษในโรงพิมพ์เสียอีก เพราะเศษกระดาษเขาขายกันกิโลละสี่บาท





พิมพ์เร็วด่วนได้ และโปรแกรมจัดหน้าชื่อ Pages

23 08 2010

ในวันที่ 1 กันยายนที่จะถึงนี้ จะมีงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการหน่วยปฏิบัติการออกแบบและวิจัยการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ เป็นหน่วยย่อยหน่วยหนึ่งในศูนย์นวัตกรรมอาหาร ซึ่งเป็นโปรเจ็คใหญ่ของคณะวิทยาศาสตร์และเภสัชศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งผมกับเพื่อนอีกคนช่วยกันจัดงานแถลงข่าวของโครงการผลิตบรรจุภัณฑ์นี้

เอกสารค่อนข้างด่วน แก้ไขรายวัน ทุกอย่างต้องปรับเปลี่ยน ส่งตรวจ แก้ไขกลับไปกลับมาหลายรอบ บัตรเชิญถูกพิมพ์ไปแล้ว 3 เวอร์ชั่น แต่ละเวอร์ชั่นมีอายุ 1 วัน เวอร์ชั่นล่าสุดคาดว่าจะไม่ต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว เพราะมันใกล้ถึงวันแถลงข่าวเหลือเกิน

ด้วยความเร่งรีบ และต้องการบัตรเชิญจำนวนน้อย การพิมพ์ที่เหมาะสมกับงานนี้ก็หนีไม่พ้นระบบดิจิทัล ซึ่งมันเป็นลักษณะที่ตรงกับคอนเซ็พท์ Print on Demand หรือ พิมพ์ด่วน เอาจำนวนแค่เท่าที่พอใช้ ระบบดิจิทัลนี้มีจุดเด่นก็คือ ทำจำนวนน้อยได้ คุณภาพใกล้เคียงงานพิมพ์อ็อพเซ็ทสี่สี สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้บ่อยเท่าที่ต้องการ(ถ้าไม่กลัวคนทำอาร์ตเวิร์คด่าลับหลัง) ผมพิมพ์การ์ดเชิญทุกวัน วันละยี่สิบชุดบ้าง ห้าสิบชุดบ้าง วันนี้รอบที่สามผมพิมพ์ไป 100 ชุด การ์ดเชิญงานนี้ถ้าถูกนำมาแสดงโชว์ในงานจะมีรูปแบบที่หลากหลายมาก (ไม่ได้ตั้งใจ)

ยังคงมีเอกสารอื่นๆอีกสองตัวที่จำเป็นต้องจัดเตรียมแบบเร่งรีบไม่แพ้กัน นั่นก็คือแผ่นพับอีกสองรูปแบบ แต่ละรูปแบบก็ปรับเปลี่ยนแก้ไขมาหลายรอบ

เอกสารด้านบนนี้เป็นเอกสารตัวแรก จำนวน 8 หน้า ทีแรกจะทำ 200 ชุด ผมคิดไว้ในใจแล้วว่าจะทำเป็นระบบดิจิทัลเช่นกัน แต่คุยไปคุยมา เจ้าของงานบอกว่าจะเก็บไว้ใช้งานอื่นด้วย เลยต้องเพ่ิมจำนวนพิมพ์เข้าไปเป็น 500 ชุด ด้วยปริมาณพิมพ์เท่านี้จะเริ่มไม่เหมาะกับระบบดิจิทัลเสียแล้ว เพราะต้นทุนดิจิทัลต่อเล่มจะแพงเกินไป สุดท้ายงานนี้ก็เลยต้องไปพิมพ์ด้วยเพลท แต่ก็ต้องแลกกับเวลาทำงานที่นานขึ้น เอกสารตัวนี้ถ้าไม่สรุปในวันพรุ่งนี้ (อีก 24 ชั่วโมงหลังจากโพสท์นี้) ก็จะไม่ทันใช้งานในวันที่ 1 เดือนหน้า

เอกสารอีกตัวหนึ่งที่เพิ่งได้ข้อมูลมาเมื่อเช้า และป่านนี้(ดึกมาก) ก็ยังส่งข้อมูลมาไม่ครบ ผมเลยทำอาร์ตเวิร์คเท่าที่ทำได้ออกมาให้ตรวจเสียก่อน ก็ได้รูปแบบงานพิมพ์ออกมาตามภาพต่อไปนี้

ภาพนี้คือหน้าปก ผมให้ลูกน้องออกแบบชื่อและจัดวางตัวหนังสือของชื่อให้ ภาพประกอบผมถ่ายเองเมื่อตอนเดือนกุมภาพันธ์ต้นปีนี้ ซึ่งตอนถ่ายภาพก็ไม่คิดว่าจะได้หยิบใช้จริงๆ แต่ก็่ถ่ายเก็บไว้เป็นสต๊อกภาพ ถ่ายด้วยกล้องดิจิทัลราคาถูกมากๆตัวหนึ่งของโกดัก ถ้าผมจำไม่ผิดมันจะเป็นรุ่น c140 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ราคาขายสองพันกลางๆ ผมชอบกล้องตัวนี้เพราะมันราคาถูก มันโฟกัสภาพได้ชัด มันใช้ถ่ายไฟฉายขนาด AA ซึ่งหาซื้อได้ง่าย และมันใช้หน่วยความจำ SD ซึ่งราคาถูกมาก

หน้าอื่นๆของเอกสารก็ค่อยๆทะยอยทำออกมา ดูรูปแบบเหล่านี้แล้วบอกได้เลยว่าผมไม่สามารถทำเองได้เลยในโปรแกรมจัดหน้ายอดนิยมอย่าง indesign ซึ่งเป็นเครื่องมือของคนทำนิตยสารส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ถึงหากพยายามจะทำก็อาจจะพอได้ แต่คงใช้เวลาหลายชั่วโมงอย่างมาก ความง่ายและเร็วเหล่านี้เป็นผลมาจากโปรแกรมจัดพิมพ์เอกสารชื่อ Pages ซึ่งเป็นโปรแกรมจัดหน้าประเภทหนึ่งที่ apple เป็นผู้พัฒนาขึ้นมา โปรแกรมนี้ทำงานบนความเรียบง่าย และหลักการง่ายๆ อะไรที่ควรจะง่ายมันก็ออกแบบให้ง่ายอย่างแท้จริง มันทำให้ผมสร้างเอกสารสวยๆได้ในเวลาที่สั้นอย่างไม่น่าเชื่อ

การเอาตัวรอดจากโปรเจ็คนี้ผมยังคิดไม่ออกว่าผมจะทำได้อย่างไรถ้าไม่ได้โปรแกรมจัดหน้าตัวนี้ และถ้าผมไม่มีเครื่องพิมพ์ดิจิทัลของตัวเอง ผมอาจจะทำไม่ทันก็ได้ การมีเครื่องดิจิทัลให้ใช้งานทำให้ผมสามารถทำสิ่งที่ไม่เคยทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการรับงานด่วนแล้วพิมพ์ออกมาในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หรือการพิมพ์บางส่วนไปใช้งานเบื้องต้นก่อนด้วยดิจิทัลแล้วค่อยไปผลิตแบบจำนวนเยอะด้วยเครื่องพิมพ์อ็อพเซ็ท การมีเครื่องพิมพ์ดิจิทัลในครอบครองช่วยให้ธุรกิจงานพิมพ์สามารถขยายตัวไปอยู่ในส่วนที่โรงพิมพ์ที่ใช้เครื่องจักรยุคเก่าไม่สามารถทำได้ มันเป็นข้อดีที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโรงพิมพ์สมัยเก่า ผมคิดว่าการปรับตัวมาใช้เครื่องพิมพ์ดิจิทัลเป็นการขยับตัวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมสำหรับตัวผมเอง และเชื่อว่าบริการพิมพ์เร็วด่วนได้แบบนี้คือคำตอบของการทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ในยุคต่อจากนี้ไป





ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 2

15 04 2010

ลดต้นทุนด้วยการลดเวลาทำงาน

ครั้งที่แล้วผมคุยเรื่องลดเวลาการทำงาน จากการทำงานพิมพ์ระบบเก่าใช้เวลาสามวัน เปลี่ยนเป็นดิจิทัลแล้วใช้เวลาแค่สิบนาที แถมวันหนึ่งๆทำได้เป็นสิบงานเสียอีก มันคือการลดระยะเวลาการทำงานแบบหนึ่ง ซึ่งนอกจากนี้แล้ว มันยังลดเวลาทำงานได้อีกแบบ และมันทำให้ต้นทุนต่ำลงด้วย นั่นก็คือลดชั่วโมงการทำงานโอที

ปกติโรงพิมพ์ที่ตั้งใจทำงานจะมีงานพิมพ์แทบตลอดเวลา การรับงานเพิ่มแต่ละอย่างนอกจากจะมีรายได้เพิ่มแล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องจ่ายเพิ่มก็คือต้องเพิ่มชั่วโมงทำงานให้มากขึ้น เพราะงานเดิมที่มีอยู่ก็กินเวลาของเครื่องพิมพ์และช่างไปแทบจะเต็มเวลาอยู่แล้ว การรับงานเพิ่มสักชิ้นหรือหลายชิ้นหมายถึงต้องเพิ่มชั่วโมงพิเศษให้กับช่าง นั่นก็คือการทำโอที

การนั่งคิดว่าจะทำให้ช่างไม่ต้องทำโอทีนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีใครกล้าคิด เพราะการลดเวลาการทำงานนั่นหมายถึงลดรายได้ และอาจจะทำให้เสียลูกค้าบางส่วนไป แม้ว่าการทำโอทีจะต้องจ่ายค่าแรงเพิ่มขึ้นอีก 50% แต่โรงพิมพ์ทุกที่ก็อยากทำโอที เพราะมันหมายถึงการ “มีงานทำ” มันเป็นสิ่งที่ทุกโรงพิมพ์ต้องการ ก่อนจะมีเครื่องดิจิทัล โรงพิมพ์ผมทำโอทีทั้งเดือน ทำมาหลายเดือนติดต่อกัน วันหนึ่งๆผมทำงานสิบสองชั่วโมง 8 ชั่วโมงของทุกวันผมจ่ายค่าแรงช่างพิมพ์ 100% สามชั่วโมงของทุกวันที่เป็นชั่วโมงโอที ผมจ่ายค่าแรง 150% และบางสัปดาห์ผมทำงานวันอาทิตย์ด้วยซึ่งนับเป็นวันโอทีทั้งวัน และค่าแรงวันหยุดจะกลายเป็น 200% และมีบางช่วงของปีที่ผมทำงานวันอาทิตย์ต่อเนื่องกันหลายเดือน

เครื่องดิจิทัลทำงานเสร็จเร็ว ทำให้จำนวนงานที่รับเอาไว้สามารถผลิตได้ทัน มันทำงานได้ทันจนกระทั่งผมไม่ต้องทำโอที ไม่ต้องทำงานวันอาทิตย์ มันเป็นไปได้ ผมมีเครื่องพิมพ์ดิจิทัลใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม เดือนนี้เป็นเดือนปรับตัว ผมยังมีการทำงานโอทีอยู่บ้าง พอมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ ผมก็ไม่ต้องทำโอทีแล้ว และเดือนมีนาคมก็เช่นกัน คุณภาพชีวิตของผมดีขึ้นเยอะ ในขณะที่รายได้เท่าเดิม ซึ่งผมพอใจมาก แต่ช่างพิมพ์อาจจะไม่ชอบ เพราะรายได้เขาน้อยลง แต่ผมก็ยินดีให้มันเป็นอย่างนั้น





ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 1

6 04 2010

เครื่องพิมพ์ดิจิทัลที่ผมใช้คือ FujiXerox รุ่น 700 ซึ่งถึง ณ วันที่เขียนข้อความนี้ ผมได้ใช้งานมาสามเดือนเต็ม พอจะรู้เรื่อง รู้เทคนิค และรู้ข้อจำกัดต่างๆ มากมาย ข้อเขียนครั้งที่แล้วที่เกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ดิจิทัลเครื่องนี้เป็นอย่างไรผมก็เร่ิมลืมไปแล้ว เพราะตลอดเวลานับเดือนที่ผ่านมา มีงานยุ่งมาก งานเยอะ ทั้งงานพิมพ์ปกติ และงานพิมพ์ดิจิทัล และงานถ่ายรูปอีกหลายครั้ง

ในตอนนี้จะพูดถึงข้อดีของเครื่องพิมพ์ดิจิทัลที่ค้นพบด้วยตัวเองเสียก่อน
แล้วในตอนต่อๆไปจะเป็นเรื่องของ ข้อเสีย ข้อด้อย ข้อจำกัด เทคนิคต่างๆ

ข้อดีที่พบก็คือ
1 เครื่องพิมพ์ดิจิทัล ช่วยลดต้นทุนได้จริง แม้ว่าค่าผ่อนเครื่องจะแพงมาก แต่มันก็ลดต้นทุนงานพิมพ์ได้จริง มีงานพิมพ์หลายตัวที่ย้ายมาทำบนระบบดิจิทัล และได้งานที่รวดเร็วสวยงามไม่แตกต่างไปจากการพิมพ์อ็อพเซ็ท

ยกตัวอย่าง
งานพิมพ์นามบัตร 1000 ใบ เวลาเราจะพิมพ์นามบัตรสี่สีสักชุดหนึ่ง จะมีค่าเพลทประมาณ 1000 บาท ซึ่งเป็นเพลทขนาดเล็ก (มีเพลทขนาดใหญ่ ราคาแพงกว่านี้) โรงพิมพ์ต้องจ่ายค่าเพลท พอได้เพลทมาแล้ว ก็ต้องทำการพิมพ์ การพิมพ์ใช้ช่างพิมพ์ งานสี่สีจำนวนน้อย ใช้ช่างพิมพ์ไม่เกิน 1 วัน จะจ้างช่างมาพิมพ์งาน 1 ชั่วโมง ก็ต้องจ่ายค่าจ้าง 1 วันอยู่ดี ต้นทุนค่าแรงช่างพิมพ์ก็เลยต้องคิด 1 วัน และพอพิมพ์เสร็จ ก็ต้องรอแห้ง 1 วัน วันรุ่งขึ้นค่อยตัดไปส่ง
สรุปแล้วต้นทุนการพิมพ์นามบัตรด้วยระบบอ็อพเซ็ท จะเท่ากับ ค่าเพลท + ค่าแรงช่าง1วัน + ค่ากระดาษที่ใช้ไป แถมต้องรอเวลา ทำเพลท 1 วัน พิมพ์ 1 วัน รอแห้ง 1 วัน เท่ากับรอ 3 วัน
ถ้ามีงานสองชิ้น ก็พิมพ์งานที่สองหลังจากเสร็จงานที่ 1 ซึ่งอาจจะหมายถึงได้พิมพ์ในวันที่สองซึ่งก็พิมพ์ไปขณะที่รองานที่ 1 แห้ง สรุปแล้ว จบสองงานใช้เวลา 4 วัน

เปลี่ยนมาเป็นพิมพ์ด้วยระบบดิจิทัล
ได้อาร์ตเวิร์คมาแล้วก็เอามาสั่งพิมพ์ได้ทันที ใช้กระดาษกี่ใบก็นับไปตามจริง หลังจากสั่งพิมพ์อีกไม่กี่นาทีก็เสร็จ นามบัตร 1000 ใบเล็ก เท่ากับ จำนวนสั่งพิมพ์ประมาณ 50 ใบพิมพ์ ใช้เวลาพิมพ์ไม่เกิน 10 นาที ต้นทุนระบบนี้ก็คือ ค่าพิมพ์ 50 ใบ + ค่ากระดาษตามจริง
ต้นทุน 50 ใบพิมพ์ ราคาไม่กี่บาท ถูกกว่าค่าเพลทเยอะหลายเท่า และใช้เวลาสั้นมากเมื่อเทียบกับการพิมพ์เพลท วันหนึ่งๆสามารถทำงานประเภทนี้ได้หลายสิบชิ้น แทนที่จะต้องรอ 3 วัน

สรุปข้อดีประเด็นลดต้นทุนก็คือ มันลดต้นทุนได้จริง และลดเวลาได้อย่างมหาศาล จากเดิมที่ต้องใช้เวลา 3 วันเพื่อจบงานพิมพ์จำนวนน้อยๆ 1 งาน ดิจิท้ล ทำงานเดียวกันเสร็จภายใน 10 นาที





fuji xerox x700 เริ่มทำงานแล้ว

9 01 2010

หลังจากติดตั้งเรียบร้อย ก็เริ่มงานทันที วันแรกก็ได้ทำงานโปสการ์ด วันต่อมาก็ได้ทำงานป้ายสินค้า วันต่อมาก็ได้ทำงานโบรชัวร์ ขอให้งานไหลมาเทมาเถอะ แต่ที่ทำส่วนใหญ่จะเป็นการลองพิมพ์เล่น ไม่ว่าจะเป็นสมุดโน้ต ปฏิทิน ภาพถ่าย ลองด้วยความอยากส่วนตัวล้วนๆเลย





ตั้งเครื่องพิมพ์ดิจิทัล

4 01 2010

วันที่ 30 ธันวาคม 2552 ก่อนจะหมดปี ผมตกลงสั่งซื้อเครื่องพิมพ์ดิจิทัลมาใช้งานในโรงพิมพ์ หลังจากที่จดๆจ้องๆมานานหลายเดือน เครื่องใหญ่มากจริงๆ ตอนขนของมาลงก่อนจะติดตั้งดูแล้ววุ่นวายพอสมควร แต่พอติดตั้งแล้วก็ดูสวยงามเรียบร้อยดี

หลังจากติดตั้งไปแล้วจะต้องมีการอบรมการใช้งานอีกสองวันเต็ม แต่ผมขอให้เขาช่วยสอนคร่าวๆเพื่อพิมพ์งานด่วนเสียก่อน เขาก็ใจดีสอนให้ มีลืมบ้างนิดหน่อยแต่ก็อาศัยถ่ายวิดีโอไว้








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 89 other followers