ลำโพงสำหรับการพกพา เสียงดีและไฮเทค

21 07 2010

ท่าทางผมจะเป็นคนบ้าลำโพงเอามากๆ เวลาเจอลำโพงที่เสียงดีก็มักจะดีใจและถ้ามีเงินในกระเป๋าก็แทบจะซื้อเก็บไว้เสมอ ตั้งแต่มีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง(เกือบยี่สิบปี) ผมก็ทะยอยมีลำโพงในครอบครองมากขึ้นเรื่อยๆ ค่าเฉลี่ยอาจจะไม่ถึงปีละคู่ แต่มันก็เยอะพอที่จะทำให้สมาชิกในบ้านเริ่มมองอย่างเอือมระอา

ครั้งหนึ่งสมัยเขียนบล็อกใหม่ๆผมเคยแนะนำลำโพงพกพาเสียงดีมากไว้ตัวหนึ่ง มันมีรูปทรงเป็นกระบอก มาวันนี้ ผมกำลังจะรีวิวลำโพงสำหรับพกพาตัวใหม่ ที่ผมถูกใจมากกว่า ทั้งในแง่คุณภาพเสียงซึ่งเป็นประเด็นหลัก และในแง่ความสะดวกในการพกพาซึ่งเป็นประเด็นลำดับสอง ลำโพงที่กำลังจะพูดถึงนี้ทำให้ลำโพงคู่เก่า(กระบอก)กลายเป็นลำโพงเสียงไม่ดีไปเลย เป็นอาการได้ใหม่ลืมเก่าอย่างสิ้นเชิง

ลำโพงคู่ที่ว่านี้ก็คือ Altec lansing imt525 ซึ่งเป็นลำโพงแบบแบนบาง นอกจากจะเอาไว้ต่อกับคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่น mp3 ทั่วไปแล้ว ยังมีการรับสัญญาณเสียงอ่านระบบ Bluetooth อีกด้วย ซึ่งมันทำหน้าที่เป็น Handfree ไปได้ในตัว สามารถใช้คุยโทรศัพท์ได้เลย หน้ากล่องยังมีรูปโทรศัพท์มือถือโชว์อยู่อีกต่างหาก ทำนองว่าเน้นการใช้งานร่วมกับโทรศัพท์มือถือนั่นเอง

เปิดภายในออกมาก็จะมีอุปกรณ์ต่างๆมาอยู่จำนวนหนึ่ง ประกอบไปด้วยตัวลำโพง หม้อแปลงไฟ 9 โวลท์ สายสัญญาณ mini3.5 to mini3.5 ถุงผ้า และคู่มือ ซึ่งผมค่อนข้างตื่่นเต้นกับถุงผ้าเป็นพิเศษ เพราะตั้งแต่ซื้อลำโพงมาหลายชนิด ไม่เคยได้แถมถุงผ้ากับเขาเลย

ตัวลำโพงเป็นทรงแบนบาง ปุ่มควบคุมอยู่ด้านบน มีช่องวงกลมเหมือนรูขนาดเล็กเป็นไมโครโฟนเพื่อรับสัญญาณเสียงพูดซึ่งจะใช้ตอนคุยโทรศัพท์ ช่องเสียบหม้อแปลงไฟอยู่ด้านหลัง ระบุไว้ว่าต้องใช้แรงดัน 9V 1600ma ช่องเสียบสายสัญญาณเสียง line-in อยู่ด้านหลัง สามารถใส่ถ่าน AA ได้ 6 ก้อน หมายความว่ามันถูกออกแบบมาให้พกพาจริงๆ ดอกลำโพงคู่ matched pair ขนาด 2 นิ้ว ขนาดน่ะผมเชื่อ แต่ matched pair อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจ

ที่ด้านหลังมีจุดที่กดเพื่อให้ขาตั้งเด้งออกมา เมื่อกางขาตั้งแล้วมันจะวางบนโต๊ะได้สวยงาม มุมเอียงหน้าขึ้นเล็กน้อย จะวางบนหัวเตียงก็ไม่มีใครว่าอะไร แต่ผมคิดว่าผมอาจจะเอาไปวางไว้ในรถยนต์ของผมเอง เพราะเครื่องเสียงที่แถมมากับรถคุณภาพค่อนข้างต่ำ ซึ่งถ้าเอาไปใช้ในรถจริงๆก็จะได้ประโยชน์จากการโทรศัพท์ด้วย เพราะจะใช้งานเป็นแบบ Handfree ได้เลย ซึ่งมีประโยชน์ต่อการขับรถไปคุยโทรศัพท์ไปด้วยอย่างยิ่ง

แต่ผมก็คงไม่เอาไปไว้ในรถจริงๆหรอก เพราะว่ามันพกง่าย และผมก็มักจะพับเก็บและขนลำโพงตัวนี้ไปพร้อมกับกระเป๋าโน้ตบุ๊ค เพราะความหนาของมันเท่ากับโน้ตบุ๊คขนาดมาตราฐานทั่วไป การพกพาใส่กระเป๋าไปพร้อมโน้ตบุ๊คจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ทันที ไม่ต้องหากระเป๋าโน้ตบุ๊คใบใหม่ และพอมันอยู่ในกระเป๋าโน้ตบุ๊คแล้ว ผมก็ขี้เกียจหยิบมาวางไว้หน้ารถนั่นเอง

พกพาง่ายแล้วคุณภาพเสียงเป็นอย่างไร เสียงของมันมีจุดเด่นที่เสียงกลาง มีความคมชัดของเสียงร้องค่อนข้างมาก เสียงคนกับเสียงกีต้าร์เป็นเสียงถนัดของลำโพงตัวนี้เลย ความใสก็มีอยู่ค่อนข้างดี ลำโพงราคาถูกทั่วไปมักจะส่งเสียงได้ เปิดดังได้ แต่เสียงจะไม่ค่อยใส ความใสที่ว่านี้เป็นความใสที่ทำให้น้ำเสียงมีประกาย มีน้ำมีนวล ด้วยความบางของลำโพงทำให้การส่งเสียงเบสจะต้องอาศัยเทคโนโลยีมาช่วยอยู่บ้าง นั่นคือลำโพงนี้มีระบบ SRS Tru-bass ซึ่งเป็นวงจรเพิ่มเสียงเบสให้มากขึ้น มันเป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาช่วยลำโพงเล็กให้ส่งเสียงทุ้มได้มากขึ้น มันเป็นการประมวลผล DSP แนวทางหนึ่งที่ช่วยให้คนฟังได้ยินเสียงเบสที่เกินตัว ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากลำโพงตัวเล็ก แต่เสียงเบสที่ผ่าน DSP ของลำโพงตัวนี้ก็ทำได้ในระดับหนึ่ง เพราะข้อจำกัดทางกายภาพที่อยากจะให้ลำโพงมันเล็กและบาง ทำให้เสียงเบสที่พยายามใช้ DSP ช่วยแล้วก็ยังน้อยไปอยู่ดีเมื่อเทียบกับลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่เท่าที่ได้ยินก็ถือว่า Altec lansing ทำได้ตามที่โม้ไว้ว่า speaker phone ก็ทำแบบเสียงดีได้

การที่ลำโพงนี้สามารถใช้เป็น Handfree ได้ด้วย หมายความว่ามันจะต้องออกแบบมาให้สามารถคุยกันได้รู้เรื่อง ไมโครโฟนรับเสียงที่อยู่ติดกับลำโพงส่งเสียงจะต้องมีการออกแบบไม่ให้มีเสียงหอน หรือ ฟี้ดแบ็ค ซึ่ง imt525 ก็ทำได้ดีน่าชื่นชม เหตุที่ทำได้ก็เพราะเทคโนโลยีอีกตัวหนึ่งที่ชื่อว่า echo-canceling ผมสามารถรับสายระหว่างฟังเพลงได้ และคุยธุระจนจบโดยที่ไม่ได้รู้สีกเหมือนใช้ handfree ในมือถือเลย สามารถคุยกันรู้เรื่อง พูดแทรกกันก็ค่อนข้างได้ยินชัด ไม่ใช่เสียงหายเหมือนสื่อสารทางเดียว

ปุ่มกดจำนวนมากที่ด้านบนลำโพงทำหน้าที่เป็นปุ่มควบคุมการเล่นเพลง เพราะลำโพงตัวนี้เป็น Speaker Bluetooth ที่สนับสนุนโปรโตคอล A2DP หรือการส่งเสียงผ่าน Bluetooth และยังสามารถควบคุมการเล่นได้ด้วย จะหยุด จะเปลี่ยนเพลงทำได้ที่ฝั่งลำโพงเลย โดยในการทดสอบกับโทรศัพท์ผมใช้โทรศัพท์ Samsung รุ่น Monte เมื่อทำการ paired กันเรียบร้อยแล้ว ผมเปิดโปรแกรมเล่นเพลงในมือถือแล้วเลือกรายการเพลงที่ต้องการ กด play บนมือถือปุ๊ป เพลงก็ไปดังที่ลำโพงทันที และพอไปกดเปลี่ยนเพลงที่ลำโพงโดยการกด next มันก็เปลี่ยนเพลงจริงๆ หน้าจอมือถือก็แสดงรายชื่อเพลงใหม่ที่กำลังเล่นทันทีเช่นกัน แบบนี้ก็ถือว่าสะดวกดี ผมรู้สึกว่ามันเหมาะกับการนำโทรศัพท์ที่มี Bluetooth A2DP มาใช้เป็นเครื่องเล่น MP3 แทน iPod ไปเสียเลย ยิ่งถ้าเป็นมือถือรุ่นใหม่ๆที่สามารถเพิ่มหน่วยความจำเข้าไปได้ยิ่งทำให้ลำโพงตัวนี้น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น

พอลองกับมือถือเสร็จแล้วก็เอามาลองกับโน้ตบุ๊คบ้าง โน้ตบุ๊คที่มี ฺBluetooth ก็สามารถใช้งานกับลำโพงนี้ได้ ผมลองทั้งเครื่อง macintosh รุ่น macbook pro และลองกับเครื่องที่เป็น windows อย่าง acer aspire1 ก็ทำงานได้ดี สามารถเปิดเพลงจากคอมพิวเตอร์ให้ไปออกที่ imt525 ได้อย่างไม่ยากเย็น คุณภาพเสียงก็ไม่แตกต่างไปจากการเล่นกับโทรศัพท์มือถือ

เอา imt525 ไปลองกับ iPodtouch Gen2 ซึ่งผมก็เพิ่งรู้ว่า iPod Touch รุ่นนี้มี Bluetooth เช่นกัน แต่ใช้งานได้แค่ส่งสัญญาณเสียงเท่านั้น ไม่สามารถใช้สื่อสารเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลอื่นๆได้ เมื่อเชื่อมต่อกับ ipod touch แล้ว เสียงต่างๆของ iPod Touch ก็จะมาออกที่ลำโพง ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง หรือฟังเพลง ทุกเสียงจะวิ่งเข้าลำโพงทั้งหมด นับว่าสะดวกมาก มีข้อจำกัดอย่างเดียวที่ iPod Touch Gen2 ยังทำไม่ได้ก็คือ มันยังไม่รองรับระบบ A2DP ทำให้กดเปลี่ยนเพลงที่ลำโพงแล้วเสียงเพลงยังไม่เปลี่ยน

ผมใช้งานลำโพงตัวนี้มาประมาณ 1 เดือน ถือว่าคุณภาพถูกใจ การพกพาก็เป็นเรื่องง่าย ราคาก็ไม่แพงเกินไป ที่บอกว่าไม่แพงก็เพราะผมซื้อมาในราคา 2490 บาท ที่ร้าน iStudio สาขาเซ็นทรัลพระรามสาม หลังจากที่ซื้อกลับมาแล้วก็มาหาข้อมูลเพิ่มก็พบว่ามันเคยมีราคาอยู่ที่ระดับ 7-8 พันบาทกันเลย ก็ทำให้หลงดีใจว่าได้ของถูกอยู่หลายวัน แล้ววันดีคืนดีผมก็เห็นลำโพงตัวนี้อยู่ในร้านขายของร้านหนึ่ง เขาติดราคาไว้ที่พันกว่าบาท ผมเห็นแล้วก็รู้สึกมืนๆเล็กน้อย เสียดายที่ไม่เห็นราคานี้ก่อนจะได้ไม่ต้องเสียเงินเยอะเกินจำเป็น แต่คิดอีกที ถ้ามันถูกๆแค่พันกว่าบาท ผมอาจจะไม่ได้สนใจที่จะหามาฟังก็เป็นไปได้





ipod and iphone dock

25 06 2009

ลำโพงสำหรับ ipod ที่เท่ห์ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา  ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าด้วยนะเนี่ย





polk audio r150

1 06 2009

ได้ข่าวว่ามีลำโพงราคาถูก เลยตามไปดู ไปลองฟัง ราคาขายในเมืองนอก 100 ดอลล่า บางเว็บก็ 130 ดอลล่า ในไทยขาย 3450 บาท

polk audio เป็นยี่ห้อเครื่องเสียงที่ผลิตลำโพงขายมานานหลายสิบปี เป็นเครื่องเสียงที่ได้รับความน่าเชื่อถือว่าคุณภาพดี ของยี่ห้อนี้ไม่มีคำว่าหลอกกินเงิน ถ้าเราเชื่อว่าโซนี่ทำโทรทัศน์ดี โนเกียทำโทรศัพท์ดี polk ก็ทำลำโพงดีเช่นกัน

ลำโพงคู่นี้เป็นลำโพงที่ออกแบบมาให้เป็นลำโพงสำหรับโฮมเธียเตอร์ ซึ่งในอดีตนับสิบปี สินค้าที่เป็นเกรดโฮมเธียเตอร์จะคุณภาพต่ำกว่าเกรดเครื่องเสียงสำหรับการฟังเพลง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ถึงเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าเป็น polk ที่อยู่ในวงการเครื่องเสียงมานาน ถ้าทำลำโพงออกมาแล้วฟังเพลงไม่เพราะ คงจะต้องโดนด่ากระฉ่อนวงการ ลำโพงของ polk รุ่นนี้เลยมีคุณภาพน่าสนใจ ในขณะที่ราคาขายค่อนข้างต่ำ

สิบปีที่แล้วลำโพงฟังเพลงแบบดีๆ แบบฟังแล้วอยากอุ้มกลับบ้านไม่เคยเจอราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท แต่ polk r150 ตัวนี้ทำได้ และทำได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ เสียงจากลำโพงคู่นี้ถ้าให้ตั้งราคาขายเอง ผมคงจะเลือกติดราคาสัก 12000 เพราะน้ำเสียงมันมีคุณภาพระดับนั้น

เครื่องเสียงที่ให้คุณภาพดีสำหรับแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน แต่สำหรับผมเอง เครื่องเสียงที่ดีคือเครื่องที่เราอยากให้มันส่งเสียง นั่นคือเราไม่รำคาญ ฟังได้นาน อยากฟัง อยากเปิด ไม่เหมือนของคุณภาพต่ำหลายๆตัวที่ได้ยินตามห้าง ยิ่งเปิดยิ่งฟังยิ่งเห็นค่าของความเงียบ บางทีโลกอาจจะเปลี่ยนไปเยอะ ของคุณภาพดีมีกระจายอยู่ทั่วไป เพียงแต่ผมอาจจะไม่ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดเหมือนเมื่อก่อน

ลำโพงตัวนี้มีความไว 89dB ซึ่งเป็นความไวระดับปานกลาง เครื่องขยายเสียงทั่วไปสามารถเปิดมันได้อย่างไม่ยากเย็น ผมเอาไปเปิดฟังกับแอมป์หลอดกำลังขับ 3 วัตต์ ก็ให้เสียงฟังได้เต็มห้องทำงาน และได้คุณภาพที่พอใจ ใครมีเครื่องเสียงแบบมินิคอมโปอยากจะอัพเกรดลำโพงก็ลองตัวนี้ได้ เพราะไม่เคยเจอมินิคอมโปตัวไหนจะให้ลำโพงเสียงดีๆแบบนี้ ทางร้านเคยตั้งราคาขายไว้ระดับเจ็ดพันกว่าบาทแต่เอามาลดราคากันเหลือแค่ครึ่งเดียว ก็เลยต้องรีบซื้อไว้ซะหน่อย





แนะนำลำโพงพกพาเสียงดีมาก

27 09 2008

สามวันก่อนผมเดินเล่นดูของอยู่ที่ฟอร์จูน  ดูคอมพิวเตอร์  ดูโน๊ตบุ๊ค  ของถูกน่าซื้อเต็มไปหมดเลย ระหว่างที่ลังเลอยู่  ก็เดินผ่านตู้ขายของตู้หนึ่ง เป็นเอ็มพีสามและลำโพงเล็กๆหลายยี่ห้อ  ลองเดินเข้าไปดูตามความเคยชิน  หน้าตาลำโพงสำหรับพกพาก็จะเล็กๆ  เท่าที่เคยเห็นและลองฟังมา  มีของแพงอยู่รุ่นหนึ่งของ Yamaha รูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดประมาณแก้วน้ำย่อมๆ  คุณภาพเสียงก็อยู่ในระดับธรรมดา  แต่ราคาไฮโซเหลือเกิน  ไม่สามารถจะทำใจได้  ลำโพงจะแพงกว่าเครื่องเล่นเสียอีก  เลยไม่ได้ซื้อสักที  คราวนี้ที่หน้าตู้ขายของมีลำโพงที่ไม่สามารถระบุยี่ห้อได้อยู่หลายยี่ห้อ  ถามคนขายอย่างตรงไปตรงมาว่า ตัวไหนเสียงดีที่สุด  คนขายก็ชี้ไปตัวยาวๆทรงกระบอก  หน้าตาคล้ายไฟฉายขนาดกลางๆ  ดูรูปร่างแล้ว พอจะยัดลงกระเป๋าโน๊ตบุ๊คได้  ส่วนตัวอื่นๆที่ไม่ได้ถูกชี้ก็ถามให้แน่ใจว่าทำไมถึงไม่ดี  บางตัวคนขายก็บอกว่า เปิดดังๆเสียงแตกง่าย  บางตัวเสียงเบา  ตัวที่เขาแนะนำสามมารถเปิดได้ดังที่สุดโดยที่เสียงยังไม่แตก  ฟังเหตุผลแล้วก็โอเคยอมรับได้  เลยลองฟังเทียบ  พบว่าเสียงไม่แตกจริงๆ  ขณะที่ตัวอื่นๆที่ไม่ได้ถูกแนะนำจะเสียงค่อนข้างเบา  ถ้าเร่งให้ดังก็เสียงแตกไม่น่าฟัง  

 

 

ลำโพงตัวที่สนใจมีอยู่สองรุ่น  รุ่นแรกมีช่องสำหรับวาง ipod ได้ด้วย  สามารถใช้ร่วมกับ ipod โดยไม่ต้องต่อสาย  แบบนี้เท่ห์มาก  ฟังค์ชั่นไฮโซแต่ราคาเท่านวดในสปาครั้งเดียว  ส่วนอีกรุ่นที่คล้ายๆกันจะถูกเหมือนนวดแผนโบราณ  ราคาถูกลงเพราะตัดขั้วสำหรับวาง ipod ออกไป  ต้องใช้ต่อผ่านสายสัญญาณเท่านั้น  ทั้งคู่ใช้ถ่านไฟฉายได้  สามารถใช้ไฟเลี้ยงจากพอร์ตยูเอสบีของคอมพิวเตอร์ได้  สามารถอะแด๊ปเตอร์แปลงไฟได้ตั้งแต่ 5-9 โวลท์  ตอนทดลองฟังก็เอา ipod มาวางทดสอบ  เสียงร้องของนอร่าโจนส์ทำให้เราต้องฟังอย่างตั้งใจ  เสียงชัดและไม่แตก  เสียงกลางเด่นมาก  เสียงย่านความถี่ต่ำที่มักจะไม่ค่อยได้ยินจากลำโพงคอมพิวเตอร์ก็ชัดเจน  เสียงดับเบิ้ลเบสในเพลงแจ๊สได้ยินชัดเจน  ฟังออกว่าเสียงดีดสายเบสเป็นอย่างไร  วิจารณ์กันไปยังกับนักฟังหูทอง  สรุปแค่ว่าลำโพงคู่นี้ให้เสียงได้ดี  เข้าข่ายลำโพงไฮไฟ  ตัวเล็ก ประสิทธิภาพสูง  สามารถใช้ฟังได้ทั้งวันไม่แสบหูแน่นอน  ก็เลยสอยกลับบ้าน…..

 

 

มาถึงบ้านก็ลองหลายอย่าง  ฟังใกล้ๆ  ฟังไกลๆ  วางบนโต๊ะ  วางพื้น  วางบนหิ้ง  คุณภาพเสียงก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี  ฟังที่ร้านดีแค่ไหนกลับบ้านก็ให้เสียงได้ดีกว่า  เพราะที่บ้านเสียงรบกวนน้อย  ฟังอะไรก็ไม่ยาก  สรุปแล้วคุ้มราคาค่าตัวมากๆ  ป้าย 695 บาท  น้องคนขายลดให้ไม่ต้องต่อเหลือแค่ 650 บาท  ราคาแค่นี้แต่เสียงดีกว่าลำโพงสเตอริโอตามห้างชุดละเกือบหมื่น  ไม่ซื้อได้ไง





ลำโพงที่ตามหามานานแสนนาน

14 07 2008

เครื่องเสียงเป็นสิ่งที่ผมชอบไม่น้อยไปกว่ากิจกรรมอื่นๆ แต่ด้วยความที่งบประมาณจำกัด พ่อไม่ได้ขายมือถือ และไม่ใช่คนที่สามารถสั่งรถถังออกมาวิ่งเล่นได้เลยต้องบริหารเงินในการซื้อ อย่างคุ้มค่าที่สุด กว่าจะได้มาแต่ละชิ้นผมเลือกแล้วเลือกอีก แม้ว่าบางชิ้นจะใจง่ายซื้อมาบ้าง แต่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ได้รักหรือหวงเต็มที่

โชคดีถัดมาก็คือ ไม่มีเครื่องเสียงใดๆที่ดีที่สุดในโลก ของแพงไม่จำเป็นต้องดีเสมอไป ของถูกก็ไม่จำเป็นต้องห่วยตลอดกาล หลายสิ่งหลายอย่างในเครื่องเสียงเป็นเรื่องของ “จริต” ถูกจริต หรือ ไม่ถูกจริต เหมือนรสชาดของอาหาร บางคนชอบหวาน บางคนชอบรสจัด บางคนชอบจืดๆหน่อยทำให้กินได้นานไม่เลี่ยน

ลำโพงคู่หนึ่งได้มา อยู่ในความครอบครองของผมเมื่อหลายปีก่อน เป็นลำโพงยักษ์ที่โอบไม่รอบ จะย้ายแต่ละครั้งต้องวอร์มอัพร่างกายก่อนไม่งั้นกระดูกจะทับเส้นประสาทเอา ง่ายๆ ลำโพงคู่นี้เสียงดีถูกใจผมอย่างยิ่ง ตลอดเวลาที่สนใจและติดตามวงการเครื่องเสียงมาตลอด ตามไปขอฟังตามโชว์รูมหลายแห่ง ไปงานแสดงเครื่องเสียงทุกปี เห็นเซลล์ขายเครื่องเสียงบางคนย้ายบริษัทมาสามแห่ง ปีก่อนอยู่ที่หนึ่ง ปีถัดมาย้ายไปอยู่อีกบริษัท ล่าสุดย้ายไปอยู่อีกที่แล้ว เปลี่ยนบริษัทที่ทำงานไปพร้อมกับสีผมที่มีสีขาวประปรายมากขึ้น ไม่รู้ว่าผมอายุเยอะขึ้นเลยทำให้ความสามารถในการรับรู้แย่ลงหรือไม่ เพราะตั้งแต่เริ่มมีเงินจะซื้อเครื่องเสียงที่มีราคาสักหน่อย ผมก็ไม่เคยได้พบเครื่องเสียงคุณภาพถูกใจในราคาสบายกระเป๋าอีกเลย แต่กับลำโพงที่พูดถึงมันให้เสียงที่ไม่กล้าตีราคา ผมรู้ว่ามันไม่ถึงแสนบาทหรอก แต่ก็รู้สึกว่ามันคงไม่ใช่แค่ไม่กี่หมื่น ผมหน้าด้านขอลำโพงคู่นี้มาจากรุ่นพี่ที่รู้จักกัน เขาเป็นคนทำงานในห้องบันทึกเสียง ผมตามไปสอดรู้สอดเห็นในห้องอัด ไปลองใช้ของ ไปลองฟังเล่นๆเพลินๆ ลำโพงคู่นี้มันสะดุดหูอย่างมาก สุดท้ายพอห้องอัดเลิกกิจการ ผมเลยลองขอมาใช้ ท่านพี่ก็ให้มา มันก็เลยมานอนร้องเพลงอยู่ในห้องนอนผมหลายปี

ตลอดเวลาที่ใช้งานมัน ก็ร้องเพลงได้ดีไม่มีอู้ เพลงอะไรมันก็ร้องออกมาเพราะไปหมด ผมภูมิใจที่ได้ครอบครองแต่ก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ใช่ของผม เมื่อไรที่เขาเรียกคืน ผมก็ต้องคืนนักร้องคู่นี้กลับไป หลายปีที่ผ่านมาระหว่างที่ใช้งาน ผมก็ตามหาลำโพงที่จะมาแทนตัวโปรดอยู่เหมือนกัน เพราะผมไม่สามารถจะซื้อยักษ์คู่นี้ได้ นั่นจึงเป็นที่มาของการค้้นหา ลำโพง… ที่ผมเอื้อมถึงและชอบจริงๆ

มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่ผมไปหลง ไหลกับลำโพงเล็กมหัศจรรย์ยี่ห้อดัง ถึงกับจะฝากเพื่อนซื้อจากเมืองนอก แต่ก็โชคดีที่ยังไม่ได้มีการหิ้วเข้ามา เพราะดันบังเอิญไปเจอประกาศขายของ เป็นลำโพงยี่ห้อเดียวกับยักษ์ในห้องนอนผม เป็นรุ่นที่เล็กลงมา ผมค้นหาข้อมูลจากอินเทอเน็ตจนค่อนข้างมั่นใจว่าเสียงมันน่าจะใกล้เคียงกัน มาก หากจะแตกต่างก็คงต่างกันแค่เจ้ายักษ์มีเสียงที่ดังกว่า แต่การใช้งานลำโพงเพื่อฟังเพลง เราไม่ได้เปิดดังแบ่งข้างบ้าน เรื่องความดังเลยไม่ใช่ประเด็นที่จะเอามาคิด

ผมนัดไปหาที่บ้านคน ประกาศขาย ตามไปขอฟังให้แน่ใจว่ามันยังมีสภาพปกติส่งเสียงได้เหมือนที่คาดไว้ ผมลงทุนยกเครื่องขยายเสียงที่จะใช้งานกับมันติดตัวไปด้วย ยกไปลองเสียบเพื่อฟังให้ได้ยินกับหูว่าเสียงมันเป็นอย่างไร ห้านาทีจบลงกับเพลงที่ผมเลือก ผมยิ้มออกทันทีว่า นี่แหละ ตัวตายตัวแทน ก็เลยได้อุ้มลำโพงคู่ใหม่เข้าบ้าน พอเอามาฟังเทียบกับตัวใหญ่ก็รู้สึกได้ว่า ผมตัดสินใจไม่ผิด

ความ สุขจากการฟังเพลงมีมากแค่ไหนทุกคนก็คงมีคำตอบอยู่ในใจ ผมก็มีความสุขไม่ต่างกัน แต่ผมได้ความสนุกมากกว่าเล็กน้อยตรงที่ผมได้ค้นหา ได้ตามหา และได้มา …… มันรู้สึกดีครับ








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 89 other followers