รับงานถ่ายภาพที่พัทยา ไปๆกลับๆ

10 11 2010

สัปดาห์ที่แล้ว พี่ที่รู้จักท่านหนึ่งโทรมาถามเรื่องถ่ายภาพ ต้องการให้ไปถ่ายภาพงานสัมมนางานหนึ่ง ตัวงานจัดสามวัน มีวันที่ต้องการถ่ายรูปเน้นๆ 1 วัน คือวันแรก ซึ่งเป็นการประชุมบนเรือยอร์จ ตามกำหนดการคือต้องถ่ายภาพวันศุกร์ 9.00 น. เป็นต้นไป เพราะเรือจะออก 10 โมง

ผมไปถ่ายภาพเองไม่ได้ เพราะติดงาน แต่ก็รับงานไว้ เพราะวางแผนการถ่ายไว้แล้วว่าจะต้องใช้ช่างภาพสองคน ก็เลยติดต่อเพื่อนสองคน โชคดีที่เขาว่าง (ยอมโดดงานอื่นมารับงานนี้) ภาพที่ถ่ายจะต้องเอามาปริ๊นท์ด้วยเครื่องพิมพ์ขนาดเล็ก และเอาภาพพิมพ์ไปทำเป็นปกสมุดโน้ต และหลังจากวันแรก จะมีการถ่ายภาพที่ระลึกเพื่อติดกับการ์ดใบหนึ่งด้วย สรุปคืองานมีสองแบบ

สมุดโน๊ตเป็นลักษณะเข้าเล่มด้วยห่วงเหล็ก วันก่อนงานผมเตรียมไส้ในสมุดโน้ต และปกหลัง ทำการเจาะรูให้พร้อมสำหรับทำเล่มไว้แล้ว รอแค่ภาพปกมาประกบเท่านั้น ผมยกเครื่องเจาะรูและเข้าเล่มห่วงไปที่งานด้วย เตรียมกระดาษปริ๊นท์รูปไป 5 กล่อง เพราะคาดว่าจะมีการทำสมุด 100 เล่ม และเผื่ออีก 400 สำหรับการถ่ายภาพติดการ์ดเป็นที่ระลึก ตัวกระดาษการ์ดผมพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิทัล fujixerox 700 เตรียมก่อนงาน 12 ชั่วโมง

วันศุกร์เช้ามืด ผมนัด 05.30 น. ที่บ้านผม เพื่อนมากันครบสองคน ออกเดินทางไปพัทยา แวะกินข้าวที่ปั๊มน้ำมัน 08.00 น. ผมกับเพื่อนอีกสองคนก็ขนของลง ณ จุดทำงาน อธิบายวิธีการทำงาน และนัดแนะกับเจ้าภาพเรียบร้อย แล้ว 9.00 น. ผมก็ออกมาจากพัทยา กลับมาที่ทำงานเพื่อทำงานอื่นๆต่อ และกลับมาทำการ์ดติดภาพอีกชุดหนึ่ง เพราะเพิ่งจะนึกออกว่า ต้องมีการ์ดสองแบบ ผมเตรียมไปแค่แบบเดียว

ปล่อยเพื่อนทำงานตอนกลางวันไป ผมเตรียมของเพิ่มเติมที่กรุงเทพ ให้เพื่อนพักที่พัทยา 1 คืน วันรุ่งขึ้นสิบโมงผมก็เดินทางไปพัทยาอีกรอบหนึ่ง ไปถึงเกือบบ่ายโมงเพราะรถติดที่ถนนบายพาส ถนนก็ดี แต่รถยังติด รถบรรทุกไม่เคยเจียมตัว ถนนสี่เลนส์มันเล่นวิ่งกันสามเลนส์ เหลืออีกเลนส์ให้รถเก๋ง รถกระบะวิ่ง มันก็เลยติด

ไปถึงก็ไปช่วยเพื่อนทำงานนิดหน่อย ถ่ายภาพที่ระลึกจำนวนไม่เยอะ แต่ก็มีคนมาถ่ายอยู่เรื่อยๆ ผมอยู่ช่วยจนถึงค่ำ แล้วก็ขนของกลับ แวะกินข้าวข้างทาง ออกจากพัทยาสามทุ่ม ถึงบ้านห้าทุ่ม หลับสนิทเลย





เที่ยวพัทยา ตลาดน้ำ ไร่องุ่น ร้าน The view

10 05 2010

หยุดงานหลายวัน ผมกับพี่สาวก็ตกลงกันว่าจะพาแม่ไปเที่ยวพัทยา ฉลองการเดินทางด้วยรถคันใหม่ Honda FREED ที่สามารถนั่งได้ 7 ที่นั่ง แต่วันนี้มากันแค่สี่คน ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ตอนเที่ยงครึ่ง ไปถึงพัทยาประมาณสี่โมงเย็น เพราะรถติดเหลือเกิน วันหยุดใครๆก็แห่กันมาเที่ยว

ไปตลาดน้ำสี่ภาค ดูของขายแนวตลาดน้ำ มีทั้งเสื้อผ้า ของที่ระลึก และของกินต่างๆ อาการร้อน คนเยอะ เดินไปไม่นานก็เบื่อ

พอบอกว่าเป็นตลาดน้ำก็ต้องมีเรือ ต้องมีขายของในเรือด้วย

ตลาดน้ำสี่ภาค แค่ชื่อก็รู้แล้วว่ามีครบทุกภาค มีของจากทั่วประเทศ ป้ายบอกทางเต็มไปหมด

ดูแล้วก็ไม่ซื้อ อย่างมากก็แวะซื้อน้ำ

สินค้าต่างๆคล้ายตลาดจตุจักร คล้ายตลาดนัด คล้ายแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป ไม่มีอาหารขึ้นชื่อหรือของขายที่โดดเด่นเลย

ทุกตลาดต้องมีโปสการ์ด ขายกันเยอะ แต่ไม่รู้ขายดีไหม

อากาศร้อน คนเยอะ

เหนื่อย ร้อน แวะพักกินน้ำ

แล้วก็มาต่อที่ไร่องุ่น ซิลเวอร์เลค

เหมือนมาเดินดูสวนดอกไม้ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ไม่น่าสนใจ

ฝั่งตรงข้ามไร่องุ่นเป็นร้านอาหารอิตาลี ไปถึงก่อนห้าโมงเย็นยังไม่เปิดร้าน
ใครอยากกินต้องจองคิวกันมาล่วงหน้า

นั่งพัก

แล้วก็มาต่อกันที่ร้านอาหาร The View อยู่ริมหาดเลย

ร้านนี้แต่งสวย บรรยากาศดี

มีมุมให้เลือกนั่งหลายแบบ ถ้าไม่เย็นมากจะมีแดดส่องพอสมควร

บางคนกินเสร็จแล้วก็นั่งคุย ดูวิว

กินอิ่มแล้วมาเดินเล่น

มีเก้าอี้ดีๆไม่นั่ง ชอบนั่งเปื้อนๆ

แสงยามเย็มใกล้หมดแล้ว

อยู่กันจนเกือบมืด ร้านเริ่มเปิดไฟ พวกเราก็เดินทางกลับ





ริมผาลาภิณ ร้านอาหารบรรยากาศดี

13 04 2010

ในบ่ายวันหนึ่งซึ่งเป็นวันหยุดของคนส่วนใหญ่ หลังจากไปรับแฟนจากที่ทำงานแล้ว ก็ว่างกันทั้งคู่ เลยตั้งใจว่าจะขับรถไปกินกันไกลๆหน่อย นึกถึงพัทยาขึ้นมาก็เลยขับรถไปเลย ออกจากกรุงเทพบ่ายสามโมง ใช้เวลาประมาณ 100 นาที ก็ไปถึงพัทยา ผมเลือกใช้เส้นทางบางนาตราด ขึ้นทางด่วนยาวๆ ไปลงชลบุรี ซึ่งไม่เสียค่าทางด่วนเพราะรัฐบาลยกเว้นให้เป็นโปรโมชั่นช่วงสงกรานต์

ลงจากทางด่วนยาวๆ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบายพาส(จำเขามา) ถนนทำดีมากแล้ว เป็นถนนสี่เลนส์ตลอดสาย ซึ่งแตกต่างไปจากสิบปีที่ผ่านมา ผมไปพัทยาบ่อย แต่ละครั้งก็ใช้เวลาต่างกันลิบลับ เคยไปได้เร็วเหมือนกันตอนถนนสองเลนส์ยังไม่ก่อสร้างอะไร เคยใช้เวลาสี่ชั่วโมงตอนที่มันก่อสร้างเยอะๆ รถบรรทุกวิ่งกันช้าๆ การเดินทางไปพัทยาในอดีตเป็นเรื่องที่กำหนดเวลายาก แต่ตอนนี้ดีแล้ว ขอให้อย่าสร้างอะไรเพิ่มเติมเลย

เดินถนนบายพาสจะวิ่งไปชนพัทยาที่บริเวณก่อนถึงนาเกลือ แล้วก็วิ่งไปสุขุมวิทเข้าพัทยา เหนือ กลาง ใต้ กว่าจะถึงพัทยาใต้ ต้องผ่านชุมชน ผ่านไฟแดงหลายจุด รถเริ่มติดเพราะนักท่องเที่ยวเยอะมาก แต่ถนนบายพาสส่วนต่อขยายเขาทำไปชนกับพัทยากลาง ทำให้ออกจากบายพาสแล้วถึงพัทยากลางทันที ลดเวลาลงไปได้เยอะ คิดดีทำดี แต่น่าจะต่อให้เลยไปถึงพัทยาใต้หรือจอมเทียนไปเลยก็จะดีกว่านี้

ร้านอาหารที่จะไปกินกันชื่อ “ริมผาลาภิณ” เป็นร้านริมทะเล อยู่บนหน้าผา มีทางเดินลงไปไปเหยียบน้ำทะเลได้ ตัวร้านแต่งได้สวยน่ารัก บรรยากาศดีมากสำหรับอาหารมื้อโรแมนติก ผมเชื่อว่าเป็นร้านที่ดูดีที่สุดในพัทยา ณ เวลานี้ (ปี 2553) ทุกคนที่ไปก็จะต้องมีกล้องถ่ายรูปติดไปด้วยทุกโต๊ะ ผมไปถึงประมาณห้าโมงเย็น แดดยังร้อนอยู่ พบว่าโต๊ะเต็มแล้วทั้งๆที่มีคนนั่งแค่สองโต๊ะ พนักงานบอกว่าเป็นโต๊ะจองทั้งหมด พนักงานเสนอให้นั่งโต๊ะไหนก่อนก็ได้ เพราะแขกจองส่วนใหญ่จะมาหลังหกโมงเย็น ผมมีเวลากินจนอิ่มแน่นอน

เลือกโต๊ะในร้านแล้วก็กินไปเรื่อยๆ รอเวลาแดดเบาลงแล้วค่อยย้ายโต๊ะไปนั่งด้านนอก ตำแหน่งริมหน้าผาจะเป็นจุดชมวิวอย่างดี กล้องถ่ายรูปตัวใหญ่ไม่ได้ติดมาเพราะว่าย้ายกระเป๋ากล้องออกจากรถไปเสียก่อนเพื่อเตรียมตัวขายรถออกไป กล้องที่มีติดตัวอยู่เลยมีแค่กล้องตัวเล็กติดเอวอยู่ กับมือถือที่ถ่ายรูปได้บ้าง

ภาพจากกล้องมือถือดีกว่าที่คิด แดดสวย วิวสวย กล้องก็เก็บภาพสวยๆกลับมาได้เหมือนกัน มือถือซัมซุงรุ่น monte มีกล้องสามล้านพิกเซล โฟกัสตายตัว คือชัดทั้งภาพ ชัดตั้งแต่ระยะ 1 เมตรไปจนถึงอินฟินิตี้ เหมาะกับการถ่ายคนคู่กับวิว แต่จะถ่ายอาหารใกล้ๆไม่ได้ภาพเบลอแน่นอน ลูกเล่นของมือถือเครื่องนี้คือมี GPS อยู่ในตัว ทำให้สามารถใส่พิกัดแนบติดไปกับภาพได้ พอเอาภาพไปเปิดดูด้วยโปรแกรม picasa ก็จะสามารถคลิกเพื่อเปิดแผนที่ได้เลยว่าภาพนี้ถ่ายมาจากที่ไหน และสามารถส่งแผนที่ให้คนอื่นเดินทางตามไปได้สบายๆ ไฮเทคจริงๆ

กินอาหารอิ่ม ถ่ายภาพเล่นๆ ดูบรรยากาศ ดูพระอาทิตย์ตก อิ่มท้อง อิ่มใจ เดินทางกลับ ออกจากพัทยาประมาณหนึ่งทุ่ม ส่งแฟนกลับบ้าน กลับถึงบ้านตัวเองประมาณสี่ทุ่ม

บางภาพใช้มือถือซัมซุง บางภาพใช้กล้องดิจิทัลตัวเล็กโกดัก








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 89 other followers