ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 6

เครื่องพิมพ์ดิจิทัล fujixerox รุ่น x700 ทำงานมาครบปีแล้ว หลังจากที่ผ่านการทำงานไม่มากไม่น้อย มีอาการเสื่อมสภาพบางชิ้นส่วน เปลี่ยนอะไหล่ก็หายดี การทำงานกับเครื่องพิมพ์ตัวนี้เริ่มใช้งานบางฟังค์ชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกบางอย่าง และพอเริ่มใช้ก็เริ่มพบข้อจำกัดบางอย่าง

เครื่องพิมพ์ตัวนี้มีถาดใส่กระดาษ 7 ชุด แต่ละชุดจะมีปริมาตรใส่กระดาษได้ไม่เท่ากัน งานที่พิมพ์เยอะๆต้องใช้ช่องใส่กระดาษถาด 6 และ 7 งานบางประเภทที่แบ่งว่าหน้าปกเป็นกระดาษหนา เนื้อในเป็นกระดาษบางสามารถสั่งเครื่องพิมพ์ให้พิมพ์งานโดยใช้กระดาษทั้งสองชนิดได้ นั่นเป็นข้อดีที่รู้อยู่แล้วตอนซื้อเครื่อง แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้ใช้ฟังค์ชั่นนี้เลย

ที่ผ่านมาเวลาต้องการงานพิมพ์เป็นเล่มที่ใช้ปกหนากว่าเนื้อใน จะทำการแยกพิมพ์เป็นสองจ็อบ ก็คือ จ็อบปก และจ็อบเนื้อใน พิมพ์แยกกัน แล้วก็ค่อยเอามาทำเล่มรวมกัน ทำอย่างนี้มาตลอดไม่มีปัญหาอะไร วันดีคืนดีอยากจะใช้ฟังค์ชั่นอำนวยความสะดวกโดยการสั่งจ็อบเดียวแล้วให้มันพิมพ์ปกกับเนื้อในด้วยกระดาษสองชนิดมันก็ทำให้ได้ แต่มีสิ่งที่ค้นพบก็คือมันช้าเหลือเกิน ช้ามาก

งานพิมพ์หนังสือ 16 หน้าเย็บแม็ก แค่เล่มเดียวควรจะใช้เวลาให้กระดาษไหลไม่เกิน 30-35 วินาที หรือเท่ากับความเร็วกระดาษไหลไป 4 แผ่น แต่พอสั่งให้พิมพ์กระดาษสองชนิดพร้อมกัน โดยให้กระดาษบางอยู่ถาด 6 กระดาษหนาอยู่ถาด 7 เครื่องก็ทำตามสั่งได้ไม่ผิดพลาด แต่ใช้เวลาค่อนข้างนานในการเปลี่ยนกระดาษจากถาดอื่นๆ เข้าใจว่าการพิมพ์กระดาษบางใช้ความร้อนน้อย พิมพ์กระดาษหนาใช้ความร้อนเยอะ พอพิมพ์กระดาษบางในเล่มเสร็จแล้วต้องเริ่มพิมพ์กระดาษหนา เครื่องจะต้องหยุดวิ่งเพื่อเพิ่มความร้อนให้มากขึ้นก่อน เมื่อความร้อนถึงจุดที่กำหนดถึงจะพิมพ์กระดาษหนาได้ และเมื่อพิมพ์กระดาษหนาสำหรับหน้าปกเสร็จแล้วก็ต้องเปลี่ยนไปพิมพ์กระดาษบาง เครื่องก็จะต้องคลายความร้อนออก รอให้ความร้อนลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะกับกระดาษบางแล้วค่อยพิมพ์ต่อ การทำหนังสือหนึ่งเล่มต้องใช้เวลารอความร้อนขึ้นและลงนานกว่าเวลาที่กระดาษวิ่งเสียอีก จาก 1 เล่มถ้าพิมพ์ไม่เปลี่ยนกระดาษจะใช้เวลา 30 วินาที กลายเป็นว่าพอเปลี่ยนกระดาษจะต้องใช้เวลารวมทั้งหมดเป็นเล่มละ 2 นาที ความเร็วลดลงไปสี่เท่า

ถ้างานน้อยๆทำไม่กี่เล่มก็พอจะรอได้ แต่ถ้าต้องทำเป็นร้อยเป็นพันเล่ม แยกพิมพ์ปก กับแยกพิมพ์เนื้อในคนละจ็อบน่าจะเสร็จงานเร็วกว่า

ทดสอบ macbook air 11 นิ้ว ภาค 2

ผมใช้เครื่อง macbook air มาประมาณ 1 สัปดาห์ เป็นการใช้งานที่รู้สึกดี เพราะมันเร็วถูกใจ ความเร็วจากการเปิดเครื่องปิดเครื่อง เปลี่ยนโปรแกรมทำได้ดีโดนใจ มันเป็นจุดเด่นจากการที่ใช้ตัวเก็บข้อมูลแบบ SSD และความดีความชอบจากระบบบัสที่เร็ว สิ่งที่จะเป็นจุดอ่อนของ macbook air ที่ใช้ความเร็วซีพียูแค่ 1.4Ghz ก็คือการประมวลผลหนักๆ เพราะการประมวลผลจะใช้ความสามารถของซีพียูเป็นหลัก ผมก็เลยลองให้มันประมวลผลภาพสักชุดหนึ่ง

ผมเตรียมไฟล์ภาพชนิด Raw ถ่ายด้วยกล้อง eos 5d ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แล้วทำการแปลงไฟล์ raw ให้เป็น jpg ด้วยโปรแกรม digital photo professional หรือ dpp รุ่น 3.8 ของ canon โดยผมจะทำการสั่งให้แปลงไฟล์จำนวน 10 ไฟล์แล้วดูเวลาที่มันสร้างไฟล์ JPG ออกมา ว่าภายในเวลา 1 นาที macbook air 1.4Ghz หน้าจอ 11 นิ้วตัวนี้ทำได้กี่ไฟล์ ผลลัพธ์เป็นไปตามภาพ นั่นคือ ในเวลา 1 นาทีมันสามารถทำได้ 5 ภาพ

สรุปว่าความสามารถการแปลงไฟล์เป็นสัดส่วนตามความเร็วของซีพียู core2duo รุ่นอื่นๆ เพราะเครื่อง mac mini ความเร็ว 2.0Ghz ผมสามารถแปลงไฟล์ได้ประมาณ 7 ภาพต่อนาที และ macbook pro ความเร็ว 2.2Ghz ผมทำได้ประมาณ 9 ภาพต่อนาที

งานยุ่งอีกครั้ง บ่น และบันทึก

ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมาจนถึงเดือนนี้ ประมาณเก้าเดือน ที่โรงพิมพ์ไม่ได้ทำโอทีเลย จะมีบ้างแค่บางวันที่งานเร่งมากๆ และเดือนกรกฎาคมกับสิงหาคมที่ผ่านมาก็เป็นช่วงเวลาที่งานค่อนข้างน้อย บางวันเครื่องพิมพ์หยุดรองานครึ่งวัน ส่วนหนึ่งเพราะงานมันน้อยลงจริงๆ อีกส่วนก็คือผมมีเครื่องพิมพ์ดิจิทัลที่สามารถทำงานได้เร็วมาก งานพิมพ์หลายตัวถ่ายโอนจากเครื่องระบบเก่าไปสู่ดิจิทัลแล้ว มันทำให้งานที่ป้อนเข้าเครื่องพิมพ์ระบบเก่ายิ่งน้อยลงไปอีก

แม้ว่างานระบบเก่าจะน้อย แต่ยอดขายและรายได้ก็ไม่ได้ลดลงไปตามเหตุการณ์ เห็นได้จากว่าเสมียนงานเยอะขึ้น เพราะต้องเปิดบิลส่งของมากขึ้น โรงพิมพ์ผมมีงานที่ต้องส่งมากขึ้นกว่าต้นปี มอเตอร์ไซด์ที่จ้างไว้สองคันก็วิ่งส่งกันไม่ทัน บางครั้งต้องจ้างรถรับจ้างเพิ่ม บางครั้งผมต้องออกไปเอง เครื่องพิมพ์ว่างแต่งานเอกสารเยอะขึ้น เป็นสิ่งที่ยากจะอธิบายให้คนรุ่นเก่าให้เข้าใจ แม่ผมเห็นเครื่องพิมพ์ว่างแล้วรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็แก้ได้ด้วยการให้ดูตัวเลขรายได้ ส่วนพ่อผมที่ตอนนี้ปลดเกษีียรไปแล้วเพราะกำลังป่วยอยู่ แต่ก็ยังใช้ชีวิตปกติ เห็นเครื่องพิมพ์ว่างแล้วก็หงุดหงิด อันนี้ไม่รู้จะแก้ยังไง เพราะพ่อไม่เคยดูบัญชี

เดือนนี้เดือนตุลาคม ผมกำลังจะเร่ิมทำโอทีอย่างจริงๆจังตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เพราะอยู่ๆลูกค้าหลายรายก็สั่งงานเข้ามาพร้อมกัน ทั้งงานจำนวนน้อย และงานจำนวนมาก มันมาพร้อมกันจนเริ่มปวดหัว นอกจากลูกค้าเก่าแล้ว ยังมีลูกค้าใหม่เกิดขึ้นอีกหลายราย ทุกรายมาจากการแนะนำบอกต่อของลูกค้าเก่า บางรายก็เกิดใหม่จากการที่เขาสั่งงานเข้าบริษัท และ ลองสั่งงานส่วนตัว บางรายย้ายที่ทำงาน ไปที่ใหม่ก็เลยเรียกให้ไปรับงาน บางรายเคยเป็นลูกน้องในบริษัท พอเปิดบริษัทเองก็สั่งพิมพ์งานเอง

หลายวันมานี้มีงานเข้าต่อเนื่องหลายงาน บางงานผมยังไม่ว่างทำให้เลยด้วยเหตุผลว่ากำลังตามงานเก่าบางงานอยู่ งานเก่าที่มีปัญหาของสายการบิน ผมเดินทางไปกลับดอนเมืองเกินสิบครั้งแล้ว วันนี้ผมก็แวะเข้าไปอีกครั้ง แต่เป็นการเข้าไปเซ็นรับมอบงาน ผมถือเอกสารรับมอบงานออกจากดอนเมืองแบบสบายใจสุดๆ เพราะปัญหาที่เรื้อรังมันกำลังจะหมดลงแล้ว งานนี้ไม่ขาดทุนทางตัวเลข แต่ผมขาดทุนเรื่องการเดินทางและเสียเวลา เสียสุขภาพจิตมากมายมหาศาลตลอดกาลใครอย่าแตะ แต่ก็ดีใจที่เข็นให้งานนี้ผ่านไปได้

สัปดาห์ที่แล้ว เซลส์ของฟูจิซีร๊อกซ์โทรมาถามไถ่ ถามถึงเครื่องพิมพ์ดิจิทัลที่มีปัญหาจุกจิก ผมตอบไปว่าตอนนี้เครื่องทำงานปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร เซลส์เลยขอว่า ข้อมูลการใช้เครื่องที่ผมเคยโพสท์ไว้ในอินเตอเน็ตขอให้เอาลงได้ไหม ผมถามว่าทำไม คุณเซลส์ตอบว่ามันทำให้เขาขายของลำบากขึ้น ลูกค้า หรือว่าที่ลูกค้าได้มาอ่านบทความของผมทำให้เซลส์ขายของไม่ได้ ผมเลยถามกลับว่า สิ่งที่ผมเขียนไว้เป็นเรื่องโกหกหรือเปล่า เซลส์ตอบว่าไม่ แต่ขอให้ช่วยเอาลงได้ไหม ผมคิดนิดนึงแล้วก็รับปากไปว่าจะเอาลงให้ แต่ตอนนี้ผมก็ยังไมได้เอาลง เพราะว่าผมงานยุ่งมาก ติดไว้ก่อน อีกสักพักจะค่อยเอาลงนะครับ คุณเซลส์

เมื่อวานนี้เอง ผมกำลังพิมพ์ซองจดหมายด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิทัล ยอดสั่งพิมพ์ 1000 ใบ ลูกค้าเอาซองเปล่ามาเอง ผมแค่สั่งพิมพ์ พิมพ์ไปเกือบพันใบ ก็เห็นว่ามีบางใบที่เอียง มันเอียงจนน่าเกลียด ผมคิดว่ามันคงเป็นแค่บางใบ พอให้ลูกน้องเอามาคัด ปรากฎว่านับยอดพิมพ์เสียได้ 200 ใบ นั่นคือมีของเสีย 20% ผมหยุดพิมพ์ทันที แล้วก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเรียกช่างมาซ่อม ผมโทรไปตอนห้าโมงเย็นแจ้งเรื่องเสร็จ อีกสิบนาทีช่างก็โทรเข้ามาหาผมถามอาการ แล้วก็แจ้งว่าจะเบิกอะไหล่บางตัวที่เอาไว้พิมพ์ซองจดหมายมาให้ และจะเข้ามาพรุ่งนี้เช้า ผมตกลง

มาตอนเช้าเก้าโมงกว่า ช่างเข้ามาและตรวจสอบอยู่ชั่วโมงกว่า ผมได้วิธีแก้ปัญหาแล้ว สามารถพิมพ์ซองต่อจนครบยอดสั่งพิมพ์ ผมพอใจผลการแก้ไข ผมดีใจที่บริการของฟูจิซีร๊อกซ์กลับมารวดเร็วเหมือนคำสัญญา ไม่ว่าเป็นเพราะผมไปบ่นจนเขาขายของลำบากหรืออะไรก็ตาม ถ้าทำได้ดีตามที่รับปากไว้ก็ถือว่าต้องได้รับคำชมเชย แต่ว่า…. ดูไปเรื่อยๆดีกว่า วันนี้งานมันจบ ลุล่วง แต่เมื่อวานเหตุการมันก็ไปตรงกับคำที่ว่า Print on demand but wait for service tomorow. ลูกค้าก็บอกว่า tomorow ก็ tomorow ยังไงก็ต้องรอ โชคดีที่เขาไม่ย้ายไปพิมพ์ที่อื่น

ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 5

พักนี้มีงานพิมพ์ดิจิทัลด่วนหลายตัว ซึ่งส่วนใหญ่ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ตอนที่รู้ว่าต้องพิมพ์งานเยอะๆก็เช็คหมึก เช็คอุปกรณ์สิ้นเปลืองต่างๆว่าพอสำหรับทำงานทั้งหมดหรือไม่ พอรู้ว่าบางอย่างอาจไม่พอก็สั่งของมาตุนไว้ เตรียมไว้พร้อมทุกอย่าง สุดท้าย ก็มาตกม้าตายตรงชิ้นส่วนที่เป็นถังขยะ มันคือหน่วย wraste toner เป็นกล่องใส่หมึกเสีย การพิมพ์ทุกแผ่นจะมีผงหมึกเล็กๆน้อยๆ ปลิวกระจายออกมา และผลหมึกเหล่านั้นจะถูกรวบรวมทิ้งลงกล่อง กล่องใส่หมึกสำหรับทิ้งนี้ถ้าเต็มเครื่องจะไม่ทำงานต่อ และมันก็เต็มในวันที่มีงานเร่งๆ และเต็มในวันเสาร์ เครื่องหยุดทำงานตอนเกือบเย็นวันเสาร์ ผมโทรสั่งของด่วน โกดังกำลังจะปิด ผมต้องวานเพื่อนที่มีบ้านอยู่แถวนั้นช่วยแวะไปรับอะไหล่มาเก็บไว้ก่อน แล้วผมค่อยขับรถไปรับต่อจากเพื่อนอีกทีหนึ่ง ไม่งั้นไม่ทัน แล้วสุดท้ายก็ทัน เลี้ยงข้าวเพื่อนไปมื้อนึง

เครื่องเข้าเล่ม ไสกาว ของเล่นคนชอบทำหนังสือ

การทำหนังสือจะต้องมีการเย็บเล่ม รูปแบบการเย็บเล่มแบบธรรมดาที่สุดคือการเย็บด้วยแม็กซ์ ซึ่งบางคนเรียกว่าเย็บมุงหลังคา อีกรูปแบบหนึ่งที่นิตยสารต่างๆนิยมใช้กันก็คือการไสกาว

การไสกาวเป็นการทำงานที่ต้องอาศัยเครื่องมือเยอะกว่าเครื่องเย็บด้วยแม็กซ์ และเครื่องมือก็ค่อนข้างแพง ถ้าจะทำหนังสือสักพันเล่มก็คงจะต้องลงทุนเครื่องเข้าเล่มไสกาวสักแสนกว่าบาท มันถึงจะทำงานได้ทัน แต่ถ้าจะทำแค่ไม่กี่เล่ม จำพวกหนังสือออนดีมาน หรือโฟโต้บุ๊ค หรือสมุดโน้ตจำนวนน้อยๆ การลงทุนระดับแสนกว่าบาทก็ดูจะเป็นเรื่องที่หนักเกินไป

แต่เดี๋ยวนี้ถือว่าการการทำเล่มไสกาวเป็นเรื่องที่ไม่ยาก และไม่แพงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะมีเครื่องมือราคาย่อมเยาออกมาให้ใช้ มันก็คือเครื่องตัวนี้แหละ สามารถทำเล่มไสกาวได้ทีละหนึ่งเล่ม ใช้เวลาต่อเล่มประมาณ 1-3 นาที ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ใช้งาน

การมีเครื่องนี้ใช้งานร่วมกับเครื่องพิมพ์ดิจิทัลทำให้สามารถรับงานหนังสือได้จริง สามารถทำงานจบได้ในที่เดียว ไม่ต้องไปส่งให้ร้านอื่นทำต่อ สามารถควบคุมคุณภาพได้ เร่งเวลาได้ แม้จะช้ากว่าโรงงานเข้าเล่มจริงๆ แต่ถ้าแข่งกันทำ 10 เล่ม ผมว่าเครื่องนี้เสร็จก่อน และงานเรียบร้อยกว่า

ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 4 ของเสียอีกแล้ว

เหตุการณ์เกิดเมื่อหลายวันก่อน แต่เพิ่งจะว่างที่จะมาโพสท์บันทึกเก็บไว้ เรื่องเป็นดังนี้

หลังจากที่เครื่องพิมพ์ดิจิทัลฟูจิซีร็อกซ์ x700 ตัวนี้ถูกซ่อมต่อเนื่องอยู่หลายสัปดาห์ พอทำงานได้ราบลื่นสักพักใหญ่ๆ ก็เกิดปัญหาแปลกประหลาดขึ้น คือมีการดูดกระดาษเข้าไปในเครื่องแบบเป็นปึก แล้วกระดาษก็ไปติดคาอยู่ในหน่วยทำความร้อน ตัวทำความร้อนมีชื่อเรียกว่าอะไรผมก็จำไม่ได้

ผมแปลกใจว่าทำไมมันถึงดูดกระดาษทีละตั้งหลายใบ มีลูกกลิ้งตัวไหนที่ีเสียหรือเปล่าก็ไม่รู้ และที่สำคัญ มันทำให้ตัวทำความร้อนใช้งานต่อไม่ได้ เครื่องทำงานไม่ได้ ผมยกออกมาวางนอกเครื่องแล้วพยายามดึงกระดาษออก แต่ดึงไม่ออก เลยต้องถอดวางไว้อย่างนี้ จากนั้นก็โทรเข้าหาศูนย์เพื่อแจ้งซ่อม และเบิกอะไหล่ ผมโทรแจ้งเหตุประมาณช่วงบ่ายวันที่ 2 กันยายน 2553 หลังจากนั้นอีก 1 ชั่วโมงช่างก็โทรเข้ามาเพื่อบอกกับผมว่า อะไหล่ชิ้นนี้ยังเบิกไม่ได้ เพราะของยังไม่พร้อมให้เบิก อยู่ในขั้นตอนขนส่งอยู่ ยังมาไม่ถึงโกดัง ผมก็รับทราบ สรุปว่าอะไหล่ไม่สามารถมาส่งผมได้ในวันรุ่งขึ้นแน่นอน ช่างบอกว่าน่าจะประมาณวันจันทร์ หรือ อังคาร จึงจะได้ ผมไม่มีทางเลือกอื่น

ผมยังโชคดีที่มีสต๊อกตัวทำความร้อนตัวใหม่อยู่กับตัว 1 ชิ้น แต่ผมก็รู้สึกไม่ดีเลย ที่ผมเบิกอะไหล่ไม่ได้ ถ้าผมไม่สต๊อกของเอาไว้ก่อน เครื่องก็ทำงานไม่ได้ต้องรอถึงวันจันทร์เชียวนะ และวันนี้ วันพฤหัส ผ่านมาแล้วหกวัน ผมยังไม่ได้อะไหล่ชิ้นที่ขอเบิกเลย

เมื่อวันอังคาร มีอาการเครื่องทำกระดาษยับ ผมก็เลยโทรเรียกช่างอีกครั้ง คราวนี้่ช่างมาเพื่อเปลี่ยนลูกกลิ้งบางตัว ช่างบอกว่า ลูกกลิ้งหมดอายุ มันก็เลยทำกระดาษยับ ก็ได้เรียนรู้อีกหนึ่งเรื่องว่าลูกกลิ้งต้องเปลี่ยนตามอายุ ซ่อมเสร็จช่างก็ช่วยซ่อมตัวทำความร้อนที่กระดาษติดคาอยู่ ถอดน็อตบางตัวแล้วก็เอากระดาษออก แล้วก็ให้ผมเก็บไว้ใช้สำรอง ตอนนี้ผมมีตัวจริง มีตัวสำรองที่สภาพยังไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี เพราะเพิ่งแงะกระดาษออกมา ส่วนตัวอะไหล่ที่เบิกก็ยังไม่มีการส่งมา

บางทีทางศูนย์อาจจะถือว่ามีช่างมาแงะกระดาษซ่อมให้ผมแล้ว เลยไม่ได้ส่งอะไหล่มาให้ผมก็ได้ เบิกของแล้วไม่ได้ของ เป็นเรื่องแย่ๆอีกเรื่องหนึ่งที่ควรแก้ไข จะไม่ส่งอะไหล่ก็น่าจะแจ้งให้รับทราบ จะช้าจะต้องรอก็น่าจะแจ้งให้ทราบ เพราะมันผ่านวันจันทร์ที่นัดไปแล้ว

ช่วงนี้ผมยังทำงานพิมพ์ดิจิทัลได้อยู่ แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจในสภาพเครื่องซักเท่าไหร่ เพราะอยู่ดีๆกระดาษก็ติดเป็นปึกๆ ผมมีงานพิมพ์ดิจิทัลอีกเกือบหมื่นใบพิมพ์ในช่วงสองสามวันนี้ ผมลุ้นเหลือเกินว่ามันจะเกิดปัญหาหรือไม่ งานดิจิทัลที่ช้าไม่เป็นไปตามนัด มันเสียชื่อเสียง เสียเครดิต เสียลูกค้า แต่เรื่องพวกนี้ ฟูจิซีร็อกซือาจจะไม่ได้คิด หรือไม่ก็ ลืมที่จะใส่ใจ